WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, December 8, 2008

เสื้อแดงลุกฮือต้านรบ.พรรคสะตอ ย้ำชัดไม่เอา'ท่านผู้นำมาร์ค'

ที่มา ประชาทรรศน์

กลุ่มเสื้อแดงเชียงรายฮึ่ม!รอสัญญาณเคลื่อนพลชุมนุมใหญ่ ค้านพรรคประชาธปัตย์จัดตั้งรัฐบาล ย้ำชัดส.ส.ในพื้นที่ยังหนุนพรรคเพื่อไทย ขณะที่'มาร์ค'ฟุ้งพรรคร่วมชูขึ้นหิ้งนายกฯสกัด'ชวน'อ้างไร้คนหนุน

จากสถานการณ์การเมืองในขณะนี้ที่มีการสลับขั้วและมีการจับขั้วใหม่ทางด้านการเมืองเพื่อจัดตั้งรัฐบาลจนทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงในพื้นที่ จ.เชียงราย พากันวิพากษ์วิจารณ์และวิเคราะห์ไปต่างๆนานา โดยส่วนหนึ่งเชื่อว่าพรรคประชาธิปัตย์น่าจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ เนื่องจากการติดตามกระแสข่าวพบว่าทางพรรคร่วมรัฐบาลสามารถเข้าร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ อย่างไรก็ตามในส่วนของบรรดา ส.ส.ในพื้นที่ จ.เชียงราย ก็ยังคงเลือกอยู่ข้างพรรคเพื่อไทยทั้งหมดและมีกระแสข่าวว่าอาจจะมีการรวมตัวของกลุ่มเสื้อแดงที่ จ.เชียงราย อีกครั้งเพื่อติดตามสถานการณ์ ซึ่งหากได้รับสัญญาณอย่างไรและจะมีการเคลื่อนไหวทันที

นอกจากนี้ ยังมีกระแสข่าว่า กลุ่มเสื้อแดงเชียงรายเตรียมเคลื่อนไหว หากได้รับสัญญาณจากกลุ่มอื่นๆ ทั่วประเทศเพื่อเตรียมเคลื่อนพลครั้งใหญ่ หากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ

'มาร์ค'ฟุ้งพรรคร่วมชูขึ้นหิ้งนายกฯ

ขณะที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวที่รัฐสภาเมื่อเช้าวันนี้ว่า พรรคพร้อมเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาล โดยได้รับการยืนยันจากทุกพรรคการเมืองและทุกกลุ่มที่จะเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์แล้ว และในวันนี้หลังยื่นขอเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีต่อประธานรัฐสภาแล้ว ช่วงบ่ายจะเดินทางเข้าพบนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย เพื่อเชิญ ส.ส.ของพรรคเข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล ส่วนพรรคประชาราชนั้น ยอมรับว่า ขณะนี้มีการติดต่อประสานงานกันแล้ว พร้อมยอมรับเร็วๆ นี้ จะมีการหารือกับกลุ่มเพื่อนเนวิน รวมทั้งเชื่อว่าจากนี้จะยังมีแรงกดดันหลายรูปแบบ เพื่อสกัดกั้นการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์


"ส่วนการจัดสรรโควตารัฐมนตรีว่า จะให้ความเป็นธรรมกับพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรค และพิจารณาบุคคลโดยคำนึงถึงความสามารถ และความเหมาะสมเป็นหลัก" นายอภิสิทธิ์ กล่าว

สกัด'ชวน'นั่งนายกฯอ้างไม่มีคนหนุน

นอกจากนี้ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ยังย้ำในรายการเรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง3 โดยระบุว่าไม่เคยมีกลุ่มใดออกมาหนุน 'นายชวน หลีกภัย' ประธานสภาที่ปรึกษาพรรค ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี แทนตน แต่หากมีความจำเป็นเพื่อบ้านเมืองก็ไม่มีปัญหา

อย่างไรก็ตามนายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวอีกว่าความตั้งใจที่จะพยายามนำบ้านเมืองออกจากวิกฤต จะทำภาพลักษณ์ใหม่ของประเทศเดินหน้ามากขึ้น


กลุ่มเสื้อแดงอุดรต้านรัฐบาลปชป.

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศว่าวันนี้ กลุ่มชมรมคนรักอุดร พร้อมด้วย กลุ่มคนรู้ใจ และกลุ่มคนเสื้อแดง จ.อุดรธานี หลังจากที่ทราบข่าวว่านายเชิดชัย วิเชียรวรรณ ส.ส.อุดรฯ อดีตพรรคพลังประชาชน สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาล ปรากฏว่ามีประชาชนจำนวนมากได้เดินทางไปยังบ้านพักของนายเชิดชัย ที่อ.หนองแสง และที่ทำการพรรค ในเขตเทศบาล เพื่อสอบถามจุดยืน โดยทางกลุ่มได้เขียนป้ายต่อต้านการร่วมรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ ขณะเดียวกันประชาชนบางส่วนได้ร่วมกันลงชื่อเพื่อถอดถอน นายเชิดชัย ออกจากการเป็น ส.ส. ส่วนด้านนายเชิดชัย ยังอยู่ใน กทม.

"เหนาะ"ยันไม่ย้ายขั้วอ้าง"มาร์ค"ขึ้นเหนือ-อีสานไม่ได้

ที่มา มติชนออนไลน์

เมื่อเวลา 17.30 น. นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ให้สัมภาษณ์ว่า ยังอยู่ขั้วเดิมไม่ได้ไปไหน ยังอยู่ขั้วที่หาทางออกให้ประชาชน ซึ่งตอนนี้บ้านเมืองทรุดหนัก ตนอายุ 75 ปีไม่เคยเห็นบ้านเมืองทรุดขนาดนี้ เราเคยเห็นเวียดนามเหนือ เวียดนามใต้ เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ หากประเทศไทยแก้ไขปัญหาเหล่านี้ไม่ได้ก็จะเป็นไทยเหนือ ไทยใต้ได้ ดังนั้นจึงขอยืนยันแนวคิดเดิมว่า นายจะมาจากพรรคพลังประชาชนเดิมไม่ได้ และมาจากพรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้เช่นกัน นี่หากนายบรรหาร ศิลปอาชา ไม่ถูกตัดสิทธิ์เลือกตั้ง ตนก็จะเสนอให้นายบรรหารเป็นนาย แต่เมื่อเป็นเช่นนี้นายกฯจะต้องมาจาก 5 พรรคร่วมเดิม ซึ่งจะเป็นใครก็ต้องคุยกันต่อไป แต่ไม่ใช่นายเสนาะแน่นอน ซึ่งตอนนี้ก็มีตัวเลือกเป็นอดีตนายทหารใหญ่และอดีตนายตำรวจใหญ่อยู่


นายเสนาะ กล่าวอีกว่า ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. ที่ตนเสนอแนวคิดรัฐบาลเพื่อชาติ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ก็โทรศัพท์มาบอกว่าเห็นด้วย แล้วก็ไปคุยกับกลุ่มเนวิน ชิดชอบ และกลุ่มของนายสรอรรถ กลิ่นประทุม รวมทั้งกลุ่มของนายสุชาติ ตันเจริญ ก็พูดกันว่าจะเอาแนวทางรัฐบาลเพื่อชาติ แต่พรรคพลังประชาชนเดิมคงเคลื่อนไหวช้าไป ทำให้กลุ่มของนายเนวินไปประกาศหนุนพรรคประชาธิปัตย์และชูนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ซึ่งทำอย่างนั้นไม่ได้ แล้วเมื่อตนเสนอให้มีรัฐบาลเพื่อชาติ แต่จะให้ไปหนุนพรรคประชาธิปัตย์ก็คงไม่ใช่เสนาะแล้ว แต่เป็นหมาไปแล้ว


