ขอขอบคุณ http://www.thailandsportsonline.com/
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, January 17, 2008
แมนฯซิตี้ 1-0 เวสต์แฮม หืดขึ้นคอ เฉือนเวสต์แฮม
ปชป.อัดซ้ำ 'สมัคร' พูดสร้างปัญหา
ทางด้านพรรคประชาธิปัตย์ วันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหนาพรรคประชาธิปัตย์
กล่าวถึงกรณีที่นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ระบุมีมือสกปรกอยู่เบื้องหลังการยุบพรรคว่า การพูดจาลักษณะนี้ไม่ช่วยให้เกิดความเชื่อมั่น หรือจะช่วยทุกอย่างเดินไปตามกระบวนการด้วยความราบรื่น และหากมีเช่นนั้นจริงควรเปิดเผยข้อมูลต่างๆออกมา อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำว่า หากจะตั้งรัฐบาลช่วยหยิบยกประเด็นปัญหาของบ้านเมืองมาสร้างความหวังและสร้างรัฐบาลบนพื้นฐานของความปรองดอง ในการแก้ไขปัญหาของประชาชน อย่าสร้างบนความขัดแย้ง ที่จะทำให้เกิดปัญหาของบ้านเมือง แล้วทำให้ประชาชนเดือดร้อนอีกต่อไป อยากเห็นคนที่จะจัดตั้งรัฐบาลพูดในเรื่องที่ให้ความหวังกับประชาชนว่าจะทำอะไร จะแก้ปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร มีอะไรบ้างที่ต้องเร่งทำเพื่อให้บ้านเมืองเดินไปข้างหน้า มากกว่าจะมาพูดในประเด็นเหล่านี้ ซึ่งมีแต่จะบั่นทอนความเชื่อมั่น และทำให้หลายสิ่งหลายอย่างมีแต่ภาระความอึมครึม และกระทบกับเศรษฐกิจของประเทศ
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์กล่าวอีกว่า ขอให้ทุกองค์กรมีความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ของตัวเอง โดยเฉพาะกกต.อย่าได้กังวลกับแรงกดดัน
ไม่ว่าจากฝ่ายไหนก็ตามเพราะต้องเป็นหลักให้บ้านเมือง และทำให้ทุกอย่างมีคำตอบในตัวเอง แต่ถ้าเอาแรงกดดันเป็นตัวตั้งอาจจะผ่อนคลายบางเรื่องได้ในวันนี้แต่จะผูกปมใหม่ในวันข้างหน้า ซึ่งไม่เป็นผลดีกับใครทั้งสิ้น และขณะนี้รู้สึกเป็นห่วง เพราะเห็นได้ชัดว่าพรรคพลังประชาชนมีความพยายามจะกดดันในรูปแบบตรงๆ โดยหัวหน้าพรรคพลังประชาชนทำหนังสือถึง กกต. 2 ครั้งและยังมีถึงตัวบุคคล อยากย้อนถามว่า หากทุกพรรคทำบ้าง แล้ว กกต.จะทำอย่างไร ดังนั้น คิดว่าที่ดีที่สุดคือ กกต.ต้องดำเนินการตามข้อเท็จจริงว่ามีการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ถ้ามีจะต้องลงโทษ ทุกอย่างจะมีคำตอบโดยตัวเองอยู่แล้ว แต่ถ้าพะวงว่าต้องการตัดสินอย่างนี้ แล้วจะมีผลอย่างนั้นคิดว่าจะไม่จบไม่สิ้น เพราะแม้ว่าทางการเมืองมีคนที่เห็นไม่เหมือนกัน แต่ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กติกากฎหมายเดียวกัน ดังนั้นใช้กฎหมายเป็นหลักจะดีที่สุด
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ ผู้สมัคร ส.ส.บุรีรัมย์พรรคประชาธิปัตย์ ไม่ถอนฟ้องเรื่องการเลือกตั้งล่วงหน้าเป็นโมฆะนั้น
นายอภิสิทธิ์ตอบว่ายังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับนายไชยวัฒน์ แต่ได้ประสานเพื่อยืนยันจุดยืนของพรรคว่า การจะทำให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะทั้งหมด พรรคไม่เห็นด้วย เมื่อถามว่า ถ้าผลการพิจารณาออกมาแล้วการเลือกตั้งเป็นโมฆะ จะทำให้ประชาชนเข้าใจว่าพรรคประชาธิปัตย์อยู่เบื้องหลังหรือไม่ เพราะคนที่ร้องเป็นสมาชิกพรรค นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ถ้าผลเป็นเช่นนั้นถือเป็นคำพิพากษาของศาล แต่ขณะนี้ขอยืนยันว่าต้องการให้นายไชยวัฒน์ถอนฟ้อง เพราะไม่ ต้องการให้การเลือกตั้งเป็นโมฆะ และคิดว่าประชาชน ได้ทำหน้าที่ใช้สิทธิเลือกตั้งแล้ว ถ้าจะร้องอย่างนี้ต้องร้องก่อนจะมีการเลือกตั้งใหญ่เพราะอ้างเหตุเรื่องของการเลือกตั้งล่วงหน้า จึงต้องร้องก่อนรู้ผลการเลือกตั้ง
‘ทักษิณ'การันตีข้ามทวีป‘สมัคร'เหมาะสมนั่งเก้าอี้นายกฯ
