ปฏิบัติหน้าที่ “ครั้งแรก” ในตำแหน่งประธานสภาผู้แทนราษฎรได้เป็น “กลาง” สมกับที่ลั่นวาจาไว้ สำหรับ “ลูกบ้อจาย” จากเชียงราย นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร
ถ้าดีเราต้องชมกัน ส่วนจะรักษาความเป็น “กลาง” ไปได้นานขนาดไหน ต้องตามดู
การโหวต “นายกรัฐมนตรีคนที่ 25” ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันที่ 28 ม.ค. น่าจะเป็นสัญญาณยืนยันได้เป็นอย่างดีว่า “ฝ่ายค้าน มืออาชีพพรรคเดียว” อย่างพรรคประชาธิปัตย์นั้นทำหน้าที่ได้ “สมราคา”
เราไม่ห่วงเลยว่าฝ่ายบริหารจะไปใช้อำนาจมากมายขนาดไหน เพราะเรามีฝ่าย “ตรวจสอบ” ที่เข้มแข็งคอยเป็นหูเป็นตา จะมี “ติติง” อยู่อย่างก็ตรงที่ อดฟังวิสัยทัศน์ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 25 เท่านั้น
เพราะ “เสียงส่วนใหญ่” ของสภาผู้แทนราษฎร ไม่สนับสนุนให้มีการแสดงวิสัยทัศน์ แต่เหตุผลที่ว่า ได้แสดงวิสัยทัศน์มาในช่วงของการหาเสียงจนประชาชนเลือกเข้ามาด้วยเสียงข้างมากนั้นน่าจะพอแล้ว “ก็ใช่”
แต่หากจำได้จะพบว่า ตลอดเวลาของการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้งวันที่ 23 ธ.ค. หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ปฏิเสธมาโดยตลอดที่จะแสดงวิสัยทัศน์กับหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
สังคมไทยจึงอดเห็นการ “ดีเบต” ของผู้ที่เสนอตัวเข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี และวันนี้ก็อดดู “มวยคนละรุ่น” อีกครั้ง
แต่หลังจากวันนี้โอกาสที่ “ประชา ชน” จะได้เห็นสาระและแนวทางการแก้ไขปัญหาจากรัฐบาลที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำพร้อมพรรคร่วมรัฐบาลอีก 5 พรรค ต้องรอฟังจากการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา
ยังไม่กำหนดเป็นที่ชัดเจนว่าเมื่อไร แต่แว่ว ๆ พรรคพลังประชาชนในฐานะแกนนำพรรคร่วมรัฐบาล “เตรียมการ” เรื่องนี้มาสักระยะหนึ่งแล้ว รอเพียงความชัดเจนเรื่องคณะรัฐมนตรี จากนั้นก็จะมาหารือกันเพื่อกำหนดเป็นนโยบายรัฐบาลและแถลงต่อรัฐสภา
ซึ่งในการประชุมรัฐสภา ซึ่งถือเป็นการทำหน้าที่ “ครั้งแรก” ในฐานะประธานรัฐสภา ของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทน ราษฎร ซึ่งต้องทำหน้าที่ประธานรัฐสภาโดยตำแหน่ง จะทำหน้าที่ “ได้ดี- เข้าตา” ขนาดไหน
การแถลงนโยบายต่อรัฐสภานั้นตามรัฐธรรมนูญกำหนดว่า จะไม่มีการ “ลงมติ” แต่ให้มีการ “อภิปราย” ได้เท่านั้น
เพื่อให้เกิดความโปร่งใส เชื่อเหลือเกินว่าประธานสภาผู้แทนราษฎร คงสั่งให้มีการ “ถ่ายทอดสดการประชุมรัฐสภา”
สังคมจะได้ฟังเสียทีว่า “ใครตัวจริงเสียงจริง” และ “ใครเป็นนอมินีของใคร”.
