WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, March 4, 2008

'นพดล'ปฏิเสธ'ทักษิณ'ตีกอล์ฟกับ'ฮุนเซน'

รมว.ต่างประเทศ ระบุ'ทักษิณ'อยู่ไทยจนถึง 12 มี.ค. รอขึ้นศาล ยันไม่ได้เดินทางไปเขมรแน่ หากไปนอกต้องขออนุญาตศาล

นายนพดล ปัทมะ รมว.การต่างประเทศ อดีตทนายความส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่มีข่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปกัมพูชาเพื่อร่วมตีกอล์ฟกับสมเด็จอัครมหาเสนาบดีเดโชฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ในช่วงวันที่ 3-4 มี.ค. ซึ่งตรงกับที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เดินทางเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างเป็นทางการว่า ยืนยันว่าไม่มี โดยเมื่อช่วงเช้าวันนี้ (3 มี.ค.) ได้ตรวจสอบไปยังเลขาส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งทำงานให้มากว่า 20 ปี ชื่อย่อ ย. แล้ว ก็ได้รับการยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เดินทางไปต่างประเทศ

อย่างไรก็ตามน้องลิเดียอาจจะทราบโปรแกรมของอดีตนายกรัฐมนตรีมากกว่าตน เพราะเห็นให้สัมภาษณ์อยู่ว่าได้ไปร่วมตีกอล์ฟและทานข้าวกัน

"ผมไม่มีข้อมูลรายละเอียดมากนัก แต่ทาง พ.ต.ท.ทักษิณกับสมเด็จฯฮุน เซน เป็นเพื่อนสนิทกัน พูดคุย เป็นห่วงเป็นใยกัน ซึ่งไม่ทราบว่าผู้ใหญ่จะไปตีกอล์ฟกันจริงหรือไม่ และจะไปเมื่อไหร่"นายนพดล กล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ยังอยู่ในเมืองไทยใช่หรือไม่ นายนพดล กล่าวว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ยังอยู่ในเมืองไทย จนถึงวันที่ 12 มี.ค.นี้ คือวันที่จะไปขึ้นศาลคดีที่ดินรัชดา ดังนั้นจึงยังอยู่ในไทย และต่อไปหาก พ.ต.ท.ทักษิณ จะเดินทางออกต่างประเทศ จะต้องขออนุมัติจากศาลเป็นครั้งคราวไป

ลุคส์ใหม่ช่อง11สด 24 ชม.

รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ เผย ทิศทางการปรับปรุงรูปแบบใหม่ของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ เน้นความเป็นสื่อกลางที่นำเสนอข่าวอย่างรอบด้าน ครบถ้วน มีสาระ ทันเหตุการณ์ โดยออกอากาศ 24 ชั่วโมง เริ่มวันที่ 15 มี.ค.เป็นต้นไป

นายเผชิญ ขำโพธิ์ รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวถึงทิศทางการปรับปรุงรูปแบบใหม่ของสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ เพื่อไปสู่ความทันสมัยหรือ Modern Eleven ว่า การปรับเปลี่ยนรูปแบบผังรายการใหม่ จะเน้นความเป็นสื่อกลางที่นำเสนอข่าวได้อย่างรอบด้าน ครบถ้วน ทันเหตุการณ์และเน้นรายการที่มีสาระให้ความรู้ ออกอากาศ 24 ชั่วโมง โดยไม่มีรายการบันเทิง อาทิ รายการ TalkShow ที่นำบุคคลสำคัญมาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับเหตุบ้านการเมือง และส่งเสริมความรู้รักสามัคคี ความเป็นไทย พร้อมทั้งเพิ่มรายการสารคดี รายการกีฬา โดยเฉพาะรายการข่าวจะเพิ่มเวลาข่าวเป็น 9-10 ชั่วโมงจากเดิมที่มีการนำเสนอข่าว 7 ชั่วโมงครึ่ง รวมทั้งเสนอข่าวจากภูมิภาคทั้ง 8 เขต นอกจากนี้จะมีการเพิ่มและปรับปรุงสกู๊ปข่าวให้มีความน่าสนใจ มีการนำเสนอความเป็นท้องถิ่นมากยิ่งขึ้น และมีทีมผู้ตรวจสอบรายการทำหน้าที่คัดกรองรายการก่อนออกอากาศด้วย

รักษาการอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กล่าวอีกว่า Modern Eleven จะเริ่มมีความเปลี่ยนแปลงตั้งแต่วันที่ 15 มีนาคมนี้เป็นต้นไป โดยจะมีการปรับโทนหน้าจอและโลโก้ใหม่ให้เหมือนกันทั้งหมด เน้นความเป็นสื่อที่ทันสมัย และจะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการวันที่ 23 มีนาคมนี้

‘ทักษิณ'อัดยับ‘คมช.'ทำภาพลักษณ์ไทยเสื่อม

เว็บไซต์นิตยสาร ไฟแนนเชียลไทม์ได้ตีพิมพ์บทสัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีภายหลังจากที่เดินทางกลับประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ โดยพาดหัวข้อว่า Thai image harmed by coup ซึ่งระบุว่า การปฏิวัติรัฐประหารของกองทัพเมื่อปีที่แล้วทำให้เกิดความไร้เสถียรภาพทางการเมือง และยังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาของนักลงทุนชาวต่างประเทศจากทั่วโลก

