WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 24, 2007

ทักษิณกลับไทยแน่รอพปช.ตั้งรัฐบาล


ทักษิณ บอกผ่านสื่อนอก กลับไทยแน่ รอตัดสินใจหลัง พปช.ได้ตั้งรัฐบาล

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานอ้างคำให้สัมภาษณ์ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งติดตามสถานการณ์การเลือกตั้งทั่วไป อยู่ที่เกาะฮ่องกง ว่า ทันทีที่มีการจัดตั้งรัฐบาลโดยพรรคพลังประชาชนได้เป็นผลสำเร็จ จะตัดสินใจทันทีว่าจะประเทศไทยเมื่อใด และในช่วงเวลาใด ซึ่งอาจเป็นราวกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2551 ตามที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ผู้สมัคร ส.ส.ในระบบสัดส่วนของพรรคพลังประชาชน ที่เคยกล่าวไว้ในการปราศรัยหาเสียงช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง

สำนักข่าวต่างประเทศทั่วโลก ได้เกาะติดรายงานความเคลื่อนไหวข่าวการเลือกตั้งในไทยหลังการยึดอำนาจ อย่างต่อเนื่อง โดยอ้างอิงรายงานผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ที่ระบุว่า เป็นเรื่องลำบากของพรรคพลังประชาชนซึ่งได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งจะจัดตั้งรัฐบาล เพราะต้องหาพรรคร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม ซึ่งต้องจับตากันต่อไปว่าพรรคใดจะจับมือร่วมกับพรรคพลังประชาชน

สื่อต่างประเทศยังรายงานการประกาศชัยชนะของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่ประกาศชัดเจนว่า จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไปของประเทศไทยอย่างแน่นอน พร้อมกับให้ข้อมูลว่า ภายหลังทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โทรศัพท์มาแสดงความยินดีกับชัยชนะในครั้งนี้ พร้อมกับยินดี เชิญพรรคการเมืองที่สนใจเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล

ขณะเดียวกันได้รายงานข่าวที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งได้รับคะแนนเสียงได้ที่นั่งส.ส.เป็นอันดับ 2 ที่ออกมาประกาศว่า จะไม่จับขั้วจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนอย่างแน่นอน พร้อมกับระบุว่า พร้อมจะจัดตั้งรัฐบาลหากพรรคพลังประชาชนไม่สามารถจัดตั้งได้

ทั้งนี้ สื่อต่างประเทศ ยังวิเคราะห์ถึงชัยชนะของพรรคพลังประชาชนว่า อาจจะเป็นเพราะการชูนโยบายที่จะนำตัวอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณกลับประเทศ พร้อมกับนิรโทษกรรมอดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ทั้ง 111 คนด้วย.

คำต่อคำ‘สมัคร-อภิสิทธิ์' ท่าทีจัดตั้งรัฐบาล

"วันนี้ถือเป็นสิ่งที่บอกว่าใครทำอะไรไม่เหมาะ ก็ต้องคิดให้ดี"

- สมัคร สุนทรเวช

ผมขอขอบคุณประชาชนทุกคนทั่วประเทศที่ลงคะแนนให้พรรคซึ่งยอด 480 คะแนน ที่เราได้เวลานี้ประมาณ 229-230 ขาดอีกเพียง10 คะแนน ก็จะถึงครึ่ง เมื่อเป็นเช่นนี้พรรคพลังประชาชนก็ได้คะแนนสูงสุดเกือบจะถึงครึ่ง ซึ่งคนที่ได้คะแนนมากที่สุดก็จะได้จัดตั้งรัฐบาลและผมขอประกาศเชิญชวนทุกพรรคการเมืองที่คิดว่าสามารถทำงานด้วยกันได้เข้ามาทำงานเพื่อประเทศชาติและให้ชาติบ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ซึ่งหากรวมกันได้ใกล้300ที่นั่ง ก็จัดตั้งรัฐบาลดำเนินการบริหารบ้านเมืองได้ ขอพูดอีกครั้งว่าพรรคพลังประชาชนประกาศเชิญทุกพรรคให้มาร่วมงานทางการเมือง เมื่อมีคนยึดอำนาจประชาชนอดทนรอมา 15 เดือน มีการร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ มีการเลือกตั้ง และผลก็ออกมาแล้วผมในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชนขอขอบคุณที่ประชาชนตัดสินในวันนี้ ให้คนไทยและคนทั้งโลกแลเห็นว่าประชาชนคิดอย่างไรกับพรรคนี้

- หากพรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลได้นายสมัครพร้อมเป็นนายกรัฐมนตรี

ผมต้องเป็นแน่นอนตนได้ครึ่งหนึ่งคือ 240 ที่นั่ง ถ้ามี 3-4 พรรคมาร่วมกันสัก 270-280 ที่นั่งก็เป็นรัฐบาลได้ ก็เป็นเรื่องธรรมดาที่ทั่วโลกทำกัน อย่างไรก็ตาม ได้ติดต่อไปแล้วและหลายพรรคยังมีเวลาอีกหลายวันต้องรอให้กกต.ประกาศผลก่อนและท่านก็บอกว่าจะประกาศได้ต้นปี จะไม่รอถึง 30 วัน และต้องขอบคุณกกต.ทั้ง5 คนที่ทำให้มีการเลือกตั้งในวันนี้ แม้มีคนพยายามฉุดกระชากไม่ให้มีการเลือกตั้ง ซึ่งพรรคพลังประชาชนก็โดนมรสุมเช่นกัน อย่างไรก็ดีต้องขอขอบคุณที่กำหนดให้มีการเลือกตั้งโดยไม่มีอะไรมาวอแว ขอบคุณที่ทำหน้าที่ได้ดีเยี่ยมเชื่อว่าสื่อต่างประเทศ และองค์กรต่างๆที่มาสังเกตุการณ์การเลือกตั้งจะได้เห็นการควบคุมการเลือกตั้งที่เป็นไปอย่างเรียบร้อย

- หากพรรคประชาธิปัตย์อ้างสิทธิ์เรื่องเสียงส.ส.ในกทม.มาตั้งรัฐบาลแข่ง

ก็คงต้องให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นคนพูดแล้วกัน

- ชัยชนะครั้งนี้เป็นของพรรคพลังประชาชนหรือของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรอดีตนายกรัฐมนตรี

เป็นชัยชนะของประชาชนประเทศนี้ที่เสียอิสรเสรีภาพเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 โดยไม่มีเหตุอันควร และวันนี้ถือเป็นสิ่งที่บอกว่าใครทำอะไรไม่เหมาะก็ต้องคิดให้ดี