"ขอเตือนให้พรรคประชาธิปัตย์ยุติการเสนอชื่อนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ เพราะรู้ๆอยู่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯแล้วไปเหนือไม่ได้ ไปอีสานไม่ได้แล้วอย่างนี้จะเป็นอย่างไร แล้วตอนนี้ก็ไม่มีใครเอาด้วยแล้ว กลุ่มนายสรอรรถ ก็มาคุยกับผมเรียบร้อยแล้วว่าไม่ไปหนุนกลุ่มนั้น เพื่อแผ่นดินวันพรุ่งนี้ก็จะประชุมพรรค พล.ต.อ.ประชา พรหมนอกก็จะเป็นหัวหน้าพรรค แล้วถามว่าถ้าพล.ต.อ.ประชาไปชูมือสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ จะกลับอุดรธานีได้เหรอ นี่ผมก็เพิ่งโทรศัพท์คุยกับพล.ต.อ.ประชา ก็บอกว่าถ้าผมเอาแนวทางไหน เขาก็เอาด้วย แล้วอย่างนี้ทางที่พรรคประชาธิปัตย์จะเอาจะเป็นไปได้ยังไง ผมยืนยันเต็มร้อยว่าส่วนใหญ่เอาตามแนวทางที่ผมเสนอไป วันนี้เหลืออยู่เพียงพรรคเดียวที่ยังไม่ได้คุย คือพรรคชาติไทย เพราะเกรงใจพี่บรรหาร แต่ต่อไปก็คงต้องคุยกัน "นายเสนาะกล่าว มติชนออนไลน์

ล่ารายชื่อ ถอดถอน นายจรัญ ภักดีธนากุล กับ Kangaroo Court ศาลจิงโจ้

ที่มา thaifreenews

บทความโดย...ลูกชาวนาไทย

ก็เห็นฤทธิ์ของตุลาการภิวัฒน์กันแล้วนะครับว่าน่าละอายแค่ไหน ในการพิพากษายุบพรรค 3 พรรคด้วยความร้อนรน โดยไม่มีการสืบพยานหลักฐานฝ่ายจำเลย แม้แต่ชิ้นเดียว ฟังแต่พยานโจทก์ แล้วก็ตัดสินกันเลย วันตัดสิน ก็ขนปืนขนอาวุธ กันมาเพื่อคุ้มครองการตัดสิน ที่ใครก็รู้อยู่แล้วว่า ไม่มีความเป็นธรรมอย่างเต็มที่ เป็นการตัดสินที่มีกาตั้งธงกันไว้ล่วงหน้า และน่าละอายที่สุดในระบบยุติธรรมไทย

สถานการณ์หลังยุบพรรคการเมือง ก็เป็นไปอย่างที่เรียกได้ว่า "น่าละอาย" และหน้าด้านที่สุดในวงการเมืองไทยอย่างไม่เคยมีมาก่อน มีการแทรกแซงโดยทหาร เพื่อไปบีบ สส.กลุ่มเนวิน ให้ย้ายข้าง มีการจ่ายเงิน และเอาตำแหน่งเข้าล่อ เพื่อซื้อตัว สส. ให้ทรยศต่อประชาชนที่เลือกพวกเขามา

ผมคิดว่าหากนายอภิสิทธิได้เป็นนายกฯครั้งนี้ ก็เป็นนายกฯ ที่คนชั้นกลาง และคนชั้นสูงแลกมาด้วยต้นทุนที่แพงที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองไทยเลยทีเดียว เพราะต้องลงทุน เผาบ้านเผาเมืองตัวเอง และทำทีเป็นเอาน้ำมาดับไฟ เพื่อหลอกประชาชนทั่วไปว่า พวกตนเข้ามาดับความวุ่นวาย ซึ่งจริงๆ แล้วพวกเขาจงใจสร้างสถานการณ์เหล่านี้ขึ้นมาเอง ตั้งแต่หนุนม็อบพันธมิตร ให้ก่อจลาจล ยึดทำเนียบ ยึดสนามบินสุวรรณภูมิ จนประเทศชาติเสียหายทั้งชื่อเสียงเกียรติยศอย่างมากมายมหาศาล

นอกจากนี้ยังต้องลงทุนเอาระบบยุติธรรม มาแลกโดยการสั่งยุบพรรคพลังประชาชน ชาติไทย และมัชฌิมาฯ แล้วใช้ทหารไล่บีบ สส. รวมทั้ง ใช้เงินใช้ตำแหน่งเข้าล่อ พฤติกรรมที่น่าละอายเช่นนี้ คือ สิ่งที่คนชั้นกลาง/ชั้นสูง อ้างว่า เพื่อให้การเมือง "มีคุณธรรม" ก็เลยใช้วิธีการเลวๆ ทุกอย่าง กำจัดคนที่พวกตนคิดว่าเลว คนเลว ก็ต้องใช้วิธีการเลวๆ ในการกำจัด ปัญหาคือ คนทั่วไป เขาไม่ได้เห็นว่าคนที่พวกคุณใช้วิธีการเลวๆ กำจัดนั้นเป็นคนเลว แต่เป็นคนดี คนดีที่โดนพวกเลวๆ กำจัดด้วยวิธีการเลวๆ

เมื่อเห็นพฤติกรรมของศาลรัฐธรรมนูญแล้ว ผมนึกถึงคำภาษอังกฤษที่เขาเรียกระบบศาลที่น่าละอาย ด้อยมาตรฐาน นี่ว่า Kangaroo court หรือ ศาลที่ปฏิเสธ กระบวนการพิจารณาคดีที่ได้มาตรฐานสากล ระบบศาลที่ปฏิเสธสิทธิในการต่อสู้ของจำเลย

ในระบบศาลสากลและมีความเป็นธรรม เขาถือว่า Means justified end หรือ วิธีการที่เลว ย่อมไม่อาจนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีได้ กระบวนการพิจารณาคดีที่น่าละอาย

สิทธิของจำเลยในระบบศาลนั้น ผมรวบรวมมาได้ดังนี้

1. the right to summon witnesses, สิทธิในการเรียกพยานมาศาล

2. the right of cross-examination, สิทธิในการซักค้านพยานโจทย์

3. the right not to incriminate oneself, สิทธิที่จะไม่ให้การที่เป็นปฏิปักษ์ต่อตนเอง

4. the right not to be tried on secret evidence, สิทธิที่จะไม่พิจารณาคดีในหลักฐานลับ

5. the right to control one''s own defense, สิทธิในการปกป้องตัวเอง

6. the right to exclude evidence that is improperly obtained, สิทธิในการตัดหลักฐานซึ่งได้มาอย่างไม่เหมาะสม

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญ ปฏิเสธ สิทธิของจำเลย ไม่ให้มีการแสดงพยานหลักฐานแต่อย่างใดทั้งสิ้น แล้วด่วนตัดสินเลย ศาลนี้จึงกลายเป็น "ศาลจิงโจ้" ไป