ทั้งนี้ อดีตนายกฯทักษิณ ซึ่งถูกกองทัพยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 กันยายน ปี 2549 จนต้องลี้ภัยอยู่ในต่างประเทศ เป็นเวลานานประมาณ 17 เดือนก่อนที่จะเดินทางกลับประเทศไทยเมื่อไม่นานมานี้ระบุว่า รัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งภายใต้การนำของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีต้องเผชิญกับความยากลำบากในการพลิกฟื้นความเชื่อมั่นของนักลงทุนชาวต่างชาติแม้ว่าการส่งมอบอำนาจจากรัฐบาลชุดก่อนที่ตั้งขึ้นมาโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติเป็นไปอย่างเรียบร้อย

‘เป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากที่จะตอบคำถามของนักลงทุนชาวต่างชาติภายหลังจากที่เกิดเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหาร และยังทำให้เกิดความไร้เสถียรภาพทางด้านการเมือง' อดีตนายกฯทักษิณกล่าวให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวของไฟแนนเชียล ไทม์

นับตั้งแต่ที่เดินทางกลับประเทศไทย พ.ต.ท.ทักษิณได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่หวนกลับคืนไปสู่การเมืองอีก และพยายามหลีกเลี่ยงการทำให้เกิดความยุ่งยากต่อรัฐบาลชุดใหม่ โดยในจำนวนนี้ได้ปฏิเสธข้อเสนอจากนายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่ต้องการให้ตัวเขามาเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาล

‘ถ้าหากผมเข้าไปช่วยรัฐบาล บางทีผมอาจจะเป็นตัวสร้างปัญหาให้รัฐบาลมากกว่าที่จะเข้าไปช่วยแก้ไขปัญหาต่าง ๆ' อดีตนายกฯทักษิณกล่าว

ในรายงานของไฟแนนเชียล ไทม์ระบุด้วยว่า พ.ต.ท.ทักษิณแสดงความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางด้านเศรษฐกิจของสหรัฐ ซึ่งปัจจุบันเป็นหนึ่งในตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุดของไทย และสร้างรายได้เข้าประเทศคิดเป็นมูลค่ามหาศาล

อย่างไรก็ดี พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวเสริมว่า ภาคเอกชนในประเทศไทย ควรจะใช้ประโยชน์จากสถานการณ์เงินบาทที่กำลังแข็งค่าขึ้นในขณะนี้ไปลงทุน โดยการนำเข้าเครื่องจักรหนักที่ทันสมัยจากต่างประเทศ เพื่อนำมาใช้ทดแทนเครื่องจักรเก่าล้าสมัย ซึ่งใช้ในภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ ของประเทศมาเป็นเวลานาน แทนที่จะไปพึ่งเรื่องการส่งออกแต่เพียงอย่างเดียว

สำหรับค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าแตะระดับประมาณ 31.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือว่าเป็นระดับที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เริ่มเกิดวิกฤตการเงิน และเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียเมื่อปี 2540-2541 ที่ผ่านมา ภายหลังจากธนาคารแห่งประเทศไทย หรือแบงก์ชาติได้ยกเลิกมาตรการควบคุมเงินทุนที่รัฐบาลชุดก่อนเคยประกาศใช้ในเดือนธันวาคมปีที่แล้ว

‘เราจำเป็นต้องใช้โอกาสที่เงินบาทแข็งค่า และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนตัวเพื่อนำเข้าสินค้าประเภททุน และเครื่องจักรต่าง ๆ' พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว และเสริมว่า เราใช้เทคโนโลยีที่เก่าล้าสมัยมานานหลายปีแล้ว ดังนั้นขณะนี้จึงเวลาที่จะต้องลงทุนกันแล้ว

พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวด้วยว่า ความวุ่นวายทางการเมือง อันรวมถึงเหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาได้สร้างความเสียหายอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในแง่ของการทำลายภาพลักษณ์ระหว่างประเทศของไทย ซึ่งในเรื่องนี้ อดีตนายกฯทักษิณกล่าวว่า ต้องใช้เวลาในการฟื้นฟู

‘ความเชื่อมั่นมีราคาที่แพงมาก ๆ ในด้านเศรษฐกิจ' พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว และเสริมว่า เมื่อความเชื่อมั่นดังกล่าวหมดสิ้นไป ก็ต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลในการนำความเชื่อมั่นกลับคืนมา และก็ต้องใช้เวลาด้วย ไม่ใช่เพียงแค่เงินอย่างเดียว

ไฟแนนเชียล ไทม์รายงานในตอนท้ายด้วยว่า ในช่วงที่บริหารประเทศเป็นเวลานานประมาณ 6 ปี พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งเป็นมหาเศรษฐีในธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคมได้ทำให้เศรษฐกิจของประเทศไทยมีการขยายตัวอย่างมาก ยิ่งกว่านั้น นโยบายประชานิยมต่าง ๆ ของพรรคไทยรักไทยภายใต้การนำของเขายังได้รับความชื่นชม และครองใจประชาชนยากจนในเขตชนบท

