สำนักข่าวอิสรภาพ
ข่าวลับเฉพาะเพื่อประชาชน
วันศุกร์ ที่ 7 ธันวาคม 2550
การดิ้นรนครั้งสุดท้ายของระบอบ 'อมาตยาธิปไตย'
Posted by กรมหมื่นข่าว
โดย คุณเรืองยศ จันทรคีรี
ที่มา นสพ.โลกวันนี้
6 ธันวาคม 2550
เข้าใจกันว่าเบื้องหลังการยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 ได้ถูกปอกเปลือกออกมาเรื่อย ๆ ประชาชนรับรู้ข้อเท็จจริงสูงกว่าการคาดหมาย รู้ความจริงของคณะบุคคลที่เข้าร่วมก่อการครั้งนั้น
ข้ออ้าง 4 ประการ ทั้งกรณีก่อให้เกิดความแตกสามัคคีของคนในชาติ การแทรกแซงองค์กรอิสระ หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ 3 ข้อนี้ถูกตีตกเวทีไปเรียบร้อยหมดสิ้น เหลือข้อสุดท้ายในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน คอร์รัปชันโกงกิน ก็ดูท่าทางว่าชักลำบากที่จะพิสูจน์ความผิดตามกระบวนการยุติธรรม ล้วนแต่มีแนวโน้มเป็นสมมุติฐานกล่าวหาเท่านั้น คือตั้งข้อกล่าวหาเอาไว้ก่อน จากนั้นออกข่าวโจมตีไปทางสื่อต่าง ๆ แม้กระทั่งสร้างสื่อของตัวเองขึ้นมารับใช้ภารกิจ ...
เพราะการก้มหน้า กระทำหน้าที่เกินความเป็นคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ แต่ลึกถลำเข้าสู่สภาพการเป็นเครื่องมือกำจัด และกวาดล้างอำนาจเก่าเท่านั้นเอง สภาพความเป็นกลาง และวุฒิภาวะของกระบวนการยุติธรรมที่แทบไม่มีอยู่ มันย้อนศรเปลี่ยนมาเป็นเรื่องลดและทำลายความน่าเชื่อถือของ คตส. เสียเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ คตส.คงไม่เคยคาดถึงมาก่อน!
โดยภาพรวม ๆ ของ คตส.ที่ถูกมองเบี่ยงเบนไป ทำให้ประชาชนชักจะแยกแยะไม่ออกว่า อะไรบ้างเป็นของจริง? หรือ อะไรบ้างที่เป็นเรื่องกล่าวหาลอย ๆ ปราศจากหลักฐาน? พอนาน ๆ ไปก็กลายเป็นความเคยชิน โดยเฉพาะภาพของ คตส.แทบกลายเป็นทัพหน้าของ คมช.ตามความรู้สึกของสาธารณชนในอีกด้านหนึ่ง
ภาพพจน์เช่นนี้ถูกหล่อหลอมขึ้นมาอย่างไม่ได้ตั้งใจ เป็นผลผลิตสะท้อนมาจากความไม่เข้าใจในกระบวนการใช้อำนาจ เพราะอารมณ์ความรู้สึกเชิงอัตวิสัยที่เห็นอำนาจเป็นธรรม เป็นความถูกต้อง
สภาวะเช่นนี้ได้เป็นธรรมชาติของการกัดกร่อนทำลายตัวเอง คล้าย ๆ การฝังความรู้สึกแบบเด็กเลี้ยงแกะให้เกิดขึ้น จนกระทั่งอาจตะโกนบอกความจริงก็ไม่มีใครเชื่อถือแม้แต่น้อย!
ถ้าเรื่องราวสิ้นสุดเพียงนิทานเด็กเลี้ยงแกะ คงนับว่าดีไม่น้อย แต่การขยายความรู้สึกของสาธารณชนได้ถูกแรงเหวี่ยงผลักไปข้างหน้า จนเกิดความเชื่อเป็นนิทานเรื่องใหม่คือ “หมาป่ากับลูกแกะ” ผสมกับเรื่องราวของศรีธนญชัย หรือเซียงเมี่ยงตามภาษาอีสาน
ภาพพจน์เช่นนี้ กลายเป็นสิ่งหลอกหลอนประชาชน ลอยวนเหนือองค์กรและข้อมูลข่าวสาร ที่ปลิ้นหลุดมาจาก คตส. อยู่เป็นนิจศีล กระทั่งสรุปลงท้ายภาพของ คตส.ก็ถูกเนรมิตไปโดยอัตโนมัติ ให้ถูกมองไปเหมือนองค์กรอัลคาโปนหลุดโลก แล้วยิ่งพยายามจี้ข่าวสารออกมาในช่วงใกล้เลือกตั้ง 23 ธันวาคม 2550 มันจึงช่วยอะไรได้ยากที่ คตส.ต้องถูกมองว่า เป็นหนึ่งในเครื่องมือหลักที่คอยกระทำหน้าที่เรียงหน้าดิสเครดิต สกัดคะแนนนิยมของพรรคพลังประชาชน?
แผลจาก คตส.นี้ ยังขยายฉีกออกไปกว้างคล้ายผิวเปลือกโลกใต้ทะเลเกาะสุมาตรา มันกระทบไปเป็นส่วนเดียวกับ คมช. และองคาพยพทุก ๆ เครือข่ายเท่าที่มีอยู่มาก่อนหน้า หรือจัดตั้งขึ้นมาใหม่ในภายหลัง ปรากฏการณ์ทั้งหมดทั้งสิ้นได้ถูกสาธารณชนสรุปออกมาว่า “คมช.และเครือข่ายทุกองคาพยพนั้นเอง กลายเป็นต้นตอแห่งความแตกแยกขัดแย้งในสังคมไทย”
ฉะนั้นข้ออ้างและอรรถาธิบายใด ๆ ที่พลเอกสมเจตน์ บุญถนอม ผู้อำนวยการสำนักงานเลขาธิการ คมช. ได้ทำหนังสือชี้แจงไปหา กกต. ชี้ให้เห็นเหตุผลว่า “คมช.มีภารกิจที่สืบเนื่องมาจากการปฏิรูปการปกครองเพื่อให้เกิดความมั่นคง” เอกสารลับ คมช.คือผลผลิตสืบเนื่องจากต้นตอนี้ มันจึงเป็นเพียงข้ออ้าง หรือการแก้ต่าง ที่ฟังแล้วชอบกล?
