ที่มา Voice TV
ผู้เชี่ยวชาญด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เตือนรัฐหยุดปลุกกระแสชาตินิยมแบบไม่มีสติ เพียงเพื่อหวังคะแนนนิยมทางการเมือง
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, November 11, 2009
ปัญหาไทย-กัมพูชา ในทัศนะ"อ.สุรชาติ บำรุงสุข"
สมเด็จฮุนเซนเปิดบ้านต้อนรับ พ.ต.ท.ทักษิณ
ที่มา Voice TV
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีจากสมเด็จฮุนเซน หลังจากเดินทางถึงประเทศกัมพูชาวานนี้
หลัง จาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีไทย เดินทางมาถึงสนามบินของกองทัพกัมพูชาด้วยเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวพร้อมด้วยผู้ ติดตามราว 10 คน โดย พ.ต.ท.ทักษิณได้เดินทางสู่กรุงพนมเปญ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด จากองครักษ์ของสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา
ทั้งนี้ สถานีโทรทัศน์ของกัมพูชาได้แพร่ภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ กับสมเด็จฮุนเซน ที่บ้านพักแห่งหนึ่ง ซึ่งรัฐบาลของกัมพูชาเตรียมไว้ต้อนรับ ซึ่งทางสถานีฯได้บรรยายการพูดคุยกันในครั้งนี้ว่า เหมือนการพบปะกันระหว่างครอบครัว โดยมีสมเด็จฮุนเซน พร้อมภริยา และ ครอบครัว รวมทั้งนางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ และ นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี ร่วมพบปะในครั้งนี้
อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท. ทักษิณ ขอบคุณสมเด็จฮุนเซน ที่ไว้วางใจและแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษา โดย พ.ต.ท.ทักษิณ มีกำหนดการบรรยายเรื่องเศรษฐกิจในวันพฤหัสบดีที่ 12 พ.ย. ให้กับนักธุรกิจกัมพูชากว่า 300 คน
ต้องดำเนินการ
ที่มา มติชน
บทนำมติชน
เมื่อการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ได้เกิดเหตุการณ์ที่ถือเป็นประวัติศาสตร์ในวงการตำรวจขึ้นมา โดยการพิจารณาในวาระการสอบสวนการกล่าวหาว่า มีการซื้อขายตำแหน่งในการโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ในสมัยที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ยังดำรงตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ปรากฏว่า ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ กรรมการข้าราชการตำรวจคนหนึ่ง ได้นำเอาหลักฐานเป็นเอกสารพร้อมลายเซ็นของกรรมการข้าราชการตำรวจบางคน ที่ทำถึง พล.ต.อ.พัชรวาท เพื่อฝากให้พิจารณานายตำรวจบางคนในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ จนเป็นเหตุให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ ในฐานะประธานในที่ประชุมได้สักพักการประชุม และเลื่อนการประชุมออกไปโดยไม่มีกำหนด ก่อนเดินทางกลับ
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ได้สะท้อนภาพหลายๆ อย่างของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะภาพแห่งการแต่งตั้งโยกย้าย เพราะวัตถุประสงค์ในการตั้งคณะกรรมการข้าราชการตำรวจขึ้นมา โดยกำหนดหน้าที่ในการพิจารณาแต่งตั้งและโยกย้ายข้าราชการตำรวจนั้น เนื่องจากต้องการให้การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจเป็นไปตามระบบคุณธรรม ยึดอาวุโส ความสามารถ และความเหมาะสมตามหลักตามเกณฑ์ที่กำหนดขึ้นมาในรูปคณะกรรมการ และคาดหวังว่าการดำเนินการเช่นนี้ จะทำให้การแทรกแซงจากอำนาจการเมืองยุติลง ขณะเดียวกันก็ปรากฏอยู่เสมอว่า แม้จะมีคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ แต่การแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ ก็ยังไม่สามารถรอดพ้นจากการแทรกแซงจากอำนาจฝ่ายต่างๆ ได้ บางครั้งถึงกับมีการกล่าวหาว่า กรรมการข้าราชการตำรวจเองก็ "แบ่งเค้ก" แลกเปลี่ยนตัวบุคคลในการแต่งตั้งโยกย้าย แต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงคำครหา หาได้มีตัวผู้กล่าวหา และมีพยานหลักฐานใดๆ ไม่
