WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, August 12, 2008

ไม่มีสัจจะในม็อบพันธมิตร‘จำลอง’ตะแบงขอชุมนุมต่อ

การลี้ภัยทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ โดยเฉพาะกรณีของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในแกนนำ เคยประกาศว่าหาก พ.ต.ท.ทักษิณ ลี้ภัยทางการเมือง ไม่กลับมาประเทศไทย จะยุติการชุมนุมทันที โดยทันทีที่มีข่าวดังกล่าว พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำอีกคน ก็รีบออกมาให้สัมภาษณ์ทันควันว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เกี่ยวกับการชุมนุม แต่ที่มีการรวมตัวกันอยู่ในขณะนี้เพราะต้องการคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550

จากกรณีดังกล่าว ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ อาจารย์ประจำคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวถึงกรณีที่ นายสนธิ ลิ้มทองกุล เคยลั่นว่าวาจาไว้ว่าหากอดีตนายกลี้ภัยจริงๆ กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยพร้อมที่จะยุติการเคลื่อนไหวนั้น ตนเห็นว่านี่ไม่ใช่สาเหตุสำคัญที่กลุ่มพันธมิตรฯ จะยกเลิกการชุมชุม เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่นอกการบริหารทางการเมืองมานานแล้ว นายสนธิจะยกเลิกหรือไม่นั้น ไม่สำคัญอะไรกับอดีตนายกฯ เพราะทุกวันนี้ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่มีความสมเหตุสมผล และเป็นการก่อความวุ่นวายแก่บ้านเมือง

นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท แกนนำกลุ่มคณะกรรมการประชาชนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) กล่าวถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯที่มีการลั่นวาจาจะยุติการชุมุนุม ว่าส่วนตัวภาวนาให้กลุ่มพันธมิตรฯ ปักหลักชุมนุมต่อไป เพื่อให้ประชาชนได้ทราบว่าพวกนี้แหละคือตัวการที่ทำให้ประเทศชาติเกิดความเสียหาย



“สามารถ”นั่งแท่นรองปธ.สภา ดัน“วิทยา”ครองเก้าอี้เก่าแทน

ประธานวิปรัฐบาล เตรียมดัน 2 กฎหมาย ร่างพรบ.ป.ป.ช. – พรบ.ฟอกเงิน หวังเพิ่มประสิทธิภาพชุมชน ตัดปัญหาคอรับชั่น ด้านตำแหน่งรองประธาน “สุทิน”ชี้ คงเป็นโควต้ากลุ่มภาคเหนือ “สามารถ” มาแรง เตรียมผละเก้าอี้ประธานวิป ส่งวิทยารับหน้าเสือแทน

นายสามารถ แก้วมีชัย ส.ส.เชียงราย พรรคพลังประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) กล่าวถึงการประชุมวิปรัฐบาลว่า ที่ประชุมวันนี้เป็นการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ 2 ฉบับ ที่จะนำเข้าสู่สภาฯในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ คือพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และพระราชบัญญัติว่าด้วย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) โดยในส่วนของร่างพระราชบัญญัติ ป.ป.ช. มีข้อปรับปรุงที่น่าสนใจคือวิธีการทำงานอำนาจหน้าที่ของ ป.ป.ช. เพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เช่น กำหนดให้ ป.ป.ช. มีอำนาจสามารถยึดและอายัดทรัพย์ได้ทันที อีกส่วนหนึ่งที่มีการเพิ่มเติมขึ้นมาก็คือจะจัดให้มี ป.ป.ช. จังหวัด ทำหน้าที่รณรงค์ป้องกันไม่ให้มีการทุจริตคอร์รัปชั่นในระดับท้องถิ่น ส่วน พ.ร.บ.การฟอกเงินนั้น ก็มีการเพิ่มเติมกิจการที่จะต้องรายงานการทำธุรกรรมทางการเงินต่อ ป.ป.ช. เช่น กิจการที่ทำการค้าเกี่ยวกับอัญมณี การเช่าซื้อรถยนต์ ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ การค้าของเก่า ร่วมทั้งกลุ่มธุรกิจอื่นที่อาจเป็นช่องทางของการฟอกเงิน ก็ให้ออกเป็นกฎกระทรวง

ส่วนการคัดเลือกผู้มาดำรงตำแหน่งรองประธานสภาผู้แทนราษฎรนั้น ประธานวิปรัฐบาล กล่าวว่า การเลือกตัวแทนของพรรคเพื่อทำหน้าที่รองประธานสภาคนที่1นั้น ล่าสุดในที่ประชุมวิปรัฐบาลวันที่ 11 สิงหาคม นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองเลขาธิการพรรคพลังประชาชน ได้ทำการแจ้งต่อที่ประชุมว่าจะต้องเร่งให้มีการประชุมกรรมการบริหารเพื่อหาบุคคลที่จะเข้ามาทำหน้าที่รองประธานเพื่อเสนอต่อที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 13 สิงหาคมนี้เช่นกัน

