WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, February 16, 2008

"นพดล"แย้ม20ก.พ.เปิดชื่อเลขา-ที่ปรึกษารมต.

วันที่ 16 ก.พ.51 นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน เปิดเผยว่าโผรายชื่อที่ปรึกษาและเลขานุการรัฐมนตรีจะมีความชัดเจนวันที่ 20 ก.พ.นี้ ส่วนปัญหาที่ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เคยตำหนิเรื่องหน้าตาและความเหมาะสมของผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่งดังกล่าวนั้น นายนพดล มั่นใจว่าจะไม่เป็นปัญหามาแล้ว เฉพาะในส่วนของกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งนอกจากจะถูกใจตนแล้วยังได้รับการยืนยันจากนายกรัฐมนตรี ว่ามีความเหมาะสม

นายนพดล กล่าวอีกว่า สำหรับเสียงวิจารณ์ว่านายกฯไม่กระจายงานด้านกฎหมายและด้านความมั่นคงให้รองนายกฯนั้นจะไม่เป็นปัญหาและไม่เกิดความขัดแย้งเกิดขึ้น เพราะนายกฯก็เป็นคนที่มีความสามารถ



พปช.ซ้อมรับมือแถลงนโยบายรัฐบาลพรุ่งนี้

เมื่อวันที่ 16 ก.พ.51 นายกุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน เปิดเผยถึง การประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ( ส.ส. )ของพรรค วันอาทิตย์ที่ 17 ก.พ.นี้ซึ่งจะมี นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เป็นประธานว่า เป็นการประชุมซักซ้อมและกำหนดตัวบุคคลที่จะทำการอภิปรายในการแถลงนโยบายของรัฐบาลต่อรัฐสภา ระหว่างวันที่ 18-20 ก.พ. ที่จะถึงนี้ เนื่องจากมี ส.ส. แจ้งความจำนงขออภิปรายค่อนข้างมาก อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้กำหนดให้ ส.ส.แต่ละคน สามารถอภิปรายได้ไม่เกินคนละ 10 นาที เพื่อเปิดโอกาสให้ฝ่ายค้าน มีระยะเวลาได้อภิปรายมากกว่า จึงมีเหตุผลให้แถลงนโยบายนานถึง 3 วัน สำหรับหนังสือคำแถลง ซึ่งมีความยาว 44 หน้า ส่งถึงมือส.ส.ทุกคนแล้วในวันนี้ โดยนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่อ่านคำแถลงจำนวนทั้งสิ้น 28 หน้า






ประธาน สนช.ย้ำอภิปรายนโยบายรัฐบาลด้วยความเป็นกลาง

กรุงเทพฯ 16 ก.พ.-นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นประธานการสัมมนารายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยกล่าวถึงการกำหนดแนวทางการอภิปรายคำแถลงนโยบายรัฐบาลของสมาชิก สนช. ในวันที่ 18 กุมภาพันธ์นี้ ว่า ได้ขอให้สมาชิกอภิปรายอย่างเป็นกลาง มุ่งให้เกิดประโยชน์กับประชาชนให้มากที่สุด ส่วนการรวบรวมประเด็นการภิปรายจะเป็นการนำผลศึกษาเรื่องต่าง ๆ ของคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ โดยจะเป็นจัดหมวดหมู่มาอภิปราย เพื่อให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์และสะดวกต่อการกำหนดเวลาอภิปราย เพราะเมื่อมีข้อมูลอยู่ในมือก็จะทำให้พูดได้ตรงประเด็นมากขึ้น นอกจากนี้ สนช.จะนำประเด็นต่าง ๆ ที่รวบรวมและมีการอภิปรายในสภาจัดพิมพ์เป็นรูปเล่มเสนอต่อรัฐบาลด้วย


“การอภิปรายจะออกแนวเป็นกลางและให้ข้อเสนอแนะ สนช.จะไม่สนับสนุนหรือคัดค้านนโยบายของรัฐบาล แต่จะบอกเรื่องที่เป็นประโยชน์และศึกษามาแล้ว ส่วนที่จะมีสมาชิก สนช.วิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐบาลนั้น เป็นเรื่องที่ห้ามไม่ได้ แต่สิ่งที่ตกลงกันไว้คือขอให้ทำหน้าที่อย่างเป็นกลางให้มากที่สุด คือไม่เป็นทั้งฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้าน สำหรับการกำหนดจำนวนผู้อภิปราย หลังจาก สนช.สัมมนาเสร็จแล้วจะถามความสมัครใจของสมาชิก คาดว่าจะเป็นตัวแทนของคณะกรรมาธิการคณะต่าง ๆ การให้เวลา สนช.อภิปราย 9 ชั่วโมง น่าจะสะดวกต่อการบริหารเวลา” ประธาน สนช. กล่าว. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-02-16 13:30:20

