เวปไซด์ ไฮ-ทักษิณ ส่งข้อความเชิญชวนคนไทยร่วมกันต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีกลับประเทศไทย
โดยข้อความที่ขึ้นบนหน้าจอของเวปไซด์ไฮ-ทักษิณ ใช้หัวข้อว่า"พิสูจน์หัวใจคนรักทักษิณ”โดยมีเนื้อหาว่า “ในที่สุดวันที่พวกเราทุกคนรอคอยก็มาถึง วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์นี้ เวลา 09.00 น. นายกฯ
ทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ”และได้มีการอ้างจากแหล่งว่าได้รับแจ้งจากสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวชินวัตร ผู้ซึ่งเคยเป็นช่องทางการสื่อสารระหว่าง นายกฯทักษิณ ชินวัตร กับ Hi-
thaksin ระบุว่าในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะเป็นวันที่พวกเราคนรักทักษิณจะได้แสดงความรักของพวกเราให้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งประเทศ และคนทั้งโลก ว่า ความรัก ความผูกพันที่พวกเรามีต่อนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร นั้นหนักแน่นและจริงใจต่อกันเพียงใด และจะเป็นการแสดงพลังของประชาชนที่นิยมศรัทธานายกฯทักษิณ ชินวัตร เพื่อเป็นเกราะคุ้มครองชีวิต และรักษาความปลอดภัยแก่คนที่เรารัก เพื่อให้กลุ่มคนที่มุงหมายปองร้ายได้ประจักษ์ และสยบยอมต่อพลังของประชาชน ในที่สุด และวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะเป็นวันที่พวกเราคนรักทักษิณจะได้อิ่มเอมหัวใจกันเสียที แล้วพบกันวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นะครับ " ผมจะรอทุกท่านที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อร่วมกันต้อนรับนายกฯทักษิณ ชินวัตร กลับคืนสู่แผ่นดินไทย กลับมาอยู่
ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร่วมกันกับพวกเรา อีกคราครั้งหนึ่ง" (26/02/51)
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Tuesday, February 26, 2008
เวปไซด์ ไฮ-ทักษิณ เชิญชวนคนไทยร่วมกันรับทักษิณกลับบ้าน
นายกฯ ใช้วิธีเดินจากตึกชัยฯ มาประชุม ครม.แทนนั่งรถ
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้จะแต่งตั้งคณะทำงาน เพื่อผลักดันโครงการเมกกะโปรเจกต์ 5 ด้าน ขณะที่นายกรัฐมนตรีใช้วิธีการเดินจากห้องทำงานตึกไทยคู่ฟ้ามายังตึกที่ประชุมคณะรัฐมนตรี
แทนการนั่งรถ
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เดินทางมาถึงทำเนียบรัฐบาลตั้งแต่เช้า ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีจะเริ่มขึ้น โดยนายสมัครได้ขึ้นไปทำงานบนตึกไทยคู่ฟ้า จากนั้นนายกรัฐมนตรีได้เดินทางจากตึกไทยคู่ฟ้า
เพื่อไปเข้าร่วมประชุมคณะรัฐมนตรีที่ตึกสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นห้องประชุมคณะรัฐมนตรีแทนการใช้รถ โดยนายกรัฐมนตรีบอกว่า ต้องการวัดระยะทางระหว่างตึกไทยคู่ฟ้ากับห้องประชุมคณะรัฐมนตรีว่าไกลแค่ไหน เนื่องจากยังเหลือเวลาอีก 15 นาที ก่อนที่การประชุมจะเริ่มขึ้น พร้อมกับเปิดเผยถึงอาการของนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบว่าจะต้องพักยาวแค่ไหน แต่ได้ส่งดอกไม้ไปเยี่ยมอาการป่วยแล้ว