ขณะที่นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม พรรคพลังประชาชนในฐานะกรรมการบริหารพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า ถึงขณะนี้ก็ยังมีเวลาให้คณะกรรมการบริหารพรรคได้ประชุมเพื่อหาตัวบุคคลที่จะถูกเสนอชื่อเป็นรองประธานสภาผู้แทนราฎร ที่จริงแล้วประชุมกันตอนเช้าวันพุธที่ 13 สิงหาคม ก็ยังทันเวลา แต่โดยส่วนตัวเชื่อว่าน่าจะเป็นโควตาภาคเหนือ ซึ่งคนที่เข้ามาทำหน้าที่ก็คือนายสามารถ แก้วมีชัย และอาจเลื่อนให้ นายวิทยา บูรณศิริ เข้ามาทำหน้าที่ประธานวิปรัฐบาลแทนก็เป็นได้

ด้านนายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรคพลังประชาชน และวิปรัฐบาล กล่าวว่า สำหรับรายชื่อรองประธานที่คาดว่าจะมีการสรรหาในการประชุมกรรมการบริหารพรรคนั้น ประกอบด้วย นายสามารถ แก้วมีชัย ประธานวิปรัฐบาล นายวิทยา บูรณศิริ ส.ส.อยุธยา นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล ส.ส.แพร่ และนายสุขุมพงศ์ โง่นคำ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่าคนที่จะสามารถทำงานได้ดีก็มีนายสามารถ นายวิทยา และนายสุขุมพงศ์ ส่วนกรรมการบริหารพรรคจะต้องค่อยติดตามต่อไป

แฟนคลับ “ทักษิณ” หลั่งน้ำตา เรียกร้องสังคมผดุงความยุติธรรม

ชมรมรัก"ทักษิณ"เชียงรายหลั่งน้ำตาสงสารอดีตนายกฯ ที่ต้องลี้ภัยการเมือง ลั่นไม่ยุติธรรมสำหรับคนที่ทำงานเพื่อประเทศชาติบ้านเมืองเพียงนี้

นางมติ แซ่อัง หรือ "เจ๊หมวย ก๋วยเตี๋ยวรสเยี่ยม" แกนนำแฟนคลับชมรมคนรักทักษิณ จ.เชียงราย เปิดเผยว่า กรณีที่เกิดขึ้นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว จนถึงขั้นต้องหลบลี้หนีภัยทางการเมืองไปอาศัยอยู่ต่างแดนในครั้งนี้ มองว่าเป็นความอยุติธรรมสำหรับคนๆ หนึ่ง ที่อดีตเคยทำคุณงามความดีที่ยิ่งใหญ่ให้กับประเทศชาติ ชนิดไม่เคยไม่มีผู้นำคนใดในประเทศ กล้าที่จะทำมาก่อน แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ทำให้ประเทศชาติ เสียสละมามากมาย

“ทางกลุ่มชมรมคนรักทักษิณเชียงราย กำลังประชุมภายในเพื่อหาทางกันอยู่ ว่าจะมีทางเช่นไรที่จะช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ได้บ้าง ไม่รู้ว่าทำไมต้องทำกันถึงขนาดนี้ ทั้งๆที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ก็คือคนไทย เกิดในแผ่นดินไทย ทำไมความถูกต้อง ความชอบธรรมหายไปไหนหมด หายไปจนไม่สามารถที่จะอยู่ในแผ่นดินเกิดได้นี้หรือ ที่เรียกว่าประเทศแห่งประชาธิปไตย" นางมติ กล่าว

แกนนำแฟนคลับคนรักทัหษิณ กล่าวต่อว่า ทำไมทุกวันนี้คนไทยอีกหลายสิบล้านคน ทำไมไม่พูดถึง หรือนำคุณงามความดีของ พ.ต.ท.ทักษิณ มาพูดถึง ไม่เอาผลงานการทำงานในการปราบปรามยาเสพติด หรือโครงการ 30 บาทรักษาทุกโรค มาเป็นเครื่องชี้วัดถึงความดีที่อดีตนายกรัฐมนตรีเคยทำไว้กับประเทศบ้าง

"ทุกวันนี้ผู้ปกครองหลายราย ที่มีลูกชายติดยาเสพติด ได้เข้ามาปรึกษาหารือกับตน ว่าจะทำอย่างไรขณะนี้ยาบ้า ยาเสพติดกลับมาอีกแล้ว ทำให้เรายิ่งหดหู่ ว่าถ้าบ้านเมืองเราขณะนี้มีคนชื่อทักษิณ ชินวัตร อยู่ เรื่องเลวร้าย ทั้งยาเสพติด ปัญหาปากท้องของชาวบ้าน คงไม่วิกฤตเช่นนี้" นางมติ กล่าว

ส่วนทางด้านกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ที่มี น.ส.จีระนันท์ จันทะวงศ์ หรือ บุ๋ม เป็นแกนนำ รวมทั้งเหล่าสมาชิกกลุ่ม 24 มิถุนาฯ และกลุ่มสมาชิกเวปไซด์เสรีชน ได้ร่วมกันหลั่งน้ำตา ให้กับความอยุติธรรมที่เกิดขึ้ นกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ผ่านรายการวิทยุที่มีการจัดสด ผ่านเวปไซด์เสรีชน ที่มี น.ส.จีระนันท์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ซึ่งตลอดทุกช่วงรายการ มีสมาชิกคนไทย ที่เข้าใจใน พ.ต.ท.ทักษิณ ร่วมต่อต้านความเผด็จการ และเรียกร้องให้มีการสังคายนากระบวนการยุติธรรมใหม่ ให้เป็นกลางไม่ถูกแทรกแซง เพื่อเปิดเส้นทางให้อดีตนายกทักษิณ ได้กลับมาสู้คดีอย่างสง่าผ่าเผย



