WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, January 19, 2009

ลูบคมสุเทพ!

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลมัน์ : โต๊ะข่าวประชาทรรศน์

โดย กะพรุนไฟ

ทั้ง “ลูกไม้” และ “แม่ไม้การเมือง” ต้องบอกว่า “เทพเทือก” สุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ผู้ดูแลความมั่นคง นับว่าแพรวพราว เหลือกินเหลือใช้ ยากที่ใครจะทาบรัศมีจับ

ฉะนั้น ใครจะ “เหยียบน้ำ” หรือ “ดำดินมา” ...รับประกันซ่อมฟรี ว่าไม่มีสิทธิ์ได้แอ้ม “ท่านเทพเทือก” ให้เสียยี่ห้อ โลโก้ชั้นดี ได้หรอก

อย่างไรก็ดี ถึงสุภาพบุรุษลูกผู้ชาย “เทพเทือก” จะครบเครื่อง ครบครัน คร่ำคร่า ไปด้วยวิทยายุทธ์ ที่แก่พรรษาอย่างสุดโต่งเช่นนี้...
แต่ใช่ว่า จะไม่มีคนมา “ลูบคม” ให้เสียเหลี่ยมลูกกำนัน ก็หาไม่??

หมาดๆ ใหม่ๆ ล่าสุด...มีการ “เหยียบตาปลา” ของ “เทพเทือก” ในฐานะรองนายกรัฐมนตรี ผู้ดูดำดูดี “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” เข้าอย่างจังเบอร์
เหมือนกับว่า เขาไม่เห็น “รองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ” อยู่ในสายตาเช่นนั้นแหละ
เพราะไม่เช่นนั้น เขา?...คงไม่สร้างนิยายลวงโลก “แหกตา” เย้ยฟ้าท้าดินขึ้นมาหรอก

รวมทั้ง “บิ๊กป๊อด” พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ “บิ๊กกิ๊ก” พล.ต.ต.พงษ์พัฒน์ ฉายาพันธุ์ ผู้บังคับการตำรวจกองปราบ ยังตกเป็นเหยื่อ
เป็นเครื่องมือ โดนเขาหลอกใช้ โดยไม่รู้ตัวอีกด้วย!!

เรื่องทั้งหมดที่กล่าวมานี้ สืบเนื่องมาจาก ว่ามี “ตำรวจใหญ่ระดับบิ๊ก”...ดูแลด้าน “ธุรกิจ-เศรษฐกิจ”...ได้เล่นแร่แปรธาตุ สร้างเรื่องอุปโลกน์ แหกเนตร ผู้บังคับบัญชา “หน่วยเหนือ” เสียสนิท??

ด้วยการ “จับแพะชนแกะ” เมคเรื่อง เป็นตุเป็นตะ ถึง “ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ” และ “ท่านผู้การกองปราบ” เพื่อกวาดล้าง “โต๊ะบอลออนไลน์ข้ามชาติ” ให้เรียบวุธ
โดย เขา?...สร้างพล็อตเรื่อง “กลุ่มอาบูบาก้า”โต๊ะพนันบอลมาเลเซีย ขึ้นมาเป็นฉากบังหน้า
แต่หลังฉาก เป็นการหาเงิน “เข้ากระเป๋า”...โดยเขาไม่ตีโพยตีพาย สักแอะเดียว
จะบอกได้ฉันใด?...เมื่อเขา เตรียมเคาะเรียกเงิน 700-800 ล้านบาท จาก “เหยื่อ” เข้ากระเป๋า
ตรงนี้นี่แหละ มีการ “หมกเม็ด” เงียบฉี่เลย!!

ทั้งนี้ ได้มีการสร้างฉาก สมอ้าง ว่า มี “กลุ่มคนไทย” จำนวนหนึ่ง เป็นพวก “รับพนันบอลออนไลน์ข้ามชาติ” ร่วมกับกลุ่ม “อาบูบาก้า” โดยเหวี่ยงแหจับกันอย่างสะเปะสะปะ
เมื่อจับกันอย่าง “เหมาเข่ง” ไม่ดูตาม้าตาเรือเช่นนี้...จึงได้ผู้ต้องหามากมายอื้อซ่า
จากนั้น มีการงัดกฎหมายมาเล่นงานกันอย่างจั๋งหนับบุเรงนอง...

ด้วยการ “อายัดเงินในบัญชีธนาคาร” ของผู้ที่ตกเป็นจำเลย ในข้อกล่าวหา ว่าเป็น “โต๊ะพนันบอลข้ามชาติ” นับ “พันๆ บัญชี” อย่างไม่เคยมีมาก่อนเลย

แต่ละบัญชี ที่ขึ้นเครื่องหมายโดนอายัด ...ล้วนเป็นบัญชี “ธนาคารกสิกรไทย” เพียวๆ เพียงแห่งเดียว ที่โดนกากบาท หมายหัวเอาไว้
ไม่ทราบว่า คนของ “แบงก์รวงข้าว” ปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ เสนอตัวรับใช้เขาหรือเปล่า???
ถึงได้มีแต่บัญชีของ “ธนาคารกสิกรไทย” ถูกอายัด ห้ามถอนจ่ายโอนเท่านั้น
ถ้าไม่รู้เห็นเป็นใจ?... เรื่องพิสดารพันลึกนึกไม่ถึงพรรค์นี้ จะมีเกิดขึ้นล่ะหรือ!!
หลังจากที่ได้มีการอายัดเงินในบัญชีกันอย่าง “ส่งเดช” กันอย่างลวกๆ ...
ยังมี “ข้อครหานินทา” ตามมาอีกบานตะโก้แห้ว
เนื่องจากการสั่ง “อายัดบัญชี” นั้น...ไม่มีการ “ตั้งข้อหา” แม้แต่กระทงความเดียว
นี่น่าจะแปลความหมายได้ว่า “เขาไม่ผิด” จะไม่มีสิทธิ์ ตั้งข้อหาใช่ไหมล่ะ

แต่อย่างไรก็ตาม ผลพวง แห่งการทำ “เลยเถิด” ณ คาบเวลานี้... ได้สร้างบาดแผลร้าวลึก กับคนที่ถูกอายัดบัญชี เป็นอันมาก(ส์)

เพราะแต่ละคน ล้วนเป็น “นักธุรกิจรากหญ้า” และ “คนชั้นกลาง” ที่หาเช้ากินค่ำ เก็บออมหอมริบ ด้วยความมัธยัสถ์ ประหยัด เป็นอย่างยิ่ง
ครั้นจะถอนเงินมา “ต่อยอด” ทำธุรกิจ...ก็โดน “ระงับ” เบิกจ่าย ไม่ได้เสียงั้นแหละ
ตรงนี้ สร้างความเสียหายอันใหญ่หลวง แก่เศรษฐกิจรากหญ้า อย่างทันตาเห็น

เพราะ “ท่านรองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ” และ “ท่านนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” พยายาม ปล้ำผีลุก ปลุกผีนั่ง เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ให้เดินจ้ำอ้าว เติบโตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง...
ต้องมาหยุดกึก กระฉึกกระฉักไปทันที!!

