WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, February 8, 2008

'สนธิ'ลั่นปลุกม็อบหากรบ.ส่อฟอก'ทักษิณ'คุยโวคนร่วมเพียบ!

นายสนธิ ลิ้มทองกุล อดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการเคลื่อนไหว ทางการเมืองภายใต้รัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวชว่า หลังจากนี้ตนก็ยังสู้ต่อไป แต่เปลี่ยนโจทย์ใหม่ ไม่มองแค่ทักษิณ อย่างเดียว เพราะหลังจากที่ได้บวชแล้วทำให้ความคิดตกผลึกมากขึ้น โดยมองเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเพียงผลผลิต ของปรากฏการณ์ทางการเมืองที่น่าขยะแขยงเท่านั้น ถึงแม้จะไล่ทักษิณออกไป แต่ก็จะมีทักษิณ 2 ทักษิณ 3 อยู่ดี

และก็จะมีการปฏิวัติรัฐประหารไม่รู้จบ ท้ายสุดคนที่ทำปฏิวัติรัฐประหารก็ไม่เข้าใจอะไรเช่นเดียวกับ ที่เคยเกิดขึ้น เปรียบเหมือนกับการนั่งอยู่ในรถคันหนึ่ง ซึ่งหมายถึงประเทศ แต่รถสกปรกเหม็นมากถึงจะขับไล่คน ขับออกไปกี่คนก็ยังเหมือนเดิม สิ่งที่ตนจะทำ คือ ลงจากรถแล้วเดินไปสร้างรถคันใหม่ ใครจะไปด้วยก็ให้ออกมาร่วมกัน เดินไปสู่เป้าหมายใหม่ที่มีความโปร่งใส มีความยุติธรรม หลังจากนี้ตนจะเชิญชวนประชาชนมาร่วมสร้างชาติกันใหม่

ขอให้คนที่มีอุดมการณ์เหมือนกันมาร่วมกัน หาทางสร้างกรอบของประเทศแบบใหม่ โดยเบื้องต้น อาจจะเดินสายให้ความคิดกับผู้คน อาจจะเช่าโรงแรมหรือหอประชุมแล้วเชิญให้ประชาชนมาฟังโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แล้วจะขายความคิดออกไป

'หลังจากที่พูดคุยกับอดีตแกนนำพันธมิตรฯแล้วส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับแนวทางของผม แต่ว่าทุกคนก็มีหน้าที่ของตัวเองที่ต้องทำ ผมคงทำไปก่อน แต่ยืนยันว่าพวกเรายังคุยกันอยู่ตลอดเวลา ถ้ารัฐมนตรีหรือรัฐบาลนี้ เริ่มมีกระบวนการฟอกตัวคุณทักษิณอย่างไม่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรม เริ่มช่วยเหลืออย่างน่าเกลียด บีบข้าราชการให้พลิกคำให้การ หรือไปรังแกคนที่ตั้งใจทำงานอย่าง คตส. ก็อาจจะมีการชุมนุมกันได้ และผมจะเข้าร่วมด้วย ซึ่งผมเชื่อว่าถ้าพวกเราออกมาอีกครั้งหนึ่งมวลชนเอากับเราแน่ อย่างน้อยคนเก่าก็จะมาและจะมีคนใหม่ออกมาด้วย แต่การออกมาของเราต้องมีเหตุผล'อดีตแกนนำพันธมิตรฯ กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า กลัวระบอบทักษิณจะกลับมาเช็คบิลหรือไม่ นายสนธิ กล่าวว่า ตนไม่ได้กลัวการล้างแค้นแม้แต่นิดเดียว สมัยที่ทักษิณมีเสียงในสภา 377 เสียง กุมอำนาจรัฐเบ็ดเสร็จทุกประการ เล่นกระบวนการสกปรก ตนยังไม่กลัวเลย แล้วจะไปกลัวทักษิณวันนี้ทำไม สุดท้ายเชื่อว่าทักษิณ ก็ต้องเผชิญกับกฎแห่งกรรม เช่นเดียวกับตนที่จะต้องเผชิญแต่เชื่อว่าตัวเองได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง

Thursday, February 7, 2008

นายกฯสมัครขอเวลาทีมศก. ไม่ขีดเส้นประเมินผลงาน [7 ก.พ. 51 - 17:17]

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าววันนี้ (7 ก.พ.) ว่า ตนจะไม่กำหนดกรอบเวลาในการประเมินผลการทำงานของคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยเชื่อว่าการทำงานของรัฐบาลนี้จะไม่เกิดปัญหา เนื่องจากตั้งใจทำงานเพื่อประโยชน์ของบ้านเมือง

นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อกรณีสื่อต่างชาติวิพากษ์วิจารณ์ทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล ว่า ถือเป็นสิทธิของสื่อมวลชน อย่างไรก็ตาม ตนมั่นใจในทีมเศรษฐกิจทีมนี้ จึงขอโอกาสให้ได้พิสูจน์การทำงาน นอกจากนี้ ตนจะมอบหมายให้นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่ง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีก 1 ตำแหน่ง เนื่องจากเป็นบุคคลที่มีความเหมาะสม โดยไม่กังวลว่าจะเกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีที่เคยมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานีโทรทัศน์พีทีวี


"จักรภพคงไม่ทำอะไรสุ่มสี่สุ่มห้า เพราะหากได้คนที่ไม่รู้อะไร ปล่อยให้อีกฝ่ายออกอะไรโครมๆ ให้ไอ้หน้าโง่ไปเป็นโฆษกฯ คงไม่ได้ เรื่องนี้จักรภพระมัดระวังตัวอยู่" นายกรัฐมนตรีกล่าวและว่า กรณีพรรคฝ่ายค้านต้องการออกรายอากาศรายการวิทยุ เช่นเดียวกับรายการ "สนทนาประสาสมัคร" ออกอากาศ ทุกวันอาทิตย์ เวลา 08.30 น. นั้น คงต้องขออนุญาตจากกรมประชาสัมพันธ์


รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวด้วยว่า ตนเตรียมเดินทางเข้ากระทรวงกลาโหม เวลา 09.00 น. วันจันทร์ที่ 11 ก.พ.นี้ อย่างไรก็ตาม ไม่ขอเปิดเผยนโยบายแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยขอหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก่อน ยืนยันว่า ไม่มีจุดยืนในการต้องการปลดอาวุธทหารและพลเรือนในพื้นที่


นายกรัฐมนตรี ระบุทำงาน 7 วัน ก็รู้แล้วว่าดีไม่ดี

กรุงเทพฯ 7 ก.พ.- นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการแต่งตั้งรัฐมนตรีที่ผ่านมาซึ่งมีปัญหาเรื่องขั้วทางการเมือง ว่า รัฐมนตรีต้องมาทำงานร่วมกันและได้อาสามาทำงานเต็มที่ ดังนั้น ต้องมีการละลายพฤติกรรมเพี่อทำงานร่วมกันในคณะรัฐมนตรี รัฐบาลของตน ไม่เหมือนรัฐบาลเงาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เพราะการตั้ง ครม. เงาง่าย แต่ตนต้องตั้งรัฐบาล 5 พรรคการเมือง ส่วนที่เคยเปรยว่า ครม.ขี้เหร่นั้น เป็นการพูดให้เกิดอารมณ์ขัน ซึ่งหมายถึงลูกเป็ดขี้เหร่ในนิทาน ที่ต่อมากลายมาเป็นหงส์ ดังนั้น อยากขอโอกาสในการทำงาน


