WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, December 11, 2008

สานต่อ “ประชานิยม”...

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ละครชีวิต

โดย ลวดหนาม


สถานการณ์การเมืองในเวลานี้ช่างสับสนยิ่งนัก บ้านเมืองยิ่งวิกฤติก็ยิ่งทำให้สงสารประชาชนเสียเหลือเกิน
ในฐานะนักข่าว นักเขียน ก็ทำได้เพียงแค่ใช้ “ปากกา” เขียนเตือนสติดั่งที่ได้ยินผู้หลักผู้ใหญ่สั่งสอนไว้

สื่อสารมวลชน ต้องทำหน้าที่เสมือน "หมาเฝ้าบ้าน" เห่าเมื่อมีผู้บุกรุก ที่ผ่านมาหมาตัวนี้ทั้งเห่า ทั้งกัด ทั้งไล่ฟัด “อำนาจเผด็จ” กับ “มือที่มองไม่เห็น” อย่างไม่เกรงกลัวหน้าอินหน้าพรหม
กลับไปหยิบหนังสือพิมพ์เก่าๆ ที่ตัวเองได้เขียนไว้หลายบท หลายตอน ก็ต้องขออนุญาติ “ถอนหายใจ” สักหนึ่งครั้ง

แต่ขอยืนยันว่าจะเดินหน้าเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญ ฉบับ 2550 หรือที่เรียกกันว่า “ฉบับโจรเผด็จการ” ต่อไป
อย่างที่ 2 คือ จะต้องฟื้น “ประชานิยม” ให้กลับมาช่วยรากหญ้า-รากแก้ว ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศโดยเร็วที่สุด
1 ในเงื่อนไขข้อตกลงที่มีข่าวว่ากลุ่มการเมืองได้ตัดสินใจร่วมรัฐบาลคือ ขอให้รัฐบาลใหม่ ช่วยสานต่อและผลักดันภาคประชานิยมให้เป็น “นโยบาย”

เงื่อนไขข้อนี้ คือ “เจตนารมย์” ดั้งเดิมที่พวกเรา “นักสู้ประชาธิปไตย” ได้ร่วมกันต่อสู้มาตลอด เพราะมองเห็นความสำคัญของประชาชนรากหญ้า

วันนี้ชาวบ้านต่างจังหวัดยังลำบากอยู่มาก ไม่ว่าเรื่อง ที่ดินทำกิน หนี้สิน เงินทุน หรือหลักประกันสุขภาพ
ในอดีตไม่ค่อยมีรัฐบาลไหนใส่ใจในเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง เพราะมัวแต่สนใจคนชั้นกลาง และคนชั้นนำที่มีโอกาสกว่าคนชั้นล่าง

รัฐบาลใหม่ต้องใส่ใจปัญหาปากท้องของชนชั้นล่าง ต้องลงไปดูปัญหาด้วยตัวเอง นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะนั่งทำงานอยู่ในห้องแอร์เพียงอย่างเดียวไม่ได้แล้ว

นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะซื้อใจชาวรากหญ้าได้หรือไม่ ผมคงตอบแทนไม่ได้ แต่ขอให้พลิก “วิกฤติให้เป็นโอกาส” ทำงานอย่างจริงจัง

อย่าดีแต่ปาก หรือ “เอาดีเข้าตัว เอาชั่วให้อื่น” หากปรับพฤติกรรมเหล่านี้ได้ ประชาชนก็พร้อมจะเทใจให้รัฐบาลใหม่อย่างแน่นอน

เพราะวันนี้ประชาชนไม่ว่าภาคไหนก็ได้รับผลกระทบจากการกระทำของ “พันธมาร” ที่จุดไฟเผาบ้านเผาเมือง
ประเทศไทยในเวลานี้ได้รับความเสียหายจนยากเกินเยียวยา แต่ ณ วันนี้ ยังไม่สายเกินไปที่จะหยุดสร้างความปั่นป่วนให้กับชาติบ้านเมืองและกลับตัวกลับใจหันมาเดินหน้า “เพื่อชาติ”
ส่วนใครทำลายบ้านเมือง ไม่ว่าจะ “ทางตรง” หรือ “ทางอ้อม” ต้องมีส่วนรับผิดชอบ
ไม่ว่าจะเป็นความเสียหายที่ “ทำเนียบรัฐบาล” “สนามบินดอนเมือง” และ “สนามบินสุวรรณภูมิ”

เหยื่อการเมืองทั้งหมด ผู้เสียชีวิต ผู้บาดเจ็บ ผู้ต้องหาในคดีต่างๆ ต้องมีคนรับผิดชอบชีวิตที่มีคุณค่าของพวกเขาเหล่านั้น
ณ วันนี้ ประเทศไทยต้องก้าวต่อไป ดังนั้น ต้องช่วยกันให้กำลังใจรัฐบาลใหม่
เชื่อใจกันก่อน...อย่าเพิ่งมองในแง่ลบ!