สื่อเทศตีข่าว‘ทักษิณ’ขอลี้ภัย-เหตุไม่มั่นใจกระบวนการยุติธรรม

สื่อเทศชั้นนำเรียงหน้าประโคมข่าว “ทักษิณ” พร้อมครอบครัวขอลี้ภัยทางการเมือง หลังตัดใจกลับไปสู้คดีแต่ต้องพบความน่ากังวลหลายเรื่อง “บีบีซี” เชื่ออดีตนายกฯของไทย มีความไม่สบายใจในการทำงานของกระบวนการยุติธรรม

จากกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ตัดสินใจขอลี้ภัยทางการเมือง ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ภายหลังจากตัดสินใจกลับมาสู้คดีต่างๆ ที่เกิดขึ้นหลังการปฏิวัติรัฐประหาร ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2551 เป็นต้นมา และหลายเรื่องได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมทั้งบางเรื่องก็ดำเนินไปถึงขั้นการพิจารณาของศาล
ดังเช่นคดีซุกภาษีของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยาพ.ต.ท.ทักษิณ เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา ที่ศาลสั่งให้จำคุก 3 ปี แต่ภายหลังได้มีการยื่นอุทธรณ์ประกันตัว และขออนุญาตศาลเดินทางไปดูงานเปิดกีฬาโอลิมปิก ซึ่งศาลได้อนุญาตให้เดินทางออกนอกประเทศได้ และมีกำหนดกลับมาถึงประเทศไทยในวันอาทิตย์ที่ 10 สิงหาคม เนื่องจากจะต้องมาฟังคำพิพากษาของศาลในวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่านมา

กรณีดังกล่าวนั้นแหล่งข่าวใกล้ชิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ได้แจ้งกับสื่อของไทยว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ได้เดินทางไปอยู่ในประเทศอังกฤษเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกันนี้ยังได้นำสาส์นของพ.ต.ท.ทักษิณ ส่งให้สำนักข่าวไทยทุกแขนงเพื่อให้ทราบเหตุผลของการลี้ภัยครั้งนี้

ขณะเดียวกันนอกจากข่าวการลี้ภัยของพ.ต.ท.ทักษิณ จะได้รับความสนใจขากสื่อไทยทุกสำนักแล้ว สื่อมวลชนชั้นนำของโลกอย่าง สำนักข่าวบีบีซี ซีเอ็นเอ็น เอเอฟพี เอพี และรอยเตอร์ต่างก็เกาะติดสถานการณ์ข่าวของ พ.ต.ท.ทักษิณ อย่างใกล้ชิด โดยให้ความสำคัญและพาดหัวเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจอันดับต้นๆ

โดยสำนักข่าวบีบีซีได้ระบุไว้ในหน้าเวบไซต์
http://news.bbc.co.uk/2/hi/asia-pacific/7553028.stm ถึงเหตุผลการลี้ภัยของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าเป็นเพราะเกรงจะไม่ได้รับความเป็นธรรมจากกระบวนการยุติธรรม

ในขณะที่สำนักข่าวเอพีก็มีการอ้างคำกล่าวของนาย ประชา ประสพดี ส.ส.สมุทรปราการ พรรคพลังประชาชน ถึงเหตุผลที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องลี้ภัยทางการเมือง

เช่นเดียวกับสำนักข่าวต่างประเทศแทบทุกสำนักได้ลงรายละเอียดของแถลงการณ์ พร้อมลำดับคดีทั้งหมดของครอบครั วชินวัตร และมีการเผยแพร่ไปทั่วโลกด้วย

รวมถึงเว็บไซต์แมนเชสเตอร์อีฟนิ่งนิวส์ของอังกฤษ ที่นอกจากรายงานข่าวนี้แล้ว ยังให้ความสำคัญกับข่าวที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ กำลังติดต่อหาเงินทุนจากนักธุรกิจในตะวันออกกลาง และอินเดีย ให้มาร่วมลงทุนกับทีมฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตีด้วย ท่ามกลางข่าวลือที่ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ เตรียมจะขายทีมฟุตบอลดังกล่าว



ทนายยันลี้ภัยไม่ทำคดีเสียหาย

“คำนวน ชโลปถัมภ์” ระบุ “ทักษิณ-พจมาน” ขอลี้ภัยทางการเมืองเป็นสิทธิที่สามารถทำได้ และไม่มีผลกระทบต่อคดีทั้งที่เป็นโจทย์และจำเลย โดยเฉพาะคดีที่ดินรัชดาฯ มีการแสดงตัวไปแล้ว และมีการนัดสืนพยานเอาไว้ล่วงหน้าครบถ้วนจนถึงวันอ่านคำพิพากษา ส่วนกรณีที่ยังไม่ได้รายงานตัวศาลจะมีหนังสือแจ้งไปยังที่อยู่จริงก่อนดำเนินการต่อไปตามกระบวนการ ในขณะคดีที่เป็นโจทย์ ก็สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นดำเนินการต่อไปได้เช่นกัน

หลังการตัดสินใจลี้ภัยทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และภริยา สิ่งที่หลายคนแสดงความเป็นห่วงก็คือเรื่องดคีความทั้งที่เป็นโจทย์ และตกเป็นจำเลยจากการชงเรื่องของ คตส. ที่คณะรัฐประหารตั้งขึ้นมาเพื่อเอาผิด พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว ตลอดจนรัฐมนตรีร่วมรัฐบาลเป็นการเฉพาะ

