WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, October 30, 2008

ชาวเว็บลุยไอซีทีต้านปิด‘ประชาไท’


จากกรณีกลุ่มเครือข่ายเยาวชนกู้ชาติ (young PAD) หรือพวกพันธมิตรเด็กน้อย ได้ยื่นจดหมายเปิดผนึกเรียกร้องให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ตรวสจสอบและจัดการเวบไซต์ที่หมิ่นสถาบันพระมหากษัตริย์ โดยมีการเหมาะรวมเอาเวบไซต์ที่ไม่ได้มีเนื้อหาหมิ่นเหม่ดังกล่าว แต่อาจะไม่เห็นด้วยกับแนวทางของกลุ่มพันธมิตรฯ อย่าง www.prachatai.com ซึ่งเป็นเวบทางวิชาการเข้าไปด้วยนั้น

คุกคามสื่อลามถึงเวบไซต์

นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ประธานมูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า สำหรับในเรื่องดังกล่าวนั้น ในความเป็นจริงทำได้ยาก เพราะต้องใช้มาตรการทางศาล และมีผลกระทบเยอะซึ่งเรื่องนี้ต้องมีผู้เชี่ยวชาญเข้ามาจัดการ

ซึ่งความพยายามของพันธมิตรฯตนมองว่าเป็นการคุกคามอย่างชัดเจน ซึ่งแน่นอนว่าเวปไซต์ “ประชาไท” เป็นเวทีวิชาการของทั้ง 2 ฝั่ง เปิดเป็นสนามความคิดเห็นให้นักวิชาการที่ไม่กล้าใช้แนวคิดวิพากษ์วิจารณ์กับสังคมโดยตรงจะใช้เป็นกระบอกเสียงขยายความคิดเห็นใหม่ ซึ่งความเห็นเหล่านั้นไม่ได้เป็นผลดีกับพันธมิตรฯ

พธม.รู้ตัวยังแพ้ในสื่อเวบไซต์

หากสังเกตุได้ตามเวปบอร์ดต่าง ๆ จะแยกออกโดยชัดเจนว่าประชาชนส่วนใหญ่จะมีความเห็นเข้าทางกลุ่มที่ต่อต้านพันธมิตรฯเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งพันธมิตรฯรู้ถึงจุดด้อยในแนวรบสื่ออินเตอร์เน็ท จึงพยายามเข้ามาคุกคาม ให้เวปไซต์ที่นำเสนอแนวคิดที่แตกต่าง ต้องปิดตัวไปหรือทำให้เชื่อถึงบารมีของพันธมิตรฯ ว่าสามารถสั่งการอะไรก็ได้ และทำให้เวปไซต์เปลี่ยนจุดยื่นเข้าหาพันธมิตรฯ หรือแม้แต่หวังผลให้ลดช่อทางแนวรบของคนเสื้อแดงให้ได้มากที่สุดเท่านั้นเอง

ปิดเวบไซต์แค่เรื่องฮา ฮา

นายสมบัติ กล่าวต่ออีกว่าส่วนตัวตนรู้สึกเฉย ๆ ฮา ๆ มากกว่า หากสื่อไปเต้นตามกระแสจริงหรือบ้าจี้ตามก็จะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้น ดังนั้นคิดว่าไม่ควรจะไปใส่ใจอะไรมากมาย และในความเป็นจริงหากมีความพยายามปิดเวปไซต์ปัญหาจะเกิดขึ้นกับพันธมิตรฯอีกมาก กระแสตีโต้กลับจะเกิดขึ้นอย่างรุนแรง สังคมจะเกิดความไม่พอใจ

ซึ่งในช่วงนี้ได้มีการหารือในบรรดาเวปมาสเตอร์ด้วยกันเอง โดยมีความพยายาจะผลักดันให้กระทรวง ICT เข้ามาดูแลถึงเรื่องดังกล่าวด้วย

เชื่อจงใจปลุกระดมทหารปฏิวัติ

อ.จรัล ดิษฐาภิชัย อดีตกรรมการสิทธิมนุษยชน เปิดเผยว่า สำหรับเรื่องดังกล่าวตนมองว่าเป็นความพยายามผสมโรงของกลุ่มพันธมิตรฯที่พยายามยุยงให้ทหารออกมาลุยจัดการแทน ซึ่งเรื่องตรงนี้ถือเป็นที่อันตรายมาก ตนมองว่าเป็นอีกหนึ่งเงื่อนไขและช่องทางสุดท้ายที่เหลือไว้ให้เกิดการรัฐประหารขึ้น

แต่ในความเป็นจริงการปิดเวปไซต์นั้นเรื่องทำได้ยาก ซึ่งต้องใช้ขั้นตอนทางกฎหมายและกระบวนการที่ต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญควบคุมดูแล

อย่าไปกลัวม็อบแบบมติชน

ด้าน น.พ.เหวง โตจิราการ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย กล่าวในทำนองเดียวกันว่า กองทัพมีมาตรการดูแลเข้มงวดอยู่แล้ว ดังนั้น พันธมิตรฯจึงไม่มีสิทธิที่จะเข้าไปยุ่งเกี่ยว และในความเป็นจริงพันธมิตรฯใช้อะไรเป็นบรรทัดฐานตัดสินใจ โดยขั้นตอนการดูแลกระทรวง ICT ก็มีการตรวจสอบอยู่แล้ว

“การกระทำพันธมิตรฯในขณะนี้ถือเป็นการเหยียบย่ำกฎหมายทุกฉบับ ใช่กฎหมู่เข้ามาตัดสินแทน ตนจึงอยากฝากบอกว่าสื่อไม่ควรที่จะไปกลัวหรือไปย่อมสยบต่ออำนาจที่ไม่เป็นธรรม ไม่ใช่โดนบีบเข้าหน่อยเลยต้องเปลี่ยนท่าที่ไปประจอ ประแจ๋ แบบเดียวกับ มติชน” น.พ.เหวง กล่าว

แค่แผนดึงมวลชนเข้าร่วม

รศ.อรุณีประภา หอมเศรษฐี อาจารย์คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า มันน่าเบื่อมาก และไม่เห็นจะต้องไปสนใจกับการเคลื่อนไหวของเขา เพราะว่าเขาหยุดนิ่งไม่ได้ ต้องมีการออกมาเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาก็เหมือนกับยุทธศาสตร์ดาวกระจายของเขานั้นแหละ

“การที่เขานำเรื่องที่เป็นจุดเซ็นซิทีฟของคนไทยมาเป็นจุดขาย มองว่าไม่ควรนำประเด็นนี้มาเป็นประเด็นในการเคลื่อนไหว แต่เนื่องจากประเด็นดังกล่าวจะสามารถดึงมวลชนเข้ามาร่วมกลุ่มได้มาก แต่ประเด็นดังกล่าวเป็นประเด็นที่ไม่ควรนำมาหยิบยกหรือเอามาให้เกิดการวิพากษ์วิจารณ์กัน”

ที่แท้ก็ทำเพื่อตัวเองทั้งนั้น

รศ.อรุณีประภากล่าวต่อไปคนกลุ่มเขารู้ว่าประเด็นนี้ไม่มีใครที่จะหยิบจับ แม้แต่สื่อเองก็หลีกเลี่ยงในประเด็นดังกล่าว แต่คนกลุ่มนี้กล้าที่จะนำเสนอ เพราะรู้ว่าจะเป็นผลประโยชน์กับตัวเอง การออกมาเคลื่อนไหวในลักษณะดังกล่าวไม่ได้เป็นการกระทำอิงผลประโยชน์ของส่วนร่วม แต่เป็นการกระทำเพื่อผลประโยชน์ของตนเอง

อีกทั้งประเด็นในเรื่องดังกล่าวก็มีคนมีเจ้าหน้าที่ที่คอยตรวจสอบดูแลอยู่แล้ว ไม่ต้องไปเสนอให้เรียกร้องให้เขามาตรวจสอบ

แนะบอยคอตพันธมิตรไปเลย

“การเอาเรื่องที่ไม่ควรนำมาพูดแต่เอามาพูดให้เกิดลักษณะของการวิพากษ์วิจารณ์เช่นนี้เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง แล้วการที่ทางกลุ่มเขามีการแอบอ้างทั้งโพกผ้า ทั้งอ้างอิง แบบนั้นทำไมไม่มีใครไปเรียกร้องดูบ้าง”