เหตุเพราะมี ตำรวจบางคน?...ทำตัว “นอกแถว” สร้างเรื่อง จนส่งผลกระทบแก่ “ประชาชน” ที่อยู่ใต้กฎหมาย จนพูดไม่ออก
ความเสียหาย ทำให้ “นักธุรกิจสุจริตชน” ส่ายหน้าไปตามๆ กัน

เห็นว่า “ท่านรองนายกฯ สุเทพ เทือกสุบรรณ” ตั้งเข็มทิศ ที่จะ “ยกเครื่องสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ให้เป็นที่พึ่งพิงของ “ประชาชนอย่างแท้จริง”
ดังนั้น “ตำรวจคนใด?”...ที่ไม่อยู่ใน “แถว” สร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นไปทั่ว
ท่านต้อง “อัปเปหิ” อย่าให้เป็นใหญ่เป็นโต ...เพราะพวกนี้ยิ่งก้าวหน้า “ปวงประชา” น้ำตามีแต่ตกใน
ฉะนั้นเมื่อเป็นฉะนี้ ท่านไม่ควร ปล่อย “ตำรวจหัวหมอ” แบบนี้...อยู่ในตำแหน่งต่อไป!!
ขืนให้เขามีอำนาจ “ครอบจักรวาล” ย่อมสร้างความเสื่อมเสียให้ปรากฏ...
ตำรวจประเภทนี้ “สมควรปลด”... “รองนายกฯ สุเทพ” อย่าได้เลี้ยงเอาไว้???

“หมวดเจี๊ยบ”กับ“พล.อ.ปฐมพงศ์” บทพิสูจน์กองทัพ 2 มาตรฐาน ?

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ตะแกรงข่าว

โดย คมแฝก

แม้ว่า ร.ท.หญิงสุณิสา เลิศภควัต นายทหารประจำสำนักงานเลขานุการกองทัพบก และ ผู้เขียนหนังสือ “ทักษิณ Where are you ?” จะออกมาขอความเห็นใจ และปล่อยให้ร่วมงาน “ดีทีวี”

โดยร.ท.หญิงสุณิสา จะไปดำเนินรายการห้องเรียนประชาธิปไตย จัดในช่วงเสาร์-อาทิตย์ ซึ่งเป็นเวลานอกราชการ รูปแบบรายการจะเป็นการโต้เถียงทางความคิด และเป็นช่องทางในการนำเสนอมุมมองที่แตกต่างเกี่ยวกับปรากฏการณ์ทางการเมืองและนโยบายต่างๆ เพื่อเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้แสดงออก ซึ่งรายการมีประโยชน์กับสังคม

แต่แล้ว พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ก็ออกมายืนยันว่าหมวดเจี๊ยบ นายทหารสังกัดสำนักงานเลขานุการกองทัพบก จัดรายการโทรทัศน์ที่เกี่ยวกับการเมืองไม่ได้ เพราะขัดข้อบังคับกระทรวงกลาโหมที่ห้ามข้าราชการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล แต่ถ้าหากเป็นรายการที่ไม่เกี่ยวกับการเมืองก็สามารถทำได้

อย่างไรก็ตาม หมวดเจี๊ยบถือว่ามีความผิดกรณีไปร่วมแถลงข่าวเปิดตัวสถานีโทรทัศน์ DTV โดยไม่แจ้งผู้บังคับบัญชาเป็นลายลักษณ์อักษร มีเพียงโทรศัพท์มาแจ้งต่อ พล.ต.วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล เลขานุการกองทัพบกเท่านั้น

ทั้งนี้ กองทัพคงไม่มีการจับตาเป็นพิเศษ และไม่หวั่นหมวดเจี๊ยบจะนำความลับของกองทัพไปเปิดเผย เพราะหมวดเจี๊ยบไม่ได้รู้ความลับของกองทัพมาก
การออกมาข่มขู่ของพ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิดในเชิงห้าม หมวดเจี๊ยบไปจัดรายการทางสถานีโทรทัศน์ DTV นั้น

มีเสียงท้วงติงว่า เป็นการกระทำสองมาตรฐานหรือไม่ เพราะกรณี พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ประธานที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารสูงสุด ขึ้นเวทีพันธมิตรฯ ด่ารัฐบาลไม่เห็นผิดอะไร

อีกทั้ง กรณี พล .อ . อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ประกาศกลางรายการทีวีบอกให้ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีในเวลานั้นลาออก แต่ก็ยังเห็น พล.อ.อนุพงษ์ นั่งทำงานได้ตามปกติ

ล่าสุด พล . ต . วีรัณ ฉันทศาสตร์โกศล เลขานุการกองทัพบก ออกมาระบุว่า ในวันอังคารที่ 20 ม . ค . นี้ กองทัพบกเตรียมเรียก " หมวดเจี๊ยบ " มาสอบถาม กรณีการไปร่วมจัดรายการทางสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมดีทีวี

ขณะเดียวกันจะมีการสอบถามไปทางกรมกำลังพลทหารบ ว่า ตามระเบียบแล้วสามารถทำได้หรือไม่ จากนั้นจะชี้แจงต่อสื่อมวลชน แต่เรื่องนี้ พล . อ . อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ไม่สั่งกำชับอะไรเป็นพิเศษ เพราะถือเป็นเรื่องเล็ก

อย่างไรก็ตาม กรณีที่ก่อนหน้านี้ ร . ท .( หญิง ) สุณิสา ได้ยื่นใบลาออกจากการรับราชการ ภายหลังที่เขียนหนังสือ เรื่อง " ทักษิณ Where are you" แต่กองทัพบกยังไม่ได้อนุมัตินั้น กองทัพบกไม่ได้กลั่นแกล้ง แต่ผลการสอบสวนทางวินัย ร.ท.( หญิง ) สุณิสา ยังไม่แล้วเสร็จ

แม้ " หมวดเจี๊ยบ " จะโดนฝ่ายตรงข้ามโจมตีอย่างหนัก เช่น ในสื่อของเครือข่ายพันธมิตรฯ ซึ่งเป็นการโจมตีที่น่าประณามมากที่สุด เพราะเป็นการดูถูกผู้หญิงคนหนึ่งราวกับว่าเธอไม่ใช่คน

มีหลายฝ่ายออกมาเตือน แม้กระทั่งสื่อมวลชนด้วยกันเอง เพราะแม้ประเด็นดังกล่าวจะเป็นเรื่องการเมือง แต่การโจมตีก็น่าจะสร้างสรรค์ ไม่ใช่ใส่ร้ายป้ายสี หรือกระแหนะกระแหนเรื่องไม่เข้าท่าประเภทมีท่วงทำนองหมิ่นเกียรติผู้หญิง

เพราะอย่างน้อยดีเสียอีกที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่ง กล้าที่จะเลือกข้างภายใต้ความคิดความเชื่อของตัวเอง เช่นเดียวกับผู้หญิงตัวเล็กๆ หลายคนที่เลือกขึ้นเวทีพันธมิตรฯ นั่นแหละ

ความกล้าของ " หมวดเจี๊ยบ " น่าจะเป็นเรื่องที่ดี และต้องถือเป็น บทพิสูจน์ของกองทัพด้วยว่า การกีดกันเธอไม่ให้ไปจัดรายการทางสถานีโทรทัศน์ DTV ครั้งนี้ ถือเป็นการกระทำ 2 มาตรฐาน หรือไม่ ?

