WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, December 14, 2008

อดีตอนุกรรมการรธน.เผด็จการจวกยับโหวตนายกฯสุดล้าหลัง

ที่มา ประชาทรรศน์

อดีตอนุกรรมการรับฟังร่างรธน.50 ซัดโหวตเลือกนายกฯวันพรุ่ง 'โครตล้าหลัง' เผยกฎหมายอัมาตยาธิปไตย สั่งไม่ยึดมติพรรคผลเป็นลบ อบจ.เสริมไม่เชื่อขี้ปาก

กระแสการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีแม้จะเกิดขึ้นอย่างชัดเจนในวันพรุ่งนี้ก็ตาม แต่ก็ยังมีหลายกระแสทักท้วงอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้ (14 ธ.ค.) นายโสภณ นาขวัญ อดีตอนุกรรมการรับฟังความเห็นในการร่างรัฐธรรมนูญ 2550 กล่าวว่า เจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญไม่ต้องการให้มติพรรคครอบงำ และเป็นการใช้เสียงของคนที่มาจากการเลือกตั้งของปวงชนชาวไทย แต่ข้อเสียก็เห็นแล้วว่ามีการวิ่งเต้น ซื้อตัว ทำอย่างใดอย่างหนึ่งเพื่อให้มี ส.ส.ในมือมากที่สุดเพื่อเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก ซึ่งยอมรับว่าล้าหลัง

ขณะที่นายเสนีย์ พ่วงภิญโญ รองนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) พะเยา กล่าวว่า แม้ว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ จะยืนยันจำนวน ส.ส.ที่ให้การสนับสนุนนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค เป็นนายกรัฐมนตรี 260 เสียง แต่โดยส่วนตัวไม่มั่นใจว่าจะเป็นจริง หากไม่มีคำยืนยันจาก ส.ส.โดยการแสดงตัวพร้อมใบสมัครสมาชิกพรรค

ประมวลภาพและเสียง งาน'ความจริงวันนี้สัญจร'สนามศุภฯ 13 ธ.ค. 51

ที่มา Thai E-News

14 ธันวาคม 2551

ดาวน์โหลดเสียงจาก Thai People Voice

งานอัด ตัดต่อ อัพโหลด และโฮสต์มัลติมีเดีย โดยคุณบังสุกุล จากไทยพีเพิลวอยซ์

โหมโรง 2.50 ชม.
http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-1_1.wmv

อ.มานิตย์
VDO http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Manit.wmv
เสียง http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Manit.mp3

ก่อแก้ว
VDO http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Kookao.avi
เสียง http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Kookao.mp3

จักรภพ
VDO http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Jakkapoob.wmv
เสียง http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Jakkapoob.mp3

จตุพร
VDO http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Jatupoon.wmv
เสียง http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Jatupoon.mp3

ณัฐวุฒิ
VDO http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Nuttawut.wmv
เสียง http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Nuttawut.mp3

วีระ
VDO http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Veera.wmv
เสียง http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Veera.mp3

พงษ์เทพ
VDO http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Pongtep.wmv
เสียง http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Pongtep.mp3

อดิศร
VDO http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Adisoon.wmv
เสียง http://baygon2.no-ip.org/savefiles/TT13-12-08-Adisoon.mp3

ภาพจากคุณเล็ก แปดริ้ว



ภาพจากคุณดอก ยี่โถ


รวมภาพจากคุณ Wit...ka เกลอแก้ว tisata แม่หยุมหยิม Capt.Hat


ภาพจากคุณมังกรดำ ลิงก์1 , 2, 3, 4, 5

ร่วมลงนามอำลาอาลัยท่านผู้หญิงพูนศุข คือเกียรติที่กำจรและจารใจผู้ใฝ่ธรรม

ที่มา Thai E News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
14 ธันวาคม 2551

*อ่านบทความเกี่ยวเนื่องช่ ว ง ห นึ่ ง แ ห่ ง ชี วิ ต ท่ า น ผู้ ห ญิ ง พู นศุ ข พ น ม ย ง ค์

"ฉันก็ตะโกนออกไปว่า อย่ายิงๆ มีแต่เด็กกับผู้หญิง เขายิงรัวหลายสิบนัดนะ ยิงกราด ผลสุดท้ายเขาก็พังประตูเข้ามา ฉันก็ลงไปพบ มีคณะนายทหารที่เราไม่รู้จัก เขาบอกว่าจะมาเปลี่ยนรัฐบาล ฉันก็ว่าทำไมมาเปลี่ยนที่นี่ ทำไมไม่ไปเปลี่ยนที่สภาล่ะ..?"


ฌาปนกิจศพ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ วันอาทิตย์ที่ 14 นี้

ครอบครัวพนมยงค์ ในฐานะเจ้าภาพจัดงานบำเพ็ญกุศลและงานฌาปนกิจศพ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ เชิญผู้รักประชาธิปไตย ร่วมงาน ณ ศาลาทักษิณาประดิษฐ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร (วัดประชาธิปไตย) แขวงอนุสาวรีย์ เขตหลักสี่ บางเขน กรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 14 ธ.ค.51 เวลา 10.30-17.00 น.โดยกำหนดการ มีรายละเอียด ดังนี้