- มีการเรียกหัวหน้าพรรคชาติไทยและหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินไปพบที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ข้อเท็จจริงคือผู้สื่อข่าวต้องหามารายงานให้ประชาชนทราบ

- เมื่อตั้งรัฐบาลแล้วจะมีนโยบายอย่างไรต่อพ.ต.ท.ทักษิณ

ไม่ต้องเขียนนโยบายพ.ต.ท.ทักษิณ บอกใครต่อใครว่า ไม่ว่าใครจะเป็นรัฐบาลเมื่อการเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้วบ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ พ.ต.ท.ทักษิณก็จะกลับมาสู้คดี

- จะใช้เวลากี่วันถึงจะบอกได้ว่ามีพรรคใดเป็นพรรคร่วมรัฐบาลบ้าง

กกต.ก็บอกแล้วจะใช้เวลาน้อยกว่า 30 วันก็ต้องให้เวลาท่าน

- มั่นใจหรือไม่ว่าจะได้จัดตั้งรัฐบาลได้

มีอะไรที่ทำให้ไม่มั่นใจเราได้คะแนนเกือบจะถึงครึ่ง

- จะมีพรรคร่วมรัฐบาล 2 หรือ 3 พรรค

จำนวนมากพอที่จะทำให้แข็งแรง

- ได้โทรศัพท์พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่

ผมเป็นคนไม่โทรหา แต่ท่านได้โทรหาคนที่ติดต่อด้วยแล้วยื่นให้กับผมและบอกว่า ขอแสดงความยินดีกับคุณสมัครด้วยจริงๆ

- มีหลักการเงื่อนไขอะไรให้พรรคการเมืองมาร่วมด้วย

ขณะนี้เหลือเวลาอีกมากพอที่จะพูดเดรื่องเงื่อนไข ซึ่งเขายังไม่พูดตอนนี้ เขาจะมาตกลงกันก่อนว่า เอาหรือไม่เอาเท่านั้นเอง

- กังวลหรือไม่จะตั้งรัฐบาลไม่ได้

มันมีเวลาอีกตั้งเดือน

- ทำไมต้องใช้เวลานานขนาดนั้น

ก็กกต.เขาต้องการ เราต้องให้เวลาท่าน แต่ท่านจะพยายามไม่ใช่เดือน จะใช้ถึงวันที่ 3 ม.ค. ท่านว่าอย่างนั้น ดังนั้น ยังมีเวลาวันนี้เพิ่งวันที่ 23 ธ.ค.อย่างน้อยอีกต้อง10 วัน

- ไม่กลัวเขาแย่งจัดตั้งรัฐบาลก่อนหรือ

เขาไม่อายหรือ ได้น้อยแย่งคนแย่งมาก เขาไม่อายหรือ (เสียงปรบมือชอบใจ)

- จะตั้งรัฐบาลแห่งชาติไหม

ไม่ได้ รัฐบาลแห่งชาติไม่มีฝ่ายค้าน

- ถ้าเป็นนายกฯ และจะประสานงานกับ พล.อ.เปรมได้หรือไม่

มันเกี่ยวข้องอะไร และประธานองคมนตรีกับนายกฯ มันเกี่ยวข้องอะไร

- ต้องมีการประสานงานร่วมกันไม่มีเลย ๆ

ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเลย

- สิ่งแรกที่ท่านจะทำหลังจากจัดตั้งรัฐบาลได้แล้ว

ผมก็เรียกประชุมคณะรัฐมนตรี (กองเชียร์หัวเราะ) ก็ไปแถลงนโยบายในสภา ไม่ใช่มาแถลงต่อหน้าสื่อมวลชนตรงนี้

- มั่นใจได้อย่างไรว่า พรรคอื่นจะเข้าร่วมกับ พปช.

แล้วทำไมถึงคิดว่า เขาจะไม่มั่นใจ

- เพราะอาจมีปัจจัยอื่นเรารอดูก่อน

ยังมีเวลา

- เสียงที่จะเป็นรัฐบาล 280 เสียง

ก็ต้องไปนับดูว่ามีพรรคไหน แต่ตัวเลขมันยังไม่จบ

- มีพรรคไหนตอบรับมาบ้าง

เขาไม่บอก เรื่องพรรค์อย่างนี้ เขาไม่มาเปิดตรงนี้

- แต่มั่นใจว่า พปช.จะตั้งรัฐบาลได้แน่

ผมบอกว่า ในที่ประชุมสภา เราก็เคยรู้จักกันมาเป็นเพื่อนกันมา ผมไม่ใช่ศัตรูของคนในสภา ศัตรูของผมอยู่นอกสภา ฉะนั้นก็บอกแต่เพียงว่า คนที่เขาเลือกตั้งกันมา เขารู้จักกันทั้งนั้น ฉะนั้นเขาก็คงคิดดีอยู่แล้วที่ว่า จะทำงานกับใครจะได้สบายใจกว่ากัน ผมพูดได้เท่านั้น แต่ถ้าจะมีใครพยายามทำอะไรอย่างอื่น ก็ไม่ขัดข้อง มีเวลาพอจะลองดูกันได้ แล้วผมบอกได้แต่เพียงว่า ใครจะคิดทำอะไรที่ผิดปกติธรรมชาติ ไม่อายคนต่างชาติ ก็ควรจะอายคนในประเทศบ้าง เพราะคนในประเทศเราเค้ารู้ว่าอะไรเป็นอะไร ขอบคุณครับ

"คำว่าตั้งรัฐบาลแข่ง เป็นคำพูดของผู้ที่วิตกจริตไปเอง"

- อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

กราบเรียนพี่น้องสว่า เราภาคภูมิใจในทุกคะแนนเสียงอันบริสุทธิ์ ที่จะทำให้วันนี้พรรคประชาธิปัตย์มีที่นั่งในสภาฯ ประมาณการณ์อยู่ใน 160 ที่นั่ง สูงที่สุดในประวัติศาสตร์ของเรา และเราภาคภูมิใจในคะแนนอันบริสุทธิ์ในระบบสัดส่วน ที่ยังไม่ชัดเจนว่าพรรคใดจะมากกว่ากัน แต่ว่านับจนถึงขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้รับความไว้วาใจจากพี่น้องแล้วเกิน 10 ล้านเสียง ผมขอยืนยันว่า ทุกคะแนนเสียงที่มอบให้กับเรา ถือเป็นคะแนนเสียงที่มอบให้เราไปผลักดันวาระประชาชน คือสิ่งที่เราได้กราบเรียนกับพี่น้องตลอดเวลาตลอดการบริหารการเลือกตั้งว่า ขอกราบเรียนไม่มีคะแนนใดที่สูญเปล่า เราจะเดินหน้าเต็มที่

