
คนร้ายไม่ทราบจำนวนโยนระเบิดไม่ทราบชนิดมาจากถนนวิภาวดี พร้อมยิงปืนกราด ใส่กลุ่มแท๊กซี่คนเสื้อแดงบริเวณปากซอยวิภาวดี ซอย 3 ทางเข้าสถานี 'วิทยุชุมชนคนแท็กซี่ FM 92.75' เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บแล้ว 4 คน
คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ

คนร้ายไม่ทราบจำนวนโยนระเบิดไม่ทราบชนิดมาจากถนนวิภาวดี พร้อมยิงปืนกราด ใส่กลุ่มแท๊กซี่คนเสื้อแดงบริเวณปากซอยวิภาวดี ซอย 3 ทางเข้าสถานี 'วิทยุชุมชนคนแท็กซี่ FM 92.75' เมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา เบื้องต้นมีผู้บาดเจ็บแล้ว 4 คน
ม็อบดาวกระจายพันธมิตรบุกถึงอาคารสนามบินสุวรรณภูมิ ทอท.ต้องประกาศไม่ให้เครื่องบินขึ้นลง ทำทั้งผู้โดยสาร-ลูกเรือ ตกเครื่องระนาวหลังช่วงเช้ามืดยกพลบุกที่ดอนเมืองได้ ตำรวจรวบการ์ดพันธมิตร ค้นรถเจอ "อูซี่-กระสุน" เพียบ ระบุเป็นปืนที่หายไปจากทำเนียบ
ความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หลังจากสามารถยึดสนามบินกรุงเทพ (ดอนเมือง) หรือ ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวได้สำเร็จ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ก่อนจะเคลื่อนขบวนไปกองบัญชาการกองทัพไทย ต่อด้วยสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อรอขับไล่นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ซึ่งเสร็จภารกิจการประชุมเอเปก จะเดินทางกลับจากเปรู ทอท.สั่งปิดสนามบินทั้งขาเข้า-ออก เมื่อเวลาประมาณ 21.00 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ทอท.) กล่าวว่า หลังจากกลุ่มพันธมิตรกว่า 1,000 คน บุกรุกเข้าไปยังอาคารผู้โดยสารชั้น 4 และชั้น 2 ของสนามบินสุวรรณภูมินั้น ทำให้หลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องประเมินสถานการณ์แล้วเห็นว่าไม่สามารถควบคุมเหตุการณ์ได้ ประกอบกับได้ขอความร่วมมือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ หน่วยงานความมั่นคงให้ส่งกำลังมาช่วยเหลือ แต่กลับไม่ได้รับการตอบรับ ดังนั้นจึงหารือกับผู้ที่เกี่ยวข้องและมีความเห็นว่าให้ปิดการใช้บริการสนามบินสุวรรณภูมิทั้งขาเข้า-และขาออกไปก่อนโดยไม่มีกำหนด โดยเฉพาะขาออก ไม่ให้เครื่องบินทั้งหมดบินขึ้น ส่วนผู้โดยสารที่เดินทางแล้วและอยู่บนเครื่องบิน บนน่านฟ้าประเทศไทย ทางหอบังคับการบินแจ้งไปยังกัปตันทุกสายการบินแล้ว หากจะลงที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทาง ทอท.จะอำนวยความสะดวกให้ อย่างไรก็ตาม ทาง ทอท.และผู้ที่เกี่ยวข้องจะตั้งทีมงานเฉพาะกิจวางแผนปรับไปตามสถานการณ์ ด้านนายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ภายหลังจากที่หารือร่วมกันพบว่าสถานการณ์ดังกล่าวไม่สามารถควบคุมได้ด้วยตำรวจและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น เมื่อขอความร่วมมือไปยังหน่วยงานความมั่นคงกลับไม่ได้รับการตอบรับ โดยให้ช่วยเหลือตัวเองไปก่อน ดังนั้นจึงต้องปิดการให้บริการสนามบินสุวรรณภูมิทั้งขาเข้า-ขาออก อย่างไม่มีกำหนด นอกจากนี้เตรียมสนามบินดอนเมือง และสนามบินต่างจังหวัดไว้รองรับสายการบินแล้ว จำลองลั่นยึด"สุวรรณภูมิ" เวลา 21.30 น. พล.ต.จำลองได้ประกาศว่า พันธมิตรได้ยึดสนามบินสุวรรณภูมิแล้ว แต่ยังไม่มั่นคงเพียงพอ ขอให้ระดมกำลังเข้าไปเพิ่มอีก พร้อมระบุว่า ยังมีสถานที่ที่น่าจะไปอีก และในวันที่ 26 พฤศจิกายน จะมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ควรจะเคลื่อนไปปิดล้อมด้วย ส่วนการประชุม ครม.รัฐบาลอย่ามาปิดเลย เพราะพันธมิตรมีหูตามากมาย
สื่อตปท.ตีข่าวม็อบปะทะตร. ด้านสื่อต่างประเทศทุกสำนักเริ่มรายงานข่าวการบุกสนามบินสุวรรณภูมิของกลุ่มพันธมิตร ตั้งแต่เวลา 21.13 น. โดยผู้สื่อข่าวของรอยเตอร์ที่อยู่ในที่เกิดเหตุรายงานว่า ผู้ประท้วงหลายร้อยคนได้บุกเข้าไปในอาคารสนามบินหลังตะลุมบอนกับตำรวจปราบจลาจล ก่อนที่หน่วยงานซึ่งดูแลสนามบินจะประกาศปิดสนามบินและยกเลิกเที่ยวบินขาออกเมื่อเวลา 21.15 น. เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงได้เคลื่อนเข้ามายังอาคาร แถลงการณ์ของผู้จัดการสนามบินระบุว่า ได้พยายามเจรจากับกลุ่มผู้ประท้วงแล้วแต่ไร้ประโยชน์ ดังนั้น เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร สนามบินจึงจำเป็นต้องยกเลิกเที่ยวบินขาออกเป็นการชั่วคราวจนกว่าสถานการณ์จะกลับสู่สภาวะปกติ พันธมิตรเคลื่อนบุก"สุวรรณภูมิ"
เมื่อเวลา 14.30 น. ผู้ชุมนุมที่ดอนเมือง ทยอยขึ้นรถบรรทุก รถตู้ และรถยนต์ส่วนตัวหลายสิบคันไปปิดล้อมสนามบินสุวรรณภูมิ เนื่องจากนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางกลับจากประเทศเปรู วันที่ 26 พฤศจิกายน
เวลา 15.00 น.กลุ่มพันธมิตร เข้าไปในพื้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ โดยเดินจากทางเชื่อมมอเตอร์เวย์ พร้อมรถบัส 3 คัน จอดขวางอยู่บริเวณทางเข้าหลัก 4 ช่องทาง และมีรถสองแถวขับนำหน้ากลุ่มพันธมิตรกว่า 1 พันคนที่เดินเท้าเข้ามาบริเวณชั้น 4 ของสนามบินสุวรรณภูมิ โดยเส้นทางหลักทั้ง 4 เส้นทางผู้โดยสารไม่สามารถเดินทางเข้าไปยังสนามบินสุวรรณภูมิได้ เพราะการจราจรติดขัดอย่างหนัก นอกจากนี้ยังมีรถ 6 ล้อที่ติดตั้งเครื่องเสียง พยายามขับรถเข้ามาบริเวณชั้น 4 อีกด้วย