10กำนันพยานสำคัญคดี"ยงยุทธ"โต้มติอนุกกต.มั่วนิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กำนันผู้ใหญ่บ้าน อ.แม่จัน จ.เชียงราย จำนวน 9 คน ที่เคยให้ปากคำในสำนวนคดีทุจริตการเลือกตั้งของนายยงยุทธ ได้เดินทางมาชี้แจงกับ ผู้สื่อข่าวกรณีที่มีข่าวออกมาระบุว่ากำนันทั้ง 10 คน ได้ให้การยอมรับว่า ได้รับเงินจากนายยงยุทธ 20,000 บาท โดยยืนยันว่าเราทั้ง 10 คนไม่เคยรับเงินจากนายยงยุทธ และไม่เคยให้ปากคำกับคณะอนุกรรมการสอบสวนชุดใด ๆ ของ กกต. ทั้งสิ้นว่าได้รับเงิน ข่าวที่ออกมาทำให้พวกตนไม่สบายใจ และอยากขอโทษนายยงยุทธด้วยที่มีข่าวเช่นนี้ออกมาทำให้ต้องเสื่อมเสีย







มีชัยตีกรอบ'เป็นกลาง' อภิปรายนโยบายรบ. [16 ก.พ. 51 - 12:09]

วันนี้ (16 ก.พ.) นายมีชัย ฤชุพันธ์ ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการกำหนดแนวทางการอภิปรายของสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ในการแถลงนโยบายของรัฐบาลในวันที่ 18 ก.พ.นี้ว่า ขอให้ สนช.อภิปรายอย่างเหมาะสมและเป็นกลาง เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนมากที่สุด เพราะ สนช.ไม่ใช่ฝ่ายค้าน หรือฝ่ายรัฐบาล

นอกจากนี้ ประธาน สนช.ยังขอใหัคณะกรรมาธิการทุกคณะนำผลการศึกษามาอภิปราย เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนกรอบเวลาการอภิปรายนั้น สนช.จะได้เวลา 9 ชั่วโมง ซึ่ง สนช.แต่ละคนจะได้เวลาอภิปรายประมาณ 5-6 นาที

นายมีชัย กล่าวด้วยว่า วันที่ 16 ก.พ.นี้ จะมีการนำผลการศึกษาของคณะกรรมาธิการทุกคณะ มาจัดเป็นหมวดหมู่เพื่อให้เหมาะกับการอภิปรายด้วย โดยการอภิปรายจะมีการกำหนดเวลา ดังนั้น หาก สนช.มีข้อมูลในเรื่องที่จะอภิปรายอยู่ในมือแล้ว ก็จะสามารถอภิปรายได้ตรงประเด็นมากขึ้น

แนะธปท.เลิกกัน 30% ต้องจับตานักเก็งกำไรระยะสั้น [16 ก.พ. 51 - 09:43]

วันนี้ (16 ก.พ.) นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวถึงแนวโน้มการยกเลิกมาตรการกันสำรองร้อยละ 30 ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า อยากให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้ตัดสินใจถึงความเหมาะสม แต่หากยกเลิกจริงไม่น่ากระทบกับภาวะเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากที่ผ่านมา นักลงทุนส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนระยะยาว มีความมั่นคงอยู่แล้ว แต่ต้องเฝ้าระวังนักเก็งกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนระยะสั่น โดย ธปท.ต้องหาวิธีป้องกันการเก็งกำไรระยะสั้นแทนมาตรการเดิมที่มีแนวโน้มจะยกเลิกด้วย

ด้านนายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การยกเลิกมาตรการกันสำรองร้อยละ 30 นั้น เชื่อว่าต้องมีการยกเลิกแน่นอน ซึ่งทาง ธปท.คงรอดูช่วงเวลาที่เหมาะสม คาดว่า ธปท.คงไม่แจ้งล่วงหน้า เนื่องจากจะเกิดการเก็งกำไรค่าเงินอย่างมาก ซึ่งกระทบต่อตลาดเงินในประเทศ

พปช.แถลงจวกข่าวใบแดง 'ยงยุทธ' จัดฉาก

วันนี้ (15 ก.พ.) พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว หัวหน้าคณะทำงานชี้แจงคดีทุจริตเลือกตั้ง จ.เชียงราย ของนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทำหน้าที่ในการอ่านแถลงการณ์ของนายยงยุทธ หลังมีกระแสข่าวว่า อนุกรรมการสอบสวนกรณีดังกล่าวของ กกต. มีมติให้ใบแดงกับนายยงยุทธ ว่า