แต่การอภิปรายพร้อมแสดงหลักฐานของ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ กลางที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายนที่ผ่านมา กลับมิได้เป็นข้อกล่าวหาเหมือนอย่างที่เคย หากแต่มีทั้งผู้กล่าวหา คือ ร.ต.อ.ปุระชัย ที่เป็นถึงกรรมการข้าราชการตำรวจ มีทั้งข้อกล่าวหาคือ การฝ่าฝืนจริยธรรมในการบริหารงาน มีทั้งหลักฐานคือ เอกสารและหลักฐานเป็นลายมือและลายเซ็นของกรรมการข้าราชการตำรวจบางคนที่เขียนฝากให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ สมัยเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พิจารณาคุณสมบัติของนายตำรวจบางคนในการแต่งตั้งโยกย้าย และมีตัวผู้ถูกกล่าวหาคือ กรรมการข้าราชการตำรวจ บางคนที่ ลงลายมือและลายเซ็นเพื่อสนับสนุนให้นายตำรวจบางคนได้รับการแต่งตั้งโยกย้าย ซึ่งถือเป็นการกล่าวหาที่ครบองค์ประกอบที่สุดเท่าที่เคยปรากฏ ในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของนายสุเทพ เทือกสบุรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ต้องพิจารณาถึงข้อกล่าวหาที่ ร.ต.อ.ปุระชัยกล่าวหา เพื่อเป็นบรรทัดฐานของกรรมการข้าราชการตำรวจแห่งชาติว่า การดำเนินการฝากนายตำรวจของกรรมการข้าราชการตำรวจ ซึ่งมีหน้าที่ในการแต่งตั้งโยกย้ายด้วยนั้น มีความผิดหรือไม่ประการใด มีความควรหรือไม่บังควรเช่นไร หรือไม่ประการใด ตัวกรรมการข้าราชการตำรวจที่ดำเนินการดังกล่าว สมควรจะแสดงความรับผิดชอบหรือไม่อย่างไร เพราะนายสุเทพและนายอภิสิทธิ์ถือเป็นผู้บังคับบัญชาของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ทั้งนายสุเทพและนายอภิสิทธิ์เองก็เป็นตัวแทนฝ่ายการเมืองที่ต้องการสร้างบรรทัดฐานการบริหารงานในสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้เกิดขึ้น ดังนั้น ทั้งนายสุเทพและนายอภิสิทธิ์ควรมีคำตอบในข้อกล่าวหาที่ ร.ต.อ.ปุระชัยนำเสนอขึ้นมาในที่ประชุม อย่าปล่อยให้ทุกอย่างเหือดหายไปตามกระแส โดยไม่รับรู้ถึงสิ่งที่เกิดขึ้นแต่อย่างใด
คอลัมน์ เรียงคนมาเป็นข่าว
ที่มา มติชน
โดย "วิหคเหินฟ้า"
.....ถือเป็น "มวยรอจังหวะ" ระดับ "ซือแป๋เรียกอาจารย์" รอให้ "ฮุน เซน-ทักษิณ" และ "บิ๊กจิ๋ว" เล่นเกม "เพื่อนบ้านล้อมไทย" จนถลำลึก "อภิสิทธิ์ ลูกเจ้าแม่ยึกยัก" ก็เสียบเข่า "รักชาติ" เข้าปลายคาง
.....เป็นลีลาเดียวกับเมื่อครั้งเล่นงาน "ม็อบเสื้อแดง" เมื่อเดือนเมษายน ที่ปิดอนุสาวรีย์ชัยฯ-บุกพัทยา ล้มการประชุมสุดยอดอาเซียน พอกระแสสังคมรับไม่ไหว "อภิสิทธิ์" ก็สั่งสลายม็อบ เปิดเกมรุกทางการเมืองทันที
.....คนไทยส่วนใหญ่สนับสนุนรัฐบาล "อภิสิทธิ์" ที่ออกมาตอบโต้ "ฮุน เซน" แต่ที่ "เสียงแตก" คือ ฝ่ายหนึ่งเห็นว่าการเล่นแรงถึงขั้นเรียกทูตกลับนั้นเหมาะสมแล้ว แต่อีกฝ่ายบอกว่า "แรงเกินไป" เล่นกับ "ความสะใจ" ไม่สนใจ "ปัญหา" ที่จะตามมา
.....ในรายการ "เชื่อมั่นประเทศไทย" ทาง "อภิสิทธิ์" ระบุชัดว่า ประเด็นสำคัญที่รัฐบาลไทยรับไม่ได้คือกัมพูชาตั้งคำถามในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับ "กระบวนการยุติธรรม" ของไทย และเรื่อง "ความเที่ยงธรรม"
.....ตามหลัก "กาลามสูตร" ก่อนจะ "เชื่อ" เรื่องอะไร ต้องศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจ และเปรียบเทียบ "น้ำหนัก" ของปัญหา กับมาตรการตอบโต้ของรัฐบาลไทยว่าเป็นการตัดสินใจที่มี "เหตุผล" หรือใช้ "อารมณ์"
.....แถลงการณ์ของ "กัมพูชา" ฉบับนี้ต้องการอุ้ม "ทักษิณ" อย่างชัดเจน ยกหลักกฎหมายระหว่างประเทศมาอ้างอิงว่าทำไม "กัมพูชา" ไม่ส่ง "ทักษิณ" ให้ไทยในฐานะ "ผู้ร้ายข้ามแดน" โดยหยิบยกกรณี "ญี่ปุ่น-เปรู" และ "อังกฤษ-รัสเซีย" ที่ "ญี่ปุ่น-อังกฤษ" ปฏิเสธคำร้องขอ ด้วยเหตุผลว่าเป็นเรื่อง "การเมือง"
.....ประเด็นปัญหาคือย่อหน้านี้ "ในกรณีของทักษิณ กัมพูชาเห็นว่ามีเหตุทางการเมืองอย่างชัดเจนในการโค่นทักษิณลงจากตำแหน่งด้วยการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 ในขณะที่อยู่ระหว่างปฏิบัติหน้าที่ที่สหประชาชาติ คดีความมากมายที่ตามมาหลังจากนั้น รวมทั้งการตัดสินลงโทษต่อตัวท่านทั้งสิ้น ล้วนเป็นเรื่องการเมืองทั้งสิ้น"