เวลา 16.00 น. กลุ่มพันธมิตรหลายพันคน นำโดยนายศรัญญู วงษ์กระจ่าง ใช้รถยนต์ส่วนตัวและรถบรรทุก 6 ล้อไปปิดเส้นทางมอเตอร์เวย์ ทางเข้าสนามบินสุวรรณภูมิ ต.ราชทาเทวะ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ จากนั้นใช้รถบรรทุกพร้อมเครื่องขยายเสียง 2 คัน จอดขวางปิดทางแยกยกระดับ อยู่ห่างจากอาคารที่พักผู้โดยสาร ประมาณ 3 กิโลเมตร ซึ่งเป็นเส้นทางตัดกับถนนบางนา-ตราด ที่จะมุ่งเข้าสู่ลาดกระบัง ทำให้การจราจรเป็นอัมพาต รถยนต์ติดยาวหลายกิโลเมตร จากนั้นนายศรัญญูกล่าวปราศรัยให้แนวร่วมกลุ่มพันธมิตรอยู่ในความสงบ รวมทั้งให้หาที่พักผ่อน เพื่อรอกลุ่มพันธมิตรจากส่วนกลางที่กำลังเดินทางมาร่วมสมทบ จนเมื่อเวลา 19.30 น.กลุ่มพันธมิตรทยอยเดินทางมาสมทบเพิ่มขึ้นร่วมหมื่นคนแล้ว "ผู้โดยสาร-ลูกเรือ"ตกเครื่องเพียบ
นายโสภณ ซารัมย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า มอบนโยบายให้บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือทอท. จัดที่ให้พันธมิตรที่ไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เพื่อรักษาภาพพจน์ของสนามบินนานาชาติ ไม่ให้นักท่องเที่ยวต่างชาติตกใจ และไม่ให้ผู้โดยสารได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตามทราบว่ามีผู้โดยสารและลูกเรือบางส่วนตกเครื่องและมีผู้โดยสารบางส่วนเลื่อนการเดินทางออกไป
นายเสรีรัตน์ ประสุตานนท์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และรักษาการกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ทอท. กล่าวว่า ประสานงานไปยังทุกส่วนงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมรับสถานการณ์แล้ว โดยตำรวจได้ตั้งด่านตรวจค้นตามเส้นทางเข้าออกท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ทำให้การจราจรติดขัด โดยส่งเจ้าหน้าที่เจรจาขอให้กลุ่มพันธมิตรชุมนุมกันอย่างสงบ และขอให้เปิดเส้นทางจราจรเพื่อให้รถที่จะเข้าไปรับส่งผู้โดยสารเข้าออกได้ โดยทอท.จัดสถานที่บริเวณลานจอดรถ 4 ด้านข้างอาคารเทียบเครื่องบินจี ไว้รองรับ เพื่อไม่ให้การชุมนุมกระทบต่อการเดินทางของผู้โดยสาร พร้อมกันนี้ยังเตรียมน้ำดื่ม และรถสุขาไว้คอยอำนวยความสะดวกด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้โดยสารทั้งคนไทยและต่างชาติต้องลากกระเป๋าเดินทางจากถนนยกระดับด้านหน้าอาคารผู้โดยสารเข้ามาภายในอาคารผู้โดยสาร ระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร เพราะการจราจรติดขัด ตร.จับการ์ดพธม.เจอ"อูซี่"ของทำเนียบ เวลา 18.30 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ดินแดง นำกำลังตรวจค้นรถยนต์แค๊ปมิตซูบิชิ ทะเบียน ปพ-3952 กรุงเทพมหานคร ขณะขับผ่านหน้าตลาดดินแดง พบนายกนกพล จันทร์ประดิษฐ์ อายุ 42 ปี อยู่ที่ 1422/68 ถนนประชาสงเคราะห์ แขวง-เขตดินแดง กทม.เป็นผู้ขับขี่ จึงตรวจค้นพบอาวุธปืนกลสงครามอูซี่ 1 กระบอก ปืนขนาด .32 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน ขนาด.32 จำนวน 48 นัด ขนาด .38 จำนวน 10 นัด ขนาด 9 มม. จำนวน 25 นัด วิทยุสื่อสาร 1 เครื่อง เสื้อเกาะกันกระสุน 1 ตัว ซองใส่อาวุธปืน 1 อัน ปะทัด 3 ดอก บัตรผ่านเข้า-ออก ทำเนียบรัฐบาล 1 ใบ และบัตรการด์พันธมิตร 1 ใบ ผ้าพันคอสีเหลือกู้ชาติ และนักรบศรีวิชัย อย่างละ 1 ผืน เครื่องนับตัวเลขจำนวน 1 เครื่อง หมวกไหมพรม 1 ใบ สอบสวนนายกนกพล ให้การว่ากำลังจะขับรถไปที่ทำเนียบรัฐบาล ของกลางที่พบไม่ใช่ของตน โดยรถคันดังกล่าวใช้สำหรับขนอาหารในทำเนียบรัฐบาล
ต่อมาเจ้าหน้าที่คลังทำเนียบรัฐบาล เข้ามาตรวจสอบร่วมกับตำรวจ พบว่าอาวุธปืนอินแกรม เอ็ม 10 เป็นปืน 1 ใน 2 กระบอก ที่หายไปจากทำเนียบจริง ภายหลังพันธมิตรบุกยึดทำเนียบ และพบอาวุธปืนหายไปจำนวนหนึ่ง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจยังคงสอบสวนอย่างเคร่งเครียด และแจ้ง 5 ข้อหา คือ1.มีอาวุธสงครามไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 2. มีอาวุธปืนไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.มีเครื่องกระสุน ไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.พกพาอาวุธปืนเข้าไปในเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และ5.พกพาอาวุธสงครามเข้าไปในเมืองและทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร เคลื่อนขบวนบุก"กองทัพไทย"
ทั้งนี้ ก่อนที่กลุ่มพันธมิตรจะเคลื่อนมาที่กองบัญชาการกองทัพไทย โดยยังปักหลักอยู่ที่สนามบินดอนเมือง เมื่อเวลา 10.45 น. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรขึ้นปราศรัยบนเวทีชั่วคราวว่า พันธมิตรจะต้องยกระดับการเคลื่อนไหวให้เข้มข้นมากขึ้น ขณะนี้ว่าพันธมิตรบรรลุความสำเร็จแล้ว 2 ใน 3 ข้อ คือ คัดค้านไม่ให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากการปิดรัฐสภาเมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายนที่ผ่านมา และขัดขวางไม่ให้มีการประชุม ครม. เหลืออยู่เพียงข้อเดียวคือ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีต้องออกไปเท่านั้น
ขณะที่นายสมศักดิ์ โกศัยสุข แกนนำพันธมิตรขึ้น กล่าวว่า ถ้ารัฐบาลจะย้ายไปประชุม ครม.ที่ไหน เราก็จะตามไปไล่ที่นั่น ได้ยินมาว่า เวลา 14.00 น. จะมีการประชุมครม.ที่กองบัญชาการกองทัพไทย ถนนแจ้งวัฒนะ ดังนั้นขอให้พี่น้องตามไปไล่ที่กองทัพไทยด้วย
"มีมันก็ไม่มีเรา มีเราก็ไม่มีมัน ต้องแบ่งข้างกันให้ชัด กองทัพบก กองทัพเรือ ตำรวจต้องแบ่งข้างให้ชัด วันนี้เราต้องสู้ ไม่มีอะไรต้องกลัวอีกแล้ว" นายสมศักดิ์ กล่าวและว่าจะไม่มีการย้ายทัพหลวงจากทำเนียบมาที่ดอนเมือง เพราะดูแลความปลอดภัยยาก ทหารห้ามเข้ายันไม่มีประชุมครม.