เมื่อสักครู่ผมได้ฟังการแถลงข่าวของหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ซึ่งท่านได้ประกาศเชิญชวนทุกพรรคที่คิดว่าจะเข้าไปทำงานกับท่านให้ไปร่วมรัฐบาล ผมกราบเรียนในเบื้องต้นว่า สำหรับพรรคประชาธิปัตย์นั่น ผมได้ประกาศกับพี่น้องประชาชนไปชัดเจนระยะหนึ่งแล้วว่าในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์นั้นคงไม่อยู่ร่วมเป็นรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน ดังนั้นจึงเป็นภาระของท่านหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่จะได้ประกาศเชิญชวนพรรคการเมืองอื่นและก็เป็นสิทธิของพรรคการเมืองต่างๆ ที่จะต้องตัดสินใจว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับอนาคตประเทศชาติบ้านเมือง พรรคประชาธิปัตย์จะเคารพการตัดสินใจของพรรคการเมืองนั้นๆเพราะฉะนั้เนในชั้นนี้ เราก็คงจะติดตามผลการเลือกตั้งต่อไป และรอกำลังรอดูการเรียนเชิญของหัวหน้าพรรคพลังประชาชนกับพรรคการเมืองต่างๆนั้นมีผลอย่างไรนะครับ ถ้าแม้นว่า พรรคพลังประชาชนประสบความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมจะเป็นฝ่ายค้าน ที่จะดูแลรักษาผลประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ และถ้าแม้นว่าพรรคพลังประชาชนไม่ประสบความสำเร็จในการจัดตั้งรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมที่จะเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลต่อไป

ส่วนที่ว่าจะให้เวลาพรรคพลังประชาชนเท่าไหร่ คงเป็นเรื่องของหัวหน้าพรรคการเมืองอื่นๆ ที่จะตัดสินใจตอบรับคำเชิญของหัวหน้าพรรคพลังประชาชนหรือไม่ มีความชัดเจนเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น อาจจะมีความไม่แน่นอนที่ว่าบางพรรคอาจจะตัดสินใจว่าต้องรอการรับรองผลการเลือกตั้งก่อน ซึ่งก็อยู่ที่การทำงานของคณะกรรมการการเลือกตั้งด้วย

ขณะนี้เราถือว่า พรรคพลังประชาชนมาเป็นอันดับ 1 ประกาศเชิญชวนแล้ว เมื่อประกาศเชิญชวน แล้วก็ดูว่ามีคนตอบรับคำเชิญไหมเท่านั้นเอง ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่ได้จัดตั้งรัฐบาล แต่ถ้าพรรคพลังประชาชนจัดตั้งไม่ได้ ก็เป็นความรับผิดชอบของผมที่จะต้องดูแลให้ประเทศไทยมีรัฐบาล คำว่าตั้งรัฐบาลแข่ง เป็นคำพูดของผู้ที่วิตกจริตไปเอง ในต่างประเทศ เขาก็ถือว่าใครรวบรวมเสียงข้างมากในรัฐสภาได้ ก็จะตั้งรัฐบาลได้ แต่เราให้เกียรติพรรคพลังประชาชนมาที่หนึ่ง ท่านประกาศเชิญ เราก็ไม่ได้ทำอะไร อยู่ที่พรรคการเมืองอื่นจะตอบรับคำเชิญหรือไม่ ไม่มีตัวช่วยอะไรทั้งสิ้น เราเริ่มต้นจากการเป็นผู้สมัครส.ส.ที่เป็นส.ส.เก่าน้อยกว่าคู่แข่งประมาณครึ่งหนึ่ง เราถูกสบประมาทว่าคะแนนสัดส่วนก็จะน้อยกว่าคู่แข่งประมาณครึ่งหนึ่ง เวลานี้ผลการเลือกตั้งออกมาก็เห็นได้ชัดว่าคะแนนสัดส่วนจำนวนคนที่ลงคะแนนให้กับเบอร์ 4-12 ใกล้เคียงกันมาก แต่ว่าส.ส.เขตคนเก่าค่อนข้างที่จะได้เปรียบ

ผมไม่ไปทำอะไรเลย พวกผมก็ยืนอยู่ตรงนี้แล้วก็ดูผลการเลือกตั้ง คุณสมัครประกาศเชิญชวน ผมก็ดูว่าพรรคอื่นตอบรับคำเชิญไหม ไม่มีอะไรน่าอายเลยครับ พรรคประชาธิปัตย์จะไปบังคับใครได้ ประเด็นก็คือว่าวันนี้เมื่อผลการเลือกตั้งออกมา ผมก็เปิดกว้างว่าพรรคอันดับ 1 เขาเชิญชวนแล้ว แล้วถามว่าเกิดเขาเชิญ แล้วผมไปตอบรับ ความรับผิดชอบในฐานะนักการเมืองผมไปอยู่ที่ไหน แต่ถ้าเขาทำได้ ผมก็บอกแล้วไม่มีปัญหาอะไรพรรคประชาธิปัตย์ก็ทำหน้าที่ของเราอย่างสมบูรณ์ต่อไปกรอบเวลาอย่างไรเขามีเกณฑ์อยู่แล้ว เพราะว่าตามรัฐธรรมนูญเขากำหนดไว้ภายใน 30 วัน เวลาเปิดสภาฯมันมีความชัดเจนอยู่แล้วเพราะฉะนั้นไม่มีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม ผมอยากให้เกียรติหัวหน้าพรรคการเมืองทุกพรรค ที่จะพิจารณาด้วยตัวของท่านเอง ว่าจะตอบรับคำเชิญของพรรคพลังประชาชนหรือไม่ ถามผมว่ามีอะไรที่จะบอกกับท่าน ไม่บอกว่ามีข้อผูกมัดหรือเป็นพันธมิตรกันผมพูดคำเดียวว่าขอให้ท่านตัดสินใจที่ดีที่สุด สำหรับประเทศชาติและประชาชน ผมไม่ติดใจเลยจะเป็นพรรคการเมืองไหน ก็ท่านตัดสินใจว่าดีที่สุดสำหรับบ้านเมืองจะเดินไปเส้นทางนั้นก็ไม่มีประเด็นจะต้องต่อว่าต่อขาย การเมืองไม่ใช่เรื่องส่วนตัว การเมืองเป็นเรื่องของประเทศชาติ ขอให้ท่านตัดสินใจตามสิทธิและสิ่งที่ท่านคิดว่าดีที่สุด อยู่ที่ภาวะผู้นำ อยู่ที่กติกาการร่วมรัฐบาล ผมเรียนอย่างนี้ว่า ผมจะไปจัดตั้งรัฐบาลที่ทำงานให้ประชาชนไม่ได้ ผมไม่ไปจัดตั้งอยู่แล้ว ผมยืนยันมาตั้งแต่ก่อนเลือกตั้งแล้ว ว่าผมจะจัดตั้งรัฐบาลเมื่อมั่นใจว่ารัฐบาลนั้นทำประโยชน์เพื่อประชาชนได้