การชี้แจงและแก้ต่างที่ฟังไม่ขึ้นของ คมช. จากทรรศนะและมุมมองของผมเองนั้น เห็นว่ามันยังสัมพันธ์กับพื้นฐานใหม่ทางการรับรู้ในกลุ่มประชาชน ซึ่งถูกยกระดับพัฒนาขึ้นสู่อีกคุณภาพ และเนื้อหาที่ไม่เหมือนเมื่อ 15 เดือนก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง!!
สภาวะความจริงที่เคลื่อนไหวมาถึงจุดนี้เป็นสิ่งที่ฝ่าย “อำนาจใหม่” หลงเหลิง และไม่ได้ประเมินสำรวจตรวจสอบนับจากการขึ้นเถลิงอำนาจของฝ่ายตนเอง ... เพราะการรับรู้ของสาธารณชนในขณะนี้ ไม่มีความเชื่อนิยามการแก้ไขปัญหาความมั่นคงแห่งรัฐที่ คมช.เคยหยิบยก เป็นเหตุผลให้ตัวเองมีความชอบธรรมต่อการยึดอำนาจรัฐครั้งที่ผ่านมา สาธารณชนล่วงรู้ว่าเหตุผล 4 ข้อที่ได้แถลงออกมานั้น เป็นเพียงเหตุผลอำพราง อำพรางความขัดแย้งที่แท้จริง ซึ่งเป็นขั้วเกลียวระหว่างอำนาจอาญาสิทธิ์ของมหาอมาตย์ ที่อ้างอิงวาทกรรมอุดมการณ์พระมหากษัตริย์ กับขั้วของอำนาจอื่น ๆ ที่ไม่เห็นด้วยกับอำนาจอมาตยาธิปไตยที่มีข้อกังขาเรื่องความจงรักภักดี?
พูดง่าย ๆ อีกความก็คือ ประชาชนทั้งในเมืองลึกลงไปจนสู่รากหญ้า เริ่มจับกระแสของความจริงที่อยู่เบื้องหลังได้ กระแสนี้ต่างหากที่ฝ่าย คมช.และเครือข่ายอำนาจใหม่ ไม่เข้าใจว่ามันเป็นพลังพื้นฐานที่สั่นคลอนตัวเอง
ประชาชนเริ่มจับโกหกของวาทกรรมต่างๆได้ แม้กระทั่งการมองไปเห็นว่า กลุ่มก้อนที่ชอบย้ำและโฆษณาสร้างคะแนนนิยมให้แก่ตัวเอง อ้างอิงอุดมการณ์ความจงรักภักดี อ้างอิงพระราชอำนาจ ... แต่แท้จริงนั้นมีวัตถุประสงค์อะไรกันแน่? มีความบริสุทธิ์ใจอย่างแท้จริงต่อเบื้องสูงหรือไม่?
ภาวะวิสัยที่เปลี่ยนแปลงในกลุ่มประชาชนส่วนใหญ่ ได้กำหนดการรับรู้ทางข้อมูลใหม่ มันสร้างทัศนคติให้เจตนารมณ์แห่งการยึดอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549 ถูกตั้งคำถามพลิกกลับด้าน แล้ว
เจตนารมณ์ดั้งเดิมที่ถูกแถลงออกมาของ คมช. ก็กลายเป็นเรื่องท้าทายความเป็นจริง กับความถูกต้องทั้งมวลที่อยู่เบื้องหลังกิจกรรมการรัฐประหาร!
เมื่อสังคมได้ปรับเปลี่ยนสภาวะแห่งการรับรู้ใหม่ อำนาจของ คมช. ที่กล่าวกันว่า มีความจำเป็นจะต้องใช้อำนาจในการป้องปรามมิให้มีการทำลายความสงบเรียบร้อย และความมั่นคงของประเทศ ...
อำนาจตรงนั้นจึงถูกตรวจสอบโดยสามัญสำนึกของสาธารณะ ดำเนินไปอย่างเงียบ ๆ แบบปากต่อปาก แต่ทรงพลัง และมีผลอย่างรวดเร็วเหลือเกิน? ปรากฏการณ์นี้เองที่ คมช.ไม่เข้าใจ พิศวงงงงวย
จนลงท้ายพลเอกสมเจตน์ บุญถนอม ในฐานะผู้ขันอาสา ได้ออกมาตีโพยตีพายว่า พรรคการเมืองจะรังแก คมช. จะยกเลิก คตส. เมื่อมีโอกาสเข้ามาเป็นรัฐบาล ... แล้วเข้ามาเช็กบิล คิดบัญชีสิ่งต่าง ๆ ล้างแค้น คมช. ซึ่งจะสร้างให้เกิดความแตกสามัคคีของคนในชาติ แม้จะเลือกตั้งเสร็จสิ้นแล้ว แต่บ้านเมืองก็ยังไม่สงบ!
ภายใต้สภาวการณ์ปัจจุบัน เข้าใจได้ว่าจะเป็นการดิ้นรนครั้งใหญ่ และเป็นครั้งสุดท้ายของเครือข่ายอำนาจใหม่ที่เป็นระบอบอมาตยาธิปไตย เราคงเห็นปฏิกิริยากันได้ทั่วไป!
ถือเป็นรายการดิ้นของฝูงนกในแร้ว ดิ้นเรื่อยๆจนกว่าจะขาดใจตายทั้งฝูง!