จากนั้นเมื่อเวลา 12.00 น. พันธมิตรกว่า 10 คน นั่งรถยนต์ 3 คัน เป็นหน่วยล่วงหน้าเดินทางไปยังกองบัญชาการกองทัพไทย เมื่อไปถึงประตูทางเข้า ปรากฏว่านายทหารไม่อนุญาตให้รถยนต์ของพันธมิตรเข้าโดยเด็ดขาด และว่าภายในกองบัญชาการกองทัพไทย ไม่มีการประชุมครม.นัดพิเศษ แต่กลุ่มพันธมิตรก็ยังปักหลักรออยู่ที่ด้านหน้า
ส่วนบรรยากาศภายในกองบัญชาการกองทัพไทย เจ้าหน้าที่ทยอยให้รถยนต์ของบุคคลภายนอกออกจากกองทัพไทย และเตรียมรถดับเพลิงและรถบรรทุกน้ำ เตรียมป้องกันเหตุ พร้อมเตรียมกำลังทหารพร้อมโล่ประมาณ 20 นาย เสริมกำลัง
เวลา 13.45 น. ที่บริเวณสี่แยกมิสกวัน และบริเวณแยกสะพานมัฆวานรังสรรค์ กลุ่มผู้ชุมนุมทยอยขึ้นรถกระบะเพื่อไปสมทบที่กองบัญชาการกองทัพไทย
เวลา 14.30 น. กลุ่มพันธมิตรประมาณ 500 คนเคลื่อนขบวนจากสนามบินดอนเมือง โดยรถตู้และรถบัส เคลื่อนขบวนไปสมทบที่กองบัญชาการกองทัพไทย
เวลา 16.00 น. นายประพันธ์ คูณมี อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ แนวร่วมพันธมิตร เดินทางไปกองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อยื่นหนังสือเรียกร้องให้กองทัพจัดการรัฐบาลที่หมดความชอบธรรมในการบริหารประเทศแล้ว โดยมี่พล.ท.สุรัตน์ วรรักษ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือน กองบัญชาการกองทัพไทยเป็นตัวแทนรับหนังสือและกล่าวยืนยันว่า ไม่มีการประชุม ครม.นัดพิเศษ ดังนั้นขอร้องให้ผู้ชุมนุมเดินทางกลับบ้าน จากนั้นผู้ชุมนุมพันธมิตรยอมสลายตัว โดยแกนนำบนเวทีปราศรัยชั่วคราวว่า ขณะนี้มีพี่น้องไปชุมนุมที่สนามบินสุวรรณภูมิแล้ว ดังนั้นขอให้พี่น้องไปสมทบกันที่นั่น รวมพลดอนเมืองก่อนดาวกระจาย
ส่วนที่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว สนามบินดอนเมือง ในช่วงเช้า แกนนำพันธมิตรฯ ประกาศยุติการปราศรัยชั่วคราว เพื่อให้ผู้ชุมนุมที่เหน็ดเหนื่อยมาตลอดทั้งคืนได้พักผ่อน ขณะที่กองทัพธรรมตั้งโรงทานขึ้นที่บริเวณ ชั้น 2 อาคารสำนักงานท่าอากาศยานดอนเมือง เพื่อประกอบอาหารแจกจ่ายผู้ชุมนุม ส่วนรถของผู้ชุมนุมจากทำเนียบมาถึงตั้งแต่เช้ามืดกระจายจอดตามจุดต่างๆ ขณะที่การ์ดอาสาคอยเฝ้าทางเข้าออกทำเนียบชั่วคราวอย่างเข้มงวด และส่งชุดตรวจการณ์ไปประจำบนยอดตึกสำนักงานการท่าอากาศยานฯ เพื่อสังเกตความเคลื่อนไหวบนทางด่วนโทลล์เวย์
ส่วนทางกรุงเทพมหานคร(กทม.) จัดส่งรถสุขา 6 คัน มาให้บริการ แต่เพียงไม่นานรถสุขาทุกคันก็เต็มหมด เช่นเดียวกับห้องสุขาภายในห้องวีไอพี เนื่องจากมีผู้ชุมนุมเข้าใช้จำนวนมาก จนมีกลิ่นเหม็นคลุ้งกระจายไปทั่ว นอกจากนี้น้ำประปาในอาคารดังกล่าวก็หยุดไหล เวลา 11.30 น. โฆษกบนเวทีที่ทำเนียบประกาศระดมพลกันอีกครั้งเพื่อเดินทางไปสมทบที่สนามบินดอนเมือง โดยมีรถบัสมารอรับหน้าสนามม้านางเลิ้ง และลานพระบรมรูปทรงม้า ขณะที่ผู้ชุมนุมในทำเนียบยังมีอยู่ประมาณ 1 พันคน โดยพล.ต.จำลอง ยังปักหลักอยู่ที่ทำเนียบ
เวลา 09.30 น. โฆษกบนเวทีขึ้นประกาศให้ผู้ชุมนุมเตรียมตัวเคลื่อนขบวนดาวกระจายอีกครั้ง แต่ยังเปิดเผยว่าจะไปที่แห่งไหน ทำให้ผู้ชุมนุมที่พักผ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ เก็บข้าวเก็บของสัมภาระเตรียมพร้อม พันธมิตรทำเนียบเคลื่อนไปดอนเมือง
เคลื่อนพลไป"ดอนเมือง"ย่ำเช้าตี4
ก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศการชุมนุมกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 03.40 น. วันที่ 25 พฤศจิกายน เวทีปราศรัยภายเปิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากปิดเมื่อเวลา 24.00 น. โดยพล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตร ขึ้นประกาศให้เตรียมตัวออกเดินทางไปสนามบินดอนเมือง เพื่อยึดทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ไม่ให้ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยผู้ร่วมชุมนุมทยอยออกจากทำเนียบไปยังสนามม้านางเลิ้งเพื่อขึ้นรถ โดยมีนายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ แกนนำพันธมิตรนายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานกลุ่มพันธมิตร และนายศิริชัย ใสสะอาด หัวหน้าการ์ดพันธมิตร รออยู่ โดยมีรถโดยสารขนาดใหญ่ รถบรรทุก 10 ล้อ รถเก๋ง รถกระบะและรถตู้จำนวนมากมารอรับ
จากนั้นขบวนรถเคลื่อนไปขึ้นทางด่วนที่ด่านยมราช โดยเจ้าหน้าที่ด่านจะเก็บค่าผ่านทาง แต่กลุ่มพันธมิตรไปกดดันให้เปิดทางจนต้องยอมให้ขึ้นทางด่วนฟรี ขณะที่ผู้ชุมนุมบางส่วนขึ้นรถไฟดีเซลราง ซึ่งเป็นรถไฟฟรีตามโครงการรัฐบาล ที่สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย จัดไว้ให้ 3 ตู้ให้ผู้ชุมนุมไปลงที่สถานีดอนเมือง แต่ระหว่างที่รถไฟจอดรอที่สถานียมราชประมาณ 5 นาที มีชาวบ้านบริเวณดังกล่าวจุดประทัดใส่กลุ่มพันธมิตรเป็นระยะ

"โกวิท" เชื่อสถานการณ์จะคลี่คลาย บอกละครสนุกต้องดูหลายตอน ย้ำสุวรรณภูมิไม่กังวลเป็นหน้าที่ตร.-ทหาร ดูแล รอง ผบช.น. ขู่เล่นงานพันธมิตรหลายคดีทั้งตัดน้ำ-ไฟ ยึดรถ กั้นถนน ชี้สร้างเงื่อนไขให้เกิดความรุนแรง "ตร.-ทอ." โยนกันไปมาไม่รู้ใครกันแน่ดูแลดอนเมือง