นอกจากนี้ รศ.อรุณีประภา ได้กล่าวในตอนท้าย ว่าอยากเรียกร้องให้สื่อมวลชนเลือกสนใจในการนำเสนอข่าวของกลุ่มพันธมิตรฯ และสื่อเองควรจะสร้างกระแสในการบอยคอตไปเลย เพื่อเป็นการช่วยปกป้องสถาบัน ไม่มีคนมาพูดถึงได้ สื่อจะไม่ถูกคุกคามถ้าเราไม่ไปเล่นประเด็นตามที่เขาพยายามสร้างกระแส

รู้น้อยแต่อยากมีบทบาทมาก

ทางด้านนายวรดุลย์ ตุลารักษ์ คอลัมน์นิตส์ ประจำเว็ปไซต์ประชาไท กล่าวว่า ผมมองว่าคนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีความน่าสนใจน้อยที่สุด ทั้งโลกทัศน์ วัยวุฒิ ประสบการณ์ต่างๆ และมีความรู้ความเข้าใจต่อการเมืองน้อยมาก

การกระทำที่เกิดขึ้น ดูเหมือนเป็นไอเดียที่มีลักษณะเป็นแฟชั่นของการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่มีความเข้าใจผิดๆต่อระบอบประชาธิปไตย เป็นเหมือนหน่ออ่อนของกลุ่มอนุรักษ์นิยม

“ผมอยากเรียนว่าสื่อทางเลือก ที่อาจจะมีความเห็นต่างจากประเด็นหลักๆสังคมในลักษณะนี้มีอยู่โดยทั่วไป ต่างประเทศก็มีมาก การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ เป็นผลสะท้อนของการศึกษาในมหาวิทยาลัยที่ล้มเหลว”

อีก10ปีข้างหน้าต้องอายตัวเอง

นายวรดุลกล่าวต่อไปว่าการที่คนกลุ่มนี้พยายามไปเรียกร้องกับทหารนั้น แสดงว่าไม่มีความเข้าใจในหลักประชาธิปไตยที่ผ่านมาเลย ทั้งเหตุการณ์เมื่อพฤกษภาทมิฬ และเหตุการณ์เมื่อ 14 ตุลาที่ผ่านมาล้วนแล้วแต่พยายามกั้นทหารให้ออกจากการเมือง นี่เป็นการกระทำที่คุกคามสื่อที่มีความเห็นต่าง

“ซึ่งความเป็นจริงในทางปฏิบัติแล้วไม่สามารถที่จะกระทำได้ในการที่จะออกมากล่าวว่าจะทำการปิดเว็ปไซต์เอง เป็นเหมือนการการอิงกระแสกันไป คนกลุ่มนี้ในอีก 5-10 ปีข้างหน้าอาจจะมองย้อนมารู้สึกละอายกับสิ่งที่ตัวเองทำไปในวันนี้ก็ได” นายวรดุลย์กล่าว

ยืนยันระวังเรื่องหมิ่นถึงที่สุด

ด้านนายชูวัส ฤกษ์ศิริสุข บรรณาธิการบริหารเวบไซต์ประชาไท กล่าวว่าไม่ได้ติดใจอะไรที่มีกลุ่ม young PAD ออกมาเคลื่อนไหว เพราะเป็นเรื่องของเวลาที่จะพิสูจน์ความจรอิงว่าเป็นอย่างไร และทีมงานประชาไท ตระหนักต่อปัญหาที่จะสุ่มเสี่ยงต่อการหมิ่นสถาบันอยู่แล้ว รวมทั้งตระหนักถึงการหมิ่นประมาทบุคคลด้วย

ดังนั้นเราจึงใช้ทรัพยากรบุคคลกว่าครึ่งสำหรับการดูแล และระมัดระวังในเรื่องดังกล่าว ส่วนที่เหลือก็เป็นเรื่องเวลา ที่จะพิสูจน์กันต่อไป

รวมตัวบุกไอซีทีต้านปิดเว็บ

แหล่งข่าวระบุด้วยว่าในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ เวลาประมาณ 10.00 น. เวบมาสเตอร์ของเวบไซต์หลายแห่งที่ถูกกลุ่ม young PAD พยายามยัดข้อกล่าวหาจะรวมตัวกันไปยังกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ (ไอซีที) เพื่อต่อต้านการปิดเวบไซต์

ทั้งยังมีรายงานว่าหลังจากมีกระแสดักล่าวก็มีการให้กำลังใจเวบไซต์ต่างๆ อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเวบไซต์ประชาไท ที่ได้ชื่อว่าเป็นเวบไซต์วิชาการ ที่มีนักวิชาการหมุนเวียนเขียนบทความจำนวนมาก และมีปัญญาชนเข้ามาใช้บริการมากที่สุด


'อภิวันท์'รับลูกนปช.ยกย่อง'นวมทอง ไพรวัลย์'วีรบุรุษประชาธิปไตย


'รองปธ.สภา'ขานรับเชิดชูเกียรติ'นวมทอง ไพรวัลย์'เป็นวีระบุรุษประชาธิไตย ต่อต้านรัฐประหาร ขณะเดียวกันยอมรับส.ส.-ส.ว.แตกแยกแทบทำงานร่วมกันไม่ได้ และด้านทหารแตกสองขั้ว จี้‘อนุพงษ์’นั่งเจ้าภาพกาวใจ เพราะมีหน้าที่โดยตรง

ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.30 น.ได้มีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.) นำโดยนาย สมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด้จการแห่งชาติ (นปช.) เข้ายื่นหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร ผ่านพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่สอง โดยเรียกร้องให้สภาผู้แทนราษฎรเชิดชูเกียรตินาย นวมทอง ไพลวัลย์ เป็นวีรบุรุษประชาธิปไตย ที่โดยแขวนคอตายต่อต้านการรัฐประหาร

ด้านพ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ทางรัฐสภาจะรับเรื่องดังกล่าวไว้ และจะพยายามดำเนินเรื่องตามคำร้องขอตามความเหมาะสม

เมื่อถามว่า คิดเห็นอย่างไรหากกลุ่มพันธมิตรฯเรียกร้องให้มีการยกย่องเชิดชูเกียรติ 2 ผู้เสียชีวิตเหตุการณ์ปิดล้อมรัฐสภาเมื่อ 7ต.ค.ที่ผ่านมา รองประธานสภาระบุว่า คงรับเรื่องไว้ แต่ต้องพิจารณาตามหลักการ และเจตนาในการเรียกร้องประชาธิปไตย โดยในส่วนของนายนวมทอง ก็มีความชัดเจนในการสละชีวิตเพื่อต่อต้านการยึดอำนาจรัฐประหาร เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ซึ่งก็เหมือนกับตนเองที่เคยขึ้นเวทีเรียกร้องประชาธิปไตยเป็นเพราะตนไม่ยอมรับการรัฐประหารเช่นกัน

จากนั้นพ.อ.อภิวันท์ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมถึงเหตุการณ์ระเบิดที่สะพานมัฆวานเมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ต้องวิเคราะห์ว่าใครเป็นผู้ได้ประโยชน์ในฐานะที่ตนทำงานด้านการข่าวมาคิดว่าน่าจะเป็นการกระทำของมือที่สามของกลุ่มที่ได้ประโยชน์ ตอนนี้มีข่าวลือเรื่องมือที่สามอยู่มาก เพราะไม่อยากให้บ้านเมืองสงบ และการพูดของนาย สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนาทำให้เห็นแสงสว่างของความรักความสามัคคี แต่การก่อเหตุดังกล่าวจะทำให้สิ่งเหล่านี้เกิดได้ยากขึ้น