ส่วนวาระประชุมคณะรัฐมนตรีในวันนี้จะมีการพิจารณาแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อผลักดันโครงการเมกกะโปรเจกต์ 5 ด้าน โดยนายกรัฐมนตรีจะดูแลด้วยตนเอง เพื่อไม่ให้เกิดปัญหารัฐมนตรีเข้าไปเกี่ยวข้องกับปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งจะมีการเสนอแต่งตั้งเลขานุการรัฐมนตรี และที่ปรึกษารัฐมนตรีที่เหลือเพิ่มเติมในบางกระทรวง โดยเฉพาะตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หลังนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ถอนตัว รวมถึงการพิจารณาตั้งรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในส่วนของโควต้าพรรคชาติไทยที่เหลืออีก 1 ตำแหน่ง
สำหรับวาระเพื่อพิจารณาที่น่าสนใจจะเป็นการบรรจุวาระการประชุมเป็นครั้งแรก โดยสำนักเลขาธิการรัฐมนตรี เสนอเรื่องการมอบหมายให้นายกรัฐมนตรี , รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้ให้ความเห็นชอบร่างพระราชกฤษฏีกา ที่ต้องดำเนินการตามรัฐธรรมนูญในความสัมพันธ์กับรัฐสภา , สภาผู้แทนราษฏร หรือวุฒิสภา ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการจำกัดแทนคณะรัฐมนตรี
สำหรับภารกิจของนายกรัฐมนตรีในวันนี้ ภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมคณะรัฐมนตรีแล้ว ในช่วงเย็นเอกอัครราชทูตต่างประเทศประจำประเทศไทย และหัวหน้าองค์การระหว่างประเทศที่มีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยจะเข้าพบนายกรัฐมนตรี เพื่อทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ทางการเมืองและแนวนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ (26/02/51)
พันธมิตรฯคืนชีพต้าน"แม้ว"กลับไทย
"สนธิลิ้ม"ขู่รัฐบาลให้รีบย้าย"สุนัย"กลับดีเอสไอ
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขู่ก่อหวอดเคลื่อนไหวต้าน “ทักษิณ” กลับประเทศ “ธิลิ้ม” ยอมเจ๊งพร้อมลุยทุกรูปแบบ แถมเพ้อให้ “หมัก” ทบทวนย้าย “สุนัย” คืนรังเดิมแลกกับการเลิกตามรังควาญ ด้าน “มหากินผัก” ขู่ซ้ำถ้าไม่ทำตามข้อเรียกร้อง “แม้ว” ก็ไม่ควรกลับประเทศ ด้าน “เหลิม” สะกิดต่อมสำนึกพันธมิตรฯ ลั่นจะไปรับอดีตนายกฯถึงสนามบิน ขณะที่ “นพดล” แจง “บัวแก้ว” คืนพาสปอร์ตทูตเล่มแดงให้ “นายใหญ่” เอง ไม่ได้ใช้อำนาจหน้าที่สั่งการ “หมอเลี้ยบ” วอนทุกฝ่ายมองเป็นเรื่องดีที่ “ทักษิณ” จะได้กลับมาสู้คดี มั่นใจไม่มีใครแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม ขณะที่ “หมัก” ร่ายยาวขายฝันนโยบายบริหารราชการแผ่นดิน ยันไม่คิดล้างบางข้าราชการสางแค้น “สมพงษ์” แจงเด้ง “สุนัย” เพื่อต้องการคนมีฝีมือไปกินตำแหน่งใหม่ที่สำคัญ
ติงขรก.อย่าต้อนรับเอิกเกริก
เมื่อวันที่ 25 ก.พ. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมชี้แจงนโยบายของรัฐบาลและแนวทางการจัดทำแผนการบริหารราชการแผ่นดิน ให้แก่หัวหน้าส่วนราชการประมาณ 800 คน เป็นที่น่าสังเกตว่าข้าราชการที่มีชื่อว่าจะถูกโยกย้ายต่างเดินทางเข้าร่วมประชุมครั้งนี้ด้วย อาทิ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ผบ.ตร.นายปราโมช รัฐวินิจ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ นายกิตติ ลิ้มชัยกิจ เลขาธิ การ ป.ป.ส.รวมทั้งนายสุนัย มโนมัยอุดม อดีตอธิบดี ดีเอสไอ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนเข้าประเด็นนายสมัครได้ท้วงติงการยืนต้อนรับเพื่อทำความเคารพของข้าราชการว่า ทำกันจนเกิดความรู้สึกว่ามีเจ้านายเสด็จ เหมือนอย่างที่นายกฯคนก่อนโดยถือว่าเป็นเรื่องอันตราย เช่น บางครั้งฝนตกก็มีคนมากางร่มให้แม้จะดูน่ารักดี แต่บางครั้งร่มที่เจ้าหน้าที่เอามากางมีด้ามยาวทำให้คนรู้สึกได้ว่าเหมือนกลดที่ใช้สำหรับเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน คนที่ไม่ระมัดระวังก็ซวยไปโดนชี้หน้าว่าไม่จงรักภักดี จึงขอความกรุณาเจ้าหน้าที่ไม่ต้องปฏิบัติอย่างนี้ และฝากไปถึงรัฐมนตรีคนอื่นว่าเวลาไปร่วมงานที่ไหนไม่ต้องให้เจ้าหน้าที่มายืนต้อนรับ
