WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, September 2, 2008

ธาตุแท้...พันธมิตร

คอลัมน์ : รายงานพิเศษ

การกระทำของพันธมิตรฯ นับตั้งแต่เข้ายึดบริเวณทำเนียบรัฐบาลได้สำเร็จ ได้สร้างความวุ่นวายให้ชาติบ้านเมืองอย่างหนักหนาสากรรจ์ ไหนจะประกาศให้เปลี่ยนระบบการเมืองใหม่ เพื่อจะเลือกผู้ที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีเอง จนทำให้มีบุคคลหลายกลุ่มแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา โดยเฉพาะบนเว็บไซต์ต่างๆ ได้มีการแสดงความคิดความเห็นอย่างกว้างขวาง

พันธมิตรฯ ประกาศแล้ว ขอเลือกนายกฯ เอง

นึกเอาไว้แล้วไม่มีผิด เคยบอกแล้วว่าให้ดูดีๆ ตีโจทย์ให้แตก ใช้สติในการไตร่ตรองข้อเท็จจริง พันธมิตรฯ มีเหตุผลอะไร ทำไมถึงต้องสร้างความลำบากให้ประเทศชาติขนาดนี้ ทำให้นักเรียนไม่ได้ไปเรียน ทำลายชื่อเสียงในสายตาคนต่างชาติ ทำให้ประชาชนเดือดร้อน ไม่มีรถกลับบ้าน ทำให้เครื่องบินลงจอดไม่ได้ ทำตัวอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ฟังศาล พยายามยั่วยุให้เกิดความรุนแรง ไม่แคร์ว่าใครจะเดือดร้อนแค่ไหน ไม่สนใจ คะแนนเสียงที่ประชาชนจริงๆ เลือกตั้งเข้ามาก็ไม่สนใจทุกอย่างที่ทำ

วันนี้ ธาตุแท้พันธมิตรฯ...เผยแล้ว ทุกอย่างที่ทำเพื่อต้องการล้มรัฐบาล เพื่อปูทางสู่เส้นทางอำนาจของตน อยากเป็นนายกฯ ต้องการปกครองบริหารประเทศ โดยจัดเตรียมพวกพ้องของตนเองเพื่อให้เขามาบริหารประเทศ วันนี้ข้อยืนหยัดคำพูดเหล่านี้คือ ข้อเรียกร้องเรื่อง 70 : 30 คนที่จะมาก็จะเป็นพวกมันทั้งนั้น จะได้ถอนทุนคืนง่ายหน่อย จัดเตรียมทุกอย่างแล้ว วางแผนไว้แล้ว

ลองมาดูว่า บนเว็บไซต์เขาประณามและมีความเห็นต่อกลุ่มโจรก๊วนนี้อย่างไรกันบ้าง

“ถ้าพวกนี้ได้ตามที่ต้องการอะไรจะเกิดขึ้น เราจะมีสิทธิมีเสียงไหม เราจะมีสิทธิ์พูดอะไรหรือเปล่า พูดไปจะโดนกองทัพใบกระท่อมกระทืบหรือเปล่า ในเมื่อทุกวันนี้ยังอยู่เหนือกฎหมายขนาดนี้ ถ้าสมปรารถนามีอำนาจในมือมันจะขนาดไหน ถ้าพรรคพวกมันขึ้นมาเราจะทำอะไรได้ เราจะหนักหนาสาหัสแค่ไหน ช่วยคิดด้วย บอกไว้เลย คุณทักษิณน่ะไม่น่ากลัวเท่าพวกนี้หรอก พวกนี้น่ากลัวกว่าเยอะ น่ากลัวจริงๆ ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า” (เผยตัว)

“ถ้าพวกพาลทะมารมีสมองสักนิดหนึ่ง คงไม่ก่อความเดือดร้อนให้บ้านเมืองหรอก พนักงานบริษัทในโรงงานต่างๆ เขาอยากไปขับไล่พวกพาลทะมารนะ แต่เขาก็มีสมองคิดได้เขาก็เลยไม่ไป แต่ถ้าหากหมดความอดทนจริงๆ ก็ไม่แน่นะ คนทำงานส่วนมากเขาเป็นคนจนมาจากบ้านนอก การศึกษาต่ำ แต่น่าแปลกที่ว่าเขามีสมองกว่าคนร่ำรวยที่เรียนกันสูงๆ ที่เห็นแก่เงินจ้าง ที่เสียผลประโยชน์ ก็เลยออกมาประท้วงเอา คิดเอาเถอะ ถ้าพวกนี้เก่งจริงฉลาดจริง คงได้เป็นนายกฯ ไปแล้วล่ะ ไม่ใช่จะมางอแงเอาเหมือนเด็ก” (sodick)

“กบฏชัดๆ คิดว่าตัวเองเป็นใคร บุกกรมตำรวจ บุกทำเนียบ ทำลายของหลวง มันใช้สมองรึใช้อะไรคิดถึงกล้าทำอย่างนั้น คงคิดว่าตัวเองทำถูกแล้วสินะ คนรักประเทศเขาทำกันอย่างนี้หรอ รักแต่ปาก ปากดีจริงๆ แต่ดูการกระทำของมันสิ พวกที่สมควรถูกขับไล่น่าจะเป็นพวกพันธมิตรฯ มากกว่านะ” (nongcraft)

“แล้ว 30 : 70 ล่ะ แกนนำพูดเองนะ ประเทศไทยอยู่ตัวคนเดียวไม่ได้หรอก ตอนนี้เป้าหมายมันเปลี่ยนไปจากเมื่อก่อนแล้ว เมื่อก่อนนะยอมรับว่าสนับสนุน” (อนาถ)

หรือจะเป็นบางกระทู้ก็มีการตั้งปุจฉา และเสวนาให้ความรู้กันอย่างน่าสนใจ

“สนับสนุนพันธมิตรฯ...แล้วจะต้องมาเสียใจภายหลัง 70 : 30 ลัทธิลิ้มลองจอมเผด็จการ ลิ้มลองผู้แสวงหาอำนาจทางลัด นิยม “เลนิน” ถ้าเชื่อสนธิลิ้ม ประเทศไทยจะเป็นอย่างไร?

“เลนิน” นั้นเป็นหนึ่งในนามแฝงที่ใช้ในการปฏิวัติ เดิมมีชื่อสกุลว่าอูเลียนอฟ (Ulyanov) ได้รับการศึกษาด้านกฎหมายจากมหาวิทยาลัยคาซาน และเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เลนินถูกจำคุกระหว่าง พ.ศ.2438-2440 และในปีต่อมาถูกเนรเทศไปไซบีเรียจนถึง พ.ศ.2443 เนื่องจากเข้าขบวนการปฏิวัติใต้ดิน หลังการปฏิวัติเลนินได้เป็นหัวหน้าพรรค “บอลเชวิค” (Bolshevik) ที่ทำการปฏิวัติล้มล้างระบบกษัตริย์ของรัสเซีย ในปี พ.ศ.2460 และตั้งตนเป็นผู้นำประเทศ และรีบทำการเจรจาสงบศึกกับฝ่ายเยอรมนีในสงครามโลกครั้งที่ 1 เพื่อทุ่มกำลังปราบปรามฝ่ายต่อต้านในสงครามกลางเมืองของรัสเซีย ที่เกิดขึ้นระหว่าง พ.ศ.2461-2464

เลนินมีความเชื่อมั่นในระบอบสังคมนิยม จึงรวบอำนาจมารวมไว้ในพรรคคอมมิวนิสต์ และเริ่มปรับเปลี่ยนระบบควบคุมจากส่วนกลางที่เข้มงวดและเหี้ยมโหดของพวกบอลเชวิค มาทุ่มเทการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศในแนวใหม่ที่เรียกว่า “นโยบายเศรษฐกิจแนวใหม่” (New Economic Policy) อย่างเต็มที่ เพื่อล้มระบอบทุนนิยม นี่มันคือการล่มชาติ...ไม่ใช่กู้ชาติ” (DOT106)

“ผมเห็นอำนาจบางอย่างจากเหตุการณ์นี้ คงมีคนเพียงบางกลุ่มรู้ว่าสิ่งที่เขาทำอยู่นั้นจะทำให้สังคมไทยสูญเสียคุณงามความดีที่บรรพบุรุษไทยทุกรุ่นได้รักษามา สิ่งที่ผมแสดงความเห็นนี้ ผมเพียงต้องการให้คนไทยตรองให้ถี่ถ้วน ความเป็นอยู่อย่างไทย อยู่อย่างพอเพียง และอยู่อย่างเพียงพอนั้นเป็นส่วนประกอบของชีวิตที่สำคัญส่วนหนึ่ง วันนี้ขาดไปเพราะคนบางกลุ่มที่เห็นแก่เงิน เห็นแก่อำนาจ ใช้ปัญญากับคนที่ด้อยกว่าสร้างความชอบธรรมและบรรทัดฐานที่ซ่อนเร้นไปด้วยแผนการที่แยบยลกับคนที่โอกาสน้อยกว่า และท้ายที่สุดคนเหล่านั้นกลับกลายเป็นเครื่องมือและการ์ดคุ้มครองให้กับพวกของตน

ทำไม ทำไม ทำไม คนกลุ่มที่มีอำนาจถึงเห็นแก่ตัวเช่นนี้ ไทยเป็นเมืองพุทธแท้ๆ แต่คนกลุ่มหนึ่งกลับเห็นแก่ผลประโยชน์ หรือจะว่าเห็นแก่ตัวก็ไม่ผิด