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, January 30, 2008
'แถลงนโยบาย' บททดสอบของแท้
คุย"ทักษิณ"แล้ว
"สนธิ" กลับถึงไทยหลังบินดูงานประเทศตะวันออกกลางนานนับสัปดาห์ พร้อมทำฮือฮา! แถลงรับต่อสายคุย "ทักษิณ" แล้วในฐานะพี่น้อง เพื่อความปรองดองในชาติ ไร้เงื่อนไขทางการเมือง ลั่นไม่หวั่นรัฐบาล "สมัคร" เช็คบิล มั่นใจทำงานโปร่งใส - เพื่อชาติ
วันนี้ (30 ม.ค.) เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ที่ท่าอากาศยานานาชาติสุวรรณภูมิ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน รองนายกรัฐมนตรี ได้เดินทางกลับมาจากดูงานในประเทศแถบตะวันออกกลาง ระหว่างวันที่ 21-29 ม.ค. โดย พล.อ.สนธิ ให้สัมภาษณ์ในตอนหนึ่งว่า ตนได้โทรศัพท์พูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แล้วเมื่อเร็วๆ นี้ ซึ่งเป็นช่วงก่อนที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร จะเดินทางกลับประเทศไทย พร้อมทั้งระบุว่าเพื่อให้เกิดความปรองดองในชาติ โดยไม่มีเงื่อนทางการเมือง หรือผลประโยชน์ใดๆ
"ได้คุยทางโทรศัพท์กับคุณทักษิณแล้ว คุยกันในฐานะพี่น้อง ไม่มีเงื่อนไขทางการเมือง ไม่มีผลประโยชน์ เพียงแต่มีหลายคนที่ห่วงใยบ้านเมือง อยากเห็นบ้านเมืองเรียบร้อย ก็แนะนำให้พูดคุยกัน และมีคนกลางติดต่อพูดคุยให้" พล.อ.สนธิ กล่าว
พล.อ.สนธิ ยังกล่าวถึงกรณีมีรัฐบาลใหม่ภายใต้การนำของพรรคพลังประชาชน ว่า ไม่กังวลเรื่องที่จะถูกตามเช็กบิล เพราะตลอดชีวิตการทำงานอยู่บนหลักความบริสุทธิ์ โปร่งใส ยุติธรรม และทำเพื่อประเทศชาติ
อย่างไรก็ตาม พล.อ.สนธิ ยังมั่นใจว่า ประชาชนจะเข้าใจถึงการหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ในครั้งนี้ ส่วนกรณีจะมีชื่อ พล.อ.สนธิ เป็นรัฐมนตรีในรัฐบาลใหม่ พล.อ.สนธิ ก็ยังไม่ได้ปฏิเสธโดยสิ้นเชิง โดยกล่าวอย่างอารมณ์ดีว่าขณะนี้ยังไม่คิด เพราะกำลังมีความสุขหลังได้เดินทางไปเยือนต่างประเทศ
‘สมัคร’ขอเปลี่ยน3รมว.