อย่างไรก็ดี ไฟแนนเชียล ไทม์ระบุว่า ลักษณะความเป็นผู้นำของเขาสร้างความไม่พอใจให้แก่กลุ่มชนชั้นนำ และการขายหุ้นบริษัทชิน คอร์ปของครอบครัวคิดเป็นมูลค่า 1.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือกว่า 7 หมื่นล้านบาทให้แก่บริษัทเทมาเส็ก โฮลดิ้งของสิงคโปร์ก่อให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่จากประชาชนจนในที่สุดนำไปสู่เหตุการณ์ปฏิวัติรัฐประหารในเดือนกันยายนปี 2549 ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังถูกกล่าวหาใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในระหว่างที่บริหารประเทศโดยเกี่ยวพันกับคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาภิเษกจากธนาคารแห่งประเทศไทยที่นำมาประมูลขาย แต่อดีตนายกฯทักษิณได้ปฏิเสธว่าตัวเขาไม่ได้ทำความผิด ยิ่งกว่านั้น ยังมีคดีหลีกเลี่ยงภาษีการซื้อขายหุ้นชินคอร์ปด้วยจนกระทั่งมีการแช่แข็งทรัพย์สินของอดีตนายกฯ และครอบครัวคิดเป็นมูลค่าหลายหมื่นล้านบาท กระนั้นก็ดี ในที่สุดพ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางกลับประเทศเพื่อมาต่อสู้ข้อกล่าวหา และคดีความต่าง ๆ แล้ว

00000000000000000000000000000000000000000000000

Thai image harmed by coup, says Thaksin
By Amy Kazmin in Bangkok
Published: March 3 2008 22:00 Last updated: March 3 2008 22:00

Thailand's military coup and the ensuing political uncertainty have done serious damage to the country's image, Thaksin Shinawatra, its former prime minister, claimed on Monday in his first interview since his emotional homecoming last week.

Mr Thaksin, who was ousted from power 17 months ago, said the newly elected government would find it difficult to revive investor confidence, in spite of the smooth handover from the military-installed administration.

"It's quite difficult after a coup d'etat - political uncertainty is going to be a big question for the investor," Mr Thaksin told the Financial Times.

Since his return, Mr Thaksin has pledged to stay out of politics. He said on Monday that to avoid causing difficulties for the new administration, he had turned down a request from Surapong Suebwonglee, the finance minister, to serve as an economic adviser.

"If I were to help the government, I would probably create more problems than [I would] solve," he said.

Mr Thaksin said he believed that Thailand would be able to ride out the slowdown in the US, one of its largest export markets, and said the country should exploit the strength of the baht to buy new capital goods from abroad, rather than lament the impact on exports.

The baht on Monday touched 31.5 against the US dollar, its highest level since the beginning of the 1997-98 Asian financial crisis, as the central bank lifted capital controls imposed in December 2006 by the military-installed government.

"We need to take the opportunities of the strong baht and weaker dollar to import capital goods and machinery," Mr Thaksin said. "We have been using the old technology for many years so it's now time to invest."

Mr Thaksin said the past two years of political turmoil - including the coup - had been highly damaging, particularly in terms of eroding Thailand's international image, which he said would take time to restore.

"Confidence is very expensive economically," he said. "When it's gone, it will cost a lot of money to bring it back - and time, not just money."

During nearly six years in power, Mr Thaksin, a billionaire telecommunications mogul, oversaw a period of robust economic growth and won the adoration of the rural poor for his populist policies. But his leadership style antagonised Thai elites and his family's tax-free $1.9bn profit on the sale of the Shin Corp telecoms group to Singapore's Temasek Holdings triggered mass protests that culminated in the coup in September 2006.

Mr Thaksin was charged on his return with abuse of power related to his wife's acquisition of a Bangkok real estate plot from a central bank distressed asset fund. He denies any wrongdoing. He also faces years of potential court wrangles in an attempt to recover the profits from the Shin Corp sale, which were frozen by the military- installed government

จาก hi-thaksin

รมว.มหาดไทยหนุนแนวคิดเปิดบ่อนเสรีของนายกฯ พร้อมเสนอควรทำประชาพิจารณ์ก่อน

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สนับสนุนแนวคิด นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่จะให้เปิดบ่อนเสรี และพร้อมจะดำเนินการ หากนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ทำ เพราะมีข้อมูลอยู่ และนักวิชาการส่วนหนึ่งก็ได้ทำวิจัยเรื่องนี้ไว้ แต่เวลานี้นายกรัฐมนตรียังไม่ได้มอบหมาย ส่วนข้อคัดค้าน จากนักวิชาการที่เห็นว่า ขัดต่อหลักเศรษฐกิจพอเพียง เห็นว่าเป็นธรรมชาติของสังคมไทย หากมีการทำความเข้าใจ ก็สามารถเดินหน้าไปได้ เช่น มาเลเซีย เป็นประเทศที่เคร่งศาสนา แต่ก็ยังทำได้

'ผมขอบอกว่า แนวคิดของนายสมัครเป็นแนวคิดที่ International และผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ใครคัดค้าน เราจะต้องเร่งทำความเข้าใจ อาจจะใช้วิธีจัดโซนนิ่ง หรือเน้นสำหรับนักท่องเที่ยว และจำกัดผู้เล่นที่เป็นคนไทย ซึ่งมีหลายรูปแบบให้เลือก ก่อนที่จะดำเนินการ ก็น่าจะทำประชาพิจารณ์ทั้งประเทศ' ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ร.ต.อ.เฉลิม ยังกล่าวถึงนโยบายปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล ว่า ขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้ง ให้ใครรับผิดชอบโดยตรง ที่ผ่านมา การแก้ปัญหายาเสพติดมีการตั้งผู้รับผิดชอบ 3 แนวทาง คือ ให้นายกรัฐมนตรี ีเป็นประธาน ให้รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคงเป็นประธาน และให้รัฐมนตรีมหาดไทยเป็นประธาน อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่ยังไม่มีการแต่งตั้งใคร กระทรวงมหาดไทยจะเดินหน้าทำงานอย่างเต็มที่ และขอปฏิเสธอีกครั้งว่า ไม่มีนโยบายฆ่าตัดตอน

