
* “พูนภิรมย์” ยันพ้น6เดือนไม่กระทบราคาLPG
คนจนได้เฮกันถ้วนหน้า หลังรัฐบาลประกาศข่าวดี “6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤตเพื่อคนไทยทุกคน” ยอมทุ่มงบกว่า 4 หมื่นล้าน ช่วยประชาชนลดค่าใช้จ่าย ด้วยการปรับสดภาษีน้ำมัน ก๊าซหุ้งต้ม อุ้มค่าน้ำ - ค่าไฟ สุดกำลัง แถมนั่งรถเมล์-รถไฟฟรี “พูนภิรมย์”ย้ำหลังหมดโปรโมชั่นไม่กระทบการปรับขึ้นราคา LPG ด้าน “หมอเลี๊ยบ” เผยกำลังหาหนทางแก้ปัญหาในระยะยาวด้วย
ท่ามกลางการรอคอยข่าวดีจากรัฐบาล ในวลา 13.30 น. วันที่ 15 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้เปิดแถลงข่าว “6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤตเพื่อคนไทยทุกคน” พร้อมกับ 4 รัฐมนตรี ประกอบด้วย นายแพทย์สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พล.ท.หญิง พูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกรวงพลังงาน
โดยนายกรัฐมนตรีได้เริ่มกล่าวถึงการบริหารงานของรัฐบาล ว่าขณะนี้ได้เข้ามาบริหารประเทศเป็นเวลา 5 เดือนครึ่ง โดยรัฐบาลได้คิดแก้ไขปัญหาของประเทศอยู่เสมอ คณะรัฐมนตรีทุกคนได้ทำหน้าที่ร่วมกันทำงานทุกคน และในที่สุดเมื่อถึงเวลาที่รัฐบาลทำงานมาจะครบ 6 เดือน จึงได้กำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชน เพราะราคาน้ำมันที่สูงขึ้นมากเป็นตัวกำหนดสถานการณ์เศรษฐกิจของบ้านเมือง โดยในวันนี้คณะรัฐมนตรีได้พิจารณามาตรการช่วย เหลือประชาชน “ 6 มาตรการ 6 เดือน ฝ่าวิกฤตเพื่อคนไทยทุกคน” โดยมีมติเห็นชอบการดำเนินการ 6 มาตรการคือ
ปราการแรก รัฐจะดำเนินการลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ซึ่งจะทำให้ราคาน้ำมันจะถูกลงด้วยการยอมลดภาษีใช้เวลา 6 เดือนในระหว่างตั้งตัวก่อนที่งานใหญ่เมกกะโปรเจคท์จะเกิด เพื่อลดราคาน้ำมัน โดยจะมีการกำหนดวันเวลาให้ถูกต้องตามกฎหมาย มีการตรวจสอบโดยข้าราชการประจำต้องเห็นด้วยทั้งหมด โดยจะมีการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันคือ น้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 E10 E20 และ E85
ทั้งนี้จะทำการลดภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บจากน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และแก๊สโซฮอล์ 95 ลง 3.30 บาทต่อลิตร เหลือ 0.0165 บาทต่อลิตร เพื่อให้ราคาน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 91 และน้ำมันแก๊สโซฮอล์ 95 มีช่วงห่างของราคาจำหน่ายต่ำกว่าน้ำมันเบนซิน 91 และน้ำมันเบนซิน 95 มากขึ้น
ส่วนน้ำมันดีเซลนั้น รัฐได้ลดภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บน้ำมันดีเซลลงจาก 2.30 บาทต่อลิตรเหลืออยู่ที่ 0.005 บาทต่อลิตร และลดภาษีสรรพสามิตที่จัดเก็บจากน้ำมันไบโอดีเซล (Biodiesel :B5 ) ลงจากเดิม 2.19 บาทต่อลิตร เหลือ 0.0048 บาทต่อลิตร เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อต้นทุนของภาคการขนส่งในระยะสั้น และช่วยให้ผู้ประกอบการมีระยะเวลาในการปรับเปลี่ยนไปสู่การใช้พลังงานทางเลือก เอ็นจีวี
นอกจากนี้ชะลอการปรับราคาก๊าซหุงต้ม หรือ แอลพีจี ในภาคครัวเรือน เพื่อลดแรงกดดันค่าใช้จ่ายในภาคครัวเรือนจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาพลังงาน และเพื่อรักษาสภาพของครัวเรือนซึ่งใช้เป็นมาตรฐาน เป็นระยะเวลา 6 เดือน
