เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, March 20, 2008
สมัคร เผย 2 เม.ย.ย้ายใหญ่ตำรวจ
รัฐสภา 20 มี.ค.-นายกรัฐมนตรี แจงย้าย “พล.ต.ต.ชัยยะ” เป็นการย้ายกลับไปทำงานเดิม พร้อมเผย 2 เม.ย. จะมีการย้ายตำรวจล็อตใหญ่
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดเรื่องการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ โดยนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ถามนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
นายถาวร กล่าวว่า กรณีกองบัญชาการตำรวจสันติบาลมีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา โดยไม่มีกำหนดกลับ อ้างว่าไปปฏิบัติหน้าที่ด้านการข่าว เพื่อความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้น มีการวิพากษ์วิจารณ์การโยกย้ายไม่เป็นธรรม เพราะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุจริตเลือกตั้งที่ จ.เชียงราย ถูกโยกย้ายหลายคน อยากถามนายกรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลต้องการให้ข้าราชการทำงานดีสยบต่ออำนาจ หรือให้มีข้าราชการที่ทำงานสุจริตจะต้องเกรงกลัว นี่เป็นการแก้แค้นหรืออย่างไร และจะมีการโยกย้ายผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุจริตการเลือกตั้งอีกหรือไม่
นายสมัคร กล่าวตอบว่า เรื่องการโยกย้ายตำรวจตนไม่อยากตอบว่าไม่ได้ทำเอง แต่อยากตอบกรณีนี้โดยเฉพาะว่า ตำรวจที่ถูกย้ายเมื่อ พ.ศ. 2550 วันที่ 17 ตุลาคม ขณะนั้นพรรคพลังประชาชนยังไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ยังไม่ได้เป็นอะไรทั้งสิ้น รัฐบาลที่แล้วได้ย้ายนายตำรวจคนนี้พร้อมด้วยพวก 8 คนให้ไปทำงานนี้ทางภาคใต้ แต่ภายหลังให้กลับมาช่วยงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เมื่องานเสร็จแล้วจึงให้กลับไปทำงานเดิม สำหรับการโยกย้ายนั้น จะมีการโยกย้ายอีกล็อตใหญ่ ในวันที่ 2 เมษายน
นายถาวร ถามอีกว่า รัฐบาลจะให้สัญญากับรัฐสภาได้หรือไม่ว่า หากข้าราชการร้องขอให้ทบทวนเพื่อขอความยุติธรรม ทั้งในประเด็นการพลัดพรากจากครอบครัว ความไม่เป็นธรรม นายกรัฐมนตรีจะให้ความเป็นธรรมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ย้ายด้วยเหตุผล ความเหมาะสม และมีเหตุผลตรวจสอบได้ ตนอยากดูเอกสารเหมือนกันว่าการย้ายเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2550 ได้มีการทำหนังสือมาร้องเรียนสภาให้สอบถามรัฐบาลหรือไม่ว่า ทำไมจึงพรากลูกพรากเมีย ทำไมตอนนั้นไม่มีการร้องเรียนเลย ทำไมคราวนี้ไม่ได้สั่งย้ายเพียงแต่เอาคำสั่งเดิมมาขอให้กลับไปอยู่ที่เดิม จึงออกมาร้องเรียน.-สำนักข่าวไทย
ประชาชนไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ 28 มี.ค.