"โกวิท"บอกละครสนุกต้องดูหลายตอน
หลังจากที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เคลื่อนจากทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว (สนามบินดอนเมือง) ไปยัง กองบัญชาการกองทัพไทย แล้วเคลื่อนต่อไปยังสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน เมื่อเวลา 16.00 น. พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้เป็นผู้ดูแลสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร เดินทางไปที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล เพื่อหารือกับ พล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น) ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง หลังการหารือผู้สื่อข่าวสอบถามว่าสถานการณ์ขณะนี้เป็นอย่างไรบ้าง พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า ไม่มีอะไร เรื่องสนามบินสุวรรณภูมิก็ไม่ต้องกังวล เป็นหน้าที่ของตำรวจ ทหาร ต้องดูแล
เมื่อถามว่าหากการชุมนุมยังยืดเยื้อจะดำเนินการอย่างไร พล.ต.อ.โกวิท กล่าวว่า "ละครสนุกก็ต้องดูหลายตอน"
พล.ต.อ.โกวิทกล่าวว่า มีผู้ชุมนุมอยู่ที่ดอนเมืองจำนวนหนึ่ง และน่าจะลดลงเรื่อยๆ เชื่อว่าสถานการณ์น่าจะคลี่คลาย และไม่กังวลที่ผู้ชุมนุมเคลื่อนไปชุมนุมที่ต่างๆ ใครอยากไปไหนก็ไป และพอใจกับการทำหน้าที่ของตำรวจที่มีความอดทนอดกลั้น แม้จะถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม การดูแลสถานการณ์หลังจากนี้ จะดูแลอย่างเต็มที่ เมื่อถามว่าจะยึดทำเนียบชั่วคราวที่ดอนเมืองคืนหรือไม่ พล.ต.อ.โกวิท หัวเราะ ก่อนเดินขึ้นกลับทันที
ด้านพล.ต.ท.สุชาติ กล่าวว่า ที่พันธมิตรจะไปสนามบินสุวรรณภูมิ ได้ประสาน พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภ.1 และผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการรับมือแล้ว โดยจะจัดกำลังเสริม และไม่มีอะไรน่าหนักใจ ที่ดอนเมืองก็พยายามป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามเข้ามาทำร้ายกลุ่มพันธมิตร ตำรวจยังทนได้ ขอให้เราเจ็บดีกว่าประชาชนเจ็บ ส่วนตำรวจที่ถูกทำร้ายร่างกายนั้น ขอให้ทุกคนอดทน ขอกันกินมากกว่านี้ อย่าไปเครียด ถือว่าเดินชนเสา อย่าไปคิดอะไรมาก เมื่อถามว่าช่วงเช้าที่ผ่านมามีการมอบรางวัลให้ตำรวจที่จับกุมผู้ที่ยึดรถประจำทาง พล.ต.ท.สุชาติ กล่าวว่า ก็มอบรางวัลตามปกติ ไม่มีอะไรพิเศษ
ตร.ขู่ดำเนินคดีพันธมิตร
ก่อนหน้านั้น เมื่อเวลา 13.45 น. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. ในฐานะรองโฆษก บช.น. แถลงว่า พล.ต.ท.สุชาติ มอบหมายให้มาเปิดเผย 2–3 เรื่อง เรื่องแรกคือ การที่กลุ่มพันธมิตรไปตามสถานที่ต่างๆ ผิดกฎหมายหลายบท ต่างกรรมต่างวาระ ขณะที่รัฐธรรมนูญ มาตรา 63 จะต้องชุมนุมอย่างสงบและปราศจากอาวุธ ตำรวจสามารถสลายการชุมนุมได้ หากมีการกระทำเกินกรอบของกฎหมาย การปิดล้อม ตัดน้ำ ตัดไฟ การยึดรถประจำทาง หรือการปิดกั้นถนน การบุกยึดสถานที่ราชการ การทำร้ายเจ้าหน้าที่ โดยเฉพาะพ.ต.อ.พชร บุญญสิทธิ์ รอง ผบก.น.4 ลงไปนอนกับพื้นและถูกกระทืบซ้ำ ถือว่าทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน เหตุการณ์เหล่านี้ผิดกฎหมายทั้งสิ้น ทุกเหตุการณ์ในทุกสถานที่ต่างกรรมต่างวาระจะต้องถูกดำเนินคดีทั้งหมด
"เหตุการณ์บุกยึดทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวที่ดอนเมือง ในพื้นที่ บก.น.2 เหตุการณ์ยึดรถประจำทาง ที่สน.นางเลิ้ง ซึ่งได้ปืน ระเบิด มีด สนับมือและอาวุธต่างๆ ฉะนั้นถือว่าการชุมนุมครั้งนี้ ไม่สงบ ไม่ปราศจากอาวุธ โดยจะมีการถอดเทป และสอบสวน หากโยงไปถึงแกนนำพันธมิตร เช่น แกนนำเป็นคนสั่ง ก็จะดำเนินคดีด้วย " พล.ต.ต.อำนวยกล่าว
ผบ.ตร.ชี้"ดอนเมือง" พื้นที่ ทอ.
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ผบ.ตร.) กล่าวว่าไม่หนักใจการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตร และยึดกฎหมายเป็นหลัก ยึดตามคำสั่งศาลปกครอง ส่วนข่าวที่ว่ารัฐบาลไม่พอใจการทำหน้าที่ของตำรวจที่ปล่อยให้พันธมิตรบุกทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ที่สนามบินดอนเมืองได้นั้น ต้องไปถาม พล.ต.อ.วิโรจน์ พหลเวชช์ รองผบ.ตร.ที่รับผิดชอบ
"พื้นที่ดอนเมืองมีทหารอากาศรับผิดชอบพื้นที่โดยตรง มีสิทธิที่จะให้หรือห้ามใครเข้าก็ได้ แม้แต่ตำรวจจะเข้าไปทำคดียังต้องได้รับการอนุญาตจากทหารเจ้าของสถานที่ก่อน การอนุญาตให้ใครกลุ่มไหนบุกเข้าไปขึ้นอยู่กับความยินยอมของเจ้าของสถานที่ ตำรวจทำอะไรไม่ได้ ส่วนการดำเนินคดีในข้อหาบุกรุกสถานที่ราชการต้องให้เจ้าของสถานที่เป็นผู้เสียหายมาแจ้งความ" ผบ.ตร.ระบุ
ตร.ชี้พันธมิตรสร้างเงื่อนไขรุนแรง
พล.อ.พัชรวาทย์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เป็นอย่างนี้นาน ๆ ไม่ดี กลางคืนก็ต้องระวังเหตุระเบิด ที่จะสร้างความรุนแรง ยอมรับว่าระเบิดที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ คล้ายกับระเบิดในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่มีปัจจัยทำให้จับกุมคนทำได้ยาก