พ.อ.อภิวันท์ กล่าวว่า ขณะนี้ความแตกแยกกระจายไปทั่วทุกหัวระแหง ทหารในกองทัพยังมีความคิดแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ในส่วนของสภาส.ส.และส.ว.ก็แตกแยกกัน ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ ทั้งนี้ตนเห็นด้วยกับข้อเสนอที่ให้พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ เป็นตัวกลางในการเจรจา 4 ฝ่ายในการหาทางออกให้กับบ้านเมือง แต่ส่วนตัวคิดว่าน่าจะให้พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เข้ามาเป็นเจ้าภาพเชิญทุกฝ่ายมาเจรจาจะเหมาะสมกว่า เพราะถือว่ามีหน้าที่โดยตรงในการรักษาความสงบเรียบร้อยทั้งใน และนอกประเทศ จะมองว่าปัญหาเริ่มมาจากการเมืองคงไม่ได้ เพราะตอนนี้การเมืองเกี่ยวพันไปในทุกเรื่อง แม้ช่วงแรกพล.อ.อนุพงษ์เคยทำแต่ไม่ประสบความสำเร็จ ตนก็อยากให้ทุกต่อไปด้วยความอดทนและเสียสละ


‘โจรพันธมาร’ถ่อยรายวัน ทุบ‘วินมอร์ไซค์’ยึดATM


‘นักรบใบกระท่อม’ถ่อยอีกแล้วรุมทุบ‘วินมอรน์เตอร์ไซค์’ดวงซวย บังคับบอกรหัสเอทีเอ็ม เหตุแค่ติดสติ๊กเกอร์‘เบื่อพันธมิตรฯโว้ย’หน้ารถ ด้านเจ้าตัวแจ้งความสน.ดุสิตเอาเรื่องลากคอเข้าตระราง

เมื่อเวลา 11.00 น.นายแอม ดาวสิงห์ อายุ 39 ปี อยู่บ้านเลขที่ 38 หมู่ 3 ต.ภูฝ้าย อ.ขุนหาญ จ.ศรีษะเกษ อาชีพขี่รถจักรยานยนต์รับจ้าง หน้าสยามสแควร์ ได้เดินทางเข้าแจ้งความกับ ร.ต.ท.ขรรค์ชัย เดิมยิริง ร้อยเวร สน.ดุสิต ว่า ถูกการ์ดพันธมิตร(นักรบศรีวิชัย)รุมทำร้ายร่างกาย ทำให้ขมับซ้ายบวมปูด จนต้องเดินทางไปรักษาตัวที่ รพ.ตำรวจ

โดยนายแอม ให้การว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น วันที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา มีป้าคนหนึ่งว่าจ้างตนจากสยามสแควร์ ให้ไปส่งที่ทำเนียบรัฐบาล โดยคิดค่าจ้าง 70 บาท ก่อนขับรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีส้ม ทะเบียน รคล 129 กรุงเทพมหานคร ไปส่ง ไปถึงเมื่อเวลาประมาณ 18.00 น.

ทั้งนี้ขณะที่ตนกำลังเลี้ยวรถกลับได้มีกลุ่มการ์ดพันธมิตรที่อยู่บริเวณสะพานชมัยมรุเชษฐ์ประมาณ 10 คน สวมเสื้อสีดำและสีขาวกรูเข้ามาหาพร้อมถือไม้เข้ามาด้วย บังคับไม่ให้ตนไป

“ผมถามว่าผิดอะไร พวกนั้นบอกว่าที่หน้ารถติดสติ๊กเกอร์ ‘เบื่อพันธมิตร โว้ย’ ตนจึงบอกปัดไปว่าเพื่อนนำมาติดให้ตั้งนานแล้ว และไม่ได้คิดอะไร จากนั้นกลุ่มการ์ด คนหนึ่งก็กระโดดขึ้นมาซ้อนท้าย ก่อนทำการล๊อคคอฉุดกระชากลากถูไปเข้าห้องปิดตายคล้ายห้อง รปภ. บริเวณศาลกรมหลวงชุมพรฯ ที่ติดกับรั้วโรงเรียนพาณิชยการพระนคร”หนุ่มจักรยานยนต์รับจ้าง กล่าว

นายแอม กล่าวต่อว่าจากนั้นการ์ดกลุ่มดังกล่าว ก็เข้ามาซักถามพร้อมข่มขู่ให้ยอมรับสารภาพว่าใครเป็นผู้จ้างวานให้มาก่อกวน และถูกจ้างมาราคาเท่าไหร่ ซึ่งตนก็พยายามอธิบายว่าแค่มาส่งผู้โดยสาร จึงถูกรุมตบและเตะเข้าที่ใบหน้าและลำตัว หลังจากนั้นกลุ่มการ์ดก็ได้ค้นตัวตนเพื่อนำบัตรประชาชน และใบอนุญาตขับขี่ ไปถ่ายรูปทำหลักฐานเก็บเอาไว้

“นอกจากนี้ผมยังถูกยึดบัตรเอทีเอ็ม ไปพร้อมถูกบังคับให้บอกรหัสบัตร เมื่อผมไม่บอกก็โดนตบตี จนทนไม่ไหวต้องยอมบอกในที่สุด แต่เมื่อกลุ่มการ์ดนำไปกดที่ตู้เอทีเอ็ม ปรากฏว่าไม่มีเงิน จึงนำบัตรมาคืน ซึ่งคาดว่าถ้ามีเงินในบัตรก็คงจะหมดตัวไปแล้ว ซึ่งกว่าจะถูกปล่อยตัวกลับบ้านก็ผ่านไปกว่า 4 ชั่วโมงแล้ว จนวันต่อมาบาดแผลเริ่มบวมช้ำจึงตัดสินใจไปหาหมอที่ รพ.ตำรวจ ก่อนเดินทางมาแจ้งความกับตำรวจ ผมไม่คิดว่าคนไทยเหมือนกันจะกระทำการป่าเถื่อนขนาดนี้ บอกกันดีๆ ก็น่าจะเข้าใจกันแล้ว” นายแอม กล่าว


'อดิศร'ดักคอกองทัพอย่าริสร้างเงื่อนไขเหตุบึ้มทำปฎิวัติ!


'อดิศร'เตือนทหารอย่าสร้างเงื่อนไขเหตุระเบิดกลางกรุง 2 จุดทำรัฐประหาร! ด้าน'จตุพร'ดักคอ'พันธมิตร’ต้องร่วมมือตร.จับมือบึ้ม ยืนยัน 1 พ.ย.นี้ไม่เคลื่อนพล'คนเสื้อแดง'มาทำเนียบฯ

วันนี้ (30 ต.ค.) นายอดิศร เพียงเกษ อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณีที่เกิดเหตุการณ์คนร้ายลอบปาระเบิดกลางกรุง 2 จุดว่า จะไม่ส่งผลต่อการจัดงานรายการ “ความจริงวันนี้สัญจร ต้านรัฐประหาร” โดยยืนยันจะชุมนุมโดยสันติ ดังนั้นความรุนแรงใดๆ ไม่ใช่เกิดจากพวกเรา แต่เป็นเรื่องกฎแห่งกรรม และขอทหารอย่าใช้เป็นเงื่อนไขทำการยึดอำนาจ

ส่วนกรณีที่ส.ส.พรรคพลังประชาชน โดยกลุ่มผู้แทนปวงชนชาวไทย อยากให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทบทวนเรื่องการปราศรัยผ่านโทรศัพท์ในวันที่ 1 พ.ย.นั้นนายอดิศร กล่าวว่า เป็นสิทธิในการเสนอความเห็น แต่ก็เป็นสิทธิของพ.ต.ท.ทักษิณจะพิจารณา แต่ตนไม่เข้าใจว่าจะไปกลัวอะไรกับพ.ต.ท.ทักษิณ มากมาย

‘จตุพร’เชื่อเหตุบึ้มพันธมารหวังชนวนยึดอำนาจ

นายจตุพร พรหมพันธุ์ สส.พรรคพลังประชาชน เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตนได้พูดคุยกับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยอดีตนายกฯได้มีการยืนยันว่าจะมีการโฟนอินมาในรายการความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 2 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 1 พฤศจิกายนนี้แน่นอน พร้อมทั้งกล่าวถึงบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์ ควรรับฟังข้อความให้ครบก่อนว่าอดีตนายกฯ จะพูดสิ่งใด