อ่านรายละเอียด เดลินิวส์
ได้ฤกษ์กลับบ้านซะที [26 ก.พ. 51 - 03:16]
สี่ปีจะวนมาสักรอบหนึ่ง ปฏิทินปีนี้ เดือนกุมภาพันธ์มี 29 วัน เรียกกันว่า “อธิกสุรทิน” วันที่เพิ่มขึ้นในปีสุริยคติ ในเดือนกุมภาพันธ์
แน่นอน วันที่ 29 กุมภาพันธ์ ย่อมต้องมีความหมายพิเศษ
และไม่แน่ใจว่า จะด้วยความพิเศษนี้หรือไม่ ล่าสุดแว่วๆว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะถือเอาฤกษ์วันที่ 29 กุมภาพันธ์ เป็นวันเดินทางกลับมาตุภูมิ หลังจากระหกระเหินอยู่ต่างบ้านต่างเมืองมากว่า 1 ปีครึ่ง
ถึงเวลาปิ๊กบ้านซะที
แต่อย่างไรก็ตาม ต้องรอฟังความชัดเจนในวันที่ 26 กุมภาพันธ์นี้อีกครั้ง อดีตนายกฯทักษิณจะให้คำตอบจากปากเองว่าจะเดินทางกลับเมืองไทยวันเวลาใด
ที่แน่ๆหน่วยเคลียร์ทางล่วงหน้า ขยับกันพรึบพรับ
โดยเฉพาะ “สิงห์เหลิม” ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รมว.มหาดไทย ประกาศย้ำอีกครั้งว่า จะเดินทางไปรับอดีตนายกฯทักษิณถึงบันไดเครื่องบินด้วยตัวเอง ตามที่ได้รับปากกับ “คนรักทักษิณ” ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง จะต้องดูแลความปลอดภัยให้เต็มที่
พร้อมๆกับเสียงขานรับของ พล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติฝ่ายกิจการพิเศษ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ได้เตรียมความพร้อมในด้านกำลัง และการรักษาความปลอดภัย หลังมีกระแสข่าวว่า อดีตนายกรัฐมนตรี เตรียมเดินทางกลับเข้ามาในประเทศ
“พ.ต.ท.ทักษิณก็เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีชื่อเสียง และเป็นที่สนใจของสังคม ทั้งในและนอกประเทศ ตำรวจเองจึงต้องมีการเตรียมพร้อมเพื่อดูแลรักษาความปลอดภัยให้ดีที่สุด”
ฝ่ายบู๊เคลียร์รันเวย์รอ
ขณะที่ทีมงานฝ่ายบุ๋น นายนพดล ปัทมะ รมว.ต่างประเทศ ในฐานะกุนซือกฎหมายคนสนิท เผยโปรแกรมล่วงหน้า อดีตนายกฯทักษิณอาจจะมีภารกิจที่ต้องเดินทางเข้าออกประเทศเพื่อไปดูแลสโมสรฟุตบอลบ้าง
ดังนั้น เมื่อเดินทางกลับมาสู้คดีมอบตัว เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ต่อศาล และดำเนินการขอประกันตัวต่อศาลในลักษณะเดียวกับกรณีคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาแล้ว ต่อไปอดีตนายกฯอาจจะเดินทางไปต่างประเทศ ก็คงจะมีการขออนุญาตต่อศาลเพื่อเดินทางออกไปนอกประเทศบ้าง ขึ้นอยู่กับศาลจะอนุญาตหรือไม่
ส่วนเรื่องกำหนดวันที่จะขึ้นศาลนั้น ก็คงต้องกำหนดอีกครั้ง แต่คงไม่ใช่ว่า พอออกจากสนามบินแล้วจะไปที่ศาลเลย
ฝ่ายกฎหมายดูแลคดี เคลียร์ทางหนีทีไล่
ขณะที่ทีมงานฝ่ายการเมือง “หมอเลี้ยบ” นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกฯ และ รมว.คลัง เน้นเสียงเข้มตามหลักการ คิดว่าการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางกลับ หลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองหรือฝ่ายพันธมิตรฯ ให้ความเห็นว่าเป็นการดีที่จะกลับมาเพื่อต่อสู้คดี เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหา
ผู้ที่มีความกังวลก็ไม่น่าจะมีความกังวลเพราะเป็นการกลับมาของคนไทยคนหนึ่งและมาเพื่อต่อสู้คดี อยากให้ทุกฝ่ายยึดหลักว่าวันนี้เราต้องเดินหน้าเพื่อให้ประเทศก้าวสู่หนทางการพัฒนาทั้งด้านประชาธิปไตย เศรษฐกิจ ความมั่นคงและการเมือง เชื่อว่าประชาชนอยากเห็นทุกฝ่ายยึดหลักประโยชน์ของบ้านเมืองแทนที่จะมาตั้งป้อมแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
ขณะที่นายนพดลก็เผยข้อมูลวงใน อดีตนายกฯทักษิณยืนยันว่าถ้ากลับมาเมืองไทยแล้วจะเลิกยุ่งการเมืองโดยเด็ดขาด จะกลับมาเป็นคนปกติ ไม่ได้ไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่ยุ่งเกี่ยวกับพรรคพลังประชาชน
จะอยู่เงียบๆ ไปกินก๋วยเตี๋ยว ไปพบเพื่อนสื่อมวลชนบ้าง และพักผ่อนกับครอบครัว โดยจะไม่มีตำแหน่งใดๆมารองรับ แม้กระทั่งตำแหน่งที่ปรึกษาใดๆก็ตาม
ลดโทนเผชิญหน้า เคลียร์แรงเสียดทาน
แต่ที่ไม่ฟังอยู่แล้ว พันธมิตรม็อบไล่ “ทักษิณ” ได้จังหวะกลับมารวมหัวกันใหม่ ส่งสัญญาณต่อต้านการกลับเมืองไทยของอริเก่า
ออกลูกขู่ ตั้งท่าบู๊เต็มที่
แต่ก็อีกนั่นแหละ เวลาเปลี่ยนไป อะไรๆก็ไม่ขลังเหมือนเดิม
เพราะหัวหอกแต่ละคนก็ผ่านการปูนบำเหน็จรางวัลกันมาแล้วในช่วง คมช.โค่นอำนาจรัฐบาลพรรคไทยรักไทย ใครเป็นยังไงก็อย่างที่เห็นๆกัน และตอนนี้บางคนก็มีตำแหน่งเป็น ส.ส.พรรคฝ่ายค้านเต็มตัว
เปลือยเบื้องหน้าเบื้องหลังกันหมดแล้ว.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
คอลัมน์ ข่าวการเมือง(วิเคราะห์)
พิสูจน์หัวใจคนรักทักษิณ
ในที่สุดวันที่พวกเราทุกคนรอคอยก็มาถึง
วันพฤหัสบดีที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. นายกฯทักษิณ ชินวัตร จะเดินทางกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ
ผมได้รับ Mail แจ้งข่าวนี้จากสมาชิกคนหนึ่งในครอบครัวชินวัตร ผู้ซึ่งเคยเป็นช่องทางการสื่อสารระหว่าง นายกฯทักษิณ ชินวัตร กับ Hi-thaksin ในช่วงต้นๆ ที่เราติดต่อขอให้ท่านส่งคลิปวิดีโอ มาให้พวกเราได้รับทราบข้อมูลข่าวสาร ได้ยินได้ฟังสุ้มเสียงของท่าน ได้รู้ได้เห็นความคิด ความอ่าน และความเป็นอยู่ของท่าน ในต่างประเทศ
วินาทีที่เปิด Mail แจ้งข่าวชิ้นนี้ ผมมีอาการหัวใจเต้นแรง และดีใจเหลือประมาณ ที่ได้รับข่าวดีที่เชื่อว่าพวกเราซึ่งเป็นคนรักทักษิณ ชื่นชมศรัทธาการทำงานของท่าน และเฝ้ารอการเดินทางกลับบ้านของท่านมานานนับปี จะได้สมหวังกับการรอคอยเสียที
นับจากวันนี้ไปถึง 28 กุมภาพันธ์ ก็เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 2 วันเท่านั้น ไม่นานเกินไป ไม่กระชั้นเกินไป ที่พวกเราจะเตรียมตัวไปต้อนรับนายกฯทักษิณ ของเรา
1 ปีเศษนับแต่ท่านจากประเทศไทย จากพวกเราไปเมื่อต้นเดือนกันยายน 2549 วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ จะเป็นวันแรกที่ท่านจะกลับมายืนบนผืนแผ่นดินไทยอีกครั้ง หลังจากที่พวกเราประชาชนได้ร่วมกันแสดงพลังโค่นล้มเผด็จการคมช. ไปด้วยมือของเรา เมื่อวันที่ 23 ธันวา คม ที่ผ่านมา
1 ปีเศษที่เราเฝ้ารอด้วยความกระวนกระวายใจ ด้วยความห่วงใจ ด้วยความรักและคิดถึง เหลืออีกเพียง 2 วันเท่านั้น ที่การรอคอยของเราจะสิ้นสุดลง ด้วยความสุข สมหวัง ดังที่เราคาดหมายไว้
1 ปีเศษที่เรามารวมตัวกันที่นี่ ที่เวปไซต์ Hi-thaksin และร่วมกันสร้างเวปไซต์นี้ให้เป็นชุมชนคนรักทักษิณ ที่มีพลังแห่งความรักอันยิ่งใหญ่ส่งไปให้แก่คนที่เรารัก อย่างไม่เสื่อมคลาย วันนี้ ถึงเวลาแล้วที่เราจะได้พิสูจน์หัวใจของคนรักทักษิณ ว่ายิ่งใหญ่ และอบอุ่น จริงดังที่พวกเราพร่ำพูดกันในเวปไซต์นี้หรือไม่
