นายเทพไท เสนพงศ์ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายกรัฐมนตรีได้แสดงความเห็นตอบโต้การเคลื่อนไหวคัดค้านการเสนอญัตติแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ว่าพรรคมีท่าทีที่ชัดเจนต่อเรื่องนี้มานาน โดยขอยืนยันการแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่งประเทศอาจเกิดวิกฤติจากความพยามยามแก้ไขรัฐธรรมนูญ ผู้ช่วยเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมพรรคได้เลือกนายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค เป็นประธานยุทธศาสตร์กำหนดการต่อสู้ และเลือกนายบัญญัติ บรรทัดฐาน สมาชิกสภาที่ปรึกษาพรรค เป็นประธานคณะทำงานด้านข้อมูล โดยพรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะผนึกกำลังต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยได้ยกเลิกกำหนดการลงพื้นที่และประชุมพรรคที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 20-23 มิ.ย.นี้แล้ว . – สำนักข่าวไทย
พรรคประชาธิปัตย์ 25 พ.ค. - “เทพไท” ยืนยันจุดยืนคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ ยกระดับเป็นภารกิจการต่อสู้ครั้งสำคัญเหมือนสมัยคว่ำบาตรการเลือกตั้งและสู้คดียุบพรรค สั่งยกเลิกการลงพื้นที่เชียงใหม่ พร้อมตั้ง”สุเทพ-บัญญัติ”กำหนดยุทธศาสตร์และหาข้อมูลต่อสู้
“พรรคประชาธิปัตย์ขอยืนยันว่า พรรคเห็นความสำคัญของเรื่องนี้ โดยได้ประชุม ส.ส.เพื่อกำหนดจุดยืนการต่อสู้ในเรื่องนี้เทียบเท่ากับการต่อสู้ครั้งสำคัญของพรรคในอดีต คือ การคว่ำบาตรการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 2 เม.ย.2549 และการสู้คดียุบพรรคประชาธิปัตย์” นายเทพไท กล่าว
อัพเดตเมื่อ 2008-05-25 12:33:34
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Sunday, May 25, 2008
ปชป.ยกเรื่องคัดค้านแก้ รธน.เป็นภารกิจต่อสู้ครั้งสำคัญ
ปชป.ติง มท.1 เป็นโฆษกอดีตนายกฯ ไม่แหมาะสม
นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประกาศเป็นโฆษกส่วนตัวของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ ว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีไม่ได้เป็นเฉพาะวันธรรมดาเท่านั้น จึงขอเรียกร้องให้ รมว.มหาดไทย หันมาทำงาน เพื่อประโยชน์ของประชาชน ส่วนการพูดถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในวันนี้ ของ รมว.มหาดไทย ว่ามีการจ้างให้มาชุมนุมนั้น นายสาธิต มองว่า เหมือนเป็นการเติมน้ำมันเข้าไปในสถานการณ์ ซึ่งหน้าที่หลักคือควรไปดูแลความสงบเรียบร้อยในการชุมนุม . - สำนักข่าวไทย
พรรคประชาธิปัตย์ 25 พ.ค. - รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ติง รมว.มหาดไทย ประกาศเป็นโฆษกส่วนตัวของอดีตนายกรัฐมนตรี ไม่เหมาะสม เรียกร้องให้หันมาแก้ปัญหาให้ประชาชนและประเทศชาติ
อัพเดตเมื่อ 2008-05-25 12:08:23

สมัคร ประกาศเดินหน้าโครงการผันแม่น้ำโขง
