WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 22, 2009

ฝ่ายค้านป่วน!จี้นับองค์ประชุมอึ้ง!ครบถึงสองครั้ง

ที่มา ประชาทรรศน์

ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ฝ่ายค้านพยายามปั่นป่วนรัฐบาล ในการประชุมสภาฯโดยเสนอให้ประธานรัฐสภาฯนับองค์ประชุมถึงสองครั้ง ว่า ไม่มีอะไรทุกอย่างเรียบร้อยดีและองค์ประชุมก็ครบ รัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องในแต่ละเรื่องก็ลุกขึ้นชี้แจงไปตามวาระ เมื่อถามว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะส่งผลต่อรัฐบาลอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า มองว่าเป็นเรื่องดีเพราะรัฐมนตรีและส.ส.จะได้มีรับผิดชอบต่อการประชุมรัฐสภาและตื่นตัวพร้อมที่จะทำหน้าที่อยู่ตลอดเวลา และรัฐบาลก็ต้องพยายามที่จะทำให้ส.ส.เข้าร่วมประชุมอย่างครบองค์ นอกจากนี้เหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นการเตือนให้ส.ส.ทุกคนช่วยกันดูแล ให้เกิดความเรียบร้อย

ต่อข้อถามว่าประธานสภาฯระบุว่าการที่ฝ่ายค้านขอนับองค์ประชุมเหมือนเป็นกงกรรมกงเกวียน นายกฯกล่าวว่า ไม่ใช่กงกรรมกงเกวียน แต่มองว่าเป็นเรื่องธรรมดาที่ต่างฝ่ายต่างทำหน้าที่ของตัวเอง ฝ่ายค้านมีสิทธิ์ตรวจสอบองค์ประชุม ส่วนรัฐบาลมีหน้าที่มาประชุมให้ครบ เมื่อถามว่าจะขอความร่วมมือกับฝ่ายค้านอย่างไรในการทำงานในสภาฯอย่างไร นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า เบื้องต้นอยากขอให้ฝ่ายค้านร่วมมือเข้าประชุมเพื่อพิจารณากรอบข้อตกลงอาเซียนและร่างพ.ร.บ.งบประมาณเพิ่มเติม ประจำปีงบประมาณ2552 ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องของทุกฝ่ายที่จะไดช่วยกันทำให้เศรษฐกิจเดินหน้าต่อไปได้ และประเทศเกิดความเชื่อมั่นในสายตาของทั่วโลก ส่วนเรื่องอื่นๆ รัฐบาลเปิดโอกาสให้เต็มที่อยู่แล้วทั้งนี้ในวันที่22 ม.ค. นี้ ตนจะประสานกับประธานวิปฝ่ายค้านในเรื่องนี้อีกครั้ง

ผลประโยชน์ทับซ้อนหวยออนไลน์โฉ่ คนนามสกุลขุนคลัง-เมียกระซวกผลประโยชน์มโหฬาร

ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มามติชน และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
22 มกราคม 2552

จับตาผลประโยชน์ทับซ้อนหวยออนไลน์โฉ่ รัฐมนตรีคลังเร่งแจ้งเกิดไวผิดสังเกต ทั้งที่ขุนคลังคนก่อนๆพยายามสกัดทุกทาง เหตุหวั่นคนไทยตกเป็นทาสพนัน มีทั้ง3ตัวบน2ตัวล่างแทงโต๊ด ขั้นต่ำ40บาทแทงได้ไปจนถึง5,000บาท พบ"คุณหญิงชัชนี จาติกวณิช"เป็นป้ากรณ์ แถมคนเดียวกับนามสกุลเมียนั่งกรรมการบริษัท เป็นบทพิสูจน์ครั้งสำคัญของนักการเมืองหล่อโย่งที่เคยเกาะติดคดีทักษิณมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับกลุ่มชินวัตร กองสลากเด้งรับแค่รัฐบาลกดปุ่มอีก2เดือนขายพรึ้บมอมเมาทั่วประเทศ




นายวันชัย สุระกุล ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า ในวันที่ 23 มกราคมนี้ นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้เรียกตนให้เข้าไปชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการดำเนินงานของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยเฉพาะเรื่องความคืบหน้าของโครงการจำหน่ายสลากแบบเลขท้าย 3 และ 2 ตัว แบบอัตโนมัติ (หวยออนไลน์) นอกจากนี้ จะยืนยันถึงความพร้อมของระบบจำหน่ายสลากว่า บริษัท ล็อกซเล่ย์ จีเทค เทคโนโลยี ในฐานะที่เป็นผู้วางระบบได้เตรียมความพร้อมเรื่องระบบจำหน่ายสำหรับเครื่องจำหน่ายกว่า 6 พันเครื่องทั่วประเทศแล้ว และหากรัฐบาลเห็นชอบให้สำนักงานสลากฯ ก็สามารถเดินหน้าโครงการได้ โดยใช้เวลาเตรียมความพร้อมประมาณ 2 เดือน จากนั้น จะเริ่มจำหน่ายหวยออนไลน์ได้อย่างเป็นทางการ


นายวันชัย กล่าวต่อว่า สำนักงานสลากฯ ยังยืนยันแนวทางการจำหน่ายหวยออนไลน์ โดยยึดตามมาตรา 22 ที่กำหนดไว้ให้เป็นเงินรางวัล 60% ที่เหลือ 28% นำส่งเข้ารัฐ และเป็นค่าดำเนินงาน 12% ขณะที่รูปแบบการจ่ายเงินรางวัล จะให้วิธีการจ่ายรางวัลแบบผันแปร กล่าวคือถ้าเลขที่ออกรางวัล มีคนซื้อน้อยผู้ถูกรางวัลจะได้รางวัลมาก แต่ถ้าเลขที่ออกรางวัลมีคนซื้อมาก รางวัลที่ได้ก็จะน้อยไปตามจำนวนคนถูกรางวัลด้วย