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะเป็นวันที่พวกเราคนรักทักษิณ จะได้แสดงความรักของพวกเราให้เป็นที่ประจักษ์แก่คนทั้งประเทศ และคนทั้งโลก ว่า ความรัก ความผูกพันที่พวกเรามีต่อนายกฯทักษิณ ชินวัตร นั้นหนักแน่นและจริงใจต่อกันเพียงใด
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะเป็นการแสดงพลังของประชาชนที่นิยมศรัทธานายกฯทักษิณ ชินวัตร เพื่อเป็นเกราะคุ้มครองชีวิต และรักษาความปลอดภัยแก่คนที่เรารัก เพื่อให้กลุ่มคนที่มุงหมายปองร้ายได้ประจักษ์ และสยบยอมต่อพลังของประชาชน ในที่สุด
วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ จะเป็นวันที่พวกเราคนรักทักษิณ จะได้อิ่มเอมหัวใจกันเสียที
แล้วพบกันวันที่ 28 กุมภาพันธ์ นี้ เวลา 09.00 น. ที่สนามบินสุวรรณภูมิ นะครับ
ผมจะรอทุกท่านที่สนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อร่วมกันต้อนรับนายกฯทักษิณ ชินวัตร กลับคืนสู่แผ่นดินไทย กลับมาอยู่ใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร่วมกันกับพวกเรา อีกคราครั้งหนึ่ง
ประดาบ
จาก hi-thaksin
Monday, February 25, 2008
พรีเมียร์ลีก แมนฯซิตี้ VS เอฟเวอร์ตัน
แมนฯซิตี้ VS เอฟเวอร์ตัน
สนาม : ซิตี้ ออฟ แมนเชสเตอร์ สเตเดี้ยม
เวลาคิกออฟ : 03.00 น.
ผู้ตัดสิน : ร็อบ สไตล์ส
ผลเจอกันนัดแรกฤดูกาลนี้ :
เอฟเวอร์ตัน ชนะ 1-0
ผลเจอกันฤดูกาลที่แล้ว :
แมนฯซิตี้ชนะ 2-1,เอฟเวอร์ตันเสมอ 1-1
แมนฯซิตี้-ผลงานที่ผ่านมา
20-01-2008 เสมอ เวสต์แฮม 1-1 (เหย้า)
27-01-2008 แพ้ เชฟฯยูไนเต็ด 1-2 (เยือน)
30-01-2008 เสมอ ดาร์บี้ 1-1 (เยือน)
02-02-2008 แพ้ อาร์เซนอล 1-3 (เหย้า)
10-02-2008 ชนะ แมนฯยูไนเต็ด 2-1 (เยือน)
ความพร้อม :
หลังจากไม่ชนะมา 4 นัด ล่าสุดเก็บชัยในเกมสำคัญเหนือแมนฯยูฯ 2-1 ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด สเวน โกรัน เอริคส์สันยังตั้งเป้าขอลุ้นพื้นที่แชมเปี้ยนส์ ลีก และมันเดย์ไนต์เกมนี้จะมีตัวเลือกมากขึ้นเมื่อได้เอลาโน่กับเวดราน คอร์ลูก้าที่พ้นโทษแบนกลับมา ขณะที่ไมเคิล จอห์นสันมิดฟิลด์ดาวรุ่งที่หายไปสองเดือนก็พร้อมกลับมามีชื่ออีกครั้ง เบนจานี่ เอ็มวารูวารียืนค้ำเป็นกองหน้าตัวเป้าเหมือนเดิม
ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด :
(4-4-1-1) โจ ฮาร์ท,เวดราน คอร์ลูก้า,ไมคาห์ ริชาร์ดส,ริชาร์ด ดันน์,ไมเคิล บอลล์,ดาริอุส วาสเซลล์,สตีเฟ่น ไอร์แลนด์,ดีทมาร์ ฮามันน์,,มาร์ติน เปตรอฟ,เอลาโน่,เบนจานี่ เอ็มวารูวารี
เอฟเวอร์ตัน-ผลงานที่ผ่านมา
30-01-2008 เสมอ สเปอร์ส 0-0 (เหย้า)
02-02-2008 เสมอ แบล็คเบิร์น 0-0 (เยือน)
09-02-2008 ชนะ เรดดิ้ง 1-0 (เหย้า)
13-02-2008 ชนะ เอสเค บรานน์ 2-0 (เยือน)
21-02-2008 ชนะ เอสเค บรานน์ 6-1 (เหย้า)
ความพร้อม :
ยังไม่แพ้ใครในปี 2008 ที่ชนะ 4 เสมอ 2 นับตั้งแต่แพ้ครั้งล่าสุดต่ออาร์เซนอล 1-4 เมื่อ 29 ธันวาคม เดวิด มอยส์ใส่ชื่อโจเซฟ โยโบคืนทีมหลังจากไม่ได้เล่นในเกมถล่มบรานน์ 6-1 ในยูฟ่า คัพ ที่เหลือพร้อมเป็นตัวเลือกมิเกล อาร์เตต้าหายเจ็บลงเล่นได้ไม่มีปัญหา กองหน้ายาคูบู น่าจะสตาร์ต ขณะที่แอนดี้ จอห์นสันอาจต้องหลบไปนั่งสำรอง
ผู้เล่น 11 คนแรกตามคาด :
