WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 24, 2007

'อภิสิทธิ์'ขอดูท่าทีชท.-พผ.ก่อนตั้งรัฐบาล

หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และเลขาธิการพรรค ขอรอดูท่าทีพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน ร่วมงานกับพลังประชาชนหรือไม่ มั่นใจ อาจได้จัดตั้งรัฐบาล

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาฯพรรค ออกมายืนยันตรงกันว่าจนถึงขณะนี้ยังไม่มีการต่อสายพูดคุยกับทางพรรคชาติไทย หรือ พรรคเพื่อแผ่นดิน ในการที่จัดตั้งรัฐบาลร่วมกัน โดยต้องรอฟังท่าทีที่ชัดเจนและมีการแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ของพรรค ดังกล่าวก่อนว่า ตอบรับในการจะไปร่วมงานกับทางพรรคพลังประชาชนหรือไม่ ซึ่งหากไม่มีการตอบรับ พรรคประชาธิปัตย์ จึงจะเดินหน้าในการที่จะเข้าไปพูดคุย และยังคงย้ำว่าพรรคประชาธิปัตย์สามารถ ที่จะบริหารงาน รัฐบาลผสมให้มีเสถียรภาพได้

ขณะที่ นายสุเทพ มั่นใจว่า พรรคประชาธิปัตย์ นั้นมีโอกาสในการจัดตั้งรัฐบาลและ นายอภิสิทธิ์ จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี โดยขอให้รอดูโฉมหน้ารัฐบาล หลังการเลือกตั้ง

นอกจากนี้ นายสุเทพ ยังยอมรับว่า ผลเรื่องของใบแดงใบเหลืองนั้น น่าจะมีผลต่อการจับขั้วทางการเมืองค่อนข้างมาก ซึ่งในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ นั้น ยังไม่พบว่ามีเรื่องร้องเรียน


สมัครเก็บตัวอยู่ที่บ้านพัก ยังไม่มีท่าทีฟอร์มรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่หน้าบ้านพักของนายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่ซอยนวมินทร์ 81 วันนี้ (24 ธ.ค.) ว่า ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ หลังจากที่มีกระแสข่าวว่าแกนนำพรรคพลังประชาชนนัดเจรจากับพรรคเล็กในการจัดตั้งรัฐบาล ที่โรงแรมเรดิสัน ซึ่งเดิม นายสมัคร มีกำหนดเดิมจะเดินทางออกจากบ้านพักเวลา 9.30 น. แต่ก่อนถึงเวลาดังกล่าว คนในบ้านออกมาแจ้งกับผู้สื่อข่าวว่า นายสมัคร จะไม่ออกไปไหน ให้ผู้สื่อข่าวไปรอที่ทำการพรรค

ขณะที่บรรยากาศที่ทำการพรรคพลังประชาชน ยังคงเงียบเหงา ไม่มีแกนนำ หรือสมาชิกพรรคคนใดเดินทางมา

ส่วนความเคลื่อนไหวจากแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ ในการจัดตั้งรัฐบาล นั้น นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า หากพรรคพลังประชาชนจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้ และ 3 พรรคที่ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลได้ประกาศชัดเจน จะไม่ร่วมกับพรรคพลังประชาชน ทางพรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมจัดตั้งรัฐบาล และแม้ว่าจะเป็นรัฐบาลผสม ก็มั่นใจจะสามารถบริหารประเทศได้ ไม่กังวลเรื่องการต่อรองทางการเมือง

พร้อมยืนยันหากได้เป็นรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ ยังจะขอดูแลกระทรวงศึกษาธิการเอง ส่วนกระทรวงอื่น ๆ ต้องพูดคุยกันก่อน ว่าจะร่วมกันผลักดันวาระประชาชนหรือไม่ ไม่เช่นนั้น ไม่ทราบว่าจะเป็นรัฐบาลกันทำไม

ส่วนผลการนับคะแนนของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จนถึงเช้าวันนี้ ในส่วนของพรรคพลังประชาชนยังคงนิ่งอยู่ที่ 228 คน แบ่งเป็นส.ส.แบ่งเขต 194 คน ส.ส. สัดส่วน 34 คน


ญี่ปุ่น-ร่วมยินดีไทยคืนสู่ระบอบปชต.


สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันจันทร์ที่ 24 ธ.ค.ว่า ญี่ปุ่นแสดงความพอใจกับการเลือกตั้งตามกฎหมายของไทย ในฐานะที่เป็นก้าวสำคัญที่จะนำไปสู่การตั้งรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตยของประเทศ หลังจากปกครองภายใต้รัฐบาลทหารมานานกว่าปี

"ประเทศของเรายินดีกับการเลือกตั้งสภาผู้แทนราษฎรที่จัดขึ้นในประเทศไทย ซึ่งมีนัยยะสำคัญอย่างยิ่งในการจัดตั้งรัฐบาลตามระบอบประชาธิปไตย" นายมิตซุโอะ ซากาบะ เลขาธิการด้านสื่อของกระทรวงการต่างประเทศของญี่ปุ่นกล่าวในแถลงการณ์ และเสริมว่า "เราหวังว่ารัฐบาลใหม่จะได้รับการจัดตั้งขึ้นอย่างราบรื่นตามผลการเลือกตั้งที่ออกมา"

ขณะเดียวกัน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานในวันเดียวกันว่า นายกรัฐมนตรีฮุน เซน ของกัมพูชา ได้ร่วมกล่าวแสดงความยินดีกับประเทศไทยหลังประสบความสำเร็จในการจัดการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ (23) ที่ผ่านมา