- ส่วนกรณีที่หัวหน้าพรรคประชาชนประกาศว่า

ผมเรียนว่า ถ้าท่านจัดตั้งรัฐบาลได้ แล้วอยากจะดำเนินการอะไร โดยมีเสียงข้างมากเป็นความชอบธรรม และถ้าถามผม ผมก็อยากจะแนะนำคุณสมัครว่า คิดถึงประชาชรนก่อนได้ไหม ก่อนจะคิดถึง 111 คน--จบ--

เริ่มชีวิตใหม่

ได้หายใจเอาบรรยากาศ ประชาธิปไตย เข้าเต็มปอดซะที วันนี้ต้องถือเป็นวันเริ่มต้นชีวิตใหม่ของ ชาวประชาธิปไตย หลังจากได้ ส.ส.ใหม่ก็จะได้นายกรัฐมนตรีคนใหม่คนที่ 25 แล้วก็ได้รัฐบาลใหม่ และมีนาคมปีหน้าก็จะได้ ส.ว.ใหม่
เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบ
มีเงื่อนปมตรงไหนก็ค่อยๆช่วยกันแก้ เชื่อว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปได้อย่างมั่นคงอีกครั้ง สำคัญอยู่ที่ว่า ทุกคนจะต้องยึดกฎเกณฑ์กติกาอย่างเคร่งครัด
เลิกทะเลาะกันซะที
ผมก็เบื่อ คนไทยก็เบื่อ เผลอๆนักการเมืองเองก็เบื่อ ทะเลาะกันแล้วไม่ได้อะไร มีแต่ความหายนะมาเยือน ในพริบตาเดียวเท่านั้นเราถูกมองจากชาวโลกด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ
ผมเองก็ต้องรับสารภาพว่าเสียทั้งสุขภาพจิตและกำลังใจ ยิ่งรู้ข้อมูลมากก็ยิ่งทุกข์ เพียงแต่หวังว่าจะให้เกิดความถูกต้องและเป็นธรรมขึ้นในบ้านเมืองเท่านั้น
ไม่ได้มีอคติคิดร้ายกับบุคคลหรือสถาบันใดเป็นการส่วนตัว
วันนี้ผมขออนุญาตคัดลอกบทความจาก นิตยสารดิอิคอนอมิสต์ ที่ชื่อว่า ภัยทางการเมืองคุกคามทั่วโลก โดยลาซา เคคิค มา ให้อ่านกัน
"ขณะนี้มีสัญญาณว่า สิ่งต่างๆกำลังเปลี่ยนแปลงไป ภัยหรือความเสี่ยงทางการเมืองเริ่มมีความสำคัญมากขึ้นในสายตาของผู้บริหารธุรกิจระดับสูง มีรายงานการสำรวจความเห็นนักธุรกิจปรากฏว่า ในระยะหลังนักธุรกิจเริ่มให้ความสำคัญกับความเสี่ยงทางการเมืองมากขึ้นกว่าในอดีต รายงานการสำรวจความเห็นผู้บริหารระดับสูงทั่วโลก จัดทำโดยศูนย์วิจัยข้อมูล Economist Intelligence Unit ความวิตกกังวลจะมีมากในการลงทุนในประเทศที่จัดว่าเป็นตลาดกำลังเกิดใหม่"
"ภัยทางการเมืองในกลุ่มประเทศเหล่านี้ถือเป็นปัจจัยลบที่สำคัญต่อการลงทุนมาก ความเสี่ยงภัยทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการก่อเหตุรุนแรงจากการประท้วง การกีดกันการลงทุนจากต่างประเทศ ความตึงเครียดทางการเมืองในระดับภูมิภาค และความไม่มีเสถียรภาพของรัฐบาลมีมากขึ้น สำหรับประเทศที่ร่ำรวย ความกังวลที่มีเพิ่มขึ้นจากนโยบายการปกป้องธุรกิจในประเทศเพิ่มสูงขึ้น ภัยก่อการร้ายในสหรัฐฯและอังกฤษ ทำไมถึงมีความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเมืองมากขึ้น คำตอบคือส่วนหนึ่งอาจเป็นจิตวิทยา เป็นภาพสะท้อนทัศนคติที่ไม่ยอมรับความเสี่ยงแบบสุดกู่"
สุดท้ายยังได้จัดลำดับประเทศที่มีความเสี่ยงน้อยไปจนถึงเสี่ยงมาก จากสีเขียวอ่อนไปจนถึงสีดำ ปรากฏว่า ประเทศไทยติดอันดับ สีดำ Very high risk ซึ่งทั่วโลกมีอยู่สิบกว่าประเทศเท่านั้น
นี่กระมัง คงเป็นเหตุผลหนึ่ง ที่ผมเป็นห่วงอนาคตของประเทศอนาคตของลูกหลานที่จะตามมา ถ้าประเทศของเราถูกมองในภาพลักษณ์เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ จะทำลายอนาคตประเทศไทยและคนไทยในที่สุด.