ปชป. นอมินี พธม.-คมช

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ตะแกรงข่าว

โดย *อัฐศิริ*


การก่อวินาศกรรมเมืองมุมไบ ศูนย์กลางการเงินของประเทศอินเดีย ซึ่งเกิดขึ้นในเวลาใกล้เคียงกับที่ประเทศเราที่มีผู้ก่อการร้ายพันธมิตรฯ บุกยึดสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง หลังจากยึดทำเนียบรัฐบาลเป็นฐานที่มั่นและกองบัญชาการ สร้างความเสียหายป่นปี้ นำความหายนะมาสู่ประเทศชาติอย่างมหาศาล ทั้งด้านตัวเลข และภาพลักษณ์
ซึ่งยังไม่ทราบว่าต้องใช้เวลาในการกอบกู้ ฟื้นฟูให้กลับคืนมาดังเดิมอีกนานเท่าไร
เหตุการณ์ที่อินเดียเขาจะจบแล้วครับ เพราะทางกองทัพปากีสถานจับผู้บงการได้แล้ว ส่วน

ในเมืองไทย ยังเงียบเป็นเป่าสาก ยังไม่มีการแจ้งความดำเนินคดี ยังไม่ได้แสดงให้เห็นว่ามีความกระตือรือร้นที่จะเอาตัวคนผิดมาลงโทษให้ได้ เพียงแต่ออกมาอ้อมแอ้มหวังเรียกร้องความเห็นใจว่า อาจจะจับมือใครดมไม่ได้เสียด้วยซ้ำไป แถมยังอ้อมๆ ไปขู่ คนที่ส่งข้าวส่งน้ำว่า จะมีความผิดที่ไปสนับสนุนกลุ่มผู้ก่อการร้าย
ส่วนตัวการที่เป็นแกนนำ ได้กระทำความผิดชัดเจน ยังลอยนวล

ความผิดฉกาจฉกรรจ์อย่างนี้ ทำกันอย่างเปิดเผยอย่างนี้ ปรากฏซากของความหายนะกองพะเนินประจานความชั่วช้าสามานย์ มีให้เห็นตำตาอย่างนี้ ถ้ายังไม่มีอะไรคืบหน้าอย่างที่ควรจะเห็นควรจะเป็น ก็ต้องยอมรับว่า ผู้ก่อการร้ายคณะนี้ เส้นใหญ่จริงๆ ครับ

สำหรับอาวุธที่ค้นพบและยึดมาได้มากมาย ย่อมไม่ใช่การชุมนุมกันโดยสงบและปราศจากอาวุธโดยเด็ดขาด ไม่อาจอ้างสิทธิตามรัฐธรรมนูญอย่างแกนนำยกมาชี้แจงแน่นอน

ในเรื่องนี้ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานของกลุ่มผู้ก่อการร้ายพันธมิตรฯ ก็นกรู้ โบ้ยให้เป็นฝีมือของโจรกระจอก เป็นพวกมิจฉาชีพที่แอบแฝงเข้าไปในการชุมนุมประท้วง

แต่เมื่อดูถึงการทำงานของการ์ดพันธมิตรฯ แล้ว โจรกระจอกพวกนี้ไม่มีสิทธิเล็ดรอดเข้าไปได้เลย เพราะทั้งเฮี้ยบ ทั้งดุร้ายโหดเหี้ยมปานนั้น ที่สำคัญยังมีรั้วรอบขอบชิดอีกต่างหาก

สิ่งของที่สูญหายไปจำนวนมาก บางชิ้นไม่ใช่จะเอายัดใส่กระเป๋าไปได้ง่ายๆ จะต้องมีการขน การลำเลียง การขนส่งกันเป็นเรื่องใหญ่โต ก็ไม่ทราบว่ารอดสายตาของการ์ดพันธมิตรฯ ไปได้อย่างไร
นอกจากการ์ดพวกนี้ จะเป็นหัวหน้าโจรกระจอกที่ว่านั่นเสียเอง
ส่วนสิ่งของจะเอาไปไว้บ้านใครหรือเอาไปไว้ที่ไหน เป็นเรื่องที่ทางตำรวจก็ต้องดมกลิ่นกันต่อไป
แต่ช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงครับ อาการคัดจมูกน้ำมูกไหลระบาดไปทั่ว คงจะดมอะไรได้ไม่ถนัดนัก

ประเด็นอยู่ตรงนี้ครับ เมื่อพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลสมใจแล้ว กลุ่มก่อการร้ายพันธมิตรฯ จะออกมาป่วนเมืองอีกหรือไม่ เพราะการตั้งรัฐบาลครั้งนี้ทางฝั่ง “คนเสื้อแดง” ก็ไม่ปลื้มอยู่เหมือนกัน
ทีนี้มาดูสื่อต่างประเทศ อย่าง วอชิงตันโพลส์ วิจารณ์พันธมิตรฯ กันบ้าง
บทบรรณาธิการ เรื่อง “วงจรอุบาทว์ของประเทศไทย”

เขาเริ่มว่า ...ฝ่ายต่อต้านประสบความสำเร็จในการขับไล่รัฐบาลอีกชุดหนึ่งมีแนวโน้มว่ารัฐบาลแบบเดิมจะเข้ามาแทนครับ

...พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยของไทย ได้แสดงตัวชัดเจนมานานแล้วว่า ไม่ได้มีจุดยืนเพื่อประชาธิปไตยหรือเพื่อคนไทย แต่ทำในสิ่งที่เป็นปฏิปักษ์กับคนไทย เมื่อวันอังคารพวกนี้อ้างว่ามีชัยชนะอีกครั้งหนึ่ง ในปฏิบัติการเพื่อเปลี่ยนระบอบประชาธิปไตย และเพื่อให้ทหารและอภิสิทธิชนตัดสินใจแทนประชาชน

พรรคการเมืองของนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ ได้รับชัยชนะจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้ว ได้ถูกคำพิพากษาที่น่ากังขาสั่งให้พ้นจากตำแหน่งซึ่งขณะนั้นสมาชิก "พันธมิตรประชาชน" ได้เข้าไปยึดพื้นที่ท่าอากาศยาน 2 แห่ง โดยไม่สนใจต่อนักท่องเที่ยวนับแสนคน

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อยู่ในได้อำนาจเพียง 2 เดือน เช่นเดียวกับนายกรัฐมนตรีคนก่อนซึ่งต้องพ้นจากตำแหน่งด้วยคำพิพากษาแบบแปลกๆ และ ง่ายๆ ของศาล หลังจากที่กลุ่มพันธมิตรฯ เข้ายึดครองพื้นที่ทำเนียบรัฐบาลได้ไม่นาน