.....แม้จะเป็น "คำวิจารณ์" ที่พื้น-พื้นมากในเมืองไทย แต่เมื่อรัฐบาลกัมพูชาวิจารณ์ "กิจการภายใน" รัฐบาลไทยก็ต้องตอบโต้เป็นธรรมดา แต่ควรจะถึงขั้นรุนแรงระดับ "ทุบสะพานทิ้ง" เรียกทูตกลับประเทศหรือเปล่า ลองใช้วิจารณญาณดู
....."สุรเกียรติ์ เสถียรไทย" อดีต รมต.ต่างประเทศ ซึ่งวันนี้ยืนอยู่คนละฝั่งกับ "ทักษิณ" เป็นห่วงประเทศไทยเรื่องความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้าน ยกตัวอย่างความไม่พอใจของ "พม่า" ที่ "อภิสิทธิ์" ออกแถลงการณ์ในนามประธานอาเซียน และไม่ใช่แค่วิจารณ์กระบวนการยุติธรรมพม่า แต่ถึงขั้นขอให้ปล่อยตัว "ออง ซาน ซูจี"
....."ออง ซาน ซูจี" เป็น "วีรสตรีนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย" ของโลก แต่ในพม่าเธอเป็น "นักโทษ" และผ่านคำตัดสินจากกระบวนการยุติธรรมของพม่า ครั้งนั้นรัฐบาล "พม่า" ไม่ได้ตอบโต้ไทยด้วยการเรียกทูตกลับประเทศ แต่ใช้วิธีออกแถลงการณ์อัด "อภิสิทธิ์"
....."การดำเนินการต่อนางออง ซาน ซูจี เป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นในทุกประเทศ และเป็นกิจการภายในของพม่า ดังนั้น แถลงการณ์ของประเทศไทยในฐานะประธานอาเซียน เบี่ยงเบนไปจากหลักการในกฎบัตรของอาเซียน ซึ่งไม่ต่างอะไรกับการแทรกแซงกิจการภายในของพม่า" จากนั้น "พม่า" ก็ยกเลิกกำหนดการเยือนพม่าของ "อภิสิทธิ์" ในวันที่ 31 พฤษภาคม
.....ปัญหาความสัมพันธ์กับเพื่อนบ้านเป็น "เรื่องใหญ่" ที่ต้องมอง "ทางรุก" และ "ทางถอย" ให้ดี "ป๋าเปรม" เคยสอน "ลูกน้อง" ว่า ทุกครั้งที่ตัดสินใจ ไม่ว่าทางการเมืองหรือการทหาร ต้องรักษา "ทางเลือก" ของตนเองให้มากที่สุด อย่าปิด "ทางเลือก" ของตนเองเป็นอันขาด
"มาร์ค"เครียด เตือน"ฮุนเซน"ทบทวนท่าที บัวแก้วยื่นขอเขมรส่งตัวทันที "แม้ว"วอนสื่อให้ความเป็นธรรม
ที่มา มติชน "แม้ว"ถึงเขมร-บัวแก้วจับตาใกล้ชิด ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กระทรวงการต่างประเทศได้รับรายงานยืนยันว่าพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวถึงท่าอากาศยานแห่งชาติพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อเช้าวันที่ 10 พฤศจิกายน และประสานไปยังอุปทูตไทย ประจำกรุงพนมเปญ ให้ติดตามความเคลื่อนไหวของพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างใกล้ชิด พ.ต.ท.ทักษิณ ยังตอบข้อความที่มีคนมาให้กำลังใจว่า “ ขอบคุณครับ มันคงไม่มีอะไรแย่กว่าที่เคยโดนมาแล้วละครับ เพียงแต่อยากให้สื่อและทุกฝ่ายเป็นกลางและเป็นธรรม บ้านเมืองจะได้คืนสู่ภาวะปกติ ” และข้อความที่ว่า “ ที่สำคัญถูกปิดสื่อครับ ต้องวิงวอนสื่อช่วยให้ความเป็นธรรมผมบ้างครับ ผมคนไทยนะครับ อย่างน้อยผมเคยทำประโยชน์ให้สังคม ขอความเป็นธรรมผมบ้าง ” นายศิริศักดิ์กล่าวว่า หลังกระทรวงการต่างประเทศส่งหนังสือขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดนไปยังรัฐบาลกัมพูชาแล้ว คงต้องรอดูว่าทางรัฐบาลกัมพูชาจะมีท่าทีอย่างไร คาดว่าจะใช้เวลาไม่นาน หากกัมพูชาไม่ปฏิบัติตามสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน ก็คงต้องมีมาตการหลายอย่างตามขั้นตอน รายงานข่าวแจ้งว่า หลังกระทรวงการต่างประเทศได้รับหนังสือขอส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนจากอัยการแล้วจะเร่งส่งหนังสือเป็นโทรเลขด่วนไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทยในกัมพูชาให้ดำเนินการร้องขอไปยังทางการกัมพูชาทันที ผู้สื่อข่าวถามว่าหากสมเด็จฯฮุน เซน ไม่ให้ความร่วมมือส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณให้จะทำอย่างไร นายปณิธาน กล่าวว่า ก็คงต้องขอความร่วมมือนานาชาติให้ร่วมกันกดดัน เพราะการจะปกป้องใครจะต้องมีเหตุมีผลที่รับฟังได้ หากนายกฯกัมพูชาไม่ให้ความร่วมมือตามกรอบกติการะหว่างประเทศ ก็จะกระทบกับความร่วมมือระดับนานาชาติ ทั้งนี้ นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้พูดคุยกับทูตหลายประเทศ ซึ่งต่างตอบรับจะให้ความร่วมมือ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวจะทำควบคู่กับการทำความเข้าใจ เช่นกรณีที่มีข่าวว่ามีการบอยคอตสินค้าไทยซึ่งไม่เป็นความจริง เมื่อถามว่า ความพยายามในจับตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มีมา 