"ชาวกัมพูชาขอแสดงความยินดีกับประเทศเพื่อนบ้านของเราซึ่งได้จัดการเลือกตั้งขึ้นอย่างโปร่งใส เป็นอิสระ และยุติธรรม รวมถึงได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย และกำลังรอที่จะได้ร่วมงานกับรัฐบาลพลเรือนชุดใหม่ของไทยซึ่งอยู่ระหว่างการจัดตั้ง ในอนาคต" ฮุน เซนกล่าว

จาก hi-thaksin

นักรบแห่ง ประชาธิปไตย

โดนเข้าไป 6 ข้อหา สำหรับ จอนอึ๊งภากรณ์ กับขบวนการป่วนสภา เพื่อยับยั้งไม่ให้สภานิติบัญญัติแห่งชาติ..ใช้วินาทีสุดท้าย..เทกระจาดกฎหมายออกมา

ในสามัญสำนึกแห่งความถูกต้องแล้ว..ไม่มีเหตุผลใดๆ มาใช้เป็นข้ออ้างได้เลยว่า..ทำไม..ในเมื่อกำลังจะมีการเลือกตั้ง..มีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว..สภา...สนช. ที่อุปโลกน์กันขึ้นมา จากการยึดอำนาจของกองทัพ..จึงจะแห่สร้างกฎหมายใหม่ๆ ขึ้นมามากมาย..และในหลายๆ กฎหมายนั้น เกี่ยวพันกับชีวิตปรกติของประชาชน

น่าเห็นใจ..ประชาชนที่เดินตาม นายจอน อึ๊งภากรณ์ เข้าไปหยุดยั้ง..สภา สนช.มิให้ดำเนินการ

น่าเห็นใจเรื่องที่ทำนั้นถูกต้อง แต่วิธีการที่ใช้นั้นเป็นปัญหา และนำมาซึ่งข้อหามากมาย

ผู้หลักผู้ใหญ่ใน สนช. หลายท่านหลายคน..ก็คือคนในขบวนที่เดินล้มรัฐบาลทักษิณมาแล้ว เมื่อไม่กี่วันก่อน

ครั้งนั้น..ท่านก็เหมือนคนพวกนี้..ที่คิดว่าที่ท่านจะทำนั้น คือ ความถูกต้อง แต่จำเป็นจะต้องใช้วิธีที่ผิดในการนำไปสู่เป้าหมาย

ครั้งนี้ ท่านเป็นสมาชิกสภาผู้ทรงเกียรติ..ต้องสวมเสื้อนอกผูกเนกไท ทำในสิ่งที่ประชาชนคนทั้งชาติไม่เห็นด้วย..มองผู้ขัดขวาง เป็นอาชญากรแห่งความสงบสุข

อำนาจเปลี่ยนแปลงผู้คนได้เพียงนี้..ใครจะคิดว่าทองคำเปลวที่ปิดทับลงไปบนก้อนหินนั้น มันจะทำให้ก้อนหินคิดว่ามันเป็นก้อนทองคำ

ทำไม..ความไม่ชอบธรรมในมือของพวกท่าน..จึงจะถูกต่อต้านไม่ได้

ประโยชน์ของบ้านเมือง ที่ทั้ง 2 ฝ่ายต่างเอามาโยงใยเป็นอำนาจหน้าที่ของแต่ละฝ่าย ไม่ว่าฝ่ายประชาชนหรือฝ่ายสภา ต้องถามว่า...เหตุผลของใครดีกว่ากัน

ในกรณีนี้..ฝ่ายเรียกร้องให้รอ..น่าจะเป็นฝ่ายถูกต้องมากกว่า..และได้มวลชนสนับสนุนมากกว่า..

พวกท่านจะเอาสติปัญญามาจากไหน..กับการทะลุกฎหมายเป็นร้อยฉบับ และรายละเอียดนับพันหน้า...ในเวลาเพียงเท่านี้

จอน...กับ..ขบวนการของเขา..ถึงจะทำผิดถึงขั้นต้องคำพิพากษา..แต่ขอกำลังใจจากพี่น้องทั้งหลาย..ให้เขาได้สู้ต่อไป..และรัฐสภาใหม่ข้างหน้า..จะต้องยกย่องเขาเหล่านี้ว่า..

นักรบแห่งระบอบประชาธิปไตย

● พญาไม้ ●

//////////////////////

คอลัมน์:พญาไม้ ทูเดย์ ...

จากหนังสือพิมพ์บางกอก ทูเดย์

ชาติไทยเตรียมประสานจับขั้วรวมใจไทย

หัวหน้าพรรคชาติไทย เผย เสธ.หนั่น เตรียมประสานเจรจาจับขั้วกับพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา หลังจับขั้วกับพรรคเพื่อแผ่นดินไปก่อนหน้านี้แล้ว



นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยกล่าวว่า การจับขั้วทางการเมืองก็จะอยู่กับพรรคเพื่อแผ่นดินตามที่ได้แถลงไปเมื่อวานส่วนข้อมูลอื่น ๆ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้ารวมถึงแสดงความเห็นถึงกรณีกระแสข่าวการจับขั้วกับ
พรรครวมใจไทยชาติพัฒนานั้นบอกแต่เพียงว่า พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคกำลังเป็นผู้ประสานงาน

นอกจากนี้หัวหน้าพรรคชาติไทยกล่าวว่าขอให้ทุกพรรคการเมืองย้อนไปดูเหตุการณ์ที่อดีตพรรคร่วมฝ่ายค้านเชิญอดีตพรรคไทยรักไทยมาร่วมลงสัตยาบันที่รัฐสภาเพื่อแก้ไขปัญหาทางการเมืองแต่ก็ถูกปฏิเสธจนนำไปสู่การคว่ำบาตรในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา



เตือน!ปชป.ไร้มารยาท อยากตั้งรัฐบาลตัวสั่น

นักวิชาการสอนมารยาททางการเมือง ระบุพรรคที่ได้คะแนนอันดับ 1 มีความชอบธรรมที่จะได้จัดตั้งรัฐบาลก่อน ส่วนพรรคอันดับ 2 ต้องรอจัดตั้งรัฐบาลไม่ได้เสียก่อนถึงจะมีสิทธิ์ แนะไม่ใช่จับขั้วส่งเดช ต้องดูเสถียรภาพรัฐบาลด้วย

ท่ามกลางการแข่งขันทางการเมืองที่มีการนำเสนอนโยบายต่อประชาชนกันมาอย่างต่อเนื่องหลายเดือน และมีการทำผลสำรวจคะแนนเสียงของแต่ละพรรค จนเป็นที่ยืนยันจากหลายสำนักว่าการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคพลังประชาชนจะมีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 และพรรคประชาธิปัตย์จะมีคะแนนมาเป็นอันดับ 2

จนเป็นเหตุให้ก่อนหน้านี้มีความพยายามในการจับขั้วทางการเมือง โดยมีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกน เพื่อเป็นการสกัดการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชาชน แต่ที่สุดก็ฝันสลายเมื่อพรรคชาติไทยได้ประกาศสลายขั้วโดยให้รอผลการเลือกตั้งก่อน

อย่างไรก็ดี ยังคงมีข่าวออกมาเป็นระยะว่าแม้จะรู้ว่าเป็นพรรคการเมืองที่มีคะแนนมาเป็นอันดับ 2 แต่พรรคประชาธิปัตย์ ก็ยังคงมีความพยายามที่จะจับขั้วพรรคอยู่อย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีเสียงทัดทานถึงความเหมาะสม หรือมารยาททางการเมืองก็ตาม

แม้กระทั่งล่าสุด หลังจากผลเอ็กซิทโพลที่พบว่าพรรคพลังประชาชนมีคะแนนนำเกินกว่ากึ่งหนึ่ง ซึ่งหมายถึง เป็นการที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปจับขั้วกับใครอีก แต่บรรดาแกนนำพรรคก็ยังคงมีความหวัง และมีการต่อสายพรรคการเมืองอื่นอยู่ โดย นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรค ได้ออกมายืนยันเองว่า ขณะนี้มีการหารือพรรคการเมืองบางพรรคบ้างแล้ว

กรณีดังกล่าว นายประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวในกรณีเดียวกันนี้ว่า เป็นเรื่องของจารีตประเพณี ที่พรรคที่ได้คะแนนสูงสุดมีความชอบธรรมที่จะมีสิทธิ์ได้รับจัดตั้งเป็นรัฐบาลก่อน

เป็นเรื่องของมารยาท โดยความชอบธรรมแล้วก็ควรให้พรรคที่ได้อันดับที่หนึ่งเป็นผู้จัดตั้งรัฐบาลก่อน นับจากเลือกตั้ง 30 วันจะต้องมีการประชุมสภา และอีก 30 วันจะต้องมีการเสนอชื่อผู้ที่จะเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรี ดังนั้นพรรคที่ได้คะแนนสูงอันดับหนึ่งจะมีเวลาฟอร์มทีม 2 เดือน พรรคที่ได้คะแนนสูงอันดับสองก็ควรให้สิทธิ์เขาก่อน ถ้าเขาจัดตั้งไม่ได้ค่อยมาว่ากันทีหลัง

ด้าน รศ.ตระกูล มีชัย อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า พรรคการเมืองใดที่ได้คะแนนเป็นอันดับที่สองจะจัดตั้งรัฐบาลได้ เมื่อพรรคที่ได้คะแนนสูงเป็นอันดับที่หนึ่งไม่สามารถที่จะหาพรรคจับกลุ่มได้ ซึ่งถือว่าเป็นประเพณีทางการเมือง

ส่วนทางด้าน ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อาจารย์คณะรัฐประศาสนศาสตร์ อธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ กล่าวว่า นอกจากจะพิจารณาถึงความเหมาะสมดังกล่าวแล้ว ต้องดูด้วยว่าการจับขั้วนั้นจะทำให้เกิดรัฐบาลที่มีเสถียรภาพหรือไม่

ทั้งนี้ มีรายงานว่าระบุว่าแม้โพลจะระบุชัดว่าพรรคพลังประชาชนมีคะแนนมาเป็นอันดับ 1 ทิ้งห่างพรรคประชาธิปัตย์มีคะแนนเป็นอันดับ 2 แต่พรรคประชาธิปัตย์เอง โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค ก็ยังมีความพยายามในการติดต่อประสานกับพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อจับขั้วตั้งรัฐบาล โดยไม่ได้สนใจมารยาททางการเมือง

รวมทั้งขณะเดียวกันยังมีรายงานข่าวด้วยว่ามีความพยายามจากผู้ใหญ่ในบ้านเมืองบางคน ที่จะประสานให้มีการจับขั้วดังกล่าว

เล่นแรง!ด่านสกัดหน้าบ้าน‘เนวิน’