จาก http://www.ptv.co.th/
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Saturday, December 8, 2007
ข่าวลับเฉพาะเพื่อประชาชน
‘ทักษิณ’แนะพรรคการเมืองตั้งรบ.แห่งชาติ
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์พิเศษกับ "รอยเตอร์" ที่ฮ่องกงเรียกร้องให้ทุกพรรคการเมือง ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ เพื่อสร้างความปรองดองและสามัคคีในประเทศ ทั้งนี้คาดว่า รัฐบาลแห่งชาติ จะมีระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี เพื่อเข้ามาบริหารราชการ และแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ หลังจากนั้นจะมีการยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งใหม่
"แทนที่เราจะมานั่งทะเลาะกัน เราน่าเอาทุกพรรคการเมืองมาคุยกันหลังเลือกตั้ง และร่วมกันสร้างความปรองดองแห่งชาติ โดยการตั้งรัฐบาลแห่งชาติ" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว
โดยอดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวอีกว่า ถ้าทุกคนทำตามแผนนี้อย่างจริงจัง ผมคิดว่าเวลา 2 ปี น่าจะเพียงพอที่จะสร้างความสามัคคี และนำประชาธิปไตยเต็มใบกลับคืนมา แล้วปล่อยให้ประชาชนตัดสินอีกครั้งหนึ่ง
พ.ต.ท.ทักษิณ ยืนยันว่า เขาจะไม่รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีก รวมทั้งจะไม่ลงเล่นการเมืองด้วย แต่จะทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติในด้านอื่นๆ แทน อาทิ ด้านกีฬา สาธารณสุข และการศึกษา "ผมไม่จำเป็นต้องเป็นนายกรัฐมนตรี ผมสามารถทำประโยชน์ให้ประเทศในด้านอื่นๆ ได้มากกว่า" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย(ทรท.) ยังให้ความเห็นว่า ควรจะมีการนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรค ทรท. ที่ถูกคณะตุลาการรัฐธรรมนูญมีคำสั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้ง "ไม่ต้องรวมตัวผมก็ได้ ถ้ากลัวผมจะกลับมาอีก" พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว อดีตนายกรัฐมนตรียังเรียกร้องให้รัฐบาลทหาร และทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ยอมรับการตัดสินใจ ของประชาชน ในการเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค.นี้.
พีทีวี นิวส์
07 ธันวาคม 2550 เวลา 20:11 น
Friday, December 7, 2007
‘ทักษิณ’ ลั่น กลับไทยแน่หลังจัดตั้งรบ.
ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ผู้สมัครส.ส.ระบบสัดส่วนกลุ่ม 7 ได้แถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงกรณีที่ได้โทรศัพท์ข้ามแดนคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้ฝากความห่วงใยมาถึงประชาชนชาวไทย และขณะนี้อดีตนายกฯก็ไม่ได้อยู่ที่ลอนดอน แต่เดินทางมาที่ฮ่องกงเพื่อเจรจาเรื่องที่ดินตั้งสโมสรแมนซิตี้ที่ประเทศจีน ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่าจะกลับประเทศไทยหลังจากมีการจัดตั้งรัฐบาลถึงแม้พรรคพลังประชาชนจะไม่ได้เป็นรัฐบาลก็ตาม โดยเหตุที่ตนยังไม่เดินทางกลับในช่วงนี้เพราะไม่ต้องการสร้างความยุ่งยากและสับสนในสังคม อย่างไรก็ตามพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ยืนยันกับตนว่ากลับมาเมืองไทยจะไม่คิดแก้แค้นฝ่ายที่สร้างความเดือดร้อนจนเป็นเหตุให้ต้องจากบ้านจากเมือง
ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้พูดกับตนว่าการที่ต้องจากเมืองไทยไปอยู่ต่างแดนถือว่าเป็นเรื่องที่โชคดีเพราะทำให้มีเวลาคิดทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเคยทำว่าอะไรที่ไม่ถูกไม่ควรหรือไม่แต่ก็ยืนยันว่าไม่มี ซึ่งหากมองอีกมุมหนึ่งอาจเป็นเพราะชาติปางก่อนเคยทำเรื่องไม่ดีเอาไว้ พร้อมกันนี้พ.ต.ท.ทักษิณยืนยันว่าหากกลับเมืองไทยจะไม่เข้ามาเกี่ยวข้องกับการบริหารบ้านเมืองอีก ซึ่งร.ต.ท.เชาวริน ยังกล่าวอีกว่า อดีตนายกฯ ปรารภว่าอยากกลับมาสอนหนังสือ
นอกจากนี้ร.ต.ท.เชาวริน ได้กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณได้บอกว่าถือเป็นเรื่องโชคดีที่ได้ไปใช้ชีวิตอยู่ต่างแดนเพราะทำให้มีโอกาสเป็นเจ้าของสโมสรฟุตบอลในอังกฤษเป็นคนที่ 2 ของโลกซึ่งหลังจากนี้อดีตนายกฯมีโครงการว่าจะไปตั้งสโมสรแมนซิตี้ที่จีน ตะวันออกกลางและสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมกับที่ประเทศอังกฤษแล้วจะมีทั้งหมด 4 ทีมโดยจะมีสมาชิกทั้งหมด 10 ล้านคน.
พีทีวี นิวส์
07 ธันวาคม 2550 เวลา 12:45 น.