เมื่อถามที่ว่า แกนนำพันธมิตรที่มอบตัวและได้รับการประกันตัวออกไป แต่ยังมีพฤติกรรมตามข้อหา ตำรวจสามารถยื่นศาลถอนประกันได้หรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า เป็นแนวทางหนึ่งที่คิดอยู่ ตำรวจมีหน้าที่เสนอ แต่การตัดสินใจอยู่ที่ดุลพินิจของศาล ส่วนการดำเนินคดีที่เกี่ยวเนื่องกับการชุมนุมที่ผ่านมานั้น ได้ตั้งให้ พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา (สบ10) และพล.ต.ท.ภาณุพงศ์ สิงหรา ณ อยุธยา ผู้ช่วยผบ.ตร. เป็นหัวหน้าและรองหัวหน้าคณะพนักงานสอบสวน คณะใหญ่กว่า 100 นาย รวบรวมสำนวนคดีทั้งหมด โดยไม่จำเป็นต้องดำเนินคดีทันที สามารถดำเนินได้ภายหลัง ตามพยานหลักฐาน
ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) มีการวิเคราะห์ถึงแผนดาวกระจายของกลุ่มพันธมิตร ที่ไปไปตามสถานที่สำคัญและกำลังจะเปลี่ยนเป้าหมายไปยังบ้านพักบุคคลสำคัญ ซึ่งตำรวจจัดกำลังรองรับอยู่แล้ว โดยพันธมิตรมีเป้าหมายสร้างเงื่อนไขความรุนแรงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ส่วนภายในบริเวณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เตรียมรถดับเพลิง เครื่องปั่นไฟ เครื่องขยายเสียงขนาดใหญ่ ยางรถยนต์ และกำลังตำรวจจากค่ายนเรศวร เพื่อรับมือม้อบดาวกระจายของพันธมิตร
ทอ.โยนตร.ดูทำเนียบฯดอนเมือง
น.อ.มณฑล สัชฌุกร รองเจ้ากรมกิจการพลเรือน ในฐานะรองโฆษกกองทัพอากาศ กล่าวถึงกรณีที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ากองทัพอากาศไม่ส่งกำลังทหารมาป้องกันกลุ่มพันธมิตรมาบุกทำเนียบรัฐบาล ที่สนามบินดอนเมือง ว่า สถานที่ทำงานของครม. ที่สนามบินดอนเมืองอยู่ในพื้นที่ความรับผิดชอบของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด(มหาชน) หรือทอท. จากการประชุมร่วมกันทั้ง ทอท. เตำรวจ และกองทัพอากาศ ตกลงกันว่าการดูแลรับผิดชอบด้านการรักษาความปลอดภัย เป็นหน้าที่ของ ตำรวจ ร่วมกับ ทอท. กองทัพอากาศไม่มีหน้าที่รับผิดชอบ แต่หากเจ้าหน้าที่ตำรวจร้องขอกำลังทหารให้เป็นผู้ช่วยเจ้าพนักงาน กองทัพอากาศพร้อมจัดส่งกำลังไปช่วยดูแล
"ผู้บัญชาการทหารอากาศสั่งให้ทุกหน่วยขึ้นตรงติดตามสถานการณ์ และเฝ้าระวังเหตุร้ายตลอด 24 ชั่วโมง รวมทั้งจัดส่งกำลังสารวัตรทหารเข้าไปตั้งจุดตรวจตามพื้นที่เสี่ยงต่างๆ รวมกับกำลังพล 3 เหล่าทัพ ” รองโฆษกกองทัพอากาศ กล่าว
"สมชาย" โยนข้อหา "กบฎ" ให้พันธมิตร ฐานล้มล้างรัฐบาลจากเลือกตั้ง ปิดข่าวกลับไทยวุ่น หลังพันธมิตรเคลื่อนไป "สุวรรณภูมิ" โฆษกฯรบ.ยันกลับแน่แต่เปลี่ยนจุดจอด ส่วนครม.ประชุมปกติ แต่ปิดสถานที่อ้างบอกก่อน 2 ชม.ได้ "ปู่ชัย" ลองของ เปิดประชุมสภา 26 พย.นี้ พปช.เล็งแก้ข้อบังคับสภา เปิดทางประชุมวิสามัญสัญจรขึ้นเชียงใหม่-อุดรฯแทน
"สมชาย"ชี้ล้มล้างรบ.เป็น"กบฎ"
นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ให้สัมภาษณ์นายพรชัย คุณจักร ผู้สื่อข่าวสำนักข่าวไทย อสมท ที่กรุงลิมา ประเทศเปรู เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ว่า ได้รับรายงานกรณี กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้เคลื่อนขบวนมาปิดล้อมทำเนียบรัฐบาลชั่วคราว ดอนเมือง และไม่เข้าใจว่ากลุ่มพันธมิตรฯ มีวัตถุประสงค์ต้องการอะไร ส่วนผลการประชุม 4 ฝ่ายที่มีมติเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญวันที่ 8-9 ธันวาคม จะทำให้การพิจารณาเอกสารสำคัญเกี่ยวกับความร่วมมือในกรอบอาเซียนได้ทันการประชุมอาเซียน ที่จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ แต่ขึ้นอยู่ว่าจะสามารถเปิดการประชุมได้หรือไม่ เพราะพันธมิตรฯ คงไปปิดล้อมอีก
ผู้สื่อข่าวถามว่า กลุ่มพันธมิตรฯ ต้องการให้นายกรัฐมนตรีลาออก นายสมชาย กล่าวว่า ตนออกหรือไม่ออก ต้องแล้วแต่ประชาชน เพราะมาจากการเลือกตั้ง และได้รับการโปรดเกล้าฯ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี และตามหลักประชาธิปไตย เราต้องยึดมั่นระบอบประชาธิปไตย ถ้าสุขภาพไม่ดี จำเป็นต้องลาออกก็เป็นอีกเรื่อง แต่การบังคับให้ออก คนที่บังคับให้ออกต้องเป็นประชาชนทั้งประเทศ รัฐธรรมนูญ กำหนดไว้ชัดว่าใครล้มล้างรัฐบาลถือเป็นกบฏ ดังนั้น กลุ่มพันธมิตรฯ จะบังคับให้ตนออกคงไม่ได้ โดยเมื่อกลับถึงประเทศไทยจะหารือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงว่าจะทำอย่างไร คงไม่คิดเรื่องนี้คนเดียว
"เครื่องบินลงสนามบินไหน ผมก็จะลงที่นั่น การปิดล้อมสนามบินเสียหายเท่าใด ใครจะรับผิดชอบ ผมเห็นว่าควรช่วยกันเพื่อประเทศชาติ ทิ้งประโยชน์ส่วนตัวช่วยเหลือประโยชน์ส่วนรวมก่อน แล้วคิดหรือยังว่าถ้าให้ผมลาออกจะให้ใครเป็นนายกรัฐมนตรี" นายกฯ กล่าว
อ่านรายละเอียดต่อ มติชนออนไลน์


อุกอาจกลางกรุง-โจรก่อการร้ายพันธมิตร ปฏิบัติการอุกอาจกลางกรุง ทั้งยิง เผา มีดจ่อคอวินมอเตอร์ไซค์ ภาพบนสำนักข่าวBBCเผยแพร่ทางเวบไซต์BBC ส่วนภาพโคลสอัพระยะใกล้จากมติชนออนไลน์ ชี้ให้เห็นโฉมหน้ามือปืนพันธมิตรที่ลั่นกระสุนสังหารวินมอเตอร์ไซค์
ที่มา มติชน BBC และรอยเตอร์
25 พฤศจิกายน 2551