ฉาวจนหยาดหยดสุดท้าย วันเลือกตั้งแท้ๆ ยังใช้อำนาจรัฐคุกคามไม่เลิก ที่บุรีรัมย์ หน้าบ้าน เนวินทำพิกล ใช้กำลังทั้งทหาร ตำรวจ ตั้งด่านตรวจค้น แม้กระทั่งคนเข้า-คนออกบ้านพัก ด้าน กกต. ร้าวลึก 4 กกต. รุมอัด สมชัยเตรียมบทล้วงลูก โทษฐานแจกใบเหลือง-ใบแดงน้อบยเกินไป ทำให้ กกต.เสียหน้า สดศรีได้ทีขอล้วงลูกร่วมสอบสวน



แม้สถานการณ์บ้านเมืองจะเดินหน้ามาสู่วันเลือกตั้งแล้วในวันที่ 23 ธันวาคม ที่ผ่านมา ขณะที่ประชาชนกำลังเดินทางออกไปสิทธิใช้เสียงตามระบอบประชาธิปไตย แต่ฝ่ายกุมอำนาจรัฐก็ยังคงใช้อำนาจรัฐคุกคามไม่เลิกจนวินาทีสุดท้าย โดยเฉพาะที่จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่ช่วงเช้า 09.00 น. มีการตั้งด่านตรวจตามถนนสายต่างๆ ครอบคลุมทุกอำเภอทั่วทั้งจังหวัดอย่างไม่ปกติ และที่พิลึกอย่างยิ่งก็คือการตั้งด่านตรวจที่ อำเภอเมือง ถนนสายประโคนชัย บุรีรัมย์ บริเวณหน้าบ้านพักของนายเนวิน ชิดชอบ อดีตรองหัวหน้าพรรคไทยรักไทย 1 ใน 111 คนที่ถูกจำกัดสิทธิทางการเมืองไปแล้วนั้น


โดยใช้กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งทหารและตำรวจกว่า 20 นาย มากกว่าจุดอื่นๆเป็นพิเศษ โดยปฏิบัติการของเจ้าหน้าที่ที่ด่านนี้จะทำการตรวจค้นแม้กระทั่งรถหรือคนที่เดินทางเข้า-ออกบ้านของนายเนวิน นอกเหนือไปจากรถที่สัญจรไปมาตามปกติ


การตั้งด่านดังกล่าว อ้างสาเหตุแบบกำปั่นทุกดินเช่นเคย คือมีทั้งเพื่อป้องกันการขนเงินเข้ามาซื้อเสียง ป้องกันขนคนมาลงคะแนน ป้องกันการลักลอบขนย้ายอาวุธและสิ่งผิดกฎหมายเข้ามาในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์เพื่อก่อเหตุความไม่สงบ ซึ่งเป็นการสร้างความอิดหนาระอาใจให้กับชาวบ้านและผู้พบเห็นเป็นอย่างมาก ถึงกับกล่าวกันว่า นี่เป็นการใช้อำนาจรัฐที่เกิดขอบเขตหรือไม่


อย่างไรก็ตาม ทางด้านเจ้าของบ้านคือนายเนวิน มิได้มีปฏิกิริยาแต่อย่างใด โดยพอถึงช่วงบ่าย นายเนวิน ได้พา นางกรุณา ชิดชอบ ภรรยา ซึ่งเป็นอดีต ส.ส.3 สมัย และ ปัจจุบันเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) บุรีรัมย์ มาใช้สิทธิลงคะแนนเลือกตั้ง ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 24 ชุมชนหลังสถานีขนส่งผู้โดยสาร ในเขตเทศบาลเมืองบุรีรัมย์


ทั้งนี้ นายเนวิน ได้ทักทายประชาชนที่มารอลงคะแนนเลือกตั้ง ด้วยหน้าตายิ้มแย้มแจ่มใส แต่ปฏิเสธที่จะให้ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องการเลือกตั้ง และไม่ยอมให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนที่ไปรอทำข่าว เพียงแต่บอกสั้นๆ ว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ ตนเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งที่พาภรรยามาทำหน้าที่ลงคะแนนตามระบอบประชาธิปไตยเท่านั้น


ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวว่า ตนได้รับรายงานจากกกต.บุรีรัมย์ว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีประชาชนมาใช้สิทธิบางตา เท่าที่สอบถามมีสาเหตุมาจากการที่ กกต.จังหวัด และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้น เพื่อป้องกันการทุจริตอย่างเข้มข้นจนทำให้ประชาชนมาใช้น้อยเกินกว่าที่คาดหมาย แต่มาตรการที่เด็ดขาดเหล่านี้ก็ทำให้ การแจกเงินในคืนหมาหอน ทำไม่ได้จนเห็นได้ว่า หมาหอนไม่ดัง


สำหรับกรณีคลิปวิดีโอ การสั่งการให้กำลังพลเลือกพรรคการเมืองหนึ่งของผู้บัญชาการกองพันทหารที่ 1 รักษาพระองค์ ที่กำลังสร้างความอื้อฉาวขึ้นมาอีกเรื่องหนึ่งนั้น ขณะที่พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ได้เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง ณ หน่วยเลือกตั้งที่ 37 แขวงศาลาธรรมศก เขตทวีวัฒนาได้ยืนยันต่อผ฿สื่อข่าวว่า กองทัพไม่มีนโยบายในเรื่องนี้เนื่องจาก กองทัพต้องวางตัวเป็นกลาง อย่างไรก็ตาม ตนยังไม่เห็นคลิปวีดีโอดังกล่าว แต่ได้มีการสั่งการให้มีการสืบสวนสอบสวนข้อเท็จจริงแล้ว