รวมไปถึงกรณีคดีที่ดินรัชดาฯ ที่ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน จะต้องเดินทางไปรายงานตัวต่อศาลในวันที่ 11 สิงหาคมที่ผ่าสนมา นั้น

กรณีดังกล่าว นายคำนวณ ชโลปถัมภ์ อดีตนายกสภาทนายความ และทนายความในคดีที่ดินรัชดาฯ ของพ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร เปิดเผยว่าในช่วงวันที่ผ่านมานับแต่มีข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ จะขอลี้ภัยไม่ได้มีการติดต่อกันโดยตรง แต่เป็นการติดต่อผ่านคนใกล้ชิด โดยมีการยืนยันว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะยังไม่กลับประเทศไทยในช่วงนี้

ส่วนเหตุผลต่างๆ ก็คงปรากฎอยู่แล้วในแถลงการณ์ ส่วนในฐานะทนายความก็ทำหน้าที่เพียงกราบเรียนต่อศาลว่าท่านจะไม่ได้มาตามกำหนดนัด ด้วยเหตุผลของท่าน ที่เราไม่อาจจะก้าวล่วงไปได้ เป็นการกราบเรียนมาเพื่อทราบ ส่วนกรรมวิธีของศาลจะดำเนินการอย่างไร ประการใดตามกฏหมาย ท่านก็จะสั่งของท่านเอง

อย่างไรก็ตามคดีนี้สามารถดำเนินการต่อไปได้ เพราะว่าศาลได้นัดเอาไว้เป็นคดีต่อเนื่อง ณ วันนี้ที่ได้มีการนัดไว้เพื่อสืบพยานจำเลยต่อในวันที่ 19 และ 22 สิงหาคม และท่านนัดเพิ่มไว้อีก 3 วัน คือวันที่ 26 29 สิงหาคม และวันที่ 2 กันยายน สรุปแล้วกรอบเวลาท่านกำหนดไว้แน่ชัดแล้วว่าไม่เกิน 2 กันยายน ซึ่งเมื่อทั้งสองท่านไปแสดงตนต่อศาลแล้ว หลังจากนั้นศาลอนุญาติใหดำเนินกระบวนการพิจารณาลับหลัง ตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคมเรื่อยมาจนถึงเดือนสิงหาคม ได้มีการพิจารณาลับหลังมาโดยตลอด หลังจากวันที่ 2 กันยายน ไปแล้วจะอนุญาตให้ฝ่ายโจทย์หรือจำเลยแถลงการณ์ปิดคดี หลังนั้นจะอ่านคำพิพากษาภายใน 7 วัน หรือ 14 วัน ตามที่ศาลได้เห็นสมควร

สำหรับเรื่องการลี้ภัยทางการเมือง เป็นสิทธิที่คุณทักษิณและคุณหญิง จะกล่าวอ้างได้ ท่านอาจจะไปอยู่ในประเทศใดประเทศหนึ่ง โดยหลักการก็คือต้องดูว่าสนธิสัญญาระหว่างประเทศ เรากับประเทศนั้นๆ มีสนธิสัญญาในเรื่องนี้หรือไม่

ส่วนในคดีที่คุณทักษิณฟ้องกลุ่มพันธมิตรฯ ในข้อหาหมิ่นประมาท ในกรณีที่คุณทักษิณลี้ภัยจะสามารถดำเนินคดีไปเรื่อยๆ เรื่องนี้สามารถมอบอำนาจให้ใครมาเป็นโจทย์แทน แล้วก็สามารถดำเนินคดีต่อไปได้ ไม่ว่าจะเป็นคดีเพ่งหรือคดีอาญา

แต่คดีอื่นๆ ที่คุณทักษิณยังไม่ได้ไปรายงานตัว ต้องดูตัวบทกฏหมาย เหมือนกับตัวอย่างในคดีนี้ ว่าท่านที่ถูกฟ้องร้องเป็นจำเลยในคดีใดคดีหนึ่งไม่มาแสดงตัวต่อศาลในนัดแรก แต่ว่าในนัดแรกอย่างไรก็ต้องมีตัวมา เพื่อศาลจะสอบถามว่าจะสู้คดีอย่างไร ถ้าไม่มีตัวแทนมาก็ไม่สามารถดำเนินการต่อไปได้ ถ้ามีตัวมาถึงจะดำเนินการ แต่หลังจากแสดงตัวแล้ว ก็จะดำเนินการในส่วนต่างๆต่อไปได้ แม้ว่าจำเลยจะไม่อยู่ต่อหน้าศาลก็ตาม เพราะฉะนั้นในคดีอื่นๆ อีกหลายคดีซึ่งคุณทักษิณยังไม่แสดงตัว ก็ไม่สามารถดำเนินคดีได้ ก็ต้องส่งหมายเรียก สำนวนการฟ้องและเอกสารไปยังที่อยู่จริงที่คุณทักษิณและคุณหญิงอยู่ เพื่อให้จำเลยได้รับทราบว่าตัวเขาถูกฟ้องในข้อหาอะไรเพื่อที่จะแก้ตัวหรือแต่งตั้งทนายความมาดำเนินคดีแทนได้ หลังจากนั้นถึงดำเนินคดีต่อไปได้ แต่อย่างไรก็ตาม ทุกคดีต้องมาต่อหน้าก่อนถ้าไม่มาต่อหน้าทุกคดีก็ม่สามารถดำเนินการได้