จากบทพิสูจน์นี้ ท่านผู้ใดที่เคยได้รับรู้และฟังธรรมเรื่องคำทำนายของพระพุทธเจ้าว่า หลังจากพุทธศักราช 2500 จะเป็นยุคที่เสื่อมลง วันนี้เริ่มเห็นชัดมากขึ้น ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคนไทยทั้งหลาย ประเทศไทยของเราจะเสื่อมเร็วหรือเสื่อมช้านั้น จะขึ้นอยู่กับคนไทยทุกคน

ทุกวันนี้เนื้อแท้ของปัญหาคือเงิน คนส่วนใหญ่ของประเทศเอาเงินเป็นใหญ่ พร้อมกับใช้ปัญญาเอาจุดด้อยของคนในสังคมมาสร้างความชอบธรรมให้กลุ่มก้อนของตน ความสุขที่แท้จริงอยู่ภายใน คือ จิตสงบ ลองสิครับ สร้างความพอเพียงให้กับชีวิตของทุกคน ผมเชื่อ แล้วคุณจะพบความสุขที่ประเสริฐสำหรับชีวิต และเห็นสีแต่และสีได้อย่างชัดเจน เพราะคุณเองจะได้ธรรมเป็นเครื่องรู้เฉพาะตน”

หรือจะเป็น...กระทู้นี้

“เลือกผู้ว่าฯ กทม. ทำไมล่ะ อ้ายโง่ เอ๊ย!!! ไปถามเลยสิครับว่าท่านหัวหน้าแกนนำพันทะมิด จะให้เอาใครมาเป็น ผู้ว่าฯ กทม. แค่เนี่ยจบ ไม่ต้องเปลืองงบประมาณด้วย ตอนแรกเราก็เห็นว่า ปชป. จะเป็นแค่อีแอบ วันนี้โผล่ไปช่วยพันทะมิด ตอนแรกเราก็ว่าพี่ธิจะโดน ปชป. หลอกตูดบานแบบประชัย ทำไปทำมา อ้ายธิมันฉลาดว้อย!!!...

คราวนี้ปัญหาหนักและใหญ่หลวงมาตกที่ ปชป. เข้าจังเบ้อเริ่ม...ประชาชนส่วนใหญ่จะไม่ไว้ใจนักการเมือง ปชป. เพราะชอบเล่นกฎหมู่ ง่ายๆ คือการจะเป็นรัฐบาลได้ต้องอาศัยกิจกรรมเคลื่อนไหวมวลชน แล้วไงต่อล่ะ อ้ายระบบการเลือกตั้งตามระบอบที่นานาประเทศเขาใช้ เราไม่เอาแล้ว หมายความว่ารัฐจะดำเนินนโยบายการเมืองแบบใด มีวิธีการบริหารแบบใด นั่นไม่ไช่เรื่องสำคัญ เพราะความสำคัญมันอยู่ที่ 5 แกนนำพันทะมิดจะชี้อนาคตของประเทศไปทางไหน เอาล่ะ

เมื่อเสร็จศึกฆ่าขุนทัพทิ้ง อันนั่นมันตลกไปแล้ว ทุกคนอ่านสามก๊กกันปรุ เข้าใจการเป็นผู้นำและผู้ตามแบบฉบับซุนวูกันแจ่มแจ้ง ปชป. คุณตกกับดักตัวเองเข้าให้แล้ว ก้าวต่อไม่ได้ ถอยลงกลับที่เดิมก็ไม่ได้ จำใจต้องบริหารบ้านเมืองจากผู้ถือสายจูงให้มันเกิด แต่มามีผู้จูงคุณ คุณกลับมาสู่ระบบรัฐสภา ก็จะเจอนักการเมืองตรงข้ามเล่นงานเอาว่าไม่ได้เข้ามาบริหารด้วยความชอบธรรมตามระบอบประชาธิปไตย คุณถอยลงไปก็จะเจอแรงกดดันจากประชาชนส่วนใหญ่ อ้ายธิมันรอด และไม่รอดธรรมดา แต่กลับกลายเป็นหมาล่าเนื้อ (แทะเนื้อเถือหนังเอากับท่าน เข้าทำนอง บุญคุณต้องทดแทน แค้นต้องชำระ) ฆ่ามันทิ้งก็ไม่ได้ เพราะความผิดไม่มีวันปิดมิด มันจะส่งกลิ่นเหม็นอบอวลอยู่ตลอด พี่ธิไม่ไช่หอกข้างแคร่ พี่ธิไม่ไช่หลงจู๊นั่งดีดลูกคิด แต่พี่ธิจะกลายเป็นนักปกครองไร้เงา ที่ ปชป. ต้องจดจำไปอีกนาน จะทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อสำนักพระราชวัง ประชาชน และคนทั้งโลกเห็นการร่วมมือของนักการเมือง และนักเคลื่อนไหวมวลชนไปแล้ว ต้องคิดครับ ท่านสุทธิชัย หยุ่น ท่านคนเดียวในเมืองไทยที่เคยชนะพี่แม้ว (เรื่องไอทีวีเริ่มแรก)

เห็นครั้งที่แล้วบอกว่าเป็นพระ เพิ่งบวชยังสึกไม่ได้ เพราะติดเข้าพรรษา แล้วตอนนี้คุณเป็นอะไรครับ แพะหรืออย่างไร หรือแหกพรรษาออกมาแล้ว แสดงว่าคุณเนี่ยไม่ได้บวชในร่มกาสาวพัสตร์แน่ๆ คุณอาจจะแค่บวชกันคนบ้าสันติอโศกกระมัง คุณจะมัวมานั่งจมปลักรำพึงรำพันคิดกันเป็นหรือท่องจำกันเพียงแต่ซื้อเสียงขายเสียง

แต่ไม่เคยเรียบเรียงความคิดในสมองใหม่ ว่าทำอย่างไรเลยถึงจะให้ประชาชนเข้าใจ คิดได้ก็แต่เพียงสำเนียงของแกนนำลัทธิอุบาทว์ ประกาศกรอกหูไปวันๆ ว่ามันต้องเป็นอย่างนี้ ต้องเป็นอย่างนั้น มันถึงจะเลอเลิศประเสริฐศรี ทั้งๆ ที่มีความคิดแบบสุดโต่ง โยงไม่ถึงกับลัทธินิยมคอมมิวนิสต์

คิดได้แค่เพียงอยากจะตั้งคนโน้น คนนี้ มานั่งตรงนี้ ตรงนั้น ตามแต่ใจตน คิดจะล้มล้างรัฐบาล โดยล้างผลาญกับทำความลำบากให้คนที่ไม่เห็นด้วย ประชาชนคนที่บริสุทธิ์ทำไมต้องมาสุดซวยไปกับความระยามของพวกท่าน หยุดการเดินรถไฟ สร้างความฉิบหายให้แก่รากหญ้า เพื่อเป็นการล้างแค้น ตอบแทนคนจนที่ไม่ยอมเลือกพวกนอมินี ปชป. ของพันธมิตรฯ...แถมยังคิดปิดสนามบินทุกแห่งหนเพื่อให้ผู้คนอลหม่าน

นี่หรือคือผลงานและสันดานดิบของคนพันธมิตรฯ แล้วยังมีหน้ามาคิดที่จะตัดน้ำ ตัดไฟ ให้ประชาชนคนทั้งประเทศเขาเดือดร้อน...ทำไมถึงคิดได้แต่สร้างความฉิบหาย เพียงเพราะอยากจะให้ ปชป. ได้เข้ามา...พันธมิตรฯ หรือ พันธของหมา ท่านอยากเป็นผู้กล้า หรืออยากเป็นแค่หมาบ้ากวนเมือง สร้างแต่เรื่องให้ประชาชนเขาเดือดร้อน และเมื่อถึงตอนนั้น ตอนที่เราๆ ท่านๆ มันจะนั่งทนให้ทำกันไม่ไหว หากหัวใจมันเดือด เลือดบนกระบาลของพันธมิตรฯ ทุกชีวิตที่จิตใจต่ำทราม อาจจะต้องเอามาล้างทาทั่วพื้นแผ่นดินไทย” (คนผ่านมา)

ไม่เอา...พันธมี๊ด... (jjj)

“หน้าตัวเมียครับพวกนี้ ขว้างระเบิดเอง โดนพวกกันเอง ดูภาพจาก NBT เมื่อคืนจากมุมสูง พวกมันขว้างใส่พวกกันเอง คิดดู ขนาดพวกเดียวกันมันยังเอาเป็นสถานการณ์เพื่อเป็นบันไดให้พวกมันชนะ คนเลวกว่านี้มีอีกไหม มีแต่พวกสถุนอ่ะ เวลาไปก็พูดแต่คำหยาบ นึกว่าพวกตำรวจจะเอาจริงซะแล้ว กำลังจะดีใจ เซงไปเลย

คนพวกนี้หรือที่เป็นผู้นำ ใช้เด็ก คนแก่ ผู้หญิง เป็นโล่ อ้างว่าไปเอง แต่ผู้ชายก็มีเยอะ ทำไมไม่บอกให้ผู้ชายตัวใหญ่ๆ ทำกัน

