WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Tuesday, November 25, 2008

ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เตรียมยุติบทบาทสื่อศุกร์นี้ ลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม.

กรุงเทพฯ 24 พ.ย.- “ปลื้ม” เตรียมยุติบทบาทสื่อมวลชนคืนวันศุกร์นี้ เพื่อสมัครผู้ว่าฯ กทม. เผยครั้งนี้มั่นใจ 50:50 เพราะพรรคใหญ่อย่างประชาธิปัตย์ตัดสินใจผิดพลาด รูปแบบการหาเสียงจะแตกต่าง เน้นสื่อ อินเทอร์เน็ตและสื่อสิ่งพิมพ์

ม.ล.ณัฏฐกรณ์ เทวกุล หรือปลื้ม พิธีกรรายการข่าว ประกาศยุติบทบาทในวงการสื่อมวลชน เพื่อเตรียมตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.) เปิดเผยความพร้อมการลงรับสมัครผู้ว่าฯ กทม.ว่า ขณะนี้มีความพร้อมร้อยละ 90 แล้ว การที่พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ส่ง ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ลงสมัครนั้น ถือเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด แต่หาก ปชป.ส่งนายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส. กทม.ลงสมัคร น่าจะทำให้ได้คะแนนมากกว่า และนับเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ตนเองลงสมัครครั้งนี้

“การที่ ปชป.ตัดสินใจเช่นนี้ จะทำให้มีความเป็นไปได้ที่คู่แข่งจะโค่น ปชป.ได้ หากประชาชนเลือก ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ คือการเลือกอดีต แต่หากเลือก ม.ล.ณัฏฐกรณ์ คือการเลือกอนาคต ประชาชนต้องคิดแล้วตัดสินใจ” ม.ล.ณัฎฐกรณ์ กล่าวและว่า อย่างไรก็ดี ไม่ว่าพรรคพลังประชาชน (พปช.) จะส่งใครลงสมัครก็ตาม ไม่ได้มีผลต่อการตัดสินใจลงสมัครของตนเอง ซึ่งก็ยังไม่สามารถบอกได้ ว่า พปช.จะหาคนมาลงสมัครในนามของพรรคได้หรือไม่ นอกจากนี้ ยังต้องรอลุ้นว่า นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ จะลงสมัครเลือกตั้งครั้งนี้อีกหรือไม่ เพราะหากนายชูวิทย์ ตัดสินใจไม่ลงสมัครแล้ว ก็จะมีผู้สมัคร 3 คน ที่น่าจับตามอง คือ ตนเอง, นายแก้วสรร อติโพธิ และ ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ ซึ่งหากเป็นเช่นนี้ มั่นใจว่าความเป็นไปได้ที่จะได้คะแนนคือ 50:50

ม.ล.ณัฏฐกรณ์ ยังกล่าวถึงงบประมาณในการหาเสียงว่า จะใช้ไปกับการหาเสียงทางอินเทอร์เน็ต และสื่อสิ่งพิมพ์ ส่วนจะลงพื้นที่หรือพบกับสื่อมวลชนหรือไม่นั้น ยังบอกไม่ได้ แต่สื่อคงจะตามตัวได้ยาก เพราะ ตนเองมีรูปแบบการทำงานเป็นตัวเอง ไม่เหมือนกับผู้สมัครคนอื่น ๆ จึงไม่ต้องการให้มีการคาดหวังว่าจะเหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ทำกัน ส่วนทีมงานยังไม่ขอเปิดเผย

ทั้งนี้ ม.ล.ณัฏฐกรณ์ นัดแถลงข่าวอีกครั้ง หลังจากยุติบทบาททางสื่อมวลชนแล้วในบ่ายวันเสาร์ที่ 19 พฤศจิกายนนี้ ณ ที่พักส่วนตัว สุขุมวิทซอย 59.-สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-11-24 18:17:47


'เสธ.แดง' เหลืออดอาสาปราบม๊อบโกเต็กซ์

'ขัตติยะ' เสนอตัวอาสาตัวเข้าจัดการม๊อบ ขอนายกรัฐมนตรีตั้งเป็น ผช.ผอ.กอ.รมน. เผยเตรียมมาตรการขับไล่ "กบฎ"ทั้งที่ทำเนียบรัฐบาลและดอนเมืองเอาไว้แล้ว ชี้ ทหารจำนวนมากอึดอัดพร้อมเข้าร่วม ทั้ง “เสธ.ป๊อด” และ “เสธ.ยาว” ระบุกองทัพนำกำลังทหารเข้าตรึงกรุงเทพ ข่มขู่รัฐบาลใช่หรือไม่

พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก เปิดเผย “ประชาทรรศน์ออนไลน์” เช้าวันนี้ว่า ขอเสนอตัวต่อนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ให้แต่งตั้งตนเป็น ผู้ช่วยผู้อำนวยการกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ ผช.ผอ.กอ.รมน. เพื่อนำนักรบ ที่ไม่ใช่นักกอล์ฟ เข้ามาทำการปราบปรามกลุ่มผู้ชุมนุมบุกรุกสถานที่ราชการ โดยตนอาสาที่จะเข้ารับผิดชอบสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้

“ผมขอให้ท่านนายกฯ รีบตัดสินใจแต่งตั้งให้ผมเป็น ผช.ผอ.กอ.รมน. โดยผมมีแผนที่จะดำเนินการจากเบาไปหาหนัก เริ่มต้นที่การเจรจา และหากยังไม่ฟัง จะดำเนินการขั้นต่อไปโดยนำมวลชนจาก กอ.รมน.เข้ามาเป็นแนวร่วมและเข้าสลายการชุมนุม ซึ่งผมมีนายทหาร ที่อึดอัดต่อสถานการณ์และพร้อมเข้าร่วมเป็นกำลังหลัก อาทิเช่น เสธป๊อด และ เสธยาว”พล.ต.ขัตติยะ กล่าว

เสธ.แดง กล่าวด้วยว่า หาก รอง ผอ.กอ.รมน. ซึ่งหมายถึง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ไม่เห็นชอบกับการดำเนินการของตน นายกรัฐมนตรี มีสิทธิ์ที่จะสั่งปลดได้ทันที และ หากมีการทำปฎิวัติรัฐประหาร วันนั้นเขาจะต้องเจอศึกใหญ่กับคนเสื้อแดง นั่นคือ “สงครามประชาชน” อย่างแท้จริง

“ขณะนี้ผมทราบมาว่ามีการนำกำลังทหารเข้ามาในเขตพระนครจำนวนมาก แต่ไม่รู้เป็นแผนการของใครที่ให้ทำแบบนี้ การส่งกำลังทหารเข้ามาคุมพื้นที่ในกรุงเทพมหานคร เป็นการข่มขู่รัฐบาล หรือ ม๊อบ หรือใคร มีจุดประสงค์เพื่อเตรียมการทำการปฏิวัติรัฐประหาร หรือไม่ เป็นเรื่องที่ไม่ควรจะกระทำเลย เสียหายภาพพจน์ประเทศชาติหมด” พล.ต.ขัตติยะ กล่าวเตือน



'คนเสื้อแดง'สุดทน!สันดานโจรพันมาร!จ่อเคลื่อนพลบุกกรุง


ชมรมคนรักอุดรเหลืออด!พฤติกรรมม็อบถ่อยพันธมารใช้สันดานโจรบุกยึด-ตัดน้ำ-ไฟฟ้าสถานที่ราชการการ ลั่นพร้อมเคลื่อนพล'คนเสื้อแดง'เข้ากรุง เพราะมีแนวร่วมจากหลายจังหวัดเรียกร้อง

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (25 พ.ย.) ที่สถานีวิทยุ ชมรมคนรักอุดร นายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ได้ประกาศเรียกประชุมแกนนำสมาชิกชมรมคนรักอุดร เพื่อประเมินถึงสถานการณ์กรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.)บุกปิดล้อมและตัดน้ำ ตัดไฟฟ้าสถานที่ต่างฯ และแสดงจุดยืนในการที่จะนำมวลชนเข้ามายังกรุงเทพฯหรือไม่เพราะกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 ตลอดถึงผู้รักประชาธิปไตยจากจังหวัดต่าง ๆ ได้โทรศัพท์มาปรึกษากับตนว่า จะแสดงจุดยืนอย่างไร ชมรมคนรักอุดร จะมีการเคลื่อนไหวหรือไม่ เพราะรอสัญญาณจากอุดรธานีเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม นายขวัญชัย กล่าวอีกว่า ตนเองเข้าใจที่ทางตำรวจ ทหาร ไม่สามารถทำอะไรได้กับผู้กระทำความผิดกฎหมาย ซึ่งตนพร้อมที่จะเคลื่อนพลจากอุดรธานี ไปยังลง กทม.ทันที