สำหรับรูปแบบการจำหน่ายหวยออนไลน์จะมีทั้งหมด 5 รูปแบบ คือ 3 ตัวบน 3 ตัวล่าง 3 ตัวโต๊ด 2 ตัวบน 2 ตัวล่าง โดยจะมีราคาจำหน่ายต่ำที่สุดคือใบละ 40 บาท และสูงสุดถึง 1,000 บาท ถ้าหากซื้อในใบเดียวกัน 5 เกม สามารถซื้อสูงสุดได้ถึง 5,000 บาท ซึ่งจะซื้อได้จากคนเดินโพย หรือตัวแทนจำหน่ายที่มีเครื่อง คอมพิวเตอร์ได้โดยตรง

นายกรณ์มีชื่อเสียงทางการเมืองขึ้นมาจากการเกาะติดคดีกล่าวหาว่าอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร มีผลประโยชน์ทับซ้อน จากการใช้ตำแหน่งทางการเมืองเอื้อผลประโยชน์ให้กับเครือบริษัทชินวัตร และคราวนี้ก็มาถึงคิวของนายกรณ์จะต้องพิสูจน์ตัวว่าเขาจะพ้นจากกงเกวียนกำเกวียนหรือไม่

เนื่องจากเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไปว่า ล็อกเลย์เป็นบริษัทของตระกูล"จาติกวณิช"ที่มีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับนายกรณ์อย่างยิ่ง โดยลุงของนายกรณ์คือ นายเกษม จาติกวณิช หรือ "ซูเปอร์เค" เป็นสามีคุณหญิงชัชนี จาติกวณิช (สกุลเดิมล่ำซำ) ผู้บริหารกลุ่ม “ล็อกซเล่ย์”

นอกจากนั้นยังมีคนในนามสกุลเดียวกับนายกรณ์ดำรงตำแหน่งกรรมการอยู่ คือนายวสันต์ จาติกวณิช นอกจากนั้นยังมีคนนามสกุล"สูตะบุตร"ที่เป็นนามสกุลเดิมของนางวรกร จาติกวณิช ภรรยาของนายกรณ์(นามสกุลเดิม สูตะบุตร )เป็นกรรมการล็อกซเลย์อยู่อีกด้วย

เป็นที่น่าสังเกตว่ารัฐมนตรีคลังหลายคนในช่วงก่อนหน้านี้ รวมทั้งน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี และนายสุชาติ ธาดาดำรงเวช รัฐมนตรีคลังคนล่าสุดได้พยายามเบรกไม่ให้หวยออนไลน์เกิดขึ้น เพราะจะเป็นการมอมเมาประชาชนให้เล่นหวยกันได้ขยายวงกว้างขึ้น แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าพอนายกรณ์มาเป็นรัฐมนตรีคลังก็รีบแต่งตั้งนายวันชัย สุระกุล ที่เป็นรักษาการผอ.กองสลากฯมานานหลายปีขึ้นดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการ และเร่งรัดให้แจ้งเกิดไวผิดสังเกต

รายชื่อกรรมการบริษัท ล็อกเลย์ จำกัด (มหาชน)

รายชื่อกรรมการ

นายไพโรจน์ ล่ำซำ ประธานกรรมการ
นายสุกิจ หวั่งหลี รองประธานกรรมการ
นายธงชัย ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ
นายศุภชัย หวั่งหลี กรรมการ
นายภูมิชาย ล่ำซำ กรรมการ
นายวสันต์ จาติกวณิช กรรมการ
นายสืบตระกูล สุนทรธรรม กรรมการ
นายสุรพันธ์ ภาษิตนิรันดร์ กรรมการ
นายสมภพ เจริญกุล กรรมการ
นายสุรช ล่ำซำ กรรมการ
นายศุภวุฒิ สายเชื้อ กรรมการ
นายวิษณุ เครืองาม กรรมการ
นายศิรินทร์ นิมมานเหมินท์ กรรมการ
ดร.วิเชียร วัฒนคุณ กรรมการอิสระ
นายหริส สูตะบุตร กรรมการอิสระ
นายหริส สูตะบุตร ประธานกรรมการตรวจสอบ
ดร.วิเชียร วัฒนคุณ กรรมการตรวจสอบ
นายจรูญ ชินาลัย กรรมการตรวจสอบ
นายดุสิต นนทะนาคร กรรมการตรวจสอบ
.............

คลิป น่าขายหน้า รัฐมนตรีวิฑูรย์ ไม่รู้จักที่อยู่ของกระทรวงที่ตัวเองทำงานอยู่ ถ้าเจอพิธีกรจี้หน่อย ตายยยยย

ที่มา thaifreenews

โดย : tik-tok

คลิป น่าขายหน้า รัฐมนตรีวิฑูรย์ ไม่รู้จักที่อยู่ของกระทรวงที่ตัวเองทำงานอยู่ ถ้าพิธีกรจี้หน่อย ตายยยยย

คลิป ขำรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ รายงานตัวแล้วแอบแยกวงไปประชุมเรื่ออื่น ถูกให้นับองค์ประชุม วงแตกรีบเข้าห้อง ถึง 2 รอบ

ที่มา thaifreenews

โดย : tik-tok

ขำรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำ รายงานตัวแล้วแอบแยกวงไปประชุมเรื่ออื่น ถูกให้นับองค์ประชุม วงแตกรีบเข้าห้อง ถึง 2 รอบ



นายเชาวริน พูดจาเหน็บ นายชัย ชิดชอบ ประธานรัฐสภา ได้เจ็บจริง ในการประชุมสภา



วาทะของนายสุนัย ที่อภิปรายเหน็บฝ่ายรัฐบาลได้แสบเข้าไปถึงทรวง ในการประชุมสภา

เลือดแดงอีกกรุ๊ปหนึ่งกำลังจะกลายเป็นเลือดบวกอีก??????