ส่วนความกดดันในการเป็นทนายในคดีดังกล่าว นายคำนวน กล่าวว่าไม่มีความกดดันผมเรียนว่าท่านให้ความกรุณาเต็มที่ปกติแผนกคดีศาลอาญาแผนกคดีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองศาลจะเป็นผู้ถามพยานเอง เมื่อศาลถามแล้วศาลเห็นสมควรให้ฝ่ายโจทย์ถามหรือให้ฝ่ายจำเลยถาม จึงถามได้ ปรากฏว่าตลอดระยะเวลา ศาลอนูญาติให้ฝ่ายโจทย์และทนายฝ่ายจำเลยถามได้อันนี้ต้งอขอบพระคุณที่ศาลได้กรุณาเปิดโอกาสให้เราได้ซักถามพยานได้อย่างเต็มที่

สำหรับมุมมองต่อการที่ คตส.ใช้ทนายจากสภาทนายความในการดำเนินการฟ้องร้องคดี พ.ต.ท.ทักษิณ นั้นอันนี้เป็นเรื่องที่ทนายความทั่วประเทศแทงอกแทงใจว่าตามหลักกฏหมายของทนายความปีล่าสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในมาตรา78 ที่ผมจำได้ เพราะเราได้ปลุกปั้นเรื่องนี้มา 5 ปี 11 เดือน กว่าจะเป็นสภาทนายมาได้ เรายึดมั่นว่าสภาทนายมีหน้าที่อันสำคัญที่จะช่วยเหลือประชาชน ที่ยากไร้และไม่ได้รับความเป็นธรรม เราก็เสียใจที่ว่าคณะกรรมการสภาทนายความไปช่วยเหลือว่าความให้กับ คตส. โดยไม่เข้าหลักเกณฑ์ เราถือว่า คตส.ไม่ใช่ผู้ยากจนและไม่ใช่ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็อยากให้ยึดหลักอันนั้น ส่วนจะมาจากทางไหน เราไม่ได้คำนึงถึง คุณมีหลักเกณฑ์มาถ้ายากไร้และไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็สามารถช่วยเหลือได้

โดยส่วนตัวผมได้มีการยกหูถึงคุณเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภาทนายความ คนปัจจุบัน บอกว่าการทำอย่างนี้จะผิดหลักเกณฑ์ ว่าถ้าเขาจะจ้างให้เป็นส่วนตัวก็ให้จ้างไปเลย แต่อย่ามาบอกว่าจะส่งมาให้สภาทนายความจัดการ อันนี้มันไม่ถูกหลักการและจะถูกตำหนิ เราในฐานะรุ่นพี่ก็ตำหนิ

ขณะที่ในบ่ายวันเดียวกัน ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ได้ออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ที่ตกเป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ หลังจากจำเลยทั้งสองไม่เข้ามารายงานตัวกับศาลตามกำหนด

โดยทนายความจำเลยยื่นคำร้องว่าได้รับรายงานจากการประสานงานว่าจำเลยทั้ง 2 ยังไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทย และไม่สามารถมารายงานตัวในศาลวันนี้ได้ ซึ่งองค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาแล้วเห็นว่าการที่จำเลยทั้ง 2 ไม่มารายงานตัวต่อศาลตามกำหนด ถือเป็นการผิดสัญญาประกัน จึงให้ปรับจำเลยทั้ง 2 ตามสัญญาประกัน ให้ธนาคารนำเงินตามสัญญาประกันต่อศาลภายใน 5 วัน และให้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 2

อนึ่ง ตามสัญญาประกันของ พ.ต.ท.ทักษิณ มีมูลค่า 8 ล้านบาท ส่วนคุณหญิงพจมาน มีมูลค่า 5 ล้านบาท



Monday, August 11, 2008

คิวชำระแค้นคืน!

กลุ่มคนไทยที่ไม่ชอบ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร อาจรู้สึก “สะใจ”เมื่อได้เห็น...ได้ฟัง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขึ้นเวที “ด่ากราด” อดีตนายกฯ ทักษิณ นายสมัคร สุนทรเวช และ เครือข่ายของคนทั้งสองแต่ก็ไม่ได้หมายความว่า...คนไทยกลุ่มนั้นจะเห็นด้วยทั้งหมดกับ กลุ่มพันธมิตรฯ กระทั่ง ต้องออกมา ชุมนุมประท้วง หรือต้อง ประหัตประหาร...ฟาดฟันกันให้ฉิบหาย...ตายห่า กันไปข้างฉะนั้น เมื่อ หมดทุน! หมดเงื่อนไข ที่จะใช้สร้างกระแส เชื่อว่า...ในที่สุด กลุ่มพันธมิตรฯ ก็คงต้องกลับที่ตั้งหรืออย่างเก่ง ก็แค่...จัดม็อบเล็กๆ กระจายไปยังจุดสำคัญๆ เท่านั้น