ส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ในขณะนี้ กลุ่มทหารเสือพระราชา ซึ่งเป็นแนวร่วมสนับสนุนพันธมิตรฯ ยังคงติดตามการเคลื่อนไหวของพันธมิตรส่วนกลางโดยการถ่ายทอดสดบรรยากาศผ่านสถานีวิทยุชุมชน และติดตั้งโปรเจกต์เตอร์ ถ่ายทอดสัญญาณ ASTV ให้กับผู้เข้าร่วม โดยทางกลุ่มได้ส่งข้อความผ่านเครือข่ายที่ 6 เรดิโอ ให้สมาชิกติดตามสถานการณ์และพร้อมระดมพลหากแกนนำพันธมิตรฯส่งสัญญาณ

ขณะที่ กลุ่มคนรักเชียงใหม่ 51 หรือ กลุ่มเสื้อแดง ซึ่งเป็นแนวร่วม นปช. ก็มีการติดตามการชุมนุมของพันธมิตรฯส่วนกลางเป็นระยะเช่นกัน โดยเปิดการถ่ายทอดสดสลับกับการปราศรัยโจมตีผ่านทางสถานีวิทยุชุมชน โดยในวันนี้ ยังไม่มีการเคลื่อนไหวเดินสายไปยังสถานที่ราชการต่างๆ เพื่อป้องกันกลุ่มพันธมิตรฯในจังหวัดเชียงใหม่ ใช้วิธีดาวกระจายไปชุมนุมกันแต่อย่างใด

ไม่สำนึก“หัวหน้าม็อบมือตบทีโอที”ขอโบนัสให้ลิ่วล้อ

ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ทีโอที ขออนุมัติเงินโบนัสประจำปี 51 อ้าง เป็นแรงใจให้พนักงาน ลืมแล้วหรือ! ม็อบมือตบไล่ผู้นำประเทศ 22 ตุลาคม ประชาชนยกเลิกการใช้บริการ กว่า 30,000 เลขหมาย

อ่านสารจากสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจบริษัท ทีโอที (สรท.) จำกัด (มหาชน) ที่ร่อนถึงประธานกรรมการ บมจ. ทีโอที ที่ลงนามโดย นายพงษ์ฐิติ พงษ์ศิลามณี ประธานสรท.โดยมีหลักใหญ่ใจความว่า “ขออนุมัติเงินโบนัสประจำปี51” โดยอ้างเหตุผลว่า

“... พนักงานทีโอที ได้ทุ่มแทแรงกายแรงใจในการสร้างรายได้ให้ทีโอที จนกระทั่งเป็นที่แน่นอนว่าบริษัทจะมียอดรายได้เพิ่ม สรท.จึงเห็นว่าการขออนุมัติเงินในรอบแรกจะเป็นการตอบแทนความดี และเป็นแรงใจให้ร่วมฝ่าฝืนอุปสรรคต่อไปในภายภาคหน้า…”

เนื้อหาระบุให้มีการจัดสรรเงินโบนัสประจำปี 2551 ให้แก่พนักงานรอบ 1 และรอบ 2 โดยรอบแรกเป็นจำนวนเงิน 1 เท่าของเงินเดือน โดยเรียกร้องให้จ่ายพร้อมเงินเดือนในธันวาคมนี้ จากนั้นเมื่อ TRIS ได้ประเมินการดำเนินการของทีโอทีเสร็จสิ้นราวๆเดือนพฤษภาคม ปี2552 นั้นก็ให้มีการพิจารณาเงินโบนัสตามเกณฑ์ที่ขึ้นอยู่กับผลคะแนน TRIS ของพนักงานในรอบ2ต่อไป

อย่างที่ทราบกันดีว่า ทีโอที มีสภาพการเงินที่สุดจะง่อนแง่นเรื้อรัง ยืนแทบไม่อยู่ เรียกได้ว่าเข้าห้องไอซียูไปหลายหนหลายครั้ง ถึงขนาดต้อง “จำนองที่ดิน” เพื่อเลี้ยงคน.. เลี้ยงองค์กร

รายได้หด “หายหัว”ไปไหน??