"หมัดเหล็ก"--จบ--

//////////////////////////////

คอลัมน์:คาบลูกคาบดอก

‘อียู'ร่วมปลื้ม‘เลือกตั้งไทย'พร้อมฟื้นฟูความสัมพันธ์


สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ประธานหมุนเวียนของสหภาพยุโรปหรืออียูปัจจุบัน ได้กล่าวยกย่องการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในไทยเมื่อวันอาทิตย์(23)คือ "ความสำเร็จ" ในประเทศที่อยู่ภายใต้กฎอัยการศึกมานานกว่าปี
"สหภาพยุโรปพิจารณาเห็นว่าการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 23 ธันวาคมคือความสำเร็จครั้งสำคัญบนถนนกลับคืนสู่ระเบียบตามรัฐธรรมนูญในประเทศไทย" แถลงการณ์ของอียูที่มีโปรตุเกสเป็นประธานระบุ"การเลือกตั้งนี้คือตัวแทนประชาธิปไตยของประชาชนชาวไทยและพวกเขาได้ตัดสินใจอนาคตของตนเอง"
พันธมิตรของอดีตนายกรัฐมนตรีและมหาเศรษฐี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้ง ส.ส.ครั้งแรกของประเทศนับตั้งแต่มีรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน จนนำไปสู่การมีรัฐบาลที่ได้รับแต่งตั้งจากคณะทหาร
แถลงการณ์ของอียูระบุต่อว่า "สหภาพยุโรปมองไปข้างหน้าถึงความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและอุดมสมบูรณ์กับรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ในวิญญาณแห่งความสัมพันธ์ฉันมิตรที่มียาวนานระหว่างไทยและสหภาพยุโรป"
นักวิเคราะห์คาดหมายว่า ทักษิณ จะเดินทางกลับประเทศยุติการลี้ภัยในต่างแดนหากนักการเมืองพันธมิตรของเขาประสบผลสำเร็จในการควบคุมประเทศ--จบ--

จาก hi-thaksin

ใต้เท้าขอรับ - อภิชนไม่เกี่ยว ประชาชนจะตั้งรัฐบาล

โดย ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข

สิ่งที่ผู้รักประชาธิปไตยควรทำหลังทราบผลการเลือกตั้งซึ่งไม่มีพรรคการเมืองใดได้คะแนนถึงครึ่งก็คือ การติดตามและจับตาการแทรกแซงของพลังการเมืองนอกสภาเพื่อร่วมด้วยช่วยกันจัดตั้งรัฐบาลสานต่อภารกิจรัฐประหาร

เชื่อเถิดว่า หากไม่มีการแทรกแซง ด้วยเสียงที่มาเป็นอันดับหนึ่ง และได้เกือบครึ่งของสภาผู้แทนฯ อย่างไรเสียพรรคพลังประชาชนต้องได้จัดตั้งรัฐบาล เพราะดึงพรรคอื่นเข้าร่วมเพียงพรรคเดียวก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ และดึงอีกสองพรรคเพื่อให้การทำงานหรือการผลักดันนโยบายเป็นไปอย่างที่หาเสียงได้

การจะดึงหนึ่งพรรคนั้น หากไม่มีการแทรกแซงนี่ไม่ยากครับ เพราะเป็นที่รู้กันในแวดวงนักการเมืองที่วนเวียนอยู่กับคนกลุ่มเดิมๆ ว่า หากในสถานการณ์ปกติ ร่วมงานกับพรรคไหนยากที่สุด? เชื่อเถิดครับ ตอบเป็นเสียงเดียวกันเลยว่า ประชาธิปัตย์

ในสถานการณ์ปกติ สภาพการเมืองของ 5 พรรคเล็กที่เหลือจึงมีแต่จะวิ่งเข้าหาพลังประชาชน ใครเข้าก่อน ต่อรองได้ก่อน ก็แน่นนอนว่าได้ร่วมรัฐบาล แค่พรรคเดียว พรรคเดียวเท่านั้น และไม่มีพรรคเล็กพรรคไหนที่จะรู้ว่า ใครจะไปก่อน ใครจะหักหลัง ต่อให้สัญญาเกาะเกี่ยวกันเป็นมั่นเป็นเหมาะก็ตาม

แต่เนื่องจากนี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความชัดเจนไปในการแถลงครั้งแรกหลังทราบชัดว่า พลังประชาชนได้ ส.ส. มาเป็นอันดับหนึ่งว่า “จะไม่น่าอายกว่าหรือ ได้อันดับหนึ่งแต่จัดตั้งรัฐบาลไม่ได้” ซึ่งแสดงนัยสำคัญบางประการอย่างแน่นอน

นี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เพราะการกลับมาเป็นรัฐบาลของพรรคพลังประชาชน คือการสูญเปล่าของการรัฐประหาร พวกพ้อง และเครือข่ายของผู้มีอำนาจนอกรัฐธรรมนูญทั้งหลาย

นี่ไม่ใช่สถานการณ์ปกติ เพราะรอยยิ้มที่ออกจากหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ในทันทีที่ทราบว่าคนเมืองหลวงเทคะแนนให้พรรคประชาธิปปัตย์นั้น ยืนยันเป็นอย่างดีว่า ต่อให้จัดตั้งรัฐบาลได้ด้วยคะแนนหมิ่มเหม่ แต่พรรคการเมืองอื่นๆ ก็ยากจะต่อรอง เพราะคนชั้นกลางเอาด้วย ยังไม่นับถึงสื่อทั้งหลายก็เอาด้วย และง่ายต่อการสร้างกระแส ในนามของความปรองดอง ไม่วุ่นวาย และสงบ

อย่าลืมว่าพรรคการเมืองเหล่านี้โดดเรือหนีพรรคไทยรักไทยมาครั้งหนึ่งแล้ว จะอยู่ร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์เพื่อโดดเดี่ยวพลังประชาชน ตามความเกรงใจผู้มีบารมีนอกสภา เกรงใจคนชั้นกลางและสื่อไม่ได้หรือ

การประกาศเชิญชวนพรรคการเมืองต่างๆ เข้าร่วมรัฐบาลของหัวหน้าพรรคพลังประชาชน จึงอาจจะกลายเป็นหมันได้ และนั่นหมายความว่า รัฐบาลจะอยู่ภายใต้การนำของพรรคประชาธิปไตย์ ที่แม้จะมีเสียงหมิ่มเหม่ แต่ถูกประคองด้วยคนชั้นกลาง สื่อ ความกลัวความวุ่นวาย และผู้มีบารมีนอกสภาทั้งหลาย พร้อมกับแต้มต่อในมือดับความผงาดของพลังประชาชนด้วยชะตากรรมของ 111 อดีต ส.ส. บวกกับคดีของทักษิณ ชินวัตร

นี่ไม่ใช่เรื่องเป็นไปไม่ได้

ในสภาพเช่นนี้ เรายากจะเห็นรัฐบาลผลักดันนโยบายสำคัญๆ ได้ เพราะนโยบายสำคัญๆ มักจะหมายถึงทรัพยากร ผลงาน และคะแนนนิยมที่แต่ละพรรคจะต้องแย่งชิงกัน