กลุ่มต่อต้านรัฐบาลดำเนินการด้วยแผนการพื้นๆ : ใช้กำลังให้รัฐบาลเมืองหลวง หรือประเทศ (กระทำต่อท่าอากาศยานที่สำคัญ) กลายเป็นอัมพาต แล้วรอให้ทหาร ศาล มาแทรกแซง

นอกเหนือไปจากการขับไล่อดีตนายกรัฐมนตรี 2 คน พ้นไปจากทำเนียบ พวกนี้ก็ได้เคยใช้กลยุทธ์นี้กระตุ้นให้เกิดการรัฐประหารเมื่อปี 2549

เป้าหมายที่ใหญ่กว่านี้ของพันธมิตรฯ นั้นยังไม่บรรลุและบางทีอาจจะไม่สำเร็จก็ได้อภิสิทธิชนของไทยต้องการทำลายการเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบประชานิยมของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร

และกำจัดผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนยากจนและเป็นชาวชนบท ซึ่งได้มอบอำนาจแก่เขาหรือแก่กลุ่มของเขาในการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

การปฏิวัติครั้งล่าสุด ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนการปฏิวัติครั้งก่อนๆ ผู้สนับสนุนคุณทักษิณคาดว่า พรรคการเมืองของเขาจะถูกยุบ (เป็นครั้งที่สอง) จึงได้เตรียมตั้งพรรคใหม่เรียบร้อยแล้ว พวกเขากล่าวว่าพร้อมที่จะเลือกผู้สนับสนุนทักษิณคนใหม่ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี หากมีการจัดการเลือกตั้งครั้งใหม่ขึ้น ผู้นำกองทัพชี้ว่าไม่มีเหตุผลที่จะคิดว่าผลการเลือกตั้งจะเปลี่ยนไปจากการเลือกตั้งสามครั้งก่อน : ชัยชนะของคุณทักษิณผลลัพธ์จากปฏิบัติการต่อสู้อันยาวนานของพันธมิตรฯ ก็คือเศรษฐกิจของไทยที่อ่อนแอลง และเหตุการณ์รุนแรงที่เพิ่มขึ้น คนเจ็ดคนถูกสังหารจากการโจมตีด้วยระเบิดและมีการปะทะกันกลางถนนระหว่างการยึดพื้นที่ครั้งล่าสุด

เช่นเดียวกับพวกอภิสิทธิชนเก่าแก่ในประเทศกำลังพัฒนาทุกแห่งในโลกชนชั้น ซึ่งเคยปกครองประเทศไทยมาก่อนหน้านี้ ต้องประสบกับความพ่ายแพ้เมื่อประชาธิปไตยและโลกาภิวัตน์ได้นำประชาชนซึ่งถูกละเลยมานานเข้าสู่ระบบการเมือง ประชานิยมมักจะไม่นำมาซึ่งรัฐบาลที่ดีและพวกประชานิยมก็ไม่ได้เคารพต่อหลักนิติธรรมเสมอไป แต่ "พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย" ของประเทศไทยได้แสดงตัวอย่างให้ชาวโลกในส่วนอื่นได้เห็นอย่างชัดเจนว่า เหตุใดการใช้กำลังจึงไม่ประสบความสำเร็จในการทำลายความก้าวหน้าของพวกประชานิยม

นี่เป็นเนื้อหา เป็นมุมมอง เป็นความเข้าใจของสื่อต่างประเทศที่เขามองสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในบ้านเรา แล้วสะท้อนกลับมาให้เราได้รับรู้ ส่วนจะจริงแท้แน่นอนอย่างไรหรือไม่นั้น คงไม่มีใครรู้ดีไปกว่าคนไทย ที่กำลังเผชิญกับปัญหา ผจญกับความหายนะที่เกิดขึ้นในขณะนี้ได้

อย่าทำเป็นเล่นนะครับ บันได 3 ขั้นของ คมช. ที่วางไว้ สำเร็จมาแล้ว 2 ขั้น คือ ล้มพรรคพลังประชาชน กับขัดขวางการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่ต้องทำต่อไปคือ ผลักดันให้พรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาเป็นรัฐบาลให้ได้
ในที่สุดพรรคประชาธิปัตย์ส่อว่าจะได้มาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล…จนได้

ต้องจับตาดูว่ารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์จะจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายพันธมิตรฯ ที่มี ส.ส.ของพรรคเป็นแกนนำ และมี ส.ส. สอบตกของพรรควิ่งขึ้นวิ่งลงบนเวทีปราศรัยของกลุ่มก่อการร้ายพันธมิตรฯ อย่างไร แค่ไหน
จะจัดการกับ ASTV สื่อทำลายชาติของกลุ่มก่อการร้ายพันธมิตรฯ อย่างไร
หรือจะได้ข้อพิสูจน์มายืนยันว่า พรรคประชาธิปัตย์เป็นนอมินีของกลุ่มพันธมิตรฯ และคมช. จริงๆ เสียที ก็คราวนี้หละ

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง ความวุ่นวายในบ้านเมืองก็จะไม่จบสิ้น ประเทศชาติไม่สามารถเดินไปข้างหน้าเสียที ประเด็นจึงอยู่ที่ว่า จะปล่อยให้เรื่องมันคาราคาซังถูลู่ถูกังไปอย่างนี้
หรือจะคืนอำนาจไปให้ประชาชนตัดสินใจเลือกกันมาใหม่ ...ดีไหมครับ

ทหารกลับกรม!

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : โต๊ะข่าวประชาทรรศน์

โดยจ กะพรุนไฟ

แสงสว่างปลายอุโมงค์ พอหะรอมหะแรม...เห็นทางออกของ “ประเทศไทย” ขึ้นมาบ้าง จากที่สถานการณ์ขมุกขมัว มองไปทางไหนก็ตีบตันมืดตึ๊ดตื๋อไปทั่ว...