(4-4-1-1) ทิม ฮาวเวิร์ด,ฟิล เนวิลล์,ฟิล ยาเกียล ก้า,โจเลียน เลสคอตต์,เลจ์ตัน เบนส์,สตีเฟ่น พีนาร์,ลี คาร์สลี่ย์,ลีออน ออสมัน,มิเกล อาร์เตต้า,ทิม เคฮิลล์,ยาคูบู อเย็กเบนี่
รูปเกม/โอกาส :
ทั้งสองทีมไม่เคยเสมอกันที่บ้านของแมนฯซิตี้ในการเจอกันมาทั้งหมด 10 นัดในพรีเมียร์ลีก โดยเจ้าถิ่นสถิติดีกว่าชนะ 7 นัด การเจอกันนัดแรกในฤดูกาลนี้เป็นเอฟเวอร์ตันที่ซิวชัยในบ้าน 1-0 ทั้งสองทีมมีลุ้นทำอันดับสู้กันทั้งยูฟ่า คัพ และแชมเปี้ยนส์ ลีก เรือใบสีฟ้าแข็งแกร่งในบ้าน แต่ทอฟฟี่ฟอร์มสม่ำเสมอกว่าในภาพรวม ดูแล้วโอกาสชนะไม่แตกต่างกัน และมุมเสมอน่าจะเป็นไปได้มากที่สุด
ขอขอบคุณ http://www.thailandsportsonline.com/
จาก hi-thaksin
กลุ่มคนวันเสาร์จัดม็อบชนพันธมิตร
อดีตแกนนำกลุ่มคนวันเสาร์ ประกาศ จัดม็อบชนกลุ่มพันธมิตรฯ หากออกมาเคลื่อนไหวต่อต้าน รัฐบาลสมัคร
นายประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ในฐานะอดีตแกนนำกลุ่มคนวันเสาร์ ไม่เอาเผด็จการ กล่าวถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยประกาศเคลื่อนไหวอีกครั้ง โดยอ้างพฤติกรรมของรัฐบาล 'สมัคร 1' เป็นหุ่นเชิด และคัดค้านการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า บ้านเมืองไม่ใช่ของคนกลุ่มนี้ พร้อมตั้งคำถามว่า เมื่อครั้งที่คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ออกมาปฏิวัติ ทำไมไม่เคลื่อนไหว แต่กลับออกมาเคลื่อนไหวในขณะที่ประเทศกลับเข้าสู่ภาวะปกติ สร้างความเสียหายให้กับประเทศ ผมเชื่อว่าประชาชนกว่า 10 ล้านคน ที่สนับสนุนพรรคพลังประชาชน คงไม่ยอม
นายประชา กล่าวว่า ตนในฐานะที่เป็น ส.ส.พรรคพลังประชาชน และคนไทยคนหนึ่ง ขอประกาศว่า หากพันธมิตรฯ ออกมาเคลื่อนไหวเมื่อใด ก็จะออกมาเผชิญหน้าเช่นกัน และขอเป็นแกนนำในการนำกลุ่มคนออกมา เคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ากลุ่มพันธมิตรฯ คงไม่สามารถปลุกม็อบได้เหมือนในอดีตที่ผ่านมา
มาร์คเตือนหมัก-เหลิมวางตัวเป็นกลางอย่าป้องทักษิณ
ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับประเทศไทยว่า พรรคประชาธิปัตย์ชัดเจนมาตลอดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ควรจะกลับมาประเทศไทยและมาต่อสู้คดีต่างๆ ตามกระบวนการยุติธรรม ซึ่งจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะไม่ต้องการ ให้มีการเคลื่อนไหวในต่างประเทศ โดยเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่จะสร้างความมั่นใจ ว่าการกลับเข้ามาของ พ.ต.ท.ทักษิณ และการทำงานของกระบวนการยุติธรรมทุกอย่างเป็นไป อย่างถูกต้องและเป็นกลาง มิฉะนั้นจะเกิดปัญหาความขัดแย้งขึ้นมา ซึ่งจะสวนทางกับเป้าหมายความสมานฉันท์ ซึ่งเป็นจุดยืนของพรรคที่พูดมา ตลอด อยากให้รัฐบาลระมัดระวังเป็นพิเศษในการกระทำใดๆ ที่จะทำให้เกิดการเคลือบแคลงสงสัยว่า ไปกระทบต่อกระบวนการยุติธรรม จึงอยากให้หลีกเลี่ยง มิฉะนั้นจะเป็นปัญหาที่นำไปสู่ความวุ่นวายต่างๆ ได้
เมื่อถามว่า รู้สึกแปลกใจกับปฏิกิริยาของ นายกรัฐมนตรี และร.ต.อ.เฉลิม อบู่บำรุง รมว.มหาดไทย ที่ออกมาพูดในลักษณะปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิน หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ช่วงก่อนเลือกตั้งตน ก็พอเข้าใจ ที่จะไปแสดงตัวว่าจะต้องทำเรื่องนั้นเรื่องนี้เพื่อพ.ต.ท.ทักษิณ และเพื่อคะแนนเสียง แต่ว่าวันนี้มาเป็นรัฐบาลแล้ว ก็ต้องยึดเรื่องของกฎหมายและความถูกต้อง ทั้งตัวนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ขอให้คิดถึงตรงนี้ และลดลักษณะของการแสดงตัวว่า มีหน้าที่ที่จะปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะคดีความต่างๆเป็นหน่วยงาน ของรัฐหรือกระบวนการของรัฐที่ฟ้องร้อง พ.ต.ท.ทักษิณ