สื่อต่างประเทศชี้ม็อบพันธมิตรเสียหน้า ปฎิบัติการรุกฝ่ายเดียวไร้มวลชนสนับสนุน โดยรัฐบาลปล่อยให้เล่นเกมส์การเมืองตามสะดวก ชี้ใกล้พบจุดจบในสงครามครั้งสุดท้าย
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานเมื่อวันที่ 25 พ.ย.ว่า แม้ว่าจะประกาศว่าสงครามครั้งสุดท้ายของกลุ่มม็อบพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย แต่ขณะนี้ดูเหมือนว่าจะเป็นฝ่ายพันธมิตรไม่ใช่รัฐบาลที่จะต้องยืนหยัดได้เป็นครั้งสุดท้าย เนื่องจากปฎิบัติการดังกล่าวดูเหมือนจะล้มเหลวที่จะดึงมวลชนออกมาร่วมสนับสนุนกลุ่ม หรือกระตุ้นยั่วยุให้เกิดเหตุการณ์นองเลือดบนท้องถนนเพื่อหวังจะให้กองทัพปฎิวัติยึดอำนาจรัฐบาล
รอยเตอร์สระบุว่า การประท้วงของกลุ่มพันธมิตรเมื่อวันอังคาร ซึ่งได้กล่าวหารัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ว่าเป็นหุ่นเชิดของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่สามารถที่ระดมผู้คนออกมาสนับสนุนได้ โดยนายแอนดรูว์ ว็อลเกอร์ บอกว่า การยั่วยุของพ.ต.ท.ทักษิณ ที่ผ่านได้กระตุ้นพลังงานให้แก่ม็อบพันธมิตร แต่กลุ่มไม่สามารถระดมมวลชนให้มาสนับสนุนกลุ่มได้อย่างเพียงพอ เพื่อสนับสนุนปฎิบัติการทิ้งทวน และมีโอกาสที่กลุ่มพันธมิตรจะต้องแตกแยกเป็นเพียงลัทธิการเมืองประหลาดที่มีผู้นำที่สลายตัวเองและล่มพัง
รอยเตอร์ระบุว่า ก่อนหน้านี้ กลุ่มพันธมิตรได้รับการสนับสนุนจากกระแสโกรธแค้นของผู้คนต่อเหตุการณ์ตำรวจใช้กำลังยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมกลุ่ม แต่ตอนนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยน ปัจจัยแรกจากเหตุการณ์ การ์ดพันธมิตร ใช้วิธีจี้รถยนต์ด้วยอาวุธปืน ทำให้เป็นเรื่องที่เรียกการสนับสนุนจากมวลชน นายคริส เบเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ประชาชนที่สนับสนุนพันธมิตรโดยพื้นฐานได้เริ่มวิตกว่า สถานการณ์จะเกินการควบคุม พันธมิตรกำลังเป็นกลายภัยคุกคามต่อระเบียบสังคม และโครงสร้างของรัฐเอง
นอกจากนี้ กลุ่มพันธมิตรยังสูญเสียการสนับสนุนจากกลุ่มนักธุรกิจและชนชั้นกลางที่วิตกมากขึ้นต่อเศรษฐกิจ ที่กำลังกระทบต่อการส่งออกของประเทศ
รอยเตอร์สกล่าวต่อไปว่า แม้ว่าก่อนช่วงวันจันทร์ ซึ่งเป็นวันที่พันธมิตรเข้าบุกยึดอาคารรัฐสภา โพลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนยังสนับสนุนพันธมิตรลดลง โดยเดือนก่อนมีผู้สนับสนุนพันธมิตร 21 % สนับสนุนรัฐบาล19% วางตัวเป็นกลาง59% แต่ผลการสำรวจล่าสุดมีผู้สนับสนุนพันธมิตรลดลงเหลือเพียง13% สนับสนุนรัฐบาลเพิ่มเป็น25% และวางตัวเป็นกลาง62%
จากสถานการรณ์ประท้วงของกลุ่มที่ขัดขวางการจราจร โรงเรียน และธุรกิจ ต่างๆ ซึ่งโพลดังกล่าวชี้ให้เห็นว่า เสียงเรียกร้องดึงพลังมวลชนของพันธมิตรกำลังไม่ได้รับความสนใจจากประชาชนแล้ว
วันนี้ตอนค่ำรอยเตอร์รายงานอ้างข่าวจากโทรทัศน์ไทยTPBSด้วยว่า กลุ่มพันธมิตรได้ยิงปืนเข้าใส่กลุ่มแท็กซี่และมอเตอร์ไซค์ที่สนับสนุนรัฐบาลได้รับบาดเจ็บระนาว
พันธมิตรได้รับการสนับสนุนจากชนชั้นกลางในกรุงเทพฯ ชนชั้นสูง รวมทั้งพระราชินีสิริกิติ์ ขณะที่ทักษิณและรัฐบาลได้รับการสนับสนุนจากประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงในเขตชนบท(The PAD enjoys the backing of Bangkok's urban middle classes and elite, including Queen Sirikit. Thaksin and the government claim their support from the rural voters who returned the PPP in a December election.)
จาก thaienews
ทีมข่าวไทยอีนิวส์
คลิปข่าวต้นฉบับจาก TPBS
บันทึกในyoutubeโดย palrakonline
25 พฤศจิกายน 2551
รอยเตอร์ - บีบีซี ตีข่าวใหญ่ "ผู้ประท้วงในกรุงฯยิงปืนใส่ฝ่ายตรงกันข้าม"
สำนักข่าวต่างประเทศทั้งรอยเตอร์ และบีบีซี ออกข่าวทันที หลังสถานี TPBS เผยแพร่ภาพวีดีโอหลักฐานการยิงปืนและทำร้ายร่างกายประชาชนฝั่งตรงกันข้ามของพันธมิตร โดยบีบีซีแจ้งว่ามีผู้บาดเจ็บจำนวนหกรายหลังการปะทะ และอ้างว่าการประท้วงใหญ่ในกรุงเทพฯครั้งนี้ กลุ่มพันธมิตรฯเรียกขานว่า ยุทธภูมิครั้งสุดท้าย (Final Battle) ลิงก์ข่าวบีบีซี
ด้านรอยเตอร์ ก็ได้นำเสนอข่าวในทำนองเดียวกันว่ากลุ่มพันธมิตรฯได้ยิงปืนเข้าใส่ประชาชนที่สนับสนุนรัฐบาล และกล่าวว่าผู้สนับสนุนเส้นใหญ่ของพันธมิตรฯขณะนี้คงรู้สึกเสียวสันหลังเพราะผลกระทบที่กลุ่มพันธมิตรกระทำนั้นกำลังมีผลต่อเศรษฐกิจของชาติ
"ผู้ที่สนับสนุนกลุ่มพันธมิตรในเบื้องหลังขณะนี้คงรู้สึกกลัวแล้ว เพราะทุกอย่างดูเหมือนจะเริ่มควบคุมไม่ได้ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นภัยคุกคามต่อความสงบเรียบร้อย และอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของรัฐอีกด้วย" มร.คริส เบเกอร์ นักวิเคราะห์การเมืองกล่าว
รอยเตอร์ยังมองว่าท่าทีที่นุ่มนวลของ นายกรัฐมนตรีของไทย นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้สร้างปัญหาให้กับกลุ่มพันธมิตร ในขณะที่ตำรวจได้พยายามอย่างยิ่งที่จะหลีกเลี่ยงการปะทะที่จะซ้ำรอยเดิมของเหตุการณ์วันที่ 7 ต.ค.