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานวันนี้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประธานสโมรสร แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ให้สัมภาษณ์ระ หว่างชมการแข่งขันฟุตบอลศึกเอฟเอคัพ ระหว่าง "เรือใบสีฟ้า" กับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ช่วงเช้ามืดที่ผ่านมาว่า นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน มีคุณสมบัติสามารถเป็นนายกรัฐมนตรีได้ เพราะเป็นหัวหน้าพรรคพลังประชาชน
อดีตนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า จะเดินทางกลับประเทศไทยในช่วง 2-3 เดือนนี้ เพราะคิดถึงบ้านและอยากกลับมากราบพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และ เคารพพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
ส่วนการเดินทางกลับเมืองไทยของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ไม่เกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาล ไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่เป็นเรื่องที่คุณหญิงพจมานคิดถึงลูกๆ เมื่อคุณหญิงพจมานกลับมาอยู่บ้าน แค่ลูกๆจะออกจากบ้านคุณหญิงก็จะถามแล้วว่า จะออกไปไหน เพราะเป็นห่วงลูกๆ
พ.ต.ท.ทักษิณ ยังกล่าวว่า กำหนดการเดินทางกลับมาเมืองไทยของตนเอง เพราะอยากเข้ามาพัฒนากีฬาและการศึกษา โดยไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง จากนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ นั่งชมการแข่งขันฟุตบอลระหว่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้กับเวสต์แฮม ยูไนเต็ด โดยบ่นว่าทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เล่นไม่ดี โชคดีที่คู่แข่งเล่นต่ำกว่ามาตรฐาน อย่างไรก็ตาม ช่วงครึ่งเวลาหลังผ่านไปได้แค่ 15 นาที พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ต้องเดินทางกลับไปลอนดอน เพื่อต่อเครื่องบินเดินทางกลับกลับฮ่องกง โดยไม่ได้ชมประตูที่ เอลาโน นักเตะชาวบราซิล ซัดประตูชัยให้ทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนะคู่แข่งในนาทีที่ 73 ผ่านเข้ารอบ 4 ศึกฟุตบอล เอฟเอคัพต่อไป--จบ--
'สุรพงษ์'ยัน'พจมาน'ไม่เกี่ยวจัด ครม.พปช.
เลขาธิการพรรคพลังประชาชน โต้ข่าวลือ "คุณหญิงพจมาน ชินวัตร" ร่วมจัดโผคณะรัฐมนตรีใหม่ ยืนยันมีแต่ข่าวลือและข่าวลวง ขณะที่ยังเชื่อว่าจะสามารถเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ทันกำหนดแน่นอน
นายแพทย์ สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรคพลังประชาชนกล่าวถึงกระแสข่าวลือต่างๆที่ถูกปล่อยออกมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเรื่องการจัดคณะรัฐมนตรี ที่มีข่าวว่าบางตำแหน่งที่สำคัญเช่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มีการวางบุคคลอื่นนอกเหนือจากคนในพรรคร่วมรัฐบาลให้เข้ามานั่งเก้าอี้นี้ว่า ข่าวต่างๆนั้นไม่เป็นความจริงเพราะยังไม่มีการพูดคุยเรื่องการวางตำแหน่งกับตัวบุคคลเลย โดยเฉพาะการโยงเรื่องคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ที่เดินทางกลับประเทศไทยในช่วงเวลานี้ ว่าเป็นการเดินทางมาเพื่อจัดการเรื่องการจัดคณะรัฐมนตรี ซึ่งตนขอยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริงแต่อย่างใดอย่างไรก็ตาม นายแพทย์สุรพงษ์ กล่าวต่อว่า สำหรับช่วงนี้ จะมุ่งทำงานเรื่องของการเลือกตั้งซ่อมมากกว่า ซึ่งโดยส่วนตัวมั่นใจว่า การเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ไม่น่าจะมีปัญหา และเชื่อว่า กกต.เองก็คงจะทำหน้าที่อย่างเต็มความสามารถเพื่อให้มีการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ตามที่กำหนดไว้
‘ ยุ บ พ ร ร ค ’ จะเน่าไหม..?
หากเปรียบคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เป็นพระเอกนำในละครเรื่อง “ความเป็นไปของการเมืองไทยสู่อนาคต” โดยพระรองและตัวร้ายเป็นบรรดาพรรคการเมือง และประชาชนทั้งประเทศเป็นคนดูต้องยอมรับว่า ละครเรื่องนี้มีครบทุกอรรถรส ตื่นเต้นทุกฉาก และต้องห้ามคนที่เป็นโรคหัวใจดูเด็ดขาด เพราะอาจเกิดอาการช็อกซีนีม่าได้เนื่องจากทุกฉากทุกตอน “เชือดเฉือน หักมุม”กันตลอดเวลา และด้วยความไม่แน่นอนของสถานการณ์ปัจจุบัน ยังส่งผลให้มิมีผู้ใด “ฟันธง” ตอบจบของเรื่องได้นับเนื่องตั้งแต่วันเลือกตั้ง 23 ธ.ค.50 ผ่านไป หลายคนที่เคยวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของ “กกต.” ว่าช้าเป็นเต่าเพราะไม่มีผลงานใบเหลือง-ใบแดงออกมาสักทีจนส่อว่างานนี้ คงได้ปล่อย “ผีไปสิงสภา” ตึม...และกระแสดังกล่าว ยังได้ลุกลามไปก่อเป็นปัญหารุนแรง ถึงขั้นเกิดรอยร้าวภายใน กกต. ทำให้บางคนเกือบถอดใจลาออก..แต่…เมื่อเวลาผ่านไปไม่ถึง 1 เดือน สถานการณ์เกิดพลิกผันกกต. แจก “อั่งเปา” ก่อนตรุษจีน ทั้งเหลือง ทั้งแดงว่อนไปหมด รวมเบ็ดเสร็จแล้วน่าจะอยู่ที่ตัวเลข 24 ใบ ถือว่าทำลายยอดที่กะเกณฑ์ไว้ว่าไม่น่าเกินจำนวนนี้เพราะหากแจกเกิน ย่อมมีผลต่อการเปิดประชุมสภาครั้งแรก ในวันที่ 21 ม.ค.51
เนื่องจากตามกฎหมาย จะเปิดประชุมสภาครั้งแรกได้ต้องมี ส.ส. ไม่น้อยกว่าร้อยละ 95 ขององค์ประชุม นั่นก็หมายความว่ากกต. ต้องประกาศรับรองผล ส.ส. เพื่อเสิร์ฟเข้าสภาได้ไม่น้อยกว่า 456 คน จาก ส.ส. ทั้งหมด 480 คน...ดังนั้น ปัญหาการรับรอง ส.ส. ที่เคยมั่นใจหนักหนาก่อนหน้านี้ ว่าทันก่อนเปิดประชุมสภาแน่ จึงพลิกกลายเป็นว่าอาจต้องเร่งรับรองสำนวน ส.ส. ให้ครบไปก่อน-สอยทีหลัง“ปล่อยผีให้เริงร่า” ก่อนจับลงหม้อถ่วงน้ำและประเด็นหักมุมที่ระทึกใจสุดๆ ตื่นเต้นสุดๆ คงไม่พ้น“กรณียุบพรรค”ที่ไม่น่าเชื่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้จะมีพรรคที่ต้องถูกตรวจสอบเชื่อมโยงความผิด ไปถึงสถานภาพพรรคการเมืองแล้วถึง 2 พรรคคือ พรรคชาติไทยและมัชฌิมาธิปไตย...เพราะ “กรรมการบริหารพรรค” เกิด “แจ๊กพอต” ได้ใบแดงดังนั้น จากสำนวนร้องเรียนธรรมดาๆ ก็กลายเป็นสำนวนพิเศษและหากตรวจสอบความผิดถึงพรรค “โทษสูงสุด”คือ “ถูกยุบหายไปจากสารบบการเมืองไทย” ตกชะตาเดียวกับ “พรรคไทยรักไทย” ในอดีตก่อนหน้านี้คงไม่มีใครคาดเดาว่า 2 พรรคนี้จะเป็นม้ามืดตีนปลายถูกตั้งคณะอนุกรรมการสอบสวนชิงหน้า “พรรคพลังประชาชน” ที่มีพฤติกรรมส่อ “ยุบหนอ ยุบหนอ” มาโดยตลอด