เวลา 10.30 น. ทักษิณานุประทานพระสงฆ์ 10 รูป
เวลา 11.00 น. ถวายภัตตาหารเพล ถวายเครื่องไทยธรรม กรวดน้ำ รับพร
เวลา 15.30 น. เชิญศพเวียนเมรุแล้วตั้งบนจิตกาธาน
เวลา 16.00 น. ปาฐกถาธรรม โดย พระไพศาล วิสาโล
เวลา 16.45 น. ขับร้องเพลง “หวนอาลัย” “คนดีมีค่า” และ “แม่จ๋า” โดย คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลูคอรัส
เวลา 17.00 น. ประชุมเพลิง

หมายเหตุ:ท่านสามารถร่วมลงนามไว้อาลัยท่านพูนหญิงพูนศุขได้ที่นี่

อนึ่ง ในวันเสาร์ที่ 13 ธ.ค.51 นิสิตคณะแพทย์ศาสตร์ จุฬา เชิญร่างท่านผู้หญิงพูนศุข เข้าสู่วัดพระศรีมหาธาตุฯ และมีกำหนดการบำเพ็ญกุศล เป็นการภายใน ในเวลา 19.00 น. ณ ศาลาทักษิณาประดิษฐ วัดพระศรีมหาธาตุฯ และวันจันทร์ที่ 15 ธ.ค.51 เวลา 10.00 น. จะมีพิธีเก็บอัฐิ และเดินทางไปยังสโมสรกองทัพเรือ จากนั้นเดินทางโดยเรือไปลอยอังคารบริเวณปากน้ำเจ้าพระยา


ทั้งนี้ ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ เกิดเมื่อวันที่ 2 มกราคม พ.ศ.2455 ตรงกับรัชสมัยของรัชกาลที่ 6 ในตระกูลขุนนางสกุล ณ ป้อมเพชร์ เป็นธิดาคนที่ 5 บิดาของมหาอำมาตย์ตรี พระยาชัยวิชิตวิศิษฎ์ธรรมธาดา อธิบดีกรมราชทัณฑ์คนแรกของประเทศ และคุณหญิงเพ็ง ชัยวิชิต (สกุลเดิมสุวรรณศร) ต่อมาสมรสกับนายปรีดี พนมยงค์ (รัฐบุรุษอาวุโส)

ท่านผู้หญิงพูนศุข ถึงแก่อนิจกรรมโดยสงบ เมื่อเวลา 02:04 น. ของวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ.2550 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ หลังจากได้เข้ารักษาอาการทางโรคหัวใจ เมื่อวันที่ 10 พฤษภาคมสิริอายุ 95 ปี 4 เดือน มีบุตรและธิดารวมทั้งสิ้น 6 คน


ก่อนถึงแก่อนิจกรรม ท่านผู้หญิงพูนศุข พนมยงค์ ได้เขียนพินัยกรรมด้วยลายมือของท่านสั่งไว้ว่า …


คำสั่งถึงลูกๆ ทุกคน
เมื่อแม่สิ้นชีวิต ขอให้ปฏิบัติดังต่อไปนี้




1) นำส่งโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ทันที เมื่อหมอตรวจว่าหมดลมหายใจแน่แล้ว
2) ไม่ขอรับเกียรติยศใดๆ ทั้งสิ้น
3) ประกาศทางวิทยุ และลงหนังสือพิมพ์เพื่อแจ้งข่าวให้ญาติมิตรทราบ
4) ไม่มีการสวดอภิธรรม ทั้งนี้ไม่รบกวนญาติมิตรที่ต้องมาร่วมงาน
5) มีพิธีไว้อาลัยที่สถาบันปรีดี พนมยงค์ โดยนิมนต์พระที่แม่นับถือแสดงธรรมกถา (เช่นเดียวกับที่จัดให้ปาล) และทำบัตรสำหรับหนังสือที่ระลึก
6) ไม่รบกวนญาติมิตร ไม่ว่าจะเป็นดอกไม้ หรือเงินช่วยทำบุญ
7) เมื่อโรงพยาบาลคืนศพมาก็ทำการฌาปนกิจอย่างเรียบง่าย
8) ให้นำอัฐิและัอังคารไปลอยที่ปากน้ำเจ้าพระยาซึ่งเป็นสถานที่ๆ แม่เกิด
9) หากมีเงินบ้าง ก็ขอให้บริจาคเป็นทาน แก่มูลนิธิต่างๆ ที่ทำสาธารณกุศล
10) ขอให้ลูกทุกคนปฏิบัติตามที่แม่สั่งไว้่อย่างเคร่งครัด ไม่ต้องฟังความเห็นผู้หวังดีทั้งหลาย ลูกๆ ที่ปฏิบัติตามคำสั่งแม่ จงมีความสุข ความเจริญ

พูนศุข พนมยงค์
เขียนไว้ที่บ้านเลขที่ 172 สาธร 3 เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2541

สมชาย ยันไม่บล็อกโหวตอดีต ส.ส.พปช.เลือกนายกฯ

ที่มา MCOT News

กรุงเทพฯ 14 ธ.ค. - อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุจะไม่เข้าไปบล็อกโหวตอดีต ส.ส.พรรคพลังประชาชนเดิม ในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่แน่นอน

นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี ในวันจันทร์นี้ ว่า ส.ส.ทุกคนมีเอกสิทธิ์ในการลงมติเลือกคนที่จะมาเป็นนายกรัฐมนตรีได้เต็มที่ ไม่มีการบล็อกโหวต ซึ่งเชื่อว่าทุกคนคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน โดยตนจะไม่เข้าไปชี้นำใด ๆ