ลงมติแล้ว!ไม่เก็บภาษีโอนหุ้น‘บรรณพจน์ ดามาพงษ์'

นายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวภายหลังมอบนโยบายแก่ผู้บริหารกรมสรรพากร ถึงการพิจารณาการเสียภาษีจากการโอนหุ้นบริษัท ชินวัตรคอมพิวเตอร์ ของนายบรรณพจน์ ดามาพงษ์ พี่ชายคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาอดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งเคยถูกคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ หรือ คตส. ระบุว่า ต้องเสียภาษี 500 ล้านบาท และกรมสรรพากรได้ตั้งคณะกรรมการอุทธรณ์ มีตัวแทนประกอบด้วย อัยการสูงสุด กระทรวงมหาดไทยและเจ้าหน้าที่สรรพากร เพื่อพิจารณานั้น ว่า ผู้บริหารกรมสรรพากรได้ชี้แจงว่า จากการประชุมคณะกรรมการฯชุดดังกล่าว ได้มีมติเห็นชอบว่า ขั้นตอนการเรียกเก็บภาษีในวงเงินดังกล่าวไม่สามารถเดินหน้า เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนจัดเก็บได้ เนื่องจากคดีหมดอายุความ 5 ปี ซึ่งแม้ตนเองจะกำกับดูแลกรมสรรพากร แต่ยืนยันว่าไม่ได้เข้าไปแทรกแซงการทำงานในเรื่องนี้ อีกทั้งคณะกรรมการฯ ชุดดังกล่าวได้แต่งตั้งมาก่อนหน้านี้และเดินหน้าไปตามกฎหมาย

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวด้วยว่า ส่วนจะมีการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารระดับสูง ย้อนหลังเกี่ยวโยงไปถึง นายศิโรตม์ สวัสดิพาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมสรรพากร ซึ่งถูกตัดสินให้มีความผิดละเว้นปฏิบัติหน้าที่หรือไม่ เป็นเรื่องขั้นตอนทางกฎหมาย ส่วนการพิจารณาของคณะกรรมการอุทธรณ์เรื่องการจัดเก็บภาษีหุ้นบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ของนายพานทองแท้ และนางสาวพิณทองทา ชินวัตรนั้น ยืนยันว่าให้เป็นไปด้วยความยุติธรรมและตามกรอบกฎหมาย โดยจะไม่เข้าไปแทรกแซงหรือกดดัน


จาก hi-thaksin

‘สมัคร'ยันรธน.เผด็จการอันตราย-เตรียมแก้ไข

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวถึงกรณีการขึ้นทะเบียนเขาพระวิหารเป็นมรดกโลกว่า ขณะนี้รัฐบาลกัมพูชา ส่งสัญญาณในทางที่ดีใน 2 ประเด็น แต่ไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยกระทรวงการต่างประเทศ ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปดูแล และจะไม่ให้ส่งผลกระทบกับเขตแดนไทยเช่นกัน ส่วนด้านกองทัพไทย และกองทัพกัมพูชา ก็มีความเข้าใจกันดี และยืนยันว่า จะไม่กระทบถึงเขตแดน ขณะที่ นายนพดล ปัทมะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะมีการพูดคุยกับรองนายกรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในประเด็นดังกล่าวเร็ว ๆ นี้
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงสถานการณ์การเมืองไทยให้กับชุมชนไทยในกัมพูชา โดยเฉพาะเรื่องของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่ยังเป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ แม้จะผ่านการเลือกตั้งไปแล้วก็ตาม รวมทั้งกรณีของพรรคชาติไทยและมัชฌิมาธิปไตย จะมีบทสรุปอย่างไร รวมถึงกรณีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภาที่ผ่านมา ที่มีคนไปใช้สิทธิเลือกตั้งน้อย ทั้งนี้มองว่า รัฐธรรมนูญใหม่เป็นอันตรายสำหรับนักการเมือง ซึ่งจะต้องมีการหารือกันระหว่างพรรคร่วมรัฐบาล เพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อหาทางออกให้กับการเมืองไทยต่อไป


จาก hi-thaksin

สเวนโชว์แมนยืดอกรับผิด หากเรือใบชวดไปยุโรป

สเวน โกรัน อีริคส์สัน กุนซือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แอ่นอกพร้อมรับเสียงตำหนิ หากต้นสังกัดชวดไปเล่นฟุตบอล ยุโรปซีซั่นหน้า รับพลาดเองที่ไม่ยอมหมุนเวียนผู้เล่นช่วงคริสต์มาส จนทำให้นักเตะล้า ในช่วงปลายฤดูกาล แต่มั่นใจ 'เรือใบสีฟ้า' ยังมีลุ้น และจะสู้จนถึงที่สุด

