น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวถึงกรณีศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง รับคำร้อง กกต.ให้ใบแดงนายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร ว่า ต้องเป็นไปตามกฎหมาย นายยงยุทธ ต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการ โดยให้เป็นหน้าที่ของรองประธาน สำหรับพรรคพลังประชาชนคงจะประชุมเพื่อพิจารณากระบวนการ ว่าจะเตรียมชี้แจงอย่างไร และคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นไม่กระทบต่อความรู้สึกของคนในพรรค
ส่วนที่ พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ระบุว่า ทางออกเพื่อไม่ให้เกิดการยุบพรรคคือการยุบสภานั้น ถือเป็นความเห็น แต่ในพรรคยังไม่ได้พูดคุย ซึ่งอาจคาดเดาว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะไปในทิศทางนั้น แต่ความจริงอาจไม่เป็นเช่นนั้น อีกทั้งการที่ศาลรับคำร้องในคดีดังกล่าวเชื่อว่า จะไม่เชื่อมโยงหรือส่งผลไปยังคดีอื่นที่เกี่ยวข้อง เพราะแต่ละคดีก็มีรูปคดีและข้อมูลของตัวเอง
โดยระหว่างนี้ พรรคจะหาคนมาทำหน้าที่ประธานสภาแทนนายยงยุทธหรือไม่นั้น ต้องมีการพูดคุยกันว่า จะตัดสินใจในเรื่องนี้อย่างไร แต่ในชั้นนี้กระบวนการยังอยู่ในการพิจารณาของศาลยังไม่ได้พิพากษาไปในทางใดทางหนึ่ง ซึ่งในการสัมนาใหญ่ ส.ส.ของพรรคพลังประชาชนวันที่ 22 มีนาคมนี้ คงจะหยิบยกมาหารือว่า จะรอให้มีคำพิพากษามาก่อน หรือจะดำเนินการอย่างอื่นต่อไป
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Friday, March 21, 2008
‘หมอเลี้ยบ'เผยยุบสภาเลี่ยงยุบพรรคแค่ความเห็น
Thursday, March 20, 2008
สมัคร เผย 2 เม.ย.ย้ายใหญ่ตำรวจ
รัฐสภา 20 มี.ค.-นายกรัฐมนตรี แจงย้าย “พล.ต.ต.ชัยยะ” เป็นการย้ายกลับไปทำงานเดิม พร้อมเผย 2 เม.ย. จะมีการย้ายตำรวจล็อตใหญ่
การประชุมสภาผู้แทนราษฎร มีนายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ รองประธานสภาผู้แทนราษฎร เป็นประธานการประชุม พิจารณากระทู้ถามสดเรื่องการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ โดยนายถาวร เสนเนียม ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ถามนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
นายถาวร กล่าวว่า กรณีกองบัญชาการตำรวจสันติบาลมีคำสั่งย้าย พล.ต.ต.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ให้ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า จ.ยะลา โดยไม่มีกำหนดกลับ อ้างว่าไปปฏิบัติหน้าที่ด้านการข่าว เพื่อความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ นั้น มีการวิพากษ์วิจารณ์การโยกย้ายไม่เป็นธรรม เพราะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุจริตเลือกตั้งที่ จ.เชียงราย ถูกโยกย้ายหลายคน อยากถามนายกรัฐมนตรี ว่า รัฐบาลต้องการให้ข้าราชการทำงานดีสยบต่ออำนาจ หรือให้มีข้าราชการที่ทำงานสุจริตจะต้องเกรงกลัว นี่เป็นการแก้แค้นหรืออย่างไร และจะมีการโยกย้ายผู้ที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสอบทุจริตการเลือกตั้งอีกหรือไม่