ส่วนการพูดในรายการ “ความจริงวันนี้สัญจร” ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่สนามศุภชลาศัย เมื่อช่วงค่ำวานนี้ (14 ธ.ค.) นายสมชาย ปฏิเสธไม่รู้รายละเอียดเนื้อหาว่าเป็นเรื่องอะไร และตั้งแต่พ้นจากตำแหน่งก็ไม่เคยโทรศัพท์คุยกันเลย. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-14 01:13:56

เหตุกระทบกระทั่ง นปช.-นศ.ช่างกลปทุมวัน คลี่คลายแล้ว

ที่มา MCOT News

สนามศุภชลาศัย 14 ธ.ค. - เหตุการณ์กระทบกระทั่งกันระหว่างกลุ่ม นปช. กับนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน คลี่คลายแล้ว หลังตำรวจระดมหน่วยเคลื่อนที่เร็วเข้าป้องกันเหตุ

กองตำรวจปราบจลาจลจากกองบังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ 191 จำนวน 1 กองร้อย ได้เข้าประจำบริเวณ ถ.พระราม 1 เพื่อตรึงกำลังไม่ให้เกิดการปะทะกันของกลุ่มการ์ด นปช. กับนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน

ขณะที่กลุ่มนักศึกษาตัดสินใจถอยกลับเข้าไปภายในตัวอาคารของสถาบัน พร้อมกับดับไฟส่องสว่างทั้งหมด ส่วนกลุ่มผู้ชุมนุมก็ได้เดินทางกลับอย่างเรียบร้อย ท่ามกลางกำลังตำรวจที่คอยอำนวยความสะดวก ทั้งในด้านการจราจรและความปลอดภัย. - สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2008-12-14 01:10:04

จริยธรรมการเมือง ย้ำสำนึกนักการเมือง

ที่มา ไทยรัฐ

จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นประเด็นที่สังคมไทยเริ่มให้ความตระหนัก มีการพูดถึงกันมากในช่วงนี้

วันเดียวกัน เมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ขณะที่ศาลอาญามีคำพิพากษาจำคุกคุณหญิงพจมาน ชินวัตร และนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ คนละ 3 ปี รวมทั้งจำคุกนางกาญจนาภา หงษ์เหิน เลขานุการคุณหญิงพจมาน 2 ปี ฐานร่วมกันหลีกเลี่ยงภาษีโอนหุ้นชินคอร์ป ทำให้รัฐขาดรายได้ 546 ล้านบาท

สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินได้จัดให้มีการสัมมนาในหัวข้อ “จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550”

โดยเชิญ ศาสตราจารย์ธานินทร์ กรัยวิเชียร องคมนตรี แสดงปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ “จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองฯ”

อาจารย์ธานินทร์เปิดประเด็นว่า ความจริงเมืองไทยตระหนักและให้ความสำคัญเกี่ยวกับความเสื่อมโทรมทางศีลธรรม และจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง มาตั้งแต่ตอนที่ประกาศใช้รัฐธรรมนูญฯ พ.ศ.2540

มาตรา 77 ของรัฐธรรมนูญฯ ปี 40 กำหนดให้รัฐต้องจัดให้มีแผนพัฒนาการเมือง จัดทำมาตรฐานทางคุณธรรมและจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ข้าราชการ พนักงานหรือลูกจ้างอื่นของรัฐ เพื่อป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ และเสริมสร้างประสิทธิภาพในการปฏิบัติหน้าที่

ผลของมาตรา 77 ในรัฐธรรมนูญฯ ปี 40 ทำให้มีการจัดทำประมวลจริยธรรมขึ้นสำหรับหน่วยงานของรัฐแทบทุกแห่ง

แต่ อ.ธานินทร์บอกว่า เป็นที่น่าเสียดาย ม.77 ยังมีจุดอ่อน ตรงที่ขาดสภาพบังคับ เพราะไม่มีบทกำหนดโทษ ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนจริยธรรม หรือไม่มีการลงโทษผู้ละเมิดจริยธรรมตามความร้ายแรงของความผิดอย่างเพียงพอ

จึงทำให้ประมวลจริยธรรม ตาม ม.77 ของรัฐธรรมนูญปี 2540 ขาดประสิทธิภาพ

เพื่อแก้ไขข้อบกพร่องที่เกิดขึ้น รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2550 จึงได้กำหนดไว้ในมาตรา 279 วรรค 2 ว่า

การจัดทำจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง... จะต้องมีกลไกและระบบในการดำเนินงาน เพื่อให้การบังคับใช้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งกำหนดขั้นตอนการลงโทษตามความร้ายแรงแห่งการกระทำ

อ.ธานินทร์บอกว่า เหตุผลที่ต้องมีการจัดทำประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ เป็นเพราะทุกวันนี้ สังคมไทยกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับจิตสำนึกด้านจริยธรรม เป็นอย่างมาก

โดยเฉพาะการทุจริตคอรัปชัน ที่เกิดขึ้นในทุกวงการ ไม่ว่าจะเป็นวงการเมือง วงราชการ และภาคธุรกิจเอกชน

ปัญหาดังกล่าว นับวันยิ่งมีแนวโน้มเลวร้ายลงเป็นลำดับ ยังแพร่ระบาดในวงกว้าง ลึก และซับซ้อนยิ่งขึ้น มีการพัฒนากลเม็ด และวิธีการที่แยบยล