‘สมัคร’ ย้ำชัดหลังเลือกตั้ง ‘ทักษิณ’ ต้องกลับบ้าน
ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ยโสธร วันนี้ (7 ธ.ค. 50) นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน พร้อมคณะ เดินทางลงพื้นที่หาเสียง ช่วยนายบริภัทธ์ วงษ์ไกร และนายประยุทธ นิจพานิชย์ ผู้สมัครพรรคพลังประชาชน เขตเลือกตั้งที่ 1
ทั้งนี้หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ได้ออกเดินรณรงค์หาเสียงในตลาดสดเทศบาลเมืองยโสธรในช่วงเช้ามืด ทำให้ตลาดสดเทศบาลเมืองยโสธรคึกคักเป็นพิเศษ ภายหลังจากที่พ่อค้าแม่ค้าและประชาชนทราบข่าวว่าหัวหน้าพรรคพลังประชาชนจะเดินทางมาหาเสียง ต่างก็เฝ้ารอดู รวมทั้ง มอบดอกไม้และผ้าขาวม้าผูกเอวตลอดจนถ่ายภาพไว้เป็นที่ระลึก
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในระหว่างที่นายสมัคร เดินหาเสียงในตลาดแม่ค้าและผู้คนที่จับจ่ายซื้อของต่างร้องตระโกนให้กำลังใจเป็นช่วงๆ โดยขอให้นายสมัคร ได้เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อชาวบ้านระดับรากหญ้า
ภายหลังเดินหาเสียงในตลาดสดเทศบาลเมืองยโสธรเสร็จสิ้นลง นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชนได้ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว ถึงกระแสการตอบรับของประชาชนในภาคอีสานว่า การตอบรับจากประชาชนนั้นไม่ใช่มีแต่ที่จังหวัดยโสธรเท่านั้น ที่จังหวัดอื่นๆ ก็เหมือนกันหมด เพราะนโยบายที่ผ่านมาทำไว้ดีอยู่แล้วเพราะประชาชนเขารู้ ซึ่งถ้าไม่ดีพรรคอื่นไม่นำไปพิมพ์เป็นแผ่นๆ และใช้หาเสียงหรอก
“ที่ผ่านมายังมาโจมตีว่าเป็นนโยบายประชานิยม แต่กลับนำไปใช้ในการหาเสียง ดังนั้นหากพรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาลในการเลือกตั้งในครั้งนี้ ตนจะนำนโยบายที่ทำมาเมื่อ 5 ปีก่อนมาใช้ตามเจตนา ดีแล้วที่มีการเลือกตั้งเพราะจะได้นำอดีตนายกรัฐมนตรี คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมาแต่ไม่ใช่กลับมาเป็นนายกฯ แต่กลับมาเพื่อขึ้นศาล ซึ่งใครได้เป็นรัฐบาลหลังเลือกตั้ง ก็ต้องพา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรกลับมาเหมือนกัน เพื่อขึ้นศาลตามที่ถูกกล่าวหาอยู่ในขณะนี้ ดังนั้นหลังเลือกตั้งแล้ว คุณทักษิณฯ กลับมาอย่างแน่นอนแต่ก็ต้องมาขึ้นศาลก่อน” นายสมัครกล่าว
ส่วนการแก้ปัญหาให้กับประชาชนในภาคอีสานนั้น หัวหน้าพรรคพลังประชาชนกล่าวว่า ที่สำคัญคือแหล่งน้ำซึ่งหากตนได้เป็นรัฐบาลจะทำคลองส่งน้ำให้เข้าทุกพื้นที่ ซึ่งต้องเริ่มที่จังหวัดหนองคายจากแม่น้ำโขงเป็นต้นมา และต้องใช้เวลา 5 ปี ถึงจะเสร็จเรียบร้อยดังนั้นหากพรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาลตนจะดำเนินการทันที
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่านอกจากนายสมัครจะเดินหาเสียงช่วยเขตเลือกตั้งที่ 1 แล้ว หัวหน้าพรรคพลังประชาชนจะเดินทางไปเปิดเวทีปราศรัยที่อำเภอกุดชุมในเขตเลือกตั้งที่ 2 ช่วย ช่วยผู้สมัครของพรรคพลังประชาชน คือ นายวิสันต์ เดชเสน และ นายพีระพันธ์ พาลุสุข ซึ่งมีร้อยตำรวจเอกเฉลิม อยู่บำรุง ร่วมเดินทางไปปราศรัยในครั้งนี้ด้วย
ทั้งนี้นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน กล่าวในระหว่างการปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.เขต 2 ว่า ขณะนี้มีพรรคการเมืองบางพรรค หาเสียงหลอกล่อประชาชน ว่าจะนำ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศ หากเลือกพรรคของตน ซึ่งมองว่าเป็นการแอบอ้างที่ไม่เหมาะสม ตนดูพฤติกรรมการหาเสียงแล้วช่างน่าขำจริงๆ เป็นตลกการเมืองไปเลย มาวันนี้ประชาชนเขารู้ทัน กลับมาชูอดีตนายกทักษิณฯ หาเสียงน่าตาเฉย
ทั้งนี้นายสมัคร ยังยืนยันว่าพรรคพลังประชาชนไม่ได้นำประเด็นการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี มาหาเสียงเพื่อหวังให้ประชาชนเลือก แต่เป็นการชี้แจงเกี่ยวกับอดีตนายกรัฐมนตรีที่ถูกปฎิวัติโดยไม่สมเหตุสมผล เพื่อให้ประชาชนรับรู้ข้อเท็จจริงเท่านั้น
“อย่างไรก็ตามขอยืนยันว่า หากพรรคพลังประชาชนได้เป็นรัฐบาล จะนำอดีตนายกรัฐมนตรีกลับมาสู้คดีต่าง ๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะพ้นโทษไปโดยปริยาย” นายสมัครกล่าว
ด้านร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.สัดส่วนกลุ่ม 6 พรรคพลังประชาชนกล่าวว่า มั่นใจพรรคจะชนะพรรคประชาธิปัตย์โดยเฉพาะในเขตพื้นที่ กทม. เนื่องจากขณะนี้หลายพรรคการเมืองกำลังมีปัญหายกเว้นพรรคพลังประชาชน ซึ่งหลายโพลล์ต่างก็ระบุว่าพรรคพลังประชาชนมาเป็นอันดับ 1 โดยตนเชื่อว่าภายหลังการเลือกตั้ง นายสมัคร จะได้เป็นนายกฯอย่างแน่นอน.
พีทีวี นิวส์
07 ธันวาคม 2550 เวลา 15:15 น.
