
“ให้นำเสนอแต่ความจริง แล้วจะเจริญรุ่งเรือง”
คำสอนของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ที่ย้ำกับทีมงานหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ ในวันที่เข้าไปกราบนมัสการเพื่อขอพรเป็นสิริมงคล ในวันที่ 30 กันยายน 2550 ก่อนจะกลับมาร่วมมือร่วม ใจกันผลิตหนังสือพิมพ์รายวันน้องใหม่ของวงการหนังสือพิมพ์รายวัน ซึ่งวางจำหน่ายวันแรกเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2550
ตั้งแต่ฉบับปฐมฤกษ์จนถึงฉบับนี้ กองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ ได้ยึดมั่นในคำสอนของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มาโดยตลอด
ด้วยเหตุนี้แหละที่ทำให้หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ ซึ่งนำเสนอแต่ความจริง จึงได้เจริญรุ่งเรือง ได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากท่านผู้มีอุปการคุณ
สามารถลบคำสบประมาทของบรรดาคนในวงการและนอกวงการว่า หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ เป็นหนังสือพิมพ์เฉพาะกิจ ออกมาเพื่อรองรับการเลือกตั้งในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 เท่านั้น
“ระยะทางพิสูจน์ม้า กาลเวลาพิสูจน์คน” สุภาษิตโบราณว่าไว้ ก็ได้พิสูจน์หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ แล้วว่า ไม่ได้เป็นหนังสือพิมพ์เฉพาะกิจตามคำสบประมาท
มิหนำซ้ำหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ กลับเติบโตไวกว่าที่คาดกันไว้ เพราะได้รับการต้อนรับจากผู้มีอุปการคุณที่ชอบการนำเสนอข่าวที่เป็นจริงไม่บิดเบือน
ด้วยความที่ได้รับการต้อนรับจากท่านผู้มีอุปการคุณอย่างอบอุ่นเกินความคาดหมาย ลบคำสบประมาทของผู้หวังดีประสงค์ร้ายนี่เอง ทำให้ทีมงานต้องปรับตัวตลอดเวลา
ซึ่งสิ่งที่เห็นได้ชัดจากการปรับตัวตลอดเวลาของทีมงาน นั่นคือ การปรับหน้าตาให้ดูสดสวย เพิ่มเนื้อหาสาระตามความต้องการของผู้มีอุปการคุณ เนื้อหาส่วนใหญ่ที่ปรับปรุงนั้น เป็นไปตามความต้องการของท่านผู้อ่าน ซึ่งจะหาอ่านจากหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์เท่านั้น ตามสโลแกน “สื่อทางเลือกของประชาชน เพื่อประชาธิปไตย อย่างแท้จริง”
คำว่า “เพื่อประชาธิปไตย” นั้นใครก็สามารถพูดได้ แต่สำหรับหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ ได้พิสูจน์ให้เห็นชัดมาตลอด นั่นคือ เรามีเจตนารมณ์แน่วแน่ ในการสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ฉบับหน้าแหลมฟันดำ นอกจากจะเป็นรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นมาจากปากกระบอกปืนของเผด็จการ หรือ เป็นกากเดนของเผด็จการแล้ว เนื้อหาของรัฐธรรมนูญ 2550 ยังมีการหมกเม็ด เพื่อสร้างปัญหาให้กับประเทศชาติตั้งแต่วันแรกที่เริ่มใช้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ และมีแนวโน้มว่าจะสร้างปัญหาให้มากขึ้น
หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ จึงสนับสนุนให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง กวาดล้างกากเดนของเผด็จการให้หมดไป
ดังนั้นคำว่า “ให้นำเสนอความจริง แล้วเจริญรุ่งเรือง” ตามคำสอนของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เราได้ยึดมั่นมาตลอด