พล.อ.บุญรอด สมทัศน์ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีคลิปวิดีโอดังกล่าวว่า จะต้องตรวจสอบ แต่ยังเร็วเกินไปที่กล่าวโทษกับนายทหารระดับนั้นในเวลานี้


ขณะเดียวกันศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยการเลือกตั้ง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศรส.ลต.ตร.) ได้ออกรายงานการร้องเรียนหรือกล่าวหาข้าราชการตำรวจวางตัวไม่เป็นกลาง ในการเลือกตั้งคร้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน ถึง 22 ธันวาคม พบมีทั้งสิ้น 41 นาย เป็นชั้นสัญญาบัตร 13 นาย ประทวน 26 นาย ซึ่งผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบมีมูลตามที่ร้องเรียน 5นาย ไม่มีมูล 31 นาย


นอกจากนี้ รายงานยังระบุด้วยว่า ในจำนวนข้าราชการตำรวจที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้วมีมูลทั้ง 5 นาย นั้น มีคำสั่งให้พ้นหน้าที่แล้ว ยังมีคำสั่งให้ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง 3 นายด้วย


สำหรับ กกต.ส่วนกลาง โดยนางสดศรี สัตยธรรม กรรมการ กกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง ได้ออกมากล่าวเปิดประเด็นการตำหนิฝ่ายสืบสวนในช่วงเปิดหีบเลือกตั้งว่า กกต.4 คน เห็นตรงกันว่า ควรจะแบ่งงานด้านสืบสวนจากนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนสอบสวนมาดูแล เพราะกกต.ทั้ง 5 คนต้องรับผิดชอบร่วมกัน รวมทั้งอาจมีการสับเปลี่ยนหน้าที่กันทำงานด้วย ถ้ายังไม่ได้ผลก็ควรมาดูว่าควรยุบ กกต. และให้การเลือกตั้งกลับไปอยู่กับมหาดไทยเช่นเดิมหรือไม่


นอกจากนี้ นางสดศรี ยังยอมรับว่า หลังเลือกตั้งจะมีกระแสกดดันให้ กกต.แจกใบเหลือง ใบแดง โดยอาจมีการข่มขู่ กกต.อีก เนื่องจากมีผู้เสียประโยชน์ทางการเมือง โดย กกต.ได้เตรียมแผนงานในการจัดการเลือกตั้งใหม่ไว้ 2 ครั้ง เพราะคิดว่ายังไงก็มีเรื่องตั้งใหม่แน่


นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต. แถลงข่าวภายหลังเปิดหีบเลือกตั้งทั่วประเทศ ว่า ในคืนก่อนเลือกต้งมีการแจ้งเหตุทุจริตการเลือกตั้งทั้งหมด 172 เรื่อง เป็นเรื่องการแจกเงิน 147 เรื่อง ร้องเรียนเจ้าหน้าที่วางตัวไม่เป็นกลาง 11 เรื่อง การแจกของ 4 เรื่อง และเรื่องอื่น 10 เรื่อง โดยกลุ่มจังหวัดที่มีเรื่องร้องเรียนมากที่สุดคือกลุ่มที่ 4 ซึ่งป็นกล่มจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสานใต้


ส่วนกรณีที่นางสดศรีระบุอาจต้องมีการล้วงลูกฝ่ายสืบสวนฯ หากยังไม่สามารถเอาผิดคนทุจริตได้ว่า ก็มีการคุยกันว่าควรจะปรับปรุงอย่างไรบ้าง แต่ยังไม่ได้มีการคุยกันอย่างพร้อมเพรียง ตอนนี้เห็นแล้วว่างานด้านสืบสวนสอบสวนไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ กกต.ทุกคนตั้งใจทำงาน แต่เวลาได้พิสูจน์แล้วว่าเจ้าหน้าที่คนใดเกียร์ว่าง ทำให้การทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น เพื่อการปรับปรุงเราอาจจำเป็นต้องหยิบบางสำนวนมาดูเอง หากจะเรียกว่าเป็นการล้วงลูกก็ได้


สำหรับสาเหตุที่นางสดศรี เปิดประเด็นการขอเข้าร่วมสืบสวนสอบสวนด้วยนั้น มีรายงานข่าวเปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ ในการประชุม กกต.เมื่อวันที่ 21 ธันวาคม ที่ผ่านมา มีการนำเรื่องความล่าช้าในการให้ใบแดงก่อนการเลือกตั้งมาหารือ โดยเรียกเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนมาสอบถามถึงความคืบหน้าเป็นรายคดี และให้เจ้าหน้าที่รับผิดชอบชี้แจง โดย กกต.บางคนได้ตั้งเป้าว่าหลังการเลือกตั้งต้องแจกใบเหลืองใบแดงให้มากที่สุด


หลังจากนั้น กกต.ทุกคนได้รุมต่อว่านายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวน และวินิจฉัยว่า เป็นต้นเหตุที่ทำให้การทำงานในการแจกใบแดงล่าช้า


รายงานข่าวระบุด้วยว่าในที่ประชุม นายสมชัยชี้แจงถึงสาเหตุของความล่าช้า และได้ชี้แจงกรณีต่างๆ เช่นเรื่องทุจริตที่มีเข้ามาว่า โดยมากไม่ได้เป็นกรณีของพรรคพลังประชาชน แต่เป็นของพรรคการเมืองอื่น เพราะพรรคพลังประชาชนนั้นถูกบล็อกจากฝ่ายต่างๆ จนแทบจะทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว หลังจากนั้นการประชุมจึงยุติลง ท่ามกลางสีหน้าเคร่งเครียดของ กกต.แต่ละคน