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ “สนทนาประสาสมัคร” ว่า จะเดินหน้าโครงการผันแม่น้ำโขงมาใช้เพื่อการเกษตรในภาคอีสาน โดยสามารถนำน้ำจากแม่น้ำโขงที่อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย ผันมาลงที่เขื่อนอุบลรัตน์ จังหวัดขอนแก่น ระยะทางประมาณ 80 กิโลเมตร นอกจากนี้ ไทยกับลาวยังได้จับมือกัน เพื่อจะก่อสร้างฝายแม้ว (เช็คแดม) อีก 3 แห่ง คือ 1. บ้านกุ่ม จังหวัดอุบลราชธานี 2. อำเภอโพนพิสัย จังหวัดหนองคาย และ 3. บริเวณก่อนถึงจังหวัดเลย นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า ที่จังหวัดอุบลราชธานีได้เซ็นสัญญากับทางการลาวแล้ว ความสูงของเช็คแดม ประมาณ 18 เมตร จะช่วยทำให้น้ำโขงเต็มตลิ่งยาวถึง 110 กิโลเมตร แม้จะทำให้ท่วมหมู่บ้านของลาว 7 หมู่บ้าน ไทย 2 หมู่บ้าน แต่จะทำให้เรามีน้ำใช้แน่นอน และหากทำทั้ง 3 จุด จะทำให้แม่น้ำโขงมีน้ำเต็มลำน้ำตลอดทั้งปี นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า แม้จะมีนักวิชาการเขียนบทความโจมตีการผันน้ำโขง มาใช้เพื่อการเกษตรในภาคอีสานว่า “เพียงแค่คิดก็โง่แล้ว” ซึ่งตนได้จำคำนี้มาตลอดและต้องยอมโง่ เพราะอยากได้น้ำมาทำการเกษตรในภาคอีสาน เรื่องเช่นนี้หากไม่กล้าตัดสินใจ ก็ไม่มีวันได้ทำ และขอยืนยันว่า ทั้งหมดจะทำอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทั้งกฎหมายของไทยและกฎหมายระหว่างประเทศ และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องพิสดารจนทำไม่ได้ นายสมัคร กล่าวด้วยว่า ยังมีแนวคิดขอน้ำจากแม่น้ำงึมของลาว เข้ามาใช้ในประเทศไทย โดยทำเป็นอุโมงค์ลอดแม่น้ำโขง ซึ่งสามารถทำได้ เพราะแม่น้ำงึมอยู่สูงกว่าไทย.- สำนักข่าวไทย
กรุงเทพฯ 25 พ.ค. - นายกรัฐมนตรี ยืนยันเดินหน้าโครงการผันแม่น้ำโขงมาใช้ทำการเกษตรในภาคอีสาน ล่าสุด ทำสัญญากับลาว สร้างฝายแม้วที่จังหวัดอุบลราชธานี แล้ว 1 แห่ง เตรียมเดินหน้าอีก 2 แห่ง ที่ หนองคาย และเลย เชื่อตลอดปีมีน้ำโขงเต็มตลิ่ง
อัพเดตเมื่อ 2008-05-25 11:16:09

พันธมิตรฯ โอ่ชุมนุมเกิน 3 หมื่น ตร. ลั่นห้ามยืดเยื้อ
นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย กล่าวว่า วันนี้ (25 พ.ค.) ได้นัดรวมตัวชุมนุมต่อต้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญของกลุ่มพันธมิตรในเวลา 16.00 น. นอกจากนี้ เตรียมยื่นหนังสือถอนถอนสมาชิกสภา ผู้แทนราษฎร (ส.ส.) สมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) และนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมส่อว่าจะขัดต่อบทบัญญัติรัฐธรรมนูญใน 3 มาตรา คือ 122 291 และ 68 ต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ในวันพรุ่งนี้ (26 พ.ค.) เวลา 10.00 น.
ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตรฯ กล่าวต่อว่า เชื่อว่า การชุมนุมนี้ จะมีแนวร่วมไม่ต่ำกว่า 3 หมื่นคน และอาจจะเป็นการชุมนุมยืดเยื้อ โดยจะผลัดเปลี่ยนกันขึ้นเวทีปราศรัยชี้ให้เห็นถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ส่อเจตนาทำเพื่อตนเองของพรรคพลังประชาชน (พปช.)