เอาใจช่วย...ตำรวจ!

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : ละครชีวิต

โดย ลวดหนาม


คำพังเพยเปรียบเปรยที่ว่า “เป็นเมียทหารนับขวด เป็นเมียตำรวจนับแบงก์” คงจะเป็นตำนานไปเสียแล้วสำหรับประเทศไทย

สมัยก่อน 19 กันยายน 2549 ผมก็คิดว่าคงเป็นเหมือนคำพังเพยจริงๆ แถมยังสนับสนุนให้เพื่อนๆ ผู้หญิงมีแฟนเป็นตำรวจกับเขาด้วย จะได้ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยยากลำบากอะไร

ไม่ต้องมีความขยันหมั่นเพียร ไม่ต้องใช้ความคิดหรือความริเริ่มสร้างสรรค์อะไร นั่งนับแบงก์เล่นเพลินๆ เพราะมีวิธีที่จะหากินอย่างง่ายๆ ไม่ต้องปวดสมอง
แต่ยุคสมัยนี้ ผมคงต้องแก้คำพังเพยนี้ใหม่ว่า “เป็นเมียตำรวจนับขวด เป็นเมียทหารนับแบงก์”

โดยเฉพาะพวก “ทหาร” ที่ออกมาย่ำยีประชาธิปไตย ออกมาสนับสนุนให้พันธมิตรฯ เผาบ้านเผาเมือง นั่งนับแบงก์กันเพลินเลยทีเดียว

ทหารบางคนนับแบงก์อย่างเดียวไม่พอ ยังนับรถ นับบ้านได้อีกตั้งหลายหลัง ทหารบางคนมีเงินทยอยเข้าไปในสมุดบัญชีให้นับเล่นกันเพลินๆ ทุกเดือน
คุณภาพชีวิตของตำรวจและทหารก็ต่างกันลิบลับ ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัย สวัสดิการ เงินเดือน

แถมทำงานก็หนักกว่าทหารหลายเท่า กลับต้องมาโดนหมิ่นศักดิ์ศรี โดยเฉพาะสื่อเลวๆ ที่ออกอากาศโจมตีตำรวจเหมือนหมูเหมือนหมาทุกวัน

ที่ต้องเขียนอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้ เพราะผมรู้สึกสงสารตำรวจ เพราะช่วงหลังถูกดูหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรีอย่างหนัก
โดยเฉพาะ การโดนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งอนุกรรมการขึ้นมาตรวจสอบเหตุการณ์เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551

ทั้งๆ ที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่อย่างถูกต้องตามกฎหมายทุกประการ แต่โดนหมิ่นเกียรติและศักดิ์ศรีขนาดนี้ คงไม่มีตำรวจคนไหนยอมง่ายๆ

วันนี้ 19 มกราคม นายกสมาคมตำรวจได้จัดสัมมนาวิชาการ เรื่อง "องค์กรตามรัฐธรรมนูญกับการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ" ที่สโมสรตำรวจ ย่านหลักสี่

จะมีการล่ารายชื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อยื่นถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 9 คน โดยใช้เหตุผลว่า ป.ป.ช. เลือกปฏิบัติ เร่งเฉพาะคดีที่มีตำรวจเข้าไปเกี่ยวข้อง

แต่กับคดีอื่นที่คั่งค้าง เช่น การตรวจสอบบ้านราคา 40 ล้านบาทของคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กลับล่าช้า

หากใครเห็นใจตำรวจเหมือนผม โปรดช่วยกันให้กำลังใจตำรวจ สนับสนุนการล่ารายชื่อถอดถอนกรรมการ ป.ป.ช. ทั้ง 9 คน

บอกต่อกันไปถึงญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง ลุงป้า น้าอา ครูบาอาจารย์ ให้ช่วยส่งสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน หรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการที่มีรูปถ่าย ส่งไปรวมกับของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

ผ่านไป-ผ่านมา ตามสี่แยกไหน เห็นตำรวจยืนทำงานอยู่ก็ส่งรอยยิ้ม หรือจะให้ของขวัญปีใหม่ ผมว่าคงจะดีไม่เบานะครับ!

DTV ออนแอร์แล้ววันนี้ ณัฐวุฒิย้ำดำเนินงานตามกฎหมาย

ที่มา ประชาทรรศน์

ผู้สื่อข่าวรายงานความเคลื่อนไหว การออกอากาศของสถานีโทรทัศน์ DTV ในวันนี้(19 ม.ค.) ซึ่งเป็นการออกอากาศครั้งแรกอย่างเป็นทางการของสถานีดังกล่าว โดยมีผู้ดำเนินรายการ ซึ่งประกอบไปด้วย นายวีระ มุสิกพงศ์นายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และ นายก่อแก้ว พิกุลทอง มีการวิพากษ์วิจาณ์มาตรการและนโยบายของรัฐบาลโดยเฉพาะการออกอากาศรายการเชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์ เมื่อวานนี้ และยังคงออกอากาศทางช่อง PTV เดิมมีการขึ้นหมายเลขโทรศัพท์ เป็นช่องทางให้ผู้ชม ซื้อและติดตั้งจานดาวเทียม นอกจากนี้ ในส่วนเว็บไซต์ ดี สเตชั่น เองก็ยังไม่สามารถให้บริการได้เช่นกัน

ด้าน นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ดำเนินรายการทางสถานีโทรทัศน์ดาวเทียม DTV เปิดเผยว่า DTV ได้เริ่มทดลองออกอากาศครั้งแล้วตั้งแต่เวลา 06.00 น. โดยเป็นรายการที่มีการบันทึกเทปไว้ล่วงหน้า ซึ่งหากประชาชนต้องการติดตามการจัดรายการสดสามารถ ดูได้ในเวลา 13.00 น. ซึ่งจะมีการจัดรายการสด จากห้องส่งภายในตึก ห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี ลาดพร้าว หรือ สถานี PTV เดิม ทั้งนี้มั่นใจว่า ได้ดำเนินการถูกต้องตามกฎหมายในการออกอากาศทุกขั้นตอน

ขณะบรรยากาศ ภายในสตูดิโอของสถานีโทรทัศน์ DTV ล่าสุด ขณะนี้ ยังไม่มีผู้จัดรายการคนใด รวมถึง พนักงานเดินทางมาแม้แต่คนเดียว โดยบรรยากาศ ยังคงเป็นไปอย่างเงียบเหงา อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีความชัดเจนว่า ผู้จัดรายการจะเข้าไปยังสตูดิโอในช่วงเวลาใด และจะมีการจัดรายการออกอากาศสดในช่วงเวลาใด

ขณะเดียวกันพล.ต.ท.ธีรเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล เปิดเผยว่า เช้าวันนี้เวลา 10.00 น.ทางตนได้มีการเรียกเจ้าหน้าที่ด้านข่าวประชุมเพื่อหารือถึงการเข้าไปดูแลความเหมาะสม เนื้อหาของรายการโทรทัศน์ ดีทีวี ซึ่งออนแอร์วันนี้เป็นวันแรกซึ่งการตรวจสอบไม่ได้เป็นการสั่งการจากรัฐบาล แต่เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาในอนาคต

ด้านพล.ต.ท.วัชรพล ประสารราชกิจ ผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติเปิดเผยว่า พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ไม่ได้แสดงความเป็นห่วงใดๆ เกี่ยวกับการออกอากาศครั้งแรกของ สถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม DTV ที่หลายฝ่ายมองว่า อาจจะมีการยั่วยุ ปลุกระดมให้เกิดความแตกแยกในสังคม ทั้งนี้ หากการดำเนินการทุกอย่างไปตามขั้นตอน และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายก็ไม่น่ามีอะไร และเป็นสิทธิ์ที่สามารถทำได้ ขณะที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ต้องดำเนินการไปตามอำนาจหน้าที่

นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า อย่างไรก็ตาม พล.ต.ท.ธีระเดช รอดโพธิ์ทอง ผู้บัญชาการสันติบาล ได้มีการเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในเวลาวันนี้ 10.00 น. เพื่อดูเนื้อหารายละเอียดของรายการ

"เทพเทือก"เขย่าโผสีกากีล้างบางขั้วอำนาจเก่า"เด็กพัชรวาท"ข้ามหัวรุ่นพี่ขึ้นชั้นรองผบ.ตร.

ที่มา ประชาทรรศน์

จับตา'เทพเทือก'เขย่าโผสีกากี สะพัดรื้อรัฐตำรวจล้างบางสาย'ทักษิณ' ตกโบนัสเด็กปชป. 'วัชรพล'พึ่งใบบุญ'บิ๊กป้อม-พัชรวาท'ข้ามหัวรุ่นพี่นั่งรอง.ผบ.ตร. หึ่ง'ชะลอ-วิเชียร'ฉุนจัดจ่อฟ้องค้าน 'รชตะ'ผงาด'น.1'สลับ'สุชาติ'คุมผบช.6 'พงษ์สันต์'ได้ดีขึ้นชั้น ผบช.4 ส่วน'ฉลอง'ไม่น้อยหน้างาบเก้าอี้ผู้ช่วยผบ.ตร.

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ วันนี้ (18 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจที่จะมีขึ้นในวันที่ 21 ม.ค.นี้ โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง เป็นประธาน ก.ตร. แทนตำแหน่งที่ว่างลงหลังจาก พล.ต.อ.ปรุง บุญผดุง ไปเป็น หัวหน้านายตำรวจราชสำนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตำแหน่งที่ว่างลง ประกอบด้วย รอง ผบ.ตร. 1 ตำแหน่ง แทน พล.ต.อ.ปรุงซึ่งบุคคลที่คาดว่า พล.ต.ท.วัชรพล ประสารกิจ ผู้ช่วย ผบ.ตร. นรต.29 อาวุโส อันดับ 2 มือขวา พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร. แต่ยังมีตัวสอดแทรกคือ พล.ต.ท.ชะลอ ชูวงษ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.นรต.26 อาวุโสอันดับ 1 และ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี ประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่จะสไลด์มาอยู่ตำแหน่งหลัก ซึ่งก่อนหน้านี้อนุ ก.ตร.ร้องทุกข์ มีมติให้แต่งตั้งเข้าตำแหน่งหลักในโอกาสแรกที่มีการแต่งตั้ง ซึ่งหาก พล.ต.ท.วัชรพล ขึ้นรอง ผบ.ตร. จะทำให้ตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร.ว่าง 1 ตำแหน่ง ผบช.ว่าง 1 ตำแหน่ง รอง ผบช.1 ตำแหน่งและ ผบก. 1 ตำแหน่ง และมีการโยกสลับอีกหลายเก้าอี้

อย่างไรก็ดี แหล่งข่าวระดับสูงใน สตช. เปิดเผยว่า หากการแต่งตั้งครั้งนี้ พล.ต.ท.วัชรพล ขึ้นรอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ชะลอ และพล.ต.อ.วิเชียร จะดำเนินการตามกฎหมายกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งครั้งนี้

สำหรับตำแหน่ง ผู้ช่วย ผบ.ตร. 1 ตำแหน่ง คาดว่า พล.ต.ท.ฉลอง สนใจ ผบช.ภ.1 นรต.26 จะขยับขึ้นผู้ช่วย ผบ.ตร. ส่วนตำแหน่ง ผบช. 1 ตำแหน่ง คาดว่าจะเป็น พล.ต.ต.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน รอง ผบช.น.ซึ่งมีสายสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้น ผบช.ภ.1 ส่วนตำแหน่งรอง ผบช. 1 ตำแหน่งคาดว่าจะเป็น พล.ต.ต.ศรีวรา รังสิพรหมกุล ผบก.ตปพ. จะขึ้นรอง ผบช.น.แทนตำแหน่ง พล.ต.ต.พงษ์สันต์

ในขณะที่ตำแหน่ง รอง ผบก.1 ตำแหน่งคาดว่า พ.ต.อ.ประยนต์ ลาเสือ รอง ผบก.ป.จะขึ้นเป็น ผบก.ส.3 และโยก พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบก.ส.3 เป็น ผบก.ตปพ. นอกจากนั้น จะโยกสลับระดับ ผบช.-ผบก.อีกหลายตำแหน่ง อย่างตำแหน่งพล.ต.ท.สุชาติ เหมือนแก้ว ผบช.น. นรต.26 สลับเก้าอี้ กับ พล.ต.ท.รชต เย็นทรวง ผบช.ภ.6 ซึ่งมีสายสัมพันธ์กับอดีต ผบ.ตร.ที่มีสายสัมพันธ์กับพรรคประชาธิปัติย์ และอีกหลายตำแหน่งที่เป็นเด็กสาย พ.ต.ท.ทักษิณ จะถูกโยกสลับให้ตำรวจสายประชาธิปัตย์มานั่งแทน

สำหรับการแต่งตั้งในศูนย์ปฏิบัติการตำรวจจังหวัดชายแดนภาคใต้ซึ่งเป็นกองบัญชาการใหม่ที่จะมีผลตามกฎหมายในวันที่ 16 ก.พ.นี้ ซึ่งครบกำหนดตามกฎหมายที่มีการประกาศในราชกิจจานุเบกษาจะทำการแต่งตั้งเลยและให้มีผลในวันที่ 16 ก.พ.นี้เช่นกัน ซึ่งประกอบด้วย ผบช.1 ตำแหน่ง รอง ผบช. 5 ตำแหน่ง ผบก. 6 ตำแหน่ง โดยบุคคลที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้ง คือ พล.ต.ต.พีระ พุ่มพิเชฎฐ์ รอง ผบช.ภ.9 ขึ้นเป็น ผบช.ศปก.จชต ส่วนตำแหน่งรอง ผบช. บุคคลที่คาดว่าจะได้รับการแต่งตั้ง ประกอบด้วย พล.ต.ต.สฤษฎ์ชัย เอนกเวียง ผบก.วท 4 สนว.ตร. ขึ้นเป็นรอง ผบช.ศปก.จชต

ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเห็น

ที่มา Thai E-News



อีเห็นโผล่ : เจ้าหน้าที่ทำสวนของทำเนียบฯ ได้พบศพอีเห็นเพศผู้ บริเวณลานดินข้างรังนกกระจอกใหม่ (ห้องผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบฯ) ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ กระทั่ง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาดูศพอีเห็นด้วยตนเอง เมื่อเช้า 18 มกราคม(ภาพและคำบรรยาย:มติชน)

โดย ไทยอีนิวส์
ภาพ มติชน
19 มกราคม 2552

ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 07.45 น. วันที่ 18 มกราคม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางมายังตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบฯ เพื่อเตรียมตัวจัดรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯ อภิสิทธิ์" ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที และสถานีโทรทัศน์กระจายเสียงแห่งประเทศไทย กรมประชาสัมพันธ์ (กปส.) ครั้งแรก ทั้งนี้นายอภิสิทธิ์เลือกใช้ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า เป็นสถานที่จัดรายการ โดยเชิญตัวแทนเยาวชนและประชาชน 39 คนมาร่วมรับฟังรายการแบบสดๆ แต่ไม่เปิดโอกาสให้ซักถามคำถามแต่อย่างใด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านั้นในช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ทำสวนของทำเนียบฯ ได้พบศพอีเห็นเพศผู้ บริเวณลานดินข้างรังนกกระจอกใหม่ (สถานที่ทำงานของผู้สื่อข่าวประจำทำเนียบรัฐบาล) ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ไปต่างๆ นานาว่าอีเห็นหลุดเข้ามาอยู่ในทำเนียบฯ ได้อย่างไร ทั้งนี้ เรื่องดังกล่าวได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนจำนวนมาก ไม่เว้น กระทั่ง นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่เดินทางมาดูศพอีเห็นด้วยตนเอง

ทำให้ถูกผู้สื่อข่าวกระเซ้าว่า ถือเป็นลางร้ายหรือไม่ นายสาทิตย์กล่าวว่า “สิ่งร้ายผ่านไป สิ่งดีจะเข้ามา” ขณะที่นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงการพบศพอีเห็นในทำเนียบฯ ว่า “เขารายงานแล้ว ไม่รู้หลุดมาจากไหน” ทำให้ นายพุทธิพงศ์ ปุณณกันต์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ยืนอยู่ข้างหลังนายกฯ กล่าวเสริมขึ้นมาว่า “สงสัยเสื้อแดงเอามาปล่อย”

ทั้งนี้มีสำนวนไทยว่า"ถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเห็น"หมายความว่า เรื่องเล็กๆมักรอดหูตาของคนที่มีตำแหน่งสูง แต่เรื่องใหญ่ๆก็มักรอดหูตาของคนที่มีตำแหน่งต่ำ หรือคนที่ไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ทั้งนี้ประเด็นที่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ถูกวิจารณ์หนักในตอนนี้คือคดียึดทำเนียบรัฐบาล และคดียึดสนามบิน แทนที่จะเร่งรัดดำเนินคดีเพื่อกอบกู้ภาพลักษณ์ชื่อเสียงของประเทศ นายอภิสิทธิ์กลับไปปูนบำเหน็จตำแหน่งทั้งรัฐมนตรี และที่ปรึกษาให้กับพันธมิตร จึงเข้าทำนองถี่ลอดตาช้าง ห่างลอดตาเห็น จนเป็นที่วิพากาวิจารณ์ว่าเลยมีอีเห็นตายมาเห็นซากที่ทำเนียบรัฐบาล เป็นเสมือนการกระตุกเตือนนายอภิสิทธิ์และผู้อยู่เบื้องหลังทั้งหลาย

ร่วม ดีทีวี.ผิดตรงไหน

ที่มา thaifreenews

พระพิศาลธรรมพาที(พระพยอม กัลยาโณ)เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่17มกราคมโดยยอมรับว่า การตัดสินใจร่วมออกรายการสถานีโทรทัศน์ดีทีวี ของกลุ่มเสื้อแดงแนวร่วมประชาธิปไตยแห่งชาติ(นปช.)เพราะสาเหตุก่อนหน้านี้ได้ถูกนายประพันธ์ คูณมี แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาโจมตีอย่างต่อเนื่องซึ่งทำให้สังคมเข้าใจผิดว่าพระทำตัวไม่ดี เปิดวัดรับโจร หรือที่กลุ่มพันธมิตรฯ หมายความถึง คือ กลุ่มเสื้อแดง จึงขอออกรายการทีวีเพื่อชี้แจงบ้าง อีกทั้งที่ผ่านมา สถานีโทรทัศน์เอเอสทีวีได้ออกมาโจมตี แต่ไม่เคยเชิญให้ไปชี้แจง เปรียมเสมือนตีหัวพระแล้ววิ่งหนีเข้าบ้าน

ลั่นร่วม ดีทีวี.ผิดตรงไหน
พระพยอมกล่าวอีกว่าการที่ออกรายการนั้นไม่ใช่เรื่องเสียหายเพราะพันธมิตรฯยังสามารถเชิญท่าน ว.วชิรเมธี หรือ แม้แต่ หลวงปู่พุทธะอิสระไปร่วมรายการได้แล้ว หากตนไปร่วมรายการเช่นเดียวกัน จะมีความผิดตรงไหนที่ พระจะออกรายการเพื่อพูดความจริงบ้างไม่ได้
นอกจากนี้ พระพยอม ยังทิ้งท้ายถึงรัฐบาลชุดนี้ว่าเปรียมเสมือนรัฐบาลลูกหนี้มีสภาพน่าสงสารเพราะถูกพันธมิตรฯทวงบุญคุณจึงต้องหาการตอบแทนให้อยู่ตลอดเวลา การบริหารประเทศ ก็ทำไปแบบวันๆ

"อดิศร"ไม่หวั่นดีทีวี.ถูกจับตา
ขณะที่ นายอดิศร เพียงเกษ ประธานคณะกรรมการบริหารบริษัท ดี สเตชั่นจำกัด หรือดีทีวี กล่าวว่า กรณีเงินสนับสนุนนั้นเป็นประเด็นเล็ก ไม่น่าสงสัย การทำสื่อถ้าประชาชนโดยเฉพาะฝ่ายประชาธิปไตยเห็นด้วยจะมีเงินทุนไหลเข้ามา ส่วนเครื่องดื่มชูกำลังนั้น ถือเป็นการโฆษณาของรายการหนึ่งเท่านั้นและคิดว่าเมื่อสถานีอื่น สามารถบริหารงานได้ ตนก็สามารถบริหารงานดีทีวีได้เช่นกัน ส่วนกรณีการตรวจสอบจากฝ่ายรัฐบาล เช่น นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีและนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ตนคิดว่าขอให้ไปตรวจสอบตัวเองก่อนว่ามีที่มาถูกต้องหรือไม่