คนพวกนี้หรือที่เป็นผู้นำ เก่งแต่ปาก พอจะเข้าไปจับไปนั่งทำไมกลางวง

คนพวกนี้หรือที่เป็นผู้นำ ชวนให้เครือข่ายของตัวเองหยุดงาน สร้างความเดือดร้อนแก่ประเทศ (ถ้าพวกมันได้เป็น รมต. จะเกิดอะไรขึ้น ไม่พอใจก็ปิดประเทศไปเลยสินะ)

เชื่อคำในหลวงไม่ดีกว่าหรือ กู้เพื่ออะไรในเมื่อชาติไม่มีอะไรให้กู้ ได้รับคำชัยชนะบนซากปรักหักพัง ภูมิใจแล้วหรือยัง
พวกที่ประท้วงตลอดเวลา 3 เดือนนี้ อยากรู้ว่าไม่ต้องทำงานแล้วเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่ายกัน หรือว่าทุกคนที่มารวยกันอยู่แล้วเลยไม่ต้องทำงาน และค่าใช้จ่ายในการดำเนินการประท้วงและก่อกวนใครเป็นคนจ่าย เพราะดูแล้วต้องใช้เงินเยอะมาก และพวกที่บุกยึด NBT มาจากหน่วยไหน ใครส่งมาร่วม

ถ้าล้มรัฐบาลนี้แล้วใครจะมาบริหาร ปชป. คงไม่เหมาะสม เพราะมาขับไล่นอกสภาเพื่อจะเป็นรัฐบาล หากว่าได้เป็น จะเกิดอะไรขึ้นลองคิดดู เช่น ต้องมีผู้มาประท้วงอีก เกิดการถอนทุนเพราะไม่ได้เป็นรัฐบาลมานาน สรุปใครมาบริหารก็เหมือนกัน เอาแต่พรรคพวกตัวเองทั้งนั้น” (ปลงตกแล้ว)

“พวกพันธมิตรฯ เมื่อไรพวกคุณจะหยุดสักที บ้านเมืองไม่น่าอยู่ก็เพราะพวกคุณนี่แหละ รัฐบาลเขาเพิ่งได้รับการเลือกตั้งมา ทำไมไม่ให้เขาทำงานก่อน อะไรๆ ก็จะออกมาประท้วง ที่ต้องการประท้วงนี้ไม่ทราบว่าพวกคุณต้องการอะไร
อย่ามาอ้างว่าทำเพื่อประชาชนนะ เพราะฉันก็เป็นประชาชนซึ่งไม่เห็นด้วย และยังรู้สึกว่าไม่เห็นจะได้อะไรเลย แถมสร้างความรำคาญอีกด้วย ทำให้ประเทศชาติวุ่นวาย ทำให้เศรษฐกิจแย่ ทุกวันนี้ บ้านเมืองรวมถึงเศรษฐกิจโลกก็เกิดการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ยังจะมาทำให้วุ่นวายเข้าไปกันใหญ่โต รู้จักพอเพียงบ้างนะ เป็นกำลังใจให้นายกฯ สมัคร สู้ๆ อย่ายอมแพ้พวกอันธพาล

ชั่วจริงๆ เลย พวกกบฏ ทำลายชาติ พวกนี้มันมีพรรค ปชป. ให้การสนับสนุน แล้วก็มีพ่อค้ายาเสพติด เจ้ามือหวย สื่อที่ไร้จรรยาบรรณ ข้าราชการ ทหารนอกรีต ให้การสนับสนุน มันทำกันเป็นขบวนการ” (ทหาร)

“พันธมิตรฯ ออกไป เราไม่ต้องการ เราเลือกรัฐบาลแล้ว พวกคุณไม่มีสิทธิ์” (กกา)

“เมื่อก่อนไม่ได้ชอบพันธมิตรฯ ไม่ได้เกลียดรัฐบาล ไม่เกลียดฝ่ายค้าน ถือว่าพันธมิตรฯ มีสิทธิ์ที่จะไม่ชอบใครๆ เหมือนคนทุกคน และมีสิทธิ์พูดคำหยาบคายด่าคนอื่นข้างถนนไปวันๆ

แต่วันนี้ความเป็นอันธพาลมันเกิดขึ้น ถามว่าถ้าเราไปทุบป้อมตำรวจ เราถูกจับไหม เราถูกจับ แต่พันธมิตรฯ ไม่ถูกจับ โปรดสังเกตกันดีๆ ว่าวันนี้มันเกินเส้นประชาธิปไตยหรือยัง หรือว่าหน้าที่ประชาชนนอกจากเลือกตั้งแล้วยังต้องไปชุมนุมเพื่อร่วมประท้วงกับเขาด้วย เพื่อแสดงว่าเราเป็นประชาธิปไตย ฟังข่าวพันธมิตรฯ บอกว่าถ้านายกฯ สมัคร ลาออก ก็จะขอหยุดชุมนุมชั่วคราว

แล้วถ้าเกิดไม่ชอบนายกฯ คนใหม่ ก็จะลุกขึ้นมาทำอย่างนี้อีกใช่ไหม แล้วเมื่อไรมันจะจบ สงสารในหลวง” (lovelylk)
“พวกคุณคิดบ้างไหม ทำให้ประชาชนเดือดร้อนแค่ไหน ก็ทำอะไรช่วยมีความคิดหน่อยนะคะ ถ้าแกนนำไม่มีผลประโยชน์เขาคงไม่มาประท้วงหรอกค่ะ แล้วที่ด่าคนอื่นไม่ดี แล้วคุณเชื่อก็เพราะคุณเปิดดูเเต่ ASTV แล้วเขาก็คงไม่บอกคุณหรอกว่าเขาได้ประโยชน์อะไร บอกแต่ทำตามกฎหมาย แต่พอศาลออกหมายมาก็ไม่ทำตาม

พอตำรวจบุกเข้าไปก็ฟ้องร้อง แล้วทีพวกคุณบุกยึด NBT ทำร้ายพนักงาน ไม่เห็นมีแกนนำตัวไหนออกมารับผิดชอบ แล้วที่พวกคุณเห็นแต่ตำรวจทำร้ายประชาชน แล้วคุณเห็นภาพที่พวก พธม. ทำร้ายตำรวจบ้างไหม” (ความคิด)

“ที่แท้ก็เป็นแผนของ ปชป. นั่นเองครับพี่น้อง...ตอนที่พรรค ปชป. ไปดูอาการของพวกพันธมิตรฯ ที่ได้รับบาดเจ็บ พวกคุณคิดว่าทำถูกแล้วหรือ...แล้วพวกตำรวจที่ปกป้องบ้านเมืองล่ะ ไม่เห็นสงสารพวกตำรวจบ้างเลย...ที่จริงเป็นแผนของพรรค ปชป. ทั้งนั้น...แล้วพวกคุณ พวกพันธมิตรฯ จะทำลายชาติไปถึงไหน...ไม่รู้หรือว่าตอนนี้บ้านเมืองกำลังแย่แล้ว...พวกนี้เกิดชาติหน้าไม่ต้องมีบ้านเมืองได้อยู่...ชาตินี้มีบ้านเมืองอยู่ยังทำลายกันได้...อย่าพูดว่า...รักชาติและกู้ชาติเลย พวกมารจริงๆ อายพวกหมาบ้างสิ...ไม่รู้ว่าจะเปรียบกับสัตว์แบบไหนดี...สัตว์มันยังรักเจ้านายเลย...สงสารบ้านเมืองมากๆๆๆ...รักพ่อหลวงกันแบบไหนไม่เข้าใจ...พวก 9 กบฏไม่มีสัจจะในตัวเอง” (เกลียดพันธมิตรฯ จนเกิน...)

“พวก 9 กบฏ ธาตุแท้ก็ออกมาจริงๆ ขนาดศาลสั่งแล้วยังไม่ฟัง อย่างนี้เขาจะเรียกว่าเป็นคนอยู่หรือเปล่า รักชาติหรือเปล่า หรือรักอำนาจกันแน่” (i)

“แล้วถ้าในอนาคตพันธมิตรฯ ไม่พอใจอะไรขึ้นมาอีก...ก็คงจะลุกขึ้นมาประท้วงอีกใช่มั้ย!!!...” (ไม่เอ่ยนาม)

“เมื่อก่อนพอไหว เดี๋ยวนี้มันชักจะเกินไป ยิ่งใหญ่คับฟ้ากันจริง หาญกล้า จะตั้งนายกฯ เอง โดยไม่ฟังเสียงคนส่วนใหญ่ หรือเมืองไทยกำลังจะเปลี่ยนแปลง” (*0*)

พันธมิตรฯ...ฟังเอาไว้ เพราะเหล่านี้ก็เสียงประชาชนเหมือนกัน ที่สำคัญเป็นเสียงบริสุทธิ์ที่ไม่ได้ผูกโยงกับผลประโยชน์ ไม่ได้ทำงานรับใช้ถวายหัวให้ใคร ไม่ได้จ้องทำลายใคร ไม่ได้อยากยิ่งใหญ่ ไม่บ้าเลือด ไม่กระหายอำนาจ และพอจะสัมผัสได้ว่ายังมีความรักชาติ ห่วงใยชาติ มากกว่าใครบางคนที่ปากว่าตาขยิบ

รัชฎาภรณ์ ม่วงทำ



อนุพงษ์ ยันใช้มาตรการเจรจา ไม่ให้สองฝ่ายปะทะกัน

อนุพงษ์ ยืนยัน กองทัพบกมีกรอบหน้าที่รับผิดชอบที่มีต่อรัฐบาล ส่วนปัญหาความขัดแย้งของรัฐบาล กองทัพบก ไม่มีหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้อง เป็นเรื่องของรัฐบาลที่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาของรัฐบาลเอง

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.) แถลงข่าว หลังการประชุมประเมินสถานการณ์เหตุปะทะรุนแรงระหว่างกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ(นปก.) กับกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ข้อสรุปว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) จะเนินการตามกรอบกฎหมาย และดำเนินภารกิจไม่ไม่ให้เกิดความสูญเสีย การแก้ปัญหาจะใช้หลายๆ มาตรการ เริ่มจากการที่จะสร้างความเข้าใจให้กับคนในชาติ เพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ยังมีหนทางที่จะแก้ปัญหาโดยใช้แนวทางเจรจาพูดคุยหรือใช้มาตรการที่เหมาะสม

ส่วนมาตรการในการดูแลเรื่องที่มีคนบางกลุ่มเข้ามาในพื้นที่กทม.และเกิดการปะทะกัน ในส่วนกองทัพภาคที่ 1 ดูแลได้โดยใช้มาตรการไม่ให้ทั้งสองฝ่ายมาปะทะกัน โดยจะปฎิบัติการด้วยการไม่



ตำรวจเตรียมดำเนินคดี “จิตตนาถ ลิ้มทองกุล” ลูกเจ๊กกบฏ

เลขานุการ รมว.มหาดไทย ชี้สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจหากผละงานร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ มีความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เผยเจรจาเรียบร้อยแล้วไม่มีการตัดน้ำตัดไฟ พร้อมดำเนินคดี “จิตตนาถ ลิ้มทองกุล” และแกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2 อีกกว่า 30 คนในข้อหากบฏ ปลุกระดม มีโทษถึงประหารชีวิต

นายศุภชัย ใจสมุทร เลขานุการ รมว.มหาดไทย โฆษกกระทรวงมหาดไทย แถลงถึงกรณีที่สหภาพแรงงงานรัฐวิสาหกิจต่างๆ จะดำเนินการตัดน้ำตัดไฟหน่วยงานราชการนั้น ทาง พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รมว.มหาดไทย ได้กำชับไปยังผู้ว่าการรัฐวิสาหกิจทั้ง 4 แห่งในสังกัดกระทรวงมหาดไทย ประกอบด้วย การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การประปานครหลวง (กปน.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ให้ไปดำเนินการเจรจากับกรรมการสหภาพแรงรัฐวิสาหกิจทั้ง 4 แห่ง ซึ่งได้รับการยืนยันจากผู้ว่าการรัฐวิสาหกิจทั้งหมดดังกล่าวว่า สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจจะไม่ดำเนินการตัดน้ำตัดไฟ หรือผละงาน ขณะเดียวกัน พนักงานรัฐวิสาหกิจทั้ง 4 แห่ง ยังยืนยันด้วยว่าจะไม่ไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตรฯ และจะไม่ดำเนินการใดๆ ที่ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน

นายศุภชัย กล่าวต่อว่า ในวันนี้ยังยืนยันว่า 4 สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจดังกล่าวจะไม่กระทำการใดๆ ให้เกิดความเดือนร้อนต่อประชาชน อย่างไรก็ตาม ทางผู้ว่าการรัฐวิสาหกิจดังกล่าวทั้ง 4 แห่งได้มีการเตรียมแผนไว้รองรับหากเกิดกรณีผิดพลาด โดยสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจไม่ทำตามข้อตกลงหากมีการผละงานเกิดขึ้น ได้มีการเตรียมพนักงานของแต่ละรัฐวิสาหกิจ ไปรับช่วงต่อดำเนินการได้ทันทีแล้ว พร้อมกันนี้ขอประชาสัมพันธ์ไปยังพนักงานที่เกษียณไปแล้ว และประสงค์ที่จะช่วยงานราชการ ให้แจ้งความประสงค์ไปยังต้นสังกัดเดิมเพื่อหากกรณีจำเป็นเกิดขึ้นก็สามารถเรียกตัวเข้ามาดำเนินการได้ทันที

“รมว.มหาดไทย ยังได้กำชับไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ ให้ประสานงานกับผู้การจังหวัดในการป้องกันไม่ให้เกิดความเดือดรอนร้อนกับประชาชน ผมขอวิงวอนไปยังสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ อย่าดำเนินการใดๆ ให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน รัฐวิสาหกิจก็เหมือนเป็นเพื่อนร่วมงานกับรัฐบาล ซึ่งขณะนี้มีการประกาศ พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินไปแล้ว หากสหภาพฯ ใดดำเนินการก็จะมีความผิด และจะถูกดำเนินการตามกฏหมาย ซึ่งการออกมาเตือนครั้งนี้ เป็นการเจรจาแบบสันติวิธี” นายศุภชัยกล่าว

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเจรจากับสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจในครั้งนี้ ทางรัฐบาลมีเงื่อนไขพิเศษอะไรหรือไม่ นายศุภชัยตอบว่า ไม่มีเงื่อนไขอะไร มีเพียงเงื่อนไขเดียวคือเพื่อบ้านเมือง

เลขานุการ รมว.มหาดไทย ยังกล่าวถึงสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีด้วยว่า ขณะนี้ทางสถานีโทรทัศน์เอเอสทีวี ได้ออกประกาศในทำนองว่า ผู้ที่เข้ามาร่วมชุมนุมแม้จะขัดต่อ พ.ร.ก.ก็จะมีโทษเพียงจำคุก 2 ปีเท่านั้น ซึ่งกรณีดังกล่าวประกาศโดย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง และพล.ต.จำลอง ได้ปลุกระดมในลักษณะเช่นนี้มาโดยตลอด ซึ่งเป็นการพูดความจริง 1 ใน 4 เท่านั้น ไม่ถึงครึ่ง เพราะความจริงการเข้าไปชุมนุมในสถานที่ราชการ นอกจากจะผิดต่อ พ.ร.ก.แล้ว ยังจะผิดในข้อหาบุกรุก และหากมีการฆ่าคนตายก็จะถูกดำเนินคดีฆ่าคนตายด้วย ซึ่ง พล.ต.จำลองเองก็ถูกออกหมายจับในข้อหากบฏ มีโทษถึงประหารชีวิต เมื่อซักว่ากรณีดังกล่าวรัฐบาลจะดำเนินการตัดสัญญาณเอเอสทีวีหรือไม่ นายศุภชัย ตอบว่า การดำเนินการดังกล่วเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการที่นายกรัฐมนตรีตั้งขึ้นตาม พ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินไปแล้ว

“ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังพิจารณาเพื่อดำเนินคดีต่อนายจิตตนาถ ลิ้มทองกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารเอเอสทีวี บุตรชายนายสนธิ ลิ้มทองกุล หนึ่งในแกนนำพันธมิตรฯ และแกนนำรุ่น 2 คนอื่นๆ อีกกว่า 30 คนในข้อหากบฏ และบุกรุกสถานที่ราชการด้วย” นายศุภชัยกล่าว



มท.สั่งผู้ว่าฯ จับตาสถานการณ์ ระงับขนปชช.เข้ากรุง


กระทรวงมหาดไทย สั่งการ ผู้ว่าฯ ติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด พร้อมสั่งการโดยใช้วิจารณาญาณ ในการระงับเหตุเพื่อไม่ให้เกิดการนองเลือดขึ้นอีก

นายพงศ์โพยม วาศภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ได้สั่งการโดยวิทยุราชการกระทรวงมหาดไทย ด่วนที่สุด ถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดว่า ตามที่รัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ในเขตกรุงเทพมหานคร ดังนั้น เพื่อการสนับสนุนจึงให้จังหวัดดำเนินการดังนี้

1.ให้ติดตามสถานการณ์และความเคลื่อนไหวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในกทม.อย่างโดยใกล้ชิด

2.ให้ตรวจสอบข่าวสารความเคลื่อนไหวของกลุ่มพลังมวลชน หรือปฏิกิริยาของประชาชนโดยใช้กลไกลของรัฐ ประชาสัมพันธ์ทำความเข้าใจ หากมีความขัดแย้งในพื้นที่ ให้รีบระงับและรายงานกระทรวงมหาดไทยโดยด่วน

3.หากมีการรวมตัวของมวลชนเพื่อเกินทางเข้ามายังกทม. ให้ประสานงานกับหน่วงงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อระงับยับยั้ง

4.ให้ดำเนินการเตรียมรับสถานการณ์ตามที่กระทรวงมหาดไทยสั่งการไปแล้ว ทั้งการรักษาความปลอดภัยสถานที่ราชการ จุดยุทธศาสตร์ ระบบสาธารณูปโภค โดยเฉพาะจังหวัดปริมณฑลให้เพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

5. ให้ทุกกองบังคับการ อาสารักษาดินแดน (อส.) จังหวัด และอำเภอ เตรียมพร้อมขั้นสูงสุด ห้ามลากิจ

6. ให้จังหวัดรายงานสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องให้กระทรวงมหาดไทยทราบ

นายพงศ์โพยม กล่าวว่า กระทรวงมหาดไทยยินดีให้ความร่วมมือกับรัฐบาล และได้ประสานไปยังผู้ว่าฯ ทั่วประเทศ ให้เฝ้าติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด แต่บางเรื่องแม้จะไม่มีคำสั่งออกไป แต่ขอให้ผู้ว่าฯ ใช้วิจารณญาณอย่างเต็มที่ในการทำงาน โดยไม่ต้องรอคำสั่ง.