โพสต์ทูเดย์ — “สมัคร” สะดุด 3 รายชื่อ รมว.หน้าใหม่ ถาม “หมอเลี้ยบ” เปลี่ยนได้ไหม
นายสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ติดใจ 3 รัฐมนตรีว่าการ ในโผรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี เลขาธิการพรรค นำมาเสนอ ได้แก่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ รมว.คมนาคม นายอนุสรณ์ วงศ์วรรณ รมว.ศึกษาธิการ และนาย ศรีเมือง เจริญศิริ รมว.พลังงาน
“เมื่อนายสมัครเห็นโผรายชื่อคณะรัฐมนตรีในส่วนของพรรคพลังประชาชน นายสมัครได้เอ่ยปากถาม นพ.สุรพงษ์ว่า รายชื่อ 3 คนนี้ถ้าเป็นไปได้เปลี่ยนให้ไปดูแลกระทรวงอื่นได้หรือไม่ ซึ่ง นพ. สุรพงษ์ ชี้แจงว่า โผนี้ยังไม่สิ้นสุด ต้องนำเข้าที่ประชุมคณะกรรมการ บริหารพรรคก่อน” แหล่งข่าวระบุ
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การจัดสรรเก้าอี้ในส่วนของพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ นั้น ที่ยังไม่ลงตัวคือพรรครวมใจไทยชาติพัฒนา ยืนกรานว่าจะให้ พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ เป็น รมว.พลังงาน ขณะที่พรรคพลังประชาชนได้เสนอให้เป็นไป รมว.สาธารณสุข
สำหรับพรรคเพื่อแผ่นดินนั้นลงตัวแล้ว โดยจะให้นายสุวิทย์ คุณกิตติ หัวหน้าพรรค ควบ 2 เก้าอี้คือ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ไอซีที นายจิรายุทธ์ วสุรัตน์ รมว.อุตสาหกรรม นายมั่น พัธโนทัย รมช.คลัง และนายสิทธิชัย โคว สุรัตน์ รมช.มหาดไทย
พรรคชาติไทย มีความชัดเจนขึ้น โดยนายนพดล พลเสน เป็น รมช.คมนาคม นายกมล จิระพันธุ์วาณิช รมช.เกษตรฯ
ขณะที่พรรคมัชิมาธิปไตย นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน เป็น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อม พ.ต.ท.บรรณยิน ตั้งภากร เป็น รมช.พาณิชย์ พรรคประชาราช นายเสนาะ เทียนทอง เป็น รมว.แรงงาน
ทั้งนี้ นายสมัคร ได้กล่าวภายหลังรับสนองพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คนที่ 25 ว่า ขอให้ทุกคนโปรดสนับสนุนรัฐบาลที่ตั้งขึ้นใหม่ ซึ่งเป็นรัฐบาลผสม ถึงแม้จะชั่วดีถี่ห่าง ก็เป็นคนไทยด้วยกัน มาจากพรรคการเมืองที่ตั้งใจด้วยกัน 6 พรรค จะแก้ไขปัญหาให้กับบ้านเมือง
ปชป.ปัดวิจารณ์โผ ครม.รอความชัดเจน
รัฐสภา 30 ม.ค.- ปชป.ปัดวิพากษ์ โผ ครม.พปช. รอเผยโฉมชัดเจนก่อน ประกาศให้เวลาทำงาน เชื่อต่างฝ่ายต่างจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด
นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ปฏิเสธให้ความเห็นกรณีที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เตรียมนำรายชื่อคณะรัฐมนตรี เข้าหารือในที่ประชุมพรรคพลังประชาชน ช่วงบ่ายวันนี้ (30 ม.ค.) โดยขอรอดูรายชื่อที่เป็นของจริงก่อน ยังไม่ต้องการวิพากษ์วิจารณ์รายชื่อที่ออกมาตามสื่อฯ ในขณะนี้
ด้าน นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ไม่ทราบวิธีการพิจารณารายชื่อคณะรัฐมนตรีของพรรคพลังประชาชน แต่เห็นว่านายกรัฐมนตรี คนใหม่ มีอำนาจ และมีสิทธิที่จะดำเนินการ เชื่อว่านายกรัฐมนตรี คนใหม่ คงมีวิธีการอยู่แล้วว่า จะพิจารณาด้วยตัวเอง หรือปรึกษาคนอื่น ๆ ส่วนคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ จะสามารถเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมาได้หรือไม่ ยังไม่ต้องการวิจารณ์
