WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, July 30, 2009

ภูมิใจไทยชนเสื้อแดง

ที่มา thaifreenews

ภูมิใจไทยประกาศคัดค้านถวายฎีกา

นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค ร่วมกันแถลงจุดยืนคัดค้านการรวบรวมรายชื่อถวายฎีกา และได้ร่วมกันดึงป้ายผ้าขนาดใหญ่ที่ติดด้านหน้าที่ทำการพรรคมีข้อความระบุว่า “หยุดดึงฟ้าต่ำ หยุดทำหินแตก หยุดแยกประชาชน หยุดล่าชื่อถวายฎีกา”

ลั่นขัดขวางทุกรูปแบบ

นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ แกนนำพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า กรณีที่สมาชิกพรรคเพื่อไทยและแกนนำคนเสื้อแดงรวบรวมรายชื่อประชาชนถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นการกระที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งพรรคภูมิใจไทยจะทำทุกวิถีทางที่ไม่ขัดกฎหมายคัดค้านการถวายฎีกา เพื่อปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ และจะให้สมาชิกพรรครณรงค์ให้ความรู้แก่ประชาชนทั่วประเทศว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

จี้ “ทักษิณ” สั่งหยุดรวบรวมรายชื่อ

“อยากเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณสั่งการให้คณะผู้ที่รวบรวมรายชื่อหยุดดำเนินการทันที เพื่อแสดงความจริงใจที่ต้องการให้ประเทศไทยมีความปรองดองและประชาชนมีความสามัคคี” นายบุญจงกล่าวและว่า พรรคได้จัดทำสติ๊กเกอร์รณรงค์หยุดการล่าชื่อถวายฎีกา ซึ่งจะทำแจกเท่าจำนวนคนไทยทั้งประเทศ และจะขึ้นคัตเอาต์ขนาดใหญ่ตามจุดสำคัญทั่วกรุงเทพฯรวม 4 จุด อย่างไรก็ตาม การออกมาเรียกร้องเรื่องนี้ไม่ต้องการดำเนินคดีกับประชาชนที่ร่วมลงชื่อ เพียงแต่ต้องการบอกว่าเป็นการดำเนินการที่ไม่สมควรเท่านั้น

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเข้าชื่อถวายฎีกาเป็นเรื่องไม่เหมาะสม ไม่ถูกต้อง แต่คงไม่พูดอะไรให้ลงลึกมากไปกว่านี้เพราะเป็นเรื่องอ่อนไหว อย่างไรก็ตาม การเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นสิทธิที่ทำได้แต่ต้องไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย

เราจะไม่ทอดทิ้งกัน เยี่ยมดาตอร์ปิโดพรุ่งนี้

ที่มา Thai E-News


ชัยชนะ-ดาตอร์ปิโดชูสัญลักษณ์ชัยชนะ หลังจากศาลยกฟ้องกรณีASTVดำเนินคดีบุกรุกก่อความวุ่นวาย แต่ยังถูกขังคุกคดีหมิ่นพระบรมเดาชานุภาพมา1ปีเต็ม โดยศาลห้ามประกันตัวสู้คดี และพิจารณาคดีเป็นการลับ

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
29 กรกฎาคม 2552


เราจะไม่ทอดทิ้งกันเชิญเยี่ยมดาตอร์ปิโดที่คลองเปรมเช้า30ก.ค.นี้ เจ้าตัวขอบริจาคหนังสือวารใหม่ๆเผื่อแผ่นักโทษหญิง แต่ต้องไม่ใช่หนังสือแนวการเมือง

สมัชชาสังคมก้าวหน้า (social move) แจ้งข่าวถึงมิตรสหายผู้รักประชาธิปไตย ขอเรียนเชิญท่านไปเยี่ยมเยียมคุณดา ตอปิโด ที่ฑัณฑสถานหญิง เรือนจำกลางคลองเปรมในวันที่ 30 ก.ค 52 เวลา 9.30 น.โดยแนวคิดคือ "เราไม่ทอดทิ้งกัน"


ท่านสามารถนำของฝาก อาหารแห้ง ของใช้ ดอกไม้ ฯลฯ ติดต่อสอบถามที่คุณอ้นวิทยุแท็กซี่ ontontnong@hotmail.com

เราไม่ทอดทิ้งกัน
-- ทางเดินของชีวิต --


ทางเดินสำหรับชีวิตมีอยู่เพียงสองทางเท่านั้น
นั่นคือต่อสู้เพื่อสัจจธรรมด้วยความกล้าหาญ
หรือยอมแพ้และตายอย่างทาส
เกียรติยศอันรุ่งโรจน์มีไว้สำหรับผู้ต่อสู้เพื่ออิสรภาพ
และแก่ทาสนั้นหรือ สิ่งที่เขาพึงได้รับก็คือ หลุมศพของคนขลาด!


*กวีโดย มูสา จาลิล แปลโดยจิตร ภูมิศักดิ์อ้างใน "ถึงร้อยดาวพราวพรายกระจายแสง", สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน, หน้า 233-4

นับเป็นเวลา 1 ปีเต็มที่คุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือดา ตอร์ปิโด ได้ถูกจับกุมในคดีหมิ่นพระบรมราชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ช่วงเวลาที่ผ่านมาแม้จะมีการขอยื่นประกันตัวเธอหลายต่อหลายครั้ง แต่ศาลก็พิจารณายกคำร้องโดยตลอด ทั้งๆที่ ผู้ต้องหาอื่นในคดีเดียวกลับสามารถขอประกันตัวเพื่อต่อสู้คดีได้

ขณะที่คุณดาต้องยืนหยัดต่อสู้เพียงลำพังในเรือนจำ เราได้ยินข่าวสารของเธออยู่บ้างจากผู้ที่ไปเยี่ยมเยียนเธอเป็นระยะ เราได้ติดตามอ่านข่าวของคุณดาด้วยความรู้สึกนับถือในหัวใจและจิตวิญญาณแห่งความเป็นเสรีชนของเธอ ไม่ง่ายเลยที่ใครสักคนต้องถูกจำคุกอยู่ในเรือนจำ จะยังสามารถรักษาความเข้มแข็งและจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเอาไว้ได้ ภายใต้แรงกดดันจากสภาพแวดล้อมเหมือนที่เธอกำลังเผชิญ

ในวันนัดสืบพยานโจทย์คดีของเธอครั้งแรก ในวันที่ 23 มิ.ย. 2552 ศาลได้มีคำสั่งให้พิจารณาคดีดังกล่าวเป็น "การลับ" โดยคำสั่งดังกล่าวได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 177 แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ซึ่งได้สร้างข้อกังขาต่อสาธารณะชนทั่วไปถึงกระบวนการยุติธรรมของไทยในการพิจารณาคดีนี้