ส่วนกรณีการปาระเบิดเข้าที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เมื่อคืนที่ผ่านมาว่า ตนขอประนามการกระทำในครั้งนี้ พร้อมทั้งเรียกร้องให้กลุ่มพันธมิตรฯ ร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการพิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาคนผิดมาลงโทษ รวมทั้งเห็นว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสร้างสถานการณ์ที่จะนำไปสู่การปฏิวัติ รัฐประหารและทำให้ประชาชนเกิดความหวาดกลัวจนไม่กล้าที่จะมาร่วมงานในวันที่ 1พฤศจิกายนที่จะถึงนี้ และส่วนตัวเชื่อว่าหากกลุ่มพันธมิตรฯ จะยุติการชุมนุมได้นั้นต้องมีเพียงการปฏิวัติเท่านั้น แม้ว่าหาก นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี จะลาออกจากการเป็นนายกฯ กลุ่มพันธิตรฯ ก็จะยังคงอยู่ในทำเนียบรัฐบาลต่อไป

นอกจากนี้นายจตุพร กล่าวยืนยันว่าในวันที่ 1 พฤศจิกายน จะไม่มีการเคลื่อนกำลังไปเผชิญหน้าไปปะทะกับกลุ่มพันธมิตรฯ แต่อย่างใด

เมื่อถามว่า นายดิสธร วัชโรทัย ประธานมูลนิธิราชประชานุเคราะห์ ในพระบรมราชาชูปถัมภ์ ระบุ อยากให้ทุกคนอยู่กับบ้าน และไม่ควรมาชุมนุม นายจตุพร กล่าวว่า ตนน้อมรับ แต่ถ้าพันธมิตรกลับบ้าน คืนทำเนียบฯให้รัฐบาล เสื้อแดงก็พร้อมกลับบ้านเช่นกัน หรือถ้าเอเอสทีวีปิด รายการความจริงวันนี้ก็จะปิดทันทีเช่นกัน ส่วนที่มองว่า เป็นการไม่น้อมรับฟังนั้น อยากถามว่าอยากให้พันธมิตรฯ ทำร้ายคนอื่นฝ่ายเดียวหรืออย่างไร

เมื่อถามถึงกรณีที่กลุ่มพันธมิตรฯ เผยแพร่คลิป ผู้ชายควง 2 สาวเข้าโรงแรม โดยตั้งข้อสังเกตว่าหน้าเหมือนนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกฯ หรือไม่ นายจตุพร กล่าวว่า ประเทศไทยมีคนหน้าเหมือนเต็มไปหมด ถือว่าเป็นการจับโยงทำลายเรื่องส่วนตัว แต่เรื่องสามานย์อย่างนี้ คนที่รู้จักนายสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นอย่างดี จะรู้ว่าใครเป็นมือวางอันดับหนึ่ง

คนรักอุดรยันมาแน่

นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เปิดเผยว่า ตนขอประกาศเชิญชวนสมาชิกคนรักอุดร ให้เดินทางไปร่วมงาน'ความจริงวันนี้' สัญจรครั้งที่ 2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อร่วมเดินทางแล้วกว่า 1,000 คน ซึ่งจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯโดยเหมารถทัวร์ 20 คันและจะออกจากจังหวัดอุดรธานี เวลา 22.00 น.ของวันที่ 31 ต.ค.

อย่างไรก็ตามประธานคนรักอุดรกล่าวอีกว่า เมื่อถึงกรุงเทพฯ จะไปให้กำลังใจนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี จากนั้นจะเดินทางไปพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพื่อถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับจุดยืนในระบอบประชาธิปไตย

เฝ้าจับตามอง

ด้าน พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า กองทัพเตรียมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีการโฟนอินเข้ารายการความจริงวันนี้ ในวันที่ 1 พ.ย. ที่หลายฝ่ายเกรงว่า อาจจะมีการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม หรือหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งหากมีเหตุการณ์เช่นนั้นจริง ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเข้าไปดำเนินการตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ เห็นว่าเรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ด้วยว่าจะมีการสั่งห้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หรือไม่ ซึ่งในส่วนของกองทัพจะไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ก็ไม่ได้สั่งจับตาเป็นพิเศษ เพราะได้สั่งการไปก่อนหน้านี้แล้ว
เสนาธิการทหารบก ยังกล่าวย้ำว่า กองทัพยังคงเฝ้าระวังและดำเนินการกับผู้ที่หมิ่นสถาบันเบื้องสูง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

ยันไม่ถ่ายถอดสดออกเอ็นบีที

อนึ่งก่อนหน้านี้นายสุริยงค์ หุณฑสาร รักษาการผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เอ็นบีที กล่าวยืนยันว่า สถานีจะไม่ถ่ายทอดคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต่อสายตรงโฟนอินข้ามประเทศมายังรายการความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าผู้ดำเนินรายการจะนำเทปมาออกอากาศซ้ำหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทางสถานีจะตรวจสอบเทปหรือรายการใดๆ ก่อนออกอากาศทุกครั้ง

การ์ดพันธมารขี้ขึ้นหัว!สั่งเข้มทำเนียบหวั่นถูกปาบึ้ม

กลุ่มการ์ดพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ดูแลความปลอดภัยบริเวณประตูทางเข้า-ออกภายในทำเนียบรัฐบาลและสะพานมัฆวานรังสรรค์สถานที่ชุมนุม ยังคงเฝ้าตรวจค้นกระเป๋าถือกลุ่มผู้ชุมนุมที่เดินทางเข้ามาภายในทำเนียบรัฐบาลอย่างเข้มงวด ภายหลังจากเกิดเหตุการณ์ปาระเบิดบนสะพานมัฆวานรังสรรค์จนกลุ่มการ์ดพันธมิตรได้รับบาดเจ็บสาหัสรวม 10 ราย รวมถึงกรณีนายสังเวียน รุจิโมระ ถูกยิงจนเสียชีวิตที่ข้างรั้วสำนักข่าวกรองแห่งชาติ หลังกองบัญชาการตำรวจนครบาลเมื่อคืนที่ผ่านมา

ผบ.สส.ชี้หน้าที่ตร.เคลียร์เหตุบึ้มกรุง2จุด

วันนี้ (30 ต.ค.) พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) กล่าวว่าเหตุการณ์ระเบิดกลางกรุง 2 จุดเมื่อกลางดึกวันนี้ (29 ต.ค.) ว่าจะนำไปสู่ความแตกแยกหรือไม่นั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตรวจสอบข้อเท็จจริง

นอกจากนี้ผบ.สส. ยังกล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะต่อสายเข้าความจริงวันนี้ ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ ว่า ส่วนตัวไม่เคยพูดคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณ แม้จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นโรงเรียนเตรียมทหารก็ตาม และคงจะไปแนะนำอะไรมากไม่ได้ เพราะอดีตนายกรัฐมนตรีเองก็เป็นผู้ใหญ่มากแล้ว ทั้งนี้ปฏิเสธที่จะแสดงความเห็นว่ากรณีของอดีตนายกรัฐมนตรีนั้นมีความเหมาะสมหรือไม่ ในฐานะที่ถูกศาลพิพากษาว่าเป็นผู้กระทำผิด ซึ่งบอกแต่เพียงว่าขณะนี้ได้ติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลาและต้องไปตรวจสอบกับนักกฎหมายเอง


“คนเสื้อแดง” ต่อต้าน การปฏิวัติรัฐประหาร


คอลัมน์ : สามเหลี่ยมดินแดง

** พบกันอีกแล้วครับ เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก เผลอแผล็บเดียว ต้องมาเจอกับท่านผู้อ่าน หนังสือพิมพ์ประชาทรรศน์ รายวัน “สื่อทางเลือกเพื่อประชาธิปไตย” ฉบับที่ถืออยู่ในมือท่านนี้ เป็นฉบับที่ 272 วันพฤหัสบดีที่ 30 ตุลาคม 2551 อยู่กับ แทง แทนไท เข้าประจำฐานปฏิบัติการเพื่อร่วมเคียงบ่าเคียงไหล่กับ “คนเสื้อแดง” ต่อต้าน การปฏิวัติรัฐประหาร อย่างออกนอกหน้า เพราะไม่อยากให้เหล่า อำมาตยาธิปไตย นำพาชาติไปสู่เส้นทางหายนะ ... ซ้ำแล้วซ้ำเล่า