3 ปีแล้วเหตุใดจึงคิดว่าครั้งนี้จะประสบความสำเร็จ นายปณิธาน กล่าวว่า สถานการณ์ขณะนี้เปลี่ยนแปลงไป เมื่อถามว่า มีโอกาสที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะใช้ประเทศกัมพูชาเป็นฐานในการเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า เท่าที่ได้รับรายงาน คงไม่อยู่ประเทศใดประเทศหนึ่ง แต่จะเคลื่อนไหวไปเรื่อยๆ ในประเทศที่มีความสัมพันธ์ซับซ้อนกับประเทศไทยจนทำให้เกิดช่องโหว่ ส่วนใหญ่เป็นประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งรัฐบาลกำลังพยายามอุดช่องโหว่นั้นอยู่ "ภาพที่ปรากฎคือมีผู้นำ 2 ชาติคือพระยาละแวกจากกัมพูชา และพระยาละวอกจากประเทศไทย " นายเทพไท กล่าวและว่า พฤติกรรมของพ.ต.ท.ทักษิณที่จาบจ้วงเบื้องสูงก็ปรากฎชัด จึงขอเรียกร้องนายทหารในพรรค พท. ที่ออกมาการันตีความจงรักภักดีพ.ต.ท.ทักษิณ จะยังอยู่เคียงข้างพ.ต.ท.ทักษิณอีกหรือไม่ ในฐานะที่เป็นนายทหารของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สังคมต้องถามว่าคนเหล่านี้จะเลือกสถาบันพระมหากษัตริย์หรือจะเลือกความจงรักภักดีที่มีต่อพ.ต.ท.ทักษิณ นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พรรค พท. และรองโฆษกพรรค พท. กล่าวว่า การที่กัมพูชาให้การต้อนรับพ.ต.ท.ทักษิณ อย่างสมเกียรติที่เดินทางไปเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ รัฐบาลควรภูมิใจในความรู้ความสามารถของคนไทยด้วยกันแทนที่จะดิสเครดิต ทั้งนี้พรรค พท.เห็นว่าการที่นายอภิสิทธิ์ และนายกษิต โจมกรณีกัมพูชาที่ตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาเพราะความอิจฉา จึงใช้วิธีปลุกกระแสคลั่งชาติและเอาสถาบันเป็นเครื่องมือ รายงานข่าวจากที่ประชุมครม.แจ้งว่า ในการประชุมนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ ได้สอบถามประเด็นข้อกฎหมายว่า การยกเลิกเอ็มโอยูดังกล่าว เข้าข่ายมาตรา 190 ตามรัฐธรรมนูญปี 2550 หรือไม่ ซึ่งคุณพรทิพย์ จาละ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ให้ความเห็นว่า หากเอ็มโอยูดังกล่าวถือเป็นสัญญาระหว่างประเทศ ต้องส่งเรื่องให้รัฐสภาพิจารณา ตามมาตรา 190 ขณะอธิบดีกรมสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ระบุชัดเจนว่า เอ็มโอยูฉบับดังกล่าวคือสนธิสัญญาระหว่างประเทศแน่นอน ดังนั้นต้องให้รัฐสภาเป็นผู้พิจารณา ครม.จึงมีมติให้นำเอ็มโอยูดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภา รายงานข่าวแจ้งว่า นายอภิสิทธิ์ กำชับให้กระทรวงการต่างประเทศเร่งนำเอ็มโอยูดังกล่าวเข้าบรรจุเ พื่อพิจารณาของรัฐสภาให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ ให้ครม.ไปทำความเข้าใจกับประชาชนว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลไทยกับรัฐบาลกัมพูชา มีความสัมพันธ์อันดีมาตลอด มีการทำสัญญาแลกเปลี่ยนค้าขายกัน แต่หลังมีตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นที่ปรึกษารัฐบาลกัมพูชาก็เกิดปัญหาขึ้น นายปณิธานกล่าวว่า สำหรับเหตุผลที่ขอยกเลิกบันทึกความร่วมมือฉบับนี้เนื่องจาก ก่อนการประชุม ครม. นายอภิสิทธิ์ มีสีหน้าเคร่งเครียด และยอมรับว่า “ช่วงนี้เครียด” เมื่อถามว่า เครียดเรื่องอะไรบ้าง นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า “ เครียดเพราะช่วงนี้ เวลามีน้อย แต่วาระมีเยอะ หลังประชุม ครม.เสร็จต้องรีบร่วมประชุมสภาฯ และเวลา 11.00 น. ก็ต้องไปจังหวัดภูเก็ต เพื่อร่วมพิธีศพมารดาของนางอัญชลี วาณิช เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ต่อมานายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ที่อาคารรัฐสภา ว่า ที่ประชุม ครม.มีการหารือว่าหากพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางถึงกัมพูชา ก็จะทำหนังสือขอตัวตามสนธิสัญญาส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และมอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศดำเนินการยกเลิกเอ็มโอยูเรื่องพื้นที่ทับซ้อนไหล่ทวีปไทย-กัมพูชา โดยต้องเสนอให้รัฐสภาพิจารณา เพราะเห็นว่าข้อตกลงนี้มีการเปลี่ยนแปลงสำคัญเกิดขึ้นคือ พ.