ศาลอาญาสั่งเชือด ‘ประชัย’ ละเมิดอำนาจศาล
ศาลอาญาอนุญาตให้ปล่อยตัวหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตยชั่วคราว หลังมีคำพิพากษาจำคุก 1 เดือนในความผิดฐานละเมิดอำนาจศาลกรณีให้สัมภาษณ์พาดพิงการพิจารณาตัดสินคดีปั่นหุ้นบริษัททีพีไอของศาล
ศาลอาญา อนุญาตปล่อยตัวนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ภายหลังมีคำพิพากษาจำคุกนายประชัยเป็นเวลา 1 เดือนโดยไม่รอลงอาญาในข้อหาละเมิดอำนาจศาลจากการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนในคดีปั่นหุ้นบริษัททีพีไอ ซึ่งฟังได้ความในทำนองว่าศาลตัดสินคดีจำคุกนายประชัย 3 ปีในคดีดังกล่าวโดยไม่รอลงอาญา เนื่องจากถูกครอบงำจากอิทธิพลของอดีตนายกรัฐมนตรีอีกทั้งใช้คำพูดไม่เหมาะสมในบริเวณศาล โดยศาลพิเคราะห์เห็นว่านายประชัยเป็นผู้มีการศึกษา และมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญในพรรคการเมืองย่อมเป็นผู้มีวุฒิภาวะ จึงไม่เห็นควรให้รอการลงโทษ ซึ่งนางอรพิน เลี่ยวไพรัตน์ ภรรยานายประชัยได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นเงินสด 20,000 บาทในการประกัน และขณะเดินทางกลับ นายประชัยมีสีหน้าเคร่งเครียดและทำมือปิดปากไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆเมื่อผู้สื่อข่าวพยายามซักถาม
ล่าสุด ศาลอาญา อนุญาตให้ประกันตัวนายประชัย และปล่อยตัวชั่วคราวแล้วโดยตีราคาประกันตัวชั่วคราวจำนวน 20,000 บาท
พีทีวี นิวส์
07 ธันวาคม 2550 เวลา 17:21 น.
โหรดังฟันธง สมัครนายกฯ
นายลักษณ์กล่าวว่า ดาวพฤหัสเป็นตัวแทนของนักบริหาร แพทย์ นักปราชญ์ มีหน้าที่บริหารบ้านเมือง ระหว่างวันที่ 22 ต.ค.49-26 พ.ย.50 โคจรอยู่ในมุมมรณะ จากนักบริหาร หมอกลายเป็นโจร หมายความว่าคิดผิด ทำผิด บุคคลสำคัญเจ็บป่วย มีการสูญเสีย มีรัฐธรรมนูญที่ไม่ถูกต้อง สำหรับการเมืองนั้น ดวงนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ลัคนาอยู่ในราศีกรกฎ เกิดต่างประเทศ เมื่อเปรียบเทียบกับดวงบุคคลสำคัญแล้ว ไม่ยิ่งใหญ่ ฉะนั้น จึงไม่มีความเป็นพระเอกขี่ม้าขาว เช่นไม่เคยทำธุรกิจแล้วประสบความสำเร็จ มีแต่ หล่อ อย่างอื่นไม่มี ดวงนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ลัคนาอยู่ในราศีเมษ พื้นชะตาพอจะดีบ้างแต่ถูกดาวเสาร์ทับ พฤหัสให้คุณ แต่ยังไม่เด่น ส่วนดวงนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ลัคนาอยู่ในราศีมังกร ดาวพฤหัสเป็นวินาศกับนายสมัคร ถือเป็นเทวีโชค มีกำลังหนุนทางลับ ฟันธงเลยว่า พรรคพลังประชาชนจะได้รับการเลือกตั้งมากที่สุดล้านเปอร์เซ็นต์ นายสมัครจะได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี และจัดตั้งรัฐบาลพรรคเดียว โดยอยู่บนพื้นฐานของความขัดแย้งที่น่ากลัว รัฐบาลจะอยู่ได้ไม่นาน
โหรฟันธงกล่าวต่อว่า สิ่งที่นายสมัครต้องระวังที่สุดคือ เรื่องสุขภาพและปาก ดังนั้น นายสมัครควรจะเปลี่ยนบุคลิกเป็นในลักษณะสมานฉันท์ อย่างไรก็ตาม ตนเป็นห่วงว่า ปี 51 นี้จะเกิดการนองเลือดเพราะความทุเรศทุรัง เพราะรัฐธรรมนูญเกิดในเกณฑ์มรณะ หลายคนไม่เห็นชอบด้วย ความไม่ชอบธรรมจะเกิดขึ้นมากมาย เลือกตั้งแล้วจะมีปัญหากับ กกต.หรือไม่ ที่สำคัญเลือกตั้งไปแล้วจะมีคนบางกลุ่มไม่ยอมรับกติกาของรัฐธรรมนูญ รวมกลุ่มประท้วงแล้วจะเกิดปะทะกับอีกกลุ่ม จะเกิดนองเลือด ประชาชน ข้าราชการไม่ควรแบ่งฝักแบ่งฝ่าย ควรอยู่ในฝ่ายของพระเจ้าอยู่หัว โดยใช้คาถา “จงรักภักดี แทนคุณแผ่นดิน” แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น