ยกตัวอย่าง การเป็นคู่สัญญา หรือมีส่วนได้เสียในสัญญาของหน่วยงานที่ตนสังกัด หรือใช้ประโยชน์จากการรู้ข้อมูลภายใน เพื่อประโยชน์ของตน หรือการนำโครงการสาธารณะลงในเขตเลือกตั้ง เพื่อใช้ประโยชน์ทางการเมือง เป็นต้น

อ.ธานินทร์บอกว่า วิกฤตการณ์เหล่านี้ กลายเป็นเรื่องธรรมดาในสังคมไทย ที่ทุกคนล้วนทราบดี แต่ที่น่าเป็นห่วงยิ่งกว่า ก็คือ มีแนวโน้มที่การทุจริตคอรัปชันจะได้รับการยอมรับจากสังคมมากขึ้นไปเรื่อยๆ

“คนส่วนหนึ่งมีทัศนคติว่า โกงกินบ้าง ก็ไม่เป็นไร ขอให้มีผลงานก็พอ และมองว่าการซื่อสัตย์สุจริต เป็นคนโง่ที่ถูกเอาเปรียบ สามารถยอมทนต่อการทุจริตได้ ทั้งที่เมื่อเทียบผลงานที่ได้รับ กับความเสียหายที่เกิดกับประเทศชาติ การทุจริตไม่อาจทำให้ได้ผลงานที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน”

“สังคมไทยยุคใหม่ เป็นสังคมวัตถุนิยมที่เห่อคนร่ำรวย คนมีอำนาจ เพื่อหวังไว้พึ่งพา โดยไม่คำนึงว่าเขาร่ำรวย หรือมีอำนาจมาอย่างไร ทางแก้ ก็คือ ต้องทำให้ผู้บริหารเป็นคนดี แต่เวลานี้ยังหาไม่ได้ เพราะมีแต่พวกมือถือสาก”

อ.ธานินทร์บอกว่า หลายคนอาจสงสัย ในเมื่อมีกฎหมายเกี่ยวกับวินัย และกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตบังคับใช้อยู่แล้ว และในอนาคตยังจะมีกฎหมายว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับการ

ขัดกันของผลประโยชน์ส่วนบุคคล และผลประโยชน์ส่วนรวมใช้บังคับอีกฉบับ

เหตุใดรัฐธรรมนูญจึงต้องกำหนดให้มีการจัดทำมาตรฐานทางจริยธรรม ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ในรูปของประมวลจริยธรรมขึ้นมาอีก

คำตอบ ก็คือ กฎหมายที่ใช้บังคับอยู่นั้น เป็นกฎหมายที่มีสภาพบังคับโดยทั่วไป ซึ่งเน้นไปที่มาตรการการลงโทษ หรือปราบปรามหลังจากที่มีความผิดเกิดขึ้นแล้ว

ส่วนประมวลจริยธรรม เป็นกฎหมายประเภทหนึ่ง แต่ใช้บังคับเฉพาะวิชาชีพหนึ่งๆ ซึ่งเน้นไปที่การแนะแนวทางในการประกอบวิชาชีพของผู้ประกอบวิชาชีพว่า ควรปฏิบัติหน้าที่ และดำรงตนอย่างไร จึงจะมีประสิทธิภาพและเกิดความเหมาะสมสูงสุด

อ.ธานินทร์ยกตัวอย่าง หากท่านเป็นข้าราชการผู้มีหน้าที่วินิจฉัยชี้ขาดการประกวดราคา เพื่อก่อสร้างและจัดซื้อพัสดุสำหรับหน่วยงานราชการ ว่าผู้เข้าประกวดรายใดจะเป็นผู้ชนะการประกวด

เมื่อท่านได้วินิจฉัยชี้ขาดไปแล้ว ผู้ชนะการประกวดได้นำเงินมามอบให้ท่านเป็น สินน้ำใจ จำนวนหนึ่ง แม้ว่าก่อนการวินิจฉัยชี้ขาดท่านไม่เคยเรียกร้อง หรือมีข้อตกลงว่าท่านจะช่วยเหลือผู้ชนะการประกวดราคาก็ตาม

จะเห็นว่า หากท่านรับสินน้ำใจนั้นไว้ ท่านไม่ได้กระทำผิดกฎหมายแต่ประการใด แต่ในด้านจริยธรรมนั้น ถือว่าท่านไม่มีสิทธิที่จะได้รับผลประโยชน์ใดๆ จากการปฏิบัติงานในหน้าที่ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ เพราะจะทำให้มีบุญคุณต่อกัน อันอาจชักนำให้มีการปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในครั้งต่อๆไป และจะเป็นที่ครหา ทำให้เกิดความเคลือบแคลงระแวงสงสัยแก่บุคคลทั่วไปได้ว่า ที่ผ่านมามีการให้ผลประโยชน์อันใดก่อนการวินิจฉัยหรือไม่

อาจารย์ธานินทร์สรุปทิ้งท้ายไว้ว่า ดังนั้น การจัดทำประมวลจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามที่รัฐธรรมนูญฯ ปี 50 กำหนด นอกจากผู้ตรวจการแผ่นดินควรจัดทำประมวลจริยธรรมอันเป็นมาตรฐานกลางขึ้นมา 1 ฉบับ บัญญัติเนื้อหาให้มีความสมบูรณ์อยู่ในตัว ทั้งในแง่การปฏิบัติหน้าที่ การดำรงตน กลไกควบคุมตรวจสอบ