มันมีหลายกรณี แต่ที่ชัดๆคือ ทีโอทีโดนฟ้องเรียกเงินมหาศาลจำนวนกว่า 2,649 ล้านบาท จากบมจ.สามารถ ไอ-โมบาย เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2550 ในกรณีการค้างชำระหนี้ในส่วนระบบ ลูกค้าสัมพันธ์และระบบบิลลิ่งกับ บริษัทสามารถ ไอ-โมบาย และในที่สุดกลางปี 2551 หลังจากขึ้นโรงขึ้นศาลเรียบร้อย ก็มีการตกลงประนีประนอมว่าจะชำระหนี้ตกลงจ่ายหนี้และดอกเบี้ยบางส่วนรวมเป็นเงิน1,476 ล้านบาท (ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) ......นี่คือหนึ่งแห่งอุปสรรคทางการเงินที่ทีโอทีต้องเผชิญ

รวมทั้งเรื่องไม่เป็นเรื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา “มือตบทีโอที” แสดงพฤติกรรมเถื่อน ขว้างปารองเท้า ขวดน้ำ มือตบ ขับไล่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งมีสถานะเป็นถึงผู้นำประเทศ ขณะเดินทางไปตรวจงานที่ ทีโอที แจ้งวัฒนะ อันเป็นพฤติกรรมที่ไม่สมควรอย่างยิ่งการกระทำดังกล่าวปฎิเสธไม่ได้ว่า ทำให้ภาพพจน์ทีโอทีเสียหายเป็นอย่างมาก ประชาชนทั่วประเทศถึงกับยกเลิกการใช้บริการทีโอทีเกือบ 3 หมื่นเลขหมายภายในไม่กี่วัน ..รายได้หายวับไปเท่าไรคำนวณดู

นอกจากนี้รายละเอียดของการขออนุมัติจ่ายโบนัสยังระบุประโยคที่รู้ดีว่า “ทีโอที มีสภาพร่อแร่ขนาดไหน” แต่ก็ยังอ้างว่าการอนุมัติในครั้งนี้จะเป็นแรงกำลังสำคัญในการทำงานของพนักงานทั้งหมด ...

นี่ต้องให้เตือนอีกครั้งใช่หรือไม่ว่า รัฐวิสหกิจ เอกชน ทั้งหมดทั้งมวล เกิดสภาวะทางการเงินที่แย่ไปตามๆกัน ในปี2552 มีความชัดเจนมากยิ่งขึ้นว่าลูกจ้างและพนักงานจะต้องถูกปลดออกจากตำแหน่งอีกหลายหมื่นอัตรา ทั้งหมดคือผลกระทบจากวิกฤตการณ์แฮมเบอร์เกอร์ และความดันทุรังแบบงี่เง่าของกลุ่มพันธมารที่สร้างเงื่อนไขหลับหูหลับตาต่อต้านไม่ให้รัฐบาลบริหารประเทศ..

ทำอย่างนี้เท่ากับเป็นการกลั่นแกล้ง และซ้ำเติมองค์กรของตัวเอง เพราะ เป็นที่ชัดเจนว่าประธานสหภาพฯเองก็สนับสนุน จัดรถบริการรับ-ส่งให้พนักงานในทีโอทีไปร่วมชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาล ขับไล่รัฐบาลซึ่งเป็นฝ่ายบริหาร ฉะนั้นรัฐวิสาหกิจก็ต้องพลอยฟ้าพลอยฝนไปเช่นกัน

แล้วนี้ยังจะมีหน้ามาเรียกร้อง!!

เท่ากับว่าผู้ใดที่ฝักใฝ่คำปราศรัยของศาสดาม็อบโกเต็กซ์ ต้องมีพฤติกรรม “ทุกอย่างเป็นของกู” จนเมินหลักความเป็นจริง หลักทางกฎหมาย และหลักในการอยู่ร่วมกันสังคม ..เป็นพวกเห็นคนล้มแล้วต้องกระทืบซ้ำ

ประธานกรรมการ.. เห็นทีว่าควรจะต้องมีการพิจารณาประธานสหภาพฯทีโอทีคนใหม่ แทนการพิจารณาเงินโบนัสประจำปีให้กับพนักงานบางคนบางพวกที่มือไม่พาย ยังเอาเท้าราน้ำ โดยควรที่จะต้องคัดสรรประธานสหภาพฯ ที่มีจิตใจไม่ฝักใฝ่ซ้ำเติมความเดือดร้อนขององค์กร และของประเทศชาติ....



'สมชาย'สับแหลก'ม็อบหมาบ้า'ล้อมกัด!