เรายากจะได้เห็นนโยบายสำคัญๆ เพราะมันหมายถึงความขัดแย้ง และจะนำพาให้รัฐบาลอันหมิ่มเหม่ต้องพังครืนอย่างไม่เป็นท่า ต่อให้คุณอภิสิทธิ์เก่งแค่ไหน มุ่งมั่นแค่ไหน น้ำดีอย่างไร หากคิดจะเป็นรัฐบาลต่อไป จงเดินไปตาม รูทีนและเป็น ปลัดรัฐบาลที่ดี เหมือนที่คุณชวน หลีกภัย และรัฐบาลหลายรัฐบาลก่อนหน้านั้นเคยเป็น

หากย้อนเวลากลับไปเมื่อสิบยี่สิบปีที่ผ่านมา ก็ด้วยสภาพเช่นนี้นี่เองไม่ใช่หรือ ที่ทำให้เกิดการปฏิรูปการเมืองครั้งสำคัญด้วยการร่างรัฐธรรมนูญ 2540 โดยหลักสามประการ คือ เพิ่มอำนาจประชาชนด้วยการประกันสิทธิเสรีภาพและการมีส่วนร่วมหลายประการ พร้อมๆ ไปกับ เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารราชการแผ่นดิน ตั้งแต่สร้างระบบเลือกตั้ง ให้มีการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ เพื่อให้ประชาชนได้เลือกผู้บริหารทางอ้อม และไปกันได้กับการมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข หรือการออกแบบให้อำนาจนายกฯเข้มแข็ง ออกมาตรการให้พรรคร่วมฯไม่สามารถต่อรองกับนายกฯได้ อาทิ การสวมหมวกได้ใบเดียว (จะเป็นรัฐมนตรีหรือจะเป็น ส.ส.) ให้ควบรวมพรรคได้ง่าย สร้างกฎเป็นสมาชิกพรรคอย่างน้อย 90 วันถึงจะลงเลือกตั้งได้ ฯลฯ ซึ่งเราเห็นแล้วว่ามันได้ผล ไม่ใช่เพราะทักษิณเก่ง แต่เพราะรัฐธรรมนูญออกแบบมาได้ดี และหลักสุดท้ายคือระบบตรวจสอบที่แม้จะมีกลไกใหม่ๆ มากมายที่เชื่อได้ว่าจะเป็นอิสระ หลุดพ้นจากการครอบงำของรัฐบาลที่เข้มแข็งแล้ว แต่ก็พลาด ไม่สามารถตีกรอบให้คุณทักษิณอยู่ในการเฝ้าระวังได้

บัดนี้ การเลือกตั้งผ่านพ้นไปแล้ว เราเข้าสู่ระบอบประชาธิปไตยแบบที่ฝรั่งยากจะเถียงและอย่างที่เคยกดดันประเทศไทยแล้ว แต่เรากำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อระหว่าง ประชาธิปไตยแบบมีประสิทธิภาพหรือไม่มีประสิทธิภาพ ใต้การบงการของพรรคการเมืองที่ได้รับอาณัติจากประชาชน หรือใต้บงการของอภิชน คนชั้นกลาง และสื่อ

นี่เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะพรรคใดทั้ง 7 พรรคต้องหันมาวิเคราะห์ ว่าจะเอาประโยชน์ประชาชนเป็นที่ตั้ง หรือเพียงแค่ประโยชน์ของตนเอง

จะตั้งรัฐบาลให้ได้ หรือจะตั้งรัฐบาลเพื่อให้ทำงานได้

1.จะ กลัวต่อไปแล้วอยู่ใต้บงการของเหล่าอำมาตย์ หรือ 2.จะผ่าทางตัน ยอมเสียสละ เพื่อประชาธิปไตยที่เป็นของประชาชน

อันแรกบอกประชาธิปัตย์ อันที่สองบอกพลังประชาชน

มีหนทางผ่าทางตันได้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นจากฝ่ายไหน

จาก http://www.prachatai.com/05web/th/home/

"สมัคร"เชิญพรรคอื่นร่วมตั้งรัฐบาล


อภิสิทธิ์ลั่นปชป.ก็นำได้ ถ้าพปช.วืด

เมื่อเวลา 20.30 น. นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน เปิดแถลงข่าวว่า ขณะนี้ชัดเจนว่า พรรคพปช.ได้คะแนนสูงสุด ราว 220-230 เสียง มีความชอบธรรมในการจัดตั้งรัฐบาล จึงขอเชิญชวนพรรคการเมืองอื่นๆ ที่มีคะแนนลดหลั่นลงไปมาร่วมจัดตั้งรัฐบาลด้วย ขอประกาศอีกครั้งว่าจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นไปตามครรลองที่ประเทศไหนก็ทำกัน
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงนโยบายต่อพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทางนายสมัครกล่าวว่า ไม่ต้องมีนโยบาย เพราะเมื่อมีการเลือกตั้งเสร็จแล้ว ก็แปลว่า พ.ต.ท.ทักษิณก็กลับมาสู้คดีได้ ส่วนผลการเลือกตั้งที่ออกมา มีสมาชิกในพรรคแจ้งว่า พ.ต.ท.ทักษิณโทรศัพท์มาแล้วว่า "ยินดีกับคุณสมัครด้วย"
ด้านน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี แถลงว่า ขอตั้งข้อสังเกตเรื่องผลการนับคะแนนที่แตกต่างจากผลสำรวจความนิยมและเอ็กซิตโพลมาก ซึ่งจะดำเนินการส่งข้อนำเสนอต่อไป

ต่อมา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เปิดแถลงว่า ทางพรรคยืนยันจะไม่เข้าร่วมกับพรรคพลังประชาชน แต่หากพรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ ทางพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นแกนนำจัดตั้งแทน โดยตอนนี้จะรอดูท่าทีของพรรคอื่นๆ ก่อน

ด้าน รายงานจากศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งส.ส. 2550 กระทรวงมหาดไทย แจ้งว่า ตัวเลขผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้งทั่วประเทศไม่รวมกทม.อย่างไม่เป็นทางการ มีผู้มาใช้สิทธิ์ร้อยละ 66.14 คิดเป็น 26,226,261 คน จากจำนวนผู้มีสิทธิ์ทั่วประเทศ 39,655,057 คน ทางกกต.ได้ประเมินตัวเลขผู้ใช้สิทธิ์ครั้งนี้ อยู่ที่ประมาณ 69-70 เปอร์เซ็นต์