ที่มา thaifreenews

โดย : ป้าพลอย

จากการที่ได้อ่านข้อมูลเรื่องเลือดสีแดงของพี่น้องชาวไทยได้เกิดรอยร้าวขึ้นเหมือนเช่นเมื่อไม่นานมานี้ที่เคยเป็นเลือดสีแดงกลับกลายเปลี่ยนกรรมพันธุ์ไปเป็นเลือกบวก และนี่ก็กำลังจะเกิดเลือดบวกใหม่ตามเชื้อสายไปอีกกรุ๊ปหนึ่ง เป็นอันว่าเชื้อโรคบวกกำลังจะกินเม็ดเลือดสีแดงของพวกเราฉะนั้นเราต้องหาหนทางป้องกันไม่ให้เลือดบวกนี้มันมีปฏิกิริยาแพร่หลายไปสู่เม็ดเลือดสี

แดงอื่นๆได้โดยเร็วมิฉะนั้นเชื้อโรคเลือดบวกอันตรายนี้จะรักษายาก ขอให้พี่น้องที่มีเม็ดเลือดสีแดงในร่างกายทุกคนโปรดช่วยกันเป็นหูเป็นตาหากพบผู้คนที่มีเชื้อโรคบวกพยายามอย่าเข้าใกล้ เพราะมันจะกินเลือดแดงของเรา การแฉใส่ใคลต่อเลือดสีแดงต่อกันมันเป็นการประจานสันดาน
ตัวเองที่ไม่ได้จริงใจและบริสุทธิ์อย่างแท้จริงขาดอุดมการณ์ที่ให้ใว้ คนที่ยึดมั่นต่ออุดมการณ์แม้

จะเอาช้างสิบเชือกมาฉุดก็ไม่มีทางขยับไปใหนนี่คืออุดมการณ์ที่สมัยก่อนนักศึกษาต่างๆได้ยึดถือ
แต่มาสมัยนี้แทบจะไม่มีได้เห็นคนที่ยึดมั่นอุดมการณ์อีกเลยในประเทศไทยมันได้หายไปใหน?
ตอนนี้ผู้คนได้ยึดเอาเงินเป็นใหญ่ เงินเท่านั้นที่ทำให้อยู่รอดอุดมการณ์กินไม่ได้นี่คือผู้คนในไทย
สมัยนี้คิดกัน และถ้าคิดกันทั้งหมดแบบนี้ประเทศชาติก็ไม่เหลืออะไรเพราะไม่มีคนยอมตายเพื่อ

ชาติ แต่มีคนยอมตายเพื่อเงินทั้งประเทศ เวลาข้าศึกมาตียึดประเทศไปครองหากไม่มีเงินจ่ายทหารตำรวจก็คงไม่ไปรบให้เสียเวลาเพราะขาดอุดมการณ์ในคำว่าตายเพื่อชาติดังคำปฏิญาณเอาใว้ในวันสำเร็จวิชาทหารตำรวจ ดังนั้นหากเราขาดอุดมการณ์ยึดมั่นที่มีต่อกันใหนเลยเราจะรวมพลังกันได้ เรื่องเล็กเรื่องน้อยเหมือนฟันกระทบลิ้นมันก็ยังอยู่ในปากเราไม่ออกมาขยายไปสู่

ภายนอกเพราะมันคือฟันกับลิ้นของเราเองที่อยู่ที่เดียวกันพึ่งพาอาศัยกัน แล้วทำไมจึงต้อง
คายออกมาให้ชาวบ้านต้องรับรู้เรื่องของลิ้นกับฟัน ทั้งที่สามารถพูดคุยกันได้ในเมื่อเลือดสีแดง
เดียวกัน ดังนั้นรอยร้าวที่เกิดซ้ำซากที่เห็นจึงจำเป็นต้องพิจารณาและต้องตัดเส้นเลือดบวกนี้ออกไปเหลือเพียงเม็ดเลือดแดงที่บริสุทธิ์ล้วนๆ เท่านั้น....
ป้าพลอย

กลุ่มคนเสื้อแดงต้องมีจุดยืนเดียวกันให้ได้ซะก่อน!!!(ผู้นำตัวจริงอยู่ที่ไหน) โดย เสียงประชาธิปไตย

ที่มา thaifreenews

ทุกวันนี้กลุ่มคนเสื้อแดงยังไม่มีผู้นำตัวจริง
พวกเรายังขาดบุคคลที่จะคอยมาเชื่อมจุดต่างๆของกลุ่มคนเสื้อแดงแต่ละกลุ่มให้รวมกันเป็นหนึ่งเดียวได้

จุดยืนของแต่ละกลุ่มยังต่างกันอยู่ครับ
บางกลุ่มชุมนุมเพราะรักทักษิณ
บางกลุ่มชุมนุมเพราะรักในประชาธิปไตย
บางกลุ่มชุมนุมเพราะไม่เห็นด้วยกับระบบ2มาตรฐาน
บางกลุ่มชุมนุมเพราะเกลียดพันธมิตร

ผมคิดว่า พวกเราชาวเสื้อแดงต้องหาผู้นำให้ได้ก่อนครับ
และพัฒนาจุดยืนของกลุ่มคนเสื้อแดงให้พุ่งไปที่ความเป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงในประเทศมากกว่าครับ

ซึ่งตรงนี้ต่างจากม๊อบโกเต๊กครับ ม๊อบพวกนี้เขามีจุดยืนที่แน่นอนคือ เกลียดทักษิณ (ไม่ได้ชื่นชมนะครับ แต่อยากให้เห็นตัวอย่างม๊อบที่มีจุดยืนเดียวกันครับ) แม้บางครั้งแกนนำพวกนี้มันจะทะเลาะกันเองแต่มันไม่เคยแสดงออกมาให้เป็นข่าว เพราะมันจะทำให้มวลชนที่มารวมกันเสื่อมศรัทธาเอาครับ

และอยากทำความเข้าใจกันนิดหน่อยว่า
คุณทักษิณเขาคือต้นแบบของผู้นำประชาธิปไตย
เขาไม่ใช่ผู้นำกลุ่มคนเสื้อแดงในวันนี้
ในกลุ่มคนเสื้อแดงบางส่วนเขาไม่ได้ต่อสู้เพื่อคุณทักษิณ
เราจะเอาท่านมาเป็นผู้นำไม่ได้