เพื่อให้เป็นไปตามประมวลจริยธรรม และบทกำหนดโทษเมื่อมีการฝ่าฝืน

ในบทบัญญัติของประมวลจริยธรรม ควรเขียนไว้ให้แจ้งชัด กระชับ เฉียบคม และมีคำอธิบายประกอบว่า บทบัญญัติแต่ละข้อ มีวัตถุประสงค์ อย่างไร เพื่อจะได้ปฏิบัติตามประมวลจริยธรรมได้อย่างถูกต้อง

อ.ธานินทร์ให้ข้อคิดทิ้งท้ายว่า ปัญหาทุจริตคอรัปชันที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการที่คนทั่วไปขาดการเอาใจใส่ตรวจสอบ ดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือเจ้าพนักงานของรัฐ ที่ทุจริตคอรัปชัน

“การมีความคิดว่า ฉันไม่เกี่ยว หรือธุระไม่ใช่ ทำให้สังคมไทยขาดจิตสำนึกสาธารณะ ซึ่งเป็นสิ่งที่มีผลต่อการรักษาเกียรติภูมิของประเทศชาติ และความรับผิดชอบในศีลธรรมต่อสังคมส่วนรวม”.

ใกล้ถึงขั้นสุดท้าย

ที่มา ไทยรัฐ

เฮ้ยไอ้น้อง เอ็งต้องมองไปที่จุดหมายปลายทางอย่างเดียวนะ อย่าวอกแวก อะไรที่เกิดระหว่างทางอย่าไปสนใจ สถานการณ์จะเพี้ยนไปเพี้ยนมาก็แค่หมากหลายชั้น หลอกตาคู่ต่อสู้และคนดู แต่ที่สุดเลย คนกำหนดเกมเล่นเขาปักธงไว้แล้ว”

ครับ ถึงตรงนี้ผมคงต้องเสียค่าบูชาครูให้กับเซียนการเมืองเจ้าของประโยคข้างต้นนี้

เพราะเซียนการเมืองคนที่ว่า พูดกับผมมาตั้งแต่วันตัดสินคดียุบพรรคไทยรักไทย ดองเค็มสมาชิกบ้านเลขที่ 111 ล้างบางเครือข่ายของอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ฝุ่นควันปฏิวัติรัฐประหารยังไม่ทันจางดี

ของแท้ แผนบันได 4 ขั้น

เป้าหมายผลักดันพรรคประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาลในโอวาทอำมาตย์ กำหนดกระบวนการขับเคลื่อนประเทศไทยภายใต้รูปแบบรัฐราชการ

นาทีนี้ใกล้ความจริงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ไปแล้ว

ย้อนแกะรอยกันมาตั้งแต่แผนบันไดขั้นแรกรัฐประหาร บันไดขั้นสอง ยุบพรรคไทยรักไทย แบนนักเลือกตั้งอาชีพ

ในสังกัด “นายใหญ่” เดินเกมลึกสั่งการใต้ดินหลังเลือกตั้งใหญ่ ปลายปี 2550 ให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนจัดรัฐบาลร่วมกับพรรคชาติไทยและพรรคเพื่อแผ่นดิน

โดยมีทหารเป็นพี่เลี้ยงประคองเกมอยู่เบื้องหลัง

แม้จะก้าวพลาดตกบันได และก็เป็นคนชื่อ “บรรหาร ศิลปอาชา” ที่เจ็บปวดกว่าใคร ถูกพันธมิตรฯ อย่างพรรคประชาธิปัตย์ตีท้ายครัวพื้นที่ภาคกลางไปหลายเขต โดยเฉพาะจังหวัดชลบุรี ฐานใหญ่ของ “กำนันเป๊าะ” นายสมชาย คุณปลื้ม ที่ว่าแข็งโป๊ก ยังถูกตีแตกกระเจิง

ตัวเลขผิดเป้าหมาย สุดท้ายด้วยเงื่อนไขบังคับ ก็ต้องซมซานกลับไปจับขั้วตั้งรัฐบาลกับพรรคพลังประชาชนกอดคอล่มหัวจมท้ายกับเครือข่าย “ทักษิณ”

และนั่นก็นำมาซึ่งมหันตภัยครั้งใหญ่ของชีวิต โดนโทษประหารทางการเมืองในคดียุบพรรค จากมังกรกลายเป็นมังกือโดนเด็ดหัวเด็ดหาง

แต่ “บรรหาร” ก็เจ็บไปคนเดียว ในขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ ถึงจะไม่เข้าเป้าตามแผน แต่ก็ไม่ได้ขาดทุน แถมยังได้พี่เลี้ยงคอยช่วยแอบตกปลาในบ่อเพื่อน ค่อยๆรุกเงียบเข้ายึดหลายจังหวัดภาคกลางฐานใหญ่ของมังกรสุพรรณบุรี

สะสมแต้มรอจังหวะให้พี่เลี้ยงอุ้มขึ้นบันไดขั้นสุดท้ายตามแผน

รัฐบาลพรรคเดียว.