ดังที่องค์การนิรโทษกรรมสากล (Amnesty International) ได้ส่งแถลงการณ์ถึงผู้สื่อข่าวต่อมาในวันที่ 26 มิ.ย. 2552 ความตอนหนึ่งในแถลงการณ์ระบุว่า "ภายใต้หลักกฎหมายสากล การพิจารณาคดีที่เปิดเผยต่อสาธารณะเป็นหลักสำคัญในการปกป้องสิทธิของปัจเจกบุคคลจากการพิจารณาคดีและกระบวนการเกี่ยวกับการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม...เมื่อศาลปิดประตูห้องพิจารณา นั่นคือสัญญาณเสี่ยงต่อความอยุติธรรม"

แม้สัญญาณจากศาลที่จะดำเนินการพิจารณาคดีแบบปิดลับ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงว่าคุณดาจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเพียงพอในฐานะพลเมืองไทยคนหนึ่ง แต่ดูเหมือนเจตจำนงในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของคุณดา หาได้หวาดหวั่นต่ออำนาจอยุติธรรมเลย เธอยังคงยืนยันศักดิ์ศรีของความเป็นคนอย่างเต็มเปี่ยม

ดังคำแถลงที่คุณดาเขียนขึ้นในวันที่ 24 มิ.ย. 2552 คุณดาได้เผยแพร่คำแถลงถึง "สื่อมวลชนและพี่น้องผู้รักความเป็นธรรม" ต่อกรณีการพิจารณาคดีแบบปิดลับของศาล โดยบางส่วนของคำแถลงคุณดาได้เขียนว่า
"ข้าพเจ้าขอประณามว่าการพิจารณาคดีโดยลับนั้นเป็นการทำลายหลักการยุติธรรมของกฎหมายโดยสิ้นเชิง วันนี้เมื่อ 77 ปีก่อน มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาสู่ระบอบประชาธิปไตย ผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองยืนยันในหลักการที่จะให้ราษฎรได้รับความยุติธรรมมาก ขึ้นกว่าจากเดิมที่เคยถูกกดขี่จากผู้ปกครองโดยตามอำเภอใจ แม้ว่าข้าพเจ้าจะไม่เคยมีชีวิตอยู่ในช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว แต่ข้าพเจ้าขอสรรเสริญเจตนารมณ์อันยิ่งใหญ่ดังกล่าว แม้ว่าในวันนี้ข้าพเจ้าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมแต่ก็เชื่อมั่นว่าเจตนารมณ์ ของคณะราษฎรผู้เปลี่ยนแปลงการปกครองในปี 2475 จะต้องได้รับชัยชนะในที่สุด”


22 กรกฎาคม 2552 เป็นวันครบรอบ 1 ปีเต็มที่คุณดา ถูกจับกุมและคุมขังอย่างไม่ได้รับความเป็นธรรมตามสิทธิทางกฎหมาย เราจึงขอเชิญพี่น้องเสรีชนผู้รักความเป็นธรรมทั้งหลาย ไปร่วมให้กำลังใจแก่คุณดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือดา ตอร์ปิโด นักสู้ประชาธิปไตยผู้ทรนงของพวกเรา ที่หน้าเรือนจำกรุงเทพใต้ (บางขวาง) ในวันที่ 30 กรกฎาคม 2552 เวลา 09.30 น.

ทั้งนี้ขอให้ผู้ร่วมไปให้กำลังใจคุณ นำดอกไม้และป้ายผ้าให้กำลังใจคุณดามาพร้อมเพรียงกัน เราจะส่งแรงกำลังใจไปสู่คุณดาในยังอีกฟากของกำแพงซี่กรงขังของเรือนจำว่า "เราจะไม่ทอดทิ้งกัน"

ท้ายนี้ สมัชชาสังคมก้าวหน้าขอนำบทกวี "นอกกฎหมาย" ของคุณไม้หนึ่ง ก.กุนที เพื่อเป็นกำลังใจให้กับคุณดา รวมไปถึงเสรีชนผู้รักความเป็นธรรมทั้งหลาย และขอไว้อาลัยต่อกระบวนการยุติธรรมของไทย

เสรีภาพและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์จงเจริญ!

คุกไม่อาจกักขังกวี

๏ คุกไม่อาจกักขังกวี และจะไม่ขอความปรานีศาล
ตุลาการเมื่อรับใช้เผด็จการ ถึงเวลาสร้างศาลประชาชน

๏ คุณให้ท้ายกลุ่มลัทธิคลั่งอำนาจ สิทธิ์เสรีประชาชาติถูกชิงปล้น
เสาะแสวงทุกวิธีให้จำนน ไม่ยอมรับ 1 เสียงของพลเมือง

๏ รุมปลูกฝังตรรกะวิปริต ชุดความคิดมอมเมาให้คนเชื่อง
ติดคุณธรรมความดีที่เปล่าเปลือง เพราะเบื้องหลังอำพรางอาชญากรรม

๏ คุณฆ่ากลุ่มความคิดที่ก้าวหน้า คนชั้นล่างที่ต้นทุนสังคมต่ำ
อ่อนจริตมารยาทแต่งชี้นำ จองจำเขาในความจน อด เจ็บ ตาย

๏ คุกไม่อาจกักขังกวี และล้านล้านเสรีชนทั้งหลาย
จะกู่ก้องก่นประณามคุณเรื่อยไป กว่ากฎหมายจะรับใช้มหาชน.

บทกวีโดย ไม้หนึ่ง ก.กุนที


“ดา ตอร์ปิโด” ขอบริจาค “วารสารและหนังสือ” เข้าห้องสมุดแรกรับ “ทัณฑสถานหญิงกรุงเทพฯ” Wed,

ประชาไท รายงานว่า ดารณี ชาญเชิงศิลปกุล กล่าวผ่านทนายขอบริจาคหนังสือเข้าห้องสมุดทัณฑสถานหญิงกรุงเทพฯ (คลองเปรม) โดยระบุว่าสิ่งที่ต้องการตอนนี้คืออยากได้อ่านวารสารใหม่ๆ บ้าง เพราะวารสารที่มีอยู่ในห้องสมุดของส่วนแรกรับทัณฑสถานหญิง ซึ่งเป็นคนละส่วนกับห้องสมุดสำหรับนักโทษที่ถูกตัดสินคดีเด็ดขาดแล้วนั้นมีหนังสือให้อ่านจำนวนน้อย และส่วนใหญ่เป็นหนังสือเก่า โดยเฉพาะวารสารซึ่งส่วนใหญ่เป็นวารสารที่ตีพิมพ์ตั้งแต่ พ.ศ. 2548

ดารณีระบุว่า หนังสือที่บริจาคจะต้องไม่มีเนื้อหาทางการเมือง ผู้ที่สนใจจะบริจาคจึงสามารถบริจาคหนังสืออื่นๆ เช่น นิยาย หนังสือธรรมะ ประวัติศาสตร์ สำหรับวารสารที่ห้องสมุดส่วนแรกรับอนุญาตให้ผู้ต้องขังอ่าน ได้แก่ แพรว สกุลไทย สุดสัปดาห์ คู่สร้างคู่สม อสท. ค.ฅน ชีวจิต และสารคดี