นายยงยุทธ ไม่ต้องการออกมาตอบโต้เรื่องดังกล่าวด้วยตนเอง เพราะเกรงจะทำให้สังคมเกิดความสับสน โดยมีการชี้แจงข้อเท็จจริงมา 5 ประเด็น ซึ่งยืนยันว่า เรื่องดังกล่าวเป็นการจัดฉาก และยืนยันว่าตนมีพยานหลักฐาน ที่สามารถจะชี้แจงได้ รวมถึงเห็นว่าการกล่าวอ้างแหล่งข่าวนั้นเป็นเรื่องเท็จจริง ซึ่งมุ่งหวังกดดันให้ กกต.ตัดสินไปตาม ที่ต้องการ และนำไปสู่การยุบพรรคพลังประชาชน พร้อมทั้งเรียกร้องให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวที่เป็นทางการ มีผู้รับผิดชอบอย่างชัดเจน

ทั้งนี้ พ.ต.ท.กานต์ ยืนยันด้วยว่า นายยงยุทธ ไม่รู้สึกกังวลในเรื่องดังกล่าว เพราะเชื่อมั่นในความยุติธรรมของ กกต.

นายกฯบันทึกเทปรายการชิมไปบ่นไป-ยกโขยง6โมงเช้า

บรรยากาศการเคลื่อนไหวที่บ้านพักของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ภายในหมู่บ้านโอฬารพัฒนา 2 ซอยนวมินทร์ 81 ในช่วงเช้าวันนี้ ซึ่งเป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ นายกรัฐมนตรี ได้ใช้เวลาปฏิบัติภารกิจส่วนตัวในบ้านพักบันทึกเทปโทรทัศน์รายการชิมไปบ่นไป และรายการยกโขยง 6 โมงเช้า โดยมีรายงานแจ้งว่า นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการจะใช้เวลาบันทึกเทปรายการดังกล่าวรวมหลาย ๆ ตอนในวันนี้ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยจากเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจนครบาลลาดพร้าว ที่มาดูแลความเรียบร้อยรอบ ๆ บริเวณหน้าบ้านอย่างเข้มงวด ขณะที่ กองทัพสื่อมวลชนจากทุกสำนัก ยังคงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของนายกรัฐมนตรีอย่างใกล้ชิด


จาก hi-thaksin

นายกฯสมัครคาดใช้เวลา2เดือนชี้ขาดกันสำรอง30%

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความเห็นกรณีการพิจารณายกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือนในการตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไร วอนอย่าเพิ่งวิจารณ์ในช่วงนี้



นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการพิจารณายกเลิกมาตรการกันสำรอง 30% ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ว่า ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกำลังกำหนดท่าทีอยู่ว่าจะดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง น่าจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน และการดำเนินการต่างๆได้กำหนดไว้แล้ว ดังนั้นขออย่าเพิ่งวิพากษ์วิจารณ์ในช่วงนี้และอย่าถามเรื่องนี้อีก เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการอยู่แล้ว
“เขาบอกว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เขาไม่พูดกัน เขากำลังดำเนินการนุ่มนวลแล้ว เอาเป็นว่าเรื่องนี้นายสมัครตอบว่า ปล่อยให้สถานการณ์ค่อยๆเป็นไปตามสถานการณ์ที่ควรจะเป็นก็แล้วกัน”นายสมัครกล่าว

สมัครอัดเทปแรกชิมไปบ่นไปหลังเป็นนายกฯ

นายกฯ ถ่ายทำรายการชิมไปบ่นไปนัดแรก หลังได้รับการโปรดเกล้าฯ ที่บ้านพัก ซ.นวมินทร์ 81 โดยไม่ให้สื่อเข้าสังเกตการณ์ ขณะต้องติดตามจะได้ออกอากาศสถานีโทรทัศน์ช่องใด

ความเคลื่อนไหว บริเวณบ้านพักของ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ซ.นวมินทร์ 81 บรรยากาศคึกคักคับคั่งด้วยเจ้าหน้าที่
จากกองถ่ายทำรายการชิมไปบ่นไป กว่า 30 คน เพื่อถ่ายทำรายการชิมไปบ่นไป ครั้งนี้เป็นการถ่ายทำครั้งแรก หลังจากที่ นายสมัคร
ได้รับการโปรดเกล้าฯ จากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนที่ 25 อย่างไรก็ตาม นายสมัคร ได้เป็นผู้ดำเนิน
รายการโทรทัศน์ 3 รายการ คือ ยกโขยง 6 โมงเช้า รายการชิมไปบ่นไป และรายการอร่อยไม่ปรึกษาใคร

สำหรับ การถ่ายทำรายการชิมไปบ่นไปครั้งนี้ ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปร่วมสังเกตการณ์แต่อย่างใด และรายการชิมไปบ่นไปนายสมัคร ได้ดำเนินรายการมาแล้วก่อนหน้านี้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี ทางสถานีโทรทัศน์ทีไอทีวี แต่ขณะนี้เมื่อสถานีโทรทัศน์ ถูกยุบไปก็ต้องติดตามว่า รายการดังกล่าว จะได้ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ช่องใด