กรุงเทพฯ 20 มี.ค.-กรุงเทพโพลล์สำรวจพบประชาชนเชื่อสถานการณ์ทางการเมืองยังน่าเป็นห่วง ไม่เห็นด้วยกับการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ 28 มี.ค. เพราะจะทำให้เกิดความแตกแยก แนะยุติการชุมนุม เจรจาอย่างประนีประนอม-สมานฉันท์ ชี้รัฐบาลติดตามสถานการณ์และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์ สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,214 คน ในหัวข้อ “ประชาชนคิดอย่างไรกับการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ 28 มี.ค.นี้” ระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคม 2551 พบว่า ประชาชนร้อยละ 25.9 เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า ช่วยสอดส่องและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ได้รู้ข้อเท็จจริงของปัญหาต่าง ๆ ขณะที่ร้อยละ 57.4 ไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า สร้างความวุ่นวาย ทำให้เกิดความแตกแยก ควรให้รัฐบาลทำงานนานกว่านี้ก่อน และร้อยละ 16.7 ไม่แสดงความเห็น
ส่วนความรู้สึกต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยในปัจจุบัน ปรากฏว่า ประชาชนร้อยละ 84.7 เห็นว่าน่าเป็นห่วง และร้อยละ 15.3 เห็นว่าไม่น่าเป็นห่วง สำหรับความคิดเห็นในการไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ พบว่า ประชาชนร้อยละ 5.1 ไปร่วมชุมนุม ขณะที่ร้อยละ 80.8 ไม่ไปร่วมชุมนุม และร้อยละ 14.1 ไม่แน่ใจ ส่วนสาเหตุการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ พบว่า ประชาชนร้อยละ 20.5 เชื่อว่าไม่พอใจการดำเนินงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ร้อยละ 19.5 เชื่อว่าไม่พอใจการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนร้อยละ 15.5 เชื่อว่าเกิดจากแย่งชิงผลประโยชน์และตอบโต้ทางการเมือง ขณะที่ร้อยละ 6.3 เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ ก่อกวนทางการเมือง และร้อยละ 38.2 ไม่แสดงความเห็น
ส่วนผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการเคลื่อนไหวและนัดชุมนุมในครั้งนี้ พบว่า ประชาชนร้อยละ 30.2 ระบุว่าฝ่ายพันธมิตรฯ แกนนำ และผู้ชุมนุม ขณะที่ร้อยละ 21.9 ระบุประชาชนและประเทศชาติ ร้อยละ 3.0 ระบุพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนร้อยละ 1.4 ระบุผู้ที่เสียผลประโยชน์ทางการเมือง ร้อยละ 1.2 ระบุรัฐบาล ร้อยละ 6.1 ระบุไม่มีใครได้ประโยชน์ และร้อยละ 36.2 ไม่มีความเห็น
สำหรับสิ่งที่ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลควรปฏิบัติต่อเรื่องนี้ พบว่า ประชาชนร้อยละ 38.3 เห็นว่ารัฐบาลควรติดตามสถานการณ์และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างถูกต้องเป็นธรรม ขณะที่ร้อยละ 13.2 เห็นว่ารัฐบาลควรรับฟังข้อมูลจากการชุมนุมแล้วนำไปปรับปรุงการทำงาน ส่วนร้อยละ 12.8 เห็นว่ารัฐบาลควรใช้มาตรการที่เข้มงวด เพื่อควบคุมการนัดชุมนุม ขณะที่ร้อยละ 6.5 เห็นว่ารัฐบาลควรหาทางเจรจาตกลงกันโดยสันติวิธี ร้อยละ 4.4 เห็นว่ารัฐบาลควรให้อิสระในการชุมนุมตามวิถีทางประชาธิปไตย และร้อยละ 24.8 ไม่มีความเห็น
ผลสำรวจยังพบว่า สิ่งที่ประชาชนอยากฝากถึงกลุ่มพันธมิตรฯ คือ ยังไม่ควรมีการชุมนุม เพราะประเทศชาติเสียหาย ให้เจรจาอยางประนีประนอม สมานฉันท์ ให้ชุมนุมโดยสงบ อย่าใช้ความรุนแรง เป็นกำลังใจให้ชุมนุมต่อไปเพื่อประชาธิปไตย.-สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-03-20 15:45:44

‘สมชาย'มั่นใจคดี ‘ยงยุทธ'ไม่กระทบ‘พปช.'