ต่อข้อถามถึงกรอบในการชี้วัดการทำงานของคณะรัฐมนตรีแต่ละคน นายสมัคร กล่าวว่า ต้องให้โอกาส จะไปขีดเส้นไม่ได้ อย่างไรก็ตาม หากทำงานผ่านไป 7 วัน จะรู้ว่ามีข้อดีข้อเสียจะแก้ไขเป็นการภายใน ไม่ควรใช้วันเวลามาชี้วัด นอกจากนี้ การเดินทางไปปฏิบัติภารกิจประจำวัน ไม่ขอใช้รถนำขบวน.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-07 17:59:08

สหรัฐยกเลิกจำกัดความช่วยเหลือทางทหารแก่ไทย

สหรัฐยกเลิกจำกัดความช่วยเหลือทางทหารแก่ประเทศไทย พร้อมยินดีที่ได้ฟื้นความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ ให้กลับสู่ระดับปกติอีกครั้ง โดยเฉพาะจะฉลองครบรอบ 175 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูต

นายเอริค จี จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐ ประจำประเทศไทย แถลงเรื่องการยกเลิกการจำกัดความช่วยเหลือแก่ประเทศไทย ว่า หลังจากไทยมีรัฐบาลใหม่ที่มาจากการเลือกตั้ง ทำให้สหรัฐให้เงินสนับสนุนโครงการความร่วมมือทางทหารกับกองทัพไทยครบถ้วนตามเดิม เช่น โครงการฝึกและศึกษาทางทหารระหว่างประเทศ โครงการช่วยเหลือทางการเงินในการจัดหายุทโธปกรณ์ทางการทหารให้แก่ต่างประเทศและโครงการปฏิบัติการรักษาสันติภาพโลก

นายเอริค จี จอห์น กล่าวว่า ช่วงปลายเดือน ก.พ.นี้ นายคริสโตเฟอร์ ฮิลล์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ฝ่ายกิจการเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก และ พล.ร.อ.ทิโมธี คีทติง ผู้บัญชาการกองบัญชาการสหรัฐ ภาคพื้นแปซิฟิก จะมาเยือนไทย ซึ่งเป็นการนำร่องการเดินทางเยือนไทยของเจ้าหน้าที่สหรัฐอีกหลายคนในปีนี้ ซึ่ง 1 ในหัวข้อสำคัญที่มีการหารือดังกล่าว คือช่องทางในการเพิ่มความร่วมมือทางทหารกับไทย ความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างสหรัฐกับไทยเป็นความสัมพันธ์ที่เอื้อประโยชน์แก่ทั้งสองฝ่าย

“สหรัฐ รู้สึกยินดีเป็นพิเศษที่จะได้ฟื้นความสัมพันธ์ไทย-สหรัฐ ให้กลับสู่ระดับปกติอีกครั้ง โดยเฉพาะจะฉลองครบรอบ 175 ปี แห่งความสัมพันธ์ทางการทูตในปีนี้” นายเอริค จี จอห์น กล่าว

ต่อข้อถามว่า จะมีการพูดเรื่องเอฟทีเอไทย-สหรัฐ เมื่อใด นายเอริค จี จอห์น กล่าวว่า เอฟทีเอไทย-สหรัฐ อยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งเอฟทีเอช่วยให้การค้าเพิ่มขึ้นและเพิ่มงาน แต่คงจะเร็วเกินไปที่จะบอกว่าจะมีการเจรจากันอีกเมื่อไหร่ อย่างไรก็ตาม สหรัฐยังคงเป็นตลาดใหญ่ที่สุดในการส่งออกของไทย

ต่อข้อถามว่า ดูรายชื่อ คณะรัฐมนตรีใหม่แล้ว น่าเป็นห่วงหรือไม่เพราะมีหลายคนที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลชุด พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายเอริค จี จอห์น กล่าวว่า สหรัฐให้ความสำคัญกับการเลือกตั้งอย่างบริสุทธิ์และพรรคพลังประชาชนก็โปร่งใสพอที่จะเจรจากับพรรคอื่น ๆ และจัดตั้งรัฐบาลได้