“สมัคร”ลั่น รับผิดชอบทุกอย่างในฐานะหัวหน้าของรัฐบาล


นายกรัฐมนตรี ประกาศพร้อมรับผิดชอบทุกอย่างในฐานะหัวหน้าของรัฐบาล พร้อมย้ำ รัฐบาลไม่ได้อยู่เบื้องหลังของแนวร่วมประชาธิปไตยขับไช่เผด็จการแห่งชาติ แต่ทำเพื่อความสงบสุขและแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง

นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีได้ชี้แจงถึงเหตุผลของการประกาศใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน ก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และแนวร่วมประชาธิปไตยขับไช่เผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เมื่อคืนที่ผ่านมา เป็นเรื่องที่น่าเสียใจ และไม่ควรเกิดขึ้น ทั้งนี้ได้มอบหมายให้คณะกรรมการที่แต่งตั้งขึ้นตามพระราชกำหนดเป็นผู้สอบสวนและดำเนินการไต่สวนเรื่องนี้

โดยย้ำว่า การประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ จะใช้ระยะเวลาให้น้อยที่สุด เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศ ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันอีกว่า การประกาศใช้พระราชกำหนด ทำเพื่อการแก้ไขปัญหาของบ้านเมือง ไม่ใช่เพื่อตนเอง แต่ก่อนตัดสินใจประกาศใช้ ได้พิจารณาอย่างรอบคอบ และหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งเอกสารและข้อกฎหมายแล้ว และยืนยันว่า จะไม่มีการประกาศใช้กฎอัยการศึกอย่างแน่นอน

ขณะเดียวกัน ประกาศพร้อมกับรับผิดชอบต่อทุกอย่างในฐานะหัวหน้ารัฐบาล นายกรัฐมนตรี ยังเรียกร้องให้ทุกฝ่ายอย่าเอาความจริงทางตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนตัวจะนำเรื่องที่เกิดขึ้นมาศึกษาว่า การทำงานเพื่อบ้านเมืองกลับถูกโจมตี แต่กลับคนบางกลุ่มที่ทำให้เกิดความเสียหายกลับถูกเห็นใจและไม่แตะต้อง

นายกรัฐมนตรี ยืนยันอีกว่า หลังประกาศใช้พระราชกำหนดฉุกเฉินฯ แล้ว การชุมนุมไม่สามารถชุมนุมต่อไปได้ทั้งกลุ่มพันธมิตรฯ และ นปช. ย้ำรัฐบาลไม่ได้เลือกปฏิบัติ และไม่ให้ประชาชนเลือกข้าง อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี ยอมรับว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ อาจมีผลกระทบต่อการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. ต้องประสานกับทางกรุงเทพมหานครว่า จะเลื่อนการเลือกตั้งออกไปหรือไม่


2ม็อบปะทะนองเดือด!บาดเจ็บเพียบ-ตาย1ราย

2 ม็อบ “พันธมิตรฯ-นปก.” เปิดศึกปะทะเดือดกลางดึก ซัดกันนัว-มีเสียงปืนดังเป็นระยะๆ มีเจ็บอื้อ-ตายแล้ว 1 ราย เป็นชาย “นายก” เผยทราบข่าวแล้ว เชื่อตร.น่าจะคุมสถานการณ์ได้

วันที่ 2 ก.ย. 2551 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุการณ์ปะทะกันตั้งแต่ก่อนเที่ยงคืน ของคืนวันที่ 1 ก.ย. ต่อเนื่องถึงเช้ามืดวันที่ 2 ก.ย. โดยกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปก.) ได้ย้ายที่ชุมนุม โดยเคลื่อนขบวนจากสนามหลวงมาปักหลักที่บริเวณหน้า สน.นางเลิ้ง เพื่อเตรียมเข้ากดดันกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่มีเวทีปราศรัยอยู่ที่สะพานมัฆวานรังสรรค์

เมื่อเวลา 01.00 น. ทั้ง 2 ฝ่ายได้ตั้งแถวประจันหน้ากันบริเวณกองทัพบก และใกล้กับหน้าองค์การสหประชาชาติ หลังจากนั้นได้ตะโกนร้องด่ากันและมีการยิงหนังสติ๊ก ปาหิน ขวดน้ำ ขาดโซดา ใส่กัน ในที่สุดทั้ง 2 ฝ่าย ที่ถือไม้ถือไม้ วิ่งเข้าหากัน เกิดการปะทะกัน ประมาณกว่าร้อยคน จนมีผู้บาดเจ็บได้เลือดหลายราย

ล่าสุด เวลา 02.20 น. ศูนย์พงษ์เพชร รายงานว่า มีผู้บาดเจ็บ 34 คน ตาย 1 เป็นชายถูกกระแทกอย่างแรงที่บริเวณใบหน้า ปาก ยุบบวม มีผู้บาดเจ็บหนัก 4 คน ในจำนวนนี้ 2 คน ถูกยิงด้วยปืนที่ทรวงอก

ด้านนายวิภูแถลง พัฒนภูไท แกนนำฝั่งนปก. กล่าวว่า เราไม่ประสงค์ไปปะทะกับใคร แต่เรารับไม่ได้กับ 9 แกนนำที่มีความผิด และศาลออกหมายจับว่าเป็นกบฏ แต่ยังปลุกปั่นยุยงคนในชาติ ทำให้รัฐบาลบริหารประเทศได้ ทั้งนี้เราตัดสินใจร่วมกันว่า จะไปแสดงพลังให้พันธมิตรฯที่เหิมเกริมและย่ามใจ ว่าไม่พอใจกับพฤติกรรมของพันธมิตรฯ

นายวิภูแถลง กล่าวว่า เราประสงค์ให้เค้าถอนตัวจากทำเนียบฯ เพราะมันละอายเหลือเกิน เรามากดดันในทางจิตวิทยา ทั้งนี้ขอปฏิเสธว่าไม่ได้มีนายทรงศักดิ์ ทองศรี รมช.คมนาคมตามที่นายสุริยะใสระบุ แต่ยอมรับว่ามีนายอดิศร เพียงเกษ มาขึ้นเวที่นปก.เพื่อปราศรัย

“ยอมรับว่ามีตำรวจคอยดูแลอย่างดี แต่ช่วงที่เดินไปนั้น ทางฝั่งพันธมิตรฯได้ตอบโต้และมีการยิงปืนออกมา เค้าเตรียมพร้อม แต่ฝ่ายนปก.คือใสและซื่อเกินไป คิดว่าตำรวจคงยืนอยู่ตรงกลาง แต่พันธมิตรฯวิ่งมาจากซอยขวามือ คนของนปก.มีสาหัสหลายคน ส่วนเสธ.แดงก็ยอมรับว่าหลายครั้งมาสังเกตการณ์ที่เวทีนปก. แต่ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของนปก.”นายวิภูแถลงกล่าวและว่า เรายอมไม่ได้ที่จะปล่อยให้คนที่ถูกหมายจับเข้าไปยึดทำเนียบฯ เพราะขณะนี้มันอัปยศและน่าละอายที่รัฐบาลที่มาจากเลือกตั้ง แต่เค้าไปทำงานไม่ได้ เราต้องการกดดันให้ผู้ต้องหากบฏ ทั้ง 9 คน ต้องออกจากทำเนียบฯ

ทางด้านนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึงเหตุการณ์การปะทะกันระหว่างผู้ชุมนุม 2 ฝ่าย คือพันธมิตรฯและนปก. ที่บริเวณถนนราชดำเนินนอกว่า ได้รับรายงานถึงสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว และยังไม่มีการสั่งการอะไรเป็นพิเศษ เนื่องจากเชื่อว่าเจ้าหน้าที่ยังสามาถควบคุมตามวิธีการได้

เวลาประมาณ 02.00 น. พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้เดินทางไปถึงที่เกิดเหตุแล้ว พร้อมกับพล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผบ.ตร. ในฐานะรักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) และพล.ต.ต.สุชาติ เหมือนแก้ว รองผบช.น. ในฐานะที่ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ควบคุมความสงบเรียบร้อยการชุมนุม

ทั้งนี้ นายตำรวจระดับสูงทั้งหมดได้หารือกันกันอย่างเคร่งเครียด และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่งกำลังเข้าขัดขวางไม่ให้ผู้ชุมนุมทั้งสองฝ่ายปะทะกันอีกระลอก โดยฝั่งหนึ่งเป็นผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตร ขณะที่อีกฝั่งหนึ่งเป็นผู้ชุมนุมกลุ่มนปก. โดยตำรวจที่ตั้งแถวกั้นกลางอยู่มีประมาณ 500 นาย ทั้งหมดมีเพียงโล่พลาสติกเป็นเครื่องป้องกัน ไม่มีกระบองหรืออาวุธอื่นใด

อย่างไรก็ตามยังพบด้วยว่า นายสุทิน คลังแสง ส.ส.พรรคพลังประชาชน ได้เดินทางมาร่วมกับขบวนของนปก. และได้รับบาดเจ็บที่บริเวณหัวด้วย โดยนั่งรถแท๊กซี่ออกจากพื้นที่แล้ว