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนเห็นว่ากรณีของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังศาลฎีการับคำฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.ให้เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล เพราะเป็นคนละส่วนกัน ทั้งนี้ไม่จำเป็นจะต้องเตรียมหาประธานสภาสำรองไว้ เพราะต้องรอคำตัดสินของศาลก่อน และถ้าหากตัดสินว่าผิดจริง ก็มีรองประธานสภาทำหน้าที่แทนอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาในส่วนนี้ ขณะที่ยืนยันพรรคไม่ได้วิตกกังวลต่อเรื่องดังกล่าว หรือแม้แต่คดีนอมินีก็ตามเพราะทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกฎหมายและพรรคก็ต้องต่อสู้ตามกฎหมายเช่นกัน แต่ยอมรับว่าสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างประเทศ
พร้อมกันนี้ นายสมชาย ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ การทำงานของคตส. หลังตรวจสอบที่มาของเงินการซื้อสโมสรฟุตบอลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ถ้ามองในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ก็เห็นว่าเป็นสิทธิเสรีภาพที่จะซื้อสโมสรฟุตบอลได้
ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ในฐานะทีมทนายความของนายยงยุทธเปิดเผยว่า ได้เตรียมพยานหลักฐานกว่า 20 ปากเพื่อซักค้านสำนวนของ กกต. ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีมติประทับรับฟ้องคดีของนายยงยุทธ และขณะนี้ได้มีการหารือกับ ส.ส.ภาคเหนือบางส่วน เพื่อหาทางหนีทีไล่หากศาลฎีกาฯ มีมติให้ใบแดงนายยงยุทธ และอาจนำไปสู่การยุบพรรคการเมือง โดยเตรียมที่จะเสนอยุบสภา เพื่อให้ ส.ส.ของพรรคไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้พรรคก็มีการรือถึงการตั้งพรรคใหม่แล้ว
จาก hi-thaksin
‘สมัคร'แจงเหตุผลย้าย‘พล.ต.ต.ชัยยะ'เผย2เม.ย.โยกย้ายใหญ่อีก
วันนี้ (20 มี.ค.51) การพิจารณากระทู้ถามสด เรื่องการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ที่นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ถามนายกรัฐมนตรี ถึงเหตุผลของการสั่งย้าย พลตำรวจตรี ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล และ พันตำรวจเอก สุวรรณ เอกโพธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1 ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า จังหวัดยะลา อย่างไม่มีกำหนด เพราะมองว่าเป็นการโยกย้ายด้วยเหตุผลทางการเมือง
ทั้งนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ส่วนตัวไม่มีอำนาจหน้าที่ในการสั่งย้ายใคร อีกทั้ง พลตำรวจตรี ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล ก็ถูกรัฐบาลที่แล้วสั่งย้ายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า จังหวัดยะลา ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2550 แต่เมื่อถูกขอตัวไปช่วยราชการ คณะกรรมการการเลือกตั้งในช่วงเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ก็ต้องกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม โดยวันที่ 2 เมษายนนี้ จะมีการโยกย้ายอีกจำนวนมาก แต่หากเห็นว่ามีการโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรมก็สามารถร้องเรียนได้
จาก hi-thaksin
โพลชี้คนกรุงเทพค้านการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ
การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2551 จะมีการนัดชุมนุมกันขึ้นอีกครั้ง ศูนย์วิจัยกรุงเทพ สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นเรื่องประชาชนคิดอย่างไรกับการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร โดยกลุ่มเป้าหมายคือประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 1,214 คน ร้อยละ 57.4 ไม่เห็นด้วยต่อการนัดชุมนุมในครั้งนี้ ร้อยละ 80.8 ไม่มีความคิดในการไปร่วมชุมนุม และส่วนมากเห็นว่าน่าเป็นห่วงความรู้สึกต่อสถานกรณ์ทางการเมืองของประเทศ