ยัน"ทักษิณ"ไม่เอี่ยว ดีทีวี
นายอดิศรี ยังยืนยันว่า การทำสถานีโทรทัศน์ดีทีวีครั้งนี้ ไม่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี อีกทั้งการก่อตั้งดีทีวีขึ้นมาไม่ได้มีจุดมุ่งหมายเพื่อตอบโต้กับเอเอสทีวี ส่วนข้อครหาว่าเป็นสื่อเทียม ก็เป็นเรื่องที่คิดมากกันไปเอง โดยดีทีวีจะออกอากาศครั้งแรกในวันจันทร์หน้านี้แน่นอน
ทั้งนี้ นายอดิศร กล่าวว่าในวันที่ 19 ม.ค.นี้ พร้อมทดลองออกอากาศตั้งแต่06.00น.ผ่านสัญญาณดาวเทียมไทยคม5โดยตนจะจัดรายการ"คุยกับอดิศร"ตั้งแต่เวลา14.00-15.00น.โดยเนื้อหาจะพูดถึงหลักการประชาธิปไตย ตลอดจนข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองขณะนี้ เช่น เรื่องการตั้งรัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่ไม่ชอบธรรม และในอนาคตจะเปิดข้อมูลที่ทหารมาแทรกแซงการเมืองในเชิงลึก ขณะนี้ตนมีข้อมูลจากข้าราชประจำและคณะกรรมาธิการการทหาร(กมธ.ทหาร)ส่งมาร้อยแล้วคิดว่าจะนำเสนอให้ประชาชนรับทราบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

ชี้"พระพยอม"ออก ดีทีวี.ยิ่งชัด
ทางด้าน นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกล่าวตอบโต้ว่า ไม่ใช่เรื่องแปลกที่พระพิศาลธรรมพาที หรือ พระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ไปจัดรายการสนทนาธรรมทาง ดีทีวี เพราะความสัมพันธ์ของพระพยอมกับขบวนการเสื้อแดงเครือข่ายระบอบทักษิณ มีความใกล้ชิดกันมาก่อน มาถึงวันนี้ ก็ชัดเจนดีถือว่า เป็นการเปิดหน้า ไม่ต้องซุ่มซ่อน หรือลับลวงพราง ทำให้ประชาชนเห็นว่าใครเป็นใครและคิดอะไร

พธม.โต้ไม่เคยทวงบุญคุณ
ส่วนที่พระพยอมระบุว่ารัฐบาลเป็นลูกหนี้พันธมิตรฯ นั้น ไม่เป็นความจริงเพราะพันธมิตรฯ ไม่เคยไปทวงบุญทวงคุณจากรัฐบาล พวกเราต่อสู้อย่างยืดเยื้อเพื่อเอาการเมืองออกมาจากระบอบทักษิณคืนสู่ประชาชน ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเขาพระวิหาร เรื่องการทวงคืนรัฐวิสาหกิจ ทรัพย์สินของแผ่นดินที่ถูกโกงไป การคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญหรือแม้แต่การเมืองใหม่ ฯลฯ
"อยากเรียนถาม พระพยอมกลับว่าประเด็นเหล่านี้ เป็นผลประโยชน์ส่วนตัวของพันธมิตร หรืออย่างไร ในทางตรงกันข้าม นี่กลับเป็นผลประโยชน์ของคนไทยทั้งประเทศด้วยซ้ำไป"นายสุริยะใส กล่าว

บทบาททำให้สังคมเข้าใจผิด
นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า ส่วนการพูดจาพาดพิงพระพยอมในเวทีพันธมิตรฯนั้น ก็เป็นการวิพากษ์วิจารณ์บทบาทของท่านเป็นบางครั้งเท่านั้นซึ่งท่านก็ต้องกลับไปไตร่ตรองดูว่าการวางบทบาทในบางสถานการณ์ทำให้สังคมเข้าใจผิด และเป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่และที่ผ่านมาท่านก็ใช้สิทธิชี้แจงผ่านสื่อเป็นระยะๆอยู่แล้วซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ตัดสินว่าจะเชื่อใครดี เว้นแต่ท่านชี้แจงแล้ว สังคมอาจจะไม่เห็นด้วย หรือฟังไม่ขึ้นเท่านั้นเอง
ผู้ประสานงานพันธมิตรฯกล่าวด้วยว่า เมื่อท่านเลือกเข้ามาคลุกคลีการเมืองท่านก็ต้องยอมรับสัจธรรม พร้อมถูกวิพากษ์วิจารณ์ได้ตลอดเวลา ส่วนการ เชิญท่าน ว.วชิรเมธี หลวงปู่พุทธะอิสระ หรือท่านจันทร์มาร่วมรายการทางเอเอสทีวีนั้น อยากให้พระพยอมไปดูเนื้อหาการเทศนาธรรมของพระเหล่านี้ด้วยว่าไม่ได้บิดเบือน หรือมุ่งโจมตีเสื้อแดง แต่เป็นความพยายามเตือนสติสังคม หรือแม้แต่คนเสื้อเหลืองของพันธมิตรฯเองก็ตาม

ติงพูดการเมืองอาจผิดศีลได้
"ผมเป็นห่วงพระพยอม ท่านเป็นพระผู้ใหญ่ ท่านมีสิทธิที่จะพูดเรื่องการเมือง แต่ท่านต้องไม่พูดเท็จ หรือพูดความจริงเพียงครึ่งเดียว เพราะท่านเป็นพระห่มผ้าเหลืองและท่านก็คงทราบดีว่าผู้ที่ครองตนในเพศบรรพชิตพูดจาสองแง่สองง่าม ก็ผิดศีล หรือเข้าข่ายมุสาได้เช่นกัน"นายสุริยะใสย้ำ

ชม พธม.เกาะกันเหนียวแน่น
ผู้สือข่าวรายงานว่า ในเย็นวันเดียวกัน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางจากโรงเรียนผู้นำจ.กาญจนบุรี ไปยังสนามกีฬาเทศบาลเมืองชลบุรี รวมงานคอนเสิร์ตการเมืองครั้งที่ 1 ท่ามกลางการต้อนรับของกลุ่มพันธมิตรฯกว่า2หมื่นคนที่เข้าร่วมงาน บรรยากาศเป็นไปด้วยความอบอุ่น
โดยพล.ต.จำลองกล่าวว่ารู้สึกปลื้มใจที่เห็นความกลมเกลียวของกลุ่มพันธมิตรฯในพื้นที่ต่างๆที่เดินทางเข้าร่วม หากทุกคนคิดถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวจะทำให้ความขัดแย้งต่างๆลดน้อยลง ที่สำคัญทุกคนจะต้องย้อนคิดถึงวันแรกของการรวมตัวที่ผ่านมาด้วยความยากลำบาก จนทำให้พันธมิตรฯมีความแข็งแกร่งอย่างมากในวันนี้ซึ่งหากพันธมิตรฯทุกคนเกาะกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่นและรักษา ความสัมพันธ์ระหว่างกันไว้ให้ดี ก็จะทำให้พันธมิตรฯ แข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ

"เสื้อแดง"เปิดวิทยุชุมนุมสู้
ในส่วนของการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดงในภาคเหนือ ทางน.ส.จิระนันทร์ จันทวงศ์ แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนา เพื่อประชาธิปไตย จ.เชียงราย เปิดเผยว่า กลุ่มเสื้อแดงใน จ.เชียงราย ได้เตรียมที่จะรวบรวมสมาชิกมาเป็นแนวร่วมในการกดดันรัฐบาล เบื้องต้นจะได้จัดตั้งคลื่นวิทยุชุมชนขึ้นภายในจังหวัดเพื่อที่จะเป็นการประชาสัมพันธ์ ผลงานที่ได้กระทำมา พร้อมชี้แจงให้ประชาชนได้รับทราบว่ารัฐบาลได้กระทำอะไรบ้างที่ผ่านมาและจะนำรถขยายเสียงประกาศ ไปทั่วจังหวัด ซึ่งกลุ่มแนวร่วมในจังหวัดนั้น จะมีการประชุมเพื่อวางมาตรการการต่อต้านในรูปแบบต่างๆต่อไป และขอยืนยันว่าขอเรียกร้องให้รัฐบาลชุดนี้ลาออก หรือยุบสภาไปโดยเร็ว