ด้าน พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวภายหลังประชุมเตรียมความพร้อมการดูแลความสงบเรียบร้อยการชุมชุมของกลุ่มพันธมิตรฯ รวมกับตัวแทนจากกองทัพภาคที่ 1 และกรุงเทพฯ ว่า จะไม่อนุญาตให้กลุ่มพันธมิตรฯ ชุมนุมยืดเยื้อ รวมทั้งเคลื่อนขบวน หรือ ปิดการจราจร โดยตำรวจจะเจรจากับแกนนำเพื่อขอความร่วมมือให้ชุมนุมอย่างสงบ
รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวต่อว่า ระหว่างการชุมนุมกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) จะตั้งวอร์รูมอยู่ที่โรงเรียนสตรีวิทยาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเผชิญหน้าระหว่างกลุ่มพันธมิตรฯ กับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน อย่างไรก็ตาม เตรียมกำลังตำรวจจากกองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 และหน่วยปราบจราจลรวม 600 นาย ไว้ดูแลการชุมนุม และหากพบผู้ก่อความวุ่นวายจะดำเนินการขั้นเด็ดขาด ดังนั้น จึงฝากทุกกลุ่มที่ชุมนุมให้อยู่ในกรอบของกฎหมายตามระบอบประชาธิปไตย
ซัด 18 อรหันต์สื่อจ้องโค่น ยันออกพ.ร.ก.ประชามติ
วันนี้ (25 พ.ค.) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ตอบคำถามประชาชนในรายการ "สนทนาประสาสมัคร” ที่แนะนำให้มีบทลงโทษนักข่าวที่ให้ร้ายคนอื่น ว่า คงโทษนักข่าวอย่างเดียวไม่ได้ เพราะมีองค์ประกอบหลายอย่าง ทั้งรีไรท์เตอร์ หัวหน้าข่าว คอลัมน์นิตส์ เจ้าของหนังสือพิมพ์ นอกจากนี้ยังมีขบวนการ 18 อรหันต์ โดยใครไม่ชอบรัฐบาล สื่อมวลชนที่เป็น 18 อรหันต์ จะช่วยจัดการได้
"ที่ผมโดนเกี่ยวกับรายการชิมไป บ่นไป ก็แบบนี้ มีคนพยายามหาเหตุโน่นหาเหตุนี่ คือจะเอาออกให้ได้ ถือเป็นเจตนา และ 18 อรหันต์นี่แหละครับเป็นคนช่วยจัดการ ขบวนการนี้ยังอยู่” นายสมัคร กล่าว
นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวถึงแนวคิดการทำประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญว่า หากยังไม่มีกฎหมายรองรับก็จะต้องออกเป็นพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) เพื่อให้ลงประชามติ ว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากเห็นว่าควรแก้ไข ก็จะดำเนินการรณรงค์ให้ข้อมูลในเวลา 45 วัน และไม่ใช่รัฐบาลก้าวก่ายหน้าที่รัฐสภา และทุกขั้นตอนเป็นไปตามกรอบของกฎหมาย

ป้อง 'ทักษิณ' ขายชาติ นายกฯโทษสื่อมั่วข่าว
ส่วนกรณีที่ถูกมองว่าปกป้องนายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องการกล่าวปาฐกถาที่สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เมื่ออ่านเอกสารแล้ว ตนไม่สามารถที่จะตัดสินใจหรือวินิจฉัยได้ เห็นว่าควรจะให้ตำรวจ อัยการ และศาล เป็นผู้วินิจฉัย ซึ่งทั้งหมดต้องเป็นไปตามกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม
วันนี้ (25 พ.ค.) นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย NBT ถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พานักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบียเดินทางไปดูการทำนาที่ จ.สุพรรณบุรี ว่า เจตนาที่พาไปเยี่ยมชมโรงเรียนสอนการทำนาที่สุพรรณบุรีนั้น เพราะชาวต่างชาติต้องการจะเปิดรายการขายข้าวทางตะวันออกกลาง แต่ข่าวกลับออกมาว่าอดีตนายกรัฐมนตรีจะขายชาติ ซึ่งจริงๆ แล้วไม่ได้มีอะไรอย่างสื่อนำเสนอ ขอให้ทุกคนระมัดระวังเรื่องการเสพสื่อด้วย 
“สมัคร”สับเละ ปชป.ทำตัวเยี่ยงคณะปฎิวัติ! ค้านแก้รธน.ยันเดินหน้าทำประชามติ
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม กล่าวในรายการ "สนทนาประสาสมัคร" กรณีนายจักรภพ เพ็ญแข รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ถูกกล่าวหาหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ว่า ต้องปล่อยให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม พร้อมตอบโต้หลักฐานพรรคประชาธิปัตย์(ปชป.) จี้ให้เอาผิดไม่ใช่ศาล
"สมัคร" เย้ย ปชป.ออกแถลงการณ์ค้านแก้รธน.เยี่ยงคณะปฎิวัติ! ไปมุดหัวอยู่ที่ไหนตอนทหารฉีกรัฐธรรมนูญเมื่อ 19 กันยายน 2551 ยันเดินหน้าออก พ.ร.ก.ทำประชามติแก้ รธน. ย้ำอีกกรณี "จักรภพ" ให้ศาลชี้ขาด
"จะให้ผมทำยังไง บ้านเมืองเรามีหลักเกณฑ์ เรียกว่ามีขื่อมีแป...ผมทำหน้าที่ในฐานะหัวหน้ารัฐบาล ผมต้องให้ความเป็นธรรม และผมเห็นว่าพรรคการเมืองฝ่ายค้านไม่ใช่ศาล ถ้ามายื่นวันนี้แล้วผมปลด มายื่น 35 วันคณะรัฐมนตรีก็หมดเลย เอาหลักเกณฑ์หลักการอะไรมา" นายสมัคร กล่าวในรายการสนทนาประสาสมัครทางสถานีโทรทัศน์ NBT เช้านี้
นายสมัคร กล่าวว่า ตนเองไม่เข้าใจบทบาทของพรรค ปชป.ที่ออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ รวมถึงการออกแถลงการณ์คัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญของสมาชิกรัฐสภา
"ทำไมครับก็เขาฉีกรัฐธรรมนูญทั้งฉบับแล้วไปมุดหัวอยู่ที่ไหน ไม่มีใครมาพูดจาว่ากล่าวเลย เห็นแต่ไปยืนกุมมือ แล้วคราวนี้จะปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นสิทธิของเขา ยังไม่ทันจะอะไรออกแถลงการณ์ฉบับที่ 1 ยังกับคณะปฏิวัติ" นายสมัคร กล่าว
นายสมัคร กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้ก้าวก่ายการทำงานของรัฐสภาเกี่ยวกับการแก้รัฐธรรมนูญ แต่เป็นการทำตามหน้าที่ โดยขณะนี้กำลังให้กฤษฎีกาตรวจสอบว่ามีกฎหมายเกี่ยวกับการทำประชามติหรือไม่ หากไม่มีก็จะออกเป็นพระราชกำหนด(พ.ร.ก.) เพื่อให้เกิดความชัดเจนและถูกต้องตามกฎหมายว่าสังคมต้องการให้มีการแก้รัฐธรรมนูญหรือไม่
"จะได้แบ่งฝ่ายกันเลย ถ้าบอกว่าไม่แก้ก็ไม่ต้องไปแตะต้อง ทิ้งไว้อย่างนี้ ผมให้เวลา 45 วันรณรงค์กันเลยว่าดีเลวยังไง ต่างคนต่างหันมาสู้กันเลย สู้กันทางความคิด แล้วชวนประชาชนไปโหวต" นายสมัคร กล่าว

ดัชนีความสงบสุขไทยวูบ บัวแก้วกังขาการจัดอันดับ