สเวน โกรัน อีริคส์สัน ผู้จัดการทีม 'เรือใบสีฟ้า' แมนเชสเตอร์ ซิตี้ สโมสรแห่งศึกพรีเมียร์ลีก ออกมากล่าว เมื่อวันจันทร์ที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา ว่า เขาพร้อมรับเสียงตำหนิต่างๆ หากไม่สามารถ พาทีมผ่านเข้าไปเล่น ในศึกฟุตบอลยุโรปในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ และยอมรับว่าตัวเองพลาดที่ไม่ยอมหมุนเวียนผู้เล่นในช่วงคริสต์มาส ที่มีโปรแกรมเตะแน่นขนัด จนส่งผลให้ลูกทีมออกอาการเหนื่อยล้าในช่วงปลายฤดูกาล

แมนฯ ซิตี้ รักษาสถิติไม่แพ้ในบ้านตัวเองในเกมพรีเมียร์ลีกมาตลอด จนกระทั่งพ่าย อาร์เซน่อล 1-3 เมื่อต้นเดือนกุมภาพันธ์ นอกจากนี้แล้ว พวกเขายังคว้าชัยชนะได้เพียงแค่ 2 นัดจาก 11 นัดล่าสุด ซึ่งรวมถึงการทำได้ ้เพียงเสมอ วีแกน แอธเลติก 0-0 ในบ้านตัวเองเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ส่งผลให้ความหวังในการลุ้นพื้นที่ยุโรปของ 'เรือใบสีฟ้า' ลดน้อยลงเรื่อยๆ ล่าสุด อีริคส์สัน ได้ออกมายอมรับว่า สาเหตุเป็นเพราะลูกทีมเกิดการอ่อนล้า หลังกรำศึกหนักมาติดต่อกัน

'ผมคิดว่าเรารู้สึกว่าหลังจากช่วงคริสต์มาสและปีใหม่เรามีสภาพจิตใจที่ตกต่ำลงเล็กน้อย แต่นั่นอาจเป็นความผิดของผม ผมน่าจะให้นักเตะได้พักบ้างในช่วงที่ผ่านมา เราชนะแค่ 2 นัดจาก 11 เกมในลีก แต่มันก็เป็นความพ่ายแพ้เพียงแค่ 3 นัดเท่านั้น เราเสมอหลายเกม ซึ่งแน่นอนว่ามันคงดีกว่าหากเราชนะมากขึ้น และแพ้น้อยลง ตราบใดที่เรายังไม่ยอมแพ้ ผมยังเชื่อว่าพื้นที่ยุโรปมีความเป็นไปได้สำหรับเรา เราต้องสู้เพราะเรายังมีอีก 10 เกม ผมเรียนรู้ว่าควรทำอะไรในฤดูกาลหน้าเมื่อถึงช่วงคริสต์มาส' อีริคส์สัน กล่าว

ขอขอบคุณ http://www.siamsport.co.th/

จาก hi-thaksin

'สังศิต'หนุนเปิดบ่อนเสรีถูกกฎหมาย ป้องกันเงินไหลออก7หมื่นล้าน

'สังศิต'หนุนนโยบายรัฐบาล 'สมัคร'เปิดบ่อนเสรีถูกกฎหมาย ป้องกันเงินไหลออกไปตามบ่อนชายแดน 7 หมื่นล้านบาทต่อปี ไม่ให้ออกนอกประเทศ แถมรัฐยังมีรายได้จากการจัดเก็บภาษีเพิ่ม

ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ อดีตรองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวถึงแนวคิด ของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่จะเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายว่า ในฐานะที่เคยทำวิจัยในเรื่องนี้มายาวนาน สนับสนุนให้ประเทศไทยเปิดบ่อนกาสิโนให้ถูกกฎหมาย นอกจากจะป้องกันเงินไม่ให้ไหลออกนอกประเทศจากที่คนไทย ไปเล่นพนันตามแนวชายแดนปีละไม่ต่ำกว่า 5-7 หมื่นล้านบาท

ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ อดีตรองประธานสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ กล่าวถึงแนวคิด ของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่จะเปิดบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายว่า ในฐานะที่เคยทำวิจัยในเรื่องนี้มายาวนาน สนับสนุนให้ประเทศไทยเปิดบ่อนกาสิโนให้ถูกกฎหมาย นอกจากจะป้องกันเงินไม่ให้ไหลออกนอกประเทศ จากที่คนไทยไปเล่นพนันตามแนวชายแดนปีละไม่ต่ำกว่า 5-7 หมื่นล้านบาท

ส่วนแรงต่อต้านที่จะเกิดขึ้นนั้น ดร.สังศิต มองว่า เป็นเรื่องธรรมดา กลุ่มที่ทำงานด้านศาสนาหรือด้านเยาวชน ก็ต้องต่อต้านอยู่แล้ว แม้ในต่างประเทศที่เปิดบ่อนถูกกฎหมายมาหลายปีแล้วก็ยังถูกประท้วงไม่เลิก ดังนั้น รัฐบาลควรจะเชิญกลุ่มที่ไม่เห็นด้วยมาระดมสมอง เพื่อวางมาตรการตามที่มีความห่วงใย

ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมาสภาเศษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เคยสำรวจความเห็นของประชาชนเมื่อปี 2544 ตอนนั้นประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วย แต่วันนี้เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านเราเปิดบ่อน กาสิโนถูกกฎหมายและดูดคนไทยออกไปมากมาย ความเห็นหรือทัศนคติของคนก็อาจจะเปลี่ยนไป