** วันนี้ช่วงเช้า ชินวัฒน์ หาบุญพาด นำคณะเข้าพบ ชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา เพื่อเรียกร้องให้มีการกำหนดวันที่ 31 ตุลาคม ของทุกปีเป็นวัน “ต่อต้านการรัฐประหารแห่งชาติ” เพื่อร่วมรำลึกในเหตุการณ์ คุณลุง “นวมทอง ไพรวัลย์” วีรชนผู้กล้า ขับแท็กซี่ชนรถถัง และสุดท้าย ท้าพิสูจน์!!! คำพูดของนายทหารปากเสียในกองทัพบก ไม่เชื่อจะมีคนมีอุดมการณ์สละชีพเพื่อประชาธิปไตย คุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ตัดสินใจสละชีพที่สะพานลอยคนข้ามถนน เยื้องๆ กับหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ทิ้งจดหมายลาตายที่เขียนเอาไว้ชัดเจน!!! “เกิดชาติไหนขออย่าได้เจอการปฏิวัติรัฐประหารอีกเลย”

** วีรชนผู้กล้า “นวมทอง ไพรวัลย์” จากไปไม่สูญเปล่า ปลุกเร้ามวลชนคนสนามหลวง ให้มาร่วมกัน สวมเสื้อสีแดง ต่อต้าน การปฏิวัติรัฐประหาร อย่างไม่เกรง กลัวภยันตรายจากปลายหอก ปลายดาบ ปลายปืน ท็อปบู๊ต อีกต่อไป…!!!... ดังนั้น ส.ส. ส.ว. ที่มาจากการเลือกตั้ง ต้องร่วมกันสนับสนุนให้ วันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี เป็นวันแห่งการ ต่อต้านการรัฐประหารแห่งชาติ จะเท่ากับเป็นการ ชุบชีวิตร่างไร้วิญญาณของคุณลุงนวมทอง ไพรวัลย์ ให้ขึ้นมา เขย่าขวัญ เขย่าประสาท คณะปฏิวัติรัฐประหาร ที่จะเกิดขึ้นมาในวันข้างหน้า ตามเจตนารมณ์ของวีรชนผู้กล้านักประชาธิปไตย ตัวจริง!!! ตกเย็นย่ำค่ำ เชิญคนเสื้อแดง รวมพลที่ “ท้องสนามหลวง” เพื่อร่วมปราศรัยในการรำลึกถึงนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยผู้นี้ และเช้าวันที่ 31 ตุลาคม ไปร่วมทำบุญอุทิศส่วนกุศล ณ สถานที่ประวัติศาสตร์ สะพานลอยข้ามถนนวิภาวดี เยื้องหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ทราบแล้ว...เปลี่ยน

** ชัยชนะฝ่ายประชาธิปไตยอยู่แค่เอื้อม!!! ในที่สุด...เหล่าอำมาตยาธิปไตย เกิดรอยปริร้าวหนัก!!! ถึงขั้น ทะเลาะกันเอง!!!... เมื่อ The Old Soldier never dies ออกมากระแทกแรงๆ กับแนวคิดสานเสวนา “หันมาพูดจากัน” บอกว่า “พูดง่าย ทำยาก” ความคิดชุดเดียวกับ “แป๊ะลิ้ม” ใช้สันดานเก่า ขู่กรรโชก บอกว่าหากไม่หุบปากจะเอาข้อมูลการทุจริตในโครงการต่างๆ ของสำนักงานซึ่งเกี่ยวข้องกับสถาบันมาแฉ บอกว่ามี 20 หมัดเด็ด นับวันการพูดการจา สะท้อนสันดาน!!! น้ำเน่ายิ่งกว่านักการเมือง ไหนว่ารักชาติ รักประเทศ แน่จริง มีข้อมูลจริง ทำไมไม่เปิดเผย จะปกปิด ปิดบัง เอาไว้ข่มขู่คน แบบนี้หรือ ที่เรียกว่า “การเมืองใหม่” ไอ้พวกสมองหนาปัญญาทึบที่ไปรวมฝูงอยู่กับเขาน่ะ ... รู้เช่นเห็นชาติ หูตาสว่างกันหรือยัง

** ที่น่าสนใจกว่านั้นคือ จากสถิติที่ได้ติดตาม พักหลังๆ นี้เราจะได้ยินเสียงปลุกเร้าถี่ขึ้นเรื่อยๆ ให้ รีบออกมาบ้าง ให้มารวมตัวกันเช็กจำนวนกันบ้าง เสียงเรียกรวมตัว ถี่ และ บ่อย พร้อมกับความหงุดหงิดของแกนนำที่ขึ้นบนเวที เพราะเรียกเท่าไรมีคนเพียง 1-2 พันคน แสดงให้เห็นชัดเจนแล้วว่า คนไม่เอาด้วย ไม่เข้าร่วมด้วย แกนนำจึงกลัวถึงขนาดจะออกใบอนุญาตให้การ์ดพกอาวุธ…บรึ๋ยส์!!! … นี่มันอะไรกันวู้ย(ส์) ตั้งตัวเป็นรัฐอิสระ ทำตัวเป็น “กบฏ” แบ่งแยกดินแดนชัดๆ น่าสงสารก็แต่ เจ้าหน้าที่ตำรวจ...เข็ด...ขยาด...ไม่กล้าทำอะไรผลีผลาม ไม่เป็นอะไร วันหนึ่งสังคมถึงจุดเดือด ไม่ยอมให้กฎหมู่อยู่เหนือกฎหมายขึ้นมาบ้าง...!!!... ตำรวจ-ทหาร กรุณาอยู่เฉยๆ ในที่ตั้งแล้วกัน เพราะมีหน้าที่รักษากฎหมายแล้วไม่ทำ

** เรื่องฮา...ของประเทศสาระขันบ้าง พรรคร่วมรัฐบาล ยังคงปล่อย มุกฮา ไม่เว้นวัน อยู่ๆ พรรคเพื่อแผ่นดิน ลงมาสร้างความปั่นป่วน ในการ ปล่อยข่าวใบลาออกจากตำแหน่ง มท.3 ของ ประสงค์ โฆษิตานนท์ แต่เจ้าตัวปฏิเสธลั่นในเวลาต่อมา พับผ่า!!! ประชาทรรศน์ เคยลงข่าวไปก่อนหน้านี้ เพื่อเตือน สมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ไปตั้งแต่ตั้ง ครม.แล้ว รัฐมนตรีของพรรคเพื่อแผ่นดิน เขาแปลกๆ เพราะมี ระบบโควตานายทุนพรรค ประมูลเก้าอี้กัน แล้วจ่ายเงินกันไม่ครบ ระวังนะมันจะเกิดเรื่องเกิดราวขึ้นมา แล้วเป็นที่ชัดเจนออกมาเรื่อยๆ เรื่องนี้กระทบกับเสถียรภาพรัฐบาล และจะเข้าล็อกพวกที่อ้างจะทำการเมืองใหม่ เห็นไหม... เห็นไหม... การเมืองเก่ามันเลวแบบนี้นี่เอง เอาเก้าอี้รัฐมนตรีมาประมูลกัน

** บรรทัดนี้ แทง แทนไท ดักคอไว้ก่อนเลยว่า พรรคการเมือง ที่ล้าหลังมีไม่กี่พรรค นักการเมืองไม่กี่คน การพัฒนาการเมืองกำลังจะเดินหน้าไปได้ด้วยดี จากการใช้รัฐธรรมนูญปี 2540 ที่เกิดปัญหาขึ้นมานี้ก็เพราะรัฐธรรมนูญ 2550 ต่างหาก ที่ทำให้ประเทศชาติถอยหลังลงคลอง “การเมืองใหม่” ที่ว่า จะทำให้ประเทศถอยหลังลงทะเลไป... เสียด้วยซ้ำ เพราะเต็มไปด้วยการเอื้อประโยชน์ให้เทือกเถาเหล่ากอของ “อำมาตยาธิปไตย” ในการใช้รัฐธรรมนูญ 2540 มีข่าวบ้างไหมที่นำเก้าอี้มาต่างตอบแทน หรือประมูลกัน 40-50 ล้าน ไม่มีข่าวนี้ให้เห็นเลย...ไม่ใช่หรือ