นายสมัคร กล่าวตอบว่า เรื่องการโยกย้ายตำรวจตนไม่อยากตอบว่าไม่ได้ทำเอง แต่อยากตอบกรณีนี้โดยเฉพาะว่า ตำรวจที่ถูกย้ายเมื่อ พ.ศ. 2550 วันที่ 17 ตุลาคม ขณะนั้นพรรคพลังประชาชนยังไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง ยังไม่ได้เป็นอะไรทั้งสิ้น รัฐบาลที่แล้วได้ย้ายนายตำรวจคนนี้พร้อมด้วยพวก 8 คนให้ไปทำงานนี้ทางภาคใต้ แต่ภายหลังให้กลับมาช่วยงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) เมื่องานเสร็จแล้วจึงให้กลับไปทำงานเดิม สำหรับการโยกย้ายนั้น จะมีการโยกย้ายอีกล็อตใหญ่ ในวันที่ 2 เมษายน
นายถาวร ถามอีกว่า รัฐบาลจะให้สัญญากับรัฐสภาได้หรือไม่ว่า หากข้าราชการร้องขอให้ทบทวนเพื่อขอความยุติธรรม ทั้งในประเด็นการพลัดพรากจากครอบครัว ความไม่เป็นธรรม นายกรัฐมนตรีจะให้ความเป็นธรรมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ย้ายด้วยเหตุผล ความเหมาะสม และมีเหตุผลตรวจสอบได้ ตนอยากดูเอกสารเหมือนกันว่าการย้ายเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2550 ได้มีการทำหนังสือมาร้องเรียนสภาให้สอบถามรัฐบาลหรือไม่ว่า ทำไมจึงพรากลูกพรากเมีย ทำไมตอนนั้นไม่มีการร้องเรียนเลย ทำไมคราวนี้ไม่ได้สั่งย้ายเพียงแต่เอาคำสั่งเดิมมาขอให้กลับไปอยู่ที่เดิม จึงออกมาร้องเรียน.-สำนักข่าวไทย
ประชาชนไม่เห็นด้วยกับการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ 28 มี.ค.
กรุงเทพฯ 20 มี.ค.-กรุงเทพโพลล์สำรวจพบประชาชนเชื่อสถานการณ์ทางการเมืองยังน่าเป็นห่วง ไม่เห็นด้วยกับการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ 28 มี.ค. เพราะจะทำให้เกิดความแตกแยก แนะยุติการชุมนุม เจรจาอย่างประนีประนอม-สมานฉันท์ ชี้รัฐบาลติดตามสถานการณ์และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างถูกต้องและเป็นธรรม
ศูนย์วิจัยกรุงเทพโพลล์ สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 1,214 คน ในหัวข้อ “ประชาชนคิดอย่างไรกับการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ 28 มี.ค.นี้” ระหว่างวันที่ 15-17 มีนาคม 2551 พบว่า ประชาชนร้อยละ 25.9 เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า ช่วยสอดส่องและตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล ได้รู้ข้อเท็จจริงของปัญหาต่าง ๆ ขณะที่ร้อยละ 57.4 ไม่เห็นด้วย โดยให้เหตุผลว่า สร้างความวุ่นวาย ทำให้เกิดความแตกแยก ควรให้รัฐบาลทำงานนานกว่านี้ก่อน และร้อยละ 16.7 ไม่แสดงความเห็น
ส่วนความรู้สึกต่อสถานการณ์ทางการเมืองของประเทศไทยในปัจจุบัน ปรากฏว่า ประชาชนร้อยละ 84.7 เห็นว่าน่าเป็นห่วง และร้อยละ 15.3 เห็นว่าไม่น่าเป็นห่วง สำหรับความคิดเห็นในการไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯ พบว่า ประชาชนร้อยละ 5.1 ไปร่วมชุมนุม ขณะที่ร้อยละ 80.8 ไม่ไปร่วมชุมนุม และร้อยละ 14.1 ไม่แน่ใจ ส่วนสาเหตุการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ พบว่า ประชาชนร้อยละ 20.5 เชื่อว่าไม่พอใจการดำเนินงานของรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่ร้อยละ 19.5 เชื่อว่าไม่พอใจการเดินทางกลับประเทศของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ส่วนร้อยละ 15.5 เชื่อว่าเกิดจากแย่งชิงผลประโยชน์และตอบโต้ทางการเมือง ขณะที่ร้อยละ 6.3 เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ ก่อกวนทางการเมือง และร้อยละ 38.2 ไม่แสดงความเห็น