นายกฯกรีด 'ม็อบโกเต็กซ์' คิดล้มล้างรัฐบาลมีโทษฐาน 'กบฏ' ย้ำไม่เคยคิดลาออกเพราะมีที่มาตาม รธน.เผด็จการ ชี้ประชาชนคือหนึ่งเดียวที่ตัดสินชี้ขาด ยันกลับไทยแน่นอน ไม่หวั่นแม้ 'ม็อบหมาบ้า' จะล้อมกัด เชื่อ ตร.ดูแลสถานการณ์ได้

วันนี้(25 พ.ย.) นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุว่า ตนไม่ทราบจุดประสงค์ที่แท้จริงของการบุกยึดดอนเมืองของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไทย ซึ่งการบุกยึดทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวดอนเมืองซึ่งเป็นสถานที่ราชการ ทำให้เกิดความเสียหาย ส่วนการกระทำดังกล่าวจะเป็นการบีบบังคับให้ตนเองลาออกหรือไม่นั้นนั้น ตนขอยืนยันว่าคนที่จะตัดสินให้ออกจากตำแหน่งได้คือประชาชน เพราะรัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ซึ่งตามกฎหมายรัฐธรรมนูญ มีระบุไว้ว่าหากใครต่อต้านหรือล้มล้างรัฐบาล ถือเป็นกบฏ

นอกจากนี้การที่กลุ่มพันธมิตรฯ จะไปปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิในวันพุธที่จะถึงนี้ นายสมชายกล่าวว่า การปิดล้อมสนามบินจะทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก อยากให้กลุ่มพันธมิตรฯ คำนึงถึงส่วนรวม และหากเสียหายใครจะรับผิดชอบ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับถึงประเทศไทย ตามกำหนดการและเวลาเดิม หากจะถูกปิดล้อมจากพันธมิตรฯ

อย่างไรก็ตามเมื่อเดินทางกลับถึงประเทศไทย ก็จะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาหารือ ซึ่งหากจะมีการตัดสินใจใดๆ ตนเองจะไม่ตัดสินใจโดยลำพัง แต่ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่รายงานให้ทราบว่ายังสามารถดูแลสถานการณ์ทั้งหมดได้



เครื่องบิน"สมชาย"ขัดข้อง กลับไทยช้ากว่ากำหนด

เว็บไซต์ข่าวกรมประชาสัมพันธ์ รายงานว่า นายศักดิ์สิทธิ์ ประดับศิลป์ ผู้สื่อข่าวสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย รายงานว่า คณะของนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งร่วมประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิค (เอเปค) ครั้งที่ 16 ประเทศเปรู จะเดินทางถึงกรุงเทพมหานครช้ากว่ากำหนด เนื่องจากรถลากจูงที่ใช้ระบบไฮโดรลิกล็อคล้อเครื่องบิน เพื่อที่จะออกไปยังรันเวย์ เกิดเหตุขัดข้อง ระบบไม่ยอมคลายล็อคล้อเครื่องบินออก ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบอยู่

พันธมิตรฯ ประกาศแต่งตั้งหน่วยไล่ล่า"เสธ.แดง"

นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกาศบนเวทีปราศรัย ยืนยันจะปักหลักชุมนุมที่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ท่าอากาศยานดอนเมืองต่อไป เพื่อสกัดกั้นไม่ให้มีการประชุมคณะรัฐมนตรี แต่หากเปลี่ยนสถานที่ประชุม ไม่ว่าที่ใด ก็พร้อมจะไปปิดล้อม นอกจากนี้ ได้เรียกร้อง กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ ออกมาแสดงความชัดเจนว่าจะอยู่ข้างใคร หากทหารจะนำรถถังออกมาก็พร้อมจะต่อสู้ตามยุทธศาสตร์ม้วนเดียวจบ


อย่างไรก็ตาม นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ทางกลุ่มพันธมิตรฯ ได้ตั้งหน่วยไล่ล่า พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก ที่คาดว่าภายใน 3-7 วันนี้ จะมีเหตุเกิดขึ้นอีกด้วย

สิ่งที่ภาคประชาชนน่าทำเพื่อตอบโต้พวกถ่อยป่วนเมือง

บทความ โดย Bugbunny

ผมอยากเสนอความคิดเห็นนี้ให้คนรักประชาธิปไตยในบอร์ดนี้ลองพิจารณาดูนะครับ

๑. การเคลื่อนไหวไปที่โน่นที่นี่ของพันธมิตรตอนนี้ น่าจะเป็นการรอกำลังจากส่วนภาคใต้เข้ามาร่วมให้มากขึ้น เพราะข้อมูลก็คือส่วนใหญ่พวกที่มาร่วมตอนนี้มากจากภาคตะวันออก เนื่องจากอยู่ใกล้และเดินทางสะดวก