ข่าวการทะเลาะทุกวันนี้ของเสื้อแดง ไม่ดีแน่ครับ
และผมไม่เห็นด้วยอย่างยิ่งที่แกนนำมาทะเลาะกันเอง
ไม่ว่าจะคุณขวัญชัย หรือคุณจตุพร ไม่ควรทำอย่างยิ่งครับ
ถ้าหากจะทะเลาะกันเองก็ให้เคลียกันเอง
ไม่ใช่มาให้ข่าวแบบนี้
เพราะทำอย่างนั้น
พวกคุณกำลังทำลายตัวเอง
ทำลายศรัทธาของกลุ่มคนเสื้อแดงครับ

พวกเราชาวเสื้อแดงต้องสามัคคีกันครับ
กลุ่มคนเสื้อแดงในกรุงเทพก็สำคัญ
กลุ่มคนเสื้อแดงต่างจังหวัดก็สำคัญครับ
ไม่ว่าคุณจะเป็นกรรมกรเสื้อแดง หรือ เจ้าของกิจการเสื้อแดง
พวกเรามีความสำคัญเท่าเทียมกันครับ พวกเราคือเสื้อแดงเหมือนกัน

อย่ามาแบ่งแยกความสำคัญกันครับ
หากยังไม่เลิกความคิดนี้
พังครับ พังครับ
การที่ต่างคนต่างสู้นั้น
อย่าว่าแต่ชนะเลยครับ
แค่ที่ยืนในสังคมก็จะไม่เหลือให้กลุ่มคนเสื้อแดงครับ

Wednesday, January 21, 2009

"ดีทีวี" เล็งจัด "ขอดเกล็ดอภิสิทธิ์" ใช้ย้อนศรรบ.ลอกเลียนนโยบาย ปชป.ชี้"แม้ว"โฟนอินปชช.ได้ประโยชน์

ที่มา มติชนออนไลน์

ปชป.ชี้"แม้ว"โฟนอินมีประโยชน์ ประชาชนได้ข้อมูลสองด้าน อดีตคมช.ซัด"ทักษิณ"ไร้เครดิต คำพูดผู้ต้องหนีคดีไม่น่าเชื่อถือ กลุ่มคนเสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่สนามหลวง 31ม.ค. ขอมติจัดการรัฐบาล ชี้เข้าบริหารประเทศไม่ชอบธรรม เตรียมย้ายขรก.ล็อตใหญ่ เตรียมร้องยูเอ็นเอาผิดพันธมิตรยึดสนามบิน เปิดรายการ"ขอดเกล็ดอภิสิทธิ์" ม็อบเชียงใหม่ไล่"ประดิษฐ์"ดอดเสริมชะตา

"เสื้อแดง"นัดชุมนุมใหญ่31มกราฯ

แกนนำผู้จัดรายการ"ความจริงวันนี้" เปิดแถลงถึงความเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลของกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ร้านสภากาแฟ หน้าสำนักงานสถานีโทรทัศน์ดาวเทียมดีทีวี ห้างอิมพิเรียล ลาดพร้าว เมื่อวันที่ 21 มกราคม โดยนายวีระ มุกสิกพงษ์ กล่าวว่า การชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดง วันที่ 31 มกราคมนี้ ที่ห้องสนามหลวง จะเป็นข้อพิสูจน์ว่า เสื้อแดงแตกจริงตามที่มีการสร้างกระแสหรือไม่ และจะเป็นการชุมนุมเพื่อลงมติว่า จะเอาอย่างไรกับรัฐบาลชุดนี้ เพื่อระงับไม่ให้สร้างความเสียหายกับประเทศ และจะหารือกันว่า จะชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่

นายวีระ กล่าวถึงเหตุผลที่กลุ่มเสื้อแดงจะชุมนุมใหญ่ ว่าได้ติดตามพฤติกรรมของรัฐบาลมาระยะหนึ่ง พบว่ารัฐบาลไม่เข้าใจสาระสำคัญ และต้องถามคำถามประชาชน ดังนี้ 1.ความไม่ชอบธรรมในการเข้ามาบริหารประเทศ ที่ยอมรับการแทรกแซงของอำนาจนอกระบบและทำลายพรรคการเมืองอื่นเพื่อเข้าสู่อำนาจ 2.การไม่ใส่ใจเอาผิดกับกลุ่มพันธมิตรที่ยึดสนามบิน และแต่งตั้งผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าบริหารประเทศ 3.สิ่งที่น่าวิตกคือ การโยกย้ายข้าราชการ ซึ่งทราบมาว่ากำลังมีการเตรียมการเพื่อโยกย้ายขนานใหญ่ โดยไม่ยึดถือเรื่องความสมานฉันท์ที่รัฐบาลแถลงนโยบาย และล่าสุดได้หยิบยกเอา ส.ป.ก.4-01 ขึ้นมาดำเนินการ โดยไม่ได้ตระหนักถึงความเสียหายที่เคยได้เกิดขึ้น เพราะมีการแต่งตัวมารอรับสิทธิแทนเศรษฐีมากมาย ไปจนถึงเรื่องปลากระป๋องเน่า ที่ไล่จนพบว่า เป็นปัญหาเรื่องการทุจริตคอรัปชั่น


เดินสาย9สถานฑูตอาเซียน

นายจักรภพ เพ็ญแข อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กลุ่มเสื้อแดงจะเดินสายไปยังสถานเอคอัคราชฑูตประเทศอาเซียน 9 ประเทศในประเทศไทย เพื่อยืนหนังสือให้กับเอกอัครราชฑูตพิจารณาการเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน หรืออาเซียนซัมมิท โดยแสดงจุดยืนว่า กลุ่มคนเสื้อแดงสนับสนุนการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนและการพัฒนาของอาเซียน แต่ไม่ยอมรับรัฐบาลไทยที่จะเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม โดยวันที่ 23 มกราคม เวลา 10.00 น.จะไปที่สถานทูตพม่า เวลา 10.30 น.ไปสถานทูตสิงคโปร์, วันที่ 26 มกราคม ไปสถานฑูตฟิลิปปินส์ เวลา 11.00 น.ไปสถานฑูตอินโดนีเชีย, วันที่ 27 มกราคม เวลา 10.00 น.ไปสถานฑูตบรูไน เวลา 11.00 น.ไปสถานฑูตกัมพูชา และวันที่ 28 มกราคม ไปสถานฑูตเวียดนาม เวลา 11.00 น.ไปยังสถานฑูตมาเลเชีย

"แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงกำลังเร่งดำเนินการเกี่ยวกับการเอาผิดกับผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน โดยจะตั้งคณะทำงานเกี่ยวกับการชี้แจงและให้ข้อมูลหลักฐานเกี่ยวกับเหตุการณ์ยึดสนามบิน ซึ่งผม และนายนพดล ปัทมะ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นตัวแทนเดินทางไปยังสหประชาชาติ เพื่อร้องขอให้องค์กรการบินระหว่างประเทศดำเนินการสอบสวนกรณีการยึดสนามบินสุวรรณภูมิ"นายจักรภพ กล่าว


ตั้งสถาบัน-ทำบัตรคนเสื้อแดง

นายจักรภพ ยังกล่าวถึงความคืบหน้าการก่อตั้งสถาบันคนเสื้อแดง ว่าจะแถลงข่าวเปิดตัวอย่างเป็นทางการในกลางเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งรูปแบบเบื้องต้นจะเป็นการจับมือกันหลวมๆ ของประชาชนในพื้นที่จังหวัดต่างๆ แต่คาดว่า อีกไม่นานจะมีความชัดเจนเรื่องสถานที่ก่อตั้งและรูปแบบขององค์กร โดยอาจจะมีบัตรประจำตัวคนเสื้อแดง ที่เป็นเหมือนสมุดพกเล็กๆ คล้ายๆ กับวีซ่า หรือรัฐธรรมนูญฉบับพกพา เพื่อบ่งบอกถึงการเป็นคนเสื้อแดง พร้อมคู่มือและข้อแนะนำในการปฏิบัติตัวของคนเสื้อแดง รวมทั้งการจัดตั้งสำนักงานสาขาคนเสื้อแดงในจังหวัดต่างๆ

ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงรูปแบบการโฟน อิน ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เข้ารายการสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมดีทีวี ในวันที่ 25 มกราคม ว่าการโฟน อินของพ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้เวลา 1 ชั่วโมงเต็ม เพื่อแสดงทัศนะเรื่องต่างๆ โดยมีแกนนำผู้จัดรายการความจริงวันนี้ร่วมพูดคุยถามสารทุกข์สุขดิบ แต่สำหรับสัปดาห์อื่นๆ จะมีผู้รู้คนอื่นๆ ผลัดเปลี่ยนเข้าร่วมพูดคุย หลังรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์"


เปิดรายการ"ขอดเกล็ดอภิสิทธิ์"

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมเทปบันทึกภาพการอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในช่วงที่เป็นผู้นำฝ่ายค้าน และได้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลสมัคร สุนทรเวช และนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรี รวมไปถึงคำให้สัมภาษณ์และคำปราศรัยต่างๆ เพื่อมาเผยแพร่ทางดีทีวี ช่วงรายการ "ขอดเกร็ดอภิสิทธิ์" เพื่อกระชากเสื้อคลุมจริยธรรมของนายอภิสิทธิ์ให้หมด เนื่องจากวันนี้ ทุกอย่างที่นายอภิสิทธิ์ เคยด่านายสมัครและนายสมชาย เอาไว้ ได้ถูกรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ มาต่อยอดใช้

นางมยุรี เศวตาศัย แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง รักประชาธิปไตย ประตูน้ำพระอินทร์ จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวว่า วันที่ 31 มกราคม กลุ่มคนเสื้อแดงอยุธยาจัดงานที่ อ.บางปะอิน และจะเคลื่อนไหวเพื่อล้มรัฐบาล และเพื่อเปิดทางให้พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางกลับประเทศและกลับเข้าสู่วงการเมืองอย่างสง่างาม


ชี้"แม้ว"โฟนอินปชช.ได้ประโยชน์

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ว่าหากไม่มีการกระทำผิดกฎหมาย ก็จะไม่ดำเนินการใดๆ ส่วนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดง เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ หากไม่ก่อให้เกิดความรุนแรง หรือไม่กระทำผิดกฎหมาย แต่หากผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินการ

นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสื่อ กล่าวถึงกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ จะโฟนอินหลังรายการ"เชื่อมั่นประเทศไทยกับนายกฯอภิสิทธิ์" ซึ่งจะทำให้เกิดการเปรียบเทียบกัน ว่าถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะที่ผ่านมีการเปรียบเทียบว่านายกฯไปลอกนโยบายของพ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งหลังจากนี้ประชาชนจะได้มีข้อมูลมากขึ้น และรัฐบาลจะได้ทำงานด้วยความระมัดระวังขึ้น อย่างไรก็ตามชื่อของพ.ต.ท.ทักษิณ ยังเป็นที่ยอมรับของคนอยู่มาก แต่ประชาชนส่วนใหญ่ที่อยากให้ประเทศสงบสุข และพร้อมให้โอกาสรัฐบาลบริหารประเทศก็มีมากเช่นกัน ดังนั้นรัฐบาลจะไม่หยิบยกประเด็นของพ.ต.ท.ทักษิณ มาสร้างความแตกแยก


มท.ตั้งศูนย์เฝ้าระวัง"ดีทีวี"

วันเดียวกัน นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงนามในคำสั่งจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและติดตามข้อมูลข่าวสาร กระทรวงมหาดไทย โดยให้มีหน้าที่เฝ้าระวังและติดตามการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่มีลักษณะเป็นการกระทำความผิดกฎหมาย กระทบต่อความมั่นคงภายในประเทศ และขัดต่อรัฐธรรมนูญ โดยให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้อำนวยการศูนย์ฯ รองปลัดกระทรวงฝ่ายกิจการความมั่นคงภายใน และอธิบดีกรมการปกครอง เป็นรองผู้อำนวยการศูนย์ฯ สำหรับฝ่ายปฏิบัติการเฝ้าระวัง และติดตามข้อมูลข่าวสาร ให้อธิบดีกรมการปกครอง เป็นหัวหน้าคณะทำงาน ทั้งนี้ หากติดตามพบการกระทำความผิดให้รายงานต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และให้รายการผลการปฏิบัติงานต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ภายในวันที่ 10 ของทุกเดือน แต่หากมีการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายหรือเหตุการณ์ที่กระทบกับความมั่นคง หรือขัดต่อรัฐธรรมนูญให้รายงานทันที