“ผมยังไม่อยากรีบวิจารณ์ จะขอรอความชัดเจนก่อน แต่ก็เห็นว่าคนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดี และพรรคประชาธิปัตย์ก็จะทำหน้าที่ในการตรวจสอบ และเสนอแนะรัฐบาล โดยต่างคนต่างทำหน้าที่ พรรคประชาธิปัตย์จะทำหน้าที่ในฐานะฝ่ายค้านให้ดีที่สุด ไม่ให้ประชาชนผิดหวัง และสามารถพึงพาได้” นายสุเทพ กล่าว
นายสุเทพ กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้กำหนดกรอบเวลาทำงานของรัฐบาลใหม่ และไม่ขอฝากอะไรถึงนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เพราะได้ยินนายสมัครพูดว่า เป็นนักการเมืองอาชีพ มีประสบการณ์มาก คงจะรู้ว่าประชาชนต้องการอะไร และว่า เมื่อนายสมัครได้รับการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้เป็นนายกรัฐมนตรี ก็ต้องให้โอกาสทำงาน เชื่อว่า ต่างฝ่ายต่างจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด.-สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-01-30 11:11:07

นายกรัฐมนตรีระบุรายชื่อ ครม.จะเสร็จสิ้นภายในวันนี้
รัฐสภา 30 ม.ค.- นายกรัฐมนตรีระบุรายชื่อ ครม.จะเสร็จสิ้นภายในวันนี้ หลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน
บรรยากาศที่อาคารรัฐสภาวันนี้คึกคักตั้งแต่เช้า แม้สภาพอากาศจะมีฝนตกรถติด โดยบรรดา ส.ส.ต่างเดินทางมาทำหน้าที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรที่มีวาระ คือการกำหนดวัน และเวลาประชุมสภาผู้แทนราษฎร กำหนดวันเริ่มสมัยประชุมสภาสมัยสามัญ และการตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างข้อบังคับการประชุม
ในส่วนของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายสมัคร สุนทรเวช ได้เดินทางไปที่รัฐสภาตั้งแต่เช้า
นายสมัคร กล่าวถึงรายชื่อคณะรัฐมนตรีว่า จะเสร็จสิ้นภายในวันนี้ หลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคในช่วงบ่าย - สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-01-30 11:02:20

กองทัพพร้อมหนุนสมัคร ทำงานเพื่อประเทศดีขึ้น [30 ม.ค. 51 - 10:21]
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวก่อนเดินทางไปประเทศสิงคโปร์ วันนี้ (30 ม.ค.) กรณีนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ขอกำลังใจในการทำงานว่า พร้อมให้การสนับสนุน หากทำแล้วประเทศชาติดีขึ้น กองทัพพร้อมให้การสนับสนุนรัฐบาลในการใช้อำนาจปกครองประเทศ และทำให้ประเทศเจริญ และทุกคนได้รับสิ่งที่ดี ถือเป็นหน้าที่ของทุกคน
ผู้บัญชาการทหารบก กล่าวต่อว่า ไม่เคยได้พูดคุยกับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพื่อเป็นตัวกลางประสานความเข้าใจระหว่าง คมช. กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ข้อมูลที่ระบุเป็นการนำเสนอของสื่อ จึงขอเรียกร้องสื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริง เนื่องจากตนเองไม่ได้มีการพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ เชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับการเมืองในขณะนี้ เพราะอาจจะเป็นผลกระทบต่อรัฐบาลและพรรคการเมือง