ด้วยสถานการณ์พอกล้อมแกล้ม... ไม่หลังผิงฝา หันหน้าเพื่อเข่นฆ่ากันเหมือนแต่ก่อน
“กะพรุนไฟ” อยากให้บางคนหันหลังกลับ 360 องศาลิปดาเหนือ มั่งน่าจะดี

โดยเฉพาะกับ “พล.อ.อ.อิทธิพร ศุภวงศ์” ผู้บัญชาการทหารอากาศ ควรหารันเวย์ทิ้งดิ่งตัวเองลงได้แล้ว??
เนื่องจาก “แม่ทัพฟ้า” ท่านนี้...ถอดแบบพิมพ์เหมือนกันเด๊ะกับ “พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข” อดีตผู้บัญชาการทหารอากาศคนก่อน พูดออกมาครั้งใด มีแต่ซีนให้หนักอกหนักใจทุกคราวไป
พูดแต่ละคำ งานเข้าตลอด ไม่รู้เป็นไง??

ไม่เคยถนอมน้ำจิตน้ำใจ พี่น้องชาวเสื้อแดงสักนิดเดียว...เหมือนเขาเป็น “พลเรือนชั้นสอง” ไม่ได้จ่ายภาษีให้ “ทหารอากาศขาดรัก” ได้เสวยบุญ หรืออย่างไรก็ไม่ทราบ

ฉะนั้น ในยามนี้อยากให้ “บิ๊กอิทธิพร ศุภวงศ์” ปิดลูกกระบอกสูบปากตัวเองให้สนิท??
จะเป็นคุณหลายๆ อย่างยิ่งเลยนะงานนี้

ทั้งนี้ มีคนมองกันว่า ถ้าทหารทำหน้าที่สนองตอบตามคำสั่ง “รัฐบาล” แล้วล่ะก็
เหตุการณ์ยึดสถานบิน สร้างความเสียหายบานตะเกียง หุบไม่ลง นับแสนๆ ล้าน คงจะไม่บานทะโร่ เป็นหนังม้วนยาวเช่นนี้หรอก!!
วันนี้ขอให้ทหารกลับเข้ากองทัพ อย่าขยับเหงือก โชว์ลูกกระเดือกกันอีกเลย
เพราะ “อัศวินม้าขาว” บ้านนี้เมืองนี้ มีเกินความจำเป็นแล้วล่ะพ่อคุณ!!

ว่ากันถึง “ ท.ทหาร” กันแล้ว...มีบางคน เขาก็ไม่อยากเป็น “ท.ทหารอดทน” ให้กลุ่มพันธมิตรฯ เหยียบย่ำบ้านเมืองให้แหลกลาญ คาเกือกคาเท้าอยู่เหมือนกัน
วันนั้น ถ้า “อดีตนายกฯสมชาย วงศ์สวัสดิ์” ไม่มองข้ามช็อต

เห็นแต่เทพบุตรผมน้อย อย่าง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เป็นยาสามัญประจำบ้าน แก้ปัญหาได้ทุกอย่าง!!
จึงประเคนดาบอาญาสิทธิ์ ให้ไปสารพัดทั้งหมด
เมื่อได้แก้วสารพัดนึกไปแล้ว นึกว่า “บิ๊กป๊อก” จะสนองตอบทำงานอย่างเต็มอัตราศึก
แต่ท่านกับนิ่งเงียบฉี่ ไม่ไหวติงแต่ประการใด

หากวันนั้น ถ้า “อดีตนายกฯ สมชาย” ไม่ตาถั่วหรือตาแชแม้เกินไป มอบเรื่องการดูแล “ม็อบพันธมิตรฯ” ให้ขุนทหารคนนี้ปฏิบัติการณ์ ความเลวร้ายก็จะไม่เกิดขึ้นกับประเทศไทย

ถ้า “นายกฯ สมชาย” ส่งไม้มาให้ “พล.อ.ทรงกิตติ จักกาบาตร์” ผู้บัญชาการทหารสูงสุด รับพันธกิจดูแลม็อบพันธมิตรฯ ในการบุกสนามบินสุวรรณภูมิแล้วไซร้
ทุกอย่างต้องจบอย่างสวยหรู ไม่ประดักประเดื่อแบบนี้แน่นอน!!
เพราะ “พล.อ.ทรงกิตติ” ท่านเป็นคนตรง ยึดกฎกติกามารยาททางกฎหมายอย่างตรงเป๊ะ

ความเป็น “ทหารอาชีพ” ใจเกินร้อย คงไม่ปล่อยให้กลุ่มพันธมิตรฯ ที่ทั่วโลกประณามว่าเป็น “กลุ่มก่อการร้ายสากล” เหยียบย่ำกฎหมายเช่นนั้นหรอก
เอาเป็นว่า “ทหาร” ที่เป็น “ทหารของชาติจริงๆ ยังมีอยู่ขอรับ
แต่เมื่อเราเรียกวันเก่าๆ ให้รีเทิร์น เดินกลับมาไม่ได้ ก็ต้องเอาอดีตมาเป็นบทเรียน
ต่อไปนี้ ใครจะมาใช้ “อำนาจเถื่อน” เข้าย่ำยีสนามบินสุวรรณภูมิต่อไปไม่ได้อีกแล้ว
ทหารต้องตบท็อปบู๊ต ออกมากวาดล้างให้เกลี้ยงเกลา อย่าให้เป็นเสี้ยนตำแผ่นดินต่อไป...
ไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็น “เสื้อเหลือง” หรือ “เสื้อแดง” ไม่มีสิทธิ์ปิดสนามบินทั้งสิ้น!!