แนวรบด้านพันธมิตรฯ ไม่ได้ยิ่งใหญ่หรือน่ากลัว เหมือนที่สร้างภาพแต่อย่างใด?
การยึดอำนาจเมื่อ “19 ก.ย.2549” เป็นเพียงเหตุการณ์ “ส้ม(สุก)หล่น” ของ กองทัพ และ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. ยุคนั้น ก็เท่านั้นผลจากการ “ยึดอำนาจ” กระทั่ง จัดตั้ง รัฐบาล ”ขิงแก่” ภายใต้การบริหารราชการแผ่นดินของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และ องค์กรอิสระ อย่าง คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ที่ใครๆ ต่างก็เคยคิดกันว่า...“เสียเปล่า”ถึงวันนี้...ตอนนี้คงรู้แล้วสิว่า...สิ่งที่ พล.อ.สนธิ และ คมช. ได้วาง “รากฐาน” การตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐนั้นมันไม่ได้เสียเปล่าแต่อย่างใด

เพียงแต่...หัวหน้าทีมยึดอำนาจจากรัฐบาล ของ อดีตนายกฯ ทักษิณ อยู่ไม่ทันดูความสำเร็จในขณะที่ถืออำนาจในมือก็เท่านั้นอย่างไรก็ดี วันนี้...พล.อ.สนธิ คงรู้สึกพึงพอใจบ้างแล้ว กับคำตัดสินของหลายๆ ศาลในช่วงที่ผ่านมา อันเป็นผลต่อเนื่องมาจากการวาง “รากฐาน” ของ คมช. ในอดีตคำสั่งศาลอาญาจำคุก 3 ปีโดยไม่รอลงอาญาแก่ คุณหญิงพจมาน ชินวัตร นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ และ นางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการส่วนตัวคุณหญิงพจมาน ในความผิดฐานร่วมกันจงใจหลีกเลี่ยงการชำระภาษีอากรหุ้น บมจ.ชินวัตรคอมพิวเตอร์ แอนด์ คอมมิวนิเคชั่น 546 ล้านบาท จากหุ้นจำนวน 4.5 ล้านหุ้นและที่จะมีตามมาอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นกรณี... ร่ำรวยผิดปกติของอดีตนายกฯ ทักษิณ

การปล่อยกู้ 4,000 ล้านของเอ็กซิมแบงก์ให้กับรัฐบาลพม่าคดีกล้ายาง 90 ล้านต้น มูลค่า 1,440 ล้านบาท ของกรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรฯคดีหวยบนดิน “2 ตัว 3 ตัว” ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลฯลฯเหล่านี้ คือ ผลพวงจากองค์กรอิสระที่เกิดขึ้นจาก คมช. ทั้งสิ้นแล้วก็มีแนวโน้มว่า...หลายๆ คดีที่เหลือ! เมื่อต้องเดินเข้าสู่ กระบวนการยุติธรรม นั้นรอดยาก!!!เนื่องจากหลักฐานหลายๆ อย่าง มันเด่นชัดและรัดตัวเอากับผู้เกี่ยวข้องซะอย่างนี้เรื่องนี้จะไปโทษ พล.อ.สนธิ คมช. หรือ คตส. คงไม่ถูก!!!ถ้าจะโทษ! ต้องโทษ...พวกที่ทำให้การ “เคลียร์” กัน ระหว่าง...ตัวแทน “ผู้ถูกยึดอำนาจ” กับ “ผู้ยึดอำนาจ” ครั้งนั้น มีอันต้อง ล้มครืน!!!

เพียงวันเดียวของการเจรจาใน “เซฟเฮาส์” กลางเมืองกรุงป่านนี้! คนส่วนใหญ่คงรับรู้แล้วว่า...ใครกัน คือ “ตัวการ” คนสำคัญ ที่ทำให้การ “เคลียร์” กันระหว่าง...ทหารกับฝ่ายการเมือง ต้องสะดุดหยุดลงแบบปัจจุบันทันด่วน!!!กระทั่ง ส่งผลร้ายกลับมายัง พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว อย่างที่เห็นๆ กันในวันนี้แล้วงานนี้ หากจะมีการไล่ “เช็กบิล” เอากับคนกลุ่มนั้น ที่แม้วันนี้...จะตั้งต้นเป็นใหญ่ในกลุ่มก้อนการเมืองกลุ่มใหม่ ก็อย่าได้แปลกใจ!!!เพราะยังไงๆ มันก็คง “หนีความจริง” ไม่พ้นความจริงที่ว่า “ตัวการ” อยู่เบื้องหลัง...ทำลาย พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัว “ตัวจริง” จะต้องได้รับการชำระแค้นคืน!!!

http://www.bangkok-today.com/bkk.content.php?bkk=1,1,1,24979


จาก thaifreenews

ศาลสั่งออกหมายจับทักษิณ –พจมาน พร้อมยึดเงินประกัน

ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองสั่งออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ที่ตกเป็นจำเลยที่ 1 และ 2 ในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินย่านรัชดาฯ หลังจากจำเลยทั้งสองไม่เข้ามารายงานตัวกับศาลตามกำหนดในวันนี้

ภายหลังจากที่ทีมทนายความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ภริยา ได้ยื่นเอกสารให้กับศาลโดยระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และคุณหญิงพจมานไม่ได้เดินทางกลับมาประเทศไทยจึงไม่สามารถมารายงานตัววันนี้ได้ ศาลได้ออกคำสั่งอยู่ในลักษณะข่าวสารฎีกา ลงฉบับวันที่ 34/2551 วันจันทร์ที่ 11 สิงหาคม 2551 เนื้อความวันนี้เวลา 14.30 น.ทนายความจำเลยทั้ง 2 ในคดีหมายเลขแดงที่ อม.1/2550 ระหว่างอัยการสูงสุดโจทก์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จำเลยที่ 1 กับพวกรวม 2 คนได้ยื่นคำร้องว่า ได้รับรายงานจากผู้ประสานงานว่า จำเลยทั้ง 2 ยังไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทย และไม่สามารถมารายงานตัวต่อศาลในวันนี้ได้