เมื่อถามว่า พม่าพัฒนาประชาธิปไตยช้า ในฐานะที่เป็นเอกอัครราชทูตใหม่และไทยก็มีรัฐบาลใหม่จะสามารถทำอะไรได้บ้าง นายเอริค จี จอห์น กล่าวว่า หลังจากที่ไทยมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งแล้ว รัฐบาลไทยก็สามารถพูดและให้คำปรึกษาได้ดีกับพม่าเรื่องการเดินหน้าประชาธิปไตยในพม่า ต่อข้อถามว่า สหรัฐ จะมีบทบาทสำคัญในการช่วยเหลือสถานการณ์ภาคใต้ของไทยอย่างไร นายเอริค จี จอห์น กล่าวว่า เป็นเรื่องภายในของรัฐบาลไทย คนไทยต้องการสันติภาพและมีความสัมพันธ์ที่ดีกับมาเลเซีย แต่สหรัฐคงไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวด้วย

'สมัคร'เข้ากห.จันทน์นี้ มั่นใจ ทำงานร่วมกองทัพได้

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มั่นใจ จะทำความเข้าใจกับข้าราชการทหารในการเดินทางเข้ากระทรวง วันจันทน์นี้ได้

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้เปิดเผยว่าใน วันจันทร์ที่ 11 ก.พ. นี้จะเดินทางมายังกระทรวงกลาโหมเป็นครั้งแรกโดยเชื่อมั่นว่าตนจะสร้างความเข้าใจและทำงานร่วมกับกองทัพได้ ส่วนกรณีการตั้งทีมเศรษฐกิจนั้นคงต้องให้โอกาส น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ทำงานไปก่อนแม้ว่าสื่อต่างชาติจะมองว่าบางคนไม่เหมาะสมก็ตาม

ทั้งนี้ นายสมัคร ได้กล่าวอีกว่าที่ตนเคยพูดว่า ครม.ขี้เหร่เพียงเพราะตั้ง ครม.ไม่ได้ดั่งใจก็เลยบ่นออกมานิดหน่อย ส่วนการทำงานของ ครม.ตนไม่อยากให้มีการกำหนดกรอบเวลาเพื่อประเมินปรับเปลี่ยนเพราะทำงานในระยะเวลไม่กี่วันก็รู้แล้วว่าใครทำงานเป็นอย่างไรและเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องภายในต้องปรับกันภายในก่อน

นายกฯชี้จักรภพรู้เขารู้เราจึงไว้ใจควบโฆษกรัฐ

นายกฯ ยืนยัน ตั้ง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ จักรภพ เพ็ญแข เป็นโฆษกรัฐบาลเพราะมีประสบการณ์ รู้เขา รู้เรา


นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้เปิดเผยว่าการตั้งทีมโฆษกรัฐบาลมีปัญหาตรงที่ไม่สามารถให้ ส.ส.เป็นโฆษกรัฐบาลได้ โดยให้ นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ดำรงตำแหน่งนี้ไปก่อน แม้ว่าเคยเป็นผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม PTV มาแล้วก็ตาม แต่คิดว่า นายจักรภพ จะทำงานด้วยความรอบคอบระมัดระวังตัว

ทั้งนี้ นายสมัคร ได้กล่าวถึงการที่ตนจะดำเนินรายการพูดจาประสาสมัคร ที่จะออกอากาศทุกวันอาทิตย์ โดยกล่าวว่าหากฝ่านค้านจะขอเวลาเพื่อจัดรายการด้วยก็ให้ขอกับกรมประชาสัมพันธ์เองเพราะแม้ตนจะเป็นนายกรัฐมนตรีก็ยังต้องขอกับกรมประชาสัมพันธ์

'พูดจาประสาสมัคร'เริ่มออกอากาศครั้งแรก10 ก.พ.