คราวนี้ นอกจากรัฐบาลประชาธิปไตยของ “อดีตนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์” จะขายหน้าห้าแปด จนหลุดลุ่ยไม่มีชิ้นดี
ทหารอย่าง “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ก็หมดศักดิ์ศรีไปหลายกิโลขีดเช่นกัน
เพราะมีอำนาจสูงสุดอยู่ในมือ แต่ปล่อยให้พวกขี้กะโล้โท่ ตบหน้ากันอยู่ได้

อย่างไรก็ดี มีมิตรนักแฟนเพลง ผู้เป็นพหูสูตทางดูโหงวเฮ้ง...เขาทายลักษณะราศีอันเรี่ยมเร้เรไร ของ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา มาเป็นการบ้าน ชิมลางเป็นกระสายยากันเล่นๆ

ถึงหน้าผาก “บิ๊กป๊อก” จะเด่น เป็นสง่าราศี...เพราะ “กว้าง” และ “เถิก” โหนกนูนเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของเรือนชะตายิ่งนัก??
แต่ทว่ามีข้อตำหนิอันใหญ่หลวง ตรงที่ “คางแคบ” และเล็กกะทัดรัดเกินไปหน่อย...
ไม่สามารถรับน้ำหนัก อำนาจและวาสนา ที่ไหลพรั่งพรูเข้ามา อย่างไม่ขาดตอนในขณะนี้ได้

โดยเฉพาะ ไม่สามารถไต่ตีนบันไดอำนาจขึ้นไปเสวยสุขเป็น“นายกรัฐมนตรี” ได้เหมือนกับอดีตผู้บัญชาการทหารบกหลายคน ที่ขึ้นกกก่ายใหญ่มะลึ่มทึ่มกันมาตลอด
เขาว่าถ้า “บิ๊กป๊อก” หันหัวเรือมาเป็น “นายกรัฐมนตรี”
ท่านก็จะจบเห่ เหมือน “อดีตนายกฯ สมชาย”!!
จะถูกเขาปฏิวัติเงียบ...
โดนเหยียบจมูก ดั่งกับที่ท่านได้ทำกับคนอื่นเขาไว้??????

สัญญาประชาคม แก้รัฐธรรมนูญ2550

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

การเมืองขับเคี่ยวกันมาหลายปี เพราะทุกคนต้องการ “จุดมุ่งหมาย” คือการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยมีกติกาที่เป็นธรรมนั่นคือรัฐธรรมนูญ ที่ตอบสนองต่อการเมือง เศรษฐกิจ และ สังคม
รัฐธรรมนูญที่เราใช้มาจนถึง 18 ฉบับในขณะนี้ ยังพบว่ามีเนื้อหาไม่เป็นประชาธิปไตยหลายประการ ทั้งเรื่องที่มาไม่เป็นประชาธิปไตย เนื้อหาไม่เป็นประชาธิปไตย

คนเสื้อแดง ถูกปลุกขึ้นมาเพื่อต่อต้านคัดค้านการร่างกติกาอันไม่เป็นธรรมนี้ ให้มามีผลบังคับใช้ในประเทศไทย คนเสื้อแดง ไม่ได้ถูกปลุกขึ้นมาเพื่อพิทักษ์ ปกป้อง รักษา ใครคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการต่อสู้ในหลักการประชาธิปไตย

ในรอบ 1 ปี ที่ผ่านมา “พิษร้าย” จากรัฐธรรมนูญ ได้ส่งผลให้เห็นหลายต่อหลายเรื่อง
ทางเศรษฐกิจ ประชาชนส่วนใหญ่ยังอยู่ในฐานราก ในทรงพีระมิด ความกินดีอยู่ดี ยังไม่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง
ทางสังคม มีความแตกแยกแบ่งฝักแบ่งฝ่าย

ทางการเมือง ไม่มีเสถียรภาพจากการเปลี่ยนรัฐบาลหลายครั้ง จนเก้าอี้นายกรัฐมนตรี เก้าอี้รัฐมนตรี กลายเป็นเก้าอี้ดนตรี เพียงเพราะมีการยุบพรรคการเมืองได้โดยง่าย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการปกครองระบอบประชาธิปไตย

การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ที่คนรักประชาธิปไตยหลายคนอาจจะไม่พอใจ ได้มีการเจรจาใน ข้อเสนอ ของกลุ่มการเมือง นำขึ้นโต๊ะเจรจาต่อรองจน พรรคการเมือง ที่จะมาเป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ได้มีการยอมรับที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ในกติกาที่ไม่เป็นประชาธิปไตย ดังว่าให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น

แตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับรัฐบาลก่อนหน้านี้ นักการเมืองบางคน พรรคการเมืองบางพรรค ยึกๆ ยักๆ เดี๋ยวใส่ชื่อเดี๋ยวถอนชื่อ ออกจากญัตติในสภาผู้แทนราษฎร ที่จะให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 กันหน้าตาเฉย เพียงเพราะกลัวเสียงต้านจากพวกทำลายชาติบ้านเมืองไม่กี่คน โดยไม่มีเหตุผลอื่นๆ ประกอบการอธิบายอย่างแจ่มชัด ว่าเหตุใดจึงถอนชื่อออกจากการดำเนินการเรื่องนี้

ในเมื่อวันนี้เป็นวันที่ การเมือง มีการเจรจาความถึงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 ให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากขึ้น เท่ากับ ยอมรับว่าที่ผ่านมามีความไม่เป็นประชาธิปไตยในบ้านเมือง ซึ่งถือเป็นนิมิตหมายที่ดี