สื่อต่างชาติเผยคลิป พันธมิตรตีประชาชน

2 กันยายน 2551

รายงานข่าวจากสำนักข่าว France 24 เปิดเผยเหตุการณ์การรุมตีประชาชนโดยกลุ่มหัวรุนแรงภายใต้กองกำลังกบฏพันธมิตร สำนักข่าวดังกล่าวเปิดเผยด้วยว่า มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว 1 คน และมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมาก ท่านสามารถติดตามข่าวดังกล่าวได้จากเว็บไซต์
France 24

ยุทธการสุดท้าย ของพันธมิตร ทุ่มสรรพกำลังทุกอย่าง หากไม่ชนะก็ละลายทั้งกองทัพ


บทความ โดย ลูกชาวนาไทย

หากใครศึกษาตำราพิชัยสงคราม ของทั้งซุนหวู และเคล้าเชวิตซ์ ที่เป็นตำราพิชัยสงครามชั้นนำของโลก จะพบว่า สถานะการณ์ของ กลุ่มพันธมิตร ในขณะนี้เหมือนกับการ "ติดกับดักสงคราม" ถอยก็ไม่ได้ บุกไปข้างหน้าก็ไม่ได้ รอวันที่กองทัพจะค่อยๆ ถูกละลายไปทีละเล็กละน้อย โดยไม่ได้มีโอกาสรบกับศัตรูเลย

ต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่เคี่ยวกรำ จนนักรบที่ฮึกเหิมอย่างนักรบศรีวิชัย ค่อยๆ อ่อนกำลังลงไปเรื่อยๆ เพราะไม่มีวี่แววข้าศึกออกมาให้รบแตกหักสักที ตั้งกระบวนรบรอคอย เมื่อได้ยินเสียงโห่ร้อง หรือกลองศึกจากกองทัพของศัตรู แต่ก็เปล่า ไม่มีศัตรูสักคนโผล่มาให้เห็น สภาพเช่นนี้ จะทำให้กองทัพที่ฮึกเหิม ค่อยๆ อ่อนล้าลงไปเรื่อยๆ เพราะไม่รู้ว่ากำลังรบกับใคร

จะรบแตกหัก ก็ไม่รู้จะรบกับใคร

นายสนธิ ลิ้มทองกุล เคยประกาศในสัปดาห์ที่แล้วว่า "หากพวกเราสามารถยื้อได้จนถึงวันอาทิตย์ พวกเราก็ชนะอย่างแน่นอน" แต่เมื่อถึงวันอาทิตย์ก็ไม่มีวี่แววว่าจะชนะ จนขณะนี้ขึ้นอาทิตย์ใหม่แล้ว ชัยชนะก็ยังมองไม่เห็น หรือมีวี่แววว่าจะมองเห็นเลย

ตอนนี้ทำเนียบรัฐบาล ที่ึิคิดว่าเป็น "ชัยภูมิเผด็จศึก" ก็กลายเป็น "ชัยภูมิมรณะ" ที่เข้าไปยึดแล้่วถอนออกมาไม่ได้ แกนนำ เหมือนกับโดนล่อให้ไปติดกับดัก ในพื้นที่แคบๆ แ้ล้วถูกขังอยู่ในนั้น ออกมาไม่ได้ เพราะโดนชะนักติดหลังเรื่องหมายศาล "ข้อหากบฎในราชอาณาจักร" ที่เป็นข้อหาร้ายแรง มีโทษถึงประหารชีวิต หนักกว่าข้อหาต่างๆ ที่พยายามโยนให้ทักษิณอีก คาดว่าแกนนำทั้งเก้าคนจะลำบากไปอีกหลายปี

ตอนนี้ผมจึงไม่คิดว่ารัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช จะเพลี้ยงพล้ำทางการเมืองแต่อย่างใด เพราะไม่มีประเด็นใดที่รัฐบาลต้องยอมทำตามข้อเรียกร้องของพันธมิตร ไม่ว่าจะเป็นการลาออกจากตำแหน่งนายกฯ หรือ การยุบสภา

เมื่อทหารไม่ทำรัฐประหาร ทุกอย่างก็ไม่ใช่แรงกดดันต่อรัฐบาล

การยึดทำเนียบของพันธมิตร ไม่ได้สร้างแรงกดดันให้รัฐบาลจนทำงานไม่ได้ ต้องรีบสลายม็อบในทันที

การเปิดสภา เพื่อให้มีการอภิปรายกันเมื่อวานนี้ ก็ทำให้ประชาชนเห็นกันอย่างจะจะว่า ใครบ้างที่สนับสนุนพันธมิตร ให้ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง จนเกิดวิกฤตอยู่ในขณะนี้



ตอนนี้ผมว่า พันธมิตร เร่งระดมสรรพกำลังทุกอย่างเข้าเผด็จศึก ในรูปแบบการกระทำที่แทนจะเรียกได้ว่า ค่อนข้างเสียสติแล้ว การบัญชาการรบเป็นไปอย่างสะเปะสะปะ สภาพเช่นนี้ เหมือนลูกธนูที่ปล่อยออกไปจนสุดกำลังแล้ว มีแต่จะตกลงไป เพราะหมดแรง การระดมกำลังรบอย่างแตกหักอย่างที่เห็นขณะนี้ เปรียบเสมือนว่าจะเป็น การรวบรวมเรี่ยวแรงครั้งสุดท้าย หากไม่ชนะ กองทัพก็ละลายไปเลย

การบุกยึดสนามบินภูเก็ตและหาดใหญ่ รวมทั้งการให้พนักงานรัฐวิสาหกิจ ตัดน้ำตัดไฟหรือหยุดงานประท้วงนับว่าเป็นการกระทำแบบสิ้นคิด ไม่ได้มีผลดีต่อการชักจูงมวลชนได้เลย

การกระทำเช่นนี้ ภายใต้เงื่อนไขที่ยังไม่สุขงอม จะทำให้กระแสตีกลับทันที

เพราะคนที่เดือดร้อนจริงๆ นั้นคือ คนที่สนับสนุนพันธมิตรนั่นเอง

เราจะเห็นได้ว่าการบุกยึดสนามบิน หรือการปิดถนนนั้น พันธมิตรและผู้สนับสนุน ไม่สามารถทำในภาคอื่นได้ เช่น ภาคอีสาน หรือภาคเหนือ เพราะไม่มีฐานมวลชนสนับสนุน หากขืนไปทำ อาจโดนตอบโต้ แบบที่เคยเกิดขึ้นในจังหวัดอุดรธานี กลุ่มพันธมิตรก็เลยต้องระดมมวลชนในพื้นที่ที่สนับสนุนตนเอง เพื่อปิดสนามบิน หรือปิดถนน หรือแม้แต่การหยุดเดินรถไฟ

แต่พันธมิตรคงลืมไปว่า การทำอย่างนั้น คนที่เดือดร้อนส่วนใหญ่คือ ฐานเสียงที่สนับสนุนตัวเองนั่นเอง

การปิดสนามบินนั้นเท่ากับการทำลายการท่องเที่ยวที่เป็นรายได้หลักของภาคใต้โดยตรง คนที่เดือดร้อน ไม่ใช่มวลชนที่เป็นฐานเสียงของพรรคพลังประชาชน แต่เป็นฐานเสียงของกลุ่มพันธมิตร หากพูดตรงๆ ก็คือ ฐานเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ นั่นเอง

การประกาศเปิดตัว พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ที่คิดว่าจะเป็นไม้เด็ด ปลอบใจสมัครพรรคพวกว่า เราได้นักรบอันดับหนึ่ง เข้ามาเป็นพวกแล้ว ต้องสามารถโจมตีรัฐบาลให้แตกกระจายได้แน่

แต่พันธมิตรหาได้ตระหนักไม่ว่า พล.อ.พัลลภ นั้นขึ้นชื่อในการใช้การรบนอกแบบ ซึ่งเหมาะที่จะทำกับศัตรูของประเทศมากกว่า ที่จะมาใช้ในสงครามมวลชน

ดังนั้น หากมีการระเบิด หรือมีการเผาสถานที่ใด แทนที่คนจะโทษรัฐบาลคนก็จะหันไปมอง พล.อ.พัลลภแทน เพราะประชาชนย่อมมีภาพในใจของตนอยู่



หากเราวิเคราะห์ลึกลงไปถึงองค์ประกอบของม็อบพันธมิตรแ้ล้ว แทบทั้งหมดเป็นคนที่สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ และม็อบส่วนใหญ่ เป็นคนใต้+ฐานเสียง สส.ปชป. ภาคอื่นๆ เล็กน้อย+สาวกสันติอโศก

พูดให้ตรงๆ ความวุ่นวายทางการเมืองครั้งนี้มาจาก "คนภาคใต้ที่สนับสนุนประชาธิปัตย์ทั้งนั้น" มวลชนที่เข้าร่วมส่วนใหญ่ก็เป็นพวกพรรคประชาธิปัตย์ คนเหล่านี้ "เชียร์พรรคการเมืองของตนเอง" เพื่อให้แย่งอำนาจบริหารประเทศมาให้ได้ แต่ไม่สามารถได้มาด้วยวิถีทางประชาธิปไตย เพราะเสียงของ ปชป. ในภาคใต้ไม่พอที่จะชนะเลือกตั้ง คนภาคอื่นก็ไม่เอา ปชป. ดังนั้น อนาคตทางการเมืองของ ปชป. จึงไม่มี เมื่อเกิดความคับข้องใจมากๆ เข้า ก็สร้างความวุ่นวายไปทั่ว

ตอนนี้ ผมว่า ความเดือดร้อนทั้งหลายที่ พันธมิตร ก่อขึ้นจะส่งผลกระทบต่อคนที่สนับสนุน พธม.โดยตรง

เศรษฐกิจ ตกต่ำ "คนชั้นกลางในเมืองหลวง" จะได้รับผลกระทบมากที่สุด" แน่นอนมีบางส่วนที่เป็นจำนวนมากที่ไม่ได้สนับสนุน พธม. แต่ต้องถือว่าคนชั้นกลางกลุ่มใหญ่ทีเดียวที่สนับสนุน พธม.