ผู้ที่สนใจจะบริจาคหนังสือ สามารถบริจาคไปที่ ผู้ปกครองส่วนแรกรับทัณฑสถานหญิงกลาง (คลองเปรม) โดยถือเป็นการบริจาคให้กับผู้ต้องขังหญิงในส่วนแรกรับซึ่งสามารถมาใช้บริการห้องสมุดส่วนแรกรับได้วันละ 2 ชั่วโมง

ไร้มาตรฐาน .... อีกแล้ว

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ ป้าปากเกร็ด
ที่มา เวบบอร์ด ประชาไท
29 กรกฎาคม 2552

สืบเนื่องจากข่าวเสนอใน เวบไซต์ เดลินิวส์


วันนี้ (29 ก.ค.) ที่ห้องพิจารณาคดี 904 ศาลอาญา ถ.รัชดาภิเษก ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลนัดสืบพยานโจทก์คดีที่ พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตประธานที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง พล.ต.ต.มณเฑียร ประทีปะวณิช อดีต ผบก.ประจำ สนง.ผบ.ตร. เป็นจำเลยในความผิดฐานแจ้งข้อความอันเป็นเท็จ เกี่ยวกับความผิดคดีอาญาแก่ พนักงานสอบสวน กรณีเมื่อวันที่ 23 พ.ค. 2551 จำเลยได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษโจทก์ต่อพนักงานสอบสวนกองปราบปราม ข้อหาความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ โดยอ้างข้อความที่อ้างใน นสพ.ทำนองว่า โจทก์ให้ทหารปฏิวัติ ซึ่งล้วนเป็นเท็จ การกระทำของจำเลยเป็นการแจ้งความเท็จ โดยมีเจตนาให้โจทก์ต้องรับโทษทางอาญา ขอให้ศาลลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 172,174 และ 181

อย่างไรก็ตามในวันนี้ พล.ต.ต.มณเฑียร จำเลยไม่ได้เดินทางมาศาลตามนัด ศาลเห็นว่า มีพฤติการณ์จะหลบหนี ให้ออกหมายจับ ปรับนายประกันเป็นเงินสด 100,000 บาทที่ยื่นประกันไว้


คุณป้าปากเกร็ด ได้โพสต์ชี้แจงเกี่ยวกับความเป็นมาของเรื่องดังกล่าว ดังนี้.....

พล.ต.ต.มณเฑียร ประทีปะวณิช ฟ้องสมเจตน์ค่ะ ข้อหาความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ โดยอ้างข้อความที่อ้างใน นสพ.ทำนองว่า โจทก์ให้ทหารปฏิวัติ

แล้วสมเจตน์ฟ้องแย้ง ว่า พล.ต.ต.มณเฑียร แจ้งความเท็จ ดูเอาเถิดค่ะประเทศนี้ คดีที่ผู้การฟ้อง ป่านนี้เรื่องยังไม่ไปถึงไหน แต่ไอ้จำเลยในคดีนั้น ฟ้องแย้งกลับได้นำมาพิจารณาก่อน

หากยึดตามบรรทัดฐานของศาล ที่เคยตัดสินคดีนายสุเทพหมิ่นคุณทักษิณ คดีที่สมเจตน์ฟ้องก็ต้องตกไป เพราะผู้การอ้างน สพ.โดยบริสุทธิ์ใจ

ผู้การไม่ได้หนีแต่อย่างใด เพียงแต่เมื่อวานศาลนัดไต่สวนมูลฟ้อง และนัดให้มาวันนี้ แต่ผู้การขอเลื่อน ศาลไม่อนุญาต (เหมือนกับคดีเสื้อแดงไหมคะ) รีบร้อนดำเนินการตัดสินทันที

วันนี้ผู้การป่วยค่ะ นอนป่วยอยู่ที่โรงพยาบาลวิชัยยุทธ ไม่ได้หลบหนีแต่ประการใด แต่ดูเหมือนเป็นการกลั่นแกล้งกันมากกว่า ต้องการให้เป็นข่าว ต้องการให้เสื่อมเสียชื่อเสียง

ดิฉันทราบเรื่องดี เพราะรู้จักเป็นส่วนตัวกับผู้การค่ะ

Wednesday, July 29, 2009

มาพร้อมประชาธิปไตย

ที่มา บางกอกทูเดย์

3 ใน 100 ช่องโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมตัวใหม่ ที่ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร บอกกับ “คนเสื้อแดง” ในวันคล้ายวันเกิดของตัวเอง เมื่อ 26 ก.ค.ที่ผ่านมา...น่าสนใจไม่น้อยช่องหนึ่ง...ใช้สร้าง องค์ความรู้ชั้นยอด จากทั่วโลกให้กับเด็กและเยาวชนไทย ได้มีโอกาสทางการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันช่องหนึ่ง...ใช้ทำ เรียลลิตี้แก้จน ดึงเอาเศรษฐีทั้งชาวไทยและต่างชาติผู้ใจบุญ มาร่วมกิจกรรมแก้จนให้กับคนไทย...ที่ไม่ยอมงอมืองอเท้าและไม่จำนนต่อโชคชะตาอีกช่องหนึ่ง...ใช้ทำการตลาดระดับโลก ทั้งผลักและดันสินค้าโอท็อปและสินค้าจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยไปขายให้กับชาวต่างชาติอีก 97 ช่อง...อาจจะมีช่องข่าว และอีกบางช่องที่ ทีมงานของอดีตนายกฯ ทักษิณ คงทำกันเอง แต่ส่วนใหญ่...น่าจะเชื่อมต่อสัญญาณทีวีเข้าที่อื่นๆ ทั้งในและนอกประเทศสงครามแย่งซื้อรายการโทรทัศน์ดีๆ จากต่างประเทศฯ ที่...ฝั่ง ยูบีซี ผูกขาดเพียงผู้เดียว คงต้องเกิดขึ้นและน่าจะรุนแรง...พลังของสื่อโทรทัศน์...มันยิ่งใหญ่และรุนแรง ถ้ารู้จักและเลือกที่จะใช้มัน...ของอย่างนี้ผมเชื่อ...อดีตนายกฯทักษิณ เก่งที่จะเล่นกับสื่อแนวใหม่ที่ว่า...เห็นได้ชัดว่า...3 ช่องข้างต้น ก็คือแนวนโยบายของ อดีตนายกฯ ทักษิณ และ พรรคไทยรักไทย ที่เคยจุดประกายความฮือฮาให้กับคนไทยทั่วประเทศ...มาแล้วแต่เกือบ 3 ปี หลังการทำ รัฐประหาร ของ คปค.(แล้วเปลี่ยนมาเป็น คมช.) สิ่งเหล่านี้...ขาดการเหลียวสานต่อ ผลักดัน และช่วยเหลือ จนทำให้หลายสิ่งหลายอย่าง...ที่เคยขับเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมีความหวัง...ต้องพังทลายไปหมด!ส่วนตัวผมว่า...ทีวี 3 ช่อง ที่ อดีตนายกฯ ทักษิณพูดถึง...เป็นเรื่องที่ดีมากๆ