ต.ท.ทักษิณไปเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจให้กัมพูชาและการเจรจาตามเอ็มโอยูในหลายปีที่ผ่านมาไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควร และไม่ครอบคลุมประเด็นที่อยู่ในเอ็มโอยูด้วย เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณมักจะเดินทางไปประเทศต่างๆ และไม่พำนักในประเทศใดนานๆ จะเป็นอุปสรรคในการขอตัวหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องในทางปฏิบัติ แต่จะเร่งทำหนังสือไปเพราะโดยหลักการนั้นต้องมีการระบุที่อยู่ที่ชัดแจ้งไป เมื่อถามว่า จะระบุให้ชัดเจนหรือไม่ว่าต้องการให้กัมพูชากระทำสิ่งใด เพื่อให้ความสัมพันธ์กลับมาดังเดิม นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กัมพูชาต้องคิดว่าทำให้เกิดสถานการณ์ที่มีผลประโยชน์ขัดกันแบบนี้ เรื่องการเจรจาต้องกลับมาตั้งต้นใหม่หมดนั้น มันเพื่ออะไรและการแสดงท่าทีวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการยุติธรรมไทยนั้น เหมาะสมหรือไม่ เมื่อถามว่าจะให้กัมพูชาขอโทษหรือเปลี่ยนท่าทีอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ให้เขาพิจารณา อย่าไปพูด เดี๋ยวจะหาว่าอย่างนั้นอย่างนี้" บัวแก้วเชิญ7ผู้ว่าฯจ.ชายแดนติดกัมพูชา อัพเดทสถานการณ์ นายชัช กล่าวว่า ขณะเดียวกันผู้ว่าฯ จากแต่ละจังหวัดได้รายงานสถานการณ์ล่าสุดให้กระทรวงการต่างประเทศได้รับทราบเช่นกัน โดยที่จังหวัดสระแก้ว ยังมีคนไทยข้ามไปฝั่งกัมพูชาเป็นปกติ ประมาณวันละ 5,000 คน ส่วนการค้าขายก็เป็นปกติเช่นกัน อย่างไรก็ตามมีผู้ว่าราชการจังหวัดตราดรายงานว่า สถานการณ์การท่องเที่ยวที่จังหวัดตราด มีคนไทยเดินทางข้ามไปยังฝั่งกัมพูชาลดลงไปบ้าง แต่ยังไม่ถึงขั้นน่าเป็นห่วง
"ทักษิณ"ถึงเขมร วอนสื่อให้ความเป็นธรรม เพื่อไทยเบรกส.ส.บินไปพบ บัวแก้วจับตาใกล้ชิด ยื่นขอเขมรส่งตัวทันที ขอนานาชาติกดดัน"มาร์ค"เครียด - ชี้กัมพูชาให้ข่าวสับสน เตือน"ฮุน เซน"ทบทวนท่าที ชายแดนเขาพระวิหาร ทหาร2ฝ่ายตึงเครียด
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในฐานะที่ปรึกษาส่วนตัวสมเด็จฯ ฮุน เซน นายกฯกัมพูชา และที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา เดินทางถึงประเทศกัมพูชาแล้วเมื่อเช้าวันที่ 10 พฤศจิกายน เพื่อไปบรรยายเรื่องเศรษฐกิจ ให้นักธุรกิจฟังที่ประเทศกัมพูชาในวันที่ 12 พฤศจิกายน ขณะที่อัยการสูงสุดและกระทรวงการต่างประเทศของไทยก็ดำเนินการส่งเรื่องขอให้กัมพูชาส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ให้ประเทศไทยในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน
"ทักษิณ"วอนสื่อให้ความเป็นธรรม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน พ.ต.ท.ทักษิณ ได้โพสต์ข้อความในเว็บไซด์ www.twitter.com ของตัวเองถึงการเดินทางไปกัมพูชาเพื่อบรรยายเรื่องเศรษฐกิจโลกที่กระทรวงเศรษฐกิจและการคลัง กัมพูชาและกระแสข่าวการให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศกระทบสถานบันเบื้องสูงว่า “ วันนี้ผมมาถึงพนมเปญแล้วครับ คิดถึงบ้านมากครับ คืนนี้จะพบและรับประทานอาหารกับครอบครัวท่านฮุน เซน ขอย้ำครับว่าชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์อยู่ในใจตลอด ” พร้อมทั้งระบุว่า “อากาศสบายดีครับ แต่ยังไม่ได้ไปไหนเลย ต้องเตรียมพูดวิทยุและพบกับครอบครัวท่านฮุน เซนครับ"
บัวแก้วยื่นขอเขมรส่งตัว"แม้ว"ทันที
วันเดียวกัน นายศิริศักดิ์ ติยะพรรณ อธิบดีอัยการฝ่ายต่างประเทศ กล่าวว่า อัยการได้รับการประสานจากกระทรวงการต่างประเทศ เรื่องการทำหนังสือขอส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งสำนักงานต่างประเทศ ทำคำร้องขอส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และรายละเอียดเอกสารหลักฐานสำคัญเรียบร้อยแล้ว เหลือเพียงขั้นตอนเสนอให้รองอัยการสูงสุด ในฐานะผู้ประสานงานกลางให้ความเห็นชอบ คาดว่าภายในวันเดียวกันนี้จะส่งให้กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อส่งหนังสือขอส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ ไปยังรัฐบาลกัมพูชา ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนระหว่างไทย -กัมพูชาต่อไป