๒. เป้าหมายการเคลื่อนไปที่โน่นที่นี่ครั้งนี้ คือการสร้างความปั่นป่วนวุ่นวายใน กทม.และหัวเมืองสำคัญเป็นหลัก เพื่อให้ทหารกลุ่มของพวกเขาออกมายึดอำนาจ เพราะมีข่าวสะพัดไปทั่วว่า กลุ่มทหารที่ได้มีการวางกำลังหลักไว้ตามที่ต่าง ๆ นั้นร่วมกับเปรม ประยุทธ และ ตท 12 จะเข้ายึดอำนาจ อ้างสาเหตุ การที่รัฐควบคุมสถานการณ์ไม่ได้ แต่มีข่าวสะพัดไปทั่วเป็นการดักคอ จึงยังสองจิตสองใจกันอยู่

๓. อาจจะมีการยั่วยุถึงขั้นเข้ายึดสถานที่สำคัญเพิ่มเติมเพื่อให้ตำรวจทำการปราบปรามผลักดัน แล้วก็จะก่อวินาศกรรม ซึ่งเมื่อเช้ามืดที่ผ่านมานี้ มีระเบิดเกิดขึ้นหลายจุด และเชื่อว่าคืนนี้พวกม็อบเดรัจฉานก็คงจัดเผาหรือระเบิดให้ได้ในคืนนี้อีกหลายจุด

๔. คงจะมีการเข้ายึดอำนาจเป็นการปิดเกมให้ได้ เพียงแต่ทหารจะคุมพวกนอกรีตในกองทัพที่รับคำสั่งคุณผู้เอาแต่ใจตัวเองได้ขนาดไหนเท่านั้น

ข้อเสนอของผมก็คือ

๑. ปล่อยให้พวกมันกระจายกันบ้าไป แค่คอยจับตัวลงมือทำ การจับการ์ดพันธมิตรที่ยึดรถเมล์พร้อมอาวุธรวมทั้งปืนและเครื่องกระสุนเข้าจี้รถเมล์ในวันนี้ได้หลายคน แสดงว่าเอาเข้าจริงตำรวจจะจับก็จับได้เลย ถ้าหลักฐานพร้อม และพวกการ์ดก็ไม่ได้ต่อสู้อะไรมาก

๒. ผู้รักษากฎหมายควรตอบโต้ทุกวิถีทางทันทีที่พวกนี้ละเมิดกฎหมายด้วยการยึดสถานที่ราชการ ก่อวินาศกรรม หรือเผาบ้านเผาเมือง

๓. อาจมีบางคนอยากจะออกไปชุมนุมให้กำลังใจตำรวจที่จัดการกับม็อบโกเต๊กซ์ก็เป็นเอกสิทธิ์ แต่ผมว่าไม่น่าทำตอนนี้ เพราะเปรียบเทียบ แล้วถ้ารัฐบาลจับหรือสลายพวกมันแล้วเราแสดงอาการชื่นชมก็จะเข้าทางทหารเผด็จการและคนเอาแต่ใจตัวเองที่จะยึดอำนาจ ขั้นตอนชุมนุมตอนนี้น่าจะไม่เหมาะสมทางการเมือง เพราะเมื่อพวกนี้สร้างความปั่นป่วนแล้วเราไปเต้นตามมันก็จะเข้าทางพวกมันที่ต้องการให้เกิดความวุ่นวายแล้วทำรัฐประหาร การชุมนุมแสดงความสนับสนุนรัฐบาลกลุ่มย่อย ๆ อย่างเป็นธรรมชาติเป็นเอกสิทธิ

๔. แต่ถ้าพวกมันยึดอำนาจ ชาวเสื้อแดงต้องออกมาทันที ที่สนามหลวงสำหรับ กทม.และที่ศาลากลางทุกแห่งและที่อื่น ๆ ที่เห็นสมควรในแต่ละชุน