ไม่ว่า...จะได้กลับเข้าประเทศและลงเล่นการเมือง จนกลับมาเป็น นายกฯ อีกสมัย หรือไม่? แต่ภารกิจในการสร้างทีวีช่องการศึกษา ช่องแก้จน และช่องขายสินค้าไทย ก็จะยังคงอยู่และเดินไปข้างหน้าอย่างเป็นความหวังของคนไทยอีกหลายล้านคน...เรื่อง ความดี...ความเลว ยังต้องรอการพิสูจน์ในชั้นศาลหรือให้กาลเวลาเป็นเครื่องพิสูจน์ แต่กับผลงานที่ผ่านมาของอดีตนายกฯ รายนี้...ใครจะปฏิเสธล่ะครับว่า...ไม่ได้สร้างผลงานจนเป็นที่พออกพอใจแก่คนไทยส่วนใหญ่ครับ! เรื่องล่ารายชื่อถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้กับ อดีตนายกฯ ทักษิณ ของ “คนเสื้อแดง” และ “พรรคเพื่อไทย” จะสัมฤทธิผลหรือโดน เตะตัดขาจนล้มครืน!แต่กับเรื่องทีวี 3 ช่องที่ว่านี้...ยังไงก็น่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนไทยและสังคมไทยโดยรวมในเมื่อคนที่ถือ “อำนาจรัฐ” ยังคิดไม่ได้ อ่านไม่ออกทำกันไม่เป็น อย่างนี้...ก็จำเป็นจะต้องพึ่งพิงและพึ่งพาเอากับ“คนไกลบ้าน” นั่นแหละครับใครจะมองหรือกล่าวหา อดีตนายกฯ ทักษิณ ว่า...ไม่ดี เพราะไป ดึงฟ้าต่ำ ทำหินแตก แยกแผ่นดิน ยังไงก็ช่างแต่ชีวิต...มันต้องเดินไปข้างหน้า! ประชาชน...ยังคงหิวต้องการอาหารมาประทังชีวิต ต้องการเงินมาซื้อหาสิ่งของที่จำเป็น ถ้า ประชาธิปไตยมันจะมาพร้อมๆ กับเงินงาน อาหาร และความสุข! ผมว่า...ต้องสนับสนุนกันอย่างเต็มที่แหละครับ...ไม่ได้...ไม่ดี ขอแค่มี “ถนนคนแดง” ให้ “เสื้อแดง”หลายสิบล้านคน..ได้ซื้อขายแลกเปลี่ยนระหว่างกัน เท่านี้...ก็ช่วย รัฐบาลของนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย...ได้มากแล้วล่ะครับ ■

ประเพณี ‘ผลาญเงิน’

ที่มา บางกอกทูเดย์

เที่ยวฟรี–กินฟรี...ใครบ้างจะไม่ชอบ?ช่วง ปิดสมัยประชุมรัฐสภา ในส่วนของกรรมาธิการรัฐสภาและวุฒิสภา กรณีมีเสียง“วิพากษ์วิจารณ์” ถึงการเดินทางไปดูงานยัง“ต่างประเทศ”ซึ่งใช้งบดูงานสูงถึง 160 ล้านบาท!พูดง่ายๆ ก็คือ เงินก้อนโตที่ประชาชนอย่างเราได้ควักกระเป๋า “เสียภาษี” เพื่อนำพวกท่านบินไปเที่ยว ชมนกชมไม้ ที่สวยงามถึงยังต่างแดนถามว่า...เต็มใจหรือไม่?ตอบเลยว่า...เป็นเงินภาษีที่ให้ด้วย “ความเต็มใจ” หากพวกท่านนำไป “จับจ่ายใช้สอย”โดยคิดถึง “ผลประโยชน์” ของประเทศชาติอย่างแท้จริงนำ “ภูมิปัญญา” ความรู้เหล่านั้นกลับมาทำให้ประเทศบ้านเกิดเมืองนอนของท่านและของผม...พัฒนาไปข้างหน้ามุ่งสู่ “ความเจริญ”จะใช้เท่าไหร่? ขอให้บอก...เดี๋ยวประชาชนอย่างพวกผมจะจัดให้แต่ต้องมี ข้อแลกเปลี่ยน โดยที่พวกท่านต้องมารายงานให้ประชาชนทราบก่อนว่า จะเดินทางไปที่ไหน...ไปทำอะไรสุดท้าย! ดูงานแล้วจะได้รับอะไรกลับมาพัฒนาประเทศชาติ...พัฒนาชีวิตของประชาชนซึ่งต้อง

มี “ผลงาน” ที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้และให้ติดตามผล...ถ้าท่านตอบว่า“ตกลง” พวกผมก็ “ตกลง”อย่างน้อยๆ เงินที่ประชาชน “เสียไป” ในรูปของ ภาษีอากร เพื่อนำไป พัฒนาประเทศ จะได้รู้ที่มาที่ไป...ซึ่งต้องเป็นเงินที่เสียไปอย่าง “ไม่ไร้คุณค่า”แต่ที่ผ่านมา “จุดประสงค์” ของการเดินทางไปดูงานยัง “ต่างประเทศ” ร้อยทั้งร้อยกระทำไปเพื่อความสุขของ “ตัวบุคคล” หรือเพื่อ “กลุ่มคน”บางกลุ่มไม่ใช่เพื่อ “ประโยชน์” ของประเทศชาติส่วนรวมเป็นอย่างนี้ทุกๆ รัฐบาล...เหมือนเป็นธรรมเนียม“ประเพณี” ที่ได้รับการปฏิบัติสืบทอดต่อกันมาว่ากันตามตรง...ถึงวันนี้ก็ยังไม่มี “อัศวินขี่ม้าขาว”คนใด เข้ามาแก้ไขเรื่องนี้อย่างจริงจังกรณีท่าน “โฆษกฝีปากกล้า” เดินทางไปดูรัฐสภายังประเทศ “ฮังการี” เพื่อนำมาเป็นแนวทางในการสร้าง รัฐสภาแห่งใหม่ ของไทยมันเป็นเรื่อง “เร่งด่วน” ขนาดนั้นเลยหรือ?ประเทศชาติกำลังเดือดร้อน แต่กลับทำเรื่องอะไรที่ “ไร้สาระ” แบบนี้เขาเรียกว่า “ช่วยชาติ”หรือ “ผลาญชาติ”ถึงบางอ้อที่ว่า...ทำอย่างไรประเทศไทยก็“ไม่เจริญ” เพราะผู้มีอำนาจตั้งแต่นายกฯ รัฐมนตรีส.ส. ส.ว. ยังคงมี “กิเลส” ครอบงำว่าแต่ “คนปากเสีย” ภาษา “ฮังกาเรียน” เขาพูดว่ายังไงหว่า?!? ■