ส่วนการพิจารณาปรับลดค่าใช้จ่ายน้ำประปาของครัวเรือน โดยภาครัฐจะรับภาระค่าใช้จ่ายการใช้น้ำ สำหรับผู้ใช้น้ำประเภทที่อยู่อาศัย ที่มีปริมาณการใช้น้ำในช่วง 0 – 50 ลูกบาศก์เมตร/เดือน ซึ่งเป็นปริมาณการใช้เพื่อตอบสนองความจำเป็นพื้นฐานของผู้บริโภค โดยจะครอบคลุมผู้ใช้น้ำทั้งประเทศ ประมาณ 3.2 ล้านราย โดยแบ่งเป็นผู้ใช้น้ำที่อยู่ในเขตหลวง ประมาณ 1.2 ล้านราย และเขตภูมิภาคประมาณ 2 ล้านราย ซึ่งจะประหยัดค่าใช้จ่ายน้ำประปาเฉลี่ยต่อรายต่อเดือนประมาณ 213 และ 176 บาทตามลำดับ
ขณะที่การลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้าของครัวเรือน สำหรับครัวเรือนที่ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน150 หน่วย/เดือน ภาครัฐจะลดภาระค่าใช้จ่ายใน 2 กรณีคือ 1) หากใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 80 หน่วย/เดือน ภาครัฐจะรับภาระค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด และ 2) กรณีใช้ไฟฟ้าเกินกว่า 80 หน่วย/เดือน แต่ไม่เกิน 150 หน่วย/เดือน ภาครัฐจะรับภาระค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่งของค่าไฟฟ้าทั้งหมด ทั้งนี้ จะครอบคลุมผู้ใช้ไฟฟ้าทั้งประเทศ ประมาณ 9.85 ล้านราย แยกเป็นผู้ใช้ไฟฟ้าที่อยู่ในเขตนครหลวงประมาณ 0.41 ล้านราย และเขตภูมิภาค ประมาณ 9.44 ล้านราย ซึ่งจะสามารถลดค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชนเฉลี่ย 120 – 200 บาท/ครัวเรือน
ประเด็นต่อมานายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการปรับลดค่าใช้จ่ายเดินทางรถโดยสารประจำทาง โดยจัดรถโดยสารประจำทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 800 คัน จาก 1,600 คน ในจำนวน 73 เส้นทาง โดยเป็นรถโดยสารธรรมดา เพื่อให้บริการในเขตกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งจะมีการปล่อยรถเมล์ที่วิ่งบริการฟรีสลับกับรถเมล์ที่เก็บเงิน โดยจะมีการติดป้ายบอกไว้ให้ประชาชนและผู้ใช้บริการได้รับทราบ
ส่วนการปรับลดค่าใช้จ่ายเดินทางโดยรถไฟชั้น 3 ไม่ปรับอากาศ ทั่วประเทศ ให้ประชาชนใช้บริการรถไฟชั้น 3 เชิงสังคม โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งครอบคลุมผู้ใช้บริการเฉลี่ยประมาณ 16 ล้านคน (6 เดือน)
อย่างไรก็ตามนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า มาตรการทั้งหมดจะใช้เวลา 6 เดือนเพื่อเป็นการผ่อนคลายให้กับประชาชน เริ่มต้นไม่เกินวันที่ 1 สิงหาคม 2551 และจะสิ้นสุดมาตราการดังกล่าวสุดในวันที่ 31 มกราคม 2552
หลังจากนั้นเมื่อเสร็จสิ้นการแถลงนโยบาย ได้มีการเปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวทำการสอบถามถึงมาตราการทั้งหมด ซึ่งในส่วนของการปรับขึ้นราคาภายหลังหมดระยะของมาตราการที่กล่าวมา โดยพล.ท.หญิงพูนภิรมย์ ลิปตพัลลภ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจี หลังจากตรึงราคา 6 เดือน ตามมาตรการของรัฐบาลในเดือน ม.ค.ปี 2552 จะพิจารณาแบบค่อยเป็นค่อยไปไม่ให้กระทบภาคครัวเรือน ขณะนี้ก๊าซแอลพีจีถังขนาด 15 กิโลกรัม ราคา 280 บาท ส่วนการปรับเพิ่มราคาแอลพีจี ภาคอุตสาหกรรมและภาคขนส่ง จะชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์ แต่จะพยายามหามาตรการเยียวยาไม่ให้ได้รับผลกระทบมาก
เมื่อถามถึงกรณีนโยบายคูปองคนจน ที่รัฐบาลจะดำเนินการก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การนำ 6 มาตรการ 6 เดือนฝ่าวิกฤติเพื่อคนไทย มาใช้นั้นเนื่องจากเป็นมาตรการที่ช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยจากสาธารณูปโภค ต่าง ๆ ทั้งประปา ไฟฟ้า และลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางซึ่งเป็นการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยอย่างแท้จริง ส่วนมาตรการการแจกคูปองให้กับผู้มีรายได้น้อยนั้นคงไม่ได้นำมาใช้ เนื่องจากไม่สามารถรู้ได้ว่าใครเป็นผู้มีความยากจนจริง
ขณะที่ นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าวว่า 6 มาตรการ เป็นมาตรการที่เหมาะสมในการช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย โดยช่วยเหลือสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่จำเป็นส่วนอัตราการช่วยเหลือยังคงอยู่ในกรอบเดิมที่เคยได้ตั้งไว้ประมาณ 300-400 บาทต่อเดือน ส่วนการแจกคูปองให้กับผู้มีรายได้น้อยนั้นคงไม่นำมาใช้ในขณะนี้แต่จะทำการศึกษาต่อในระยะยาวเพื่อศึกษาพื้นฐานในการกำหนดเกณฑ์ผู้มีรายได้น้อย
อนึ่ง ประมาณการว่าจะใช้เงินงบประมาณในระยะเวลา 6 เดือนประมาณ 4 หมื่นล้านบาทเศษ
อย่างไรก็ตามพวกที่ค้านทุกเรื่องอย่างกลุ่มพันธมิตรฯ ก็ยังคงออกมาแสดงความไม่เห็นด้วย โดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรฯ กล่าวหาว่ามาตรการช่วยเหลือทางเศรษฐกิจในระยะสั้นของรัฐบาลนั้น เป็นเพียงการหาเสียงก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหม่



เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ก.ค. แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการ ป.ป.ช. นายศราวุธ เมนะเศวต เลขาธิการ ป.ป.ช. เพื่อให้ดำเนินคดีอาญากับนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ครม.ทั้งคณะ ตลอดจนนายกฤช ไกรจิตติ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย นายเชิดชู รักตะบุตร อัครราชทูตประจำกรุงปารีส ปฏิบัติราชการที่กรมสนธิสัญญาและกฎหมาย นายพิษณุ สุวรรณรชฎ รองอธิบดีกรมเอเชียตะวันออก นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ พล.ท.แดน มีชูอรรถ เจ้ากรมแผนที่ทหาร พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ และ พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี รวมทั้งหมด 41 คน ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 275 ข้อหามีเจตนาใช้อำนาจการบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2545 กระทำการปกครองโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ทำให้เกิดผลเสียหายต่ออาณาเขตของประเทศไทย เข้าข่ายการใช้อำนาจหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 นอกจากนี้ ยังเป็นการกระทำการเพื่อให้ส่วนหนึ่งส่วนใดของราชอาณาจักรตกไปอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของรัฐต่างประเทศ หรือเพื่อให้เอกราชของรัฐเสื่อมไปตามมาตรา 119 