รอยเตอร์ระบุว่า ผู้สนับสนุนของพันธมิตรฯ ได้แก่คนชั้นกลางในกรุงฯ และคนชั้นสูง ซึ่งรวมไปถึงสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ อีกด้วย "The PAD enjoys the backing of Bangkok's urban middle classes and elite, including Queen Sirikit." ลิงก์ข่าวจากรอยเตอร์
พันธมิตรฯใช้ปืนยิงแท็กซี่ที่ดอนเมือง
รายงานข่าวที่ไม่ยืนยันจากประชาชนที่ใช้เน็ต แจ้งว่า พันธมิตรฯที่ชุมนุมที่ดอนเมืองได้ใช้อาวุธปืนยิงแท็กซี่ที่ขับขี่บริเวณนั้น "น้องที่ทำงานอยู่ในสนามบินบอกว่าพันธมิตรยิงแท๊กซี่ในสนามบินค่ะ แล้วแท๊กซี่ก็รวมตัวกันเอาไม้จะไปตีพันธมิตร ตอนนี้ไม่รู้ว่าเป็นไงบ้างค่ะ" คุณ loveouh จากเว็บไซต์พันทิปรายงาน
คนประชาธิปไตยส่งเสียง เรียกร้องอย่าหลงกลไปปะทะ
มีเสียงเรียกร้องจำนวนมากให้ประชาชนฟากประชาธิปไตย อย่าดำเนินการปะทะให้เกิดความสูญเสีย และให้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บ้านเมือง "ต้องพยายามส่งเสียงกันครับว่าเสื้อแดงอย่าออกมา อดทนไว้ให้ถึงที่สุด ให้เป็นหน้าที่ของตำรวจเถอะ
อย่าปะทะ เพราะจะเข้าทางพวกควาย มันทำตัวแบบไม่เห็นหัวกฎหมายของประเทศก็เพราะอยากให้คนไทยหมดความอดทน อยากให้คนที่ไม่ชอบพันธมารออกมาตีกับพวกมัน แล้วก็จะทำให้ทหารออกมาหรือเป็นเหตุให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้" คุณ RoppongiHills กล่าวเรียกร้องผ่านเว็บบอร์ดประชาไท
"มันอยากปล้นอยากเผาปล่อยมัน แต่คอยเก็บภาพพวกมันไว้ให้ได้ รวมทะเบียนรถพวกมันด้วย แจ้งตำรวจให้คอยดักจับจะได้จับพร้อมอาวุธด้วยชัดๆ แต่ถ้ามันสู้ตำรวจ มันตายแน่" คุณ Mario เสนอความเห็น
จาก thaienews
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวเมื่อวันที่ 25 พ.ย. กรณี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ประกาศจะกลับมาเล่นการเมืองอีกครั้งว่า การที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะกลับเล่นการเมืองหรือไม่นั้น ไม่มีผลกับการเคลื่อนไหวหรือไม่เคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เพราะขณะนี้กลุ่มพันธมิตรฯ กำลังสื่อสารว่า อำนาจทางการเมืองต้องเป็นไปตามความพอใจของกลุ่มพันธมิตรฯ เท่านั้น และเมื่อถอดรหัสความหมายออกมาเช่นนี้ การตัดสินใจของ พ.ต.ท.ทักษิณ จึงเป็นเพียงข้ออ้างระหว่างทางเท่านั้น ซึ่งได้พิสูจน์มาแล้วใน 2-3 นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมา
นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า สำหรับส่วนตัว พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนักการเมืองที่มีความรู้ความสามารถ และมีผลงานให้กับประเทศไทยมากมาย การตัดสินใจกลับสู่เส้นทางการเมืองย่อมมีประโยชน์แน่นอน เพียงแต่สถานะในวันนี้ยังมีปัจจัยทางด้านการเมืองต่างๆ ที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะต้องแก้ไขอยู่หลายจุด หากหลุดพันธนาการต่างๆแล้วก็ถือว่าเป็นประโยชน์มาก “การที่พรรคประชาธิปัตย์อ้างว่าจะต้องให้พ.ต.ท.ทักษิณ รับโทษก่อน 2 ปีแล้วจึงค่อยขอพระราชทานอภัยโทษเพื่อกลับมาทำงานการเมืองนั้นเป็นเพราะพรรคประชาธิปัตย์หวังว่าระยะเวลา 2 ปีที่พ.ต.ท.ทักษิณ รับโทษอยู่นั้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะได้เป็นนายกรัฐมนตรี เนื่องจากถ้าพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาเล่นการเมืองโดยไม่ได้รับโทษนั้นนายอภิสิทธิ์จะไม่มีโอกาสเป็นนายกรัฐมนตรี” โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าว

ดึงเกมวัดใจจนนาทีสุดท้าย แล้วนายชัย ชิดชอบ ประธานสภารัฐสภา ก็ประกาศผ่านวิทยุรัฐสภา สั่งเลื่อนการประชุมร่วมรัฐสภาในวันที่ 24 พฤศจิกายนออกไป จนกว่าเหตุการณ์จะปกติ
ยืนยันจะไม่ให้เกิดความรุนแรง หรือมีเลือดออกแม้แต่หยดเดียว
รั้งเชือกชักเย่อให้ตึงแล้วปล่อยมือดื้อๆ
และก็เป็นม็อบพันธมิตรฯที่เทเค้าหมดหน้าตัก กวักมือเรียกกองหนุนมาจากทั่วสารทิศ ตั้งท่าลุยแบบม้วนเดียวจบ เมื่อฝ่ายรัฐบาลถอย รัฐสภางดประชุม ปลดล็อกเงื่อนไขร้อนๆเฉพาะหน้า
ชักฟืนออกจากกองไฟ
อย่างน้อยๆ 5 วันจากนี้ไป ตามโปรแกรมที่แกนนำม็อบพันธมิตรฯประกาศจะปักหลักปิดเกมรัฐบาลให้ได้ภายในสัปดาห์นี้ โดยความจำเป็นทั้งในเรื่องของเสบียง ค่าใช้จ่ายต่อหัวรวมแล้ววันละหลายล้านบาท
สปอนเซอร์คิดหนักเลยก็แล้วกัน
และโดยเกมเล่นซ่อนหา ในขณะที่ม็อบพันธมิตรฯเปิดยุทธศาสตร์ดาวกระจายไปปิดล้อมอาคารสถานที่สำคัญที่รัฐบาลจะใช้ประชุม ไม่เว้นแม้แต่ทำเนียบรัฐบาลชั่วคราวที่สนามบินดอนเมือง เพื่อขัดขวางการทำงานของฝ่ายบริหารทุกวิถีทาง
งัดมุกอารยะขัดขืนและข่มขืน
แต่ก็ต้อนอีกฝ่ายให้เข้ามุมอับไม่ได้อยู่ดี โดยที่นายสุขุมพงศ์ โง่นคำ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แบะท่า ขณะนี้ยังพอมีเวลาจนถึงวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน เพราะยังไม่ปิดสมัยประชุมรัฐสภาสมัยสามัญ โดยทางออกมี 2 ทาง คือ ย้ายที่ประชุม หรือเปิดสมัยประชุมวิสามัญ
หากต้องย้ายสถานที่ประชุม ก็มีหอประชุมของกองทัพไว้รองรับ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ
ยังมีแต้มให้เล่นอีกหลายช็อต
ที่แน่ๆ โดยการอ่านเกมแล้ว มั่นใจว่าเอาอยู่ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี ได้ส่ง เสียงข้ามทวีปจากเวทีประชุมเอเปคที่กรุงลิมา ประเทศเปรู ผ่านสำนักข่าวรอยเตอร์ โดยยืนยันหนักแน่นว่า ไม่
มีความคิดจะลาออกแต่อย่างใด
โดยย้ำเสียงดังฟังชัดต่อหน้านักข่าวนานาชาติ รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง ตามระบอบประชาธิปไตย เมื่อเข้ามาทำหน้าที่แล้ว จะออกตามระบอบตามประชาธิปไตยเท่านั้น และหากรัฐบาลจะต้องถูกขับไล่ ก็ควรมาจากการเลือกตั้งของรัฐสภา หรือจากการลงคะแนนเลือกตั้งของประชาชน