คำว่า “สื่อทางเลือกของประชาชน เพื่อประชาธิปไตย” สโลแกนที่เรานำเสนอนั้น เราได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราทำได้จริง
ท่านผู้มีอุปการคุณที่เคารพครับ ตลอดระยะเวลาเกือบครบขวบปีของหนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ ผมได้รับเสียงเรียกร้องให้เพิ่มยอดจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบความจริงที่หาอ่านจากหนังสือพิมพ์ฉบับอื่นไม่ได้ จะได้ไม่ต้องมาหลงงมงายกับการปลุกระดมของกลุ่มพันธมิตรพันธมาร
ซึ่งใจของเรานั้นอยากจะทำตามเสียงเรียกร้อง เพิ่มยอดจำหน่ายให้มากขึ้น แต่ติดปัญหาตรงที่ราคากระดาษได้ปรับตัวสูงขึ้นตามราคาน้ำมัน จากกิโลกรัมละ 21 บาท เมื่อปีที่แล้ว วันนี้เพิ่มสูงขึ้นเป็นกิโลกรัมละ 32.50 บาท
บอกกันตรงๆ ว่าเมื่อครั้งที่กระดาษราคากิโลกรัมละ 21 บาท ขณะที่หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์จำหน่ายฉบับละ 7 บาท ซึ่งถือว่าเป็นหนังสือพิมพ์รายวันที่ราคาถูกที่สุดในประเทศไทย
ถ้ายอดพิมพ์น้อย ก็พอเสมอตัว แต่ถ้าพิมพ์เยอะอย่างปัจจุบันนี้ เราต้องพบกับภาวะขาดทุน จึงไม่สามารถเพิ่มยอดจำหน่ายตามความต้องการของท่านผู้มีอุปการคุณได้
ดังนั้นเพื่อสนองความต้องการของท่าน เราจึงตัดสินใจขอความกรุณาจากท่านผู้มีอุปการคุณขอเงินค่ากระดาษฉบับละ 3 บาท เพื่อเพิ่มยอดจำหน่ายให้มากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ความจริงที่ถูกปิดหูปิดตามานาน
ตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน นี้ หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ จะจำหน่ายราคา 10 บาท ผมหวังว่าคงได้รับความกรุณาจากท่านผู้มีอุปการคุณเหมือนเดิม
โปรดฟังอีกครั้ง



ผมไม่กล้าอวดตัวว่าเป็นคนรักทักษิณ
ชั่วโมงนี้คงจะเชยแหลกเลย ถ้าไม่ได้ร่วมสดุดี 4 ฮีโร่โอลิมปิกของไทย 2 เหรียญทอง จาก “ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล และสมจิตร จงจอหอ” กับอีก 2 เหรียญเงินจาก “บุตรี เผือดผ่อง และมนัส บุญจำนงค์” 
วันที่ 24 ส.ค. เมื่อเวลา 10.00 น. ที่พรรคพลังประชาชน ร.ท.กุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน แถลงว่า จากที่ได้ติดตามข่าวที่ผ่านมาเห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์ ได้พูดถึงพรรคพลังประชาชนในแง่มุมต่างๆ วันนี้จึงต้องพูดเพื่อส่งผ่านไปยังพรรคประชาธิปัตย์ให้เข้าใจกรณีต่างๆที่คลาดเคลื่อน ขณะนี้พรรคประชาธิปัตย์กำลังเผชิญกับการตรวจสอบของ กกต.ที่อนุกรรมการสอบสวนได้ตัดสินให้ ใบขาวกับนายวิฑูรย์ นามบุตร ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ขอแสดงความยินดี แต่มีคำถามคาใจของประชาชนเป็นอย่างมากว่า ข้อร้องเรียนต่อพรรคประชาธิปัตย์จะผ่านไปได้ด้วยดี สามารถเอาตัวรอดทุกครั้ง คำถามจึงอยู่ที่ว่าทำไมพรรคประชาธิปัตย์ถึงเก่งกล้า เอาตัวรอดได้ตลอด และช่วงหลัง นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ออกมาพูดชี้นำตลอดว่าพรรคจะรอด โดยนายสุเทพพูดครั้งใดจะเป็นการฟันธงได้ตลอด จึงขอให้ สังคมช่วยกันคิดว่าทำไมพรรคประชาธิปัตย์และนายสุเทพจึงสามารถฟันฝ่าและเอาตัวรอดมาได้ทุกครั้งที่มีการตรวจสอบพรรคประชาธิปัตย์ 


กรุงเทพฯ 24 ส.ค. - แกนนำพันธมิตรฯ ยืนยันพรุ่งนี้จะไปให้กำลังใจนักเรียนโรงเรียนโยธินบูรณะตามกำหนดการเดิม แต่จะไปไม่มาก และจะวางกำลังไว้ชุมนุมใหญ่วันอังคารนี้