นายกฯสมัครเผยรายการ'พูดจาประสาสมัคร'เตรียมออกอากาศครั้งแรกวันที่10 ก.พ.นี้หลังจากที่ได้ทำเรื่องไปที่กรมประชาสัมพันธ์แล้ว พร้อมระบุหากมีผู้เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใดก็จะขอให้เสนอมาเป็นลายลักษณ์อักษร

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงรายการพูดจาประสาสมัครว่า ได้ทำเรื่องไปที่กรมประชาสัมพันธ์แล้ว เพื่อใช้เวลาสถานีโทรทัศน์ช่อง 11 ออกอากาศ โดยวันอาทิตย์ที่ 10 กพ.2551 จะเป็นครั้งแรก รูปแบบรายการก็จะเป็นพูดคุยทำความรู้จัก ถ้าไม่ว่างมาสถานี ก็จะโทรศัพท์เข้ามารายการ

นายสมัครกล่าวด้วยว่า ในอนาคตหากมีผู้เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องใดก็จะขอให้เสนอมาเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะหากเป็นข่าวออกไปก่อนอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดได้

มท.1 พร้อมรับคำชี้แนะจากสุเทพ ขอแก้ปัญหายาเสพติดใน 90 วัน


รัฐมนตรีฯมหาดไทย พร้อมถูกตรวจสอบ และรับคำแนะนำจาก "สุเทพ เทือกสุบรรณ" เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เห็นด้วยกับการตั้งรัฐบาลเงาของพรรคประชาธิปัตย์โดยการตั้ง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ มาเป็นผู้ตรวจสอบกระทรวงมหาดไทย ถือว่าเป็นมวยถูกคู่ พร้อมถูกตรวจสอบและรับฟังข้อเสนอแนะ นอกจากนี้ ยังเห็นว่า เมื่อฝ่ายค้านมีความสามารถ ประโยชน์ก็จะตกอยู่กับประชาชน เพราะรัฐบาลต้องพัฒนาตนเอง

ร.ต.อ.เฉลิม ยังปฏิเสธไม่กลัวชื่อ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพราะชื่อพันธมิตร แปลว่า คบได้ และโดยส่วนตัวก็รู้จักกับ นายสนธิ ลิ้มทองกุล

มท.1 ผุดนโยบายเร่งด่วน 3 ประการ แก้ปัญหายาเสพติด ลดลงใน 90 วัน ความยากจน และความไม่สงบ ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ระบุ ภาระที่เร่งด่วน 3 ประการ คือ การแก้ไขปัญหายาเสพติด ให้มีความต่อเนื่องเด็ดขาดและต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ตั้งเป้าปัญหายาเสพติดต้องลดลงภายใน 90 วัน การนำบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งคัดกับอาชญากร และการทำงานต้องน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นตัวตั้ง และแก้ไข้ปัญหาความยากจนให้กับประชาชนได้ ส่วนการแก้ไข้ปัญหาชายแดนภาคใต้ ถือเป็นเรื่องความมั่นคงแห่งชาติ ต้องทำแบบบูรณาการ ขอหารือกับฝ่ายทหารก่อนให้นโยบายถ้าพูดเร็วไปจะเกิดผลกระทบ หรือ เกิดปัญหาทำไม่ได้

ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวด้วยว่า ยังไม่คิดยุบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ ศอ.บต. เพราะเป็นของดี ต้องทำให้มีศักยภาพมากขึ้น


กกต.ยันพิจารณายุบ มฌ.-ชท. ตามกฎหมาย

กกต.7 ก.พ.-“จรัล”พร้อมกับกลุ่มองค์กรประชาธิปไตย ยื่นหนังสือถึง กกต.ค้านยุบพรรคมัชฌิมาฯ-ชาติไทย ด้าน“สุเมธ-สุทธิพล”ยันการดำเนินการเรื่องดังกล่าวเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย ระบุยังเร็วไปที่จะสรุปว่าจะมีการยุบพรรคการเมือง ชี้ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่า เวลา 09.00 น.วันนี้ (7 ก.พ.) นายจรัล ดิษฐาอภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ และอดีตแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปก.) พร้อมกับกลุ่มองค์กรประชาธิปไตย เดินทางมายังสำนักงาน กกต.เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้ กกต.อย่ายุบพรรคการเมือง ซึ่งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน ที่มีนายบุญทัน ดอกไธสง เป็นประธาน จะเริ่มประชุมครั้งแรกเพื่อวางกรอบการดำเนินการสืบสวนสอบสวนในบ่ายวันนี้ด้วย โดยนายจรัล เห็นว่าประเทศไทยเดินหน้ามามากแล้ว และการยุบพรรคการเมืองถือว่าเป็นเรื่องล้าหลัง ซึ่งไม่มีประเทศไหนทำกัน