การปิด สนามบินภาคใต้ ของ พธม. เท่ากับเป็นการ "ทุบหม้อข้าว" ของฐานเสียงพรรคประชาธิปัตย์เอง เพราะได้รับผลกระทบจากการท่้องเที่ยวอย่างเต็มที่ คนใต้ที่อยู่ในภาคธุรกิจการท่องเที่ยวรับไปเต็มๆ และผลเสียจะเกิดขึ้นอย่างยาวนาน คนก็จะไม่กล้าไปเที่ยวภาคใต้

แต่จะขึ้นเชียงใหม่ หรือ อีสานที่สงบสุขแทน

ดัง นั้น ผมจึงคิดว่า "คนเหนือและคนอีสาน" จะต้องปกป้องแหล่งทำมาหากินของตนเอาไว้ ไม่ใ้ห้ พันธมิตรไปก่อกวนให้ได้ หากจำเป็น "อุดรโมเดล" ก็เป็นสิ่งที่จำเป็น ไม่ต้องไปแคร์ฺอะไรกับคนชั้นกลาง และนักวิชาการที่สนับสนุน พันธมิตรทั้งสิ้น เมื่อโดนรุกราน ก็ต้องโจมตีตอบโต้

เศรษฐกิจในปีนี้ ผมคิดว่า "ราคาข้าว" ค่อนข้างดีพอสมควร ทำให้คนรากหญ้าส่วนใหญ่ไม่ได้รับความเืดือดร้อนมากมายนัก ยังพออยู่กันได้

คนยากจนใน กทม. เช่น มอร์เตอไซด์รับจ้างก็ปรับตัวได้ เช่น ไปรับส่งม็อบพันธมิตร ถือโอกาสรับทรัพย์ไป แปรวิกฤตให้เป็นโอกาส

ถึง อย่างไร ทหารก็ไม่ออกมาทำรัฐประหาร การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองต้องเกิดขึ้นจากรััฐสภา ซึ่งเสียงส่วนใหญ่ โดนล็อกไว้หมดแล้ว จะยุบสภาอย่างไรมันก็เหมือนเดิม

ทหาร ไม่ใช่ผู้เล่นหลักอีั่กต่อไป แต่เป็นแค่ "ตาอยู่" แบบบรรหาร ที่ใครชนะก็เข้าข้างนั้น ดังนั้น ทหารก็ประเมินได้แล้วว่า ถึงอย่างไร พวกอำมาตยาธิปไตยก็ไม่ชนะ ทหารนั่งเฉยๆ ดีกว่า

การโยกย้ายก็พอใจ แล้ว งบลับ งบซื้ออาวุธก็ได้แล้ว ไม่มีอะไรที่ทหารอยากได้มากกว่านี้ เพราะทำรัฐประหารมา ก็เป็นนายกฯ ไม่ได้ แถมต้องรับบทหนังหน้าไฟอีก รบกับฝ่ายประชาธิปไตย และชาวโลกทั้งหลายอีก

สู้อยู่เฉยๆ ปล่อยให้ตีกันไปดีกว่า

สรุป ตอนนี้ สมัคร แค่รักษาตัวให้รอดไปในช่วงนี้ "อึดเ้ข้าไว้" ก็จะผ่านความโกลาหลไปได้


ปล่อยให้ พธม. แพ้ภัยตัวเองไปดีกว่า

ผมว่าสิ่งที่ฝ่ายประชาธิปไตย ควรทำในขณะนี้ จึงไม่ใช่การเร่งให้รัฐบาลสลายม็อบพันธมิตร แต่ให้ปล่อยไว้อย่างนั้น จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม เพราะการสลายม็อบ ไม่เกิดประโยชน์ หากเงื่อนไขสงครามยังไม่หมด ม็อบก็ก่อตัวขึ้นมาได้เสมอ สู้ปล่อยให้ม็อบทำลายความชอบธรรมของตนจนหมดสิ้น ประชาชนไม่สนับสนุนดีกว่า เพราะจะทำให้ม็อบแพ้อย่างถาวร

ตอนนี้ผมว่าพวกเรา ชุมนุมกันเพื่อให้กำลังใจรัฐบาลดีกว่า เอาดอกไม้ ข้าวปลาอาหารไปให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ หรือชุมนุมตามศาลากลางต่างๆ เพื่อให้กำลังใจรัฐบาล เพื่อให้สังคมโลกเห็นว่า ประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาลนั้นมีมากกว่าม็อบพันธมิตรที่ยึดทำเนียบอยู่อย่างผิดกฎหมาย

นี่จึงเป็นการ รุกทางยุทธศาสตร์ต่อกองทัพที่เสียความชอบธรรมอย่างพันธมิตร อย่างแท้จริง

จาก thaifreenews

ประภัสร์ ประกาศคว้าชัยชนะสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.

กรุงเทพฯ 2 ก.ย.- “ประภัสร์” พกความมั่นใจลงสมัครผู้ว่าฯ กทม.ได้หมายเลขประจำตัวเบอร์ 10 มั่นใจคว้าชัยชนะสนามเลือกตั้ง กทม. ไม่หนักใจผลโพลที่คู่แข่งมีคะแนนนิยมสูง ขณะที่ พปช.ตั้ง “สันติ-มิ่งขวัญ-วิชาญ” เป็นคณะทำงานรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง

นายประภัสร์ จงสงวน อดีตผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เดินทางมายังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เพื่อเตรียมสมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการ กทม.ก่อนเวลา 07.00 น. ทันทีที่พบกับสื่อมวลชน ให้สัมภาษณ์ว่า ความตั้งใจลงสมัครผู้ว่าฯ ครั้งนี้ เนื่องจากเป็นคนกรุงเทพฯ จึงมีความฝันที่อยากจะทำอะไรให้กรุงเทพฯ สำหรับตนไม่เคยอยู่ในแวดวงการเมือง จึงไม่ขอตอบในเรื่องการเมือง จะทุ่มเทหาเสียงในช่วง 30 วัน ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่สั้นมาก แต่ไม่หนักใจ เพราะเชื่อว่าประสบการณ์ทำงานกว่า 20 ปี ก็จะพิสูจน์ให้ประชาชนเห็นถึงการบริหารงานของตน

ต่อข้อถามว่าผลโพลระบุว่านายอภิรักษ์ โกษะโยธิน มีคำแนนนิยมสูงสุด นายประภัสร์ กล่าวว่า ไม่หนักใจกับผลโพล หากไม่มั่นใจก็คงไม่มาสมัคร ซึ่งการหาเสียงจะนำข้อมูลต่าง ๆ มาใช้ให้เกิดประโยชน์ การลงสมัครครั้งนี้ตนใช้เวลาคิดนาน ส่วนนโยบายหาเสียงนั้น จะไม่เน้นที่การแก้ปัญหาจราจรอย่างเดียว แม้ว่าจะมีประสบการณ์เรื่องรถไฟฟ้า อยากเห็น กทม.เป็นเมืองที่อยู่สบาย ทันสมัย ระบบขนส่งดี สิ่งแวดล้อมดี และเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ ซึ่งตนเคยมีประสบการณ์การทำงานกับต่างชาติ เชื่อว่าจะประสานกับหน่วยงานต่าง ๆ ได้ดี

ผู้สื่อข่าวถามถึงการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ (นปช.) หากมีโอกาสเข้ามาแก้สถานการณ์ในฐานะผู้ว่าฯ กทม.จะทำอย่างไร นายประภัสร์ กล่าวว่า ทุกอย่างในบ้านเมืองจะต้องมีกฎหมายเป็นหลักเกณฑ์ หากไม่เคารพกฎหมายก็วุ่นวาย สิ่งสำคัญต้องคำนึงถึงความเชื่อมั่นของต่างชาติด้วย เพราะกระทบต่อความเชื่อมั่นของชาวต่างชาติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายวิชาญ มีนชัยนันท์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เดินทางมาให้กำลังใจนายประภัสร์ พร้อมกล่าวว่า พรรคพลังประชาชน (พปช.) มีมติให้นายสันติ พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เป็นผู้อำนวยการเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ของ พปช.ในครั้งนี้ และให้นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นผู้อำนวยการนโยบายประชาสัมพันธ์การเลือกตั้งผู้ว่า กทม. ของ พปช. ส่วนตนรับหน้าที่ฝ่ายประสานงานในพื้นที่ กทม. ซึ่งคณะทำงานทั้ง 3 คน จะดำเนินการเตรียมการรณรงค์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. โดยชูจุดเด่นที่ตัวนายประภัสร์ เคยผ่านงานด้านระบบขนส่งมวลชน และมีประสบการณ์การทำงานใน กทม.มานาน รวมทั้งความรู้ความสามารถ และนายประภัสร์ เอง ก็เป็นคนติดดิน ไม่เคยมีปัญหาในองค์กร และไม่คาดหวังเรื่องคะแนนเสียง ขึ้นอยู่กับประชาชนที่จะเทคะแนนให้นายประภัสร์ หรือไม่ โดยจะใช้ความสามารถของนายประภัสร์ ให้ประชาชนตัดสินใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า พปช.อาจเป็นรองในพื้นที่ กทม. นายวิชาญ กล่าวว่า ช่วงนี้เพิ่งเปิดตัวผู้สมัคร ยังไม่สามารถประเมินสถานการณ์เบื้องต้นได้ว่าใครเป็นรอง ใครเป็นต่อ ผู้สมัครบางคนก็อาจมีผลงานมาก่อน แต่ผู้สมัครของ พปช. ก็มีประสบการณ์และผลงานในเรื่องการแก้ปัญหาจราจร