ซึ่งการเดินพัน “ยุบพรรค” ครั้งนี้ หากจะต้องประสบเคราะห์สูญเสียพรรคไปจริงๆ พรรคชาติไทยย่อมเสียหายมากมหาศาล กว่าพรรคมัชฌิมาธิปไตยที่เพิ่งเกิดใหม่ส่วนเรื่องหักมุมต่อไปนี้ “ขอบอก..! ห้ามกะพริบตา”เป็นอันขาดเพราะเพิ่งรวบรวมผู้รอดชีวิตจาก “ยุบพรรค”มาอาศัยพรรคใหม่ได้ไม่นาน ก็โดนจ่อ “ยุบหนอ ยุบหนอ”ให้ได้เสียวจากสำนวนร้องเรียนซื้อเสียงที่ จ.เชียงราย ของ “นายยงยุทธ ติยะไพรัช” รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน และว่าที่ ส.ส.สัดส่วน กลุ่ม 1 ต้องขอบอกว่ามีสารพัดปัญหาจิปาถะกวนใจ จนแล้วจนรอดก็ยังสรุปไม่ได้
เพราะมีการถ่วงเวลากันไปมา ทั้งยังมีการเปลี่ยนคณะสอบสวนจากตำรวจเป็นสันติบาล จากสันติบาลมาเป็นคณะอนุกรรมการสอบสวน ที่มีอดีตตุลาการรัฐธรรมนูญ “นายสุวิทย์ ธีระพงษ์” เป็นประธานแต่ยังไม่ทันได้ลงพื้นที่สอบสวนเพิ่มเติม กลับเกิดพลิกล็อก คู่กรณี คือ “นายวิจิตร ยอดสุวรรณ” ผู้สมัครส.ส.พรรคชาติไทย เขต 3 เชียงราย กลับลำถอนฟ้องเอาดื้อๆอ้างเหตุเพื่อความสมานฉันท์เล่นหักกันอย่างนี้ เสียววูบบอกไม่ถูกแต่ฟังไปฟังมาก็นึกขำ โถ.. “การเมืองไทยก็แค่เนี้ยะ”...ประโยชน์มา ปัญหาหายจ้อย..ไม่ต่างอะไรกับ “ละครน้ำเน่า”แต่ก็ยังเชื่อว่า ตอนจบของ “ละครน้ำเน่า” เรื่องนี้ น่าจะมีพลิกล็อกอีกแน่แต่จะได้รับเสียง “ปรบมือ” หรือ “โห่ไล่” เป็นรางวัลเท่านั้นเอง..?
ธาตุแท้นิสัยถาวร
ศัตรูถาวร” นับเป็นสัจธรรมที่สัมผัสจับต้องได้
โดยเฉพาะในทาง “การเมือง”….
สำหรับ “เกมการเมือง” ใต้ฟ้าเหนือแผ่นดินประเทศไทยวันนี้ก็เช่นกัน กับการที่ กกต. ให้ “ใบเหลือง-ใบแดง” แก่นักการเมือง-นักเลือกตั้งทั้งหลายนั้น
ใคร-ผู้ใดจะมองในแง่มุมไหนก็ตาม แต่สำหรับ
เราย่อมต้องเป็น “ความชอบธรรม” เพราะเหตุทุกเหตุ
ถ้าปราศจาก “มูล” หรือ “ปฐมเหตุ” ก็ย่อมต้องไม่เกิด “ผล” ติดตาม..!!??
เพราะทุกสรรพสิ่งย่อมต้องมีทั้ง “เหตุ” และ “ผล” ในตัวของมันเอง
เช่นเดียวกับสุภาษิตโบราณไทยที่ว่า...“ไม่มีมูลหมาไม่ขี้” เพราะถ้านักการเมือง-นักเลือกตั้งไม่กระทำในสิ่งที่ “ไม่มีมูลเหตุ” หรือที่มา-ที่ไป
คณะกรรมการการเลือกตั้งจะชักให้ “ใบเหลือง-ใบแดง” ไปหาพระแสงด้ามยาวอะไร…???
ฉะนั้น...??? ผู้เจริญ....ผู้กระจ่าง จะต้องมองอย่างเป็นธรรม ไม่ใช่มองอย่างหมิ่นแคลนว่า กกต.ชุดนี้เกิดขึ้นมาได้เพราะ “เชื้อรัฐประหาร”...เกิดมาได้เพราะ “คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ-คมช.”!!!