“ที่มายื่นหนังสือวันนี้ ไม่ได้ต้องการประท้วง กกต. แต่ที่มายื่นหนังสือกับ กกต. เป็นเพราะ กกต.เป็นหน่วยงานแรกที่เริ่มต้นการพิจารณาสำนวนที่นำไปสู่การยุบพรรค” นายจรัล กล่าว

ด้านนายสุเมธ อุปนิสากร กกต.ด้านการมีส่วนร่วม กล่าวถึงกรณีที่นายจรัลมายื่นหนังสือว่า กกต.ไม่มีอำนาจยุบพรรคการเมือง แต่ กกต.ต้องเสนอความเห็นไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งปัญหากรณีนี้มีอยู่ว่า กกต.ไม่เคยเจอเรื่องนี้มาก่อน จึงไม่แน่ใจว่า กกต.ต้องสืบสวนสอบสวนและพิจารณาว่ากรรมการบริหารพรรคเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งก่อนหรือไม่ หรือ กกต.สามารถเสนอความเห็นให้ยุบพรรคอย่างอัตโนมัติได้เลย ตรงนี้ถือว่าเป็นปัญหาด้านข้อกฎหมาย ซึ่ง กกต.ต้องสอบข้อเท็จจริงก่อนว่าหากกรรมการบริหารพรรคคนหนึ่งทำผิด กรรมการบริหารพรรคคนอื่น ๆ ได้รู้เห็นกับการทำผิดด้วยหรือไม่ ดังนั้นจึงต้องพิจารณากฎหมายว่า กฎหมายหมายความไว้แค่ไหน

“หาก กกต.จะยุบพรรคการเมืองใด ต้องมีเหตุผลที่ดีและสามารถนำเสนอศาลรัฐธรรมนูญได้ กกต.มีหน้าที่เพียงเสนอความเห็นเท่านั้น ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญอาจมีความเห็นเป็นอย่างอื่นก็ได้” นายสุเมธ กล่าว

ขณะที่นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ขั้นตอนของคณะกรรมการสอบสวนเพื่อเสนอเรื่องยุบพรรคยังมีอีกหลายขั้นตอน กกต.จะดำเนินการตามกรอบกฎหมาย ที่กำหนดว่า กกต.ต้องส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด และส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยต่อไป และเมื่อส่งไปแล้ว ก็ไม่ได้หมายความว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำสั่งให้ยุบพรรคเสมอไป ขณะนี้เร็วไปที่จะสรุปว่าจะมีการยุบพรรคการเมือง นอกจากนี้ กกต.ไม่ได้ตั้งใจจะยุบพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่หาก กกต.ไม่ทำตามที่กฎหมายระบุไว้ กกต.จะถูกดำเนินคดีฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ได้

ส่วนที่นายจรัลระบุว่า การยุบพรรคเป็นเรื่องล่าหลังนั้น นายสุทธิพล กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้อง แต่เมื่อกฎหมายระบุไว้เช่นนี้ กกต.ต้องดำเนินการตามกฎหมาย