ส่วนผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดจากการเคลื่อนไหวและนัดชุมนุมในครั้งนี้ พบว่า ประชาชนร้อยละ 30.2 ระบุว่าฝ่ายพันธมิตรฯ แกนนำ และผู้ชุมนุม ขณะที่ร้อยละ 21.9 ระบุประชาชนและประเทศชาติ ร้อยละ 3.0 ระบุพรรคประชาธิปัตย์ ส่วนร้อยละ 1.4 ระบุผู้ที่เสียผลประโยชน์ทางการเมือง ร้อยละ 1.2 ระบุรัฐบาล ร้อยละ 6.1 ระบุไม่มีใครได้ประโยชน์ และร้อยละ 36.2 ไม่มีความเห็น
สำหรับสิ่งที่ประชาชนเห็นว่ารัฐบาลควรปฏิบัติต่อเรื่องนี้ พบว่า ประชาชนร้อยละ 38.3 เห็นว่ารัฐบาลควรติดตามสถานการณ์และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างถูกต้องเป็นธรรม ขณะที่ร้อยละ 13.2 เห็นว่ารัฐบาลควรรับฟังข้อมูลจากการชุมนุมแล้วนำไปปรับปรุงการทำงาน ส่วนร้อยละ 12.8 เห็นว่ารัฐบาลควรใช้มาตรการที่เข้มงวด เพื่อควบคุมการนัดชุมนุม ขณะที่ร้อยละ 6.5 เห็นว่ารัฐบาลควรหาทางเจรจาตกลงกันโดยสันติวิธี ร้อยละ 4.4 เห็นว่ารัฐบาลควรให้อิสระในการชุมนุมตามวิถีทางประชาธิปไตย และร้อยละ 24.8 ไม่มีความเห็น
ผลสำรวจยังพบว่า สิ่งที่ประชาชนอยากฝากถึงกลุ่มพันธมิตรฯ คือ ยังไม่ควรมีการชุมนุม เพราะประเทศชาติเสียหาย ให้เจรจาอยางประนีประนอม สมานฉันท์ ให้ชุมนุมโดยสงบ อย่าใช้ความรุนแรง เป็นกำลังใจให้ชุมนุมต่อไปเพื่อประชาธิปไตย.-สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-03-20 15:45:44

‘สมชาย'มั่นใจคดี ‘ยงยุทธ'ไม่กระทบ‘พปช.'
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ศึกษาธิการ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคพลังประชาชนเห็นว่ากรณีของ นายยงยุทธ ติยะไพรัช ประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังศาลฎีการับคำฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้งหรือ กกต.ให้เพิกถอนสิทธิ์เลือกตั้ง ว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อรัฐบาล เพราะเป็นคนละส่วนกัน ทั้งนี้ไม่จำเป็นจะต้องเตรียมหาประธานสภาสำรองไว้ เพราะต้องรอคำตัดสินของศาลก่อน และถ้าหากตัดสินว่าผิดจริง ก็มีรองประธานสภาทำหน้าที่แทนอยู่แล้ว จึงไม่มีปัญหาในส่วนนี้ ขณะที่ยืนยันพรรคไม่ได้วิตกกังวลต่อเรื่องดังกล่าว หรือแม้แต่คดีนอมินีก็ตามเพราะทุกอย่างย่อมเป็นไปตามกฎหมายและพรรคก็ต้องต่อสู้ตามกฎหมายเช่นกัน แต่ยอมรับว่าสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของต่างประเทศ
พร้อมกันนี้ นายสมชาย ไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์ การทำงานของคตส. หลังตรวจสอบที่มาของเงินการซื้อสโมสรฟุตบอลของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แต่ถ้ามองในฐานะประชาชนคนหนึ่ง ก็เห็นว่าเป็นสิทธิเสรีภาพที่จะซื้อสโมสรฟุตบอลได้
ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.กานต์ เทียนแก้ว รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ในฐานะทีมทนายความของนายยงยุทธเปิดเผยว่า ได้เตรียมพยานหลักฐานกว่า 20 ปากเพื่อซักค้านสำนวนของ กกต. ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งมีมติประทับรับฟ้องคดีของนายยงยุทธ และขณะนี้ได้มีการหารือกับ ส.ส.ภาคเหนือบางส่วน เพื่อหาทางหนีทีไล่หากศาลฎีกาฯ มีมติให้ใบแดงนายยงยุทธ และอาจนำไปสู่การยุบพรรคการเมือง โดยเตรียมที่จะเสนอยุบสภา เพื่อให้ ส.ส.ของพรรคไปสังกัดพรรคการเมืองใหม่ก่อนที่จะมีการเลือกตั้ง ซึ่งขณะนี้พรรคก็มีการรือถึงการตั้งพรรคใหม่แล้ว