คำพูด

ที่มา บางกอกทูเดย์

เวลามีการชุมนุมทางการเมือง จะถูกหรือผิดกฎหมายมันต้องมีคนเดือดร้อน แต่ถามว่าคนที่ตากแดดตากฝนบนถนนส่วนตัว หลายคนละทิ้งการงาน ทะเลาะกับครอบครัว ตรงนั้นเราบอกว่าเป็นกบฏหรือเครื่องมือทางการเมืองหรือ ไม่ใช่หรอกเราต้องคิด รัฐบาลต้องคิด นายกฯ ต้องคิดแต่วันนี้นายกฯ ไม่คิดแล้วครับถ้าท่านนายกฯ กลัวว่าการลาออกจะเป็นการสร้างวัฒนธรรมที่ไม่ดี เพราะมีกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งซึ่งท่านเรียกว่าหยิบมือเดียวไปดูเถอะครับถ้าหยิบมือเดียวกัน ถ้ากลัวเสียวัฒนธรรมประเพณี แต่หลายประเทศทำแล้วผมไม่เห็นมันเสียหาย ก็ไม่เป็นไรครับ บอกเลยว่าวันนี้ผมต้องพูดขัดใจเพื่อนสมาชิกอีกหลายคน ส.ส.จะไม่เสนอให้ยุบสภา ผมเองแค่นึกว่าเหนื่อยแค่ไหนกับการหาเสียง แต่ยุบสภาจะเป็นการรับผิดชอบ ทำเถอะเพื่อบ้านเมืองสงบสร้างบรรทัดฐานที่ดีเถอะครับ..วลีเยี่ยมประโยคสวยแบบนี้..มีอยู่ยี่ห้อเดียว..อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..ขณะที่เป็นหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน..แต่วันนี้ท่านมาเป็น..นายกรัฐมนตรีแค่ 31 สิงหาคม 2551 มา

จนถึงวันนี้..เป็นวันเวลาที่สั้นมากสำหรับ..ผู้ที่ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี..แต่ก็ยาวเกินกว่าจะรอ..สำหรับคนที่เป็นฝ่ายค้าน..เราทุกคนในประเทศนี้..ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับชะตากรรมบ้านเมือง..จะยอมรับกันหรือไม่..ในระบอบประชาธิปไตยให้ประชาชนเป็นคนเลือกตัวแทนเข้ามาสู่รัฐสภา..และสรรหานายกรัฐมนตรีขึ้นมาบริหารราชการแผ่นดิน..เลือกตั้งว่ากันใหม่..น่าจะเป็นหนทางแก้ปัญหา..ความล่มสลายของประเทศไทยในวันนี้..ทำอย่างที่อดีตผู้นำพรรคฝ่ายค้านเคยแนะนำดูตัวอย่างญี่ปุ่นเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้า..ทั้งๆที่บ้านเมืองมีปัญหาน้อยกว่าบ้านเรา..เขาก็ยังลาออกเลือกตั้งกันใหม่..ดูอย่างใกล้บ้านมาเลเซียก็ได้..เขาใช้เลือกตั้งผลัดแผ่นดิน..เขาไม่ใช้กองทัพ เขาไม่กล่าวหากันไม่เอาสถาบันเข้ามาเกี่ยวข้องในวันนี้..เงินเหรียญของเขาถึงแพงกว่าของเรา..วันนี้โรงแรมของเขาต้องจองล่วงหน้า..นักท่องเที่ยวที่ทิ้งประเทศไทย..ไปกองกันอยู่ที่นั่นให้ประชาชนตัดสินใจเถิดครับ..เขาอยากได้ใครมาเป็นรัฐบาล..หยุดคิดแทนประชาชนเสียที..ทำอย่างที่ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..เคยพูด..“ยุบสภาจะเป็นการรับผิดชอบ ทำเถอะเพื่อบ้านเมืองสงบ สร้างบรรทัดฐานที่ดีเถอะครับ” ■

ม็อบ31ก.ค.ต่อด้วยดำทั้งแผ่นดินเบิร์ธเดย์มาร์ค

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
29 กรกฎาคม 2552


แกนนำนปช.ได้เปิดแถลงข่าวช่วงบ่ายวันนี้ยืนยันไม่มีอะไรขัดขวางการชุมนุมของเสื้อแดงเพื่อรวบรวมรายชื่อถวายฎีกาพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ในวันที่31กรกฎาคมนี้ได้ พร้อมประกาศให้วันที่3สิงหาคมนี้ซึ่งเป็นวันเกิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นวัน"ดำทั้งแผ่นดิน"เพื่อให้นายกรัฐมนตรีหุ่นเชิดเกิด"ดวงตาเห็นดำ"ว่าประชาชนไทยทุกข์ยากขนาดไหนภายใต้รัฐบาลหุ่นเชิดของระบอบอมาตยาธิปไตย




นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.แถลงว่านอกจากการจัดการชุมนุมใหญ่ของเสื้อแดงในวันที่ 31 กรกฎาคมเพื่อรวบรวมรายชื่อประชาชนถวายฎีกาเพื่อขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรแล้ว นปช.ยังมีมติว่าให้ประชาชนแต่งชุดดำไว้ทุกข์ทั่วประเทศในโอกาสที่รัฐบาลจะแถลงผลงานครบรอบ6เดือนในวันที่3สิงหาคมนี้ด้วย เพื่อเป็นการไว้ทุกข์ให้ประเทศที่ต้องทนทุกข์กับรัฐบาลอำมาตยาธิปไตย

"ตอนวันเกิดนายกฯทักษิณ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะพูดว่าหวังว่าดวงจะเห็นธรรม คราวนี้ที่จะแถลงผลงานรัฐบาลบังเอิญตรงกับวันเกิดนายอภิสิทธิ์พอดี เราก็หวังว่านายอภิสิทธิ์จะมีดวงตำ"เห็นดำ"เนื่องจากประชาชนจะแต่งดำไว้ทุกข์ทั่วประเทศ"

นายณัฐวุฒิกล่าวว่าการล่ารายชื่อเพื่อถวายฎีกาก็มี"เกมล้มฎีกา"จากกลุ่มอำมาตยาธิปไตยจากกลุ่มหน้าเดิมๆที่เป็นฝ่ายปฏิปักษ์กับพ.ต.ท.ทักษิณ โดยไม่ต้องแอบซ่อนกันอีกต่อไป ซึ่งนปช.ขอชี้แจงว่าเราทำได้ตามรัฐธรรมนูญ หากบอกว่าไม่บังควรก็ขอถามพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ว่า การนำคณะรัฐประหารเข้าเฝ้าฯกลางดึกคืนวันรัฐประหาร19กันยายนนั้น"เป็นการบังควร"หรือไม่?