ด้านนายสมชัย จึงประเสริฐ กรรมการ กกต. ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ให้สัมภาษณ์ปฏิเสธว่า ไม่มีความขัดแย้งกับนางสดศรี โดยกระแสข่าวที่ออกมาอาจเป็นเพราะสื่อไม่เข้าใจวิธีการทำงานของกกต. และตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องตั้งเป้าก่อนว่าต้องมีใบเหลืองใบแดง


ด้าน นายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านกิจการการมีส่วนร่วม กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้คงเป็นไปด้วยดี ส่วนเรื่องการประกาศรับรองผลการเลือกตั้งหากเขตใดไม่มีเรื่องนร้องเรียน กกต.ก็สามารถที่จะประกาศได้ภายใน 7 วันทำการ แต่หากเขตใดมีเรื่องร้องเรียน กกต.จะพิจารณา ซึ่ง กกต.จะเริ่มพิจารณาวันที่ 25 ธ.ค. โดยเชื่อว่าจะสามารถประกาศใบแดงใบเหลืองได้ก่อนที่จะมีการประกาศผล ในส่วนของที่ไม่มีเรื่องร้องเรียน


ขณะที่นายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารการเลือกตั้ง กล่าวถึงความกังวลที่ว่า กกต.จะประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการได้ไม่ถึงร้อยละ 95 ทันตามกำหนด ว่า การตรวจสอบเรื่องทุจริตต้องดูจะมีเรื่องร้อนเรียนมากน้อยเพียงใด ล่าสุดจนถึงขณะนี้มีรายงานเพียง 20 เรื่อง หากไม่มีเรื่องทุจริตอะไรน่าจะประกาศผลการเลือกตั้งได้ตามกำหนดและเปิดสมัยประชุมสภาได้ภายใน 30 วัน และการประกาศผลคาดว่าจะประกาศผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการได้ ภายในวันที่ 3 ม.ค.โดยในส่วนของ ส.ส.ระบบสัดส่วนน่าจะประกาศได้ก่อนเพราะเป็นส่วนที่ไม่ได้รับรายงานการทุจริต


เว็บไซต์เสรีชนแฉ ผู้พันสั่งกำลังล็อกคะแนน

ที่มา เวบไซต์ไทยรัฐ และ c-box สถานีวิทยุเสรีชน
24 ธันวาคม 2550

ผู้สื่อข่าวรายงานวานนี้ (23 ธ.ค.)ว่า ได้มีการนำคลิปวีดิโอบันทึกเสียงการประชุมของทหารในหน่วยหนึ่งของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่เรียกประชุมกำลังพล เรื่องการเลือกตั้ง มาเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์เสรีชน ใช้หัวข้อในการโพสต์ว่า “ไหนว่าทหารเป็นกลางเหตุเกิดที่หน่วยหนึ่ง” โดยใช้ชื่อผู้ โพสต์ว่า lek 12 เวลาโพสต์ 11.17 น. ของวันที่ 22 ธ.ค. 2550 มีความยาว 26.28 วินาที (โหลดไปฟังได้โดยคลิกที่ ลิงก์นี้ )

เนื้อหาในคลิปช่วงแรก ผู้บังคับหน่วยได้ขอให้กำลังพลออกไปเลือกตั้งในวันที่ 23 ธ.ค.ให้มาก และมีการชี้ให้เห็นถึงผลเสีย ที่เกิดจากนโยบายประชานิยมของรัฐบาลที่ผ่านมา ต่อมาเป็นช่วงที่นายทหารยศ พ.ท.นายหนึ่งขึ้นไปกล่าวบนเวที มีเนื้อหาพอสรุปได้ว่า “ไม่ต้องพูดอะไรมาก อย่างที่ผู้บังคับการพูดไปแล้วว่าเราลงเรือลำเดียวกัน ก็ขอให้เราไปเลือกตั้ง เดี๋ยวนะผมเลี้ยงขนมจีนแกงไก่ อย่างที่บอกว่าพัน 3 เราซื้อไม่ได้ แต่ถ้าให้ตังค์เรารับ แต่ว่าเราจะเลือกตามใคร ถ้าพอไปกันได้ก็ประชาธิปัตย์ 4-5-6 ทั้งพรรคทั้งคน ผมไม่ขออะไรมาก ไม่เอาเหตุผลอะไรทั้งสิ้น เรามาแสดงในความเป็นหน่วยสามัคคี”

ย้ำชัดเลือกเด็ก ปชป.ยกก๊วนทั้งพรรค

ในคลิปวีดิโอนายพันโทยังกล่าวอีกว่า “แต่จะบอกไว้อย่างหนึ่งว่า หน่วยเลือกตั้งของเรานับคะแนนในหน่วยเรานี้ ฉะนั้นเย็นนั้นก็รู้เลยว่า เราสามัคคีกันหรือไม่ เราแสดงพลังกันทั้งหมดทั้งหน่วย ถือว่าผมขอก็แล้วกัน เหมือนผมเป็นพ่อบ้าน ถ้าตลกก็คุณพ่อขอร้อง คุณแม่ ขอร้องคงไม่มีอะไรมาก เดี๋ยวกินข้าว 4-5-6 ประชาธิปัตย์ เหตุผลไม่มี แต่ผมมีอยู่ในใจ ทุกคนไปวิเคราะห์กันเอง ว่าเหตุผลผมมีอยู่ในใจ ทุกก็คงไปวิเคราะห์กันเอง จะบอกถึงผลดีถ้าเราได้มาซึ่งความเป็นหน่วย เราจะได้มาเป็นกอบเป็นกำ อันนี้ผมไม่ได้ไปรับเงินใครมาทั้งสิ้น แต่เราสามารถต่อรองได้ เฮ้ย! เรามีอย่างเนียะ เวลาไปขอน้ำขอของคน ขอ ส.ก. ส.ส.มาพัฒนาผมพูดได้ เพราะว่าผมมีกำลังพล 1,000 คน เอาตามผมหมด เพราะฉะนั้นผมอยากได้ คือไม่ใช่อยากได้ตังค์เข้ากระเป๋านะ ผมก็รู้ว่ามีทหารบางคนเป็นคนขวางโลก ผมก็ขอแค่นี้ ถ้าไม่ได้ก็ถือว่าคุณพ่อขอร้อง 4-5-6 ทั้งพรรค ถ้าเลือกพรรคก็เบอร์ 4 ขอร้องล่ะ ขอกราบงามๆสักที”