ถามว่าภาคประชาชน คนรักประชาธิปไตย ควรจะติดตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 นักการเมือง พรรคการเมือง จะแก้ไขไปในแนวทางไหนอย่างไร และคนรักประชาธิปไตย ทั้งหลายอยากจะเสนอให้มีการแก้ไข อะไร อย่างไร คอยติดตาม ตรวจสอบ การแก้ไขรัฐธรรมนูญนี้อย่างใกล้ชิด ชนิด “ติดหนึบ” ประชาทรรศน์ พร้อมทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการนำเสนอข้อมูลเกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มากที่สุด ครอบคลุมทุกฝ่ายทุกด้าน เพื่อสร้างหลักประกันให้กับการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ดังจุดยืนที่พวกเราตั้งปณิธานเอาไว้

หลายคนเริ่มมีความคาดหวัง การส่งสัญญาณในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 จากแกนนำรัฐบาลขั้วใหม่ ที่ว่านี้ ให้ถือเป็นสัญญาประชาคมของรัฐบาลใหม่ และจะนำเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ บรรจุเอาไว้ในนโยบายรัฐบาล เพื่อผูกมัดและให้ประชาชนได้ตรวจสอบต่อไป

'มาร์ค'ฝอย!สัปดาห์หน้าทำคลอด‘รัฐบาลสะตอสามัคคี’การันตีพรรคร่วมฯไม่พลิกขั้ว

ที่มา ประชาทรรศน์

ยันสัปดาห์หน้าพร้อมทำคลอด!รัฐบาลสะตอสามัคคี ‘มาร์ค’ การันตีพรรคร่วมฯไม่พลิกขั้ว แจงเผือกร้อนหลังหารือ ‘กลุ่มเพื่อนเนวิน’ ลั่นคุยถึงประโยชน์ส่วนรวม-ล็อกหางเสือประเทศไทย ไม่หวั่นแม้คนอีสานกั้น ‘เขตปลอดพรรคประชาธิปัตย์’

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงความพยายามเสนอการจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาติ ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์ที่จะให้ความเห็นในแนวทางต่างๆ ซึ่งเป็นธรรมดาในทางการเมือง แต่เชื่อว่าทุกอย่างจะชัดเจนภายในสัปดาห์หน้า ทั้งนี้ยอมรับว่ายังไม่มีอะไรแน่นอน จนกว่าจะมีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร

ส่วนกรณีนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ระบุถึงการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลแห่งชาตินั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า นายเสนาะมีสิทธิ์เสนอความคิดเห็น และตนเชื่อว่าทุกพรรคจะรับฟังแล้วไตร่ตรอง

เมื่อถามว่า ยังมีความพยายามใช้เงินซื้อตัวหรือล็อบบี้ ส.ส.ให้เข้าร่วม หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ระบุว่า หวังว่าจะไม่มีการทำเช่นนั้น เพราะข่าวเช่นนี้ไม่ช่วยให้ภาพการเมืองดีขึ้น แต่จะยิ่งซ้ำเติมภาพของการเมือง และขอให้ทุกฝ่ายยึดประโยชน์ส่วนรวมเอาไว้ ทั้งนี้ตนอยากให้ทุกคนมีความหนักแน่นและยึดถือความถูกต้อง ถ้าตัดสินใจแล้วว่าเป็นสิ่งที่สมควรทำและจะทำให้ประเทศเดินไปข้างหน้าได้ในทิศทางที่ถูกต้อง

“เชื่อว่ากลุ่มและพรรคการเมืองที่ได้พูดคุยกับพรรคประชาธิปัตย์มีความหนักแน่น แม้จะมีความเคลื่อนไหวและกระแสกดดันต่างๆอยู่ตลอดเวลา แต่จะเห็นได้ชัดว่าเราคุยกันไว้อย่างไร ก็ยืนยันเจตนารมณ์กันตลอด ซึ่งเรื่องความเคลื่อนไหวก็มีให้เห็นอยู่ตลอด โดยฝ่ายพรรคเพื่อไทยก็แถลงยืนยันว่าจะจัดตั้งรัฐบาล”

ผู้สื่อถามว่า กังวลกับกระแสต่อต้านที่มีค่อนข้างมาก หลังจากพรรคประชาธิปัตย์ไปพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนเนวิน ต่อเรื่องดังกล่าว
นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า หลายคนที่มีความไม่สบายใจหรือวิพากษ์วิจารณ์ตำหนิ ตนก็น้อมรับและเข้าใจความรู้สึกและความคิดเห็นของทุกคน แต่สิ่งที่ตนได้คุยกับนายเนวินและกลุ่มเพื่อนเนวิน เป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับทิศทางของอนาคตของประเทศล้วนๆ และพูดกันชัดเจนว่าไม่มีเรื่องอื่น

และวันนี้ต้องยอมรับสถานการณ์ของบ้านเมืองไม่ปกติ เพราะฉะนั้นเราต้องมาหาทางออก ที่จริงนายเนวินก็บอกว่าถ้าตนไปพบ ก็คงจะมีเสียงต่อต้านอย่างนี้ แต่ในเมื่อกลุ่มเพื่อนเนวินตัดสินใจมาทำงานร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์แล้ว เงื่อนไขต่างๆที่เราพูดกันเป็นเรื่องประโยชน์ส่วนรวม โดยไม่มีประโยชน์อื่นเข้ามา แม้จะอยู่ภายใต้แรงกดดันที่สูงมาก ตนก็ควรจะไปพบและคุยกันให้ตรงไปตรงมาดีกว่า ทั้งที่นายเนวินก็บอกว่าให้ตนอยู่เฉยๆ เพื่อรักษาภาพก็ได้

ต่อข้อถามว่า ขณะนี้ได้มีกระแสต่อต้านพรรคประชาธิปัตย์ เช่น มีการมีขึ้นป้ายที่มีข้อความว่า “เขตปลอดพรรคประชาธิปัตย์” ที่จังหวัดอุดรธานี ถ้านายอภิสิทธิ์ได้เป็นนายกรัฐมนตรีจะทำงานได้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวย้ำว่า ต้องมีการติดตามสถานการณ์ต่างๆ ต่อไป แต่รัฐบาลที่รักษาการอยู่ก็มีหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อย