อาศัยเวทีสากล ป่าวร้องหลักการเข้มๆผ่านหูฝรั่งต่างชาติมาเลย
พร้อมกับแสดงความมั่นใจเชิงดักคอ ทหารจะไม่ทำการยึดอำนาจ เพราะทางกองทัพเองก็ได้ออกมายืนยันหลายครั้งแล้วว่า จะไม่มีการทำรัฐประหารอีก
“สมชาย” นิ่ง ไม่ลนลานแต่อย่างใด
โดยอาการตั้งรับอย่างมีเชิงของฝ่ายรัฐบาล ส่วนหนึ่งน่าจะมาจากการที่ได้ผ่านจุดเสียวสุดๆมาแล้วในเหตุนองเลือดวันที่ 7 ตุลาคม
อารมณ์ชินชากับมุก “รบครั้งสุดท้าย”
ที่แน่ๆ “สมชาย” ยังมีไพ่ให้เล่นอีกใบ ชิงจังหวะยุบสภาได้ ในนาทีเป็นนาทีตาย
เอาเป็นว่า ถ้าไม่มี “คิวแทรก” ด่วน วาระเหนือความคาดหมายประเภทเผาที่นั่นเผาที่นี่ โดยมุกอารยะขัดขืนและข่มขืนของม็อบพันธมิตรฯ ปั่นกระแส “รบครั้งสุดท้าย”
ไม่ระคายผิวรัฐบาลที่ด้านชาไปแล้ว
และโดยอาการที่แสดงให้เห็นว่า ไม่ยี่หระอีกต่อไป ล่าสุดเว็บไซต์ http://www.arabianbusiness.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ของหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษออกที่ดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ได้เผยแพร่บทสัมภาษณ์ พิเศษของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ฉบับที่จะตีพิมพ์ ในวันอาทิตย์หน้า
ยืนยันว่า จะกลับมาประเทศไทยอย่างแน่นอน
และมั่นใจว่า สามารถนำความเชื่อมั่นกลับมาสู่ประเทศได้ โดยเงื่อนไขที่คนยากจนในชนบทกำลังมีชีวิตอยู่อย่างยากลำบาก ซึ่งถือเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมเขาจึงต้องกลับเข้าสู่เวทีการเมือง
แต่ก็ยังไม่วายติดติ่งทิ้งท้าย การจะกลับได้หรือไม่นั้น เขาต้องขอพระบรมราชวินิจฉัยของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก่อน
ส่งสัญญาณกระตุ้นกองเชียร์ให้ฮึกเหิม
“ทักษิณ” พร้อมกลับมาประจำการเอง.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
ผมเขียนเรื่อง “อภัยทาน” ไปสองตอน ด้วยหวังว่าจะเห็นคนไทยรู้จักการยอมกันเสียบ้าง เพื่อสร้างสันติสุขให้เกิดขึ้นในสังคม เพราะนั่นคือ ชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของคนไทยและประเทศไทย จะหวังได้หรือไม่ ผมไม่ทราบ แต่ก็ได้แต่หวังว่าที่รัฐสภาเมื่อวาน คงไม่ถึงกับนองเลือดอย่างที่พูดกัน นองเลือดเมื่อไรบ้านเมืองพังยับเยินยิ่งกว่านี้แน่นอน
ผมเห็นด้วยกับ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้วที่ออกมาเตือนสติว่า เวลานี้บ้านเมืองเกิดวิกฤติทั้งเรื่องเศรษฐกิจและการเมือง ทำให้ประชาชนแตกแยก เราต้องทำตัวเหมือนขึ้นภูดูเขารบกัน อย่าลงไปรบกับเขาด้วยดีที่สุด
ส่วนที่พันธมิตรฯบอกว่าเป็นการรบครั้งสุดท้าย พระพยอม บอกว่า ต้องเตือนสติเขา ถ้าชนะแล้วใครได้ดี เพราะถ้าชนะแล้วอีกฝ่ายยับเยิน คนที่ยับเยินไม่ใช่คนไทยหรอกหรือ ดังนั้น คำว่าชนะครั้งนี้ไม่ใช่ประเทศชาติชนะ เป็นเพียงคนกลุ่มนั้นกลุ่มนี้อยากชนะ แต่ประเทศชาติประชาชนพัง
ทุกคนอ้างประชาชนเป็นใหญ่ จะทำความสุขให้กับประชาชนหรือสร้างความทุกข์ให้กับประชาชน ก็ใคร่ครวญดูด้วย
ผมฟัง พระพยอม ท่านเทศน์แล้วก็นำมาใคร่ครวญดู
ใคร่ครวญแล้วก็เห็นจริงอย่างที่พระท่านเตือนสติ คนไทยรบกันเองจนเลือดนองแผ่นดิน ไม่ว่าฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดชนะ บ้านเมืองก็พังยับเยิน คนที่จะเดือดร้อนมากที่สุดก็คือประชาชนนั่นเอง
หลังจากนองเลือดแล้ว คนไทยก็ต้องถามตัวเองต่อว่า...แล้ว ยังไงต่อไป
เป็นคำถามที่คนไทยทุกคนจะต้องหันมาถามตัวเอง และต้องตอบเอง ในฐานะที่ท่านก็เป็นเจ้าของประเทศและหุ้นส่วนประเทศไทยคนหนึ่ง
ท่านต้องการให้ประเทศของท่านเดินไปทางไหนต่อ เช่น ต้องการให้ “ทหารปฏิวัติ” เพื่อล้มรัฐบาลชุดปัจจุบัน แล้ว “เขียนรัฐธรรมนูญใหม่” เพื่อสร้างการเมืองใหม่ หรือต้องการให้รัฐบาลชุดปัจจุบัน “ยุบสภา” เพื่อเลือกตั้งใหม่จนกว่าจะเกิดความพอใจทุกฝ่าย
แต่ไม่ว่าจะเลือกทางไหน ผมก็ยังมองไม่เห็นว่าจะยุติปัญหาที่มีอยู่ลงได้
ตราบใดที่ “คนมีอำนาจ” และ “นักการเมือง” ไม่มีการพัฒนา “จิตสำนึก” ในเรื่อง “ความซื่อสัตย์สุจริต” เรื่อง “คุณธรรมจริยธรรม” ให้เกิดขึ้นในมโนสำนึก การเมืองไทยก็ยังวกวนอยู่ในอ่างนํ้าครําที่เน่าเหม็นเหมือนเดิม
“ประชาชน” เป็นเพียงตัว “เบี้ย” ที่นักการเมืองทุกคนใช้เป็นฐานอำนาจในการเดินหมากเท่านั้น โดยอาศัยความซื่อสัตย์ของประชาชน และอาศัยนโยบายประชานิยมซื้อใจประชาชนระดับรากหญ้าที่ยากจน
แต่ ระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง นั้น ไม่มีทางลัด ตัวอย่างประชาธิปไตยในประเทศแม่แบบของไทยอย่าง สหรัฐฯ และ อังกฤษ ก็มีให้เห็น กว่าจะแข็งแรงได้อย่างที่เห็นในทุกวันนี้ ก็ผ่านการพัฒนามากว่าสองร้อยปี
พัฒนาทั้ง “ตัวนักการเมือง” และ “ประชาชน” ควบคู่กันไป โดยมี “กระบวนการตรวจสอบที่เข้มข้น” เจาะลึกลงไปถึง “พฤติกรรมส่วนตัว” และ “ชีวิตครอบครัว” นักการเมือง เพื่อให้เป็นตัวอย่างที่ดีแก่คนในชาติอย่างที่เห็นในสหรัฐฯ ไม่ถือเป็น “เรื่องส่วนตัว” เหมือนในเมืองไทย
การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งผมนำมาเล่าไว้ตรงนี้หลายครั้ง ก็เพื่อให้เห็นว่า “การเมืองภาคประชาชน” ในสหรัฐฯ เป็นอย่างไร การเมืองระดับพรรค ก็ต้อง ขึ้นอยู่กับเสียงของสมาชิกพรรค และ การเมืองระดับชาติ ก็ต้อง ขึ้นอยู่กับเสียงของคนทั้งชาติ ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับ “นายทุนพรรค” หรือ “หัวหน้าพรรค” เพียง “คนเดียว” เป็นผู้สั่งการซ้ายหันขวาหันอย่างที่เป็นอยู่ในเมืองไทย
เมื่อ “การเมืองในพรรค” ยังเป็น “ระบบเผด็จการ” แล้ว “การ เมืองระดับชาติ” จะเป็น “ประชาธิปไตย” ไปได้อย่างไร เป็น “การบ้าน” ที่คนไทยทุกคนต้องไปคิดหาคำตอบเอาเอง ไม่ใช่นองเลือดเสร็จแล้วก็จบกัน.
“ลม เปลี่ยนทิศ”

ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51