๕. ตั้งรัฐบาลพลัดถิ่นทันทีที่พวกมันยึดอำนาจในประเทศใดประเทศหนึ่ง

เสนอความเห็นมาให้พิจารณากันครับ

จาก
thaifreenews

Monday, November 24, 2008

พธม.ฯถ่มน้ำลายรดหัว"รองผกน.4"จนชุ่ม แถมกระทืบซ้ำ

คลิ๊กเพื่อรับชมวีดีโอ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 17.00 น. ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยชุมนุมอยู่บริเวณหน้าลิฟท์ ชั้น 1 ที่อาคารห้องรับรองพิเศษ ซึ่งเป็นที่ทำงานของนายกรัฐมนตรี ปรากฎว่า พ.ต.อ.พัชระ บุญสิทธิ์ รองผบก.บก.น.4 เดินออกจากโรงอาหาร และผ่านกลุ่มผู้ชุมนุม ได้มีผู้ชุมนุมบางส่วนไปกระพือมือตบ และโห่ไล่ พร้อมทั้งตะโกนด่าว่า "ไอ้ฆาตกร" ซึ่งพ.ต.อ.พัชระได้ยกมือขอร้อง และพยายามเดินหนีผู้ชุมนุม แต่มีผู้ชุมนุมบางส่วนกลับบ้วนน้ำลายใส่ศรีษะของ พ.ต.อ.พัชระ จนชุ่มไปทั้งศรีษะ พร้อมกับปาขวดน้ำ ไข่ไก่ต้มสุก และผลส้มใส่ จน พ.ต.อ.พัชระต้องรีบวิ่งหนี โดยมีการ์ดพันธมิตรฯบางส่วนเข้ามาห้ามปราม แต่ไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ได้


เมื่อ พ.ต.อ.พัชระวิ่งมาถึงบริเวณทางเข้าตึกอาคารรับรองพิเศษต่างประเทศ ได้มีผู้ชุมนุมคนหนึ่งวิ่งมากระโดดถีบพ.ต.อ.พัชระจนล้มลง จากนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมก็รุมกันเข้ามาเหยียบจนตำรวจที่ยืนรักษาความปลอดภัยอยู่ในบริเวณดังกล่าว ต้องเข้ามาช่วยกันดึง พ.ต.อ.พัชระออกมาจากที่เกิดเหตุและรีบพาเข้าไปในตัวอาคารทันที โดยที่บริเวณศรีษะและคิ้วมีรอยบวมปูดอย่างเนได้ชัด


ระหว่างนั้นกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ในอารมณ์เดือดได้พากันขว้างปาขวดน้ำ ขวดแก้วเข้าใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ยืนรักษาความปลอดภัย และสื่อมวลชนที่อยู่หน้าตึก จนต้องกระโดดหลบกันจ้าละหวั่น ก่อนที่การ์ดพันมิตรฯ จะเข้ามาควบคุมสถาการณ์ไว้ได้


หลังจากนั้น นายศิริชัย ไม้งาม แกนนำพันธมิตรฯ รุ่น 2 ให้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า กลุ่มพันธมิตรฯทราบข่าวว่ามีนักการเมืองติดอยู่ในลิฟต์ เมื่อเปิดลิฟต์ออกมา พบว่านายตำรวจคนดังกล่าวเดินออกจากลิฟต์ พร้อมกับพูดจากไม่เหมาะสม ท้าทายกลุ่มผู้ชุมนุม ทำให้สถานการณ์ตึงเครียด จนเจ้าหน้าที่ไม่สามารถควบคุมได้ จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจคนดังกล่าวได้วิ่งหนี และมาชนรั้วล้มลงไปเอง ซึ่งยอมรับว่า ควบคุมสถานการณ์ลำบาก




เสื้อแดงต้องอดทน


คอลัมน์ : คิดในมุมกลับ

โดย ปฏิญา ยอดเมฆ


ไม่รู้เหมือนกันว่าสถานการณ์บ้านเมืองวันนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง เพราะขณะที่กำลังเขียนต้นฉบับ “พัน-ทมิฬ” ยังไม่ปฏิบัติการปิดล้อมรัฐสภา จึงยังไม่รู้ล่วงหน้าว่าสงครามครั้งสุดท้ายของสุดท้ายๆๆ นั้นมันลงเอยที่ “ใครตาย” และ “ใครเจ๊ง”

ถามใจ...ไม่อยากเห็นใครต้องตายแม้แต่คนเดียว แต่ที่อยากเห็น “เจ๊ง” คงไม่พ้นคนที่ทำธุรกิจเจ๊งไปล่วงหน้าแล้วคนนั้น ลำพังลูกน้องตัวเองยังพาไปไม่รอดแล้วยังหาเรื่องประกาศ “กู้ชาติ” ทั้งที่ชาติก็อยู่ปกติธรรมดา ประชาชนใช่วัวใช่ควายที่ต้องรอให้หมอนี่มาป้อนหญ้าลากจูงเสียเมื่อไร...เฮ้อ เห็นแล้วมันเศร้าใจ