ซึ่งถ้าหากมองและปักธงในลักษณะเช่นว่า
แนวคิดและภูมิปัญญาของเหล่าท่านก็คับแคบยิ่งกว่า
“กบในกะลา”?!!
ณ พารากราฟนี้กล่าวสำหรับ “ประชัย เลี่ยวไพรัตน์” หัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย
กล่าวเพราะท่านกำลังเผชิญปัญหายุ่งยาก-ยุ่งเหยิงด้วยปัญหาสารพัด ยิ่งกว่า “ถูกวางยา” และ “ถูกหักหลัง” จากคนในพรรคเดียวกันแต่คนละฟากฝ่าย
หลังตีจากพรรคประชาราชที่มี “เจ้าพ่อวังน้ำเย็น” เสนาะ เทียนทอง เป็นหัวหน้า ผู้ซึ่งคร่ำหวอดเหนือกระแสน้ำครำการเมือง
เพื่อพลิกเปลี่ยนตัวเองเป็น “หัวหน้าพรรคมัชฌิมาฯ” ด้วยเงื่อนไขของความเป็น “หัวหน้า”
ก็สามารถที่จะดำรงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” หรือ “รัฐมนตรี” ได้ตามประสงค์
เบื้องต้นคือกลเกมที่พลิกผัน จนต้องพลิกตัวเองจากพรรคการเมืองหนึ่งสู่อีกพรรคการเมืองหนึ่ง ซึ่งใช้ “จิตวิทยา-หมากเกม” ที่เหนือกว่า??!!
ใช่...เป็นพรรคการเมืองของอดีต 1 ในสมาชิก
บ้านเลขที่ 111 ของอดีตพรรคไทยรักไทย ที่ล่มสลายไปเพราะข้อหากระทำผิดกฎหมายพรรคการเมือง
ใช่...เหตุการณ์พลิกผันครั้งนั้นสำหรับ “เสนาะ เทียนทอง” มันเลวร้ายยิ่งกว่า “ถูกปล้นกลางแดด”
ถูกปล้นนายทุนไป ส่งผลให้สถานภาพของพรรคพลิกผันจาก “ใหญ่” เป็น “เล็ก” ทันตา
นี่คือ “การเมือง” ที่ “ประชัย เลี่ยวไพรัตน์”
จะต้องศึกษาให้ลึกซึ้งถึงราก เพราะนี่คือ “ธาตุแท้นิสัยถาวร” ของ “นักการเมืองเลว-นักเลือกตั้งชั่ว” และบริวาร...!!!
ที่ไร้ซึ่งหลัก “จริยธรรม-จรรยา” โดยประการ
ทั้งปวง....เช่นว่าประชาชนจะได้อะไรจาก “นักการเมือง” จำพวกนี้…!!
เหยี่ยว อหังการ์
ปล้น

อย่างว่าทำไม...ทำไม...
การเปลี่ยนแปลงของไอทีวีถึงจะต้อง
รีบเกิดขึ้นมาในตอนนี้ ตอนที่รัฐบาลปฏิวัติ
กำลังจะจากไป และรัฐบาลประชาธิปไตย
กำลังจะจัดตั้งกันขึ้นมา
และยิ่งเมื่อมองไปถึงรูปแบบของการ
เปลี่ยนแปลงแล้วยิ่งมากไปด้วยปริศนา...ทีวี
จะอิสระได้อย่างไร ในเมื่อมันต้องใช้งบประมาณ
ของรัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศ
แต่ไม่ส่งงบประมาณเข้าไป ทีวีช่องนี้ก็
ต้องปิดตัวเองภายในไม่กี่วัน เพราะการ
รับโฆษณาเป็นเรื่องต้องห้ามและผิดกฎหมาย
ยิ่งตัวบุคคลที่จะกำหนดตัวการเข้าไป
ก็คือผู้เกี่ยวข้องพัวพันอยู่กับการปฏิวัติ
หรือมีส่วนสนับสนุนทำให้เกิดการปฏิวัติ
ทีวีช่องนี้ยังมีเงื่อนงำ
ประเทศนี้มีสถานีโทรทัศน์ใหญ่อยู่ไม่
กี่สถานี 2 ช่องเป็นสถานีของทหาร อีก
2 ช่องเป็นของรัฐบาล แล้วก็ช่อง 11
และไอทีวี
ยังไม่มีสถานีไหนที่เป็นเอกชนหรือของ
ประชาชนโดยตรง นอกจากทีวีดาวเทียมที่ยัง
ไม่เติบโตขึ้นมา
การยึดไอทีวีก่อนจาก...จึงเป็นเรื่อง
ต้องอธิบาย เพราะแน่นอนว่า...ทันทีที่
รัฐบาลจัดการเลือกตั้งเข้ามาบริหาร
ประเทศ...รัฐบาลใหม่จะปล่อยให้เป็นไป
แบบนี้ไม่ได้
แน่นอนว่า ความยุ่งยากจะต้องติดตาม
มา สังคมจะต้องกลับมาเผชิญหน้ากันอีกครั้ง