นอกจากกระบวนการพิจารณาคดีที่น่าละอายแล้ว ตัวตุลาการเองเช่น นายจรัญ ภักดีธนากุล ยังเป็นตุลาการที่ขาดความชอบธรรมในการพิจารณาคดีด้วย เพราะศาล รธน.นี้ เคยตัดสิน ตัดสิทธิทางการเมือง ท่านนายกฯสมัคร กรณีรับจ้าง แต่ตัวนายจรัญ เองก็มีการกระทำอย่างเดียวกัน แต่ก็ยังไม่ลาออกไป ยังคงทำหน้าที่อยู่อย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

เพื่อผดุงซึ่งความยุติธรรมของสังคมเอาไว้ จึงมีชาวโลกไซเบอร์ ที่ทนไม่ได้ รายการความจริงวันนี้ ก็ได้นำหลักฐานต่างๆ มาเปิดเผยแล้ว แต่ก็ไมได้มีการดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม กับตุลาการภิวัฒน์พวกนี้ ดังนั้น กลุ่มสมาชิกโลกไซเบอร์ คือ "กลุ่มปราบกบฏ" ในห้องราชดำเนิน กับ ร่วมกับชาวเน็ตกลุ่มอื่นๆ เช่น ไทยฟรีนิวส์ จึงได้คิดที่จะดำเนินการล่ารายชื่อ ถอดถอนนายจรัญ ภักดีธนากุล ซึ่งจะต้องใช้รายชื่อประมาณ 20,000 คน และจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 13 ธันวาคม 2551 ในวันที่มี "รายการความจริงวันนี้สัญจร" ที่สนามศุภชลาศัย" โดยจะไปตั้งโต๊ะ ล่ารายชื่อกัน รอบๆ สนาม ซึ่งคงต้องฝากให้ชาวเสื้อแดงทั้งหลายร่วมมือด้วย โดยเตรียมทะเบียนบ้านที่ถ่ายเอกสารแล้ว มาด้วย ส่วนแบบฟอร์มต่างๆ ทางกลุ่มได้ดำเนินการไว้แล้ว ทั้งนี้ กลุ่มชาวโลกไซเบอร์ ตกลงจะเรียกตัวเองในชื่อใหม่ว่า "นักรบไซเบอร์รักประชาธิปไตย" เพื่อเปิดรับสมาชิกชาวโลกไซเบอร์ได้มีส่วนร่วมมือกัน เพื่อนำธรรมกลับคืนสู่แผ่นดิน

------------

ปล. ผมมีจดหมายของ คุณที่ใช้ล็อคอิน "บ้านสวนธน" ในราชดำเนินมาเพื่อรับคนเข้าไปช่วยงานล่ารายชื่อครับ

สวัสดีค่ะเพื่อน ๆ

ขอแจ้งข่าวกิจกรรมที่พวกเราจะช่วยกันทำในวันที่ 13 รายการความจริงวันนี้สัญจร จากเดิมที่เราแต่นัดเจอกัน เท่านั้นวันนี้เราจะมาช่วยกันทำกิจกรรมต้านรัฐประหาร

กันอย่างจริงจังดีไม๊ค่ะ เพื่อน ขอสรุปกิจกรรมที่ทำไปแล้วและกำลังจะทำดังนี้

เหตุการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรเริ่มสร้างความวุ่นวายอย่างหนักโดยไปยึดสนามบินสุวรรณภูมิทำให้กลุ่มปราบกบฏรู้สึกทนไม่ได้อีกต่อไป จึงได้ตัดสินใทำเอกสาร ล่ารายชื่อในงานที่ลานคนเมือง ได้รายชื่อประชาชนที่รู้สึกรับไม่ได้กับการกระทำของพันธมิตรได้จำนวน 3,200 คนเศษ ได้นำรายชื่อทั้งหมดทำหนังสือส่งไปยังหน่วยราชการที่ทำหน้าที่ อาทิ ปลัดกระทรวงกลาโหม, กองทัพไทย, ประธานศาลรัฐธรรมนูญ, ประธานศาลปกครอง, สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และสำนักพระราชวัง เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม โดยขอให้ดำเนินการตามกฏหมายกับพันธมิตรอย่างเด็ดขาด และที่เราจะทำกันในวันที่ 13 คือ

"ความจริงสัญจร" ครั้งที่ 4 ที่จะมีขึ้น ณ สนามศุภชลาศัยในวันเสาร์ที่ 13 ธันวาคม ที่จะถึงนี้ กลุ่มของพวกเราจะดำเนินการรวบรวมรายชื่อของประชาชนที่มีอุดมการณ์เดียวกันในการยืนหยัด และรักษาประชาธิปไตย รวมถึงต่อต้านการดำเนินการของกลุ่มบุคคลที่พยายามขัดขวางระบอบประชาธิปไตยอันเป็นที่รัก และหวงแหนของประชาชนชาวไทย โดย

- การล่ารายชื่อถอดถอนนายจรัญและ

- ล่ารายชื่อเพื่อขอแก้กฎหมายไทยพีบีเอส

- พร้อมทั้งล่ารายชื่อ เพื่อยื่นส่งสหประชาชาติเพิ่มเติมจามที่ทำไปแล้ว

มีแผนงานดังนี้

แผนที่หนึ่ง

ตั้งเต็นท์ รับแบบเอกสารที่ประชาชนเตรียมมาแนบฟอร์ม เป็นชุด แล้วให้เขากรอก เซ็นชื่อ

แผนที่สอง

แจกฟอร์มบนอัฐจรรย์ ให้กรอกแล้วเดินตามเก็บ แบ่งหน้าที่กันเป็นบล๊อก ๆ เพราะคนนั่งแล้วไม่ต้องการลุก

กลัวเสียที่นั่ง หรือใช้วิธีตั้งจุดรับรายชื่อเป็นจุด ๆ

การประชาสัมพันธ์

1. ประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อ ให้ประชาชนทราบว่าจะมีพวกเราดำเนินการอะไรบ้าง

และขอให้ประชาชนถ่ายสำเนาบัตรประชาชนและทะเบียบบ้านมาด้วยในวันงานคนละ 2 ชุด โดยประชาสัมพันธ์

- ผ่านรายการความจริงวันนี้ทางทีวี

- รายการวิทยุของคุณวิศา

- รายการวิทยุชุมชนแท็กซี่

2. ประชาสัมพันธ์ในวันงาน แบ่งเป็น

ภายนอกก่อนเปิดให้เข้านั่งด้านใน ขอให้มีเสียงประชาสัมพันธ์ว่ามีการล่ารายชื่อที่เต้นท์เป็นระยะ ๆ เพื่อให้ประชาชนที่เพิ่งเข้างานหรือไม่ได้ผ่านเต้นท์ล่ารายชื่อได้ทราบว่าเต้นท์อยู่ทางไหนและทำกิจกรรมอะไรอยู่

ภายในที่นั่ง ให้โฆษกบนเวที ประชาสัมพันธ์ว่ามีการตั้งเต็นท์ล่ารายชื่อด้านนอก และจะมีการนำแบบฟอร์มไปบริการแจกจ่ายให้ถึงที่นั่งบล๊อกต่าง ๆ หรืออาจจะตั้งกำลังไว้เป็นจุด ๆ ให้เขาเดินมากรอก

ต้องการกำลังคน 50 - 100 คน เพื่อน ๆ คนใดยินดีสละเวลามาร่วมมือกัน รักษากฏหมาย รักษาประชาธิปไตย กรุณาแจ้งความจำนงกลับมา เพื่อนัดหมายทำความเข้าใจงานที่จะทำกันในวันที่ 10 ธันวาคมนี้ ที่ชั้น 2 ของร้านแม็คโด เอสพานาร์ด รัชดา เวลา 12.00 น.