'การดำเนินนโยบายสาธารณะของรัฐ ต้องแยกให้ออกจากคำสอนทางพุทธศาสนา เพราะหากยึดคำสอนมาเป็นนโยบายเราต้องยกเลิกกองสลาก ยุบโรงงานบุหรี่ และโรงงานผลิตเหล้าเบียร์ สุดท้าย จะเปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาครองตลาด แต่ไม่ใช่ว่านโยบายจะไม่คำนึงถึงศีลธรรมอันดี แต่ต้องมีมาตรการป้องกันไม่ให้บ่อนทำร้ายสังคม เช่นกำหนดอายุ หรือรายได้ ก่อนที่จะเข้ามาเล่นในบ่อน เป็นต้น'

'เสรีพิศุทธ์'พร้อมต่อสู้ทุกข้อหา อ้างด่าลูกน้องตัวเองหนักหัวใคร

'เสรีพิศุทธ์'รายงานตัวที่ทำเนียบฯแล้วพร้อมสู้ทุกข้อกล่าวหา ไม่สนถูกตั้งกรรมการสอบ ยันด่าลูกน้องตัวเองแล้วไปหนักหัวใคร

(3มีค.) พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวช ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์กรณีที่เดินทางมายัง ทำเนียบรัฐบาลหลังจากได้รับคำสั่งย้ายให้มาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรีว่า ตนเพียงแต่ย้ายมารายงานตัว ในเบื้องต้นเท่านั้นส่วนนายกรัฐมนตรีจะมอบหมายงานอะไรก็เป็นเรื่องของท่าน

ผู้สื่อข่าวถามว่า ตอนนี้เข้าใจเหตุผลการโยกย้ายหรือยังจากเดิมที่บอกว่าอาจจะต้องมีการฟ้องร้อง ผบ.ตร.กล่าวว่า เมื่อตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบเรื่องนี้ ตนก็เห็นเหตุผลแล้ว ตนก็มีหน้าที่แก้ข้อกล่าวหา

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะหาทางร้องเรียนเพื่อความเป็นธรรมหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ไม่ต้องหรอก เมื่อตั้งคณะกรรมการขึ้นสอบสวน เราก็เพียงแต่แก้ไปอย่างที่เคยแถลงเอาไว้ชัดเจน ว่า 3 หัวข้อนั้นไม่ได้มีอะไรเลย ไม่เห็นหรือว่าง่าย ๆ ตนสั่งการกับลูกน้องและเรียกลูกน้องของตัวเองมาว่า 'ควายหรือเปล่า' ก็ยังเอามาใส่ในเรื่องที่ ี่ตั้งกรรมการสอบสวนร้ายแรง ซึ่งไม่เกี่ยวเลยถ้าตนจะด่าก็เป็นเรื่องของตน ลูกน้องตนชอบด้วยซ้ำไป ที่นายด่า ก็แสดงว่าไม่เจ็บตัวถ้านายไม่พูดสิเดี๋ยวเจ็บ

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถือว่าเป็นคำที่เหมาะสมแล้วใช่หรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า เหมาะสมอย่างพวกคุณ(สื่อมวลชน) ก็ยังโดนนายกรัฐมนตรีด่าตั้งเยอะแยะใช่ไหม ผู้สื่อข่าวถามว่า แต่คำว่าควายบางคนไม่ชอบ พล.ต.อ.เสรี กล่าวว่า 'แต่ลูกน้องผมชอบและไปหนักกะบาลใครหรือเปล่า'

ผู้สื่อข่าวถามว่ามองการโยกย้ายครั้งนี้ไปตามครรลองอย่างที่นายกฯหยิบขึ้นมากล่าวอ้างหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่ตอบหรอกการตั้งกรรมการสอบสวนสืบสวนตนจะต้องได้รับการตรวจสอบ ชัดเจนไม่ใช่ ตนสั่งการลูกน้องตน แล้วมาตั้งกรรมการสอบสวน มาเอาความผิดอะไร มันไม่ผิดอยู่แล้ว

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าจะมีเรื่องทางการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไม่ พล.ต.อ.เสรี กล่าวว่า ต้องถามนายกฯ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีชาวบ้านสนับสนุนผบ.ตร.คิดว่าประชาชนจะเข้าใจเหตุผลหรือไม่ เพราะมีบางฝ่ายออกมาสนับสนุนอยู่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ' พวกผมมันเยอะถ้าเป่านกหวีดปี๊ดก็ออกมาเต็มกันหมด แล้วเพียงแต่บอก ว่าไม่ต้องพูดหรอกเดี๋ยวพี่จัดการเอง เพียงคนเดียวก็พอ

ผู้สื่อข่าวถามว่าหลังจากมีการเซ็นต์คำสั่งได้พูดคุยกับนายกฯบ้างหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่เคยคุยอะไรกันอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีการติดต่อพูดคุยกันหรือไม่ พล.ต.อ.เสรี กล่าวว่า ไม่ต้อง ตนก็มาตามคำสั่งให้มาก็มา มอบก็มอบไม่มอบก็ไม่ต้องทำก็แค่นั้นตนก็มีตำแหน่งมีเงินเดือน