“กำปั้นหยก”

จวก 'อนุพงษ์' จุ้นการเมืองทำกองทัพตก

ที่มา ไทยรัฐ

เมื่อวันที่ 13 ธ.ค. พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีที่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยระบุว่ากองทัพอยู่เบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ว่า ลองคิดย้อนหลังไปการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ก็มีการตำหนิกองทัพ และนักการเมืองไม่เคยเห็นกองทัพอยู่ในสายตา วันนี้มีข่าว ผบ.ทบ.ไปเชิญนักการเมืองมาพบ ถามว่า ผบ.ทบ.เอาอำนาจที่ไหนไปทำอย่างนั้น ไม่มี แต่ที่เขามาเพื่อมาขอคำปรึกษา และนักการเมืองก็มีการพูดคุยกันมาก่อนแล้ว เพียงมาหยั่งเสียงทหารว่าเห็นด้วยหรือไม่ ซึ่ง ผบ.ทบ.ก็บอกไม่ว่าอะไรขอให้ดำเนินการกันไป แต่ให้นึกถึงผลประโยชน์ของชาติและส่วนรวม

โวยวันนี้มีแต่ให้ข้อมูลเท็จ

เมื่อถามว่า ผู้ดำเนินรายการ “ความจริงวันนี้” พาดพิงว่า ทหารมีส่วนทำให้รายการถูกงดออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า ไม่เกี่ยวกับกองทัพ เพราะรายการความจริงวันนี้อยู่สถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ทหารทำอะไรไม่ได้ ข้อมูลที่เกิดขึ้นในสังคมเวลานี้ส่วนใหญ่เป็นข้อมูลเท็จเพื่อโฆษณาชวนเชื่อ รวมทั้งการออกมาระบุว่ากองทัพอยู่เบื้องหลังการจัดตั้งรัฐบาลนั้น พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และตนในฐานะโฆษกกองทัพบก ชี้แจงมาตลอดว่า เรื่องการเมืองกองทัพไม่เคยเข้าไปเกี่ยวข้อง สิ่งที่เกิดขึ้นคือนักการเมืองเขามาขอคำปรึกษา ผบ.ทบ. จึงให้คำปรึกษาไปโดยไม่ได้ชี้นำ แต่ให้นักการเมืองสำนึกถึงผลประโยชน์ ของชาติเท่านั้น เมื่อถามว่า ผู้ดำเนินรายการความจริงวันนี้ระบุว่ากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) ส่งกำลังไปบล็อกไม่ให้ประชาชนเดินทางมาร่วมชุมนุม พ.อ.สรรเสริญกล่าวว่า กองทัพไปสั่งประชาชนได้หรือ หากสั่งได้คงไม่ไปสั่งอย่างนั้น แต่ไปสั่งคนที่จะออกมาพูดไม่ดีกว่าหรือ ส่วนการโฟนอินไม่ขอวิจารณ์ เพราะเป็นเรื่องการเมือง

“อนุพงษ์” จุ้นการเมืองทำกองทัพตก

วันเดียวกัน พล.ท.พิรัช สวามิวัศดิ์ นายทหารคนสนิท พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ผ่านรายการลับ ลวง พราง ทางสถานีวิทยุเอฟเอ็ม 100.5 ภายหลัง พล.อ.ชวลิต ลาสิกขาว่า สำหรับสถานการณ์การเมืองขณะนี้ พล.อ.ชวลิตคงต้องนิ่ง รอดูสถานการณ์อีกสักพัก แต่ไม่ได้ทิ้งบ้านเมือง ยังสดับตรับฟังสถานการณ์บ้านเมืองอย่างใจจดใจจ่อ สิ่งที่ท่านเป็นห่วงขณะนี้คือ ความยากจนของเกษตรกร ปัญหา 3 จังหวัดภาคใต้ และปัญหาชายแดน ซึ่งท่านอาจจะชี้แนะให้กับผู้ที่รับผิดชอบดำเนินการ เมื่อถามถึงกรณีที่ออกมาตำหนิกองทัพที่เข้าไปแทรกแซงการเมือง พล.ท.พิรัชตอบว่ากองทัพเข้าไปยุ่งการเมืองชัดเจนมากไป ทางกองทัพคงไม่ทราบว่า คนข้างนอกตำหนิกองทัพมากมาย ซึ่ง พล.อ.ชวลิตเป็นห่วง จึงได้มีการเตือนไปแล้ว แต่ไม่รู้ว่าจะเข้าใจหรือไม่ เพราะเรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับภารกิจของกองทัพควรให้การเมืองจัดการ สถานการณ์จะคลี่คลาย สถานการณ์ขณะนี้กองทัพต้องถอยกลับเข้ามาทำงานเกี่ยวกับเรื่องกองทัพโดยตรงไม่ใช่เกี่ยวกับเรื่องการเมือง และต้องทบทวนว่าภารกิจของกองทัพคืออะไร ซึ่งการออกมาสะเปะสะปะจะทำให้กองทัพเสื่อม คนจะไม่เคารพนับถือ หรือมั่นใจเหมือนสมัยเก่า กองทัพจะตกต่ำ น่าเป็นห่วงมาก