จาก http://www.matichon.co.th/khaosod/

"พลังประชาชน" ชนะ


"สมัคร" ลั่นขอจอง เก้าอี้นายกฯ ดึงพรรคเล็กร่วมรัฐบาล "พลังประชาชน" ประกาศศักดาชนะเลือกตั้ง ย้ำชัดคนรังเกียจปฏิวัติ "ประชาธิปัตย์" หมดทางสู้ ชนะแค่ในพื้นที่ปกครองเท่านั้น เผยนับคะแนนไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ มีบัตรเสียสูงเกือบล้านใบแล้ว คาดถ้านับจนครบ 100 เปอร์เซ็นต์ จะมีบัตรเสียสูงกว่า 1 ล้านใบ ด้าน “พปช.” ย้ำสิทธิพรรคอันดับ 1 จัดตั้งรัฐนาวา “ลุงหมัก” ลั่นพร้อมนั่งเก้าอี้นายกฯ คนที่ 25 ระบุต้องหาพรรคอะไหล่ช่วยค้ำรัฐบาลอีก 1-3 พรรค ชี้ถ้าชนะ “ปชป.” ไม่ขาดอาจต้องแย่งกันเป็นแกนนำ “สมัคร” ชิงประกาศจัดตั้งรัฐบาล ระบุต้อง 280-300 เสียงถึงจะมั่นคง โอ่เป็นชัยชนะของคนไทยตบหน้าคณะปฏิวัติ “จักรภพ” ปูด “ “ชท.-พผ.” ถูกเรียกเข้าบ้านสี่เสาเทเวศร์ด้าน “ปชป.” ปรับฮวงจุ้ยลุ้นพลังเงียบอุ้ม “มาร์ค” ถึงดวงดาว เจ้าตัวเผยรอวัดใจพรรคพันธมิตรยังเหนียวแน่นหรือไม่ ฝ่าย “เทพเทือก” เล่นลิ้น “พปช.” ไม่ถึงครึ่งแสดงว่าประชาชนไม่ยอมรับ ตั้งท่าจับขั้วตั้งรัฐนาวาแข่งชิงความได้เปรียบ ขณะที่ “บิ๊กเหวียง” ส่ง “ประดิษฐ์” เดินเกมเจรจา “พปช.” ร่วมรัฐบาลแล้ว ฟาก “คมช.” เชื่อไม่มีเหตุวุ่นวายหลังเลือกตั้ง ยอมรับ “พปช.” ได้ฉันทามติ วอนนักเลือกตั้งยึดพระราชดำรัสพาชาติพ้นวิกฤติ “บุญรอด” เผยปฏิทินการเมือง 7 ก.พ. 51 “ขิงแก่” โบกมือลาได้นายกฯ คนใหม่

ในที่สุดวันเวลาที่ประชาชนชาวไทยรอคอยมานานก็มาถึง หลังจากที่ต้องอดกลั้นกับการที่กองทัพทำการยึดอำนาจการปกครองจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 2549 ส่งผลให้ประเทศไทยถูกเหยียดหยามในสายตาของนานาประเทศ เพราะประชาธิปไตยถูกทำลายลงด้วยน้ำมือของผู้ที่ถืออาวุธที่ซื้อมาด้วยภาษีของประชาชน

เส้นทางผู้นำ

หลังเลือกตั้งก็ต้องดูผลคะแนนของแต่ละพรรคว่าจะได้ กันเท่าใด จากนั้นก็คงจะต้องจับมือ-จับขั้วเพื่อตั้งรัฐบาลพรรคไหน สามารถรวบรวมเสียงได้มากก็ตั้งรัฐบาลได้ พร้อมกับเก้าอี้นายกฯ

แต่หากจัดไม่ได้พรรคอันดับ 2 หรือพรรคถัดไปก็สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ อันนี้ไม่ใช่หลักเกณฑ์ตายตัวหรือรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ แต่ เป็นธรรมชาติที่พรรคการเมืองที่ 1 ควรจะได้สิทธิในการจัดรัฐบาลก่อน

เว้นแต่จัดไม่ได้ก็เป็นเรื่องของพรรคการเมืองที่ได้คะแนนถัดไป หรือพรรคขนาดกลางหรือขนาดเล็กรวมตัวกันได้และมีเสียงเพียงพอก็ตั้งรัฐบาลได้

เหนืออื่นใดการเลือกตั้งครั้งนี้ทำท่าว่าจะไม่เป็นไปอย่างที่เคยปฏิบัติมา นั่นคือแม้พรรคที่ 1 ได้เสียงข้างมากแต่ชนะไม่เด็ดขาด แต่พรรคที่ 2 ก็พร้อมจะจัดรัฐบาลแข่งหรือแม้แต่พรรคขนาดกลางและขนาดเล็ก

ก็พร้อมจะจับมือกันตั้งรัฐบาลแข่งได้เช่นกัน จริงๆแล้วไม่ผิดกติกาแต่เสียมารยาทและข้อสำคัญก็คือจะรวบเสียงได้หรือไม่เท่านั้น

อย่างไรก็ดี การเลือกตั้งครั้งนี้คงต้องดูด้วยว่าหลังเลือกตั้งจะมี ใบเหลือง-ใบแดงมากน้อยแค่ไหน ซึ่งจะเป็นผลให้การจัดตั้งรัฐบาลล่าช้าได้ หากมีการแจกใบแดงจำนวนมากต้องเลือกตั้งใหม่ แต่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าภายใน 30 วัน นับแต่วันเลือกตั้งให้มีการประชุมสภาเป็นครั้งแรก

พูดง่ายๆต้องไม่เกินวันที่ 22 ม.ค. 51 หาก ส.ส.มีไม่ครบ 480 คน แต่จะต้องมีไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ของ ส.ส.ทั้งหมดคือ 456 คนก็เปิดสภาได้ แต่ต้องดำเนินการให้ครบใน 180 วัน

ขั้นตอนต่อไปคงเป็นเรื่องของตำแหน่งสำคัญคือนายกฯ ทั้งนี้สภาผู้แทนฯจะพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคล ที่สมควรจะดำรงตำแหน่งนายกฯให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ที่การประชุมรัฐสภาครั้งแรก

การเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกฯต้องมี ส.ส.ไม่น้อยกว่า 1 ใน 5 ของจำนวน ส.ส.เท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนฯรับรอง

ต้องมี ส.ส.รับรองไม่น้อยกว่า 96 คน

มติเห็นชอบให้บุคคลใดเป็นนายกฯ ต้องมีคะแนนเสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของ ส.ส.ทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนฯ

นอกจากนี้มาตรา 126 (5) ยังระบุด้วยว่าการออกเสียงลงคะแนนเลือก หรือให้ความเห็นชอบให้บุคคลดำรงตำแหน่งใดให้กระทำเป็นความลับ เว้นแต่จะมีการบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น และสมาชิกย่อมมีอิสระและไม่ผูกพันโดยมติของพรรคการเมืองหรืออาณัติอื่นใด

เรียกว่าใครจะเลือกใครเป็นนายกฯ ก็ได้ตามใจชอบ ไม่ต้องสนมติพรรค ไม่ต้องสนหัวหน้าพรรคตัวเอง ซึ่งมาตรานี้มันพิลึกเพราะแต่ละพรรคก็ควรจะเลือกตามมติพรรคซึ่งจริงๆแล้วก็จะเป็นอย่างนั้น

แต่มากำหนดแบบนี้มันยิ่งเป็นปัญหา มันยิ่งทำให้การเมืองสกปรกมากเข้าไปกว่าการที่พรรคจะบังคับให้เลือกนายกฯ จากคนของพรรคหรือมติของพรรค

อย่างไรก็ตาม หากไม่ได้นายกฯ ภายใน 30 วัน จะทำอย่างไร ก็ให้ประธานสภาผู้แทนฯนำความขึ้นกราบบังคมทูลภายใน 15 วันนับแต่วันที่พ้นกำหนด เพื่อทรงมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งบุคคลซึ่งได้รับคะแนนโหวตสูงสุดเป็นนายกฯ

มีห้วงเวลาจาก 22 ม.ค.-6 ก.พ. 51 ที่จะดำเนินการให้เสร็จ

ประเด็นเลือกนายกฯ นั้นรัฐธรรมนูญใหม่กำหนดไว้ 2 เงื่อนไข คือลงคะแนนลับและไม่ต้องใช้มติพรรค ผู้ร่างฯ คงคิดว่านี่จะป้องกันพรรคและผู้บริหารพรรค จะใช้มติบีบลูกพรรคเพื่อต้องการให้เกิดความอิสระ

แต่ความจริงแล้วมันคือช่องทาง “หาเงิน” มากกว่า.

"สายล่อฟ้า"

คอลัมน์ กล้าได้กล้าเสีย

จาก http://www.thairath.co.th/column.html

'ชาติไทย'จับขั้ว'เพื่อแผ่นดิน' บรรหารอ้างแก้ปัญหาชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น.ที่ผ่านมา (23 ธ.ค.) นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย และนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน พร้อมด้วยแกนนำของทั้ง 1 พรรค อาทิ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก นัดเจรจากันที่บ้านพักของนายวัฒนา อัศวเหม ประธานพรรคเพื่อแผ่นดิน ใช้เวลาหารือกันประมาณ 1 ชั่วโมง

นายบรรหาร แถลงภายหลังการหารือว่า การนัดหารือกันครั้งนี้ ได้ข้อสรุปว่าทั้งพรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดิน ตกลงจะทำงานการเมืองร่วมกัน แก้ปัญหาให้บ้านเมือง อย่างไรก็ตาม นายบรรหาร ยังไม่ให้คำตอบว่าจะร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชน หรือ พรรคประชาธิปัตย์

"เวลานี้ บ้านเมืองกำลังมีปัญหาในเรื่องของความสมัครสมาน สามัคคี ทางผมและคุณสุวิทย์ ก็จะเข้ามาแก้ปัญหาตรงส่วนนี้" หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การแถลงครั้งนี้ นายบรรหาร ปฏิเสธกรณีนายจักรภพ เพ็ญแข แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ระบุว่า นายบรรหารเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ โดยกล่าวว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง

นายบรรหาร กล่าวด้วยว่า การนัดหารือระหว่างพรรคชาติไทย และพรรคเพื่อแผ่นดินครั้งนี้ ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรคพลังประชาชน หรือ พรรคประชาธิปัตย์

"การจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับ 2 พรรค คงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ผมเคยมีประสบการณ์ในการจัดตั้งรัฐบาลมา 5 ครั้งแล้ว มันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะรวบรวมจำนวน ส.ส.ให้ได้มากมายถึงนาดนั้น" หัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าว

จาก http://www.thairath.co.th/#

คอมพ์เจ๊ง!ทำการประมวลผลเลือกตั้งกทม.ล่าช้า

กทม. เร่งประมวลผลเลือกตั้งตลอดทั้งคืน หลัง ระบบคอมพิวเตอร์คีย์ข้อมูลไม่ได้ ทำให้เกิดความล่าช้า

เจ้าหน้าที่ภายในศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งกรุงเทพมหานคร ก็ยังคงมีการประมวลผล คะแนนเลือกตั้ง ส.ส.ตลอดทั้งคืนแม้จะมีการประมวลผลคะแนนการเลือกตั้งในเขตจังหวัด ที่ประชาชนออกมาใช้สิทธิ์แล้วเสร็จ เนื่องจากยังไม่ได้ลงคะแนน ในการเลือกตั้งล่วงหน้า การเลือกตั้งนอกเขตจังหวัด ในวันที่ 15 และ 16 ธ.ค. ที่ผ่านมาเข้าไปด้วย ทั้งนี้เป็นผลมาจากระบบคอมพิวเตอร์ ที่ทำให้เขตแม่ หรือ เขตเลือกตั้ง ทั้ง 12 เขต ไม่สามารถคีย์ข้อมูลผลคะแนนเลือกตั้งล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์เข้ามายังศูนย์ประสานงานการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครได้ ทำให้เกิดความล่าช้า ขณะที่ผลคะแนนเลือกตั้งแบบสัดส่วน กลุ่ม 6 ยังต้องรอลงคะแนนจาก จ.นนทบุรี และสมุทรปราการ ด้วย คาดว่าจะสามารถทยอยส่งคะแนนเข้ามาได้ทั้งหมดในช่วงเช้า ทั้งนี้ กกต. กทม. ได้สรุปผลการเลือกตั้งแบบสัดส่วน เฉพาะในเขตจังหวัด พรรค ปชป.ได้อันดับ 1 52.6% พปช.ได้ 41.04% และชาติไทย 1.49 % ส่วนผลการเลือกตั้งแบบแบ่งเขต เฉพาะในเขตจังหวัดปชป.ได้ 27 ที่นั่ง ยกทีม 7 เขต ส่วน พปช.ได้ 9 ที่นั่ง ยกทีมในเขตเลือกตั้งที่ 5 เพียงเขตเดียว