นายจตุพร พรมพันธ์ แถลงว่า ไม่มีอะไรหรือใครจะขัดขวางการจัดชุมนุมของเสื้อแดงในวันที่31ก.ค.นี้ได้ ไม่ว่าองคมนตรีหรือใครจะออกมาขัดขวาง ซึ่งล่าสุดสำนักราชเลขาธิการออกมาชี้แจงแล้วว่าไม่มีการหารือเรื่องดังกล่าวเหมือนที่พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ออกมาให้ข่าว

นายวีระ มุสิกพงศ์ เปิดเผยว่าถึงตอนนี้มีคนลงชื่อเพื่อยื่นฎีกาเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้1ล้านรายชื่อ ก็จะได้ดำเนินการยื่นขอพระราชทานอภัยโทษให้พ.ต.ท.ทักษิณต่อไป

นายวีระยังได้กล่าวยกอ้างพระราชกระแสดำรัสในหลวงต่อองคมนตรีว่ามีหน้าที่ให้คำปรึกษาแก่พระมหากษัตริย์ จึงอยากถามพลงอ.พิจิตรที่ขัดขวางการยื่นฎีกาของประชาชน และการกล่าวร้ายต่อพ.ต.ท.ทักษิณว่าซุกเงินไว้เกาะเคย์แมน1.8หมื่นล้านบาทเป็นหน้าที่ขององคมนตรีหรือไม่ หากรู้ว่าผิดพลาดก็ควรลาออกจากตำแหน่งองคมนตรีดีกว่า

สำหรับการชุมนุมใหญ่เพื่อรวบรายชื่อประชาชนมาส่งพร้อมกันที่ท้องสนามหลวงในวันที่ 31 กรกฎาคม ซึ่งจะมีเวทีการชุมนุมใหญ่ของคนเสื้อแดงจะเริ่มตั้งแต่เวลา 15.00 น. จนถึงเวลา 24.00 น. ที่จะเป็นเวลาในการปิดรับรายชื่อประชาชน และในเวลา 24.00 น. แกนนำคนเสื้อแดงจะประกาศจำนวนรายชื่อประชาชนที่ร่วมลงชื่อถวายฎีกาฯ อย่างไม่เป็นทางการอีกครั้ง

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า สาเหตุที่ต้องประกาศจำนวนรายชื่อประชาชนอย่างไม่เป็นทางการในการชุมนุมวันที่ 31 กรกฎาคมนั้นเป็น เพราะหลังการชุมนุมวันที่ 31 กรกฎาคม คนเสื้อแดงจะมีการตั้งคณะกรรมการแดงทั้งแผ่นดิน ขึ้นมาตรวจสอบความถูกต้องของรายชื่อและฎีกาที่จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อกระบวนการทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยก็จะมีการแถลงข่าวอย่างเป็นทางการให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะนำรายชื่อทั้งหมดนำข้นทูลเกล้าฯ จากนั้นคนเสื้อแดงจะไม่มีการเคลื่อนไหวหรือชุมนุมติดตามการถวายฎีกาฯ ครั้งนี้อีก

"จากนี้ไปคนเสื้อแดงจะมีการทำบัตรสมาชิกคนเสื้อแดงแจกจ่ายให้คนเสื้อแดงทั้งประเทศ โดยเริ่มแรกเราได้จัดทำบัตรสมาชิกคนเสื้อแดงกิติมศักดิ์ ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีก่อนเป็นคนแรก โดยด้านหน้าจะมีชื่อพร้อมรูปของสมาชิก และด้านหลังจะเป็นแนวทางการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงที่แกนนำได้มีมติร่วมกัน 6 ข้อ " นายณัฐวุฒิ กล่าว

หัวโจกผู้ก่อการร้ายจาบจ้วงในหลวง-ราชินี

ที่มา Thai E-News


โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา ASTVผู้จัดการ
29 กรกฎาคม 2552

นายสนธิ ลิ้มทองกุล ซึ่งถูกตำรวจแจ้งข้อหาดำเนินคดีเป็นหัวโจกก่อการร้ายยึดสนามบินสุวรรณภูมิ ได้พูดผ่านกระบอกเสียงของตนเองคือ ASTVเมื่อค่ำวานนี้ มีเนื้อหาโจมตีกลุ่มเสื้อแดงที่ล่ารายชื่อประชาชนเพื่อยื่นถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษให้อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตรว่า เป็นการทำลายสถาบันฯและโจมตีรัฐบาลว่านายสุเทพ เทือกสุบรรณไม่มีความจริงใจในการเล่นงานกลุ่มเสื้อแดง

อย่างไรก็ตามมีการตั้งข้อสังเกตว่า ถึงจะเป็นการพูดปกป้องสถาบันกษัตริย์ และโจมตีทักษิณและเสื้อแดงว่าทำลายสถาบันฯแบบเดิมๆที่เคยทำมา จนศาลเคยมีคำสั่งตัดสินให้นายสนธิเลิกแอบอ้างมาก่อนหน้านี้ แต่ในคราวนี้หัวโจกผู้ก่อการร้ายรายนี้ได้ใช้วาจาจาบจ้วงที่มิบังควรอย่างยิ่ง ( ดูวิอิโอคลิปการพูด คลิ้กที่นี่)

นาทีที่39:35

บ้านเป็นตัวแทนของสังคม สังคมเป็นตัวแทนของประเทศ ประเทศคือหน้าตาของพวกเรา การมีจารีต มีประเพณี มีการเคารพ เราเคารพพ่อเคารพแม่ แล้วประชาชนคนไทยเคารพพ่อหลวงแม่หลวง มันเสียหายตรงไหน สมเด็จพระนางเจ้าฯ ไม่ใช่อีเมลดา มาร์กอส ที่จะไปโกงชาติโกงบ้านโกงเมือง พระเจ้าอยู่หัว ก็ไม่ใช่ เฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ที่โกงประเทศอย่างร่ำรวย พระองค์ท่านอยู่อย่างสมถะ


นาทีที่58:50

ผมถูกยิงยังมีการไปปล่อยข่าวพี่น้อง ว่าสถาบันกษัตริย์สั่งให้ยิงผม พี่น้องเชื่อไหม ความบัดซบของคน ผมจะบอกอะไรให้อย่าง วันนี้ผมตัดสินใจเดินหน้าทำงานเพื่อชาติบ้านเมือง และพระเจ้าอยู่หัว วันนั้นเป็นอมตะวาจาของผมไปจนสิ้นสุดชีวิตจะหาไม่ ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง


แม้หัวโจกผู้ก่อการร้ายรายนี้จะทำจะพูดจะแสดงออกไปในนามการปกป้องสถาบัน ด้วยการโจมตีปฏิปักษ์ทางการเมืองอย่างไร้มูล และศาลเคยมีคำสั่งตัดสินมาแล้วว่าไม่สมควรพูดทำนองนี้อีก คำถามคือวาจาเปรียบเปรยจาบจ้วงดังกล่าวของเขาผู้นี้ถือเป็นเรื่องมิบังควรหรือไม่

วิญญูชนพึงพิจารณา และโดยเฉพาะผู้ที่อ้างว่าจงรักภักดีเหนือใครในประเทศอย่างองคมนตรี พวกราชนิกูลที่ชอบออกมาปกป้องสถาบัน นักวิชาการ นักสื่อมวลชน รวมทั้งคนเสื้อเหลือง สิ่งที่สนธิพูดมานี้บังควร หรือมิบังควร?

