ที่มา มติชน
คณะกรรมาธิการ (กมธ.) สิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค กมธ.ศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล กมธ.การพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน กมธ.สามัญศึกษาการบังคับใช้รัฐธรรมนูญ 2550 วุฒิสภา ร่วมกับมูลนิธิองค์กรกลางเพื่อประชาธิปไตย จัดเสวนาเรื่อง การแก้ไขรัฐธรรมนูญ : ใครได้ใครเสีย ที่อาคารรัฐสภา เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม
พล.อ.สมเจตน์ บุญถนอม อดีตหัวหน้าสำนักเลขาธิการคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวว่า คมช.ไม่เคยเข้าไปยุ่งเกี่ยวในเนื้อหาใดๆ ในรัฐธรรมนูญ 2550 ที่ผ่านมาเห็นว่าน่าแก้ไขที่มานายกฯ เพราะไม่จำเป็นที่นายกฯต้องมาจากเลือกตั้งเท่านั้น เพราะเป็นการเตะคนดีๆ ออกไป ดังนั้น ประชาธิปไตยจริงๆ ถ้าแก้รัฐธรรมนูญเพื่อประโยชน์ประชาชนก็แก้ไขได้ แต่อย่าแก้แล้วทำให้บุคคลกลุ่มใดได้ประโยชน์เพราะไม่ชอบธรรม
ขณะที่ นายบุญเลิศ คชายุทธเดช บรรณาธิการอาวุโส น.ส.พ.มติชน และอดีต ส.ส.ร.ปี 2540 กล่าวว่า วันนี้ไม่มีใครพยากรณ์ได้ว่าความขัดแย้งจะสิ้นสุดด้วยวิธีสมานฉันท์รูปแบบใด เพราะ 6 ประเด็น เป็นเรื่องนักการเมืองทั้งสิ้น เมื่อวิปฝ่ายค้านถอยตามมติพรรค เหลือแค่วิป 2 ฝ่าย วิปวุฒิสภาต้องหารือจะให้เดินหน้าต่อหรือระงับยับยั้งนายกรัฐมนตรีไม่ให้เดินหน้าต่อไป
ทางด้านเสรี สุวรรณภานนท์ อดีตรองประธาน ส.ส.ร.2550 ระบุว่า มีส่วนร่างรัฐธรรมนูญมา 2 ฉบับ แต่ยังคิดว่ารัฐธรรมนูญ 2540 ดีสุด เหมาะให้ประเทศก้าวหน้าได้ แต่เมื่อใช้ไปแล้วเกิดมีอุปสรรค เป็นเผด็จการรัฐสภา ดังนั้น 6 ประเด็นที่จะแก้เพราะนักการเมืองเข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ให้ตัวเอง และยกเลิกโทษทางการเมือง
ไม่ว่าจะโดยตั้งใจหรือไม่...นายกรัฐมนตรีหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ...ก็ได้ทำความผิดพลาดต่อพรรคอย่างมหันต์ไม่มีใครไม่รู้ว่า...ชวรัตน์ ชาญวีรกูล...อนุทินชาญวีรกูล นายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ นายสุเทพเทือกสุบรรณ...ทั้ง 4 ท่านจาก 2 พรรค...ได้เผชิญหน้าอย่างเปิดเผย...กับ การไม่ยอมรับ ...ผู้บัญ ชาการตำรวจแห่งชาติ...ที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี..ให้การสนับสนุนบุคคลทั้ง 4 คือ...ที่มาของเก้าอี้นายกรัฐมนตรีของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ความขัดแย้งจึงไม่ต่างอะไรกับการยกหินทุ่มขาตนเองไม่มีใครรู้เท่าๆ กับที่ใครๆ ก็รู้ว่า...เหตุผลสำคัญที่ นั่งร้านทั้ง 4 ของ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ...จาเป็นจะต้องเดินสวนทางกับ...ผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และประธานกรรมการตำรวจนั้น...เป็นเหตุผลที่ไม่สามารถนำมากล่าวอ้างอย่างเปิดเผยได้เป็นเหตุผลที่ไม่สามารถปฏิเสธหรือเบี่ยงเบนหลีกเลี่ยงได้เป็นเหตุผลที่เป็นหน้าที่โดยตรงของ...อำนาจหน้าที่ที่ต้องประพฤติปฏิบัติอันดับที่ 1 ของ...งานของกองบัญชาการตำรวจแห่งชาติแต่เมื่อ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ...สมัครใจที่จะทำตามใจตนในฐานะที่เป็นคนเสนอชื่อ...อภิสิทธิ์เวชชาชีวะ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์...ก็นำพรรคประชาธิปัตย์เข้าไปสู่ความยุ่งยากในปัจจุบันและยิ่งจะยุ่งยากมากขึ้นในอนาคตยุ่งยากเพราะ...จะขาดแนวร่วมในการรักษาเสียงสนับสนุนให้ประชาธิปัตย์ได้เป็นรัฐบาล...และขาดบุคลากรที่สำคัญในการทำให้เข้าก้าวขึ้นมาสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีที่นี่กรุงเทพฯ ไม่ใช่กรุงลอนดอน...เมืองที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ...ไปเกิดไปเติบโตและไปศึกษาเล่าเรียน...ขนบธรรมเนียบประเพณีที่แตกต่างกันอย่างมากมาย...ทำให้...อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ...ไม่เชื่ออย่างที่คนไทยส่วนใหญ่เชื่อดังนั้น...เขา...อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ..จึงสร้างเรื่องราวแห่งความยุ่งยากให้เกิดขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ...ในช่วงเวลาอันแสนสั้นของการเป็นนายกรัฐมนตรี...เขาพยายามจะเป็นนายกรัฐมนตรีคนซื่อในรัฐบาลที่ถูกกล่าวหาว่าคอร์รัปชั่นในแทบจะทุกบาทของงบประมาณ...หรือนี่คือ...เฉิน ชุย เปียน...คนต่อไป