จาก hi-thaksin
‘สมัคร'แจงเหตุผลย้าย‘พล.ต.ต.ชัยยะ'เผย2เม.ย.โยกย้ายใหญ่อีก
วันนี้ (20 มี.ค.51) การพิจารณากระทู้ถามสด เรื่องการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ที่นายถาวร เสนเนียม สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ถามนายกรัฐมนตรี ถึงเหตุผลของการสั่งย้าย พลตำรวจตรี ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล รองผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล และ พันตำรวจเอก สุวรรณ เอกโพธิ์ รองผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 1 ไปช่วยราชการที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า จังหวัดยะลา อย่างไม่มีกำหนด เพราะมองว่าเป็นการโยกย้ายด้วยเหตุผลทางการเมือง
ทั้งนี้ นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ชี้แจงว่า ส่วนตัวไม่มีอำนาจหน้าที่ในการสั่งย้ายใคร อีกทั้ง พลตำรวจตรี ชัยยะ ศิริอัมพันธ์กุล ก็ถูกรัฐบาลที่แล้วสั่งย้ายให้ไปปฏิบัติหน้าที่ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ส่วนหน้า จังหวัดยะลา ตั้งแต่วันที่ 17 ตุลาคม 2550 แต่เมื่อถูกขอตัวไปช่วยราชการ คณะกรรมการการเลือกตั้งในช่วงเลือกตั้ง ซึ่งเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจ ก็ต้องกลับไปปฏิบัติหน้าที่ตามเดิม โดยวันที่ 2 เมษายนนี้ จะมีการโยกย้ายอีกจำนวนมาก แต่หากเห็นว่ามีการโยกย้ายอย่างไม่เป็นธรรมก็สามารถร้องเรียนได้
จาก hi-thaksin
โพลชี้คนกรุงเทพค้านการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรฯ
การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดในวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ. 2551 จะมีการนัดชุมนุมกันขึ้นอีกครั้ง ศูนย์วิจัยกรุงเทพ สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นเรื่องประชาชนคิดอย่างไรกับการนัดชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร โดยกลุ่มเป้าหมายคือประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร ที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวนทั้งสิ้น 1,214 คน ร้อยละ 57.4 ไม่เห็นด้วยต่อการนัดชุมนุมในครั้งนี้ ร้อยละ 80.8 ไม่มีความคิดในการไปร่วมชุมนุม และส่วนมากเห็นว่าน่าเป็นห่วงความรู้สึกต่อสถานกรณ์ทางการเมืองของประเทศ
ในขณะที่ประชาชนเชื่อว่าสาเหตุหลักของการชุมนุมในครั้งนี้ อาจเกิดจากความไม่พอใจต่อการดำเนินงานของรัฐบาล และความไม่พอใจต่อการเดินทางกลับมาของพ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ร้อยละ 30.2 คิดว่าฝ่ายพันธมิตร แกนนำ และผู้ชุมนุมจะเป็นผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุด รองลงมาคือประชาชนและประเทศ
ส่วนสิ่งที่อยากฝากถึงกลุ่มพันธมิตร ร้อยละ 41.7 เห็นว่ายังไม่ควรมีการชุมนุม เพราะประเทศชาติเสียหาย และอยากให้เจรจาอย่างประนีประนอม สมานฉันท์ ส่วนความคิดเห็นของกลุ่มตัวอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่รัฐบาลควรปฏิบัติต่อเริ่องนี้ แบ่งเป็นร้อยละ 38.3 อยากให้รัฐบาลติดตามสถานการณ์และปฏิบัติต่อผู้ชุมนุมอย่างถูกต้องเป็นธรรม พร้อมทั้งอยากให้รัฐบาลรับฟังข้อมูลจากการชุมนุมแล้วนำไปปรับปรุงการทำงานต่อไป
เฉลิมฮึดลงใต้ครั้งแรก เกาะติดปัญหาความไม่สงบ
มท.1 ควงลูกชาย เดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ มีกำหนดประชุมกับ แม่ทัพภาค4 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค9 ผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ จ.สงขลา
ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (20 มี.ค.) ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมคณะ และนายดวง อยู่บำรุง บุตรชายคนเล็ก เดินไปหาดใหญ่ ด้วยเที่ยวบิน TG 1231 เพื่อประชุมร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้ และจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ในวันพรุ่งนี้ (21 มี.ค.) ทั้งนี้ ร.ต.อ.เฉลิม มีกำหนดประชุมกับแม่ทัพภาค 4 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จ.สงขลา
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวก่อนเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ ว่า นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้มอบหมายให้ตนไปบูรณาการ ไปทำความเข้าใจกับพี่น้องประชาชน ผ่านสื่อ ผ่านตัวแทนของทางราชการว่า รัฐบาลชุดนี้ เน้นการแก้ปัญหาในพื้นที่ภาคใต้ 3 จังหวัด 4 อำเภอของ จ.สงขลา ด้วยความสมานฉันท์ มีอะไรที่ติดขัดไม่เข้าใจ เปิดการเจรจาทุกรูปแบบ และอยากฝากไปยังพี่น้องประชาชนทุกศาสนาว่า รัฐบาลมองท่านทั้งหลายเป็นประชาชนคนไทยเหมือนกับไทยพุทธ เรื่องที่ผ่านมา มีอะไรไม่สบายใจ ไม่ได้รับความเป็นธรรม รัฐบาลพร้อมรับคำร้องทุกข์
'แนวคิดรัฐบาล และผมเน้นการเจรจาเป็นที่ตั้ง หลีกเลี่ยงการใช้กำลัง ไม่สนับสนุนการใช้กำลัง' ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว และว่า ที่ผ่านมา กระทรวงมหาดไทยไม่ได้โยนความผิดให้กองทัพ แต่กองทัพรับผิดชอบอยู่ก่อนแล้ว วันนี้ ตนจะถามตำรวจว่า มีปัญหาติดขัดอะไรบ้าง หากนายกรัฐมนตรีมอบหมายให้ตนเต็มตัว จะหาเครื่องมือสื่อสาร จัดตั้งติดตามสถานการณ์ทุกทิศในเหตุการณ์ภาคใต้ ตั้งหน่วยบัญชาการที่กระทรวงมหาดไทย
เมื่อถามว่าการแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนใต้จะยุติลงได้ในรัฐบาลชุดนี้หรือไม่ ร.ต.อ.เฉลิม กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาต้องใช้เวลา ทั้งนี้ จะไม่ขอผูกมัดตัวเอง เพราะเหมือนเป็นการฆ่าตัวตาย
"ประสพสุข" เตรียมเสนอตั้ง กมธ.ตรวจสอบข่าวใช้เงินซื้อเก้าอี้ประธานวุฒิสภา
กทม. 20 มี.ค. - นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เตรียมเสนอให้ตั้งกรรมาธิการตรวจสอบข่าวการซื้อเสียงเป็นประธาน ส.ว. ในระหว่างการประชุม วันพรุ่งนี้ ยืนยันไม่มีมวยล้มแน่นอน .
ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-03-20 12:26:43 
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายทหารกลางปี
ทำเนียบฯ 20 มี.ค. - มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งนายทหารกลางปีแล้ว จำนวน 383 ตำแหน่ง เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ว่านักเรียนเตรียมทหารรุ่น 10 ขึ้นมาคุมกำลังสำคัญ.
ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-03-20 11:01:59 