อัดนักการเมืองทำตัวน่ารังเกียจ

เมื่อถามว่า หากมีการทาบทาม พล.อ.ชวลิตให้เข้าร่วมรัฐบาล จะรับตำแหน่งหรือไม่ พล.อ.ชวลิตตอบว่าไม่ คงเปิดโอกาสให้น้องๆได้แสดงความสามารถบ้าง เมื่อถามถึงกรณีที่เคยมีการวางตัว พล.อ.ชวลิต เป็นนายกฯของรัฐบาลแห่งชาติ พล.ท.พิรัชตอบว่า ไม่มีใครเคยมาทาบทาม หรือพูดคุย แต่แนวคิดเรื่องรัฐบาลแห่งชาติท่านเป็นคนเริ่มต้นก่อน เพราะการมีรัฐบาลแห่งชาติจะประสานในเรื่องความสามัคคีของคนในชาติเป็นเรื่องสำคัญ แต่ดูจากสถานการณ์ขณะนี้คงไปสู่จุดนั้นไม่ได้ เพราะต่างฝ่ายต่างพยายามพุ่งเข้าไปเป็นรัฐบาล โดยไม่ได้นึกถึงบ้านเมือง เอาแต่ประโยชน์ส่วนตัวมากกว่า ซึ่งน่ารังเกียจมาก ส่วนกรณีที่ท่านเคยถูกวางยาใน สมัยที่ดำรงตำแหน่งรองนายกฯนั้น ท่านรู้แต่ท่านไม่พูด เพราะท่านไม่เคยโกรธหรืออาฆาตใคร

แค่ชิงแต้มนำครึ่งตัว

ที่มา ไทยรัฐ

09.30 น. วันจันทร์ที่ 15 ธันวาคม 2551 นาทีแห่งความระทึกใจ

ภายหลังมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯให้เปิดประชุมสมัยวิสามัญแห่งรัฐสภา โดยที่นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้สั่งบรรจุวาระประชุมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีทันที

โดยเกมที่ยังพลิกไปพลิกมา

ที่แน่ๆ สถานการณ์ไหลมาถึงนาทีสุดท้าย ตัวแปรดูเหมือนจะอยู่ที่พรรคเพื่อแผ่นดิน ในฐานะพรรคที่มีเสียงเลื่อนขึ้นมาอยู่อันดับสามของสภาฯ

ในลีลาพลิ้วไปพลิ้วมาของ “อินทรีอีสาน” พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ทิ้งทุ่นทางโทรศัพท์กับนักข่าว ก่อนหลบออกจากโรงพยาบาลไปซุ่มเก็บตัวหนีคำถามให้ฟันธงตกลงจะเลือกอยู่ขั้วไหน

“เรื่องนี้ตัดสินใจแค่เสี้ยววินาทีก็ทันอยู่แล้ว”

ดึงจังหวะลุ้นโควตา “นายกฯส้มหล่น”

เอาเป็นว่า ไม่ใช่แค่ “ป๋าเหนาะ” นายเสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่แถลงออกอากาศเสียงดังฟังชัด ชูชื่อ พล.ต.อ.ประชา เหมาะสมที่สุดกับตำแหน่งนายกฯรัฐบาลเพื่อชาติ ลึกๆกว่านั้นมีข่าวยืนยันว่า “นายใหญ่” เป็นคนต่อสายข้ามประเทศยื่นข้อเสนอกับหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดินด้วยตัวเอง

นี่แหละที่ทำให้ “อินทรีอีสาน” เกิดอาการฮึดสู้

แต่ปัญหาก็ติดอยู่ที่ว่า เมื่อเอกซเรย์เสียงหนุนในปีกของ พล.ต.อ.ประชาล็อกไว้ได้แค่ 8 เสียง โดยที่ส่วนใหญ่เป็น ส.ส.ระบบสัดส่วน

ในขณะที่ตัวเลขส่วนใหญ่ของพรรคเพื่อแผ่นดินอยู่ในกำกับของนายพินิจ จารุสมบัติ นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ และว่าที่ ร.ต.ไพโรจน์ สุวรรณฉวี ที่ล่าสุดได้ ส.ส.ของอดีตพรรคพลังประชาชนเข้ามาเพิ่มตัวเลขในสังกัด

สองปีกยังจูนคลื่นไม่ตรงกัน

แว่วๆเบื้องหลังการล็อบบี้หน้าดำหน้าเขียว เล่นกันดุถึงขั้นขึ้นมึงขึ้นกู มีเสียงขู่คำรามมาจากคนไกลแดนเขมร จะแจกกระสุนให้คนที่พูดกันไม่รู้เรื่อง

เจอบทเขื่องของ “พี่เอื้อย” พวกที่จะเทเสียงให้ประชาธิปัตย์เสียวสันหลังวาบเลย

“เพื่อแผ่นดิน” ยังจบไม่ลง

เช่นเดียวกับสถานการณ์ตัวเลขที่ยังไม่นิ่งของก๊วน ส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวิน ที่ตามข่าวถูกต้อนไปเก็บตัวที่เซฟเฮาส์ของ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย สั่งปิดโทรศัพท์มือถือ ห้ามติดต่อโลกภายนอก

กระแสหนึ่งก็ว่า เป็นการประกันเสียงโหวตให้ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” แต่อีกกระแสก็ตอกลิ่มว่าลอบไปเจอกับ “นายใหญ่” ที่ฮ่องกงมาเรียบร้อย

ไม่ชัวร์ถึงเวลาจะขานชื่อให้ใคร

แต่ที่หักมุมเซอร์ไพรส์กันเลยก็คือ ทีม ส.ส.ชลบุรีของพรรคประชาธิปัตย์เอง ที่มีข่าวแพลมๆว่า แอบต่อสายกับแกนนำพรรคเพื่อไทย โดยอาศัยหัวเชื้อความไม่พอใจ “เทพเทือก” นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรค เป็นการส่วนตัว

จ้องโหวตสวน หรืองดออกเสียง “อภิสิทธิ์”

โดยแนวโน้มก็เป็นไปได้ที่จะมีการต่อรองโควตาเก้าอี้รัฐมนตรี แต่ที่แน่ๆกลุ่ม ส.ส.ชลบุรี ได้มาเพราะกระแสเครือข่ายม็อบพันธมิตรฯ

ไม่ใช่เนื้อแท้ประชาธิปัตย์ซะทีเดียว

ยามมั่วๆแบบนี้ อะไรก็เกิดขึ้นได้

แต่โดยเกมก็ต้องชิงแต้มการนำไว้ก่อน ไม่ต้องรอให้ฝุ่นควันจาง พรรคประชาธิปัตย์ปล่อยโผ ครม.ชุดใหม่ออกมาตีกินก่อนเลย

“อภิสิทธิ์” นายกรัฐมนตรี “เทพเทือก” ล็อกเก้าอี้ รมว.มหาดไทย “หม่อมเต่า” ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล อดีตผู้ว่าการ ธปท.นั่งเก้าอี้ รมว.คลัง ขณะที่พรรคร่วมรัฐบาลเก่าก็ยังได้โควตาเก้าอี้เดิม

อย่างน้อยก็ขยับนำไปครึ่งก้าว

แต่ที่ออกตัวไปก่อนแล้ว จับสัญญาณจากข้าราชการจมูกไวกว่าใคร

กับคิวที่กรมประชาสัมพันธ์สั่งเบรกรายการ “ความจริงวันนี้” งดออกอากาศกะทันหันระหว่างวันที่ 11-12 ธันวาคม โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า

ประเมินทิศทางลม กรมกร๊วกชิงจังหวะเคลียร์มรดกของอดีตรัฐบาลพรรคพลังประชาชน รอรับ “ความจริงวันพรุ่งนี้” รัฐบาลภายใต้ยี่ห้อพรรคประชาธิปัตย์

แทงหวยเปลี่ยนขั้วใหม่แน่.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

"ความจริงวันนี้"งดโฟนอิน'ทักษิณ'แลกรัฐบาลเพื่อชาติ

ที่มา ประชาทรรศน์

'วีระ' ระบุจัดตั้งสถาบันคนเสื้อแดง ให้ 'ทักษิณ' เป็นสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย เผย งดโฟนอิน เพื่อแลกกับพท.จัดตั้งรัฐบาล

นายวีระ มุสิกพงศ์ ผู้ดำเนินรายการ กล่าวบนเวทีปราศรัยที่สนามศุภชลาศัย ว่า ขอประกาศให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นสัญลักษณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย และจะจัดตั้งสถาบัน คนเสื้อแดงขึ้นให้ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อพิทักษ์ประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการทุกรูปแบบ เป็นระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

นายวีระ ยังกล่าวอีกว่ามีการใช้เทคโนโนโลยีทุกอย่างขัดขวาง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ไม่ให้สื่อสารกับประชาชน โดยการถ่ายทอดสดครั้งนี้ได้ใช้เอ็มวี 5 ในการถ่ายทอดสด แต่ตั้งแต่เมื่อคืน วันที่ 2 ธันวาคม เอ็มวี 5 จอดำ มาครั้งหนึ่งแล้ว และในวันนี้เมื่อถึงช่วงเวลาสำคัญของการปราศรัย จอดำตลอด เพื่อความไม่ประมาท จึงได้ ทำวีทีอาร์สำรองไว้ และโฟนอินสด

ภายหลังเปิดวีซีดี พ.ต.ท.ทักษิณ จบ นายวีระกล่าวเพิ่มเติมว่า เดิมทีเดียวเราจะให้ พ.ต.ท. ทักษิณ โฟนอินสด แต่ ก็ถูกมองว่าจะทำให้เกิดปัญหา ฝ่ายตรงข้ามซึ่งจ้องจะขย้ำและมีเบื้องหลังที่เกี่ยวข้องกับการแย่งซีนจัดตั้งรัฐบาล แต่ความจริงแล้วเรากำลังมองถึงข้อเสนอของนาย เสนาะ เทียนทอง หัวหน้าพรรคประชาราช ที่ต้องการให้การจัดตั้งรัฐบาลที่เป็นรัฐบาลเพื่อชาติ ซึ่งนายเสนาะ และ พล.ต.อ. ประชา พรหมนอก หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ขอร้องว่าอย่าโฟนอิน เพื่อให้ทั้งสองคนมีความน่าชื่อถือในการจัดตั้งรัฐบาลด้วยเหตุผลนี้ทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ โทรมาปรึกษาตนและนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อว่าการที่นายเสนาะ และ พล.ต.อ.ประชาขอแลกการโฟนอินกับการให้เราจัดตั้งรัฐบาลได้ ตนจึงแนะนำ พ.ต.ท.ทักษิณว่า ถ้า โมโหโกรธาเรื่องอะไรก็ให้ระบายกับตน แต่หากการงดโฟนอินแล้วทำให้เราได้รับชัยชนะในการโหวตเลือกนายกฯ ก็ควรจะทำ ซึ่งตรงนี้ของฝากไปยังพรรคเพื่อแผ่นดินว่าสัญญาต้องเป็นสัญญาลูกผู้ชาย เบี้ยวไม่ได้หักหลังไม่ได้ หากวันจันทร์นี้มีการหักหลังเกิดขึ้น พรรคประชาธิปัตย์สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็จะพบกับการรวมตัวของคนเสื้อแดงทั้งประเทศ