** หันมาหา “บิ๊กจิ๋ว” พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ “อ้าปากเห็นลิ้นไก่” โจมตีรัฐบาลหลายเรื่อง เพียงเพื่อต้องการจะ ตั้ง “รัฐบาลแห่งชาติ” วาดฝันกลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีรอบสอง แต่ที่น่าปวดใจที่สุด ที่ต้องบอกคือไม่รู้ใคร ไปแบกหามเอามาอยู่ร่วมคณะรัฐบาล พูดหน้าตาเฉยเหมือนไม่รู้ว่าที่สังคมเขาพูดถึง เรื่อง “อำมาตยาธิปไตย” หมายถึงอะไร พยายามบิดเบือนเฉไฉไปเรื่องเบื้องสูง ทั้งที่คำศัพท์นี้อธิบายได้ในเชิงวิชาการ และคนละความหมายกับที่พยายามบิดเบือน บิ๊กจิ๋ว วันนี้เลือกหนทางที่จะทรยศประชาชนหรืออย่างไร เพราะกลัวผลสอบสวนในฐานะผู้สั่งการในเหตุการณ์ 7 ตุลาคม 2551 จะออกมาไม่สวยใช่หรือไม่? กลัวกันเกินกว่าเหตุแล้วล่ะ

อย่าลอกเลียน “ปาขี้”


คอลัมน์ : ละครชีวิต

โดย ลวดหนาม

ยอมรับตรงๆ ว่า “ตกใจ” หลังจากได้ทราบข่าวเกิดเหตุไม่คาดฝันระหว่างที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และผู้นำฝ่ายค้าน เดินทางกลับจากปฏิบัติภารกิจที่ จ.ยโสธร และร่วมงานพระราชทานเพลิงศพอาสาสมัครทหารพรานบุญฤทธิ์ ขันตี ที่ อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ
รถตู้ที่นายอภิสิทธิ์และคณะนั่งถูกปาถุงบรรจุอุจจาระเข้าใส่หน้ารถตู้จนถุงพลาสติกแตกอุจจาระกระจายเต็มกระจกหน้ารถ
ที่รู้สึก “ตกใจ” เพราะนายอภิสิทธิ์เป็นถึง “ผู้นำฝ่ายค้าน” ซึ่งถือเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติอย่างยิ่งในสภาผู้แทนราษฎร
หลายคนคงจำเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ได้? คดีฉาวโฉ่อันเป็นปรากฏการณ์ครั้งแรกในเมืองไทย ขณะที่ นายอุทัย พิมพ์ใจชน รมว.พาณิชย์ กำลังแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2537
นายธนิต สุวรรณเมนะ อายุ 40 ปี อาจารย์และติวเตอร์ชื่อดังย่านมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็บุกเข้าไปในห้องแถลงข่าว
นายธนิตหิ้วถุงพลาสติกใส่อุจจาระไปด้วย เปิดฉากด่านายอุทัยแล้วปาถุงอุจจาระใส่หน้า อุจจาระเปรอะเต็มใบหน้าและเสื้อผ้านายอุทัย
ท่ามกลางความตกตะลึงพรึงเพริดของผู้คนที่อยู่ในห้อง ตำรวจประจำกระทรวงพาณิชย์จับนายธนิตส่งสน.ชนะสงคราม นายธนิตบอกว่าโกรธแค้นที่นายอุทัยสั่งย้าย นายพชร อิศรเสนา ณ อยุธยา ปลัดกระทรวงพาณิชย์ในขณะนั้น
ผมจำคดีนี้ได้ดี เพราะเป็นคดีแรกที่เกิดขึ้นกับนักการเมืองไทย ซึ่งสร้างความฮือฮาอย่างมาก จากนั้นทราบข่าวว่า นายธนิต “มือปาขี้” ถูกศาลตัดสินจำคุก 1 ปี แต่ให้รอลงอาญา
กรณีของนายอภิสิทธิ์นั้น ไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพราะอุจจาระไม่โดนตัว แต่ที่ผมไม่สบายใจเพราะหลังจากทราบข่าวนี้มีชาวบ้านบ่นกันมามากมายว่ามีคนจ้องจะเลียนแบบ
เนื่องจากเหตุการณ์ครั้งนี้อุจจาระไม่โดนตัวนายอภิสิทธิ์เหมือนกรณีนายอุทัย แต่ผมก็ได้ปลอบใจไปว่าไม่ควรคิดแบบนั้น เพราะนายอภิสิทธิ์เป็นถึง “ผู้นำฝ่ายค้าน”
ผมแปลกใจมากว่าทำไม พรรคเก่าแก่อย่างพรรคประชาธิปัตย์จึงมีคนเกลียดมากมาย หลายคนบ่นให้ฟังว่ารู้สึก “เบื่อหน่าย” ที่ประชาธิปัตย์สอดคล้องกับกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างแยกกันไม่ออก
สไตล์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่เน้นตรวจสอบลูกเดียว จับผิดรัฐบาลทุกวันจนไม่ต้องทำงานอะไร ถือเป็นจุดด้อยของประชาธิปัตย์อย่างมาก
แม้ปัจจุบันพรรคประชาธิปัตย์มีสโลแกนว่า “ประชาชนต้องมาก่อน” เป็นคำที่สวยหรู แต่ก็พิสูจน์ไปแล้วว่า ไม่เคยทำได้แม้แต่สักนิดเดียว ยามบ้านเมืองถูกป่วนด้วย “5 อันธพาล” พรรคนี้ก็ยังยอมตัวเข้าเป็นทาสรับใช้สุดๆ
แม้พรรคประชาธิปัตย์จะพยายามอย่างไรก็ยังไม่สามารถเข้ามาเป็นรัฐบาลได้ และยังหลงใหลคว้าเงาอยู่ตลอดเวลา
จากการออกมาโจมตีรัฐบาลอย่างต่อเนื่องของพรรคประชาธิปัตย์ จึงได้เห็นวิสัยทัศน์ของบุคลากรในพรรคได้อย่างชัดเจน
แม้จะมีคนเกลียดประชาธิปัตย์อยู่มาก แต่ผมไม่สนับสนุนให้คนเกลียดพรรคประชาธิปัตย์คิดเคียดแค้นแบบนี้
เพราะผมเกรงว่าจะมีคนลอกเลียนแบบ กระทั่งนำขี้ไปปาสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ให้โดนตัวทุกคน ผมไม่สนับสนุนการกระทำแบบนี้เลยครับ !

แป๊ะลิ้มถูกเหยียบหาง

คอลัมน์ : โต๊ะข่าวประชาทรรศน์

โดย เอกฉัตร


“รักบ้านเมืองต้องรักให้ฉลาด ใช้อารมณ์ใช้ความรุนแรงไม่ได้ เพราะระบบนิติธรรมที่สร้างกันอยู่ทุกวันนี้จะสร้างกี่แบบก็ได้ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานธรรมาภิบาลรองรับ นอกจากนี้ ความแตกต่างทางความคิดไม่ใช่ปัญหา จะต้องหลีกเลี่ยงความรุนแรง และเราต้องเดินหน้าตกลงกันเพื่อรักษาบ้านเมืองของเราไว้ให้ได้”

ตามพระราชกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ว่า “ประเทศของเรา ไม่ใช่ประเทศของหนึ่งคนสองคน เป็นประเทศของทุกคน เข้าหากัน ไม่เผชิญหน้ากันแก้ไขปัญหา เพราะปัญหามีอยู่ที่เวลาเกิดจะใช้คำว่าบ้าเลือด เวลาคนมีการปฏิบัติรุนแรงมันลืมตัว ลงท้ายเขาไม่รู้ว่าตีกันเพราะอะไร เพียงแต่ว่าจะต้องเอาชนะ แล้วก็ใครจะชนะ ไม่มีทางอันตรายทั้งนั้น มีแต่แพ้คือต่างคนต่างแพ้ ผู้ที่เผชิญหน้าก็แพ้ แล้วที่แพ้ที่สุดก็คือประเทศชาติ