ในขณะที่ประชาชนเชื่อว่าสาเหตุหลักของการชุมนุมในครั้งนี้ อาจเกิดจากความไม่พอใจต่อการดำเนินงานของรัฐบาล และความไม่พอใจต่อการเดินทางกลับมาของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 30.2 คิดว่าฝ่ายพันธมิตร แกนนำ และผู้ชุมนุมจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด รองลงมาคือประชาชนและประเทศ
ส่วนสิ่งที่อยากฝากถึงกลุ่มพันธมิตร ร้อยละ 41.7 เห็นว่ายังไม่ควรมีการชุมนุม เพราะประเทศชาติเสียหาย และอยากให้เจรจาอย่างประนีประนอม สมานฉันท์ ส่วนความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่รัฐบาลควรปฏิบัติต่อเริ่องนี้ แบ่งเป็นร้อยละ 38.3 อยากให้รัฐบาลติดตามสถานการณ์และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างถูกต้องเป็นธรรม พร้อมทั้งอยากให้รัฐบาลรับฟังข้อมูลจากการชุมนุมแล้วนำไปปรับปรุงการทำงานต่อไป
เฉลิมฮึดลงใต้ครั้งแรก เกาะติดปัญหาความไม่สงบ
มท.1 ควงลูกชาย เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ มีกำหนดประชุมกับ แม่ทัพภาค4 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9 ผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ จ.สงขลา
ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (20 มี.ค.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ และนายดวง อยู่บำรุง บุตรชายคนเล็ก เดินไปหาดใหญ่ ด้วยเที่ยวบิน TG 1231 เพื่อประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ และจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ (21 มี.ค.) ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม มีกำหนดประชุมกับแม่ทัพภาค 4 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จ.สงขลา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวก่อนเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ ว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้ตนไปบูรณาการ ไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ผ่านสื่อ ผ่านตัวแทนของทางราชการว่า รัฐบาลชุดนี้ เน้นการแก้ปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ 3 จังหวัด 4 อำเภอของ จ.สงขลา ด้วยความสมานฉันท์ มีอะไรที่ติดขัดไม่เข้าใจ เปิดการเจรจาทุกรูปแบบ และอยากฝากไปยังพี่น้องประชาชนทุกศาสนาว่า รัฐบาลมองท่านทั้งหลายเป็นประชาชนคนไทยเหมือนกับไทยพุทธ เรื่องที่ผ่านมา มีอะไรไม่สบายใจ ไม่ได้รับความเป็นธรรม รัฐบาลพร้อมรับคำร้องทุกข์
'แนวคิดรัฐบาล และผมเน้นการเจรจาเป็นที่ตั้ง หลีกเลี่ยงการใช้กำลัง ไม่สนับสนุนการใช้กำลัง' ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว และว่า ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยไม่ได้โยนความผิดให้กองทัพ แต่กองทัพรับผิดชอบอยู่ก่อนแล้ว วันนี้ ตนจะถามตำรวจว่า มีปัญหาติดขัดอะไรบ้าง หากนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนเต็มตัว จะหาเครื่องมือสื่อสาร จัดตั้งติดตามสถานการณ์ทุกทิศในเหตุการณ์ภาคใต้ ตั้งหน่วยบัญชาการที่กระทรวงมหาดไทย
เมื่อถามว่าการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้จะยุติลงได้ในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาต้องใช้เวลา ทั้งนี้ จะไม่ขอผูกมัดตัวเอง เพราะเหมือนเป็นการฆ่าตัวตาย
"ประสพสุข" เตรียมเสนอตั้ง กมธ.ตรวจสอบข่าวใช้เงินซื้อเก้าอี้ประธานวุฒิสภา
กทม. 20 มี.ค. - นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เตรียมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการตรวจสอบข่าวการซื้อเสียงเป็นประธาน ส.ว. ในระหว่างการประชุม วันพรุ่งนี้ ยืนยันไม่มีมวยล้มแน่นอน .
ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-03-20 12:26:43 
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหารกลางปี
ทำเนียบฯ 20 มี.ค. - มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายทหารกลางปีแล้ว จำนวน 383 ตำแหน่ง เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ว่านักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 ขึ้นมาคุมกำลังสำคัญ.
ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-03-20 11:01:59 
นายกฯ ยันรัฐบาลแก้ปัญหาใต้เต็มที่
นายกฯ ยืนยันรัฐบาลแก้ปัญหาใต้เต็มที่ บอกไม่แปลกที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจะไม่เข้าพื้นที่ 3 จังหวัดใต้ ถ้ากลัวตาย
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการประชุมเพื่อวางแนวทางแก้ปัญหาพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้วันพรุ่งนี้ว่า จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียด หรือแนวทางการแก้ปัญหาว่าเป็นอย่างไร เพราะถือว่า ปัญหาภาคใต้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ไม่ควรนำออกมาพูด แต่จะเป็นการมอบหมายหน้าที่ให้ผู้เกี่ยวข้องลงไปดำเนินการกันต่อ
ส่วนที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ออกมายอมรับว่า กลัวตายในการลงพื้นที่นั้น จะส่งผลกระทบกับการแก้ปัญหาหรือไม่ ซึ่งนายกฯ บอกว่า ร.ต.อ.เฉลิมเป็นคนธรรมดา เมื่อกลัวก็พูดออกมา ก็เป็นเรื่องปกติ เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า การที่ รตอ.เฉลิม ลงไปประชุมแค่จังหวัดสงขลา ถือเป็นสิ่งที่เพียงพอแล้วใช่หรือไม่ นายกฯ บอกว่า ถ้า รตอ.เฉลิม กล้าเมื่อไหร่ ก็คงลงพื้นที่เอง ในส่วนของตนเอง ถ้าจะลงพื้นที่ก็ไม่จำเป็นต้องบอกใคร เพราะจะทำให้เจ้าหน้าที่ต้องมาดูแล นายกฯ อีก
อย่างไรก็ตามนายกฯ ย้ำว่า รัฐบาลกำลังพยายามแก้ปัญหาอย่างเต็มที่ โดยเฉพาะในเรื่องของกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารที่ขณะนี้ได้ส่งลงไปเป็นกำลัง และรู้ปัญหาแล้ว ว่า อะไรเป็นอะไร ซึ่งหากสื่อฯ ต้องการช่วยรักษาสถานการณ์ของบ้านเมือง ก็ไม่ควรเสนอข่าวนี้มากจนเกินไป ซึ่งจะเป็นทางหนึ่งที่จะช่วยรักษาสถานการณ์ไม่ให้บานปลายออกไปได้
โดยนายกฯ บอกว่า สิ่งที่ฝ่ายตรงข้ามต้องการขณะนี้ อาจจะเป็นคำพูดบางอย่างของคนเป็นนายกฯ หรือผู้เกี่ยวข้องที่อาจจะทำให้เกิดความเสียหายขึ้นได้ โดยให้ยกตัวอย่างกรณีของ พตท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ที่พูดคำว่า โจรกระจอกออกมาเพียงประโยคเดียว ก็ทำให้เป็นปัญหาติดต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน
ส่วนที่มีข่าวว่า มีการลดเบี้ยเลี้ยงเสี่ยงภัยเจ้าหน้าที่ในพื้นที่นั้น นายกฯบอกว่า ยังไม่ทราบในเรื่องนี้ แต่รับปากว่าจะไปดูข้อเท็จจริงให้ว่าเป็นอย่างไร พร้อมกับบอกว่า การแก้ปัญหาภาคใต้ไม่จำเป็นต้องตั้งรองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคงขึ้นมาดูแลในเรื่องนี้โดยตรง เพราะทุกคนต้องช่วยกันทำงาน หากใครจะลงพื้นที่ ก็สามารถลงไปได้ ขณะที่ตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเอง ก็ต้องเข้ามาดูแลการหายาเสพติดโดยตรง -ส่วนที่ รมว.มท.เสนอให้เอาทหารหรือตำรวจที่มีความเชี่ยวชาญเข้าไปเป็นปลัดอำเภอในพื้นที่ นายกฯ ยังไม่ขอแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ โดยจะขอหารือกับ รตอ.เฉลิมก่อน (20/03/51)






