โผรายชื่อครม.สมชาย 1 จะเข้าตา? หรือไม่เข้าตา? นายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์ หัวหน้ารัฐบาลประกาศขอรับผิดชอบแต่ผู้เดียว ในฐานะนายกฯมือใหม่ “สมชาย” พร้อมจะเดินหน้าทำงานแก้ปัญหาของบ้านเมืองอย่างเต็มกำลัง เพื่อให้ทุกปัญหาที่ติดค้างลำกล้องได้รับการแก้ไขอย่างรวดเร็ว “แม่ลูกจันทร์” ขอฝากปัญหาใหญ่ 2 เรื่องให้นายกฯสมชายพิจารณา ปัญหาแรกคือ “ยาบ้า” ภัยใกล้ตัวที่ทำลายอนาคตของคนไทย เพราะขณะนี้ยาบ้ากำลังกลับมาระบาดกันอย่างมโหฬาร มีการขนยาบ้าเข้ามากระจายในกรุงเทพฯ แทบทุกตรอกซอกซอย หลังจาก 5 ปีก่อน “อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร” ประกาศสงครามยาบ้าจนราบคาบเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ น่าเสียดาย 2-3 ปีที่ผ่านมา การปราบขบวนการค้ายาบ้า รู้สึกว่าจะไม่เต็มลูกสูบเท่าที่ควร วันนี้ ปัญหายาบ้ากำลังยกระดับกลับมาเป็นวิกฤติสังคมไทย!! เมื่อก่อนขบวนการค้ายาบ้าจะทะลักเข้ามาทางภาคเหนือทางเดียว แต่เดี๋ยวนี้ขบวนการค้ายาบ้าไหลบ่าเข้ามาจากทุกทิศทุกทาง มียาบ้านับร้อยล้านเม็ดสต๊อกอยู่ตามตะเข็บชายแดนรอขนเข้าประเทศไทย รูปแบบการขนยาบ้าก็แนบเนียนยากแก่การจับกุม การกระจายยาบ้าจากผู้ขายถึงผู้ซื้อก็สะดวกโยธิน เมื่อยาบ้าหาซื้อได้ง่ายจำนวนผู้เสพรายใหม่ก็เพิ่มขึ้นทุกวัน คนที่เคยเลิกยาบ้าไปแล้วก็หวนกลับมาติดยาบ้าซ้ำรอยเดิม จำนวนคนที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเครือข่ายค้ายาบ้าก็เพิ่มมากกว่าเก่าอย่างน่าตกใจ “แม่ลูกจันทร์” ขอกระชุ่น “นายกฯสมชาย” ให้เทกแอ็กชั่นประกาศสงครามปราบปรามขบวนการค้ายาบ้าอย่างเข้มข้นขุดรากถอนโคน ยัง...ยังมีอีกวิกฤติที่รอพิสูจน์ฝีมือ นายกฯคนใหม่ คือวิกฤติไฟใต้ที่บานทะโร่ มาแล้ว 4 ปี “แม่ลูกจันทร์” ไม่คาดหวังว่า “สมชาย” จะดับไฟใต้ได้ด้วยตัวเอง เพราะถ้าแก้ได้ง่ายๆ คงไม่ยืดเยื้อผ่านมือนายกฯมาแล้ว 3 คน!! แต่ประเด็นที่ “สมชาย” ต้องระวังคือรัฐบาลต้องไม่หลวมตัวไปเจรจากับกลุ่มผู้ก่อ การร้ายโดยตรง!! เพราะจะเป็นการรับรองสถานะของโจรก่อการร้ายทันที ส่วนใครจะอาสาเจรจาก็เป็นเรื่องส่วนตัว ไม่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล อย่างที่ล่าสุด มีการเปิดเวทีเจรจา 3 เส้า เพื่อแก้ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ของไทย ที่เมืองโบกอร์ ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งได้เชิญผู้แทนกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบชื่อ “นายวาห์ยุดิน มูหะหมัด” และตัวแทนฝ่ายไทยคือ “พล.ท.