ส่วนที่ถ้าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมายืนตามคำสั่งของนายกฯที่เห็นว่าคำสั่งของนายกฯถูกต้อง ผบ.ตร. จะหาช่องเรียกร้องความเป็นธรรมหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่เห็นต้องเรียกร้องความเป็นธรรมเลยตน ก็ดำเนินการ ไปตามระเบียบของกฎหมาย

ผู้สื่อข่าวถามจะเดินหน้าฟ้องศาลอาญาหรือไม่ พล.ต.อ.เสรี กล่าวว่า ยังก็ต้องให้คณะกรรมการสอบไปก่อน

ต่อข้อถามที่ว่า ข้ออ้างที่ฝ่ายการเมืองใช้ในการย้ายครั้งนี้เป็นธรรมหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่มีเหตุผลอะไร พวกคุณไม่เห็นหรือว่าเลือกเอาจากหนังสือพิมพ์ข่าวสดมาใส่ในคำสั่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าได้มอบหมายงานให้กับพล.ต.อ.พัชรวาท วงค์สุวรรณ รองผบ.ตร.หรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า ยังไม่ได้มอบ เดินทางกลับมาจากการตรวจราชการที่ภาคใต้ก็เดินทางมาทำเนียบรัฐบาลเลย

ผู้สื่อข่าวถามว่า เรื่องนี้จะเป็นข้อบาดหมางระหว่างท่านกับนายกฯหรือไม่ พล.ต.อ.เสรี กล่าวว่า ใครเป็นศัตรูของตน ๆ ก็เป็นด้วยทั้งนั้น

ส่วนที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งจะสั่งย้ายใครก็ได้ โดยเทียบกับรัฐบาลที่มาจากรัฐประหารมองอย่างไร ผบ.ตร.กล่าวว่า มันย้ายคนละอย่างเวลาที่เขาย้ายเขาย้ายในระบบแต่ของตนไม่มีย้าย แต่เอาออกมา จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ผู้สื่อข่าวถามว่าเรื่องเช่ารถตู้จะสามารถชี้แจงได้หรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ตนพูดแล้วไงว่าไม่ใช่อำนาจของตน เป็นอำนาจของนายกฯทุกกระบวนการทุกขั้นตอน ผ่านสำนักงบประมาณ กระทรวงการคลังกรมบัญชีกลาง แม้แต่สัญญาก็เป็นสัญญาของอัยการ ตนไม่ได้เซ็นอนุมัติ จะอนุมัติอะไรก็ต้องผ่านครม. ให้เขาเห็นชอบกันทั้งหมด มีไอ้โง่ทั้งหลายที่ไม่ค่อยรู้เรื่อง

ผู้สื่อข่าวถามว่าเห็นว่ากรมบัญชีกลางกระทรวงการคลังก็ตั้งข้อสังเกตและทักท้วงมาแล้วในเรื่องการจัดซื้อแต่ผบ.ตร. ไม่ยอมรับฟัง พล.ต.อ.เสรี กล่าวว่า ไม่ได้มีข้อทักท้วงก็เพียงแต่ตั้งข้อสังเกต ซึ่งตนก็ทำตามข้อสังเกตนั้นสื่อฯอย่าจับแพะชนแกะ โดยที่ไม่ได้อ่านก่อน

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าการย้ายข้าราชการในหลายกระทรวงรวมทั้งตัวพล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะให้รัฐบาลชุดนี้เสื่อมเร็วกว่าที่หลายคนหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวย้อนถามว่า 'คุณก็คิดได้นี่ ไม่ต้องเป็นผมคิด'

ผู้สื่อข่าวถามว่า พอจะทราบหรือไม่ว่าใครเป็นคนเสนอต่อนายกฯที่มีเงื่อนไขในการสั่งย้ายท่าน 3 ข้อ และนายกฯเป็นคนเลือกเงื่อนไขที่เบาที่สุด ผบ.ตร. กล่าวว่า คนเสนอก็คือทีมงานของนายกฯ ในระบบราชการ ก็มีตอนที่ผู้มีอำนาจจะลงนาม ทีมงานก็จะเป็นเสนอว่าเห็นควรอย่างนี้1-2-3 แต่ตนไม่รู้

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่าเป็นเพราะเรื่องส่วนตัวหรือเป็นไปตามเนื้องาน พล.ต.อ.เสรี กล่าวว่า คงต้องไปถามนายกฯแต่โดยเนื้องานนั้นตนสบายมาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า ถ้าไม่ได้รับความเป็นธรรมท่านจะเป่านกหวีดหรือไม่ ผบ.ตร.กล่าวว่า 'ไม่ ถ้าผมเป่าเต็ม ไปหมดแต่ผมไม่อยากให้บ้านเมืองวุ่นวาย'

ผู้สื่อข่าวเมื่อถามว่าขู่หรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ไม่ต้องขู่เลยตนไม่ต้องการทำให้บ้านเมืองวุ่นวาย อยากให้บ้านเมืองสงบ ทุกวันก็พยามทำให้สมานฉันท์มันไม่ค่อยสมานฉันท์กันเสียที ที่ผ่านมาก็พยามทำงาน คะดงคดีต่างๆให้บ้านเมืองเรียบร้อยไม่ให้เกิดการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายแต่ข้อเท็จจริงมันก็ไม่สมานฉันท์

ผู้สื่อข่าวถามว่าเมื่อหมดยุครัฐประหารการโยกย้ายผิดความคาดหมายหรือไม่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า ก็ตนไม่ได้ไปรัฐประหารกับใครตนไปอยู่ในทีมยึดอำนาจหรือเปล่าล่ะ