สนธิปัดเกี้ยเซี้ยทักษิณ รับเคยต่อสายคุยอดีตนายกฯ [30 ม.ค. 51 - 10:50]
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิต รองนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวภายหลังเดินทางกลับถึงประเทศไทย ด้วยเที่ยวบิน ดูไบ -กรุงเทพมหานคร เที่ยวบินที่ ทีจี 518ที่ ห้องวีไอพี สนามบินสุวรรณภูมิ วันนี้ (30 ม.ค.) ว่า เป็นการเดินทางไปดูงานและเยี่ยมเยียนแรงงาน รวมถึงนักศึกษาไทยที่เดินทางไปศึกษาในประเทศแถบตะวันออกกลางไม่ได้ไปขอลี้ภัยตามที่มีข่าวลือแต่อย่างใด
รองนายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ชีวิตในช่วงที่ผ่านมา มีความสุขและรู้สึกสบายใจมาก ขอให้กำลังใจนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี คนที่ 25 ของประเทศไทย ในการบริหารประเทศชาติให้เดินหน้าต่อไปได้ ทุกฝ่ายต้องมีน้ำใจเป็นสุภาพบุรุษ แต่ขอให้กำลังใจรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา
อดีตประธาน คมช. กล่าวด้วยว่า ยอมรับว่าได้มีการติดต่อพูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีต นายกรัฐมนตรี ก่อนที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศไทย แต่เป็นการพูดคุยในฐานะพี่น้อง ไม่ใช่เป็นเรื่องของการเมือง จึงขอยืนยันต่อประชาชนว่าไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นอน เพราะที่ผ่านมาพอใจต่อหน้าที่ของตนเองในการปฏิรูปการปกครองเมื่อวันที่ 19 ก.ย.2549 ว่า เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้
ภารกิจของขบวนการประชาธิปไตย หลังการเลือกตั้ง 23/12/50
30 มกราคม 2551บทความห้าดาวจากอาจารย์พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ นักวิชาการผู้เป็นแสงสว่าง เป็นแสงเทียนดวงน้อยในยุคมืดของประเทศไทย ภายในบทความ อาจารย์พยายามชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างมวลชนฝ่ายประชาธิปไตย เพื่อใช้ต่อสู้กับอำนาจของอำมาตย์และเครือข่ายขนาดใหญ่ที่ได้ถูกแจกแจงออกมาให้เห็นอย่างแจ่มชัด การนำรัฐธรรมนูญปี 40 หรือรัฐธรรมนูญที่เป็นของมหาชนอย่างแท้จริง แทนที่จะใช้รัฐธรรมนูญของอำมาตย์ คือภารกิจสำคัญอันหนึ่งที่ได้ถูกกล่าวถึงในข้อเขียน
อาจารย์แจกแจงถึงกลุ่มอำนาจต่างๆ รวมถึงหมากกลหรือเครือข่ายที่มีอยู่ของอำมาตย์ที่พร้อมที่จะทำการเคลื่อนไหวหลังการจัดตั้งรัฐบาล ในขณะที่ชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นของฝ่ายประชาธิปไตยในการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนในการเคลื่อนไหวสามประการ ได้แก่ ธงโลกาภิวัฒน์ ธงรัฐธรรมนูญปี 40 และธงความเป็นธรรมทางสังคม
ในบทความยังได้กล่าวถึงความสำคัญของสื่อออนไลน์ และการประยุกต์การใช้เครื่องมือดังกล่าวให้เกิดประโยชน์มากขึ้น อาจารย์ยังได้พยายามชี้ให้พรรคพลังประชาชนเรียนรู้จากข้อผิดพลาดที่ผ่านมา และแนะนำสิ่งต่างๆ ที่สามารถเสริมและใช้ตีโต้ฝ่ายเผด็จการอำมาตยาธิปไตย นอกเหนือไปจากสมรภูมิในสภาที่จะเป็นสมรภูมิหลักในการต่อสู้