นั่นอาจจะเป็น...ระเบิดแสวงเครื่องที่
รัฐบาลปฏิวัติวางไว้...เพราะรู้ดีว่าถึง
อย่างไรรัฐบาลประชาธิปไตยก็จะต้องเข้า
แก้ไข และยิ่งเมื่อไอทีวี คือ ทีวีของกลุ่ม
ตระกูลชินวัตรมาก่อน...การเข้ามาแตะต้อง
จะทำให้มองเป็นอื่นได้ง่าย
พนักงานทีไอทีวี...กับการเปลี่ยนแปลง
อย่างมากมายในชั่วระยะเวลาอันสั้น คงจะ
ทำให้จิตวิญญาณของท่านเข้มแข็งขึ้นในการ
ต่อสู้ กับความไม่ชอบมาพากลของกลไก
บริหารราชการแผ่นดิน
มีแต่การ “ต่อสู้” เท่านั้น...ที่จะหยุดยั้ง
อำนาจอันไม่เป็นธรรม
มีแต่สงครามเท่านั้น...ที่จะนำความ
ยุติธรรมมาสู่...หรือไม่ก็ตาย
พญาไม้
เหรียญเปรมเหมาะสมหรือไม่

เมื่อมีข่าวยืนยันค่อนข้างชัดเจนว่า ทุกฝ่ายที่ทำศึกแย่งอำนาจการเมืองกันอยู่ ได้ยอมแล้วที่จะ “เกี้ยเซี้ยะ” กันเพื่อให้ประเทศชาติกลับคืนสู่ความสงบขณะนี้ทุกสายตายังโฟกัสไปที่ คุณหญิงพจมาน ชินวัตรจะได้เข้าพบ “ผู้ใหญ่” เพื่อเคลียร์ปัญหาหัวใจให้กับ “ทักษิณชินวัตร” เมื่อไหร่แต่เพราะ “บางกอกทูเดย์” รู้ว่า การเมืองก็คือการเมือง มันไม่มีสูตรสำเร็จดังนั้นแม้สถานการณ์ส่อไปทางว่า จะลงเอยกันด้วยดี
โดยแต่ละค่ายศึกจะจูบปากกันนั้น เมื่อเรายังไม่มั่นใจว่า แท้แล้วเป็นดั่งนั้นแน่หรือไม่ จึงยังคงกราดตาสำรวจร่องรอยต่างๆ ต่อไปเฉพาะอย่างยิ่งด้านที่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ประธานองคมนตรีที่ถูกฝ่ายบริหารของทักษิณ ชี้นิ้วว่า เป็นผู้บงการอยู่เบื้องหลังทุกสิ่งทุกอย่าง 5 ข้อ ที่ พรรคชาติไทยกับพรรคเพื่อแผ่นดิน แจกจ่ายให้นักข่าว ที่บ้านต้นสนของ “สุรเกียรติ์ เสถียรไทย” ในซอยปรีดีพนมยงค์ 14 เมื่อคืนวันที่ 27 ธ.ค.50 อันเป็น “เงื่อนไข” ก่อนที่จะเข้าร่วมรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนนั้น ข้อ 2 เขียนเอาไว้ว่า
ห้ามแตะต้อง พล.อ.เปรม ที่เป็นผู้อยู่สูงสุดเหนือกว่าบุคคลทั้งหลายดังนั้นการเคลียร์กับ พล.อ.เปรม จึงเป็นปมสำคัญที่สุดของเพาเวอร์เพลย์แห่งประเทศไทยในขณะนี้ยังมีบางจุดที่ยังค้างคาอยู่ โดยเฉพาะกรณีที่ www.Hithaksin.org หรือที่นิยมเรียกกันว่า “เว็บไฮทักษิณ” ที่วันนี้ได้กลายเป็น “กระบอกเสียง” ที่ทรงพลานุภาพที่สุดของฝ่ายทักษิณไปแล้วเราจับประเด็นมาจาก “สดศรี สัตยธรรม” กกต.คนดังให้สัมภาษณ์นักข่าวเมื่อวันเสาร์ที่ 12 ม.ค.51 โวยวายกระทรวงไอซีที ไม่ยอมจัดการกับเว็บไฮทักษิณ เสียที ทั้งๆ ที่เว็บนี้ใส่ร้ายพล.อ.เปรม มาตลอด“ต้องขอถามกลับไปว่าที่ก่อนหน้านี้เขาหมิ่นเบื้องสูงหมิ่น พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษนั้น ท่านจะต้องไปร้องทุกข์ หรือต้องไปแจ้งความหรือไม่ เรื่องก้อนกรวดในรองพระบาท เว็บไซต์นี้ก็มีรูปเหรียญเป็นรูปหน้าประธาองคมนตรี ต้องไปแจ้งความหรือไม่ ทั้งที่เป็นความผิดซึ่งหน้าและเป็นที่ประจักษ์อยู่แล้ว
สำหรับพี่เป็นคนธรรมดา แต่ทำไมทางกระทรวงจึงไม่ทำอะไร