เราจะทำกันในการ " นักรบไซเบอร์รักประชาธิปไตย" เพื่อให้เข้ากับกิจกรรมที่ทำนะคะ พร้อมโลโก้ใหม่ที่ส่งมาด้วยพร้อมนี้

ถลกหนังประชาธิปัตย์ พรรคหุ่นเชิดศักดินา จอมแบล็กเมล์แห่งสยามประเทศ

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา คุณป๋าเจ้าเก่า บอร์ดเสรีไทย
8 ธันวาคม 2551

หมายเหตุไทยอีนิวส์:คนไทยจำนวนมากกังขาสงสัยพฤติการณ์พรรคการเมืองเก่าแก่อย่างประชาธิปัตย์ว่าทำไมพรรคการเมืองนี้ชอบฉวยโอกาส และเป็นไม้มือให้กับเผด็จการทหาร กลุ่มจารีตนิยมอย่างโจ่งแจ้ง อย่างล่าสุดส่งลูกพรรคอย่างนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ไปร่วมกับพันธมิตรขับไล่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง และพยายามก่อวีรกรรม"งูเห่าภาค2"ขึ้นอีก บทความตีแผ่เปิดโปงชิ้นนี้ อาจทำให้ประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยได้เข้าใจที่ไปความเป็นมาของกลุ่มก๊วนการเมืองนี้อย่างถึงแก่น



-ก่อตั้ง6 เมษายน 2489 ตรงกับวันจักรี มีม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช เป็นแกนนำก่อตั้ง มีนายควง อภัยวงศ์ เป็นหัวหน้าพรรค โดยจุดประสงค์เพื่อฟื้นฟูซากเดนศักดินาให้กลับมาเรืองอำนาจอีกหน ภายหลังคณะราษฎร์เปลี่ยนแปลงการปกครอง2475

-หลังกรณีร.8สวรรคตเมื่อ9 มิถุนายน 2489 สมาชิกพรรคบางรายไปตะโกนในโรงหนังว่า”ปรีดีฆ่าในหลวงร.8” จากนั้นเปิดอภิปรายยำใหญ่รัฐบาลหลวงธำรงฯ7วัน7คืน แต่โค่นรัฐบาลไม่ลง

-เกิดรัฐประหาร8พ.ย.2490 คณะรัฐประหารได้ให้ประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นแนวร่วมพันธมิตรช่วยให้เกิดการรัฐประหารหนนั้น ตั้งรัฐบาลร่างทรง นายควงขึ้นเป็นนายกฯ และไม่กี่เดือนก็โดนจี้ออกกลางทำเนียบ เพราะหัวหน้าคณะรัฐประหารจะขึ้นเป็นซะเอง นายควงกับชาวพรรคประชาธิปัตย์ก็ยอมให้แต่โดยดี

-เป็นฝ่ายค้านอดอยากปากแห้งในยุคจอมพลป.เป็นรัฐบาล หม่อมคึกฤทธิ์เลยต้องไปออกหนังสือพิมพ์สยามรัฐด่าเช้าด่าเย็น เหน็บว่าจอมพล.ปเป็น"โจโฉยกฯตลอดกาล" แต่ก็ไม่ระคายผิวจอมพล

-พรรคประชาธิปัตย์เว้นวรรคทางการเมืองในยุคจอมพลสฤษดิ์ทำรัฐประหารพ.ศ.2500 ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นกองหน้าทวงคืนประชาธิปไตยแต่อย่างไร และเว้นวรรคยาวมาจนถึงราวปี2511 ร่วมๆ10 ปี ดังนั้นหากใครจะนับอายุพรรคนี้ว่ายืนยาว60กว่าปี กรุณานำจำนวน10ปีนี้ไปลบออกด้วย เพื่อให้ถูกต้องตรงความเป็นจริง

-พรรคประชาธิปัตย์มาโผล่อีกทีตอนจอมพลถนอมเปิดให้เลือกตั้งในปีพ.ศ.2511 ครั้นพอจอมพลถนอมยึดอำนาจตัวเอง พรรคประชาธิปัตย์ก็เว้นวรรคทางการเมืองไป มีสมาชิกพรรคไม่กี่คนเคลื่อนไหวคัดค้านในนามส่วนตัว เช่น นายอุทัย พิมพ์ใจชน แต่พรรคนั้นไม่รับรู้อะไรด้วย

-เป็นรัฐบาลในปี2518 โดยหม่อมเสนีย์ ปราโมช เป็นอยู่ไม่กี่วันก็โดนหม่อมน้องที่ออกไปตั้งพรรคกิจสังคมใช้นโยบายประชานิยมเขี่ยตกเก้าอี้

-กลับมาเป็นรัฐบาลอีกทีในกลางปี2519 ก็เกิดเหตุการณ์6ตุลาฯ แทนที่จะระงับเหตุร้าย แต่รัฐบาลประชาธิปัตย์ก็กลับหลอกแกนนำนักศึกษานำโดยสุธรรม แสงปทุมไปพบที่บ้านหม่อมพี่ แต่ไปไม่ถึงให้ตำรวจลากเข้าคุกซะก่อน ส่วนที่ธรรมศาสตร์ก็มีการปราบปรามนักศึกษาอย่างโหดเหี้ยม ส่วนนายกฯหม่อมพี่เป็นแค่ฤาษีเลี้ยงลิงไปพลางๆ และโดนยึดอำนาจในวันที่6ตุลาคม2519นั้นเอง แต่พรรคประชาธิปัตย์ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร ตัวนายกฯเสนีย์ถูกทหารกุมตัวเอาไว้ในค่ายทหารระยะหนึ่ง พอเหตุการณ์ควบคุมได้ก็ถูกปล่อยตัวออกจากค่ายทหารไปเงียบๆ ขณะที่มีการฆ่าฟันปราบปรามนักศึกษาอย่างรุนแรง

-ช่วงปี2523เกิดบรรยากาศสะตอสามัคคีขึ้น เมื่อประชาธิปัตย์กลายเป็น”พรรคของเรา คนของเรา”ของชาวปักษ์ใต้ เมื่อสนับสนุนค้ำจุนบัลลังก์พลเอกเปรม ขวัญใจคนปักษ์ใต้ในเวลานั้นอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่รัฐบาลเปรม1ยันเปรม5 แม้ว่าบางคราวเช่นปี2529พรรคประชาธิปัตย์ชนะเลือกตั้งท่วมท้น นายพิชัย รัตตกุล หัวหน้าพรรคเวลานั้นก็ไม่อาจกล้าหาญเป็นนายกฯ แต่ยอมศืโรราบให้พลเอกเปรม แต่ก็ได้แลกกับการอุ้มลูกชายคือดร.โจขึ้นเป็นรัฐมนตรี จนเกิดบรรยากาศแตกแยกในพรรคของกลุ่ม10มกราฯ นำโดยไข่มุกดำวีระ มุสิกพงษ์และคณะ

-เมื่อพลเอกเปรมถูกกดดันให้ลงจากตำแหน่งในพ.ศ.2531 และรัฐบาลชาติชายรีบยกขึ้นหิ้งเป็นรัฐบุรุษ พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้ร่วมเป็นรัฐบาลในครม.ชาติชาย สร้างผลงานฉาวโฉ่กรณีสวนป่ากิตติฯให้กับ”สนั่น ป่าลั่น”เลขาธิการพรรคในขณะนั้น ก่อนจะหักในกับชาติชาย แล้วเกิดการรัฐประหาร23ก.พ.2534