กกต.ขู่ตั้ง"แม้ว"ที่ปรึกษาโดนยุบ
ขณะที่ นางสดศรี สัตยธรรม กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณี นายวิทยา บูรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย เสนอแนวคิดจะตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีซึ่งถูกตัดสิทธิ์การเมือง และถูกศาลฎีกา สั่งจำคุก เป็นที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทยว่าแม้กฎหมายจะไม่ระบุว่าผู้ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง ไม่สามารถเป็นที่ปรึกษาพรรคการเมืองอื่นได้ แต่ต้องระวังเพราะอาจมีผู้ร้องเรียนภายหลังโดยการส่งเรื่องให้ กกต.วินิจฉัย
"หากวินิจฉัยแล้วพบว่า ผู้ที่ถูกแต่งตั้งมีความผิด หรือส่อไปในลักษณะกระทบความมั่นคงของประเทศ ขัดกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง กกต.จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญ วินิจฉัยยุบพรรคทันที"นางสดศรี ย้ำ

ติงไม่ควรตั้ง-มีปัญหาแน่นอน
อย่างไรก็ตาม นางสดศรี กล่าวอีกว่าไม่ทราบจุดประสงค์ที่พรรคเพื่อไทยจะตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษา เนื่องจากต้องมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอนและคิดว่าเป็นเรื่องไม่เหมาะสม เช่นเดียวกับพรรคเพื่อแผ่นดินซึ่งเคยส่งเรื่องให้วินิจฉัยกรณีคล้ายกันมาแล้วและที่ประชุมมีมติว่าไม่เหมาะสม พรรคเพื่อแผ่นดิน ก็ไม่ตั้งที่ปรึกษา ซึ่งเป็นบุคคลที่ถูกตัดสิทธิ์ทางการเมือง

เด็กแม้วเมินคำขู่เดินหน้าหนุนตั้ง
ขณะที่ นายสุรพงษ์ โตวิจักษ์ชัยกุล ส.ส.เชียงใหม่ พรรคเพื่อไทย กล่าวตอบโต้นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ระบุว่า ถ้าพรรคเพื่อไทยตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาพรรคเพื่อไทย อาจส่งผลถึงถูกยุบพรรคว่าในฐานะคณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคมองว่าการตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาได้ พิจารณาข้อกฎหมายอย่างรอบคอบแล้ว จึงคิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรและไม่มีกฎหมายระบุว่าต้องส่งรายชื่อที่ปรึกษาต่อ กกต.จึงขอยืนยันว่าพรรคจะไม่ถอดชื่อ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกจากตำแหน่งที่ปรึกษา
ส.ส.เชียงใหม่ คนนี้ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ ต้องถามกลับไปที่นางสดศรีว่าเหตุใดจึงไม่แสดงความคิดเห็น หรือจับผิดกรณีที่นายเนวิน ชิดชอบ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ และนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตกรรมการบริหารไทยรักไทย ที่มีส่วนร่วมในการเปิดตัวพรรคภูมิใจไทย ดั้งนั้น การที่นางสดศรี มุ่งประเด็นมาที่พรรคเพื่อไทยเพียงพรรคเดียว เหมือนเป็นการเลือกปฎิบัติ

ชี้โยง"แม้ว"จ่อยุบพรรคภาค3
นายสุรพงษ์ อ้างอีกว่า ก่อนหน้านี้พรรคได้ทำหนังสือต่อ กกต. เพื่อให้ตรวจสอบกรณีนายเนวิน นายสมศักดิ์ ที่อยู่เบื้องหลังการจับขั้วรัฐบาลและตั้งพรรคการเมือง โดยมีภาพนายเนวิน ไปกอดคอกับอภิสิทธิ์ ยืนยันได้ชัดเจน แต่กกต.ไม่ดำเนินการอะไร แต่กลับพยายามจะโยงเรื่อง พ.ต.ท.ทักษิณให้ประเด็นทางการเมือง เพื่อหวังให้เกิดการยุบพรรครอบ 3 จึงฝากไปถึงนางสดศรี ควรระวังการให้สัมภาษณ์ในลักษณะนี้เพราะจะทำให้ภาพลักษณ์ขององค์กรอิสระยิ่งเสื่อมโทรมและจะทำให้สังคมแตกแยกมากขึ้น

"ยงยุทธ"พร้อมลงจากเก้าอี้หน.
นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ์ หัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ภายในพรรคเพื่อไทย หลังจากที่มีข่าวว่าส.ส.ภาคอีสาน พรรคเพื่อไทยบางคน มีแนวคิดที่จะย้ายไปอยู่พรรคภูมิใจไทยกับส.ส.กลุ่มเพื่อนเนวินว่าเรื่องนี้ตนไม่ขอแสดงความคิดเห็นเพราะถือว่าเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคลของส.ส.แต่ละคนบอกได้เพียงว่าถ้า ส.ส.จะย้ายพรรคต้องดูในแง่กฎหมายให้รอบคอบว่าเปิดโอกาสให้ส.ส.สามารถทำได้หรือไม่ ถ้าทำได้ก็ไม่มีปัญหาอะไร
ส่วนที่มี ส.ส.พรรคเพื่อไทย บางคนเรียกร้องให้เปลี่ยนหัวหน้าฯเพื่อให้มาทำหน้าที่ผู้นำฝ่ายค้านในสภาฯพร้อมกับปรับโครงสร้างผู้บริหารพรรค นายยงยุทธ กล่าวปฎิเสธว่าไม่มีความเห็น
ถ้าสมาชิกพรรคเห็นว่ามีบุคคลที่เหมาะสม ตนก็พร้อมที่จะไปทำงานด้านอื่น เช่น ด้านธุรการหรือด้านยุทธศาสตร์ ไม่คิดว่าจะมีปัญหาอะไร ทั้งนี้ มองว่าบุคคลที่จะเข้ามา คงไม่ใช่บุคคลภายนอกแต่สุดท้ายขึ้นอยู่กับสมาชิกว่าจะมีความเห็นอย่างไร