ด้านนายภิญโญ พงศ์เจริญ กล่าวว่า ดาวพฤหัสโคจรเข้าสู่ศุภราศีเกษตร จะมีความมั่นคงและมีความสันติสุข มีพิธีการทางศาสนาสำคัญๆ เกิดขึ้น การศึกษามีการพัฒนาขั้นสูง การท่องเที่ยวจะดีขึ้น การติดต่อสื่อสารระหว่างประเทศ การค้าระหว่างประเทศจะดีขึ้น แต่การดีนั้นจะเป็นแบบชนิดรีบเร่งแบบวิปริต ช่วงวันที่ 21 เม.ย. 51 ถึง 25 มิ.ย. 51 หลังจัดตั้งรัฐบาลแล้วจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเกิดขึ้น อาจมีการปรับ ครม. และหลังวันที่ 4 ธ.ค. 51 ดาวพฤหัสจะโคจรสวนทางกับราหูในราศีมังกรในวันที่ 5 ก.พ. 52 จะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ เช่น การยุบสภา สิ่งที่น่าพิจารณาในปี 51 คือการเกิดคราส 4 ครั้ง ครั้งแรกเกิดในราศีมังกร เกิดสุริยคราสในวันที่ 7 ก.พ. 51 ครั้งที่ 2 เกิดวันที่ 21 ก.พ. 51 เวลา 10.32 น. ราศีสิงห์ ครั้งที่ 3 สำคัญมาก คือเกิดวันที่ 1 ส.ค. 51 เวลา 17.14 น. แนวคราสจะพาดผ่านพระจันทร์ ดวงเมืองจะเกิดการสูญเสีย เกิดความเศร้าสลดครั้งใหญ่ในบ้านเมือง และครั้งสุดท้ายจันทรุปราคาเกิดวันที่ 21 ส.ค.51
ขณะที่นายพัฒนา พัฒนศิริ กล่าวว่า ในปี 2551 นี้ดาวพฤหัสเดินดีไม่ถึง 2 เดือน นอกนั้นจะเดินเลอะเทอะ ในแง่ดีดาวพฤหัสเป็นเกษตรในราศีธนู อสังหาริมทรัพย์ บ้าน จะกระเตื้องขึ้น ที่ดิน รถไฟฟ้า บัตรเครดิตจะเฟื่องฟู ส่วนที่ไม่ดีคือภาพรวมทางเศรษฐกิจ จะเกิดหนี้ต่างประเทศมากขึ้น ด้านนายขุนทอง อุสนี ณ อยุธยา กล่าวว่า ตามศาสตร์ของไพ่ยิปซี ปี 51 อสังหาริมทรัพย์ การท่องเที่ยวจะดี แต่จะมีการจากไปของบุคคลสำคัญ คนที่เกิดราศีเมษและสิงห์ ดวงจะตก ส่วนดวงเฮงคือคนที่เกิดราศีพฤษภและเมถุน
จาก
http://www.thairath.co.th/offline.php?section=hotnews&content=70854
7 ธ.ค. 50
หาก พปช. ได้เสียงข้างมากและเป็นรัฐบาล จะไม่มีรัฐประหารและไม่มีการนองเลือด...
ในห้วงเวลานี้...มีบุคคลหลายวงการเช่น ทหาร ผู้นำทางความคิดเช่น ระพี นิธิ สุริยะใส รวมทั้งอภิสิทธิ์ สุเทพ ได้ออกมาประสานเสียงว่าถ้าอำนาจเก่ากลับมาสังคมไทยจะแตกแยก ขัดแย้ง อาจมีการรัฐประหารและเกิดนองเลือดขึ้นได้ ซึ่งเป็นไปตาม ยุทธการสร้างความกลัวแก่ประชาชนตามที่ระบุในเอกสารลับของ คมช....... |
Thursday, December 6, 2007
สมัคร สุนทรเวช 'ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง'

ถ้าเราดูย้อนไปไกลกว่านั้น ปี 2540 บ้านเมืองมีวิกฤตการณ์ทางการเงินใครเป็นคนทำผมไม่อยากแกะสะเก็ด ให้เสียเวลา เพราะว่าเมื่อเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมือง พรรคการเมืองซึ่งมีโอกาสได้ตั้งพรรคการเมืองหลายครั้ง หลายหนนั้นได้มีโอกาสบริหารบ้านเมือง 3 ปีติดต่อกัน แต่แก้ไขปัญหาบ้านเมืองที่ติดพันอยู่ไม่ได้ ปัญหาทางการเงิน ที่เราต้องกู้เขามา 4 แสนล้านจาก IMF
ใครทำพัง
ที่ทำเอาชาติบ้านเมืองพังมาแล้ว
คุณบุญชูได้ให้สัมภาษณ์พิเศษหนังสือ แทบลอยด์ ไทยโพสต์ ไว้เมื่อวันที่ 16 ธันวาคม ปี 2543 เวลาล่วงเลยมาแล้ว 7 ปี หลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจการเงินมา 3 ปี
เริ่มต้นที่ว่าฝุ่นเริ่มหายตลบ ทุกฝ่ายกลับมาทบทวนความเสียหายทางเศรษฐกิจประเทศ ต้นตอมาจากไหนกันแน่ คุณบุญชูสรุปไว้ได้น่าฟังว่า "ปัญหาที่เกิดขึ้นกระทบกับธุรกิจ ที่ไปกู้ยืมเขามา ยกตัวอย่างกรณี คุณประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ตอนกู้มาเหรียญละ 25 บาท จู่ๆเราปล่อยให้ค่าเงินตราลอยไปที่ 40-50 บาท เขาต้องขาดทุนมหาศาล...ผิดที่เขาหรือ"
"6-7 ปีที่แล้วไม่เคยได้ยินคำว่า เอ็นพีแอล จู่ๆไปเอามาตรฐาน บีไอเอส มาจาก ไอเอ็มเอฟ ซัดกันใหญ่ใครจะไปอยู่ได้ ต้องสำรอง ต้องตัดบัญชี เคยมีกำไรอยู่ก็ขาดทุน แล้วมาบังคับ ให้ชำระหนี้ตามกำหนด ต้องหาเงินส่งออกนอกประเทศอย่างเดียว แม้กระทั่งทุนในตลาด หลักทรัพย์...ใครทำผิด"