เปิดปูมคำพิพากษาศาลสั่งจำคุกลิ้ม

ทั้งนี้ศาลเคยพิพากษาจำคุกนายสนธิ โดยมีคำตัดสินตอนหนึ่งว่า (อ่านรายละเอียด คลิ้ก)

"ทางนำสืบจำเลยที่ 1 (สนธิ ลิ้มทองกุล) และพฤติการณ์การกล่าวปราศรับของจำเลยที่ 1 ตามวัตถุพยานของจำเลยที่ 1 ก็ดี การแต่งการของจำเลยที่ 1 ไม่ว่าสีของเสื้อที่ใช้สีเหลือง อันเป็นสีประจำพระองค์ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และตัวอักษรที่หน้าอกเสื้อคำว่า"เราจะสู้เพื่อในหลวง" ก็ดี ล้วนพยายามสร้างภาพของโจทก์(พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) และผู้สนับสนุนโจทก์ ให้มีภาพยืนอยู่ตรงข้ามกับสถาบันพระมหากษัตริย์ และพยายามสร้างภาพของจำเลยกับพวกให้อิงแอบแนบชิดกับสถาบันพระมหากษัตริย์ อันเป็นสถาบันสูงสุดที่ประชาชนคนไทยทุกหมู่เหล่าต้องเทิดทูน เพื่อแสดงให้เห็นว่าโจทก์กับพวก ไม่จงรักภักดี ทำตัวเสมอพระมหากษัตริย์ หรือไม่ถวายพระเกียรติพระมหากษัตริย์ เป็นการแยกประชาชนคนไทยที่จงรักภักดีบางส่วน ให้เป็นฝ่ายตรงข้ามสถาบันพระมหากษัตริย์ นับเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อประเทศชาติ

การที่จำเลยที่ 1(นายสนธิ) พยายามดึงสถาบันพระมหากษัตริย์อันเป็นที่เคารพ เทิดทูนสูงสุดของประชาชนทุกหมู่เหล่า มาเป็นเครื่องมือในการกำจัดโจทก์กับพวก ในทางการเมือง ในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พฤติการณ์แห่งคดีมีลักษณะร้ายแรง และเพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่บุคคล หรือคณะบุคคลอื่นๆ อีกต่อไปจึงไม่รอการลงโทษจำเลยที่ 1 และให้นับโทษจำคุกจำเลยที่ 1 ต่อจากโทษจำคุกในคดีอาญา หมายเลขแดงที่ อ.1241/2550 ของศาลอาญาที่พิพากษาจำคุก เป็นเวลา 2 ปี โดยไม่รอลงอาญา "

ประจวบ สังข์ขาว เข้าให้ปากคำ กกต.แล้ว

ที่มา MCOT News

กกต. 28 ก.ค.- “ประจวบ สังข์ขาว” เข้าให้ปากคำ กกต. มัด ปชป.ไซฟ่อนเงินบริจาค-เงินกองทุน ระบุแค่ใช้ บ.แมซไซอะ ผ่านเงิน ด้าน ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ปัดเป็นคนพามา

ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธาน ส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังการเข้าให้ปากคำกับคณะกรรมการไต่สวนฯ กรณีตรวจสอบเงินบริจาค 258 ล้านบาท และการใช้เงินกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ ของพรรคประชาธิปัตย์ ว่า ตนและนายพีรพันธุ์ พาลุสุข ได้ยืนยันพยานหลักฐาน และคำอภิปรายไม่ไว้วางใจในประเด็นดังกล่าวต่อคณะกรรมการไต่สวนฯ

ร.ต.อ.เฉลิม ย้ำว่า เงินที่พรรคประชาธิปัตย์ได้รับจากบริษัท ทีพีไอ ไม่ได้มีการแจ้งในบัญชีรายรับที่ได้แสดงต่อ กกต. และเงินกองทุนฯ ที่ได้รับไปจาก กกต. ก็ไม่ได้นำไปจ้างบริษัท แมซไซอะ ทำป้ายโฆษณาหาเสียง แต่เป็นการทำนิติกรรมอำพราง เอาเงินไปผ่านบริษัทฯ แล้วให้นายประจวบ สังข์ขาว กรรมการบริษัท ออกใบเสร็จรับเงินให้ ซึ่งคณะกรรมการไต่สวนฯ ก็ไม่ได้ติดใจสงสัยหรือซักถามในประเด็นอื่น

ร.ต.อ.เฉลิม เชื่อว่าคดีน่าจะสรุปได้ในเร็ว ๆ นี้ เพราะได้รับทราบจากผู้ใหญ่ที่ดูแลนายประจวบ ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็นนายคณาปติ ว่า นายประจวบได้เข้ามาให้การกับคณะกรรมการไต่สวนฯ ของ กกต. แล้วในวันนี้ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้เป็นผู้พานายประจวบมาให้การกับ กกต. และไม่ได้พูดคุยกับนายประจวบแต่อย่างใด แต่ก่อนหน้านี้ นายประจวบได้เข้าไปให้การเพิ่มกับดีเอสไอเป็นครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 17 ก.ค.ที่ผ่านมา และโทรศัพท์มายืนยันกับตนว่า ได้ยืนยันกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอเช่นที่เคยให้การไว้ เพียงแต่ว่ามีรายละเอียดของเนื้อหาสาระเพิ่มเติมเล็กน้อย

“ขณะนี้นายประจวบยังอยู่ในความดูแลของนายทหารนอกราชการคนหนึ่ง ซึ่งการมาให้การกับ กกต. เขาก็เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของตัวเองเหมือนกัน แต่ผมคิดว่าคำให้การของนายประจวบคงจะเป็นอื่นไปไม่ได้ เพราะหากเขาไม่มีเจตนาที่จะทำให้ความจริงปรากฏ ก็คงไม่มาให้การกับ กกต. และเมื่อพยานสำคัญคือผมและนายประจวบมาให้การแล้ว ละครก็ใกล้จะจบแล้ว ขอให้ติดตามดู” ร.ต.อ.เฉลิม กล่าว