ขอนานาชาติกดดันถ้าเขมรปฏิเสธ
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หากได้รับการยืนยันที่อยู่ของพ.ต.ท.ทักษิณในกัมพูชาก็จะส่งหนังสือขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนได้ คิดว่าคงทันเวลาที่พ.ต.ท.ทักษิณจะอยู่ในกัมพูชาถึงวันที่ 12 พฤศจิกายน จากนั้นขึ้นอยู่กับศาลกัมพูชาจะพิจารณาคำขอของรัฐบาลไทย ตนเชื่อมั่นในศาลกัมพูชา รวมถึงหลักฐานที่ไทยจะส่งไปให้ ที่มีความชัดเจนว่าพ.ต.ท.ทักษิณมีความผิดอาญา ไม่ใช่ความผิดทางการเมืองและไม่มีการละเมิดสิทธิมนุษยชน คิดว่าน่าจะส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณเป็นผู้ร้ายข้ามแดนได้
"สุเทพ"ประสานตร.สากลรวบตัว
ส่วนกรณีจะส่งตำรวจเข้าไปจับตัว พ.ต.ท.ทักษิณระหว่างการบรรยายให้นักธุรกิจที่ประเทศกัมพูชาหรือไม่ นายปณิธาน กล่าวว่า ขณะนี้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคงประสานกับตำรวจสากลอยู่
1.พ.ต.ท.ทักษิณเคลื่อนไหวเปิดเผยมากขึ้น เห็นได้จากการให้สัมภาษณ์ที่กระทบกระเทือนจิตใจคนไทยส่วนใหญ่
2.พ.ต.ท.ทักษิณมาเคลื่อนไหวบริเวณชายแดนบ่อยขึ้น และ 3.กิจกรรมทางการเมืองของ พ.ต.ท.ทักษิณมีมากขึ้น เพราะขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณจะไปเคลื่อนไหวในประเทศที่สามารถดำเนินการทางการเมืองได้ ต่างจากในอดีตที่มักเคลื่อนไหวอยู่ในตะวันออกกลาง
"เทพไท"ซัด"แม้ว"ถึงเขมรยังกลัวตาย
ที่รัฐสภา นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า การเดินทางไปกัมพูชาของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นพฤติกรรมขี้ขลาดตาขาว แม้จะรักเงิน 7.6 หมื่นล้านบาท แต่ก็รักชีวิตมากเช่นกัน เห็นได้จากก้าวแรกที่เหยียบกัมพูชา ก็มีทีมอารักขาแน่นหนามาก และรายงานว่าหลังจากพ.ต.ท.ทักษิณเดินทางไปกัมพูชา ก็มีการปล่อยข่าว 2 เรื่อง 1.การปิดพรมแดนและจะมีมาตรการบอยคอตกัมพูชา เพื่อปลุกระดมชาวกัมพูชาให้เกลียดชังคนไทย 2.มีการพูดถึงสมเด็จฯ ฮุน เซนจะปูนบำเหน็จยศให้พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งถ้าพ.ต.ท.ทักษิณได้รับยศจากกัมพูชา ก็ต้องตัดยศพ.ต.ท.และตำแหน่งอดีตนายกฯ ของไทยออก เป็นเพียงนายทักษิณ
พท.เบรกส.ส.บินไปพบ"ทักษิณ"
วันเดียวกัน รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) แจ้งว่า นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ อดีตนายกรัฐมนตรี เรียกประชุมวาระพิเศษแกนนำพรรคเพื่อไทยและตัวแทนคณะกรรมการประสานงานภาคต่างๆ ที่มูลนิธิไทยคม ถนนราชวิถี เพื่อหารือถึงแนวทางการตอบโต้และชี้แจงในประเด็นที่พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศกัมพูชา โดยที่ประชุมเห็นว่า ไม่ต้องการให้ส.ส.เดินทางไปพบพ.ต.ท.ทักษิณ ที่กัมพูชา ตามที่นัดหมายไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องจากเกรงว่าฝ่ายตรงข้ามจะนำไปใช้เป็นประเด็นโจมตีว่าส.ส.พรรคเพื่อไทยรู้เห็นและรู้ที่อยู่พ.ต.ท.ทักษิณ แต่ปิดบัง ไม่ให้ความร่วมมือกับรัฐในการขอตัวกลับประเทศ
ครม.ส่งรัฐสภายกเลิก"เอ็มโอยู"
วันเดียวกัน มีการประชุมคณะรัฐมนตรี( ครม.) เพื่อพิจารณาการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ(เอ็มโอยู) ว่าด้วยพื้นที่ที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อน ฉบับวันที่ 18 มิถุนายน 2544 ซึ่งมีนายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในขณะนั้นเป็นผู้ลงนาม กับนายซก อัน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศกัมพูชาในขณะนั้น
ครม.ส่งรัฐสภายกเลิกเอ็มโอยู
นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งใช้เวลาประชุมเพียง 1.30 ชม. ว่า ครม.รับทราบกรณีที่กระทรวงต่างประเทศให้ยุติบันทึกความร่วมมือไทย-กัมพูชา ว่าด้วยพื้นที่ไทยและกัมพูชาอ้างสิทธิในไหล่ทวีปทับซ้อน เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2544 โดยให้กระทรวงต่างประเทศ ทำหนังสือขอยุติบันทึกความร่วมมือดังกล่าวให้รัฐสภาเห็นชอบตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 190 เมื่อรัฐสภาเห็นชอบแล้ว ก็จะทำหนังสือส่งให้รัฐบาลกัมพูชารับทราบต่อไป