-ในการเลือกตั้งพ.ศ.2535หลังพฤษภาทมิฬ ประชาธิปัตย์อาศัยวลี”จำลองพาคนไปตาย”และชูว่าชวน หลีกภัย”เชื่อมั่นในระบบรัฐสภา เข้ามาเป็นรัฐบาล ซ้ำยังนำรูปของนายปรีดี พนมยงค์กับรูปนายป๋วย อึ๊งภากรณ์ ซึ่งเคยได้รับผลกระทบจากการกระทำของชาวพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาโฆษณาหลอกลวงคนไทยด้วยว่า พรรคประชาธิปัตย์เห็นด้วยกับแนวทางสันติวิธีของทั้ง2ท่านนี้(ทั้งที่มีหลักฐานชัดเจนว่า2ท่านนี้ต้องไปตายในต่างแดนทั้งคู่ก็เพราะผลพวงจากการกระทำของประชาธิปัตย์ทั้งนั้น) แต่ไม่นานก็ถูกตีตกเวทีด้วยเรื่องสปก.ของเลขาธิการพรรคเทพเทือก

-ในการเลือกตั้งคราวต่อมา พรรคชาติไทยชนะการเลือกตั้งเป็นรัฐบาล แต่ชาวพรรคประชาธิปัตย์ก็นำเอกสารปลอมมากล่าวหาเรื่องสัญชาตินายบรรหารและบิดา เล่นกันถึงโคตรเหง้า ไม่ได้เกี่ยวกับผลงานหรือนโยบายใดๆ จนนายบรรหารลาออกและยุบสภาฯ

-ในการเลือกตั้งปี2538 พรรคความหวังใหม่ของพลเอกชวลิตมาแรง พรรคประชาธิปัตย์สร้างกระแสเกลียดชังและไม่น่าไว้วางใจพลเอกชวลิตหลายเรื่อง ตบท้ายด้วยสโลแกน”ไม่เลือกเรา เขามาแน่” แต่ในที่สุดเขาก็มาจริงๆ โดยนายชวนใช้วาทะเชือดเฉือนว่า”ฝ่าม่านสีม่วงของบิ๊กจิ๋ว”เข้ามาเป็นรัฐบาลไม่ไหว

-หลังวิกฤตเศรษฐกิจปี2540 พลเอกชวลิตลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในปลายปี พรรคประชาธิปัตย์สร้างตำนาน”งูเห่า”ขึ้นมา ด้วยการฉกลูกพรรคประชากรไทยของนายสมัคร สุนทรเวชมาหลายคนเพื่อให้เสียงสนับสนุนพอเพียงในการตั้งรัฐบาล ตัดหน้าพลเอกชาติชายไปแบบคนอึ้งทั่วประเทศ นายชวนคัมแบ็คเป็นนายกฯอีกครั้ง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ลงทุกด้าน มือดีทางเศรษฐกิจที่หามาประดับพรรคอย่างธารินทร์กับศุภชัยก็กินเกาเหลากันไป คนรุ่นใหม่อย่างนายอภิสิทธิ์ได้นั่งตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักฯชนิดที่เป็นรัฐมนตรีที่โลกลืม

-เมื่อสบจังหวะนายชวนประเมินว่าพรรคประชาธิปัตย์มีความได้เปรียบทางการเมืองก็ประกาศยุบสภาในปี2543 เตรียมการการเลือกตั้ง และมีวาระซ่อนเร้นให้นายกล้าณรงค์ จันทิก อดีตลูกพรรคประชาธิปัตย์ ในนามปปช.ไปเล่นงานทักษิณ ชินวัตรที่ทำท่าจะเป็นดาวรุ่งพุ่งแรง แต่ก็สกัดทักษิณไม่อยู่

-ทักษิณเป็นนายกฯสมัยแรกในปี2544 และเป็นกระแสต่ำอย่างแท้จริงของพรรคประชาธิปัตย์ จนคนในพรรคส่วนหนึ่งนำโดยสนั่น ป่าลั่น ต้องออกไปตั้งพรรคมหาชนขึ้นใหม่มาสู้ เพราะชื่อประชาธิปัตย์ขายไม่ออก และต้องแพ้การเลือกตั้งในต้นปี2548ให้ทักษิณอย่างย่อยยับ

-ประชาธิปัตย์ยุคอภิสิทธิ์สืบตำนานเป็นพันธมิตรแนบแน่นกับทหารเหมือนครั้งยุคหม่อมน้อง+นายควงสมัยแรกเริ่มตั้งพรรคอีกครั้ง ด้วยการขัดขวางการเลือกตั้ง2เม.ย.2549ทุกวิถีทาง และเป็นผลบั้นปลายให้เกิดรัฐประหาร19กันยาฯ2549 จากนั้นก็แสดงความเป็นพันธมิตรที่แนบแน่นกับทั้งเผด็จการทหาร กลุ่มแกนนำพันธมิตรฯ และสื่อ(ซึ่งแทบทุกสื่อมีสะตอสามัคคีกุมอยู่เป็นส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นค่ายเนชั่น ผู้จัดการ เดลินิวส์ ไทยรัฐ มติชน รวมทั้งทีวี วิทยุต่างๆ)จนคว่ำรัฐบาลจากการเลอกตั้ง2คณะคือรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช และรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ แล้วร่วมมือสมคบคิดกันว่าต่อไปต้องให้ประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลบ้างเพื่อไม่ให้บ้านเมืองวุ่นวาย

-ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล นักวิชาการภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อดีตผู้นำนักศึกษายุค6ตุลาฯเขียนบทความชิ้นหนึ่งในสถานการณ์ล่าสุดที่ประชาธิปัตย์กำลังมีพฤติการณ์"งูเห่าภาค2"ว่ารัฐบาลประชาธิปัตย์ จะเป็นความอัปยศและความไม่ยุติธรรมครั้งใหญ่ของประเทศไทยดังนี้

ผมเสนอว่า ต้องพยายามช่วยกันรวบรวมและเผยแพร่ข้อมูลว่า
ที่ผ่านมา ประชาธิปัตย์ ได้ร่วมมือ สนับสนุน ให้ท้ายพันธมิตรอย่างไรบ้าง
ไม่เพียงแต่กรณีที่ สมเกียรติ เป็น สส.บัญชีรายชื่อของพรรคเท่านั้น
แต่การเข้าร่วมด้วยในรูปแบบอื่นๆ การให้ท้ายในรูปแบบอื่นๆ
ประเภท พันธมิตร ชงเรื่อง ประชาธิปัตย์รับลูกมาเล่นต่อในสภา โดยเฉพาะเรื่องหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ เรื่องปลุกกระแสคลั่งชาติ
พันธมิตร ชง เรื่อง หมิ่นฯ ปชป. เสนอให้เพิ่มโทษ ขยาย ม.112 และแก้ พรบ.คอมพิวเตอร์
พันธมิตร ชง เรื่อง เขาพระวิหาร ปชป. เอามาอภิปรายต่อในสภา

ดังนั้น การละเมิดกฎหมายอย่างโจ่งแจ้ง และทำความเสียหายแก่เศรษฐกิจของประเทศนับหมื่นล้านบาท ของพันธมิตร
จึงเป็นความรับผิดชอบของประชาธิปัตย์ด้วย