สักอย่าง ก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เว็บไซต์นี้ได้ด่าทอพี่มาตลอดว่า อีนางเห็ดสดบ้าง อะไรบ้าง ซึ่งผู้เขียนจะมีวิสัยของผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม สมควรหรือที่ทำเช่นนั้น ไม่รู้ไปทำอะไรเดือดร้อนคุณพ่อคุณแม่เขา ไม่เข้าใจ ขอย้ำถามกระทรวงไอซีทีดูว่า อย่างบุคคลระดับสูงสุดถูกกระทำอย่างนี้ สมควรต้องไปแจ้งความหรือไม่”“เจ๊สด” พูดยาวเหยียดไว้ว่าอย่างนี้หลังจากที่ “สดศรี สัตยธรรม” ให้สัมภาษณ์ อัดเว็บไฮทักษิณ ออกมาแล้ว “ประดาบ” คอลัมนิสต์ตัวแสบแห่งเว็บนี้ที่เปิดรายการ หนังสือลึก ขอตัว “กอนณา สัตยธรรม” ลูกสาวคนเดียวของสดศรี มาช่วยงานหน้าห้องพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลินก็ได้เขียนบทความออกมาอีกชิ้นตอบโต้ สรุปว่าเขาไม่ได้เป็นผู้สร้างเหรียญ พล.อ.เปรม ขึ้นมา แต่มูลนิธิ พล.อ.เปรม สร้างขึ้นมานานแล้ว เพื่อใช้เป็นโลโก้ของมูลนิธิ กระทั่งวันนี้ก็ยังใช้อยู่“ประดาบ” บอกด้วยว่า ที่หน้าตึกมูลนิธิรัฐบุรุษ ด้านถนนราชสีมา มีการเอารูปเหรียญนี้ขึ้นป้ายหราเอาไว้“บางกอกทูเดย์” ได้ส่งผู้สื่อข่าวไปดูแล้ว ปรากฏว่า
มีจริงตามที่ประดาบเขียนเอาไว้ และเราก็ได้ถ่ายรูปนำมาลงในหน้านี้แล้วในข้อเขียนของ “ประดาบ” ได้เน้นย้ำ “ความเหมาะสม”ของการนำรูปหน้า พล.อ.เปรม มาใส่ไว้บนเหรียญ ที่มองผิวเผินแล้วเหมือนเงินเหรียญของประเทศไทยซึ่งความไม่เหมาะสมนี้ว่าไปแล้ว ก็ได้มีการทักท้วงมานานกลุ่มคนวันเสาร์ไม่เอาเผด็จการ รวมทั้งขบวนการทั้งหลายที่เคลื่อนไหวกันอยู่ที่สนามหลวง เพื่อต่อต้านการยึดอำนาจของคมช.และต่อต้าน พล.อ.เปรม ก็ได้ออกแรงทักท้วง และขอให้ยกเลิกการใช้เหรียญนี้เสีย ก็ได้ทำมานานแล้วรวมทั้งการเขียนหนังสือที่ชื่อว่า “พล.อ.เปรม ก้อนกรวดในรองพระบาท” ก็มีการแจกจ่ายให้ประชาชน พร้อมหนังสือปกม่วง ก็ได้ดำเนินการกันมาอย่างเต็มที่แต่ยังไม่มีการดำเนินการใดๆ ที่จะยกเลิกเหรียญ พล.อ.เปรมนี้เลย
“ประดาบ” ย้ำในข้อเขียนว่า พล.อ.เปรม เป็นสามัญชนและการเป็นองคมนตรี ไม่ได้หมายความว่าเป็นตัวแทนของสถาบันพระมหากษัตริย์ซึ่งว่ากันตามความจริง “บางกอกทูเดย์” ก็รู้อย่างดีว่าพล.อ.เปรม ก็ไม่เคยได้ดำเนินการอันใดเลยที่จะล่วงละเมิดแต่เป็นการกระทำของบริวารในวันที่เราไปถ่ายรูปป้ายหน้ามูลนิธิ เมื่อ 15 ม.ค.51นักข่าวได้เข้าไปสอบถามเจ้าหน้าที่ภายในมูลนิธิ ได้รับการชี้แจงว่า
เป็นเรื่องของคนที่พยายามจะใส่ร้ายกัน และขอไม่ให้ลงเรื่องนี้แต่เราเห็นว่า ควรเสนอข่าวเป็นอย่างยิ่ง เพื่อให้คนไทยเห็น “ของจริง” เหรียญมูลนิธิ พล.อ.เปรม รูปร่างหน้าตาเป็นอย่างไรละม้ายหรือไม่เหมาะสมหรือไม่เพื่อที่คนไทยทั้งชาติจะได้แสดงความคิดเห็นไปที่มูลนิธิควรจะใช้เหรียญเป็นโลโก้ต่อไปหรือเลิกเสียทันที
ในหลวง'ทรงเสด็จฯบำเพ็ญกุศลครบ15วัน'พระพี่นางฯ'16-17ม.ค.นี้