1.การแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชา เนื่องจาก พ.ต.ท.ทักษิณมีความรู้ความเข้าใจข้อมูลตามบันทึกความร่วมมือดังกล่าว อย่างลึกซึ้ง ทำให้ต้องเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข
2.ความคืบหน้าตามความร่วมมือในการกำหนดพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่าง 2 ประเทศช่วง 8 ปีที่ผ่านมามีน้อยมาก ไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ เนื่องจากทางรัฐบาลกัมพูชาเน้นด้านการพัฒนาเท่านั้น แต่การปักปันเขตแดนกลับไม่มีความคืบหน้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับตัวแทนเข้าชี้แจงวาระพิจารณาให้ยกเลิกเอ็มโอยูพื้นที่ทางทะเลในที่ประชุมครม. ประกอบนายวศิน ธีรเวชญาณ ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) นายพฤทธิพงศ์ กุลทนันทน์ อธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย นายอิทธิพร บุญประคอง รองอธิบดีกรมสนธิสัญญาและกฎหมาย นายเกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี เอกอัครราชทูตประจำกรุงเตหะราน และตัวแทนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา
"มาร์ค"เครียด - ชี้เขมรให้ข่าวสับสน
เมื่อถามว่า จะต้องแจ้งมติ ครม.ให้กัมพูชาทราบหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กัมพูชาทราบอยู่แล้ว แต่ไม่มีปัญหาอะไรและจะชี้แจงไป ตอนนี้กัมพูชากำลังให้ข่าวจนทำให้คนสับสนมาก เช่นไปพูดถึงบันทึกข้อตกลงอะไรต่างๆ เยอะแยะไปหมดรวมถึงเรื่องพรมแดน เพราะตอนนี้รัฐบาลไทยไม่ได้ทำอะไร ก็อยากให้ช่วยกันให้ข้อเท็จจริงว่า สิ่งที่รัฐบาลไทยดำเนินการนั้นมีอะไรบ้างและอยู่บนเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับความเปลี่ยนแปลงจากการแต่งตั้งพ.ต.ท.ทักษิณเป็นหลัก
เตือน"ฮุน เซน"ทบทวนท่าที
เมื่อถามว่า การเดินทางไปกัมพูชาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ครั้งนี้จะส่งผลอะไรกับไทยและกัมพูชา นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเจตนาที่เขาแสดงออกมาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เราก็เดินตามขั้นตอนของเรา"
เมื่อถามว่าหากกัมพูชาไม่ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณให้ไทยนั้นจะทำอย่างไรต่อไป นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "เมื่อสิ่งที่เขากระทำมากระทบกับความสัมพันธ์ในเรื่องใด เราต้องมาทบทวนตามความเหมาะสม เช่น การตั้งเป็นที่ปรึกษาฯก็ต้องไปดูเรื่องบันทึกข้อตกลง ตอนนี้ก็ต้องดูขั้นต่อไปเพราะผมกำลังเร่งให้หน่วยงานทำหนังสือไปแต่ไม่ทราบว่า พ.ต.ท.ทักษิณจะอยู่นานเท่าใด"
ขอดูท่าที"เขมร"ก่อนตอบโต้
เมื่อถามว่า หากกัมพูชาไม่ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณให้ มาตรการต่อไปคืออะไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ของแบบนี้ไม่พูดล่วงหน้า เมื่อถามว่า หากมีความจำเป็นจะยกระดับมาตรการตอบโต้กัมพูชาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ต้องรอดูว่าเขาจะทำอะไร" เมื่อถามว่า มาตรการเกี่ยวกับบทสัมภาษณ์ของพ.ต.ท.ทักษิณในนิตยสารไทมส์ ออนไลน์นั้นจะทำอย่างไร นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า กระทรวงการต่างประเทศทำหนังสือชี้แจงไปแล้วและกำลังให้ฝ่ายกฎหมายดูอยู่ เมื่อถามว่า จะฟ้อง พ.ต.ท.ทักษิณในคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ไม่ตอบคำถามและขึ้นรถส่วนตัวเดินทางออกไปทันที
ชายแดนเขาพระวิหาร ทหาร2ฝ่ายตึงเครียด