หลังจากที่สื่อมวลชนได้รายงานข่าวสถาบันจัดดัชนีความสงบสุขโลก (Global Peace Index) ที่ได้เปิดเผยรายงานเมื่อ 20 พฤษภาคม 2551 ว่า ในปี ค.ศ. 2008 ไทยอยู่ในอันดับที่ 118 จาก 140 ประเทศ ที่ได้รับการจัดดัชนีความสงบสุข (ลดจากอันดับที่ 105 ในรายงานปี 2007) ขณะที่ประเทศสหภาพพม่า อยู่ในลำดับที่ 126 นั้น วานนี้ (23 พ.ค.) นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ และโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้ตอบคำถามผู้สื่อข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยได้ตั้งข้อสังเกตต่อความน่าเชื่อถือของจีพีไอ และวิธีการที่จีพีไอใช้ในการจัดอันดับ
นายธฤต กล่าวว่า การจัดอับดับประเทศที่สงบสุขของจีพีไอ เป็นการจัดอันดับโดยอาศัยข้อมูล/สถิติ เป็นตัวชี้วัด ซึ่งไม่แน่ใจว่าใช้ข้อมูลใดและมีความถูกต้องของข้อมูลเพียงใด อีกทั้งมีความเป็นไปได้น้อยที่จะเป็นข้อมูลล่าสุดจากทั้ง 140 ประเทศ นอกจากนั้น จีพีไอ ไม่มีการหาข้อมูลในพื้นที่ เช่น ไม่มีการสอบถามข้อคิดเห็น หรือเก็บข้อมูล หรือสำรวจสภาพหรือสถานการณ์ในประเทศนั้นๆ ในพื้นที่ การจัดอันดับฯ ไม่ได้แยกแยะข้อแตกต่างของสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่/ท้องถิ่น ของประเทศ เช่น การนำตัวเลขความเสียหายจากจำนวนการเกิดเหตุการณ์รุนแรงใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ไปเป็นฐานในการวัดความรุนแรงทั้งประเทศ ขณะที่ข้อเท็จจริงคือประชาชนในส่วนอื่นๆ ทั่วประเทศ 73 จาก 76 จังหวัด ใช้ชีวิตอย่างปกติสุข
“สถาบันอื่นๆ ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากลได้จัดอันดับประเทศไทยแตกต่างจาก GPI เช่น สถาบัน Institute of Management Development (IMD) ของประเทศสวิตเซอร์แลนด์ได้จัดอันดับใน The World Competitiveness Yearbook 2008 ให้ไทยอยู่ในอันดับ 27 ของประเทศที่มีอัตราการแข่งขันสูง ดีขึ้นถึง 6 ตำแหน่ง (ไทยอยู่อันดับที่ 33 ในปี 2007) นอกจากนี้ ไทยยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นประเทศที่เป็นสถานที่น่าท่องเที่ยวที่สุดประเทศหนึ่ง จากสถาบันต่างๆ ในยุโรป เช่น ได้รับรางวัล Grand Travel Award 2007 ลำดับที่ 1 World’s Best Tourist Country ติดต่อกันเป็น ปีที่ 5 จาก Travel News Magazine ประเทศสวีเดน และกรุงเทพฯ ได้รับรางวัลลำดับที่ 1 World’s Best Awards 2007 จาก Travel and Leisure Magazine สหรัฐฯ า ซึ่งการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยวเป็นดัชนีที่บ่งบอกถึงความเชื่อมั่นในระดับความปลอดภัยและความสงบสุขที่แท้จริง”โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าว
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่า จากรายชื่อประเทศที่จีพีไอ จัดอันดับ พบว่าประชาชนของประเทศที่มีอันดับความสงบสุขมากกว่าไทยต่างได้เดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ตัวเลขจาก ททท. ระบุว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก เข้าประเทศไทยเพิ่มขึ้น 4.65% ในปี 2007 และชาวต่างชาติในหลายประเทศก็เริ่มมาเป็นเจ้าของอสังหาริมทรัพย์เพื่ออยู่อาศัยระยะยาว ตัวอย่างที่เห็นได้ประการหนึ่ง คือ การมีหมู่บ้าน และโรงเรียนสำหรับชาวสแกนดิเนเวียและญี่ปุ่นและอีกหลายประเทศ ในประเทศไทยแล้วในหลายจังหวัด เพื่อคนชาติเหล่านี้ ทั้งที่อยู่ในวัยเกษียณ วัยทำงาน และวัยเด็ก ได้เข้ามาใช้ชีวิตระยะยาว ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศได้แจ้งข้อสังเกตข้างต้นแก่สถาบันจีพีไอด้วยแล้ว