ด้านนายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ กกต. กล่าวในเรื่องเดียวกันว่า เลขาธิการคณะกรรมการไต่สวนฯ ได้แจ้งให้ทราบว่า นายประจวบจะมาชี้แจงในวันเดียวกันนี้ โดยเป็นการประสานกับดีเอสไอด้วยวาจา ให้ช่วยติดต่อนายประจวบให้ หลังจากที่ก่อนหน้าที่ได้ส่งหนังสือไปให้นายประจวบตามที่อยู่ แต่ก็ถูกตีกลับ ซึ่งก็ทราบว่าขณะนี้นายประจวบได้มาให้การแล้ว โดย ร.ต.อ.เฉลิม เป็นผู้พามา

ขณะที่นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง กล่าวถึงการเข้าให้ปากคำของนายประจวบ ว่า นายประจวบไม่ใช่พยานปากสุดท้าย ยังคงเหลือพยานในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์อีกหลายปากที่จะเข้าให้ปากคำเป็นลำดับถัดไป ซึ่งการทำงานของคณะกรรมการไต่สวนฯ จะครบกำหนดระยะเวลาที่ขอขยาย ในวันที่ 16 ส.ค. และคงมีการเสนอให้ กกต. พิจารณา .- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-07-28 18:10:20

จาตุรนต์ เบิกความคดีหวยบนดิน ระบุ คตส.มีอคติ

ที่มา MCOT News

ศาลฎีกา 28 ก.ค.- “จาตุรนต์ ฉายแสง” เบิกความคดีหวยบนดิน ซัด คตส. จ้องเอาคนรัฐบาล “พ.ต.ท.ทักษิณ” เข้าคุก เบี่ยงประเด็นฟ้อง ทั้งที่คดีนี้ สตง.ตรวจสอบแล้วไม่มีทุจริต เตรียมนำ “พงศ์เทพ-อสส.- รอง อสส.” เบิกความ เช้าวันที่ 29 ก.ค.นี้

ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง สนามหลวง วันนี้ (28 ก.ค.) นายสบโชค สุขารมณ์ รองประธานศาลฎีกา ว่าที่ประธานศาลฎีกาคนใหม่ เจ้าของสำนวนทุจริตโครงการออกสลากพิเศษเลขท้าย 2 และ 3 ตัว (หวยบนดิน) พร้อมองค์คณะ 9 คน ไต่สวนพยานจำเลย คดีหมายเลขดำ อม.1/2551 ที่คณะกรรมการ ป.ป.ช. เป็นโจทก์ฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี (จำหน่ายคดีจากสารบบ) จำเลยที่ 1 อดีตคณะรัฐมนตรีชุดรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ จำเลยที่ 2-30 และผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นจำเลยที่ 31-47

โดยนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรองนายกรัฐมนตรี จำเลยที่ 4 ขึ้นเบิกความสรุปว่า คณะรัฐมนตรีชุดนั้นเป็นผู้อนุมัติ ซึ่งมาจากผลการวิจัยที่ระบุว่ามีประชาชนประมาณ 10-20 ล้านคน นิยมเล่นหวย กระทรวงการคลังจึงทำเรื่องเสนอ ครม.เพื่ออนุมัติโครงการ นำรายได้มาช่วยเหลือสังคม และการศึกษาสำหรับเด็กด้อยโอกาสและเด็กยากไร้ คนยากจน ผู้ป่วยและผู้พิการ มีการตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ และร่างระเบียบปฏิบัติของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ ขึ้นมาพิจารณาเรื่องการบริหารสำนักงาน และการช่วยเหลือสนับสนุนเงินการศึกษาเด็กด้อยโอกาสและเด็กยากไร้ แต่จะไม่มีการนำเงินรายได้จากการจำหน่ายหวยบนดินไปใช้ตามนโยบายปราบปรามผู้มีอิทธิพลและยาเสพติด ซึ่งเป็นคนละส่วนกัน

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า คดีนี้ขั้นตอนการไต่สวน การตั้งข้อกล่าวหา ของ คตส. ที่เป็นบุคคลที่เป็นปฏิปักษ์กับพวกจำเลย มีหลักคิดและวิธีการทำงานที่ทำให้จำเลยไม่ได้รับความเป็นธรรม การตั้ง คตส.ขึ้นมาตรวจสอบการบริหารราชการของรัฐบาลใดรัฐบาลหนึ่งเป็นการเฉพาะ เป็นเรื่องไม่ถูกต้อง และคนที่เป็น คตส. เคยแสดงความเห็นต่อสาธารณชนหลายครั้งว่า ต้องการทำให้คนในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ติดคุก ซึ่งเป็นการแสดงความอคติ เมื่อยื่นฟ้องคดีนี้แล้ว ก็แสดงความดีใจออกนอกหน้า

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ความจริงแล้ว คดีนี้ที่ฝ่ายโจทก์อ้างว่า สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) เป็นผู้ร้องเรียนนั้น ไม่เป็นความจริง เนื่องจากเคยประชุมร่วมกับคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ผู้ว่าการ สตง. บอกกับพยานในที่ประชุมว่า การกระทำตามโครงการนี้ ไม่ได้เป็นการทุจริต แต่ คตส.กลับเบี่ยงประเด็นว่า ครม.มีอำนาจออกโครงการหวยบนดินได้หรือไม่ และเหตุใดจึงไม่นำเงินเข้ากระทรวงการคลัง และไม่มีการเรียกตัวแทนจาก สตง. มาสอบสวนให้ชัดเจนว่าคดีนี้ผิดถูกอย่างไร จึงเป็นการจงใจปกปิดข้อมูลพยานหลักฐานของฝ่ายจำเลย เป็นการให้ข้อมูลด้านเดียวเพื่อเอาผิดจำเลย ร่วมทั้งไม่เคยนำผู้เชี่ยวชาญมาให้การว่า โครงการนี้เป็นสลากกินรวบหรือกินแบ่ง ขัดแย้งกับความเห็นของอัยการสูงสุด ที่ให้พิสูจน์ข้อนี้ให้ชัดเจน ดังนั้น ข้อกล่าวหาคดีนี้จึงเลื่อนลอย มีปัญหาทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ไม่ถูกต้องตามหลักการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นที่ต้องฟังข้อเท็จจริงทั้งสองด้าน

หลังจากนายจาตุรนต์ เบิกความเสร็จสิ้นแล้ว ศาลนัดไต่สวนพยานจำเลยครั้งต่อไปวันที่ 29 ก.ค. นี้ เวลา 09.30 น. โดยฝ่ายจำเลยเตรียมนำนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา อดีต รมว.ยุติธรรม จำเลยร่วมในคดีนี้เข้าเบิกความ นอกจากนี้ยังมีนายชัยเกษม นิติสิริ อัยการสูงสุด และนายวัยวุฒิ หล่อตระกูล รอง อสส. ในฐานะคณะทำงานอัยการรับผิดชอบคดีที่เกี่ยวกับ คตส.เข้าเบิกความด้วย.- สำนักข่าวไทย


อัพเดตเมื่อ 2009-07-28 18:16:08