“อนุพงษ์” ปัดเผือกร้อนไม่ได้สั่งให้ทำ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. กล่าวว่า เรื่องนี้ทราบเพียงข่าว แต่ยังไม่เห็นรายละเอียด หากพบว่ามีจริงก็ต้องสอบสวน ขณะนี้ยังไม่เห็น คงต้องรอให้เจ้าหน้าที่รายงานมาก่อนจึงจะดำเนินการได้ ทั้งนี้ ตนไม่ได้สั่งการให้ทำเช่นนั้น กองทัพมีคำสั่งแน่ชัดว่าให้ทหารวางตัวเป็นกลาง


จาก http://thaienews.blogspot.com/

'2หน.+2เลขาฯ'เศร้า! กอดคอ'แห้ว'กันหมด ประชัยยังไม่ยอมแพ้ จี้กกต.นับคะแนนใหม่

'2 หัวหน้าพรรค' + '2 เลขาธิการ' สอบตก 'ประชัย-เจ๊เป้า-สุวิทย์-ประดิษฐ์' กอดคอกินแห้วกันหมด 'ประชัย' ไม่ยอมแพ้ เตรียมยื่นกกต.ให้นับคะแนนในกทม.ใหม่ อ้างไม่โปร่งใส แถมจวก 'เจ๊เป้า' ไม่เลิก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการครั้งนี้ มีความน่าสนใจอยู่ที่ 2 หัวหน้าพรรค-2 เลขาธิการพรรค 'สอบตก' คือ นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย และนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการมัชฌิมาธิปไตย นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน และนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการพรรครวมใจไทยชาติพัมนา

โดยที่จ.ขอนแก่น เขต 3 ผลคะแนนของ กกต.อย่างไม่เป็นทางการพบว่า นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เป็นอันดับ 4 โดยล่าสุดเมื่อเวลา 23.10 น. ตามหลังผู้สมัครพรรคพลังประชาชนอยู่ 5 พันคะแนน คือ นายนวัธ เตาะเจริญสุข 112,142 คะแนน และนายปัญญา ศรีปัญญา 103,352 คะแนน นายจตุพร เจริญเชื้อ 98,241 คะแนน โดยนายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าเพื่อแผ่นดินได้ 92,877 นางมุกดา พงษ์สมบัติ 83,187 นางปทุมรัตน์ คุณเงิน ก็สอบตกด้วย

สำหรับผลการนับคะแนน ส.ส.ในระบบสัดส่วน 8 กลุ่มอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อเวลา 20.00 น. จากเว็บไซต์ www.ect.go.th ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) พบว่า พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 34 ที่นั่ง พรรคพลังประชาชน (พปช.) 33 ที่นั่ง พรรคเพื่อแผ่นดิน (พผ.) 7 ที่นั่ง พรรคชาติไทย (ชท.) 1 ที่นั่ง พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา (รช.) 1 ที่นั่ง และพรรคประชาราช (ป.ช.ร.) 1 ที่นั่ง จากจำนวนทั้งหมด 80 คน

ส่งผลให้ผู้สมัครในระดับ 'แกนนำ' พรรคการเมืองใหญ่ๆ หลายคน 'สอบตก' อย่างในกลุ่ม 1 มีนายเอนก เหล่าธรรมทัศน์ รองหัวหน้า รช., นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรคมัชฌิมาธิปไตย (มฌ.) นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ รองหัวหน้า ชท., กลุ่ม 2 นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ เลขาธิการ รช. และ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภาภรณ์ คนสนิทนายสมศักดิ์ เทพสุทิน พรรค มฌ.

กลุ่ม 3 นางมาลีรัตน์ แก้วก่า อดีต ส.ว.สกลนคร จาก มฌ. นายอวยชัย วะทา อดีตแกนนำสมัชชาคนจนจาก ชท., กลุ่ม 4 นายมานะ มหาสุวีระชัย จาก ป.ช.ร. นายการุณ ใสงาม อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย มฌ. กลุ่ม 5 นายอรรคพล สรสุชาติ จาก ชท. นายประมวล เลี่ยวไพรัตน์ น้องชายนายประชัย มฌ. นายวิรัช รัตนเศรษฐ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รช.

กลุ่ม 6 นายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรค มฌ., นายประมวล รุจนเสรี หัวหน้าพรรคประชามติ, พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา ชท., รวมทั้งนายถิรชัย วุฒิธรรม นายจิรายุ วสุรัตน์ นายปาน พึ่งสุจริต นพ.พฤฒิชัย ดำรงรัตน์ จาก พผ. และนายสมบัติ เมทะนี ป.ช.ร.