เมื่อถามว่าจะถือว่าเป็นการกดดันการทำงานของคณะกรรมการสอบสวนเพื่อเสนอเรื่องยุบพรรคหรือไม่นั้น นายสุทธิพล กล่าวว่า คงไม่กดดัน เพราะคณะกรรมการทราบว่าอำนาจสูงสุดที่จะพิจารณาเรื่องนี้คือศาลรัฐธรรมนูญ ขณะนี้ยังไม่ต้องการให้มองว่าจะมีการยุบพรรคเกิดขึ้นจริง เพราะทุกคนคงเห็นตรงกันว่าประเทศไทยใกล้จะมีประชาธิปไตยเต็มใบแล้ว แต่สิ่งจำเป็นที่ประเทศไทยยังขาดอยู่ คือ ความรักความสามัคคีในชาติ ดังนั้น ไม่ว่าใครจะเข้ามาเป็นรัฐบาล และนิติบัญญัติ หากเน้นเรื่องความปรองดอง สามัคคีกัน และไม่เอาคืน เพราะทุกคนต่างมีบทบาท ก็จะทำให้ประเทศชาติผ่านพ้นวิกฤติไปได้.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-07 14:12:05

เฉลิมย้อนอดีตขอโทษปชช.ลั่นขอทำงานด้วยความซื่อสัตย์ เข้ากระทรวงมหาดไทยพรุ่งนี้

รัฐมนตรีฯมหาดไทย ขอโทษประชาชนต่อเรื่องส่วนตัวและครอบครัวที่ผ่านมา สั่งผู้ว่าฯ ห้ามไปพบที่บ้านและห้ามขนคนมารับ

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดใจเป็น พระมหากรุณาธิคุณ ที่ได้รับโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) และยอมรับรอเป็น มท.1 มาหลายปีแล้ว จากนี้ไปจะตั้งใจทำงานด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ ทั้งนี้ ส่วนตัวขอกราบขอโทษประชาชนและสื่อมวลชนที่ตนและครอบครัวทำให้ไม่สบายใจ พร้อมปฏิเสธยังไม่คิดดึงลูกชายมาช่วยงาน ไม่ใช่ไม่มีความสามารถ แต่เพื่อความสบายใจ

ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวด้วยว่า การทำงานของกระทรวงมหาดไทย ภายใต้การกำกับดูแล จะต้องตรวจสอบได้ เน้นย้ำ ผู้ว่าฯห้ามมาหาที่บ้าน ให้โทรศัพท์ หรือ ไปพบที่กระทรวงได้ตลอดเวลา เพื่อป้องกันขอครหาเวลาไปตรวจราชการห้ามขนคนมารับอย่ามองตนเป็นรัฐมนตรี ให้มองเป็นผู้ร่วมงาน

รัฐมนตรีฯมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วย 2 คน นัดเข้ากระทรวงมหาดไทย เพื่อเริ่มต้นทำงานและคาราวะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พรุ่งนี้

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีฯมหาดไทยและรัฐมนตรีช่วยทั้ง 2 คน จะเข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ประจำกระทรวงมหาดไทยในโอกาสเข้ารับตำแหน่งที่ กระทรวงมหาดไทย ในวันพรุ่งนี้ เวลา 07.30 น. โดยห้องทำงานของ ร.ต.อ.เฉลิม คือห้องประจำตำแหน่งของรัฐมนตรีฯมหาดไทย ห้องทำงานของ นายสุพล ฟองงาม รัฐมนตรีช่วยฯมหาดไทย หรือ มท. 2 คือ ห้องทำงานเก่า
ของนายบัญญัติ จันทน์เสนะ อดีตมท.2 และห้องทำงานของ นายสิทธิชัย โควสุรัตน์ มท.3 คือ ห้องทำงานเดิมของ พล.ต.ท.ธีรวุฒิ บุตรศรีภูมิ อดีต มท.3

อย่างไรก็ตาม เมื่อ ร.ต.อ.เฉลิม เข้าปฏิบัติหน้าที่แล้ว นายพงษ์โพยม วาศภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย จะเป็นผู้รายงานข้อมูลของกระทรวงให้รับทราบ ทั้งนี้เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้มีสื่อมวลชนเดินทางไปที่บ้านพัก ร.ต.อ.เฉลิม เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวด้วย