ทั้งนี้ ไม่ว่าใครที่เป็นรัฐบาล ก็ต้องพิสูจน์ตัวเองให้เห็นว่าเป็นรัฐบาลที่ใส่ใจคนทั้งประเทศและเข้าใจปัญหา แล้วพยายามยื่นมือเข้าไปแก้ไขปัญหาของทุกคน แม้กระทั่งคนที่แสดงตัวว่าไม่เป็นมิตรกับเรา เพื่อหาทางทำความเข้าใจซึ่งกันและกัน ที่จริงแล้วปัญหาของประชาชนในแต่ละภาคไม่ได้แตกต่างกันมาก เช่น ชาวอีสานและชาวใต้ก็มีปัญหาราคายางพาราตกต่ำเหมือนกัน แต่ปัญหาของคนยากจนและปัญหาของเกษตรกรมีหลักคิดและวิธีการในการแก้ปัญหาไม่ ต่างกันแต่ต้องปฏิบัติให้ครอบคลุมทั่วถึงและมีประสิทธิภาพ

เสื้อแดงบุกทำเนียบจี้'ชวรัตน์'ยุบสภา!!

ที่มา ประชาทรรศน์

แกนนำประชาธิปไตย รวมพลังบุกทำเนียบ ร้อง'ชวรัตน์'สั่งยุบสภา ดิ้นหาทางออกให้การเมือง หวั่นบ้านเมืองร้าวลึก 'วิภูแถลง'เผยควรให้ประชาชนตัดสินใจ ชี้รบ.รักษาการทำได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(11 ธ.ค.) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท แนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ (นปช.) พร้อมด้วย น.พ.เหวง โตจิราการ คณะกรรมการประชาชนแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2550 (คปพร.) น.พ.สันต์ หัตถีรัตน์ กรรมการมูลนิธิประชาธิปไตย นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ กรรมการสมาพันธ์ประชาธิปไตย ได้เข้ายื่นหนังสือต่อนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี รักษาการนายกรัฐมนตรี ผ่านทาง นางสาวศุภรัตน์ นาคบุญนำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณาและดำเนินการตราพระราชกฤษฎีกายุบสภา เพราะขณะนี้ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เกิดความสับสนวุ่นวาย โดยเฉพาะภายหลังจากที่คณะกรรมการตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีมติยุบพรรค 3 พรรคการเมือง จนกระทั่งมีการย้ายพรรคเปลี่ยนขั้วในการแย่งชิงผลประโยชน์ในการจัดตั้งรัฐบาล นอกจากนี้ ยังมีข่าวด้วยว่ามีนายทหารบางคนในกองทัพอยู่เบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาล ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้ทหาร เคยออกมาเรียกร้องไม่ให้การเมืองเข้าไปแทรกแซงกองทัพ แต่วันนี้ กองทัพออกมาแทรกแซงและอยู่เบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาล

ทั้งนี้นายวิภูแถลง กล่าวว่า การยุบสภาถือเป็นทางออกที่ดีที่สุดในขณะนี้ ในเมื่อเกิดปัญหาขึ้นมาก็ควรคืนอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินใจ เพราะไม่ว่าจะเป็นขั้วไหนจัดตั้งรัฐบาลได้ก็ไม่มีเสถียรภาพและเท่าที่หารือกับนักกฎหมายแล้วได้รับการยืนยันว่า นายชวรัตน์ มีอำนาจในการยุบสภาได้ไม่ผิดหลักกฎหมาย ทั้งนี้ พรรคประชาธิปัตย์ที่ถือว่าเป็นพรรคการเมืองที่ให้ท้ายกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมาตลอด แต่ประกาศว่าเมื่อเป็นรัฐบาลจะเข้ามากอบกู้วิกฤตอย่างนี้จะให้เชื่อใจพรรคประชาธิปัตย์ได้อย่างไร อย่างไรก็ตาม กลุ่มนปช.จะหารือกันอีกครั้งว่าในวันเปิดประชุมสภาเพื่อโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีนั้น จะมีการเคลื่อนไหวอย่างไร แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการปิดล้อมสภาอย่างแน่นอน แต่ที่แน่นอนคือในวันที่แถลงนโยบายพวกเราจะไปชุมชุนหน้ารัฐสภาเพื่อวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐบาล

'เพื่อไทย'ไม่ถอย!ส่ง3แคนดิเดทชิงเก้าอี้นายกฯสู้ปชป.

ที่มา ประชาทรรศน์

'เพื่อไทย'เดินหน้า!ส่ง 3 แคนดิเดทชิงเก้าอี้นายกฯสู้พรรคสะตอ ด้าน'บุญจง'ยัน'เสนาะ'ไม่เคยทาบทาม'กลุ่มเพื่อนเนวิน'ให้กลับไปจับขั้วจัดตั้งรัฐบาลเพื่อชาติ ลั่นไม่เปลี่ยนใจแน่

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อไทย ท่ามกลางการช่วงชิงการจัดตั้งรัฐบาลแข่งกับพรรรคประชาธิปัตย์โดยสิ่งสำคัญที่น่าจับตาคือ บุคคลที่ถูกเสนอชื่อเป็นนายกรัฐมนตรี