การที่ประชาธิปัตย์จะได้จัดตั้งรัฐบาล จึงเป็นการให้รางวัลคนที่ทำผิดกฎหมาย ทำความเสียหายแก่ส่วนรวม ให้รางวัลกับการแบล็กเมล์ นั่นเอง

คุณป๋าเจ้าเก่าได้สรุปในบทความด้วยว่า เรื่องราวทั้งหมดที่ผมถลกหนังพรรคนี้ก็เพื่อจะบอกว่า อย่าใหลหลงไปกับวาทะกรรมที่ว่า

1.พรรคประชาธิปัตย์ยึดมั่นในระบบรัฐสภา หรือยึดหลักประชาธิปไตย เพราะพรรคนี้นับแต่ตั้งต้น ระหว่างกลาง และบั้นท้ายสุดนั้น หาได้ใกล้เคียงกับสิ่งที่พวกเขาอวดโอ้โฆษณาแม้แต่นิด

2.พรรคประชาธิปัตย์เป็นสถาบันทางการเมือง ไม่ใช่พรรคเฉพาะกิจ อย่างที่รู้กันว่าพรรคนี้ตั้งขึ้นด้วยอุดมการณ์เฉพาะกิจเพื่อทำลายล้างคณะราษฎร์ สนับสนุนค้ำจุนซากเดนศักดินา และเป็นเบี้ยให้ขุนศึกเผด็จการมาทุกยุค

3.พรรคประชาธิปัตย์เป็นพรรคของประชาชาติไทยทั้งมวล ซึ่งผิดเพราะเขาประกาศตัวชัดเจนมานานนับหลายสิบปีแล้วว่า”พรรคของเรา(ชาวใต้) คนของเรา(คนปักษ์ใต้)” และไม่ว่าคนใต้คนนั้นจะดีเลวอย่างไร พรรคนี้ก็พร้อมจะอุดหนุน และขอแรงอุดหนุนจากพวกสะตอสามัคคีด้วยกันทั้งในแวดวงสื่อ แวงวงวิชาการ แวดวงขุนศึก(ทั้งนี้ผมหมายถึงเฉพาะพวกสะตอสามัคคี ส่วนคนปักษ์ใต้ที่คิดถึงหลักการประชาชาติไทยมาก่อน ภูมิภาคมาทีหลังนั้น ผมต้องกราบขออภัย ผมไม่ได้ว่าแบบเหมารวม)

4.พรรคประชาธิปัตย์เป็นฝ่ายพรรคเทพ นอกนั้นเป็นฝ่ายมาร -ซึ่งผิด เพราะตลอดเวลาของพรรคการเมืองนี้ไม่เคยเล่นงานปฏิปักษ์หรือคู่แข่งขันทางการเมืองแบบใสสะอาด หรือแข่งขันที่นโยบาย แต่ไปเอาประเด็นอ่อนไหวที่ยังไม่ชัดแจ้งไปกล่าวร้าย เช่นกรณี”ปรีดีฆ่าในหลวง”, กรณี”เอกสารปลอมสัญชาตินายบรรหาร” ,กรณี”ฝ่าด่านสีม่วงบิ๊กจิ๋ว” หรือล่าสุดกรณี”ทักษิณโกงชาติ” เป็นต้น แต่พอประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลนั้นถูกเล่นงานมักมีหลักฐานชัดแจ้งทั้งกรณีสนั่นป่าลั่น,กรณีสปก.,กรณีปรส. เป็นต้น

5.ประชาธิปัตย์เป็นเสาเอกของระบบรัฐสภา ซึ่งผิดสิ้นเชิง เพราะประชาธิปัตย์จะเก่งก็แต่กับรัฐบาลพลเรือนที่มาจากการเลือกตั้งเท่านั้น และเข้าตำราตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จทุกกรณี

แต่กับเวลาเผด็จการทหารมา ประชาธิปัตย์จะหายตัวไร้ร่องรอย หรือสวมรอยร่วมมือกับเผด็จการมาตลอดประวัติศาสตร์ของพรรคนี้

ข่าวสองกระแสเผย ปชป.เพียงก่ำกึ่งว่าจะได้ หรือ ไม่ได้เป็นรัฐบาลเลย

ที่มา Thai E-News

ทีมข่าวไทยอีนิวส์
7 ธันวาคม 2551

ต่อกรณีความพยายามในการจัดตั้งรัฐบาลของกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของพรรคต่างๆ หลังรัฐบาลของพรรคร่วมเดิมต้องพ้นจากตำแหน่งเนื่องจากการยุบพรรค คุณ Alienet และคุณ Bugbunny สายข่าวการเมืองเจ้าเก่าที่ให้ข้อมูลมีความเชื่อถือระดับหนึ่ง จากเว็บบอร์ดชมรมฟ้าใหม่ ได้เปิดเผยข่าวสารตามที่ตนเองทราบมาดังนี้

"สถานการณ์วันนี้ก็คือ พล.อ.อนุพงศ์ยังต้องโทรวุ่นทั้งวัน เสนอว่ายอมให้พรรคร่วมทุกแห่งอยู่กระทรวงเดิม ชี้ว่าสถานการณ์ยังไม่เด็ดขาด แต่กำลังโดนตีโต้ (โดย พปช. เดิม) จึงต้องเสนอตำแหน่งกันถึงขนาดนี้ แถมมีข่าวเล็ดลอดออกมาว่า เพื่อนเนวินที่ยังไม่ไปรายงานตัวที่พรรคเพื่อไทยนั้น เหลือแค่สิบกว่าคนเท่านั้น สถานการณ์ตอนนี้คือยันกันไปกันมา ยังไม่รู้แน่ว่าใครจะตั้งรัฐบาล" คุณ Bugbunny รายงานเมื่อเวลา 19:00 น.

ด้านคุณ Alienet รายงานเมื่อเวลา 20:30 น. แจ้งว่าพรรคร่วมรัฐบาลเดิมยังมีเสียงเกินครึ่ง และเรียกร้องว่า ถึงเวลาแล้วที่ประชาชนที่เคยเลือกตั้งผู้แทน จะได้แจ้งให้ผู้แทนของตนทราบถึงสิทธิ เสียง และความต้องการของตนว่า นี่คือเวลาตัดสินประชาธิปไตยของชาติ

"มาแจ้งข่าวล่าสุด พรรคเพื่อไทยยังมีคะแนนเกินครึ่งอย่างแน่นอน ที่สำคัญคนในพรรคเพื่อไทยจะยังคงเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ใช่คนจากพรรคอื่นตามที่เป็นข่าวคาดการณ์กัน ถ้าจะให้ดีมวลชนรักประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการอำมาตยาธิปไตยน่าจะเคลื่อนไหวกดดันส.ส.ในพื้นที่ที่ประกาศไปอยู่กับปชป.ให้ถอนตัว และชี้ให้เห็นว่า "นี่คือการต่อสู้ระหว่าง 2 แนวทาง คือเสรีประชาธิปไตย หรือ อำมาตยาธิปไตย" ไม่ใช่เรื่องผลประโยชน์เฉพาะหน้าของพวกกลุ่มก๊วน ส.ส. มิฉะนั้นพวกเขาเหล่านั้นก็จะตกเป็นประชาชนชั้น 2 ต่อไป"


อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง
หาหินมา "ถ่วง" หน่อย..... อย่าเต้นตามเกมส์ที่เขาอยากให้เป็น
สายข่าวการเมืองรายงาน "ประชาธิปัตย์กำลังเป็นฝ่ายตาม"

บทบรรณาธิการจากวอชิงตันโพสต์ : Thailand's Viciouse Circle (วงจรอุบาทว์ของประเทศไทย)

ที่มา Thai E-News

ที่มา เวบไซต์ washingtonpost
7 ธันวาคม 2551

The opposition succeeds in ousting yet another government -- which is likely to be replaced by one much like it.