ด้านนายประภัสร์ ได้จับสลากหมายเลขประจำตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม.ได้หมายเลข 10 พร้อมกล่าวว่า มั่นใจที่จะเอาชนะคู่แข่งในการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ได้ โดยคิดว่าเมื่อตัดสินใจมาลงแข่งแล้ว จะมีทางเอาชนะได้แน่นอน แต่ทั้งนี้ ไม่คิดจะแข่งขันกับใคร ให้ประชาชนตัดสิน ส่วนนโยบายในการบริหาร กทม.นั้น จะทำให้คนกรุงเทพฯ มีความสุข มีความน่าอยู่ ทั้งเรื่องการเดินทางสัญจร การขนส่ง การเดินทางต่อเชื่อมไปยังพื้นที่ต่าง ๆ และเน้นทำงานโครงการระยะยาว แต่ขึ้นอยู่กับประชาชนจะต้องการอะไร โดยนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ให้อิสระแก่ตนเองเต็มที่เกี่ยวกับนโยบายต่าง ๆ พร้อมกับกล่าวด้วยว่า การมาลงสมัครครั้งนี้ เป็นการสานฝันตนเองที่เป็นชาวกรุงเทพฯ อยากพัฒนากรุงเทพฯ และทำให้คนกรุงเทพฯ มีความสุข แต่สาเหตุเพิ่งลงสมัครเพราะรอจังหวะ ส่วนที่ไม่ได้มาเมื่อวานนี้ เพราะเป็นลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ ซึ่งมีกฎระเบียบที่ต้องปฏิบัติให้เรียบร้อย จึงจะลงสมัครได้ ส่วนการหาเสียงยังไม่ได้สรุป เพราะต้องรอดูสถานการณ์บ้านเมือง หลังทราบหมายเลขกองเชียร์มารอที่หน้าศาลาว่าการ กทม. พร้อมทีมงานจากพรรคพลังประชาชนจำนวนมาก นั่งรถแห่พากันไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เช่น วัดพระศรีรัตนศาสดาราม ศาลเจ้าพ่อหลักเมือง. -สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-09-02 10:34:48

สมัคร ให้กำลังใจเปิดตัว ประภัสร์ สมัครผู้ว่าฯ กทม.

กรุงเทพฯ 2 ก.ย.- “สมัคร” เดินทางให้กำลังใจและเปิดตัว “ประภัสร์” ลงสมัครชิงผู้ว่าฯ กทม.ชูเป็นคนหนุ่ม ทันสมัย กล้าหาญ มีประสบการณ์ เปิดโอกาสให้หาเสียงได้อย่างเสรี ส่วน พรก.ฉุกเฉินไม่กระทบต่อการหาเสียงของผู้สมัคร ระบุใช้ไม่นานต้องยกเลิก

เวลา 07.20 น.นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เดินทางมายังศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร (กทม.) มีนายพงศ์ศักติฐ์ เสมสันต์ ปลัด กทม. และข้าราช กทม.ให้การต้อนรับ จากนั้น นายสมัคร เดินเข้ามาภายในห้องต่าง ๆ ของศาลาว่าการ กทม. อย่างคุ้นเคย พร้อมเอ่ยปากว่าศาลาว่าการ กทม. มีความเปลี่ยนแปลงไปมาก สวยงามขึ้น

จากนั้น นายกรัฐมนตรี แถลงเปิดตัว นายประภัสร์ จงสงวน ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ที่ห้องเจ้าพระยา โดยกล่าวว่า ไม่ว่าสถานการณ์วันนี้จะเป็นอย่างไร ตนรับปากกับนายประภัสร์ว่า จะมาให้กำลังใจ จึงเดินทางมา เมื่อวานนี้ (1 ก.ย.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เดินทางมาให้กำลังใจ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.และให้สัมภาษณ์ทางสื่อต่าง ๆ ด้วย วันนี้ตนจึงต้องมาไม่ว่าจะเกิดสถานการณ์อะไร โดยพรรคพลังประชาชนตกลงใจเลือกนายประภัสร์ เพราะเคยเห็นการทำงานและนายประภัสร์ เคยเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของตนมาก่อน อย่างไรก็ตาม วานนี้ตั้งใจจะมาสมัครตอนบ่ายเพื่อให้ได้หมายเลขประจำตัวผู้สมัครเป็นเบอร์ 9 แต่ทราบข่าวว่ามีผู้สมัครได้เบอร์ 9 ไปแล้ว จึงมาในวันนี้แทน

“นายประภัสร์เป็นคนหนุ่ม ทันสมัย กล้าหาญ ซึ่งพรรคจะให้เสรีภาพในการกำหนดนโยบายหาเสียงเต็มที่ พรรคจะไม่ไปกวดขัน ขี่คอ แต่จะมีคณะทำงานเข้าไปช่วยหาเสียง วันนี้เปิดตัวเฉพาะคนสมัครผู้ว่าฯ ส่วนรองผู้ว่าฯ 4 คนนั้น ถ้าจะเปิดตัวก็ต้องลาออกจากตำแหน่งเดิมก่อน สำหรับนโยบายในการหาเสียงเลือกตั้งของ พปช.เสนอผู้บริหารที่มีความสามารถ ส่วนรายละเอียดให้เป็นอิสระในการหาเสียง” นายสมัคร กล่าว

เผย พรก.สถานการณ์ฉุกเฉินใช้ไม่นานยังหาเสียงได้

ผู้สื่อข่าวถามว่า ระยะเวลาหาเสียง 30 วันน้อยไปหรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่าเลือกตั้งในต่างประเทศให้เวลาหาเสียงเพียง 20 วันก็ยังหาเสียงกันไม่ใช่ปัญหา ต่อข้อถามว่าการประกาศพระราชกำหนดบริหารราชการแผ่นดินฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) จะกระทบกับการหาเสียงเลือกตั้ง ผู้ว่าฯ หรือไม่ นายสมัคร กล่าวว่า จะกระทบอย่างไร ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า เรื่องการห้ามชุมนุมเกินกว่า 5 คน มีผลต่อการหาเสียงหรือไม่ นายสมัครกล่าวว่า เรื่องนั้นจะไปดูข้อกฎหมายจะเปิดช่องให้มีการหาเสียงได้ แต่ พรก.ฉุกเฉินอาจใช้ไม่กี่วัน ก็ต้องยกเลิก

ผู้สื่อข่าวถามถึงสนามเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ว่าผลโพลระบุ พปช.อาจเป็นรอง ซึ่ง นายสมัคร ถามกลับผู้สื่อข่าวทันทีว่า รู้ได้อย่างไรว่าเป็นรอง แต่โพลของ พปช.ไม่เป็นรอง อย่างไรก็ตาม นายสมัคร ปฏิเสธให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับการออก พรก.ฉุกเฉิน และกรณีการปะทะของกลุ่มผู้ชุมนุม 2 ฝ่ายเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา กล่าวเพียงว่าจะแถลงข่าวใน 2 เรื่องนี้ ที่กองบัญชาการกองทัพไทยเวลา 09.00 น.วันนี้

“สมัคร” อารมณ์ดี มีแซวเจ้าหน้าที่ กทม.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังจบการแถลงข่าวผู้สื่อข่าวได้สอบถามนายสมัคร ว่าวันนี้นายกรัฐมนตรีดูท่าทางอารมณ์ดี นายสมัคร กล่าวว่า “ผมอารมณ์ไม่ดีตั้งแต่เมื่อไร ผมไม่ได้นอนเลยทั้งคืนและได้ทำหน้าที่ของผม” ทั้งนี้ ก่อนที่นายสมัคร จะเดินออกจากห้องเจ้าพระยา นายสมัคร ได้แวะไปที่มุมของว่าง พร้อมกับหยิบแซนด์วิส พายใส้กรอกใส่กล่อง โดยบอกว่าจะเอาไปทานบนรถ จากนั้นนายสมัคร เดินทางไปที่ห้องรัตนโกสินทร์ ซึ่งเป็นห้องรับสมัครเลือกตั้ง และพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ กทม.โดยแซวถึงทรงผม และสีผม เจ้าหน้าที่รับสมัครผู้ว่าฯ ก่อนที่จะเดินทางกลับ โดยเปลี่ยนรถคันใหม่เดินทางออกจากศาลาว่าการ กทม.เวลา 07.50 น.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การเดินทางมาสมัครเลือกตั้งผู้ว่าของนายประภัสร์ ได้นำ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ของ พปช.พร้อมกองเชียร์จำนวนหนึ่ง มาร่วมให้กำลังใจที่หน้าลานคนเมืองด้วย .-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-09-02 10:22:15