เลขาธิการยูเอ็นหารือนายกรัฐมนตรี วางแนวทางช่วยพม่า
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ให้การต้อนรับนายบัน คี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ที่ทำเนียบรัฐบาล และได้หารือข้อราชการ คาดว่าจะเป็นเรื่องการเตรียมประชุมร่วมระหว่างอาเซียนกับสหประชาชาติ ที่กรุงย่างกุ้ง ประเทศพม่า ในวันพรุ่งนี้ เพื่อพิจารณาให้ความช่วยเหลือพม่าที่ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส นอกจากนี้ นายบัน คี มูน จะขอบคุณนายกรัฐมนตรี ที่เป็นผู้ประสานระหว่างสหประชาชาติกับทางรัฐบาลพม่า เพื่อส่งเจ้าหน้าที่และสิ่งของเข้าไปช่วยเหลือพม่าจนประสบความสำเร็จ.- ชมรายละเอียด สำนักข่าวไทย
ทำเนียบรัฐบาล 24 พ.ค.-เลขาธิการสหประชาชาติเข้าหารือนายกรัฐมนตรี ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อวางแนวทางในการเข้าไปช่วยเหลือชาวพม่าที่ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กีส
อัพเดตเมื่อ 2008-05-24 19:26:36

ประชา ประสพดี ยันไม่เคลื่อนประชาชนปะทะกลุ่มพันธมิตรฯ
กรุงเทพฯ 24 พ.ค. - นายประชา ประสพดี ในฐานะโฆษกกลุ่มมหาประชาชนเพื่อพิทักษ์ประชาธิปไตย ยืนยันว่า กลุ่มมหาประชาชนฯ มีมติไม่เคลื่อนพลภาคประชาชน ไปปะทะกับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยอย่างแน่นอน เพราะจะเป็นการสร้างความชอบธรรม และอาจทำให้สถานการณ์รุนแรงบานปลาย ดังนั้น จะตั้งวอร์รูมเพื่อเฝ้าติดตามการชุมนุมดังกล่าวอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินสถานการณ์ และดูพฤติกรรมในการเคลื่อนไหว เชื่อมั่นว่า นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สามารถดูแลและควบคุมสถานการณ์ได้ นายประชา กล่าวว่า หากการชุมนุมของพันธมิตรฯ มีการปิดถนน และปราศรัยโยงสถาบันสร้างความเสียหาย หรือละเมิดสิทธิคนอื่นเมื่อใด จะให้ประชาชนไปแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษทันที เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายกับแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯ โดยเฉพาะหากนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ปลุกระดมเมื่อใด จะทำหนังสือถึงศาล เพื่อขอให้งดการขอปล่อยตัวชั่วคราว หลังจากที่ศาลชั้นต้นสั่งจำคุก 4 ปี ในคดีกล่าวใส่ร้ายหมิ่นประมาท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะเชื่อว่าการชุมนุมคงไม่สามารถแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทั้งน้ำมันแพง ผลผลิตทางการเกษตรและคนตกงานได้.- สำนักข่าวไทย
อัพเดตเมื่อ 2008-05-24 19:11:59