ท่านสามารถติดตามอ่านบทความดังกล่าวได้จากเว็บไซต์ประชาไท
http://www.prachatai.com/05web/th/home/11032
ท่านสามารถติดตามอ่านบทความย้อนหลังของอาจารย์พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ได้ที่
http://docs.google.com/Doc?docid=d7qgfs4_46c7w8pd&hl=en
จาก Thai E-News
ใบปลิวโผล่เน็ต ถามพล.อ.อ.ชลิต ยึดอำนาจเพื่อชาติหรือเพื่อใคร
30 มกราคม 2551
มีใบปลิวอิเลคโทรนิคในรูปแบบ PDF ไฟล์ ถูกปล่อยลงในเน็ตผ่านเว็บบอร์ดการเมืองชื่อดัง โดยมีชื่อไฟล์ว่า "สนิมในกองทัพอากาศ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข" เปิดเผยเหตุการณ์ในปัจจุบันเมื่อพล.อ.อ.ชลิต โดนลอยแพ หลังคนอื่นจมูกไวถอนสมอไปก่อนหน้าแล้ว พร้อมตั้งคำถามหลายข้อถึงความชอบธรรมในการจัดซื้อจัดจ้างงานต่างๆ ในห้วงระยะเวลาที่คมช.ครองอำนาจสูงสุด โดยมีรายละเอียดทั้งหมดในจดหมายดังได้แสดงไว้ด้านล่างนี้
อนึ่ง ขอให้ท่านผู้อ่าน โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน เนื่องจากใบปลิวดังกล่าวไม่ได้แสดงหลักฐานได้ครบถ้วนทุกเรื่อง
>สนิมในกองทัพอากาศ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข
ที่มา
พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ คนปัจจุบัน และรักษาการประธานคมช. ยังเป็นผู้เดียวเท่านั้นที่ยังพยายามดิ้นรนต่อสู้ทุกวิถีทางเพื่อให้อยู่รอดในตำแหน่ง ผบ.ทอ. เนื่องจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 10 ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นำกำลังกองทัพบกกลับเข้า กรม กอง ประกาศตัวเป็นทหารอาชีพไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง พล.ร.อ.สถิรพันธ์ เกยานนท์ ถอนสมอไปนานแล้วตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง เพราะลึกๆ มีสัมพันธ์อันดีกับหลังบ้าน พ.ต.ท.ทักษิณฯ และพล.อ.สนธิ ก็หายเข้ากลีบเมฆ ไปหลายสัปดาห์แล้ว มีแต่โดดเดียวผู้น่าสงสาร พล.อ.อ.ชลิตฯ ที่เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 6 อย่างบิ๊กบัง โยนขี้ไว้ให้ในตำแหน่งรักษาการประธาน คมช. มีเพียงกำลังกองทัพอากาศเล็กๆ ไร้ซึ่งอำนาจการต่อรองใดๆ ทางการเมืองในยามนี้
เหตุผล
ทำไม พล.อ.อ.ชลิตฯ ถึงต้องดิ้นรนต่อสู้ให้ถึงที่สุด ในการที่จะต่อท่ออำนาจ และพยายามส่งอำนาจต่อให้กับ พล.อ.อ.อิทธิพร ศุภวงศ์ เสนาธิการทหารอากาศ ในปัจจุบัน
1. โครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่เอนกประสงค์ (GRIPEN 39 C/D) ซึ่งเป็นการเร่งรัดโครงการ โดยการของอนุมัติคณะรัฐมนตรี และโอนงบประมาณในรายการต่างๆ ต่างที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ.2551 ไปดำเนินการ (ซึ่งเป็นโครงการเกี่ยวกับความมั่นคงภายในกองทัพอากาศ ที่มีความสำคัญยิ่ง ไปทดแทน)
2. โครงการพัฒนาระบบควบคุมและแจ้งเตือนการป้องกันทางอากาศ (RTADS Phase II) มูลค่าโครงการ 2,300 ล้านบาท ซึ่งมีการร้องเรียน และล้มการประมูลไปหลายครั้ง และสุดท้ายงุบงิบทำหลังจากรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 โดยไม่มีใครกล้าตรวจสอบ