"เขามาอ้างบิ๊กจิ๋วทุกเรื่อง อยากจะถามว่าวันที่จิ๋วเขาส่งมอบมีเงินคงคลังเท่าไหร่ เดี๋ยวนี้เหลือ เท่าไหร่ เท่าที่จำได้วันที่รับมอบมีอยู่ 3 แสนกว่าล้าน วันนี้เหลือ 5 หมื่น-6 หมื่นล้าน (ปี 2543) ดีขึ้นหรือเลวลง"
จิ๋วทำหรือใครทำ
"รัฐบาลที่เข้ามาแก้ปัญหาตอนนั้น เป็นรัฐบาลร่วม 6 พรรค...เรื่องสถาบันการเงิน ตอนที่จิ๋ว ส่งมอบยังไม่ได้ปิด แค่หยุดกิจการเพื่อสะสางหนี้ แต่รัฐบาลใหม่เข้ามาปิด 56 สถาบันการเงิน เหลือแค่ 2 แห่ง"
"ประกาศนโยบายแยกหนี้ดีหนี้เสียออกทันที แต่กลับเอาไปดองไว้อย่างนั้น ยังไม่พอ เอาไป ทำเป็นก้อนโตๆ คละกันแล้วขายในราคาถูกอีกต่างหาก"
"ฝรั่งมาซื้อไปหมด คนไทยไม่ได้มีโอกาสแก้ตัวเลยแม้แต่น้อย เสร็จแล้วมีคนไทยที่ไปเข้าหุ้น กับฝรั่งย้อนมาซื้อ ทำกำไร คนได้ประโยชน์ ก็เงียบ ผมเคยเช็กตอนที่เป็นกรรมาธิการผู้แทนฯ ให้ชี้แจงวันรับกองทุนฟื้นฟูมีฐานะอย่างไร มีหนี้เท่าไหร่ เพิ่มขึ้นอย่างไร เหลือทรัพย์สิน เท่าไหร่...เงียบ"
"ไม่ได้มีการปฏิบัติตามนโยบายที่เขียนไว้เลย แม้แต่เรื่องสำคัญที่จะทำอย่างไรให้สถาบันการเงิน กลับมาเริ่มทำหน้าที่ธุรกิจที่กำลังเป็นไข้ ควรให้ธนาคารพาณิชย์รับช่วงอุ้มต่อไป ไม่ควรทิ้ง อย่างที่ทิ้งอยู่เดี๋ยวนี้"
"ที่เอาไปขายก็บังคับขายให้ฝรั่ง ทั้งที่ก่อนหน้านี้พยายามสู้ ให้ลดอิทธิพลฝรั่ง แต่นี่มันย้อนกลับ แล้วมาพูดว่าแบงก์ไม่ร่วมมือ ใครจะร่วมมือ ก็ฆ่าเขานี่"
เฮ้อ คงจะนึกภาพออกว่า ใครเป็นตัวจริงทำเศรษฐกิจพังกันแน่ เท่านั้นยังไม่พอ ถึงคราว เศรษฐกิจหัวคะมำ กระโจนหนี ปัดความ รับผิดชอบเอาดื้อๆ พอเศรษฐกิจทำท่าจะฟื้นก็กระโจน เข้าใส่ เอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น เป็นงานถนัด ถ้ายังไม่ถึงบางอ้อ ก็ไปหาแทบลอยด์ ไทยโพสต์ ที่ผมระบุข้างต้นอ่านดู
แล้วจะเห็นความเนียนของนักการเมืองพรรคนี้.
"หมัดเหล็ก"--จบ--
/////////////////////////////////////////////////
คอลัมน์:คาบลูกคาบดอก
'ในหลวง' ทรงแนะกองทัพวิธีซื้ออาวุธ รถถังล้าสมัย-ใช้งบเยอะ ให้รัฐบาลหน้าเป็นผู้ซื้อ
'ในหลวง' ทรงแนะวิธีซื้ออาวุธ ให้รัฐบาลใหม่เป็นผู้ตัดสินใจเรื่องยุทโธปกรณ์ ส่วนกองทัพบกซื้อรถถังล้าสมัย หากต่อเรือเองก็ให้ต่อเรือขนาดพอเพียงกับการใช้งาน ย้ำกองทัพต้องมีอาวุธติดบ้าง
เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะบุคคลต่างๆ เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา วันที่ 5 ธันวาคม 2550 ณ ศาลาดุสิตาลัย พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ใจความตอนหนึ่งว่า
'เราสร้างเรือ เราสร้างเรือให้พอเพียง เรือตรวจการณ์ใกล้ฝั่ง นั่นน่ะมันไม่พอเพียง มันเล็กเกินไป ยังเล็กเกินไป ก็อาจจะควรใหญ่กว่าหน่อย แต่ถ้าใหญ่เกินไป ไม่พอเพียง ถ้าเล็กเกินไปก็ไม่พอเพียง เรือที่เขาจะทำ เรือดำน้ำ เรือดำน้ำดำลงไป ไปปักเลนเลย เดี๋ยวเขาโกรธเอา ว่าเรือแรงๆ ไป ดำน้ำ ไม่พอ ใครมาเครื่องบิน เห็นแจ๋วเลย ต้องไปจมเลนถึงจะไม่เห็น แล่นๆ ไปปักเลน ถ้าอยากไปที่ๆ ลึก ก็ไปอยู่นอกเส้น ก็รู้สึกว้าเหว่ ไกลกัน ไอ้เรือดูแลใกล้ฝั่งนี่ดีกว่า แต่ลำที่เราสร้างก็ใช้ได้ดีแล้ว แต่ที่ควรจะสร้างต่อไปให้ใหญ่กว่านี้ ใหญ่กว่านี้หน่อย แต่ตอนนี้คงไม่มีเงินแล้ว ต้องใหญ่กว่าหน่อย เพราะว่าถ้าไม่ใหญ่พอ จะไม่สามารถที่จะปฏิบัติการอย่างต่อเนื่อง