ข่าวแจ้งว่า การตั้งศูนย์เฝ้าระวังดังกล่าว เพื่อจับตาเอาผิดกับสถานีโทรทัศน์ดีทีวี และการโฟนอินของพ.ต.ท.ทักษิณ ในวันที่ 25 มกราคม เป็นกรณีพิเศษ ตามที่นายชวรัตน์ เคยกล่าวไว้ก่อนหน้านี้


อดีตคมช.ซัด"ทักษิณ"ไร้เครดิต

พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักงานเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวว่า เรื่องที่พ.ต.ท.ทักษิณ จะโฟนอินเข้ารายการของดีทีวีนั้น ต้องมอง 2 มุม คือ มุมของ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นคนไทยคนหนึ่งก็น่าจะทำได้ แต่อีกมุม พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ในฐานะของผู้ต้องหาหลบหนีคดี ดังนั้น การออกมาพูดอะไรความน่าเชื่อถือคงไม่มี ดังนั้นอย่าไปสนใจ ควรปล่อยให้รัฐบาลเดินหน้าแก้วิกฤตของชาติไป

ส่วนการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มเสื้อแดงในวันที่ 31 มกราคม เป็นการหยั่งกำลังเสื้อแดง หรือป็นการต่อสู้เฮือกสุดท้ายหรือไม่นั้น พล.อ.สมเจตน์ กล่าวว่า "คงไม่ใช่เฮือกสุดท้าย เขาพยายามเคลื่อนไหวต่อเนื่อง แต่เห็นชัดว่ากลุ่มเสื้อแดงก็มีความแตกแยกกันมีการด่าทอกันพูดจาถึงขั้นมึงกูแสดงว่ามีความแตกแยก"


นายกฯหลบเสื้อแดงเข้าสภา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 13.30 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล เพื่อมาประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมัยสามัญทั่วไป ที่รัฐสภา โดยนั่งรถยนต์ตู้ของนายธนญ ตันติสุนทร อดีตส.ส.ตาก พรรคประชาธิปัตย์ ที่ไปช่วยงานที่กระทรวงการคลัง ส่วนรถยนต์ตู้ประจำตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ได้ให้นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ นั่งมา ซึ่งนายศิริโชค ชี้แจงกรณีนายอภิสิทธิ์ไม่นั่งรถยนต์ตู้ประจำตำแหน่งเข้ารัฐสภาว่า เพื่อความปลอดภัย เนื่องจากมีกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมอยู่หน้ารัฐสภา

ด้านกลุ่มรักเชียงใหม่ 51 หรือกลุ่มคนเสื้อแดงเชียงใหม่ ประมาณ 30 คน ชุมนุมและเผาพริกเผาเกลือบริเวณหน้าวัดอุปคุต อ.เมืองเชียงใหม่ สาปแช่งนายประดิษฐ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ที่เดินทางทำพิธีสืบชะตาเสริมดวงเสริมบารมี ร่วมกับครอบครัว ข้าราชการสังกัดกระทรวงการคลัง เพื่อนนักธุรกิจ และคนในตระกูล ณ เชียงใหม่ รวม 50 คน ที่วัดอุปคุต ตั้งแต่เวลา 07.09 น โดยมีเกจิอาจารย์จาก 21 วัดนามมงคลใน จ.เชียงใหม่ ประกอบพิธี ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องนำนายประดิษฐ์ หลบออกจากวัดทางประตูด้านหลังวัด พร้อมเลิกภารกิจตรวจเยี่ยมการปฏิบัติงานของข้าราชการสรรพากรภาค 8 ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงบ่าย


อัยการเลื่อนสั่งคดี 9พันธมิตร

ด้านนายจำรัส อัตถสุริยานันท์ อัยการพิเศษฝ่ายคดีอาญา 5 มีคำสั่งเลื่อนนัดสั่งคดีที่ 9 แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง พร้อมพวกรวม 9 คน ตกเป็นผู้ต้องหาในคดีมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปใช้กำลังประทุษร้ายขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายหรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือเป็นผู้มีหน้าที่สั่งการ และเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกไปแต่ไม่เลิก เป็นวันที่ 3 มีนาคมนี้ เวลา 10.00 น. โดยจำรัส กล่าวว่า คณะทำงานอัยการอยู่ระหว่างจัดเรียงหลักฐานในส่วนของแผ่นบันทึกภาพเหตุการณ์การชุมนุม และต้องรอผลการสอบสวนเพิ่มเติมจากพนักงานสอบสวนในอีกหลายประเด็น ประกอบกับผู้ต้องหาทั้ง 9 คนได้มอบอำนาจให้เสมียนทนายยื่นคำร้องขอให้สอบสวนพยานเพิ่มเติมอีก 38 ปาก และขอเลื่อนนัดออกไปเนื่องจากติดภารกิจอยู่ที่ต่างจังหวัด

เสื้อแดงนัดชุมนุมใหญ่31ม.ค.-ลงมติจัดการรัฐบาล

ที่มา มติชนออนไลน์

เมื่อวันที่ 21 มกราคม นายวีระ มุกสิกพงษ์ แกนนำคนเสื้อแดงแถลง ที่ร้านสภากาแฟ หน้าสำนักงานสถานีโทรทัศน์ดาเทียมพีทีวี เพื่อนัดชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 31 มกราคมว่า มีการพูดกันมาว่าเสื้อแดงแตกเป็นเรื่องของเนื้อในที่จะต้องมีการชี้แจง แต่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเสื้อแดงนั้นแตกจริงหรือไม่ในการชุมนุมใหญ่วันที่ 31 มกราคมที่ท้องสนามหลวง เหตุผลที่จะต้องชุมนุมเนื่องจากติดตามพฤติกรรมของรัฐบาลมาระยะหนึ่ง และพบว่ารัฐบาลไม่เข้าใจสาระสำคัญที่จะต้องตอบคำถามของประชาชน 3 ข้อ 1.ความไม่ชอบธรรมในการเข้ามาบริหารประเทศ 2.การไม่ใส่ใจในการจัดการกับผู้ก่อการร้าย ยึดสนามบิน 3.สิ่งที่น่าวิตกคือการโยกย้ายข้าราชการ พร้อมกันนั้นจะลงมติว่าจะดำเนินการอย่างไรกับรัฐบาลเพื่อระงับไม่ให้ประเทศได้รับความเสียหายและจะชุมนุมยืดเยื้อหรือไม่