ส่วนกรณีที่ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เตรียมเคลื่อนไหวคัดค้านการกลับมาของ พ.ต.ท.ทักษิณนั้น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเคลื่อนไหวดังกล่าวเหมือนกลุ่มคนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นคนที่ชอบหรือไม่ชอบ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็ตาม ย่อมมีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นและมีสิทธิ์ ที่จะแสดงความเคลื่อนไหวได้ภายใต้กรอบของกฎหมาย แต่อยากเรียกร้องให้ทุกฝ่ายระมัดระวังหลีกเลี่ยง การเคลื่อนไหวหรือการกระทำใดๆ ที่จะนำไปสู่ความรุนแรง เพราะไม่ต้องการเห็นความรุนแรงเกิดขึ้นในบ้านเมืองเรา
'มิ่งขวัญ'ฟุบกลางเวทีสัมมนา
'มิ่งขวัญ' เป็นลม! หมดสติคาเวทีสัมมนา 'โพสต์ฟอร์ลัม2008' แถมโพเดียมตกใส่ซ้ำศีรษะปูด ถูกหามส่ง รพ.ตำรวจ ด่วน เผยเจ้าตัวบอกก่อนวูบไม่ค่อยสบาย-พักผ่อนน้อย แพทย์สั่งนอน รพ. 1คืน ดูอาการใกล้ชิด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงแรมเซ็นทรารา แกรนด์ แยกราชประสงค์ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์จัด เสวนา'โพสต์ฟอร์ลัม 2008' เรื่องมองไปข้างหน้ากับรัฐบาลใหม่ ภายหลังจากที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวเปิดงานและเดินทางกลับ เมื่อเวลา 14.30น. นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ได้ขึ้นกล่าวปาฐกถาต่อในหัวข้อ 'การตลาดประเทศไทย' โดยก่อนกล่าวบรรยาย นายมิ่งขวัญ ได้กล่าวว่า ตนไม่สบาย เสียงแหบ และไม่ทราบว่าจะพูดได้ถึงแค่ไหน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายมิ่งขวัญ ได้กล่าวปาฐกถาไปได้ประมาณ 20 นาที จนถึงเรื่อการเพิ่มมูลค่าเศรษฐกิจ ด้วยธุรกิจบันเทิงซึ่งนายมิ่งขวัญฯได้ยกตัวอย่าง วงดนตรีเกาหลีชื่อดังวงดงบังชินกิและละครเรื่อง แดจังกึมโดยเปรียบเทียบว่า จะต้องทำบันเทิงไทยไปแข่งขันให้ได้ในระดับนั้น โดยเมื่อพูดถึงตรงนี้นายมิ่งขวัญ ได้เงียบไปและล้มทั้งยืน พร้อมกับคว้าโพเดียม ล้มลงไปด้วยและโพเดียมได้กระแทกหน้าผาก จนบวมและมีเลือดซึม ทำให้เกิดความวุ่นวายไปทั่วบริเวณหน้าเวทีโดยผู้ร่วมเข้าฟัง และเจ้าหน้าที่หลายสิบคนได้กรูไปช่วยปฐมพยาบาลด้วยการคลายเสื้อผ้า และเอายาให้ดม รวมทั้งนายสุวิทย์ คุณกิตติ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.อุตสาหกรรม ที่อยู่ในงานก็ได้เข้าไปดูอาการด้วย
นอกจากนี้ภายนอกงานได้มีการเคลียร์พื้นที่ด้วยการยกเครื่องตรวจจับโลหะ ออกจากงาน1เครื่อง เพื่อเคลียร์เส้นทางและมีการนำเปลเข้ามา แต่นายมิ่งขวัญได้โบกมือไม่ยอมขึ้นเปล โดยนายมิ่งขวัญได้นอนบนเวที ที่ล้มอยู่จนกระทั่งปฐมพยาบาลเสร็จ ประมาณ 5 นาทีก็ลุกขึ้นนั่งและมีสีหน้าอิดโดย ก่อนเดินทางไปที่โรงพยาบาล ตำรวจ เพื่อรักษาตัวต่อไปโดยบรรยากาศการจัดงานได้หยุดชะงักไปในระยะหนึ่ง จากนั้นก็ให้นายสุวิทย์ กล่าวปาฐกถาต่อ ในหัวข้อ อุตสาหกรรมไทย
ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวได้สอบถามคนติดตามนายมิ่งขวัญ ถึงสาเหตุของการป่วยพบว่านายมิ่งขวัญ ไม่สบายเป็นไข้หวัดตั้งแต่ช่วงเช้า ซึ่งช่วงเที่ยวได้ทานยาแก้หวัด จึงอาจทำให้เกิดอาการง่วงซึม และก่อนหน้านี้นายมิ่งขวัญ ก็ทำงานหนัก นอนตี 1 ตื่นตี5 มาตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งมีเวลาพักผ่อนน้อย ประกอบกับงานใน กระทรวงพาณิชย์ มีเรื่องเร่งด่วนที่ต้องรีบแก้ไข อาทิ ปัญหาราคาสินค้าและเมื่อหมด จากคิวปาฐกถาในวันนี้ นายมิ่งขวัญจะต้องร่วมประชุมแก้ไข ปัญหาราคาเนื้อหมูแพง ที่กระทรวงพาณิชย์ ในเวลา 16.00น. อีก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แพทย์ รพ.ตำรวจ เปิดเผยว่า ต้องให้ นายมิ่งขวัญ เข้ารักษาตัวเพื่อรอดูอาการ ที่โรงพยาบาลเป็นเวลา 1 คืน
ผอ.สุวรรณภูมิ ปลื้ม นิตยสารอังกฤษยกย่องเป็นสนามบินดีเด่น
ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เผยผลสำรวจ จากผู้อ่านนิตยสาร Wanderlust ของอังกฤษ เลือกให้สุวรรณภูมิเป็นท่าอากาศยาน ดีเด่นอันดับ 3 ของโลก จากการประกาศผล Wanderlust Travel Awards 2008
นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (ทอท.) เปิดเผยว่า นิตยสาร Wanderlust ของประเทศอังกฤษได้มีการประกาศผล Wanderlust Travel Awards ประจำปี 2008 ปรากฏว่า ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้รับการคัดเลือกจากผู้อ่านนิตยสาร ซึ่งส่วนใหญ่เป็นนักเดินทางประมาณ 3,000 คน ให้เป็นท่าอากาศยานดีเด่นอันดับที่ 3 ของโลก (Top World- wide Airport) รับรางวัล Bronze Award ไปครอง โดยท่าอากาศยานที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นท่าอากาศยานดีเด่นอันดับ 1 คือ ท่าอากาศยานชางงี ของประเทศสิงค์โปร์ และอันดับ 2 คือ ท่าอากาศยานนานาชาติฮ่องกง ซึ่งการประกาศผลรางวัล Wanderlust Travel Awards 2008 ในครั้งนี้ได้ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ใน นิตยสาร Wanderlust ฉบับเดือนมีนาคม 2551 และได้มีการออกจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันที่ 14 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาในประเทศอังกฤษ และจะทำการเผยแพร่ใน Website ของนิตยสารที่ www.wanderlust.co.uk ในช่วงเดือนมีนาคมด้วย
สำหรับการประกาศผลรางวัล Wanderlust Travel Awards 2008 ที่จัดทำโดยนิตยสาร Wanderlust ซึ่งเป็นนิตยสารที่ เกี่ยวกับการท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมสูงในประเทศอังกฤษในครั้งนี้ ได้มีการจัดทำผลสำรวจและประกาศผลรางวัลปีนี้เป็น ปีที่ 7 แล้ว โดยการประกาศผลรางวัลดังกล่าวจะเป็นผลมาจากการสำรวจความพึงพอใจของผู้อ่านนิตยสาร Wanderlust จำนวนประมาณ 3,000 คน ซึ่งได้มีการทำสำรวจระหว่างเดือนกันยายน 2549 – พฤศจิกายน 2551 โดยมีการแบ่งหมวด หัวข้อในการสำรวจในเรื่องต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว อาทิ Top Country Award คือ ประเทศนิวซีแลนด์ , Top City Award คือ เมืองหลวงพระบาง, Top Worldwide Airline คือ Singapore Airline, Top UK Airport คือ London City เป็นต้น โดยในส่วนของ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นั้นได้รับการจัดอันดับเป็นท่าอากาศยานดีเด่นอันดับ 3 ในหัวข้อ Top Worldwide Airport ในปีนี้เป็นครั้งแรก
ที่มา : http://www.becnews.com/
จาก hi-thaksin