เมื่อถามว่าเขาบอกว่าเป็นมือเป็นไม้ในการจัดการ ผบ.ตร.กล่าวว่า จัดการ ๆ ตนทำเป็นกลางหมดหล่ะ ที่พูดที่ไม่มีหน้าไม่มีทางทำอะไรเราหรอกกลัวเขาจับล่ะสิ

ผู้สื่อข่าวว่ารู้สึกท้อใจหรือไม่ที่ข้าราชการประจำจะต้องถูกโยกย้ายเมื่อการเมืองเปลี่ยนผบ.ตร.กล่าวว่า ไม่ท้อหรอก วันเวลายังอีกยาว และวันข้างหน้าเผื่อจะได้ถล่มกับใครเขาได้บ้างมั่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าเตรียมถล่มหรือเปล่า ผบ.ตร.กล่าวว่า ตนมีโอกาสอยู่แล้ว ไม่มีอะไรมากมาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการให้สัมภาษณ์พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ระบุว่าเดี๋ยวค่อยสัมภาษณ์อีกครั้งก็ได้ จากนั้นก็ได้เดินขึ้นตึกบัญชาการเพื่อเข้าพบนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ยุติธรรม และดูห้องทำงานต่อไป

ด้านนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ เตมียาเวส ผบ.ตร. เดินทางเข้ามารายงานตัวที่ทำเนียบรัฐบาล หลังนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ลงนามคำสั่งย้ายให้มาช่วยราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี ว่า วันนี้นายกรัฐมนตรีไม่อยู่ เดินทางไปปฏิบัติภารกิจ ที่ต่างประเทศ แต่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธิ์ จะต้องมารายงานตัวที่ทำเนียบรัฐบาลในวันนี้(3 มี.ค.) นายกรัฐมนตรีจึงได้มอบหมายให้ตนดูแล ซึ่ง พล.ต.องเสรีพิศุทธ์ ก็มารายงานตัวตามคำสั่งของนายกรัฐมนตรี ส่วนการประชุมครม.ในวันที่ 4 มี.ค.นี้ ยังคงมีการประชุม ครม. ครม.ตามปกติ ซึ่งกรณีที่นายกรัฐมนตรีไม่อยู่ ตนก็จะทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ครม.แทน


'มิ่งขวัญ'พร้อมทำงาน ลุยโรดโชว์ลาว-กัมพูชา

วันนี้ (3 มี.ค.) นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังฟื้น จากการเจ็บป่วยและเดินทางมาทำงานที่ทำเนียบรัฐบาลเป็นวันแรกว่า ที่ตนล้มป่วยเนื่องจากตนก่อนหน้านี้ตนเป็นไข้ นอนดึก และไม่ได้ทานข้าวเช้าในวันนั้น อีกทั้งช่วงที่ไปพูดก็รู้ตัวว่าไม่สบาย แต่ได้บอกกับผู้เข้าร่วมสัมมนา ว่า อาจจะพูดไม่จบ เนื่องจากไม่สบาย

เมื่อพูดไปได้สักพักอีกทั้งไฟบนเวทีก็ร้อนและไม่สบายมากจึงทำให้เป็นลม แต่เมื่อหมอตรวจร่างกาย แล้วปรากฎว่าหัวใจ สมอง ระบบเลือดปกติ เพียงแต่ต้องดูแลตัวเองในเรื่องการทำงาน ซึ่งตนอาจจะปรับระบบ การทำงานนิดหน่อย เนื่องจากช่วงเดือนแรกตั้งใจว่าจะเร่งทำงานหนัก เพราะอาจมีข้าราชการที่ยังไม่คุ้นเคยกัน หลังจากนี้เมื่อรู้จักกันแล้วคงไม่ต้องประชุมยาวนานถึง 12 ชั่วโมง เหมือนในช่วงแรกอีก รวมทั้งจะปรับเวลานอนด้วย เนื่องจากปกติเป็นคนนอนดึกประมาณตีหนึ่งครึ่งแล้วมาทำงานหนัก พักผ่อนน้อย

'หมอก็บอกให้ผมพักผ่อนมาก ๆ ยอมรับว่ามีความเครียดอยู่ แต่ผมพยายามทำทุกอย่างที่ได้สัญญาไว้ จะไม่ทิ้งไว้เปล่า ๆ ขณะนี้ที่กำลังจะดูให้คือปัญหาราคาข้าว และในเร็ว ๆ นี้จะมีการจัดคณะนักธุรกิจ พ่อค้า ไปเปิดการเจรจาทั้งที่ลาวและกัมพูชา หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางไปเยือนไว้ก่อนหน้าแล้ว ส่วนที่ทางกระทรวงสาธารณสุขจะจัดแพทย์มาตรวจสุขภาพร่างกายของรัฐมนตรีในการประชุม ครม.วันที่ 4 มี.ค.ส่วนตัวผมคงไม่ตรวจซ้ำแล้ว เพราะถูกเจาะไปทั่ว ตรวจทุกระบบแล้วก็ดีไม่มีปัญหาอะไร หัวใจก็ดี สมองก็ดี ปกติ เว้นอย่างเดียวจิตจะฟันเฟือน' นายมิ่งขวัญ กล่าวติดตลกพร้อมหัวเราะอย่างอารมณ์ดี