ผู้ร้ายปากแข็งสปก.4-01

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : บทบรรณาธิการ

พรรคประชาธิปัตย์ ผู้สร้างตำนาน ขโมยที่ดินคนจนไปให้คนรวย ด้วยการแจก สปก.4-01 ไปให้กับครอบครัว วงศ์วานว่านเครือของมหาเศรษฐีชาวภูเก็ต ที่ไม่ได้เป็นเกษตรกรผู้ทำอาชีพเกษตรกรรมเป็นหลัก การทำนโยบายเอื้อเฟื้อให้กับนายทุน เอาที่ดินไปแจกจ่ายให้กับพรรคพวก แบบนี้ กระบวนการยุติธรรมเมืองไทย ไม่ตัดสินให้ยุบพรรคทิ้ง

ที่ดินแปลงเจ้าปัญหา เมื่อหลายปีก่อน เป็นที่บนภูเขา มีความลาดชันของพื้นที่เกิน 45 องศา ดูก็รู้ว่า ไม่ได้เอาไปทำเรือกสวนไร่นา แต่จะเอาไปทำ...รีสอร์ต !!!

กระบวนการแจกจ่าย สปก.4-01 นักการเมืองทุกคนรู้ดีว่า ในอนาคตเมื่อครอบครอง สปก.4-01 ไปสักพักจะมีการเปลี่ยนแปลงรูปแบบโฉนด ไปเป็น นส.3 ก. และ กลายเป็นโฉนดที่ดินปกติ อาศัยระยะเวลา 7-10 ปีเท่านั้น !!! ทำไมจะรอไม่ได้เมื่อเงิน 100-200 ล้านบาท รออยู่ข้างหน้า...
เมื่อมีการขายที่ดินไปแล้ว ประชาชนจะเข้าไปรุกพื้นที่ป่าเขาลำเนาไพร เขตต้นน้ำลำธาร กันอีกไม่จบไม่สิ้น

เป็นคำถามตัวโตๆ ว่า เกิดอะไรขึ้น ทำไมพรรคประชาธิปัตย์ จึงได้ทำการท้าทายประชาชนด้วยความย่ามใจ เช่นนี้ หลังจากที่ได้เป็นรัฐบาลแบบอาศัยตัวช่วยมากมาย

ก่อนหน้านี้แต่งตั้งบุคลากร ที่เกี่ยวกับพันธมิตรฯ พันธมารฯ ทำลายประเทศชาติและประชาธิปไตย เข้ามาเสวยสุขในอำนาจรัฐ

พร้อมๆ กันนั้น พรรคประชาธิปัตย์ แต่งตั้งบุคคลที่เกี่ยวข้องกับ สปก.4-01 เข้ามาเสวยสุขในอำนาจ ทั้ง “ผู้ชาย” และ “ผู้หญิง” ไม่มีใครสอบสวนทวนความหวังให้รัฐบาลชุดนี้มาทำการฟอกขาวให้กับขบวนการงาบที่ดินใช่ไหม?

วันนี้น่าแปลกใจ ที่ ที่ปรึกษาพรรค ซึ่งเป็น อดีตหัวหน้าพรรค อดีตนายกรัฐมนตรี ออกมาพูดจาเป็นแผ่นเสียงตกร่อง คลับคล้ายคลับคลา... โทษคนโน้นที โทษคนนี้ที ทำผิดแล้วยังไม่รู้จักสำนึก
ในอดีตท่านต่อว่านักข่าวช่อง 7 “ไปถามพ่อแม่หนูดูสิ”
ในปัจจุบัน ท่านว่าให้ไปถามคนเอา “กระจง” มาปล่อย

ทั้งที่สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สาระแห่งเรื่องราวที่คนเขาสงสัยเลย คนเขาสงสัยทั่วบ้านทั่วเมืองว่า เอาที่ สปก.4-01 ไปแจกให้กับนายทุน ทำได้อย่างไร? เอาอะไรคิดแทนศีรษะหรือเปล่า? หรือใช้หัวแม่โป้งที่เท้าด้านไหนคิดการแทนให้?

ถามจริงๆ ว่า กฎหมายเรื่อง สปก.4-01 ที่ออกมาประกาศใช้กับประชาชน คนระดับ ส.ส. รัฐมนตรี หรือ นายกรัฐมนตรี ไม่รู้เลยหรือว่า เขาให้ใช้บังคับกับใคร คำว่า “เกษตรกร”...หมายถึงอะไร (ดีที่ไม่ต้องไปเปิด พจนานุกรม ตีความกัน) นักการเมืองพรรคนี้ไม่ใช่หรือคือคนยกมือกันสลอนเพื่อออกกฎหมายมาบังคับใช้กับคนไทย

หากจะมาดูสิ่งที่รัฐบาลควรทำ คือการทำอย่างไรให้ที่ดินในประเทศไทย ที่มีอยู่ในปัจจุบันถูกใช้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด

กรุงเทพมหานคร เมืองหลวงแท้ๆ ยังมีที่ดินรกร้างว่างเปล่าเยอะแยะมากมาย นับประสาอะไรกับที่ดินในต่างจังหวัดทุกจังหวัด จะไม่มีที่ดินรกร้างว่างเปล่า บ้างติดสถาบันการเงิน บ้างรอกระบวนการของศาล บ้างเป็นที่มรดกตกทอด ลูกหลานไม่สนใจเอาที่ดินไปประกอบกิจการให้งอกเงยขึ้นมา รอการเก็งกำไร

ทำไมรัฐบาลจึงไม่สนใจที่จะทำสิ่งที่มีอยู่ให้ใช้ประโยชน์ให้ได้คุ้มค่าก่อน หากไม่พอจริงๆค่อยไปเอาที่ สปก.4-01 มาใช้ประโยชน์...หรือมันผลาญที่ดินชาติไม่รวดเร็วทันใจ...ก็ไม่รู้ได้

บินไทย...อีลุ่ยฉุยแฉก!