THAILAND'S People's Alliance for Democracy made clear long ago that it stands not for democracy or the Thai people but against them. On Tuesday, it claimed another victory in its campaign to replace the democratic system with a royalist autocracy and to substitute the judgment of the military and an allied elite for that of the people. Prime Minister Somchai Wongsawat, whose party won a fair democratic election last December, was forced from office by a questionable court ruling even as thousands of members of the "people's alliance" barricaded two of Thailand's airports, stranding hundreds of thousands of travelers. Mr. Wongsawat had been in power only two months; his predecessor was ousted in September by an equally curious and convenient court ruling, not long after alliance members occupied the prime minister's offices.

The anti-democratic movement has evolved a simple tactic: use force to paralyze the government, the capital city, or the country (via its vital airports), then wait for the military, the courts, or King Bhumibol Adulyadej to intervene. In addition to forcing the past two prime ministers from office, the strategy prompted a military coup in 2006 and an earlier intervention by the king. Yet the larger objective of the alliance remains unrealized and probably unattainable. Thailand's elite would like to destroy the populist political movement of exiled former prime minister Thaksin Shinawatra and disenfranchise the mostly poor and rural voters who have repeatedly empowered him or his surrogates in democratic elections.

The latest coup seems no more likely to accomplish that goal than the previous ones. Supporters of Mr. Thaksin, anticipating that their party would be banned (for the second time), already had formed a new one. They say they are ready to elect another Thaksin supporter as prime minister. If a new general election is held, as the army commander recently suggested, there's no reason to expect the outcome to be different from the previous three elections: a victory for Mr. Thaksin. The only long-term result of the Alliance for Democracy's campaign is the weakening of the Thai economy and a growing incidence of violence. Seven people were killed in bomb attacks and street battles during the latest siege.

Like traditional elites elsewhere in the developing world, Thailand's onetime governing class has been discomfited as democracy and globalization have brought long-excluded populations into the political system. Populism doesn't usually produce good government, and populists don't always respect the rule of law. But Thailand's "alliance for democracy" is offering the rest of the world a vivid demonstration of why force cannot succeed in undoing the populists' advance.

===========================

วงจรอุบาทว์ในประเทศไทย

บทบรรณาธิการ นสพ.วอชิงตันโพสต์

กลุ่ม พธม.ของไทย ได้แสดงตัวตนชัดเจนมานานแล้วว่า ไม่ได้มีจุดยืนเพื่อประชาธิปไตย หรือเพื่อคนไทย แต่ทำในสิ่งตรงข้ามเสมอ ในวันอังคารที่ผ่านมา ก็ได้มีการอ้างอีกหนึ่งชัยชนะที่สามารถรณรงค์ให้มีการเปลี่ยนระบอบประชาธิปไตย กลับเป็นระบอบอำมาตยาธิปไตย คือ ให้ทหารและกลุ่มอำมาตย์ศักดินาสามารถตัดสิน แทนการตัดสินโดยประชาชนได้ นายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งพรรคของเขาได้รับชัยชนะอย่างโปร่งใสจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยในเดือนธันวาคมที่แล้ว ได้ถูกพิพากษาอย่างน่ากังขา ให้พ้นจากตำแหน่ง ในขณะที่กลุ่ม พธม.หลายพันคน ยังคงยึดพื้นที่ท่าอากาศยานของไทยสองแห่งอยู่ โดยไม่แยแสต่อผู้โดยสารนับแสนที่ตกค้าง คุณสมชาย อยู่ในอำนาจได้เพียงสองเดือน โดยนายกฯคนก่อนหน้า ก็ถูกตัดสินให้พ้นจากตำแหน่งในเดือนกันยายน ด้วยคำพิพากษาแปลกๆ ง่ายๆ แบบเดียวกัน ภายหลังกลุ่ม พธม.เข้ายึดทำเนียบรัฐบาลได้ไม่นาน

การเคลื่อนไหวต่อต้านระบอบประชาธิปไตย ทำโดยใช้แผนการง่ายๆ คือ ใช้กำลังในการบังคับให้รัฐบาล เมืองหลวง หรือประเทศ เป็นอัมพาต (ผ่านการควบคุมท่าอากาศยานสำคัญ)แล้วก็รอคอยให้ทหาร หรือ ศาล หรือ กษัตริย์ภูมิพลอดุลยเดช เข้ามาแทรกแซง นอกเหนือจากการบังคับให้นายกรัฐมนตรีสองท่านพ้นจากตำแหน่งแล้ว กลุ่ม พธม.ก็ได้เคยใช้กลยุทธ์เดียวกันนี้ ก่อให้เกิดการรัฐประหารในปี 2549 และขอให้มีการแทรกแซงโดยกษัตริย์ก่อนหน้านั้นด้วย เป้าหมายที่ใหญ่กว่าของ พธม.ซึ่งยังไม่บรรลุผลและอาจก้าวไปไม่ถึง คือ การที่กลุ่มอำมาตย์ศักดินาไทย ต้องการทำลายการเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบประชานิยมของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร และทำลายเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจนในชนบท ที่ลงคะแนนให้เขา หรือ กลุ่มของเขา ซ้ำแล้วซ้ำอีก ในการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

การรัฐประหารครั้งที่ผ่านมา ดูเหมือนจะไม่ประสบผลสำเร็จตามเป้าประสงค์ดังเช่นที่เคยทำครั้งก่อน ๆ ผู้สนับสนุนคุณทักษิณ ซึ่งคาดหมายล่วงหน้าแล้วว่า พรรคจะถูกยุบ (เป็นครั้งที่สอง)ได้เตรียมพร้อมตั้งพรรคการเมืองใหม่ไว้ก่อนแล้ว พวกเขาบอกว่า เขาพร้อมที่จะเลือกผู้สนับสนุนคุณทักษิณคนใหม่มาเป็นนายกรัฐมนตรีอีก และถ้ามีการเลือกตั้งทั่วไปเกิดขึ้น ตามที่ ผบ.ทหารแนะนำเมื่อไม่นานมานี้ คาดเดาได้เลยว่า ผลที่ได้ ก็จะไม่ต่างจากการเลือกตั้งสามครั้งที่ผ่านมา คือชัยชนะจะเป็นของคุณทักษิณอีก ผลจากการประท้วงยาวนานของ พธม.ที่เห็นได้ชัด มีเพียงการทำให้เศรษฐกิจไทยอ่อนแอ และเพิ่มอุบัติการณ์ของความรุนแรงขึ้น โดยมีเหยื่อเสียชีวิตจากเหตุระเบิด 7 ราย และมีการปะทะกันบนท้องถนนในการปิดล้อมสภาครั้งล่าสุด

เช่นเดียวกับพวกอำมาตย์ศักดินาเก่าแก่ในประเทศกำลังพัฒนาทุกแห่งในโลก ชนชั้นปกครองซึ่งครอบงำประเทศไทยมายาวนาน ได้ประสบกับความพ่ายแพ้ เมื่อประชาธิปไตยและโลกาภิวัตน์ ได้นำพาประชาชนที่ถูกทอดทิ้งมานาน คืนกลับเข้าสู่ระบบการเมือง ประชานิยมอาจไม่นำมาซึ่งรัฐบาลที่ดี และไม่เคารพต่อหลักกฎหมายเสมอไป แต่กลุ่ม พธม.ของไทย ได้แสดงให้คนทั่วโลกได้มองเห็นอย่างแจ่มชัดว่า เหตุใดการใช้กำลัง จึง ไม่สามารถขัดขวางการขับเคลื่อนไปข้างหน้าของประชานิยมได้

ประชาราชยังคิดหนัก‘เพื่อไทย’หรือ‘ปชป.’