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ สำนักพระราชวัง แจ้งว่า ตามที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระราชวงศ์ ราชสกุลทุกมหาสาขาและหน่วยงานของรัฐ ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญพระราชกุศล บำเพ็ญพระกุศล และบำเพ็ญกุศลถวายพระศพประจำสัปดาห์ในทุกวันพุธ หลังจากพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสัตตมวาร (ทักษิณานุประทาน 7 วัน) จนถึงการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร (ทักษิณานุประทาน 100 วัน) ในวันศุกร์ที่ 11 เม.ย.2551 นั้น สัตตมวารที่ 2 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัณรสมวาร พระราชทานพระศพสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันพุธที่ 16 ม.ค. เวลา 17.00 น. พระสงฆ์ 10 รูป สวดพระพุทธมนต์จบ มีพระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 พระ 4 รูปสวดธรรมคาถา พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม วันพฤหัสบดีที่ 17 มกราคม เวลา 10.30 น.พระสงฆ์ 10 รูปที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อนถวายพร รับพระราชทานฉัน พระสงฆ์ 84 รูปสดับปกรณ์ เป็นเสร็จการ
"หญิงอ้อ"สายตรง"ป๋า" เปิดทาง"แม้ว"
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจากที่คุณหญิงพจมานเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คุณหญิงพจมานได้ติดต่อประสานไปยังคนสนิทของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ เพื่อขอเคลียร์ปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะการเดินทางกลับเข้าประเทศไทยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งคุณหญิงพจมานได้มีโอกาสพูดคุยกับ พล.อ.เปรมทางโทรศัพท์ โดยคุณหญิงพจมานได้ขอร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณเดินทางกลับประเทศ และจะหยุดการเคลื่อนไหว เพื่อเดินหน้าสู่ความสมานฉันท์ พร้อมขอร้องให้ พล.อ.เปรมประสานไปยัง คมช.เพื่อดูแลความปลอดภัยให้กับ พ.ต.ท. ทักษิณภายหลังเดินทางกลับประเทศด้วยผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า การพูดคุยครั้งนี้ได้มีเงื่อนไขว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะต้องไม่เล่นการเมืองในรัฐบาลที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งคุณหญิงพจมานก็ได้รับปากว่าจะปฏิบัติตาม รวมถึงเรื่องคดีต่าง ๆ ของ พ.ต.ท.ทักษิณก็จะให้ดำเนินการไปตามขั้นตอน กระบวนการยุติธรรม อย่างไรก็ตามสาเหตุที่คุณหญิงพจมานไม่เดินทางไปพบ พล.อ.เปรม ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์เนื่องจากไม่อยากให้เอิกเกริกและเป็นข่าวมาก เพราะเกรงว่าจะเกิดภาพไม่ดี รวมถึงไม่อยากให้ พล.อ.เปรมไม่สบายใจ จึงได้มีการพูดคุยกันทางโทรศัพท์เท่านั้น
อ่านรายละเอียด เดลินิวส์