องค์คณะผู้พิพากษาพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยทั้ง 2 ไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทย และมารายงานตัวต่อศาลภายในกำหนดเป็นการผิดสัญญาประกัน ปรับจำเลยทั้งสอง ตามสัญญาประกัน ให้ธนาคารนำส่งเงินตามสัญญาประกันต่อศาลภายใน 5 วัน และให้ออกหมายจับจำเลยทั้ง 2

โดยเงินประกันในส่วนของ พ.ต.ท.ทักษิณ จำนวน 8 ล้านบาท คุณหญิงพจมาน จำนวน 5 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 13 ล้านบาท

ผบ.สส.ยันโผโยกย้ายทหารถึงมือภายใน 13 ส.ค.

พล.อ.บุญสร้าง เผยโผโยกย้ายนายทหารจะมาถึงมือก่อนวันที่ 13 ส.ค. ส่วนกระแสข่าวเด้ง พล.อ.อนุพงษ์ ไปเป็น ผบ.สส. ไม่มีมูลข้อเท็จจริง

พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวว่า สำหรับบัญชีรายชื่อที่จะโยกย้ายนายทหารประจำปีนี้แต่ละเหล่าทัพจะส่งมาถึงตนภายในวันที่ 13 สิงหาคมนี้ และหลังจากนั้นก็จะส่งเรื่องขึ้นไปให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้พิจารณาในวันที่ 15 สิงหาคม

พร้อมกันนี้ เมื่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมได้พิจารณาแล้ว จะมีการประชุมของคณะกรรมการพิจารณาปรับย้ายนายทหารระดับนายพล ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมเป็นประธาน โดยมีผู้บัญชาการเหล่าทัพเป็นกรรมการ ตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีคณะกรรมการทั้งหมด 7 คน เพื่อพิจารณาร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ผู้บัญชาการทหารสูงสุด กล่าวด้วยว่า กระแสข่าวที่เตรียมทหารรุ่น 6 เตรียมผลักดันให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด ว่าเรื่องดังกล่าวไม่ได้มีมูลข้อเท็จจริง แต่ทั้งนี้ไม่กล้าขอยืนยัน 100 เปอร์เซ็นต์ ว่าจะเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด

ด่วน !!! จดหมายเปิดใจ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลี้ภัยการเมือง

ด่วน! เผยจดหมาย "ทักษิณ ชินวัตร" เปิดใจลี้ภัยทางการเมือง ระบุเหตุผลในการลี้ภัย เนื่องจาก ไม่เห็นด้วยกับกระบวนการยุติธรรม ในการนำกฏหมายมาใช้ย้อนหลัง และ ความไม่ปลอดภัยในชีวิต ต้องนั่งรถกันกระสุนตลอดเวลาที่อยู่ในประเทศไทย ย้ำชัด 1.จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ แม้มีผู้จงใจใส่ร้าย 2.ไม่ใช่คนเลว อย่างที่ถูกกล่าวหา และ 3หากยังมีวาสนาจะกลับมาตายบนผืนแผ่นดินไทย

แถลงการณ์เรื่อง “การไม่ไปรายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง”

ก่อนอื่นกระผมต้องกราบขออภัยต่อคณะผู้พิพากษาคดีที่ดินรัชดาและพี่น้องประชาชนผู้สนับสนุนผมทุกท่าน ที่ผลและภรรยาได้เดินทางมาพำนักที่ประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นประเทศที่ยึดหลักการประชาธิปไตยเหนือสิ่งอื่นใดและไม่ได้ไปรายงานตัวต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญานักการเมือง

สิ่งที่เกิดขึ้นกับผมและครอบครัว พร้อมกับบุคคลผู้ใกล้ชิดเป็นผลพ่วงต่อเนื่องมาจากความต้องการขจัดผมออกจากการเมือง ด้วยการพยายามลอบสังหาร ตามมาด้วยการปฏิวัติรัฐประหาร แต่งตั้งคณะบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์มาสอบสวนดำเนินคดีเฉพาะตัวผมและครอบครัวร่างรัฐธรรมนูญที่สืบทอดอำนาจเผด็จการ แต่งตั้งบุคคลที่สนับสนุนการปฏิวัติรัฐประหารทั้งทางตรงและทางอ้อมเข่าไปเป็นกรรมการในองค์กรต่าง ๆ เพื่อดำเนินการกับผม เมื่อมีการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550ประชาชนส่วนใหญ่ก็ยังคงเลือกพรรคพลังประชาชน ที่ผู้สมัครส่วนใหญ่มาจากพรรคไทยรักไทยเดิมให้กลับคืนมาทำหน้าที่ตัวแทนของพวกเขา