เศร้าหนักที่ใครต่อใครที่รู้จัก การศึกษาก็ดี ดูจากหน้าตาก็น่าจะมีสมอง แต่ก็ยังจะออกไปชุมนุมล้อมรัฐสภากับเขา ประทานโทษ...พอมีใครเจ็บหรือตายจากการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ก็โทษว่าเป็นความผิดของรัฐบาลและตำรวจเพียงฝ่ายเดียว ไม่ตักน้ำใส่กะโหลกดูบ้างเลยว่าตัวเอง “ทำผิดกฎหมาย” เพราะอยู่ร่วมในการชุมนุมที่ขัดต่อความสงบเรียบร้อยและมีอาวุธอย่างโจ่งแจ้ง...หลักฐานก็มีให้เห็นตลอดมาว่าหาใช่เป็นการชุมนุมโดยสงบและปราศจากอาวุธอย่างที่พูดให้ควายฟัง ซึ่งก็ยังไม่เชื่อแต่อย่างใด

เหตุผลแบบนี้พูดไป...คนที่ไม่เข้าใจก็จะไม่มีวันเข้าใจ บางคนอาการหนักถึงขนาดเชื่อว่าถ้าเคลื่อนไหวในนาม “ประชาชน” เสียแล้วจะทำอะไรก็ไม่มีวันผิด จะพกอาวุธนิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่ผิด จะเอาหอกเอามีดแทงตำรวจก็ไม่ผิด เพราะประชาชนคือประชาชน แต่ตำรวจคือตำรวจ ตำรวจถูกฝึกมาให้รับมือโดยเฉพาะอยู่แล้ว อุทธรณ์ไม่ได้ ตอบโต้ไม่ได้ คนพวกนี้จึงเชื่อโดยบริสุทธิ์ใจว่าการชุมนุมยืดเยื้อยาวนาน ถึงขั้นปิดล้อมบุกยึดที่ทำการรัฐสภาหรือทำเนียบนั้น มันเป็นสิทธิอันชอบธรรมของ “ประชาชน” ต่อให้ยกพลปีนป่ายเข้าไปถึงข้างในก็ยังไม่ผิด จะไล่ตีไล่ต่อยนักการเมืองจนหนีหัวซุกหัวซุน เผลอๆ ก็ยังไม่ผิด เพราะเขาคือ “ประชาชน”...ที่สำคัญ รัฐและตำรวจลองตอบโต้ดูเข้าสิ จะมีแนวร่วมเพื่อสิทธิมนุษยชนมากมายหลายองค์กรออกมาประณามรัฐและตำรวจทันที แล้วอย่างนี้จะต้องกลัวอะไร ม็อบเถื่อนที่ไหนก็ได้ใจในการกระทำรุนแรงทั้งนั้นนั่นแหละ

อย่าถามว่า แล้วจะให้ทำอย่างไรเพราะตอบไม่ได้ ถึงตอบได้ก็ไม่อยากตอบ (จะให้ตอบได้อย่างไรว่าโปรดจัดการขั้นเด็ดขาดกับม็อบที่ทำผิดกฎหมายร้ายแรงซ้ำๆ ซากๆ อย่างนั้นสักที...พูดไม่ได้หรอก ประเดี๋ยวเขาหาว่าเราไม่รู้จักสันติวิธี) บางทีก็อยากจะปิดหูปิดตาไม่อยากดูข่าวอ่านหนังสือพิมพ์ เพราะไม่อยากโกรธแค้นว่าทำไมประชาชนอีกหลายสิบล้านถูกกระทำย่ำยีต่างๆ นานามาโดยตลอดจนต้องยอมให้ม็อบเถื่อนๆ ไม่กี่หมื่นคน เพียงเพราะพวกมัน “บ้า” พอจะก่อกวน แล้วประชาชนที่รักสงบจะต้องถูกกระทำไปอีกถึงเมื่อไร...

อยู่กับบ้านภาวนาส่งกำลังใจให้รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ อย่าเพิ่งออกไปปะทะกับ “พวกมัน” ที่ไหน...เพราะ “เสื้อสีแดง” ควรเป็นสีแห่งชัย ไม่ควรเป็นสีเลือดของใครสักคน