ทั้งนี้ ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ สุนทรชัย ส.ส.หนองคาย พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า พรรคได้เตรียมบุคคลที่เหมาะสมเป็นนายกฯ ไว้รองรับเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากพรรคร่วมไม่สามารถเสนอชื่อบุคคลเป็นนายกรัฐมนตรีได้ โดยทางพรรค เตรียมไว้ถึง 3 คน ซึ่งประกอบด้วย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ และ พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส่วนจะเป็นบุคคลใดนั้น ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม ว่าที่ ร.ต.พงศ์พันธ์ ยังเห็นว่า หากการจัดตั้งรัฐบาล ไม่สามารถใช้เป็นทางออกของปัญหาได้ แนวทางการยุบสภาก็ถือเป็นทางออกสุดท้ายที่ดีที่สุด โดยรักษาการนายกรัฐมนตรีสามารถสั่งยุบสภาได้

ขณะที่นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ แกนนำกลุ่มเพื่อนเนวิน ยืนยัน ยังไม่เคยได้รับการทาบทามจากนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ให้กลับมาร่วมกับพรรคเพื่อไทย ในการจัดตั้งรัฐบาลเพื่อชาติแต่อย่างใด ระบุแต่หากนายเสนาะ ติดต่อมาจริงทางกลุ่มก็คงพร้อมที่จะพูดคุย ในฐานะที่นายเสนาะ ถือเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง และทางกลุ่มเองก็ให้ความเคารพในตัวนายเสนาะ เสมอมา แต่ไม่ว่าอย่างไร ก็คงไม่อาจเปลี่ยนใจให้ทางกลุ่มพลิกขั้วกลับไปให้การสนับสนุนพรรคเพื่อไทยได้อย่างแน่นอน

นอกจากนี้ นายบุญจง ยังกล่าวอีกด้วยว่า ทางกลุ่มเพื่อนเนวินยันยืนยันที่จะให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งในเวลานี้ยังคงมีตัวเลขสูงถึงกว่า 30

คน และไม่ได้รู้สึกหวั่นไหวกับแรงกดดันจากกลุ่มคนเสื้อแดงที่ออกมาเรียกร้องให้สมาชิกในกลุ่มกลับไปจับขั้วกับพรรคเพื่อไทย เพราะเชื่อว่าจะสามารถอธิบายให้กับกลุ่มผู้ที่ให้การสนับสนุนสำหรับการเลือกตั้งสมัยหน้าได้

รัฐบาลเพื่อชาติล่ม!'เทพเทือกลอยแพ'ป๋าเหนาะ'

ที่มา ประชาทรรศน์

'สุเทพ' กราวไม่ดึง'ป๋าเหนาะ'ร่วมวงการเมือง ชี้'ป๋าไปไกลแล้ว' โวซ้ำปชป.เป็นปึกแผ่นไม่หวั่นสิ่งยั่วเย้า แต่รับใจระทึกรอ'ทักษิณ'โฟนอิน เชื่อไม่มีตัวแปรเปลี่ยนนายกฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่พรรคประชาธิปัตย์วันนี้ (11 ธ.ค.) นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่พรรคร่วมรัฐบาล 4 พรรค ไม่เดินทางไปร่วมรับประทานอาหารเย็นที่บ้านของนายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช เมื่อวันที่ 10 ธ.ค.ที่ผ่านมา ว่า นายเสนาะได้พูดยอมรับแล้วว่าการตั้งรัฐบาลแห่งชาติจบแล้ว ซึ่งก็สะท้อนให้เห็นว่าโดยอารมณ์และความคิดของคนส่วนใหญ่ เขาไม่อยากแข่งขันด้วย ส่วนการจะเชิญนายเสนาะมาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์นั้น ดูท่าทางแล้วคงจะเป็นเรื่องยาก เพราะนายเสนาะไปไกล นอกจากนี้ ตนคงต้องไปถามพรรคร่วมว่าคิดเห็นอย่างไร เพราะเรามากันไกลเป็นปึกแผ่นมั่นคงพอสมควร ต่อไปนี้ทำอะไรก็ต้องปรึกษาหารือกัน

ส่วนการที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี จะโทรศัพท์สายตรงจากต่างประเทศเข้ามาในรายการความจริงวันนี้สัญจร ในวันที่ 13 ธ.ค.นี้ จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่อการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีหรือไม่นั้น นายสุเทพ กล่าวว่า มีความกังวลอยู่บ้าง สำหรับคนที่ทำงาน แต่เราก็ต้องสู้ ซึ่งตนคิดว่ามีคนไทยจำนวนมากที่เอาใจช่วยพวกเราอยู่ วันนี้ให้สู้แม้กังวลก็มั่นใจว่าต้องทำให้ชนะให้ได้ ทั้งนี้ตนค่อนข้างจะมั่นใจว่าก่อนที่จะถึงวันลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี คงจะไม่มีปัจจัยอะไรที่จะทำให้พลิกขั้วได้

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ลาสิกขาออกมา พร้อมระบุว่ายินดีจะเป็นที่ปรึกษาให้รัฐบาลชุดใหม่ พรรคประชาธิปัตย์จะเชิญมาร่วมงานด้วยหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า คงไม่ได้ไปเชิญพล.อ.ชวลิตมาร่วมงานด้วย แต่มีอะไรที่ตนจะปรึกษาได้ ตนก็ยินดี เพราะตนก็นับถือพล.อ.ชวลิต ยังอนุโมทนาให้ตอนที่บวชอยู่เลย

อ.สุธาชัย กล่าว รธน.50อัปลักษณ์ การยุบพรรคการเมืองไม่มีที่ไหนในโลกทำกัน

ที่มา CBNPress

อ.นิธิกล่าว ตุลาการไทยแทรกแซงการเมือง และควรถูกตรวจสอบ พร้อมถ่วงดุลย์อำนาจได้

ที่มา CBNPress
อ.นิธิกล่าว ตุลาการไทยแทรกแซงการเมือง และควรถูกตรวจสอบ พร้อมถ่วงดุลย์อำนาจได้