ผมคิดว่าเหตุการณ์คงจะดีขึ้น ผมคงมีโอกาสได้พิสูจน์ความบริสุทธิ์และได้ความเป็นธรรมจึงเดินทางกลับประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 ก.พ.51แต่เหตุการณ์กลับยิ่งเลวร้ายเพราะสิ่งเกิดขึ้นกับตัวผมและครอบครัวเป็นเสมือนผลที่เกิดจากต้นไม้ที่เป็นพิษ ผลของมันก็ย่อมเป็นพิษตามไปด้วย นั้นก็คือ ยังคงมีการสืบทอดระบอบเผด็จการในการจัดการ การเมืองไทยในระบอบประชาธิปไตย ตามด้วยการแทรกแซงกระบวนยุติธรรม โดยเอาผลลัพธ์ที่อยากจะได้เป็นตัวตั้ง เพื่อจัดการกับผมและครอบครัว ซึ่งบุคคลกลุ่มนี้ถือว่าผมเป็นศัตรูทางการเมือง โดยไม่คำนึงถึงระบบกฎหมาย ระบบข้อเท็จจริง

และการสอบสวนดำเนินคดีตามหลักนิติธรรมสากล ไม่ว่าจะเป็นกฏหมายว่าด้วยพยานหลักฐาน การบังคับใช้กฏหมายที่มีผลเป็นโทษย้อนหลัง ไม่ยอมใช้หลักฐานหลักนิติธรรมและหลักนิติรัฐ ผมและครอบครัวได้ถูกดำเนินการอย่างไม่เป็นธรรมเช่นนี้มาอย่างต่อเนื่อง

การแทรกแซงกระบวนยุติธรรมและการใช้ระบบ 2.มาตราฐานที่เห็นได้อย่างชัดเจน ทำให้ผมและครอบครัว พร้อมด้วยผู้ที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็นับว่าหนักหนาแล้ว แต่ยังเทียบไม่ได้กับการที่ระบบกระบวนการยุติธรรมของประเทศ และองค์กรที่เกี่ยวข้องที่มีเกียรติมีความน่าเชื่อถือสั่งสมมาเป็นเวลายาวนานต้องเสื่อมลง เพราะถูดนำมาใช้ทางการเมืองจนขาดความเป็นกลางซึ่งเป็นผลเสียต่อประเทศอย่างใหญ่หลวง

นอกจากนี้ ผมได้รับข่าวสารตลอดเวลาว่า ชีวิตของผมไม่ปลอดภัยเดินทางไปไหนมาไหน จึงต้องใช้รถกันกระสุน นี่คือ ผลที่ได้รับจากการที่ผมอาสาเข้ามาทำงานรับใช้ประเทศชาติ ราชบัลลังก์ และประชาชน ด้วยความทุ่มเททำงานอย่างหนัก มาตลอดระยะเวลาเกือบ 6 ปี ที่ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรี

ผมจึงขอกราบขออภัยอีกครั้งหนึ่งที่ต้องตัดสินใจ มาอยู่ที่ประเทศอังกฤษ และขอยืนยันว่า

1. ผมและครอบครัวมีความจงรักภักดีต่อ สถาบันพระมหากษัตริย์และพระราชวงค์ทุกพระองค์อย่างหาที่สุดมิได้ แม้ว่ามีผู้จงใจใส่ร้ายมาโดยตลอด

2. ถึงแม้ผมไม่ใช่คนดีสมบูรณ์แบบ แต่ผมขอยืนยันว่าผมไม่ได้เลวอย่างที่ถูกกล่าวหา เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมผมจะแถลงความจริงให้ทุกท่านทราบ วันนี้ยังไม่ใช่วันของผม ขอให้ผู้สนับสนุนผมอดทนอีกนิดนึงครับ

3. หากผมยังมีวาสนา ผมจะขอกลับมาตายบนผืนแผ่นดินไทย เฉกเช่นคนไทยทุกคนครับ

ด้วยความเคารพรัก

พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร



“หมอเลี้ยบ” เผย “ทักษิณ”ลี้ภัย ไม่กระทบรัฐ-พปช.

รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง ชี้ อดีตนายกทักษิณ จะลี้ภัยนั้นไม่น่าจะเกี่ยวหรือส่งผลกระทบต่อหุ้นที่ปรับขึ้นแน่นอน ต้องรอให้ทีมทนายแถลงเหตุผลและชี้แจงต่อศาลก่อน

นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ในฐานะเลขาธิการพรรคพลังประชาชน กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อรัฐบาลและพรรคพลังประชาชน เพราะแกนนำพรรคได้มีการหารือและเห็นตรงกันแล้วว่าจะสนับสนุนพรรคพลังประชาชนให้เป็นสถาบันการเมือง

ส่วน พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวขณะนี้จะขอลี้ภัยหรือไม่ ยังไม่ทราบ คงต้องรอให้ทีมทนายความแถลงเหตุผลและชี้แจงต่อศาลก่อน แต่การที่ดัชนีตลาดหุ้นปรับขึ้น ไม่น่าเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว เพราะจากที่ได้พูดคุยกับนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ ก็ได้รับทราบว่านักลงทุนให้น้ำหนักกับการปรับตัวลดลงของราคาน้ำมันมากกว่า

นพ.สุรพงษ์ กล่าวในฐานะรมว.คลังว่า สำหรับคดีของพ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวที่เกี่ยวข้องกับกรมสรรพากรก็ต้องดำเนินต่อไป หากกรณีใดอยู่ในข่ายต้องเสียภาษีก็ต้องติดตามนำเงินกลับคืนมา ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย