WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, December 19, 2008

'นายกฯโลเล'เผยอาจปรับครม.ใหม่หวังเอาใจเอกชน

ที่มา ประชาทรรศน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(19ธ.ค.)นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ว่า อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงรายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่อีกครั้งก่อนจะเสนอทูลเกล้าฯ หลังจากพบว่าภาคเอกชนรู้สึกผิดหวังกับรายชื่อโผครม.ที่ออกมา รวมทั้งรัฐมนตรีทางด้านเศรษฐกิจ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความสมดุลทางการเมือง ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีกล่าวยืนยันว่าจะทำหน้าที่ทางการเมืองให้ดีที่สุด เพราะมีเป้าหมายที่จะทำให้เกิดความสมดุลกับทุกฝ่าย

"ประเด็นที่สภาหอฯ เสนอหลักๆ เกี่ยวกับอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ซึ่งก็ตรงกับที่รัฐบาลให้ความสำคัญ ส่วนเรื่องโผครม. ผมเข้าใจว่าหลังจากที่ได้คุยกันแล้วพบว่าภาคเอกชนรู้สึกผิดหวัง ผมก็เข้าใจความรู้สึก แต่ในหน้าที่ทางการเมืองจะทำให้ดีที่สุด เพื่อให้เกิดความสมดุล ตราบใดที่ยังไม่ขึ้นทูลเกล้าฯ ก็จะกลับไปพิจารณารายชื่อครม.อีกครั้ง'นายกรัฐมนตรีกล่าว

เพื่อไทยหนุน'เหลิม'นั่งหน.พรรคคนใหม่

ที่มา ประชาทรรศน์


'เชาวริน' หนุน 'เฉลิม' นั่งหัวหน้าพรรคและผู้นำฝ่ายค้าน ระบุ มีพรรษาสูง

ร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง แกนนำของพรรค เป็นผู้มีความเหมาะสมมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคและเป็นผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เพราะมีพรรษาสูง เจนจัด และรอบรู้ โดยปฏิเสธกระแสข่าวตนเอง จะมาเป็นหัวหน้า พร้อมยืนยัน ไม่มีใครกดดันให้ นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ ลาออกจาก เพราะเชื่อว่านายยงยุทธ เป็นผู้ใหญ่ และจะทราบเองอยู่แล้วว่า ควรทำอย่างไร อย่างไรก็ตาม ตนเห็นว่าอาจได้ตัวผู้นำฝ่ายค้าน หลังการแถลงนโยบายรัฐบาล เพราะต้องไม่เร่งรีบ แต่ต้องรอบคอบ ส่วนการวางตัวผู้อภิปรายในการแถลงนโยบายนั้น เบื้องต้นมี 30 - 40 คน

ขณะที่ นายวิชาญ มีนชัยนันท์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ยอมรับว่า พรรคยังไม่มีความพร้อมในการหาตัวผู้นำฝ่ายค้านเพราะยังไม่มีบุคคลที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข จึงต้องหารือกันให้มีความชัดเจน ทั้งนี้เห็นว่ายังคงมีเวลาอยู่ เพราะต้องรอขั้นตอนการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม คณะรัฐมนตรีใหม่ก่อน จึงเข้าสู่ขั้นตอนของผู้นำฝ่ายค้าน

นอกจากนี้ นายวิชาญ ยังกล่าวถึงการเลือกตั้งซ่อม ว่าส่วนตัวเกรงอาจมีปัญหาเรื่องการสังกัดพรรค 90 วัน จึงได้ทำหนังสือส่งให้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)เมื่อวานนี้ (18 ธ.ค.) ถึงความชัดเจนในการรับรองสมาชิกพรรคเพื่อไทย เพื่อป้องกันไม่ให้ถูกนำไปตีความในภายหลัง ซึ่งเมื่อชัดเจนแล้วก็จะพิจารณาว่ามีผู้ครบตามคุณสมบัติเท่าใด จึงจะคัดเลือก


'เขยซีพี'พ่นพิษ!ทำพรรคสะตอแตกคอ'นิพิฏฐ์'ลั่นขอราวีไม่เลิก

ที่มา ประชาทรรศน์

ฟัดกันเอง 'นิพิฏฐ์' กร้าวแจ้นพบ 'นายกฯมาร์ค' ทวงถามสาเหตุ 'เทพเทือก'ดึงเขยซีพีนั่งรมต.สำนักนายกฯหักหน้า อ้าง'ชวน'ลั่นไม่ยุติธรรม ย้ำขอจับตาพฤติกรรมให้ถึงที่สุด แขวะหากพรรคติดหนี้นายทุนจะชูมือสางหนี้แทน 'สุเทพ' โดดป้องนี่คือคนที่เหมาะสม ยันต้องชี้แจงกับพรรคให้เข้าใจอีกรอบ รับขอโทษเพื่อนร่วมทีม

ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(19ธ.ค.) นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรค เพื่อสอบถามเกี่ยวกับกรณีที่นายวีระชัย วีระเมธีกุลซึ่งเป็นลูกเขยของกลุ่มซีพี และอยู่ในสัดส่วนโควต้าคนนอก ได้ตำแหน่งรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในด้านฝ่ายกฎหมาย โดยภายหลังการเข้าหารือนายกรัฐมนตรีประมาณ 10 นาที นายนิพิฏฐ์ ได้กล่าวเปิดเผยว่า ตนได้ทำการสอบถามถึงสาเหตุที่มอบให้นายวีระชัย เข้ารับตำแหน่งดังกล่าว ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้อธิบายเหตุผลว่า นายวีระชัย เป็นบุคคลที่มีคุณสมบัติเหมาะสม ที่จะสามารถทำงานได้

ทั้งนี้ตนมองว่าการดึงนายทุนเข้ามาเป็นหนึ่งในคณะรัฐมนตรี(ครม.) เป็นเรื่องที่อันตราย เพราะเป็นการเปิดทางให้นายทุนเข้ามาบริหารบ้านเมืองได้ทางตรงถือเป็นการครอบงำทางการเมือง พร้อมกันนี้นายนิพิฏฐ์ได้กล่าวอ้างว่าตนได้ทำการพูดคุยกับนายชวน หลีกภัย ประธานที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว ซึ่งนายชวนเอ่ยปากกับตนว่า การดึงนายวีระชัยเข้ามาในครม.เป็นเรื่องที่ไม่ยุติธรรม แต่ก็ขอให้ทุกฝ่ายอดทน และตนก็ยังคงยืนยันว่าแม้จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวตนก็จะขออยู่ทำงานกับพรรคประชาธิปัตย์ต่อไป

อย่างไรก็ตามนายนิพิฏฐ์ยังได้ตั้งขอสังเกตว่า หากพรรคประชาธิปัตย์ยังคงเป็นฝ่ายค้านอยู่นายวีระชัยจะก้าวเข้ามาทำงานกับพรรคอยู่หรือไม่ ซึ่งหากพรรคมีหนี้บางอย่างติดค้างอยู่กับนายวีระชัย ตนก็พร้อมที่จะยื่นจดหมายเปิดผนึกเพื่อเสนอตัวเป็นคนชำระหนี้ดังกล่าวแทนพรรคเอง โดยตนขอย้ำบุคคลอื่นในครม.ตนไม่ติดใจอะไร ยอมรับได้ทุกตำแหน่ง แต่สำหรับนายวีระชัยนั้น ตนขอจับตาตรวจสอบพฤติกรรมให้ถึงที่สุด

ขณะที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ได้กล่าวถึงประเด็นเดียวกันว่า โดยชี้แจงถึงคุณสมบัติของนายวีระชัยว่า นายวีระชัยเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ เคยร่วมของรัฐบาลในอดีต มีความรู้เกี่ยวกับการค้าต่างประเทศ เคยเป็นผู้บริหารสถาบันการเงินในต่างประเทศ ซึ่งเชื่อว่าจะเข้ามาช่วยงานรัฐบาลในด้านเศรษฐกิจ ส่วนปัญหาภายในพรรคนั้นตนเองคงต้องไปชี้แจงทำความเข้าใจอีกครั้ง

"เรื่องคนนอกที่เป็นนักธุรกิจที่เป็นผู้ใหญ่มากๆ จะมีปัญหาข้อผูกพัน มีความลำบากที่จะออกมาอยู่กับรัฐบาล จึงต้องหาคนหนุ่มที่ไม่มีตำแหน่งในบริษัทที่จะต้องดูแลจนปลีกตัวออกมาไม่ได้...ผมดูว่าเขามีความรู้ความสามารถที่มาช่วยทำงานได้ ซึ่งการคัดเลือกใครต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถ แต่ถ้าไปมองลึกลงไปในเรื่องส่วนตัวว่าเป็นใคร คงไม่สามารถหาคนเข้ามาทำงานให้รัฐบาลได้หรอก" นายสุเทพกล่าว

ท้ายสุดนายสุเทพกล่าวย้ำว่า ตนต้องขอโทษกับพรรคร่วมสมาชิกทุกคนที่ไม่สามารถจัดตั้งรัฐมนตรีได้ถูกใจใครทุกคน แต่ทั้งนี้เชื่อว่าในที่สุดหากผลการจัดสรรตำแหน่งเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อยทุกฝ่ายก็น่าจะเข้าใจถึงสาเหตุและยอมรับว่าทุกฝ่ายต้องการเข้ามาช่วยกันแก้ไขปัญหาประเทศ

นายกรัฐมนตรียันดำเนินการตามกม.พันธมาร

ที่มา ประชาทรรศน์

นายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้าทำเนียบรัฐบาลวันแรก หลังห่างหายไปนาน 8 ปี เผย ไม่ให้เอกสิทธิ์ส.ส.หนุนกลุ่มพันธมิตรฯ ย้ำดำเนินการตามกฎหมาย ม็อบมาร เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ลั่น เพื่อแผ่นดิน ต้องส่งรายชื่อคณะรัฐมนตรีก่อนเที่ยง เตรียมงัดแผนสองใช้หากล่าช้า ระบุไม่ง้อมีเสียงหนุนพอ


เมื่อเวลา 7.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล ได้จัดพิธีทำบุญและทำความสะอาดทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายเชาวรัตน์ ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีในฐานะปฎิบัติหน้าที่แทน นายกฯ เป็นประธาน ทั้งนี้ได้มีการระดมเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วน อาทิ กทม. ดุสิต ทหารหน่วยกองพัฒนา หน่วยบัญชาการทหารพัฒนากองบัญชาการกองทัพไทย และเจ้าหน้าที่ทำความสะอาดทำเนียบ ร่วมกันทำความสะอาดพื้นที่โดยรอบ อีกทั้งได้นิมนต์พระสงฆ์ 9 รูป เพื่อทำพิธีประพรหมน้ำมนต์ ต่อมาในเวลา 9.20 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางมาร่วมทำความสะอาดและตรวจสอบสภาพทั่วไป โดยนาอภิสิทิ์ ได้กล่าวทักทายกับกลุ่มผู้สื่อข่าว ถึงความรู้สึกยินดีที่ได้เข้ามาปฎิบัติหน้าที่ในทำเนียบรัฐบาลอีกครั้งหลังจากห่างหายไปเกือบ 8 ปี พร้อมยืนยันจะดำเนินการกับกลุ่มพันธมิตรฯตามกฎหมาย ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่ความยุติธรรม

ส่วนเรื่องรายชื่อคณะรัฐมนตรีที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ยังไม่เรียบร้อย แต่เที่ยงนี้คาดว่าทุกอย่างจะลงตัวและเชื่อว่าจะเรียบร้อย เมื่อผู้ถามว่าความรู้สึกเป็นอย่างไรที่ได้เข้ามาในทำเนียบครั้งแรก หลังจากที่ 2 อดีตนายกฯไม่ได้เข้า ว่า วันนี้ที่มาดูเป็นเรื่องของการทำงาน เรื่องการเป็นสัญลักษณ์และหน้าตาของประเทศ ที่กำลังจะฟื้นฟูให้กลับมาเป็นปรกติ ทั้งนี้คิดว่าการปรับภูมิทัศน์ในทำเนียบเป็นโอกาสดี หากมีแขกบ้านแขกเมืองจะเข้ามาก็เป็นเรื่องที่ที่จะแสดงให้เห็นว่าเราก้าวพ้นปัญหาวิกฤติต่างๆที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะเข้ามาเริ่มทำงานในทำเทียบเมื่อไหร่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เมื่อถวายสัตย์สิ้นแล้วก็จะกลับเข้ามาทำงานในทำเนียบ แต่ขณะนี้ยังไม่ได้ถวายสัตย์ ตอนนี้อยากจะเห็นการปรับปรุงทุกอย่างให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด

ส่วนกรณีที่มีสส.ในพรรคประชาธิปัตย์ได้เข้าไปร่วมปิดสนามบินกับกลุ่มพันธมิตรฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เรื่องต่างๆที่เกิดต้องรักษากฎหมาย ทุกคนอยู่ภายใต้กฎหมายเช่นกัน รวมทั้งได้กำชับไปแล้วว่าไม่ให้ใช้เอกสิทธิ์ของความเป็น สส.

เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ลั่น เพื่อแผ่นดิน ต้องส่งรายชื่อคณะรัฐมนตรีก่อนเที่ยง เตรียมงัดแผนสองใช้หากล่าช้า ระบุไม่ง้อมีเสียงหนุนพอ

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้จัดการตั้งรัฐบาล ให้สัมภาษณ์ในรายการ "เรื่องเล่าเช้านี้" ถึงความคืบหน้าการจัดคณะรัฐมนตรีว่า ว่าพรรคเพื่อแผ่นดินยังไม่ส่งรายชื่อมา เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม ก็รอจนถึงเวลาประมาณ 21.00 น. การที่พรรคเพื่อแผ่นดินไม่ได้เข้าร่วมรัฐบาลทั้งพรรคทำให้ค่อนข้างยุ่งยาก ถ้ายังไม่ส่งรายชื่อมาก่อนเที่ยงวันนี้ ตนเตรียมนัดประชุมแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด เพื่อแก้ไขปัญหานี้แล้ว เพราะถ้ามาไม่ทัน คงรอไม่ได้

"ขณะนี้ได้เตรียมแผนสำรองเอาไว้ โดยเช้าวันนี้ จะปรึกษาหารือกับแกนนำพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด ทั้งนี้ ถ้าขาดพรรคเพื่อแผ่นดิน เสียงที่ให้การสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์จัดตั้งรัฐบาลก็ยังเพียงพอ ซึ่งขณะนี้มีเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) 235 เสียง ถ้าขาดพรรคเพื่อแผ่นดินจะเสียคะแนนสนับสนุนไป 14 เสียง เหลือ 221 เสียง "เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าว

นายสุเทพ กล่าวอีกว่า ตำแหน่งรัฐมนตรีของพรรคเพื่อแผ่นดินนั้น ประกอบด่วน ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอีก 2 ตำแหน่ง แต่ต้องพิจารณาก่อนว่า จะเป็นกระทรวงไหน แต่ไม่มีโควต้าตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งในวันนี้ จะรอพรรคเพื่อแผ่นดินถึงเวลา 12.00 น. ถ้าไม่ส่งรายชื่อมาคงจะต้องแก้ไขปัญหากันไป

'เพื่อแผ่นดิน'ถกเครียดโควต้ารมต.ยังไม่ลงตัว

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน เปิดเผยถึงท่าทีของพรรคเพื่อแผ่นดิน ต่อการจัดโควต้าครม.ของพรรคประชาธิปปัตย์ จนถึงขณะนี้พรรคเพื่อแผ่นดินยังไม่สามารถรวบรวมรายชื่อบุคคลที่จะเสนอเป็นรัฐมนตรีเพื่อส่งไปยังพรรคประชาธิปัตย์ ให้เตรียมนำรายชื่อทูลเกล้าฯว่า ขณะนี้ ยังเครียดๆ กันอยู่ คงต้องขอเวลาหารือก่อน ซึ่งหลังจากได้ข้อสรุปที่ชัดเจน คงจะมีการแถลงข่าวแต่ยังตอบไม่ได้ว่า จะเรียบร้อยเมื่อไหร่

Telegraph UK: Thai army to 'help voters love' the government

ที่มา Thai E-News


The Thai army, which was accused of conducting a "silent coup" this week, is planning to deploy soldiers to rural areas to persuade unhappy peasants to support the new government.

By Thomas Bell in Bangkok
Telegraph.co.uk
Last Updated: 11:20AM GMT 18 Dec 2008

Abhisit Vejjajiva, a 44-year-old Etonian, became prime minister on Monday after the army chief, General Anupong Paochinda, was widely reported to have encouraged or coerced MPs to support him.

Only a year ago Mr Abhisit was decisively defeated in national elections by supporters of the exiled former prime minister Thaksin Shinawatra. Mr Thaksin enjoys devoted support among the poor, especially in the populous and rural north east of Thailand, a region known as Isan.

"Basically I love Isan people," said Gen Anupong.

"Soldiers can go into the local areas and talk to people there," he explained. "We can't force them to love certain people. If they get angry we have to talk with them calmly. And I want to talk with them."

Gen Anupong, who is responsible for airport security, did nothing to stop anti-Thaksin demonstrators who recently overran Bangkok's airports, stranding 350,000 travellers. The protests ended when a court dissolved the ruling party and the former opposition then formed a new government with Gen Anupong's very public approval.

Mr Thaksin's supporters, in a group called the Democratic Alliance Against Dictatorship (DAAD) also known as the "red shirts", believe that the army carried out a "silent coup" against the elected government.

The general implied he is willing to overlook northern voters' behaviour at the ballot box as long as they do not continue to oppose the new administration.

"They've done nothing wrong," he said of northerners in general. "I don't want to call them the Democratic Alliance Against Dictatorship or red shirts because they are people the government must take care of."

General Anupong was a member of the junta which overthrew Mr Thaksin's government in a bloodless coup in 2006. The new army installed government then rewrote the constitution to limit the power of elected politicians.

Army documents leaked during 2007 showed the military leadership equated the Thaksinites with communists who were suppressed in a 1970s counter-insurgency campaign.

Mr Thaksin is a multi-millionaire telecoms tycoon who was supported by the poor because of his cheap health care and rural development policies. He is loathed by the urban middle class and the elite in the army and royal palace.

Mr Thaksin's enemies say he is corrupt, autocratic and a threat to the country's monarchy.

Fifteen months after the coup his supporters convincingly won elections for the third time in a row, but less than a year later they have once again been forced from power.

The Thai army has fought few foreign wars in modern times but dominates the country's politics, mounting 18 coups since 1932.

Unarmed democracy protesters were massacred by soldiers in 1973, 1976 and 1992.

The army owns several television and radio stations and generals appointed themselves to the boards of several lucrative state enterprises following the 2006 coup.

แปลไทยโดยคุณ noname เว็บบอร์ดประชาไท

กองทัพไทยจะช่วยทำให้ “เจ้าของเสียง” รักรัฐบาล

กองทัพไทยซึ่งโดนกล่าวหาว่าก่อการ “ปฎิวัติเงียบ” ในอาทิตย์นี้ ได้กำลังวางแผนที่จะส่งทหารลงไปยังพื้นที่ชนบท เพื่อที่จะโน้มน้าวให้ชาวชนบทที่ไม่พอใจรัฐบาลให้สนับสนุนรัฐบาลใหม่

อภิสิทธ์ เวชชาชีวะ 44 ปี ศิษย์เก่าอีตัน กลายเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังจากที่ผู้นำเหล่าทัพ พลเอก อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่ได้ถูกรายงานไปทั่วว่าได้ทั้งทำการกระตุ้นและบังคับเหล่าผู้แทนฯ ให้สนับสนุน นายอภิสิทธิ์

เพียงปีที่ผ่านมา นายอภิสิทธิ์ ได้แพ้การเลือกตั้งทั่วไปอย่างเด็ดขาด จากกลุ่มผู้สนับสนุนอตีดนายกทักษิณ ชินวัตร ผู้ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างศรัทธาจากชาวรากหญ้าที่ยากจน โดยเฉพาะพื้นที่ที่มีคนอยู่หนาแน่และยากจนทางอิสานของไทย

“เป็นธรรมดา ผมรักชาวอีสาน” พลเอก อนุพงษ์ กล่าว

“ทหารสามารถไปยังพื้นที่ท้องถิ่นและพูดคุยกับชาวบ้านที่นั่น” อนุพงษ์ อธิบาย “เราไม่สามารถบังคับชาวบ้านให้รักใครสักคนได้ หากชาวบ้านโกรธไม่พอใจ เราต้องทำการพูดคุยให้ชาวบ้านสงบ”

พลเอกอนุพงษ์ ผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยของสนามบิน ได้เพิกเฉย (ไม่ได้ทำไรเลย) ในการที่จะหยุดยั้งกลุ่มผู้ประท้วงที่ต่อต้านทักษิณ ซึ่งได้ทำการบุกรุกสนามบินของกรุงเทพฯ จะเป็นเหตุให้ผู้เดินทางกว่า 350,000 คนต้องติดค้าง โดยการประท้วงได้จบลงเมื่อศาลได้สั่งยุบพรรคร่วมรัฐบาล และ ผู้นำฝ่ายค้านในขณะนั้นได้ทำการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้โดยการอนุมัติของ พลเอก อนุพงษ์

กลุ่มผู้สนับสุนนทักษิณภายใต้ชื่อเรียก แนวร่วมประชาธิปไตยต้านเผด็จการ (นปก.) หรือที่รู้จักกันในนามของ “ชาวเสื้อแดง” เชื่อว่ากองทัพได้ก่อการ “ปฎิวัติเงียบ” เพื่อต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

พลเอกอนุพงษ์ได้ประกาศว่า เขากำลังพยายามจะมองข้ามพฤติกรรมการลงคะแนนของชาวพื้นที่ภาคเหนือ ตราบใดที่พวกเขายังไม่ดำเนินการต่อต้านรัฐบาลใหม่

“พวกเขาไม่ได้ทำผิดอะไร” พลเอก อนุพงษ์ กล่าวถึงชาวพื้นที่ภาคเหนือโดยทั่วไป “ผมไม่ต้องการเรียกพวกเขาว่า นปก. หรือ พวกเสื้อแดง เพราะพวกเขาคือ ชาวบ้านที่รัฐบาลต้องคอยให้การดูแล”

พลเอก อนุพงษ์ เคยเป็นหนึ่งคณะปฎิวัติที่ได้ยึดอำนาจ ทักษิณ ชินวัตร ในการยึดอำนาจปี 2549 และรัฐบาลที่ได้รับการจัดตั้งจากกองทัพ ได้ทำการร่างรัฐธรรมนูณใหม่ เพื่อจำกัดอำนาจของนักการเมืองที่มาจากการเลือกตั้ง

เอกสารของกองทัพในช่วงปี 2550 ที่ผ่านมา แสดงให้เห็นว่า ผู้นำเหล่าทัพได้เทียบระบอบทักษิณกับลัทธิคอมมิวนิสต์ ซึ่งได้ถูกกำจัดไปในช่วงทศวรรษ 2510 โดยการรณรงค์ต่อต้านการก่อการรุนแรงในช่วงนั้น

ทักษิณ มหาเศรษฐีหมื่นล้านจากกิจการโทรคม ผู้ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากคนยากจน เพราะนโยบายการรักษาพยาบาลราคาถูก และ นโยบายพัฒนาชนบท ซึ่งทักษิณถูกรังเกียจจากคนชั้นกลางในเมือง และ กลุ่มคนชั้นสูงในกองทัพและราชสำนัก

ศัตรูของทักษิณบอกว่าทักษิณโกง เป็นเผด็จการ และเป็นภัยต่อสถาบันฯ

กว่า 15 เดือนหลังการยึดอำนาจ กลุ่มผู้สนับสนุนทักษิณได้ชนะการเลือกตั้งอย่างเด็ดขาดเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน แต่ภายในไม่ถึง 1 ปีต่อมา พวกเขาได้ถูกบังคับให้ลงจากอำนาจอีกครั้ง

กองทัพไทย เคยสู้รบในสงครามระหว่างประเทศสองสามครั้งในระยะที่ผ่านมา แต่กลับครอบงำการเมืองของประเทศ โดยการก่อการปฎิวัติยึดอำนาจ 18 ครั้งตั้งแต่ปี พศ. 2475

โดยที่ผู้ประท้วงเพื่อประชาธิปไตยที่ไร้อาวุธ ได้ถูกปราบปรามอย่างทารุณจากทหารในปี 2516 2519 แล 2535

โดยทางกองทัพก็เป็นเจ้าของสถานีวิทยุ และโทรทัศน์ และเหล่านายพลได้แต่งตั้งตัวเองเป็นกรรมการขององค์กรที่มีรายได้มหาศาลต่างๆ ของรัฐ หลังจากการยึดอำนาจในปี 2549 อีกด้วย

Newsweek: Thailand's King May Play Politics (No Offense)

ที่มา Thai E-News


Newsweek
Wednesday, December 17, 2008 9:37 AM

Bangkok -- If you happened to have been in Thailand this week and wanted to read the December 6-10 issue of The Economist, you could have searched the country without finding a copy. That’s because it contained an article and editorial that were critical of King Bhumibol Adulyadej. Rather than risk insulting the king and offending his subjects, Asia Books, which imports the British weekly, chose not to distribute that particular edition.

The pre-emptive move was a sign of respect for the king but also an act of self-preservation. Few people or organizations in Thailand will risk doing anything that might be construed as an insult to the monarch. Thailand’s lese- majeste law may be the most draconian in the world, and it is strongly enforced: Offenders face up to 15 years in jail. Foreigners have been jailed for months and then expelled from the country. The riposte from friendly Thais to a farang contemplating a violation of the law is, “I hope you don’t plan to ever return to Thailand.”

The Economist, writing about Thailand’s current political imbroglio, alleges that the king, who turned 81 earlier this month, plays a role in politics. Officially, the sovereign, as head of state in a constitutional monarchy, is above politics. That alleged involvement, the magazine argues, is not helpful--especially in this time of political instability. Ever since the military ousted Prime Minister Thaksin Shinawatra in a bloodless coup in September 2006, the country has staggered from one government to the next. Just this week Parliament selected the fourth prime minister since the coup. Few people are willing to bet that the new premier, Abhisit Vejjajiva, of the Democrat Party, will last much longer that his immediate predecessor, Somchai Wongsarat, who hung on for 77 days.

Members of the royal family are said to be dismayed about the magazine’s stories, which get into controversial areas last visited in “The King Never Smiles,” a 2006 unauthorized biography by freelance writer Paul M. Handley. The book, banned in Thailand before it was even published, makes similar allegations about the monarchy. “The concern is the myth of a conspiracy between the king and the military,” says an individual with links to the Palace who spoke only on condition of anonymity and because he believes the articles are unfair. People in the king's inner circle “are genuinely distressed, because this fosters the ideas of conspiracy theorists.”

The Economist, the source pointed out, was not banned by the government. There was no need to do so because distributor acted voluntarily to withhold the offending edition. In the age of the Internet, banning publications anywhere is a tricky–and often futile–proposition, apart from in countries like China, Burma and North Korea, which tightly control acces to the Web. “Banning a magazine doesn’t make much sense any more, because it gets through – and they know that,” the source said, referring to the Palace. The Economist argues that the lese-majeste law should be revisited. For now, no such plans are on the drawing board.

แปลเป็นไทยโดย Creepy- เว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน

นิวส์วีค: กษัตริย์ของไทยอาจทรงเล่นกับการเมือง (บทความไม่มีเจตนาไม่ดี)

กรุงเทพ – ถ้าคุณอยู่ที่ประเทศไทยในตอนนี้และต้องการจะอ่านนิตยสาร The Economist ฉบับประจำวันที่ 6-10 ธันวาคม คุณอาจจะต้องหาทั้งประเทศแต่ไม่พบสักเล่มเดียว นั่นเป็นเพราะว่านิตยสารดังกล่าวมีบทความและบทบรรณาธิการวิพากษ์วิจารณ์กษัตริย์ภูมิพล อดุลยเดช ทางเอเชียบุ๊คส์ได้ตัดสินใจระงับการจัดจำหน่านนิตยสารฉบับประจำวันดังกล่าว ดีกว่าจะเสี่ยงกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพและทำร้ายความรู้สึกพสกนิกรของพระองค์

การดำเนินการดังกล่าวเป็นการแสดงออกถึงการเคารพกษัตริย์และการรู้รักษาตัวรอด มีคนหรือองค์กรจำนวนน้อยที่จะเสี่ยงต่อการทำสิ่งที่อาจหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ กฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพน่าจะเป็นกฎหมายที่รุนแรงที่สุดในโลก และมีการบังคับใช้อย่างเข้มงวด ผู้กระทำความผิดจะต้องถูกจำคุกไม่เกิน 15 ปี ชาวต่างชาติเคยถูกจำคุกหลายเดือนก่อนจะถูกขับออกนอกประเทศ คนไทยที่มีใจเป็นมิตรเตือนฝรั่งที่คิดจะละเมิดกฎหมายว่า “ฉันหวังว่าคุณจะไม่คิดกลับมาเมืองไทยอีก”

The Economist เขียนถึงปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองของไทย กล่าวหากษัตริย์ซึ่งจะมีพระชนมายุ 81 พรรษา ในเร็วๆนี้ ว่า มีบทบาททางการเมือง ในทางการแล้ว ประมุขของประเทศนี้ซึ่งปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข จะทรงอยู่เหนือการเมือง การเข้ามาเกี่ยวข้องตามที่กล่าวหานั้น ทางนิตยสารเห็นว่าไม่ได้ช่วยอะไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยามที่การเมืองคลอนแคลนอย่งนี้ นับแต่ทหารได้ทำการปฏิวัตินายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร โดยไม่เสียเลือดเนื้อในเดือนกันยายนปี 2549 ประเทศนี้ได้เปลี่ยนรัฐบาลอย่างทุลักทุเล ในสัปดาห์หน้านี้รัฐสภาก็ได้เลือกนายกรัฐมนตรีคนที่สี่นับแต่การปฏิวัติ มีคนจำนวนน้อยที่จะพนันว่ารัฐบาลของอภิสิทธิ์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่จากประชาธิปัตย์จะอยู่ได้นานกว่ารัฐบาลชุดก่อน คือรัฐบาลของสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ซึ่งอยู่ได้ 77 วัน หรือไม่

สมาชิกในราชวงศ์ปฏิเสธเรื่องในนิตยสารดังกล่าว ซึ่งทำให้เกิดการโต้เถียงครั้งใหม่ในประเด็นที่หนังสือ “กษัตริย์ไม่เคยแย้มพระสรวล” หนังสืออัตชีวประวัติที่ไม่ได้รับอนุญาต ปี 2549 โดยนักเขียนอิสระ Paul M. Handley ซึ่งถูกสั่งห้ามก่อนการตีพิมพ์เสียอีก ได้กล่าวหากษัตริย์อย่างเดียวกัน “ความกังวลอยู่ที่ตำนานการคบคิดกันระหว่างกษัตริย์กับทหาร” เป็นคำกล่าวของผู้เกี่ยวข้องกับราชวงศ์ซึ่งไม่ประสงค์จะเปิดเผยนาม และเพราะว่าเขาเชื่อว่าเรื่องดังกล่าวนั้นไม่เป็นธรรม ผู้ใกล้ชิดกษัตริย์รู้สึก “เศร้าใจจริงๆ เพราะมันสนับสนุนความคิดเกี่ยวกับทฤษฎีการสมคบคิด”

แหล่งข่าวชี้ว่า รัฐบาลไม่ได้ห้ามนิตยสาร The Economist ผู้จัดจำหน่ายสมัครใจที่จะเก็บฉบับที่ผิดกฎหมายนั้นไว้เอง ในยุคอินเตร์เน็ต การสั่งห้ามหนังสือไม่ว่าที่ไหนก็คือการโกงและมักไร้ประโบชน์ ทั้งนี้ไม่นับประเทศที่ควบคุมการเข้าอินเตอร์เน็ตอย่างเข้มงวดอย่าง จีน พม่า และเกาหลีเหนือ “คำสั่งห้ามนิตยสารไม่ได้เข้าท่าแม้แต่น้อย เพราะมันเข้าไปอ่านได้ และพวกเขาก็รู้” แหล่งข่าวกล่าวถึงราชวัง The Economist เห็นว่าสมควรจะมีการทบทวนกฎหมายหมิ่นพระบมเดชานุภาพ จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่มีการวางแผนเช่นนั้น

Wag the dog:หลอกกระทั่งหมา

ที่มา Thai E-News


ภาพนี้มีผิดกี่จุด?-1.ธรรมเนียมคนอีสาน ผู้อาวุโสน้อยต้องเป็นคนให้ของขวัญผู้ใหญ่ 2.ผู้ใหญ่ตอบแทนด้วยด้ายผูกข้อมือพร้อมคำให้ศีลให้พร 3.ผู้เป็นแขกไปเยี่ยมมักมีของติดไม้ติดมือไปฝาก ไม่ใช่ไปรับ 3.ยังไม่เคยมีปรากฎว่าใครหมั้นลูกเขยด้วยแหวน 4.ยายเนียมป่วยกะทันหันตอนตกเป็นข่าวถึงขนาดห้ามเยี่ยม(หากนักข่าวซักมากๆอาจหลุดไปจากสคริปต์ที่ให้ท่องไว้ เลยต้องเก็บตัวเข้าเซฟเฮาส์)


โดย คุณกิ๊กผม..เธอเป็นยอดมนุษย์
ที่มา บอร์ดศิลปะ สุขภาพ ไลฟ์สไตล์
19 ธันวาคม 2551

หากคุณเชื่อว่าการที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวสุนทรพจน์ในการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึงคุณยายเนียม ผู้หญิงชราวัย84แห่งจังหวัดอุบลราชธานี เป็นเรื่องที่ไม่ได้วางแผนเอาไว้...คุณอาจไร้เดียงสาเกินไป

หากคุณคิดว่าอยู่ๆคุณยายเนียมก็ถอดแหวนทองเหลืองของรักสวมใส่นิ้วนางของอภิสิทธิ์ตอน
ไปหาเสียงที่อุบลราชธานี เป็นไปโดยธรรมชาติ...คุณอาจซื่อเกืนไป สำหรับเล่ห์กระเท่ของการเมือง

หากคุณคิดว่าจู่ๆพอตกเป็นข่าว คุณยายเนียมก็มัอันต้องป่วยไปนอนโรงพยาบาล เพื่อไม่ต้องโดนรายการทีวีต่างๆหรือนักข่าวตามไปซักละเอียดเรื่องแหวนหมั้น...คุณอาจจะไม่เคยได้ดูหนังเรื่องนี้

.........เรื่อง"หางแกว่งหมา"ครับที่ผมกำลังพูดถึง หรือWag The Dog

หนังเรื่องนี้เป็นการเปิดโปงหลังฉากของนักการเมืองที่ไม่ว่าจะชั่วช้าสามานย์แค่ไหน แต่ก็ยังอุตส่าห์ออกข่าวpropagandaโฆษณาชวนเชื่อหลอกลวงคนให้หลงใหลได้ปลิ้มไปกับพวกเขา....

หลอกคนยังไม่พอนะ ยังดันหลอกได้กระทั่งหมาก็แล้วกัน

หนังดัดแปลงจากนวนิยายเรื่อง American Hero ที่เสียดสีข่าวคราวการมั่วเซ็กของประธานาธิบดีคลินตัน(Clinton sex scandal) กับลูวินสกีในขณะนั้น และการเบี่ยงเบนความสนใจประชาชนด้วยการสร้างเรื่องโกหก ให้เกิดสงครามเทียมในชื่อ ปฏิบัติการสงครามอ่าวเปอร์เซีย (Persian Gulf War)

หนังเรื่องนี้เกี่ยวกับผู้นำของอเมริกาที่สามารถทำทุกอย่างได้ชนิดนักการเมืองไทยบางคนอาจต้องไปดูและนำมาใช้หลอกลวงและพูดโกหกเพื่อให้น่าเชื่อถือกว่านี้

คอนราด บรีน Conrad Brean (-Robert De Niro) ขงเบ้งแห่งทำเนียบขาว กุนซืออันชาญฉลาดของประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ต้องหาทางบ่ายเบี่ยงความสนใจของประชาชน สื่อมวลชน ที่กำลังติดตามข่าวอันฉาวโฉ่ของท่านประธานาธิบดีที่ถูกกล่าวหาว่า มีความสัมพันธ์กับเนตรนารี ซึ่งเป็นช่วงเวลาก่อนถึงการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งใหม่เพียงแค่ 14 วัน

สแตนลี่ย์ มอสส์ Stanley Motss (-Dustin Hoffman) ผู้อำนวยการสร้างฮอลลีวูดมือเซียน จึงได้ถูกดึงตัวเข้ามาเพื่อสร้างเรื่องโกหกลวงโลกให้คนหันมาสนใจแทน โดยพวกเขาเลือกประเทศเล็กๆอย่าง อัลบาเนีย (Albania) เพื่อกุข่าวสร้างเรื่อง ผู้ก่อการร้ายอัลบาเนียก่อสงครามทำลายล้าง มีภาพเล็กผู้หญิงอัลบาเนียนชื่อเทรซี่ ไลม์ Tracy Lime (-Kirsten Dunst) วิ่งหนีตายออกจากหมู่บ้าน ถ่ายทอดออกทีวีทั่วประเทศ แต่ความจริง เรื่องนี้ถูกพล๊อตโดย สแตนลี่ย์ มอสส์ และถ่ายทำในสตูดิโอ และตัดต่อภาพโดยใช้เทคโนโลยีชั้นสูงของฮอลลีวูด

ก่อนที่เพลงประกอบสงครามของเรื่องนี้จะอัดเสร็จเพื่อเผยแพร่สร้างกระแสในสังคม สื่อก็ประโคมข่าวใหญ่อย่างประธานาธิบดีมั่วเซ็ก จนประชาชนสนใจขึ้นสู่หน้าหนึ่งอีกครั้ง อันจะทำให้โอกาสได้รับเลือกตั้งกลับมาเป็นประธานาธิบดีอีกสมัยแทบไม่เหลือ

สแตนลี่ย์ มอสส์ จึงคิดพล๊อตเรื่ององก์2 (Act2) ต่อจากสงครามอัลบาเนียตามแบบฉบับหนังที่ถนัดคือ ต้องเกิดวีรบุรุษสงคราม (American Hero) โดยตั้งใจให้เกิดวีรบุรุษเป็นคำฮิตติดปากว่า "Old Shoe"(โอลด์ชู -หมายถึงรองเท้าเก่า) ดังนั้น พวกเขาจึงติดต่อ แพนทากอน ให้หาตัวทหารในแผนปฏิบัติการพิเศษที่มีชื่อในแนวทำนองนี้ สุดท้าย จึงหาคนที่ชื่อว่า ชูมาน (Sgt. William Schumann) แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่า ทหารคนนี้ได้เสียสติ และเป็นผู้ต้องหาติดคุกอยู่

อำนาจรัฐทำได้ทุกอย่าง เมื่อต้องการตัวชูมาน ก็ต้องได้ตามสั่ง แม้แต่ซีไอเอ หรือ หน่วยงานความมั่นคงของอเมริกา ยังต้องปิดปากเงียบ และให้ความร่วมมือกับการสร้งเรื่องโกหกหลอกลวงประชาชนและสื่อมวลชนอย่างแนบเนียน

ทั้งเรื่องและเพลงของวีรบุรุษสงครามอย่าง "Old Shoe"(โอลด์ชู -หมายถึงรองเท้าเก่า) ถูกสร้างถูกแต่งจนคนอเมริกันคลั่งไคล้ รักชาติ ขนาดนักศึกษายังถอดรองเท้าโยนเข้าไปในสนามบาสเกสบอลจนเต็มสนามเพื่อเรียกร้องให้นำตัววีรบุรุษ "Old Shoe" ซึ่งถูกจับในสงครามอัลบาเนียกลับบ้านเกิดในอเมริกา

แต่ระหว่างทางที่ คอนราด บรีน และ สแตนลี่ย์ มอสส์ พาตัวจ่าชูมาน ขึ้นเครื่องบินมาเพื่อปรากฏตัวเป็นวีรบุรุษของชาตินั้น ได้เกิดเหตุ เครื่องบินตกและจ่าชูมาน ซึ่งเสียสติอาละวาด บุกปลุกปล้ำหญิงสาวในหมู่บ้าน ถูกพ่อของสาวเจ้ายิงตายซะก่อน

ไม่มีอะไรจะหยุดยั้งการสร้างเรื่องโกหกหลอกลวงของพวกเขาได้ ขบวนเกีรติยศสดุดีในงานศพของวีรบุรุษ "Old Shoe" ยิ่งใหญ่สมฐานะ และถูกถ่ายทอดออกทีวีไปทั่วประเทศ ประชาชนต้องคลั่งไคล้ สรรเสริญถึงคุณงามความดี ความรักชาติของ วีรบุรุษจอมปลอมของพวกเขา

ฉากที่ทำให้คนอเมริกันสะเทือนใจที่สุดก็คงไม่พ้นตอนท้ายเรื่อง ขบวนแห่ศพเกียรติยศของวีรบุรุษโอลด์ชูที่คลุมด้วยธงชาติสหรัฐฯนั้นมีหมาตัวนึงเดินตามอย่างเศร้าสร้อยหงอยเหงา(แน่นอนว่านักสร้างภาพนั่นแหละเอาอะไรซักอย่างไปติดไว้ขอบโลง หมาดันชอบกลิ่นนี้พอดีมันเลยต้องเดินประกบโลงไปไม่ห่าง ส่วนที่มันดูหงอยก็เพราะ พวกนี้เอาคล้ายๆยาซึมให้มันกินเข้าไปในปริมาณพอเหมาะที่จะให้ออกมาเป็นภาพ"หมาเศร้า"พอดี)

คนอเมริกันเห็นหมาเศร้าตามไปอาลัยวีรบุรบุรุษแล้วก็เลยแห่เฮโลกันมาเรื่องนี้กันทั้งประเทศ เรื่องประธานาธิบดีไปอึ๊บเด็กก็เลยกลายเป็นเรื่องเล็กไป และก็ค่อยๆลืมๆกันไป...แต่สุดท้ายทีมงานสร้างภาพหลอกคนและหลอกหมาก็จบฉากลงตามสไตล์หนังแนวๆนี้

.............หากคุณเชื่อว่าการที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ กล่าวสุนทรพจน์ในการเข้ารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีถึงคุณยายเนียม ผู้หญิงชราวัย84แห่งจังหวัดอุบลราชธานี เป็นเรื่องที่ไม่ได้วางแผนเอาไว้...คุณอาจไร้เดียงสาเกินไป

หากคุณคิดว่าอยู่ๆคุณยายเนียมก็ถอดแหวนทองเหลืองของรักสวมใส่นิ้วนางของอภิสิทธิ์ตอนไปหาเสียงที่อุบลราชธานี เป็นไปโดยธรรมชาติ...คุณอาจซื่อเกินไป สำหรับเล่ห์กระเท่ของการเมือง

หากคุณคิดว่าจู่ๆพอตกเป็นข่าว คุณยายเนียมก็มีอันต้องป่วยไปนอนโรงพยาบาล เพื่อไม่ต้องโดนรายการทีวีต่างๆหรือนักข่าวตามไปซักละเอียดเรื่องแหวนหมั้น(จนอาจจะหลุดจากสคริปต์ที่เขียนไว้...)

คุณจำเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะ"ต้อง"ดูหนังเรื่องนี้

เจ้าทรัพย์มองตาปริบๆ โจรปล้นเสร็จหารส่วนแบ่ง ยึดสนามบินได้ดีเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ปล่อยให้ยึดได้คุมกลาโหม-คัมแบ็คผบ.ตร.!

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 ธันวาคม 2551

สันดานโจรปล้นเสร็จนำมาหารกัน ไม่ต้องเกรงใจเจ้าทรัพย์หรือชาวโลก แก๊งพันธมิตรยึดสนามบินทำฝรั่งเป็นตัวประกันตกค้าง350,000คนได้ปูนบำเหน็จเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศ ส่วนโจรสีเขียวที่ไม่ยอมเข้าปราบตามพรก.ฉุกเฉินได้เค้กตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหม หนังสือพิมพ์ฝรั่งหยันรบไม่เป็นเก่งแต่ยึดอำนาจกดขี่ประชาชน ส่วนโจรสีกากีที่หนีหน้าที่จะได้คัมแบ็กผบ.ตร. นี่คือการสมานฉันท์นำประเทศไทยไปสู่ความสามัคคีของมาร์ค


ว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศยึดสุวรรณภูมิ-เปิดศึกเขมรมาแล้ว

สำหรับว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศนั้นคือนายกษิต ภิรมย์ ซึ่งเป็นอดีตนักการทูตที่ขึ้นเวทีพันธมิตรโดยตลอด รวมทั้งการมีนโยบายขวาจัดเปิดศึกกับเพื่อนบ้านกรณีปราสาทวิหารที่พันธมิตรกระหายจะเปิดสงครามกับเพื่อนบ้าน รวมทั้งนายกษิตเคยไปขึ้นเวทีอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิที่พันธมิตรไปยึดไว้

เขากล่าวตอนหนึ่งในการยึดสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อ30พฤศจิกายน2551 เรียกร้องให้ทหารออกมายึดอำนาจ โดยบอกว่าทหารจะเอาอย่างไร ทำไมไม่มายืนข้างพวกเรา จากนั้นก็กล่าวให้ร้ายอดีตนายกฯทักษิณว่าจะ"ตั้งราชวงศ์"ใหม่ (ฟังคลิปเสียงที่นี่)

แก๊ง3ป.ทหารเสือราชินีได้ดีคุมกลาโหมหลังเป็นคนคุมสลายขั้ว


มติชนรายงานในตอนที่ประชาธิปัตย์พลิกขั้วสำเร็จเมื่อ6ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า การพลิกขั้วการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ พูดกันว่า จะเป็นจริงไม่ได้หากไม่มี แก๊ง 3 ป. ที่ประกอบด้วย "พี่รักน้องเลิฟ" ซึ่งโตมาด้วยกันจากหน่วย "ทหารเสือราชินี" นั่นคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก และ "บิ๊กป๊อก"อนุพงษ์ มือประสานสิบทิศ

เป็นความบังเอิญที่ทั้ง 3 คน มีบ้านพักอยู่ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ จึงนัด "ดื่มกาแฟ" มื้อเช้า หรือนัดทานอาหารมื้อเย็น กันที่มูลนิธิปลูกป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ที่ตั้งอยู่ในกรมนั้นเอง โดยมูลนิธิแห่งนี้มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน

สถานที่แห่งนี้ก็ถูกใช้เป็นสถานที่ "ถกการเมือง" มาตลอดห้วงที่ผ่านมา แม้กระทั่งล่าสุดที่ "บิ๊กการเมือง" เลี้ยวรถเข้าเขตหวงห้ามมาร่วมวงด้วย

คงปฏิเสธได้ยากสำหรับการชูพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นรัฐบาลว่าไม่ใช่เป็นการเคลื่อนเพื่อ "ปิดเกม คมช." ที่ต้องตัดตอนทำให้ "เครือข่ายไทยรักไทย" ต้องสูญพันธุ์ทางการเมือง ตอนนี้อาจจะเห็นแค่รางๆ แต่ถ้าจะให้มั่นใจว่าใช่คงต้องดูหน้า "รมว.กลาโหม" ของรัฐบาลสีเขียวภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องผ่านความเห็นชอบจาก "พล.อ.อนุพงษ์"

สะพัดกันทั้งกระทรวงว่า อาจจะได้เห็นชื่อ พล.อ.ประวิตร หรือ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตเลขาธิการ คมช. มานั่งเก้าอี้ รมว.กลาโหม ก็เป็นได้

มีรายงานข่าวว่า มีข้อตกลงที่จะแต่งตั้งพล.ต.อ.พชรวาท พงษ์สุวรรณ น้องชายของพล.อ.ประวิตรกลับเข้าดำรงตำแหน่งผบ.ตร.ด้วย หลังจากถูกรัฐบาลนายสมชายปลดออกจากตำแหน่งโทษฐานสั่งการให้ดำเนินคดีพันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิแล้วเพิกเฉย

ปล่อยโจรยึดเมืองยึดสนามบินได้ดีมาแทรกแซงการเมืองด้วย

หนังสือพิมพ์เดลีเทเลกราฟรายงานข่าวว่า พลเอก อนุพงษ์ ผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยของสนามบิน ได้เพิกเฉย (ไม่ได้ทำไรเลย) ในการที่จะหยุดยั้งกลุ่มผู้ประท้วงที่ต่อต้านทักษิณ ซึ่งได้ทำการบุกรุกสนามบินของกรุงเทพฯ จะเป็นเหตุให้ผู้เดินทางกว่า 350,000 คนต้องติดค้าง โดยการประท้วงได้จบลงเมื่อศาลได้สั่งยุบพรรคร่วมรัฐบาล และ ผู้นำฝ่ายค้านในขณะนั้นได้ทำการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้โดยการอนุมัติของ พลเอก อนุพงษ์

กลุ่มผู้สนับสุนนทักษิณ ภายใต้ชื่อเรียก แนวร่วมประชาธิปไตยต้านเผด็จการ (นปก.) หรือที่รู้จักกันในนามของ “ชาวเสื้อแดง” เชื่อว่ากองทัพได้ก่อการ “ปฎิวัติเงียบ” เพื่อต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

กองทัพไทย เคยสู้รบในสงครามระหว่างประเทศสองสามครั้งในระยะที่ผ่านมา แต่กลับครอบงำการเมืองของประเทศ โดยการก่อการปฎิวัติยึดอำนาจ 18 ครั้งตั้งแต่ปี พศ. 2475

ด้วยเดชะพระบารมี ธรรมะชนะอธรรมราบคาบ คนชั่วจ่อคุก คนดีได้ปกครองบ้านเมือง

ที่มา Thai E-News


พระมหากรุณาธิคุณ-สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชทานเพลิงศพน้องโบว์เมื่อ13ตุลาคมที่ผ่านมา

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
19 ธันวาคม 2551

ด้วยเดชะพระบารมีเป็นที่ตั้ง บ้านเมืองยุติการจลาจลในที่สุดฝ่ายธรรมะชนะอธรรม ตั้งข้อหาอดีตนายกฯสมชายฆ่าน้องโบว์-สารวัตรจ๊าบ ปูนบำเหน็จนักสู้กู้ชาติเป็นรัฐมนตรีต่างประเทศกอบกู้ภาพลักษณ์ที่เสียหายไปในยุคระบอบทักษิณ คืนความเป็นธรรมพชรวาทกลับตำแหน่งผบ.ตร. ส่วนพี่ชายที่ร่วมแรงใจอนุพงษ์ดึงเนวินเสียสละสลับขั้วเพื่อชาติบ้านเมืองได้เป็นรัฐมนตรีกลาโหม ป๊อกทุ่มเทเสียสละต่อเนื่องทำให้คนเหนือ-อีสานกลับตัวกลับใจเลิกหลงผิด


สมชาย-ตำรวจเจอข้อหาฆ่าโบว์-สารวัตรจ๊าบ

ประชาไทรายงานว่า ผลสอบกรณี 7 ตุลาฯถึงมือ ‘ป.ป.ช.’ แล้ว คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติชี้ว่าตำรวจที่สลายการชุมนุม และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เจอข้อหาหนัก ‘ฆ่า-พยายามฆ่า’

รายงานบางตอนระบุว่า การกระทำของ นายสมชาย และ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ์ รวมทั้งรัฐมนตรีที่อยู่ด้วยในการประชุมคณะรัฐมนตรี แต่มิได้คัดค้านการใช้กำลังและระเบิดแก๊สน้ำตาเข้าสลายการชุมนุม เข้าข่ายเป็นการปฏิบัติและหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด เมื่อปรากฎว่ามีประชาชนได้รับบาดเจ็บ บาดเจ็บสาหัสเป็นจำนวนมาก และมีผู้เสียชีวิตด้วยจากกการกระทำที่เกินความจำเป็นของเจ้าหน้าที่ตำรวจดังกล่าว ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎหมายการกระทำของนายสมชาย นายกรัฐมนตรี พล.อ.ชวลิต รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีที่อยู่ด้วยในการประชุมคณะรัฐมนตรี แต่มิได้คัดค้านการสลายการชุมนุม เข้าข่ายเป็นความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้บุคคลอื่นกระทำความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัส, ฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157, 295, 297, 288, 84

สำหรับคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติแสดงท่าทีเอียงข้างพันธมิตรอย่างชัดแจ้งมาตลอด ในช่วงพันธมิตรยึดสนามบินได้ออกแถลงการณ์ฉบับหนึ่งประณามรัฐบาล และห้ามไม่ให้รัฐบาลต่อรองด้วยการให้พันธมิตรเลิกประท้วงหรือออกจากสนามบิน จนกระทั่งโดนคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชียทนไม่ไหวออกมาโจมตี และเรียกร้องให้สหประชาชาติเข้ามาแทรกแซงกิจการในไทย เพราะประชาธิปไตยไทยตกอยู่ในอันตราย หวังพึ่งองค์กรหน่วยงานใดไม่ได้แล้ว เพราะชนชั้นนำได้ร่วมมือกันทำลายประชาธิปไตย


พธม.ยึดทำเนียบยึดสนามบินได้ดีเป็นเสนาบดีต่างประเทศ

สำหรับว่าที่รัฐมนตรีต่างประเทศนั้นคือนายกษิต ภิรมย์ ซึ่งเป็นอดีตนักการทูตที่ขึ้นเวทีพันธมิตรโดยตลอด รวมทั้งการมีนโยบายขวาจัดเปิดศึกกับเพื่อนบ้านกรณีปราสาทวิหารที่พันธมิตรกระหายจะเปิดสงครามกับเพื่อนบ้าน รวมทั้งนายกษิตเคยไปขึ้นเวทีอาคารผู้โดยสารสุวรรณภูมิที่พันธมิตรไปยึดไว้

เขากล่าวตอนหนึ่งในการยึดสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อ30พฤศจิกายน2551 เรียกร้องให้ทหารออกมายึดอำนาจ โดยบอกว่าทหารจะเอาอย่างไร ทำไมไม่มายืนข้างพวกเรา จากนั้นก็กล่าวให้ร้ายอดีตนายกฯทักษิณว่าจะ"ตั้งราชวงศ์"ใหม่ (ฟังคลิปเสียงที่นี่)

แก๊ง3ป.ทหารเสือราชินีได้ดีคุมกลาโหมหลังเป็นคนคุมสลายขั้ว


มติชนรายงานในตอนที่ประชาธิปัตย์พลิกขั้วสำเร็จเมื่อ6ธ.ค.ที่ผ่านมาว่า การพลิกขั้วการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ พูดกันว่า จะเป็นจริงไม่ได้หากไม่มี แก๊ง 3 ป. ที่ประกอบด้วย "พี่รักน้องเลิฟ" ซึ่งโตมาด้วยกันจากหน่วย "ทหารเสือราชินี" นั่นคือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เสนาธิการทหารบก และ "บิ๊กป๊อก"อนุพงษ์ มือประสานสิบทิศ

เป็นความบังเอิญที่ทั้ง 3 คน มีบ้านพักอยู่ในกรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ จึงนัด "ดื่มกาแฟ" มื้อเช้า หรือนัดทานอาหารมื้อเย็น กันที่มูลนิธิปลูกป่ารอยต่อ 5 จังหวัด ที่ตั้งอยู่ในกรมนั้นเอง โดยมูลนิธิแห่งนี้มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน

สถานที่แห่งนี้ก็ถูกใช้เป็นสถานที่ "ถกการเมือง" มาตลอดห้วงที่ผ่านมา แม้กระทั่งล่าสุดที่ "บิ๊กการเมือง" เลี้ยวรถเข้าเขตหวงห้ามมาร่วมวงด้วย

คงปฏิเสธได้ยากสำหรับการชูพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นเป็นรัฐบาลว่าไม่ใช่เป็นการเคลื่อนเพื่อ "ปิดเกม คมช." ที่ต้องตัดตอนทำให้ "เครือข่ายไทยรักไทย" ต้องสูญพันธุ์ทางการเมือง ตอนนี้อาจจะเห็นแค่รางๆ แต่ถ้าจะให้มั่นใจว่าใช่คงต้องดูหน้า "รมว.กลาโหม" ของรัฐบาลสีเขียวภายใต้การนำของพรรคประชาธิปัตย์ ที่ต้องผ่านความเห็นชอบจาก "พล.อ.อนุพงษ์"

สะพัดกันทั้งกระทรวงว่า อาจจะได้เห็นชื่อ พล.อ.ประวิตร หรือ พล.อ.วินัย ภัททิยกุล อดีตเลขาธิการ คมช. มานั่งเก้าอี้ รมว.กลาโหม ก็เป็นได้

มีรายงานข่าวว่า มีข้อตกลงที่จะแต่งตั้งพล.ต.อ.พชรวาท พงษ์สุวรรณ น้องชายของพล.อ.ประวิตรกลับเข้าดำรงตำแหน่งผบ.ตร.ด้วย หลังจากถูกรัฐบาลนายสมชายปลดออกจากตำแหน่งโทษฐานสั่งการให้ดำเนินคดีพันธมิตรยึดสนามบินสุวรรณภูมิแล้วเพิกเฉย

ฝรั่งหยันปล่อยโจรยึดเมืองยึดสนามบินเพราะปฏิวัติเงียบ

หนังสือพิมพ์เดลีเทเลกราฟรายงานข่าวว่า พลเอก อนุพงษ์ ผู้ซึ่งต้องรับผิดชอบต่อการรักษาความปลอดภัยของสนามบิน ได้เพิกเฉย (ไม่ได้ทำไรเลย) ในการที่จะหยุดยั้งกลุ่มผู้ประท้วงที่ต่อต้านทักษิณ ซึ่งได้ทำการบุกรุกสนามบินของกรุงเทพฯ จะเป็นเหตุให้ผู้เดินทางกว่า 350,000 คนต้องติดค้าง โดยการประท้วงได้จบลงเมื่อศาลได้สั่งยุบพรรคร่วมรัฐบาล และ ผู้นำฝ่ายค้านในขณะนั้นได้ทำการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ภายใต้โดยการอนุมัติของ พลเอก อนุพงษ์

กลุ่มผู้สนับสุนนทักษิณ ภายใต้ชื่อเรียก แนวร่วมประชาธิปไตยต้านเผด็จการ (นปก.) หรือที่รู้จักกันในนามของ “ชาวเสื้อแดง” เชื่อว่ากองทัพได้ก่อการ “ปฎิวัติเงียบ” เพื่อต่อต้านรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง

กองทัพไทย เคยสู้รบในสงครามระหว่างประเทศสองสามครั้งในระยะที่ผ่านมา แต่กลับครอบงำการเมืองของประเทศ โดยการก่อการปฎิวัติยึดอำนาจ 18 ครั้งตั้งแต่ปี พศ. 2475

สุดยอดวิชามาร

ที่มา ไทยรัฐ

คอการเมืองที่วิจารณ์กันว่า รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ที่นำโดย คุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จะอยู่ได้ไม่นาน ผมว่า อาจจะอ่านผิดก็ได้ เพราะถ้าทบทวนการก้าวสู่การจัดตั้งรัฐบาลของพรรคประชาธิปัตย์ แล้วก็ต้องบอกว่ามีพี่เลี้ยง ที่เส้นใหญ่พอสมควร

ภาพการหารือการจัดขั้วรัฐบาลในค่ายทหารมัน ฟ้อง

ที่ผ่านมาถ้าต่อจิ๊กซอว์ ตั้งแต่มีเหตุวิกฤติการเมือง ที่มี ส.ส. ของพรรคประชาธิปัตย์ไปเป็นแกนนำผู้ชุมนุม ที่มีทายาทของคม ช.ที่มีคนของพันธมิตรที่มีภาพความสนิทสนมซึ่งกันและกัน ที่มีกองทัพเข้ามาเป็นพี่ เลี้ยงคงปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือเกมชิงอำนาจทางการเมือง

เป็นภาพของการกระเหี้ยนกระหือรือ

การที่ประชาธิปัตย์ได้เป็นแกนนำในการจัดตั้งรัฐบาลในครั้งนี้ พูดได้ เต็มปากเต็มคำว่าไม่สง่างาม ซึ่งอันที่จริงแล้วประชาธิปัตย์ก็เป็นเจ้าตำรับ พฤติกรรมการ เมืองแปลกหลายอย่าง กลุ่มงูเห่า ก็มีขึ้นในสมัย ที่ประชาธิปัตย์ หักความหวังใหม่ สมัย พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ เป็นนายกฯ ชิงจัดตั้งรัฐบาล

ครั้งนี้ก็ไม่มีอะไรแตกต่าง

เป็นงูเห่ากลุ่มเบ้อเร่อ ผมผิดหวังอยู่อย่าง ว่าประชาธิปัตย์เคยด่าว่า เคยโจมตี เคยดูถูกเหยียดหยามพฤติกรรมและการกระทำของนักการเมืองบางคนบาง พรรค มาโดยตลอด แต่วันนี้ประชาธิปัตย์ ยอมกลืนน้ำลาย รับ เอาไว้หมดทุกอย่าง

ด้วยอาการหน้าชื่นตาบาน

ไม่ว่าจะเป็นนโยบายประชานิยม นักการเมืองที่ร้องยี้ หรือแม้แต่การ ทำลายกำแพงประเพณีการเมืองเก่าๆในการจัดตั้งรัฐบาลที่เคยมีมา ใครไปต่อรองอะไร กันทีไหน ใช้วิชามารอะไรกันบ้าง จะรถเบนซ์หรือเงินก้อนโต หรือขนาดต่อรองกันจน วินาทีสุดท้ายหลังบัลลังก์ประธานสภา ทุกอย่างโจ๋งครึ่ม

การซื้อตัว ส.ส.แย่กว่าการซื้อเสียงตั้ง เยอะ

เส้นทางการเดินของคนเหล่านี้อยู่ในบันทึกประวัติศาสตร์ ทางการ เมืองทั้งหมด ส่วนจะขาวจะดำก็เป็นอีกเรื่องและในประวัติศาสตร์ทางการเมืองทุกยุค ทุกสมัย ไม่มีใครพ้น กฎแห่งกรรมไปได้ เอาไว้ผมจะค่อยชำแหละให้เห็นกันอย่าง ละเอียด

ชื่อบุคคลต่อไปนี้จะเป็นผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองยุคผลัดใบแปะ ข้างฝาเอาไว้ได้เลย คุณสุเทพ เทือกสุบรรณ คุณเนวิน ชิดชอบ คุณอนุทิน ชาญวีรกูล คุณธีรพล นพรัมพา คุณวิชัยรักษ์ ศรีอักษรเจ้าของคิงส์เพาเวอร์และพล.อ.อนุพงษ์ เผ่า จินดา ผบ.ทบ. ที่จะกุมบังเหียนประเทศเอาไว้

โดยรวมแล้วเกมชิงอำนาจทางการเมือง เป็นการช่วงชิง ประชาธิปไตยไปจากคนส่วนใหญ่ ของประเทศอย่างชัดเจน นับตั้งแต่ 19 ก.ย.2549 เป็นต้นมา

ประชาธิปไตยถูกปล้นไปเรียบร้อยแล้ว.

หมัดเหล็ก