ขวัญชาติ กล้าหาญ” อดีตแม่ทัพภาค 4 โดยมีรองประธานาธิบดีอินโดนีเซีย “นายยูซุฟ คัลลา” ในฐานะคนกลางเป็นโต้โผเจรจา ถ้าการเจรจาที่อินโดนีเซียเป็นเจ้าภาพ เกิดผลทางปฏิบัติสามารถยุติความไม่สงบใน 3 จังหวัดภาคใต้ได้จริงก็เป็นเรื่องที่ดี ก็ต้องขอบคุณรัฐบาลอินโดนีเซียที่รับอาสาเข้ามาช่วยแก้ปัญหาของเรา แต่ถ้าการเจรจาล้มเหลว ก็ไม่เกี่ยวกับรัฐบาลไทย “แม่ลูกจันทร์” ขอย้ำว่าการเจรจา 3 เส้า โดยมีประเทศที่ 3 เป็นตัวกลาง ก็ไม่แน่ว่าจะสำเร็จเสมอไป อดีตนายกฯมาเลเซีย “มหาเด่” ก็เคยเป็นเจ้าภาพเจรจา 3 เส้ามาแล้วเช่นกัน ปรากฏว่าไม่ได้ผล เพราะคนที่เป็นตัวแทนเจรจาไม่ใช่หัวหน้าโจรตัวจริง หรือเหมือนที่ “บิ๊กเหวียง” พล.อ.เชษฐา ฐานะจาโร เอาใครก็ไม่รู้ที่อ้างว่าเป็นหัวหน้าสูงสุดขบวนการแบ่งแยกดินแดน ไปออกทีวีประกาศหยุดยิงจนขำกลิ้งกันทั้งเมือง ล่าสุด “บิ๊กจิ๋วหวานเจี๊ยบ” ก็ออกมาประกาศความสำเร็จว่าได้เจรจากับหัวหน้าโจรก่อการร้ายตัวจริง ตกลงจะยุติการก่อเหตุร้ายใน 3 จังหวัดภาคใต้อย่างแน่นอนตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม เป็นต้นไป “บิ๊กจิ๋ว” พูดอะไร ฟังหูไว้หูซะก่อนนะโยม. แม่ลูกจันทร์



เบี้ยวนักรบ คบไม่ได้ 
สืบเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งภายในพรรคเพื่อแผ่นดิน และพรรคมัชฌิมาธิปไตย เรื่องการแก่งแย่งชิงตำแหน่งรัฐมนตรีกันเองภายในพรรค จนทำให้การจัดโผรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ที่พยายามเร่งรัดให้เสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อสยบปัญหาการเมืองภายในพรรคพลังประชาชน และเร่งทำผลงานรัฐบาลออกมาโชว์เพื่อสยบข่าวนอมินีนั้น 
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี กล่าววานนี้ (
เมื่อเวลา 11.00 น. วันนี้ (23 ก.ย.) ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นายบุญรอด ตันประเสริฐ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา เจ้าของสำนวนทุจริตจัดซื้อกล้ายางพารา 90 ล้านต้น พร้อมองค์คณะจำนวน 9 คน นัดพิจารณาคดีครั้งแรกในคดีหมายเลขดำที่ อม. 4/2551 ที่ ป.ป.ช.เป็นโจทก์ฟ้องนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) นายเนวิน ชิดชอบ อดีต รมช.เกษตรฯ ในฐานะเป็นผู้ริเริ่มโครงการ นายวราเทพ รัตนากร อดีต รมช.คลัง นายสรอรรถ กลิ่นประทุม อดีต รมว.เกษตรฯ และนายอดิศัย โพธารามิก อดีต รมว.พาณิชย์ ในฐานะเป็น คชก. กับพวกบริษัทเอกชนและกลุ่มข้าราชการ ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-44 ในความผิดตาม พ.ร.บ.ว่าด้วย ความผิดเกี่ยวกับการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮั้วประมูล) มาตรา 4, 10-14 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐ มาตรา 11 ฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือโดยทุจริต ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริตอันเป็นการเสียหายแก่รัฐ ทุจริตหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จเพื่อให้ได้ไปซึ่งทรัพย์สินอันเป็นความผิดฐานฉ้อโกง 
กทม. 24 ก.ย. - แกนนำพันธมิตรฯ พร้อมเจรจาเพื่อคลี่คลายสถานการณ์บ้านเมือง แต่ต้องมีการวางกรอบเจรจาอย่างชัดเจน