ที่มา ประชาทรรศน์

คอลัมน์ : โต๊ะข่าวประชาทรรศน์

โดย ลวดหนาม


ผมชอบพาดหัวข่าวของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเมื่อ 2- 3 วันก่อนจริงๆ ครับ “โสภณ ตะลึงบินไทยอีลุ่ยฉุยแฉก”
คำว่า “อีลุ่ยฉุยแฉก” ที่ไทยรัฐนำมาต่อท้าย “บินไทย” นั้นสามารถอธิบายความหมายได้มากมายเป็นล้านๆ ข้อความ

เข้าไปค้นหาความหมายในเว็บไซต์ สำนวน สุภาษิต คำพังเพย คำว่า “อีลุ่ยฉุยแฉก” หมายถึง ฟุ่มเฟือย สุรุ่ยสุร่าย ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน

มันช่างเหมาะเจาะกับ “การบินไทย” ในยุคปัจจุบันนี้จริงๆ เพราะมีข่าวว่า บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ประสบปัญหาขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรงถึงขั้นต้องขอเงินกู้มากถึง 70,000 ล้านบาท

ในรายละเอียดของข่าวระบุว่า นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อแก้ปัญหา บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ว่าขณะนี้ได้สั่งการให้ฝ่ายบริหารการบินไทยเร่งตรวจสอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดว่าจะสามารถปรับลดในส่วนใด เพื่อให้การบินไทยมีประสิทธิภาพการดำเนินการในภาวะวิกฤติ

ทั้งนี้ อาจลดค่าใช้จ่ายด้านสิทธิประโยชน์พิเศษต่างๆ ที่ คณะกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานการบินไทยที่ได้รับมากกว่ารัฐวิสาหกิจอื่นๆ
เช่น สิทธิในการซื้อตั๋วโดยสารทั้งครอบครัวได้ในราคา พิเศษลดสูงสุดถึง 90% โดยไม่จำกัดเที่ยวบินและจำนวนครั้ง

หลายท่านได้อ่านแค่สิทธิในการซื้อตั๋วโดยสารทั้งครอบครัวได้ในราคาพิเศษ ก็ตกตะลึงกันแล้ว เพราะให้กันถึง 90% ซึ่งถ้าให้ฟรีได้ ผมคิดว่าคงให้กันฟรีๆ ไปแล้ว
แต่ผมต้องบอกไว้ก่อนว่า “สิทธิพิเศษ” ของพนักงานการบินไทยยังมีอื่นๆ อีกมากมายที่หลายคนคาดไม่ถึง
ท่านผู้อ่านทราบหรือไม่ว่า? การบินไทยต้องรับจ่ายภาษีแทนพนักงานประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อปี

สิทธิประโยชน์ของคณะกรรมการการบินไทยที่ได้รับ อาทิ บัตรโดยสารชั้น 1 เส้นทางต่างประเทศ และในประเทศอย่างละ 15 ใบต่อปี โดยบุคคลในครอบครัวและผู้ติดตามก็จะได้รับสิทธิประโยชน์เช่นเดียวกัน

ส่วนอดีตกรรมการบอร์ดและบุคคลในครอบครัวและผู้ติดตามได้รับบัตรค่าโดยสารส่วนลดในอัตรา 75% ค่าตอบแทนคณะกรรมการจะได้รับ 20,000 บาทต่อเดือน เบี้ยประชุม 30,000 บาทต่อเดือน

หากเป็นประธานจะได้รับเบี้ยประชุมเพิ่มอีก 25% ขณะที่รองประธานกรรมการจะได้รับเบี้ยประชุมสูงกว่ากรรมการ 12.5%

ส่วนคณะกรรมการตรวจสอบได้ค่าตอบแทนเดือนละ 30,000 บาท และได้รับเบี้ยประชุมและค่าตอบแทนอีกคนละ 10,000 บาท

บุคคลภายนอกที่ได้รับเชิญมาเป็นที่ปรึกษาประธานกรรมการจะได้รับค่าตอบแทนคนละ 20,000 บาทต่อเดือน และได้รับเบี้ยประชุมคนละ 30,000 บาทต่อครั้ง

สำหรับผู้บริหารของการบินไทย ตำแหน่งตั้งแต่ผู้อำนวยการใหญ่ขึ้นไปจะได้รับค่าน้ำมันรถเดือนละ 75,000 บาท
ท่านผู้อ่านทราบข้อมูลต่างๆ เหล่านี้แล้วเป็นอย่างไรบ้างครับ แม้ท่านโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม จะออกมายืนยันว่า “จะไม่มีการลดเงินเดือนพนักงาน” แต่ประชาชนก็รู้สึกหวั่นไหวกับสวัสดิการเหล่านี้เหลือเกิน

เพราะถ้าสวัสดิการต่างๆ เหล่านี้ที่พนักงานบริษัทการบินไทยได้รับ ทั้งหมดเป็นเงินกำไรจากการดำเนินการของการบินไทยเอง

ประชาชนอย่างเราๆ ท่านๆ ก็คิดว่า ไม่เห็นจะไปหนักหัวใคร แต่ถ้าสวัสดิการเหล่านั้นต้องเอา “ภาษีประชาชน” ไปแบกรับ
เนื่องจากการบินไทยไม่สามารถบริหารจัดการให้มีกำไรได้ คอยแต่แบมือรอรับความช่วยเหลือจากรัฐบาลอย่างเดียว
แบบนี้ ประชาชนที่ต้องทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยเสียภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วย ไม่ยอมให้ พนักงานการบินไทยมาเอาเปรียบนะครับ!