ปรับทัพ"เพื่อไทย"สู้ปชป.
ด้าน นายอิทธิเดช แก้วหลวง สส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยเตรียมปรับโครงสร้างพรรคใหม่ว่าถ้ามีการยุบสภาและเลือกตั้งตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ คงชนะพรรคเพื่อไทยอย่างแน่นอน ดังนั้นจะต้องรีบปรับโครงสร้างพรรค วางกลยุทธเร็วเท่าไหร่ ยิ่งดีต่อพรรคมากขึ้นเท่านั้น
ส่วน มีการเคลื่อนไหวกดดันให้ หัวหน้าพรรค และเลขาธิการพรรค ลาออกจากตำแหน่ง โดยจะให้มีการปรับโครงสร้างพรรคในวันที่ 30-31 ม.ค.ที่จะมีการประชุม ส.ส.และคณะกรรมการบริหารพรรค นายอิทธิเดช กล่าวว่ายังไม่ทราบว่าจะนำใครมาเป็นหัวหน้าพรรคแทนแต่สิ่งสำคัญอันดับแรกคือต้องปรับโครงสร้างพรรค และ ตำแหน่งหัวหน้าพรรค มีความสำคัญ ต้องมีการคัดเลือกหัวหน้าพรรคขึ้นมาใหม่ ส่วนของ ส.ส.ภาคเหนือ เราจะพยายามจับมือกันให้แน่นกว่านี้ แต่ยังไม่ได้วางหลักการให้ชัดเจน

ประชุมจัดทัพรองรับเลือกตั้ง
นายคณวัฒน์ วศินสังวร รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ ว่าในช่วงปลายเดือนม.ค.นี้จะมีการสัมมนา ส.ส. เพื่อจัดกระบวนทัพกำหนดทิศทางของพรรคในการทำหน้าที่ฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาล รวมถึงการเก็บข้อมูลที่จะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล เชื่อว่าถ้าอภิปรายเมื่อไหร่รัฐบาลอยู่ไม่ได้แน่ และจะหารือการทำงานในพื้นที่ เพื่อเตรียมการเลือกตั้งที่ประเมินกันว่าจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ เพราะดูจากการจัดทำงบประมาณกลางปีงบ เท่าที่คุยกับพรรคร่วมรัฐบาลในฐานะที่เคยทำงานร่วมกันก็ไม่ค่อยพอใจพรรคประชาธิปัตย์ พรรควิเคราะห์ว่าการจัดงบนี้หวังผลช่วงสั้นๆอาจยุบสภาเร็วๆนี้

ชู"ชวรัตน์"นั่ง หน.เหมาะสุด
ส่วนนาย บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รมช.มหาดไทย และส.ส.นครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงตำแหน่งหัวหน้าพรรคนั้น นาย ชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย เป็นคนเดียวที่จะถูกเสนอชื่อ เพราะมีความเหมาะสมที่สุด ส่วนคณะกรรมการบริหารพรรคนั้น โดยหลักการ จะมีไม่เกิน15 คน อาจมีทั้งคนที่เป็นส.ส.และคนนอก ขึ้นอยู่กับที่ประชุมพรรค จะเลือก หาก ส.ส.คนใดไม่พร้อม ก็ไม่เป็นไร ส่วนสถานที่ตั้งที่ทำการพรรคภูมิใจไทย มีอยู่ 2 แห่ง ที่อยู่ใกล้รัฐสภาเพื่อสะดวกในการเดินทาง จะนำเข้าที่ประชุมพรรควันที่20ม.ค.นี้ก่อน
นายมานิตย์ นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี สมาชิกพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่าส่วนกรรมการบริหารพรรคใหม่ จะต้องรอมีการประชุมใหญ่ของพรรคก่อนโดยชัดเจนว่านายชวรัตน์ จะเป็นหัวหน้าพรรค และนางพรทิวา นาคาศัย จะเป็นเลขาธิการพรรค ส่วนคณะกรรมการบริหารพรรคนั้น เป็นไปได้ที่กรรมการบริหารพรรค จะไม่ใช่ ส.ส. เพราะยุคนี้ไม่มี ส.ส.คนไหน อยากเป็นกรรมการบริหาร พรรค เนื่องจากกลัวถูกตัดสิทธิ์การเมืองเหมือนที่เป็นมา

โหรชี้"มาร์ค"ไม่ยุบสภา-พ้นเมษารุ่ง
ในวันเดียวกัน นายวารินทร์ บัววิรัตน์เลิศ โหร คมช.ชื่อดังใน จ.เชียงใหม่ กล่าวในรายการลับ ลวง พราง สถานีวิทยุเอฟเอ็ม100.5 ว่าการบริหารงานประเทศของรัฐบาล จะต้องให้ผ่านช่วงเดือนกุมภาพันธ์ไป ทุกอย่างจะดีขึ้นตามลำดับ และเดือนเมษายน ทุกอย่างจะดีขึ้นตามลำดับรวมถึงรัฐบาลจะได้อยู่ปกครองบ้านเมืองในระยะยาว หากรัฐบาลพ้นวิกฤติ2เดือนนี้ไปได้จะอยู่ยาว แต่วิกฤตินั้น จะไม่รุนแรงถึงขั้นนองเลือดเหมือนปีที่ผ่านมา ส่วนการยุบสภานั้น ช่วงนี้ไม่เกิดแน่นอนซึ่งดูนายอภิสิทธิ์ มีความตั้งใจดีในการประคองชาติบ้านเมืองเพื่อฟันฝ่ามรสุม
" ที่ผ่านมาตลอดปี2551ชาติเกิดวิกฤติมากมายเหมือนเป็นกรรมของแผ่นดิน ซึ่งเมื่อเปิดนิมิต เห็นเป็นการร่วมใจกันเพื่อสร้างบุญให้กับแผ่นดินเพื่อผ่อนคลายกรรม เมื่อถึงเวลานี้กรรมได้คลายไป แต่ยังไม่หมดจนกว่าจะผ่านวิกฤติเดือนกุมภาพันธ์และมีนาคม ทุกอย่างจึงจะเป็นปกติ ส่วนวิธีการแก้ที่รัฐบาล จะทำบุญประเทศนั้น ถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ผ่อนคลายกรรมลงไปได้" โหรชื่อดัง กล่าวและว่าสำหรับดวงในการปฏิวัติรัฐประหารนั้น ไม่น่าจะเกิดขึ้นและในเวลานี้พรรคประชาธิปัตย์กับกองทัพจะต้องช่วยกันประคอง และมีหน้าที่ดูแลซึ่งกันและกัน

ศน.ค้าน"พระพยอม"ออก ดีทีวี
ขณะที่ นางจุฬารัตน์ บุณยากร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) กล่าวถึงกรณีพระพิศาลธรรมพาที หรือพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ร่วมออกรายการของสถานีโทรทัศน์ดีทีวีว่า ในส่วนของ พศ. คงไม่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าว และไม่ออกความคิดเห็น เพราะ พศ.มีหน้าที่สนองงานคณะสงฆ์ แต่ในส่วนพระสงฆ์จะปฏิบัติภารกิจอะไรนั้นเป็นเรื่องของเจ้าคณะผู้ปกครองต้องดูแล ว่าพระที่ออกมาพูดในเวทีการเมือง ถูกต้องตามระเบียบวินัยสงฆ์หรือไม่ และถูกต้องตามกฎมหาเถรสมาคม (มส.) หรือไม่
ด้านนายสด แดงเอียด อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กล่าวว่า ก่อนหน้านี้พระสงฆ์ที่ออกมาพูดในเวทีการเมือง มองเป็นเรื่องสิทธิของท่าน ในเมื่อมหาเถรสมาคม (มส.) ไม่ได้ว่าอะไร อีกทั้ง ศน.ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับบทบาทของพระ แต่ในความคิดเห็นส่วนตัวเห็นว่าไม่ควรทำ