3. โครงการจัดซื้อเครื่องบิน Air bus และ Boeing มูลค่าหลายหมื่นล้านบาทของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ที่ พล.อ.อ.ชลิตฯ ดำรงตำแหน่งประธานบอร์ดฯ
4. และงบประมาณอื่นๆ ในกองทัพอากาศ ที่งุบงิบ จัดหาโดยวิธีพิเศษ เป็นงบประมาณมหาศาล
คำถาม
1. ความเกี่ยวข้องของ พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข กับ พล.อ.อ.ธเรศ ปุณณศรี และ นายอนุวัฒน์ วัฒนกิจ เจ้าของบริษัท เอ วิ เอ แซทคอม จำกัด ผู้ประสานงานโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่แบบ GRIPEN 39 C/D ของประเทศสวีเดน และผู้ประสานงานโครงการ RTADS Phase II และโครงการอื่นๆ ในกองทัพอากาศ เช่น การจัดซื้ออะไหล่เครื่องบินอัลฟ่าเจ็ท และอุปกรณ์สื่อสาร
ในการกองทัพอากาศ
2. ความจำเป็นของโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่ GRIPEN 39 C/D เมื่อเปรียบเทียบกับ
..2.1 กำลังรบทางอากาศของเพื่อนบ้านใน 10 ปีข้างหน้า
..2.2 จำนวนงบประมาณที่ใช้เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องบินขับไล่แบบอื่น
..2.3 ความสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เมื่อเปรียบเทียบกับเครื่องบินแบบ F16
..2.4 สภาวะเศรษฐกิจ ของประเทศไทยในปัจจุบัน
..2.5 ภัยคุกคามในอนาคตของชาติ
3. สาเหตุของการร่วมทำรัฐประหาร 19 กันยายน 2549 ของ พล.อ.อ.ชลิตฯ เพื่อชาติ เพื่อตัวเอง หรือเพื่อใคร
4. การพยายามต่อรองกับรัฐบาล พรรคพลังประชาชน ในการเลือกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ด้วยเหตุผลใด สมานฉันท์ หรือเพื่อรักษาอำนาจ ต่อท่ออำนาจ เพื่อปกปิด ความชั่วร้ายของตัวเอง และพวกพ้อง หรือเพื่อใคร โดยอ้างเพื่อชาติ
5. การผลักดันให้ พล.อ.อ.อาคม กาญจนหิรัญ ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศให้ลาออกไปเข้าขบวนการสรรหา วุฒิสมาชิก เพื่อต้องการเปิดตำแหน่งให้ พล.อ.อ.ณรงค์ศักดิ์ สังขพงศ์ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) มาเป็น ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารอากาศ แทนซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่น มีความสัมพันธ์อันดี กับป๋าเปรม (ลูกป๋า) และเกษียณอายุราชการในปี 2552 มาต่อท่ออำนาจ เมื่อตัวเองเกษียณอายุราชการในปี 2551
6. มีการสั่งการด้วยวาจา ให้หัวหน้าหน่วยขึ้นตรงในกองทัพอากาศ สกัดกั้นพรรคพลังประชาชน ในการเลือกตั้ง สส. ที่ผ่านมาในเขตเลือกตั้ง ดอนเมืองสายไหม บางเขน โดยให้เลือก สส. เบอร์ 19 (เรืออากาศเอกวิชัย ราชานนท์ พรรคเพื่อแผ่นดิน), เบอร์ 4 (นางสาวจณิสตา ลิ่วเฉลิมวงศ์ พรรคชาติไทย)และเบอร์ 5 (นายฉมาดล หงสกุล พรรคชาติไทย) จริงหรือไม่ (กดฟังหลักฐานคลิปเสียงเรื่องดังกล่าวได้จากเพลย์เยอร์ด้านล่างนี้)
คลิปภาพในหลวงทรงลงพระปรมาภิไธยโปรดเกล้าแต่งตั้งนายกฯ
แปลงไฟล์โดย ก้อนดินก้อนหนึ่งบนแผ่นดินไทย
ที่มา ข่าวช่อง 3
29 มกราคม 2551
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงลงพระปรมาธิไธย ในพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
พิธีรับพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกฯ
คำแถลงเปิดใจของนายกรัฐมนตรีคนที่ 25
จาก Thai E-News