“ประชาชนจะเป็นประชาชนทั้งประเทศ ไม่ใช่ประชาชนเฉพาะในกรุงเทพมหานคร ถ้าสมมุติว่าเฉพาะในกรุงเทพมหานครเสียหายไป ประเทศก็เสียหายทั้งหมด แล้วก็จะไม่มีประโยชน์อะไรที่จะทะนงตัวว่าชนะอยู่บนกองซากปรักหักพัง ผมคิดว่าไม่ล้าสมัยและยังใช้ได้อยู่เสมอ อย่าให้พระองค์ต้องรับสั่งแบบนี้อีกครั้ง”

นี่คือคำพูดตอนหนึ่งของนายสุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ในการแสดงทัศนะในงานประชุมใหญ่เครือข่ายสานเสวนาเพื่อสันติธรรม ซึ่งผมคัดลอกมาจากหนังสือพิมพ์บางกอกทูเดย์ ฉบับวันพุธที่ 29 ตุลาคม 2551 เพื่อให้ท่านได้อ่านกันอีกครั้ง ว่ามีตอนไหน ประโยคใดที่ทำให้ ฯพณฯสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรพันธมาร โกรธหน้าเหมือนยักษ์กินน้ำร้อน เหมือนกับว่าใครไปเหยียบหางหรือถูกตีตรงหน้าแง จึงได้ขึ้นเวลาสำรอกคำพูดด่าและข่มขู่นายสุเมธ ตันติเวชกุล ตามสไตล์ของคนที่เป็นนักรบหน้าไมค์ปลุกระดมบนเวทีในทำเนียบรัฐบาล

“มีความพยายามเคลื่อนไหวจาบจ้วงสถาบัน แต่กลับออกมาให้ทุกฝ่ายสามัคคีกัน สิ่งที่ ดร.สุเมธ คิดและออกมาพูดทำประโยชน์ให้ประเทศอย่างไร ดีที่สุดต้องหุบปาก อย่าทะลึ่งมาออกความเห็นอีกต่อไป เพราะจะถูกสวนกลับไปอีกทุกครั้ง หาก ดร.สุเมธยังออกมาเสนอความคิดเห็นอย่างนี้อีก จะเจอตอบโต้เป็นหน้าๆ ออกมาอีกหนึ่งหมัด จะถูกสวนกลับไปอีกยี่สิบหมัด”

“เป็นที่น่าเสียดายที่ ดร.สุเมธถือเป็นคนทำงานใกล้ชิดเบื้องยุคลบาท ควรออกมาแสดงความคิดเห็นหรือออกมาพูดห้ามปรามคนที่คิดทำลายล้างสถาบัน หยุดการกระทำดังกล่าว ที่ออกมาพูดว่าให่หยุดทะเลาะกันได้แล้ว อยากจะถามว่าใครอยากจะไปทะเลาะกับมัน สิ่งที่พันธมิตรพยายามและทำอยู่นี้คือต้องการปกป้องสถาบัน ดังนั้น ดร.สุเมธ อย่ามาทะลึ่งออกมาแสดงความคิดเห็นอีก ดร.สุเมธคนนี้ชอบใช้สถานภาพของตนเองที่ทำโครงการหลวง และชอบออกมาแสดงความคิดเห็น มีคนอย่าง ดร.สุเมธที่ชอบอ้างตัวว่าเป็นคนใกล้ชิดเป็นผู้ดูแลโครงการหลวง แต่ไม่สนใจอะไรกับผู้ที่ทำจาบจ้วง จึงเป็นผู้ที่ทำให้สถาบันอ่อนแอ”

“มีคนอย่าง ดร.สุเมธ นายโคทม อารียา และอีกมากที่ชอบพูดว่าบ้านเมืองแบ่งเป็นสองฝ่าย เป็นการมองแบบคนโง่ ที่ถูกต้องคือบ้านเมืองแบ่งเป็นพวกที่อยู่ข้างความถูกต้องและไม่ถูกต้อง แทนที่จะอยู่ข้างความถูกต้อง กลับมาทำตัวเป็นศาสดาสอนให้สามัคคีกัน คนพวกนี้เป็นคนที่ชอบตีกินและคอยจังหวะออกมาแสดงความคิดเห็น โดยอยากจะเป็นฮีโร่ขี้ม้าขาว อยากให้ ดร.สุเมธ หยุดพฤติกรรมการตีกินอย่างนี้อีก และอยากให้พี่น้องพันธมิตรฯ เจอนายโคทม ที่ไหนให้เอามือตบไล่ไปเลย”

เป็นคำพูดบางตอนของ นายสนธิ ลิ้มทองกุล ที่ผมคัดลอกมาจากหนังสือพิมพ์ข่าวสด ฉบับวันพุธที่29 ตุลาคม เพื่อให้ท่านได้พิจารณาถึงความกักขฬะ โดยไม่ได้หวังว่าจะให้ท่านตัดสินอย่างไร เพราะผมเชื่อว่าท่านคงตัดสินใจได้นานแล้วว่า นายสนธิเป็นคนอย่างไร

ใครที่เห็นแตกต่างไปจากตัวกู ต้องเปิดสงครามสั่งสอนอย่างที่ นายสุเมธ ตันติเวชกุล ได้รับ
นี่ไงคือเหตุที่พลังเงียบทำตัวเงียบเชียบ ไม่อยากเปลืองตัว

เพราะฉะนั้นเลิกพูด เลิกคิดที่จะดำเนินให้เกิดความสมานฉันท์ ให้หันหน้าเข้ามาหากันเพื่อแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศไทย ซึ่งใครก็รู้ว่าต้นตอของปัญหามาจาก นายสนธิ ลิ้มทองกุล

ในเมื่อตัวต้นเหตุของปัญหาไม่ยอมรับในสิ่งที่กระทำ และไม่ต้องการสมานฉันท์ ใครที่คิดจะสร้างความสามัคคี สร้าสมานฉันท์ ก็จะถูก ฯพณฯ สั่งให้ลูกสมุนตามล่าด้วยมือตบ อย่างที่ประกาศให้ตามล่านายโคทม อารียา หนึ่งในคณะทำงานสานเสวนาเพื่อสันติธรรม

ผมเชื่อว่าการทุกคำพูดของนายสนธิ แม้จะพูดด้วยอารมณ์โกรธเหมือนถูกใครเหยียบหางก็ตาม แต่ยังมีสติ เพราะไม่ได้แบ่งคนออกเป็นสองฝ่าย คือพวกที่สนับสนุนพันธมิตรพันธมารเป็นพวกจงรักภักดี ถ้าไม่ใช่ก้อไม่จงรักภักดี อย่างที่เคยประกาศไว้เมื่อสัปดาห์ที่ผ่าน

แต่จะมาแบ่งคนออกเป็นสองฝ่ายจงรักภักดีกับไม่จงรักภักดี ในขณะที่ด่านายสุเมธ ปาวๆ นั้น คงจะเขินอาย เพราะใรก็รู้ว่า นายสุเมธทำงานโครงการหลวง ใต้เบื้องยุคลบาท ไม่ใช่เป็นการแอบอ้างอย่างที่นายสนธิ ป้ายสี

จนถึงวันนี้ผมยังเชื่อและมั่นใจว่าคนไทยทุกคนมีความจงรักภักดีต่อสถาบันไม่เสื่อมคลาย เพราะเราถูกฝังหัวมาตั้งแต่เกิด ใครที่มาแบ่งพวกแบ่งฝ่ายต้องถือว่าเป็นความคิดที่อุบาทว์อัปรีย์ที่สุดอย่างหาที่เปรียบไม่ได้น็นความ



ระทึก!บึ้มกลางกรุง 2 จุดบ้านจรัญ-พันมารเจ็บ 9 สาหัส 1


ระเบิดกลางกรุง 2 จุด บ้าน'จรัญ-เวทีพธม. บาดเจ็บ 9 สาหัส 1 'เสธ.แดง'ยันไม่มีเอียวบึ้ม!เตือน'การ์ดพันธมาร'ตายรายวันแน่ หากไม่รีบคืนทำเนียบฯ

เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา คนร้ายขี่จักรยานยนต์ ปาวัตถุคล้ายระเบิดเข้าไปบริเวณบ้าน นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ แรงระเบิดทำให้กระจกบานเกร็ดหน้าต่างแตกละเอียดและได้รับความเสียหาย นอกจากนี้บริเวณพื้นดินยังพบหลุมกว้างเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.คลองตัน เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ

ต่อมาเวลาประมาณ 03.00 น. ได้เกิดเหตุคนร้าย 2 คนขับขี่รถจักรยานยนต์ ปาระเบิดใส่เวทีชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย บริเวณเชิงสะพานมัฆวานรังสรรค์ ถนนราชดำเนิน ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก จากการตรวจสอบ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง พบเศษวัตถุระเบิดชนิดเอ็ม 26 กระจายเกลื่อนบริเวณเต้นท์ของการ์ดพันธมิตรฯ และพบกระเดื่องระเบิดด้วย แรงระเบิดทำให้เกิดหลุมลึกกว่า 3 เซนติเมตร กว้าง 5 เซนติเมตร ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และต้องนำส่งโรงพยาบาลวชิระ โดยบาดเจ็บ 9 ราย สาหัส 1 ราย ในจำนวนนี้ทราบชื่อคือ 1.นายเสถียร ทับมะลิผล อายุ 40 ปี (บาดเจ็บสาหัส) 2.นายราชัน จันทร์ปลูก 3.นายจีรศักดิ์ อินทรีย์ 4.นายสงกรานต์ คำด้วง 5.นายทศพล สุขอิ่มใจ 6.นายปัญญา กติกา

'จรัญ'ลั่นไม่วิตกมือมืดปาบึ้ม!บ้านพัก

นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ เปิดเผยว่า ไม่มีความหวั่นวิตก หลังจากถูกกลุ่มมือมืดปาระเบิดใส่บ้านพัก และไม่อยากไปฟันธงว่า มีกลุ่มไหนเกี่ยวข้องด้วยหรือไม่ เพราะไม่อยากให้บ้านเมืองเสียหายมากกว่านี้ ซึ่งตนก็ไม่มีเบาะแสใดๆ คนปาระเบิดถือว่าเป็นมือมืด

ส่วนที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกันกับกลุ่มพันธมิตรนั้น นายจรัญ กล่าวติดตลกว่า ถือว่าแบ่งๆ กันไป และหลังจากนี้จะใช้ชีวิตปกติ ไม่จำเป็นต้องขอตำรวจมาคุ้มกัน เพราะเชื่อว่าประเทศไทยยังปลอดภัย

นอกจากนี้ นายจรัญ ยังกล่าวอีกด้วยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นจะ ไม่มีผลกับการพิจารณาคดียุบพรรค เพราะการตัดสินคดีต้องดำเนินการตามกฎหมายตามหลักฐานและไม่ขอโยงด้วยว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมาจากฝั่งการเมืองหรือไม่ ปล่อยให้ทางตำรวจดำเนินการ ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด มีเพียงกระจกแตกเล็กน้อย

'เสธ.แดง'ยันไม่มีเอี่ยวปาบึ้มแก๊งพันธมาร

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ( เสธ.แดง ) ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก กล่าวว่า ตนไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุ คนร้ายปาระเบิดใส่กลุ่มพันธมิตรฯ แต่ยืนยันว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนจะต้องออกจากทำเนียบรัฐบาล เพราะเชื่อขณะนี้ พันธมิตรฯ กำลังเจอกับศัตรู ซึ่งออกมารบด้วยยุทธวิธีแบบกองโจร ส่วนระเบิดที่พบในที่เกิดเหตุ ชนิด M 26 เป็นของพวกคอมมิวนิสต์ ที่ไม่ใช้ในราชการทหาร ทั้งนี้จึงขอเตือนว่า หากพันธมิตรฯ ยังไม่หยุด อนาคตอาจถูกซุ่มโจมตีด้วย อาร์พีจีและ คอร์ 60 และ M 79 และจะต้องมีการ์ดพันธมิตรฯ ตายทุกวัน

นอกจากนี้ พล.ต.ขัตติยะ ยังกล่าวอีกด้วยว่า สาเหตุที่พันธมิตรฯ โดนโจมตีเพราะมีหลายกลุ่ม ไม่พอใจ ทั้งดำเนินการยึดทำเนียบฯ ให้การ์ดพกอาวุธ ซึ่งถือว่าเหิมเกริม และตอบโต้บุคคลชั้นสูง ซึ่งตนออกมาเตือนพันธมิตรฯด้วยความหวังดี

มทภ.1ยันบึ้มพธม.ไม่ใช่ของกองทัพ


พล.ท.คณิต สาพิทักษ์ แม่ทัพภาคที่ กล่าวยืนยัน ระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ ทำร้ายกลุ่มพันธมิตร จนส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และได้รับบาดเจ็บ 10 ราย รวมทั้งที่บ้านพักของ นายจรัญ ภักดีธนากุล ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเมื่อกลางดึกวันที่ 29 ที่ผ่นนมาา ไม่ใช่ระเบิดที่ใช้ในราชการ เพราะที่ผ่านมากองทัพมีมาตรการคุมเข้มตรวจสอบ อยู่ตลอดเวลา อย่างไรก็ดีในขณะนี้ ตนเองได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอรับทราบรายละเอียดของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว

'คนรักอุดร'ย้ำ1พ.ย.เข้ากรุงร่วม‘ความจริงวันนี้’


ประธานคนรักอุดรเผยคนนับพันคนลงชื่อร่วมงาน'ความจริงวันนี้'แล้ว ขณะที่ชุดพรางระบุแค่เฝ้าจับตามองไม่ยุ่งเกี่ยว ส่วน NBTยันไม่ยิงสด‘ทักษิณ’โฟนอิน

นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เปิดเผยว่า ตนขอประกาศเชิญชวนสมาชิกคนรักอุดร ให้เดินทางไปร่วมงาน'ความจริงวันนี้' สัญจรครั้งที่ 2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยขณะนี้มีสมาชิกลงชื่อร่วมเดินทางแล้วกว่า 1,000 คน ซึ่งจะเดินทางเข้ากรุงเทพฯโดยเหมารถทัวร์ 20 คันและจะออกจากจังหวัดอุดรธานี เวลา 22.00 น.ของวันที่ 31 ต.ค.

อย่างไรก็ตามประธานคนรักอุดรกล่าวอีกว่า เมื่อถึงกรุงเทพฯ จะไปให้กำลังใจนายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี จากนั้นจะเดินทางไปพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) เพื่อถามนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์เกี่ยวกับจุดยืนในระบอบประชาธิปไตย

เฝ้าจับตามอง

ด้าน พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก กล่าวว่า กองทัพเตรียมเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะมีการโฟนอินเข้ารายการความจริงวันนี้ ในวันที่ 1 พ.ย. ที่หลายฝ่ายเกรงว่า อาจจะมีการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสม หรือหมิ่นสถาบันเบื้องสูง ซึ่งหากมีเหตุการณ์เช่นนั้นจริง ก็เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะเข้าไปดำเนินการตามกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม พล.อ.ประยุทธ เห็นว่าเรื่องนี้ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ด้วยว่าจะมีการสั่งห้าม พ.ต.ท.ทักษิณ ได้หรือไม่ ซึ่งในส่วนของกองทัพจะไม่ขอเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ขณะที่ พล.อ.อนุพงษ์เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ก็ไม่ได้สั่งจับตาเป็นพิเศษ เพราะได้สั่งการไปก่อนหน้านี้แล้ว

เสนาธิการทหารบก ยังกล่าวย้ำว่า กองทัพยังคงเฝ้าระวังและดำเนินการกับผู้ที่หมิ่นสถาบันเบื้องสูง ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม

ยันไม่ถ่ายถอดสด

อนึ่งก่อนหน้านี้นายสุริยงค์ หุณฑสาร รักษาการผู้อำนวยการสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย เอ็นบีที กล่าวยืนยันว่า สถานีจะไม่ถ่ายทอดคำพูดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ต่อสายตรงโฟนอินข้ามประเทศมายังรายการความจริงวันนี้สัญจร ครั้งที่ 2 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก ในวันที่ 1 พ.ย.นี้ แต่ขึ้นอยู่กับว่าผู้ดำเนินรายการจะนำเทปมาออกอากาศซ้ำหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทางสถานีจะตรวจสอบเทปหรือรายการใดๆ ก่อนออกอากาศทุกครั้ง