นี่พูดกลายเป็นราชการลับ ถ้าพูดราชการลับว่า เรือที่ควรจะซื้อคือเรือของรัสเซีย เรือที่เขาสร้างใหม่ ใหญ่กว่าที่เราสร้างไม่มาก นั่นจะมีประสิทธิภาพสูงสุด ถ้าซื้อของรัสเซียราคาไม่ถึงครึ่งของเยอรมัน ของอเมริกัน อเมริกันก็โกรธแน่เราไปซื้อของรัสเซีย ลองไปดู ลองไปดูเรือของรัสเซีย แต่เขาอาจจะไม่ขายให้ก็ได้ ลงท้ายทำไมทำมาเขาอาจจะขายในราคาแพง แต่ความจริงก็ควรจะขายเรา ขายเรา ไปขอเขาดู มันของรัสเซียดีจริงๆ แต่รู้ไม่ได้เดี๋ยวเขาขายให้เราลำโปเกโปเกก็ได้ เนี่ยพูดความลับราชการ แต่เมืองไทยความลับราชการก็เผยเรื่อย เผยความลับราชการ ก็ไม่รู้ละ ทองแดง ถ้าเผยความลับราชการก็อาจจะดีก็ได้ เพราะว่าความลับราชการก็ไม่ได้เรื่องอยู่ดี ยังไงก็จะทำอะไรก็มาเผยกันหมดก็ได้
ทุกกองทัพ กองทัพเรือ ก็เรือดำน้ำ กองทัพอากาศ ก็มีเรืออะไร สมัยใหม่ แต่เดี๋ยวนี้เกิดจะมาซื้อลำนิดเดียวแต่ราคาแพงเหมือนเราลำใหญ่ แต่ตอนนั้นจะซื้อลำใหญ่ราคานิดเดียวเหมือนลำเล็ก แต่ว่า แต่ก่อนจะซื้อเครื่องบินลำใหญ่ในราคาลำเล็กก็ชอบกลอยู่นะ ก็รัสเซียเหมือนกัน ทำไปทำมาจะซื้อเรือรัสเซีย เรือบินรัสเซีย เราไม่เห็นด้วย แต่จะซื้อเรือน้ำรัสเซียก็น่าใช้ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ก็ชวนกันซื้อเครื่องบิน อย่าซื้อเรื่องบินรัสเซีย ซื้อเรือรัสเซีย ไม่อย่างนั้นจะชนกัน เรือของรัสเซีย เรือน้ำของรัสเซีย เข้าใจว่าดี เรือบินของรัสเซีย เข้าใจว่าใช้ไม่ได้ เพราะไปดู นานๆ ทีได้พบกันก็ต้องปรารภกันว่าอะไรควรจะทำ ไม่ควรจะทำ เรือบิน ก็ตกลงกันแล้วแต่ถึงเวลาได้เรือบินมาน่าจะล้าสมัยแล้ว 2 ปีกว่าจะได้ 2 ปีคงล้าสมัยแล้ว เรือบินไม่ใช่รัสเซีย เรือบินของสวีเดน ก็ดูดีเพราะว่าลำมันไม่ใหญ่ กองทัพบกก็จะไปซื้อรถล้าสมัย ล้าสมัยเหมือนกัน
คนไทยนี่ชอบซื้ออะไรล้าสมัย แต่เอามาเล่นก็ดีเหมือนกัน รถถังล้าสมัย แต่เมืองไทยนี่ใช้รถถังทันสมัยมันใช้ไม่ได้ มันจมเลน จมเลนแล้วก็ ถ้าจมเลนปั๊บมันก็หมดสมัย มันลำบากที่จะซื้อ เดี๋ยวนี้จะซื้อ รัฐบาลก็หมดสมัยแล้ว อีกหน่อยก็หมดสมัย อีกไม่กี่เดือนก็หมดสมัย เอาไว้ให้รัฐบาลใหม่เขาซื้อ รถถัง รถอะไร แต่อย่างนี้แนะนำการซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ที่ประชุมนี้ ที่ประชุมนี้ก็ใหญ่กว่าสมัครสภาฯ นะ มีคนมากกว่า มีคนตั้ง 20,000 คน เขาฟังข้างนอกเขาก็งง เดี๋ยวว่าพูดเรื่องอะไร ยังไงก็ตาม ที่พูดอย่างนี้นะให้เห็นว่าเราต้องคิดดีๆ ว่าจะซื้อ จะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์จะซื้อยังไง รู้สึกว่าท่านก็คงงงหมดแล้วว่าไม่ได้พูดถึงพลเรือน ว่าจะซื้ออะไร มีแต่จะซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ แต่ว่าอาวุธยุทโธปกรณ์ก็ต้องซื้อ ต้องมี เพราะว่าเดี๋ยวนี้น้ำท่วมก็ใช้กองทัพ กองทัพบก กองทัพเรือ กองทัพอากาศ ไปช่วยชาวบ้าน ฟากพวกพลเรือนไม่มีอาวุธที่จะไปช่วยพวกที่เดือดร้อน พวกที่ต้องการใช้ เรียกว่าอาวุธสำหรับช่วยประชาชน ยังไงพลเรือนก็ต้องมีอาวุธละกัน
แต่ก่อนนี้พูดถึงตำรวจ เป็นกองทัพ แต่เดี๋ยวนี้เขาไม่เป็นแล้ว แต่ว่าต้องใช้อาวุธสำหรับช่วยชาวบ้าน คงต้องเลิกพูด เพราะว่าถ้าพูดมากเดี๋ยวท่านก็งอนว่า จะมาใช้เงินเยอะแยะ ไหนๆ เรารวยแล้ว เดี๋ยวนี้เรารวย เงินบาทมีราคาสูง สูงเกินไปก็ใช้ซิ เงินบาทสูงเกินไปก็ใช้ ใช้ในที่ที่ควร ไม่ทราบ เราเดี๋ยวนี้ไม่รู้เรื่อง อาจจะเป็นที่หมอเขาว่า สมองเราฝ่อ แต่เรารู้สึกสมองเราไม่ฝ่อ แต่เขาว่าว่าเราฝ่อ ฟังว่ารัฐบาลหรือเมืองไทย ประชาชน มีเงินเยอะ มีเงินเกิน ก็ใช้สิ เขาหาว่าเราเศรษฐกิจพอเพียง คำว่า พอเพียง ถ้ามีเงินก็ต้องใช้ ไม่ใช่ขี้เหนียว ถ้ามีเงินไม่ต้องขี้เหนียวซื้อไปเถอะอะไรก็ตาม เครื่องบิน เรือ รถถัง ซื้อ ถ้ามีเงินเยอะ ก็ถือว่าสนับสนุนให้จ่าย เดี๋ยวนี้เขา ในหนังสือพิมพ์เห็นรึเปล่า ว่าเขาสนับสนุนให้จ่าย ถ้ามีก็จ่าย แต่ถ้าไม่มีก็ระงับหน่อย'![]()
จาก http://www.hi-thaksin.org/index2.php