ที่มา ประชาทรรศน์

ท่ามกลางสถานการ์การจับขั้วการเมืองที่ยังไม่ลงตัว 100% และยังพร้อมจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลานั้น ในส่วนของพรรคประชาราช ที่เป็นของสมาชิกครอบครัวเทียนทอง เป็นหลักนั้น แม้ว่า นายเสนาะ เทียนทอง จะประกาศก่อนหน้านี้ว่าไม่เห็นด้วยกับการย้ายขั้ว โดยมองว่าเป็นเรื่องที่ไม่สามารถทำได้ง่าย และประกอบกับ นางอุไรวรรณ เทียนทอง ได้ไปร่วมแถลงจับขั้วตั้งรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย จนเชื่อว่าจะจับขั้วอยู่กับกลุ่มพลังประชาชนเดิมนั้น

อย่างไรก็ตามล่าสุด นางอุไรวรรณ เทียนทอง รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ภริยา นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เปิดเผยว่า พรรคประชาราชยังไม่มีท่าทีว่าจะจับขั้วกับพรรคเพื่อไทย หรือเปลี่ยนไปจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์

โดยจะขอดูท่าทีของทุกฝ่ายก่อน ซึ่งก่อนหน้านี้นางอุไรวรรณเคยระบุว่า จะไม่ตีจากพรรคร่วมรัฐบาลเดิม สอดคล้องกับที่นายเสนาะไม่ได้ร่วมแถลงข่าวจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์เมื่อวานนี้ และยังไม่มีท่าทีที่ชัดเจนจากนายเสนาะ

อดีตส.ส.พลังประชาชนกทม. ยกทีมส.ก.-ส.ข.เข้าประชาธิปัตย์

ที่มา ประชาทรรศน์

ที่พรรคประชาธิปัตย์ บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้าวันที่ 7 ธีนวาคมที่หผ่านมา เป็นไปด้วยความคึกคัก มีแกนนำระดับผู้ประสานงานจัดตั้งรัฐบาลเข้าหารือกับที่ร้านกาแฟของพรรค นำทีมโดย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รองหัวหน้าพรรค นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย จากนั้นเวลา 10.00 น. ทั้งหมดจึงได้เข้าร่วมประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค ต่อมาเวลา 13.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เดินทางตามเข้ามาสมทบ โดยนายสุเทพแสดงท่าทีมั่นใจว่าการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้ไม่น่าจะมีการพลิกขั้วอีก

จากนั้นเวลา 14.00 น. นายสากล ม่วงศิริ ส.ส.กทม. อดีตพรรคพลังประชาชน ได้นำน้องชายซึ่งเป็น ส.ก. และ ส.ข. เข้ามาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ โดยมีนายสุเทพคอยให้การต้อนรับพร้อมกับสวมเสื้อแจ็กเก็ตสีชมพูของพรรคให้กับทีมของนายสากล

ด้านนายสุเทพกล่าวว่า เห็นแล้วว่าทั้ง 3 คนเดินทางมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ด้วยตนเอง ไม่ได้มีการเรียกร้องอะไร จึงไม่ต้องไปลือกันอีกว่าถูกพรรคประชาธิปัตย์ซื้อตัวมา สำหรับนายสากลเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่มีเพื่อนอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์หลายคน ซึ่งได้มีการพูดคุยกันมาตลอด จึงขอต้อนรับด้วยความยินดี

ขณะที่นายสากลยืนยันว่า ที่มาสมัครเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ไม่มีเรื่องผลประโยชน์เงินทองใดๆ มาเกี่ยวข้อง

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังมี ส.ส.อีกหลายคนที่มีการพูดคุยกัน แต่เราเข้าใจว่าการตัดสินใจย้ายพรรคเป็นเรื่องใหญ่ ต้องให้เวลา ตนอยากให้เขามั่นใจว่าเมื่อมาอยู่ร่วมกันแล้ว จะได้ร่วมอุดมการณ์กันตลอดไป ขณะนี้ ส.ส.ที่ถูกยุบพรรค ที่ไม่มีสังกัดมีสิทธิ์ที่จะตัดสินใจ

เมื่อถามว่ามั่นใจว่าจะตั้งรัฐบาลได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเพื่อน ส.ส. พรรคการเมืองและกลุ่มการเมืองต่างๆ ที่แสดงเจตนารมณ์สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ กระบวนการต่อจากนี้เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ ที่ต้องเสนอเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ซึ่งทั้งตนและพรรคประชาธิปัตย์มีความมุ่งมั่นจะแก้ปัญหาบ้านเมืองให้ดีที่สุด หากเพื่อน ส.ส.เห็นความตั้งใจของเรา ว่าสามารถทำงานแก้ไขปัญหาบ้านเมืองได้ ก็ขอเชิญชวนใหมาร่วมทำงานที่ใหญ่และหนัก เพื่อให้ประเทศมีความสามัคคีและเรียกความเชื่อมั่นกลับคืนมา

ผู้สื่อข่าวถามว่ารู้สึกกดดันกับความคาดหวังของประชาชนหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เรื่องนี้มองได้ 2 แง่คือ ด้านหนึ่งรู้สึกลำบากใจ เพราะรู้ดีว่าอยู่ในสถานการณ์ไม่ปกติ แต่อีกแง่หนึ่งจะเป็นพลังที่จะต้องทำงานอย่างจริงจัง ทำให้นักการเมืองและพรรคการเมืองต้องฟังแรงกดดันจากสังคม ส่วนที่มองว่าจะเป็นเรื่องของทุกขลาภนั้น ตนไม่ได้มองถึงเรื่องกำไรหรือขาดทุน หาก ส.ส.ที่มาร่วมงานกับเราเห็นว่าเหมาะสม ก็เป็นหน้าที่ของเราที่จะต้องทำอย่างเต็มที่

ทำเนียบรัฐบาลเปิดทำการแล้ว "วันแรก" ขรก.ยังบางตา

ที่มา มติชนออนไลน์


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 8 ธ.ค. ทำเนียบรัฐบาลเปิดทำการตามปกติเป็นวันแรก ภายหลังที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยยอมสลายการชุมนุม อย่างไรก็ตาม ข้าราชการประจำเดินทางมาทำงานไม่มากนัก ขณะที่เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดประจำทำเนียบรัฐบาล ยังคงทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบทำเนียบรัฐบาลอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีกำหนดการตำรวจจะมาตรวจสอบพื้นที่ เพื่อค้นหาอาวุธอีกครั้ง เวลา 10.00 น.

ปชป.เตรียมยื่นขอเปิดประชุมสภาเลือกนายกรัฐมนตรีวันนี้

ที่มา ประชาทรรศน์

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ เตรียมนำรายชื่อ สส. ยื่นต่อนายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภาเพื่อขอให้นำเรื่องกราบบังคมทูลฯ ขอพระบรมราชโองการเปิดประชุมสภาผู้แทนราษฎรสมัยวิสามัญ เลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ในวันนี้