ขณะที่กลุ่ม 7 นายจองชัย เที่ยงธรรม รองหัวหน้าพรรค ชท. และ พล.ต.ท.วิโรจน์ เปาอินทร์ จาก พปช. ส่วนกลุ่ม 8 ปชป.คว้า 9 ที่นั่ง ส่วน พผ.คว้าหนึ่งเดียว มานพ ปัตนวงศ์ ทำให้อารีเพ็ญ อุตรสินธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จาก พปช. สอบตก รวมถึงนายนิกร จำนง รองหัวหน้าพรรค ชท. และนายสมศักดิ์ วรคามิน หัวหน้าพรรคพลังแผ่นดินไท ก็กลายเป็นส.ส.สอบตก

ต่อมานายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย เตรียมยื่นเรื่องให้ กกต. นับคะแนนเลือกตั้งใน กทม. ทั้ง 12 เขต และ ส.ส.ระบบสัดส่วน กลุ่ม 6 ใหม่อีกครั้ง เนื่องจากเห็นว่าอาจไม่โปร่งใส

อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ยังไม่ได้รับการติดต่อเพื่อร่วมจัดตั้งรัฐบาล และต้องให้เป็นไปตามมติของพรรคว่าจะร่วมกับฝ่ายใด ซึ่งคงหารือกันหลังวันที่ 3 มกราคม ที่ผลคะแนนออกมาอย่างเป็นทางการอีกครั้ง เช่นเดียวกันกับตำแหน่งหัวหน้าพรรค ต้องขึ้นอยู่ที่กรรมการบริหารพรรคว่า ตนยังควรดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อหรือไม่ หลังสอบตกในครั้งนี้

นอกจากนั้น นายประชัยยังตำหนินางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เลขาธิการพรรค ที่พูดถึงสาเหตุที่นางอนงค์วรรณสอบตก ว่าเป็นเพราะประชาชนเข้าใจผิดว่าเลือกเบอร์ 15 จะได้ตนเข้าสภา


พปช.มอบให้"สุรพงษ์-เฉลิม" เจรจาพรรคร่วม-จัดตั้งรัฐบาล

(24ธค.) เวลา 08.30 น. ผู้สื่อข่าวหลายสำนัก ทั้งหนังสือพิมพ์ ทีวี ได้มารอทำข่าวที่บ้านสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่ซอยนวมินทร์ 81 บรรยากาศโดยรอบๆ ประตูบ้านปิดไม่ให้สื่อเข้าไปในบ้าน เหมือนอย่างที่เคยเหมือนก่อนหน้านี้
ผู้ติดตามสมัครเดินออกมาบอกว่า นายสมัครจะเดินทางไปที่รร.เรดิสันแต่ไม่ได้บอกว่าจะไปทำอะไร ซึ่งสอดคล้องกับรายงานก่อนหน้านี้ว่า พรรคพลังประชาชน นัดพรรคการเมืองบางพรรคไปเจรจจาเรื่องจัดตั้งรัฐบาล ในเวลาประมาณ 10.00 น.
จากนั้น เวลาประมาณ 09.15 น. ผู้ติดตามนายสมัครได้เดินออกมาอีกครั้งและแจ้งว่านายสมัครได้เปลี่ยนใจไม่เดินทางไปไหนทั้งสิ้น และขอให้สื่อไปเจอที่กันที่ที่ทำการพรรคพลังประชาชน เพราะนายสมัครมีอาการเหนื่อย เพราะเมื่อคืนนอนดึก
แหล่งข่าวจากพรรคพลังประชาชน แจ้งว่า นายสมัคร สุนทรเวช ได้มอบหมายให้ นพ.สุรพงษ์ สืบวงษ์ลี เลาขาธิการพรรคพลังประชา ชน คนสนิท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง เป็นตัวแทนพรรคในการเจรจากับพรรคที่จะเชิญมาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ก่อนที่จะนำผลการเจรจามาเสนอให้นายสมัครเห็นชอบอีกครั้ง โดยแกนนำพรรคพลังประชาชนเห็นว่าพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน น่าจะรับเงื่อนไขของพรรคได้ไม่ยาก
นายนพดล ปัทมะ รองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีพรรคชาติไทยจับมือกับพรรคเพื่อแผ่นดิน ว่า เป็นสิทธิที่จะดำเนินการได้ ในส่วนของพรรคพลังประชาชนเข้าใจว่าผู้ใหญ่อาจไปกับกับทั้ง 2 พรรคแล้ว ส่วนผลจะเป็นอย่างไรต้องรออีก 1-2 วัน โดยต้องการ 280-300 เสียง เพื่อจะได้รัฐบาลที่มั่นคง ทั้งนี้ ส่วนตัวเห็นว่าควรหารือกับทุกพรรคการเมืองในการจัดตั้งรัฐบาล
ส่วนท่าทีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อวานนี้ ที่พร้อมจะจัดตั้งรัฐบาล นายนพดล ปัทมะ กล่าวว่า ชัดเจนว่าพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ล้มเลิกที่จะขอตั้งรัฐบาลทั้งที่โดยหลักต้องเปิดโอกสให้พรรคอันดับ 1 อย่างไรก็ตาม เป็นไปได้น้อยที่พรรคขนาดกลางจะไปรวมกับพรรคประชาธิปัตย์
สำหรับการแจกใบเหลือง ใบแดง เชื่อว่า กระทบพรรคพลังประชาชน ไม่มากนัก เพราะที่ผ่านมากำชับผู้สมัครเคร่งครัดกฎกติกา มาตลอด แต่ต้องรอดูคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต.ว่าจะมีคำตัดสินว่าอย่างไร