ผู้สื่อข่างรายงานว่า ที่จุดผ่านแดนถาวรไทย – กัมพูชา ช่องสะงำ ต.ไพรพัฒนา อ.ภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ซึ่งเป็นวันเปิดตลาดนัดประจำวันอังคาร มีชาวกัมพูชาจำนวนหนึ่งเข้ามาซื้อสินค้าค่อนข้างบางตา ขณะที่มีทหารกัมพูชาจำนวนหนึ่งแต่งกายเป็นพลเรือนเข้ามาหาซื้อสินค้าด้วย ซึ่งฝ่ายทหารและตำรวจที่รักษาการณ์ ด่านช่องสะงำ จับตาอย่างใกล้ชิด เพราะเกรงว่า อาจจะมีคนร้ายลักลอบเข้ามาก่อเหตุร้ายเพื่อสร้างสถานการณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่การตรึงกำลังระหว่างทหารไทย กับทหารกัมพูชารอบเขาพระวิหาร บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด ทหารทั้ง 2 ฝ่ายระมัดระวังตัวกันอย่างเต็มที่ หลังมีกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางเข้าประเทศกัมพูชา แม้กัมพูชาจะถอนกำลังทหารหน่วยรบพิเศษออกไปจำนวนหนึ่งแล้ว แต่มีทหารกัมพูชาชุดใหม่เข้ามาตรึงกำลังเช่นเดิม
ชาวเขมรแห่ซื้อของ-สะพัดไทยปิดด่าน
ที่บริเวณด่านตรวจคนเข้าเมืองบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด สถานการณ์การค้าตามแนวชายแดนเป็นไปตามปกติ ยังมีชาวกัมพูชามารอคิวเข้าทำการค้าขายที่ฝั่งไทย และชาวเขมรพยายามซื้อของมากักตุน เนื่องจากมีข่าวสะพัดตลอดทั้งวันว่า ไทยอาจจะปิดด่าน จากกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เดินทางเข้าประเทศกัมพูชา
ที่บริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม ต.ด่าน อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ ฝั่งตรงข้ามบ่อนกาสิโน โอเสม็ด อ.สำโรง จ.อุดรมีชัย มีพ่อค้าและชาวกัมพูชา 50 คน เปิดร้านค้า และซื้อสินค้าที่ตลาดช่องจอม และมีนักแสวงโชคคนไทยที่พักค้างคืนในบ่อนกาสิโน 10 คน เดินทางขึ้นมาฝั่งไทย
เมื่อเวลา 13.00 น. วันเดียวกัน นายชัช กิตตินภดล รองผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ ภายหลังที่กระทรวงการต่างประเทศได้ประชุมร่วมกับตัวแทนผู้ว่าราชการจังหวัด 7 จังหวัดติดชายแดนประเทศกัมพูชา ที่กระทรวงการต่างประเทศ ว่า ในวันนี้ (10 พ.ย.) กระทรวงการต่างประเทศได้ชี้แจงเกี่ยวกับท่าทีของรัฐบาลต่อกัมพูชา ตั้งแต่วันที่ 5 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ให้กับผู้ว่าฯ ได้รับทราบ เป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมงครึ่ง พร้อมกับระบุว่า แม้ไทยจะโต้ตอบทางการทูตกับกัมพูชา แต่ในส่วนความสัมพันธ์ระดับอื่นๆ ยังคงเป็นในทางที่ดีเหมือนเดิม
สู้ด้วยความรู้
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
![]() |
ไม่ว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อนก็ตาม แต่ตอนนี้ผู้นำทั้ง 2 ชาติ กลายเป็นศัตรูกันเรียบร้อย
รัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์บริหารบ้านเมืองมาหลายยุคหลายสมัย
ขึ้นชื่อลือเลื่องเรื่องเล่นการเมือง?
ไม่ว่าใน หรือนอกสภา ไม่ว่าในอดีต หรือปัจจุบัน
ส่วนเรื่องการเมืองระหว่างประเทศ ศึกฮุนเซนครั้งนี้คือบททดสอบครั้งสำคัญ
โดยมีประเทศไทย กับประชาชนไทยเป็นเดิมพัน!!
เพราะนายกฯ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง รมว.ต่างประเทศ ล้วนสังกัดพรรคประชาธิปัตย์
ในอดีต หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เคยฝากฝีมือในบทบาทรมว.ต่างประเทศให้ประจักษ์มาแล้ว
พ.อ.ถนัด คอมันตร์ รมว.ต่างประเทศ สมัยรัฐบาลถนอม
คือผู้ก่อตั้งกลุ่มประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน
ปฏิญญากรุงเทพ จุดกำเนิดของอาเซียนลงนามกันที่วังสราญรมย์ เมื่อปี 2510
ศักดิ์ศรีประเทศไทยในอาเซียนอยู่ระดับหัวแถวมาตั้งแต่วันนั้น?
นายพิชัย รัตตกุล รมว.ต่างประเทศ สมัยรัฐบาลม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช
คือผู้ปรับเปลี่ยนนโยบายต่างประเทศใหม่ ด้วยการไปเยือนเวียดนาม ลาว และเขมร เมื่อปี 2519
สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูต หลังทั้ง 3 ประเทศเปลี่ยนแปลงการปกครอง พร้อมๆ กับความพ่ายแพ้ของอเมริกา
โดยมีทีมงานนำโดยนายอานันท์ ปันยารชุน ปลัดกระทรวงบัวแก้วขณะนั้น เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงหลัก
ผลงานวันนั้นในวันนี้พิสูจน์แล้วว่า เยี่ยมยอด ถูกต้อง เหมาะสม
ทว่าวันนั้นทั้งนายพิชัย นายอานันท์ ถูกฝ่าย "คลั่งชาติ" ตั้งข้อหา ขู่อาฆาต พยาบาท เอาเป็นเอาตาย??
ปัจจุบันนายพิชัยยังความจำดี สุขภาพแข็งแรง
ศึกฮุนเซนครั้งนี้ไม่ทราบว่านายกฯ มาร์ค ได้เข้าขอความรู้หรือยัง?
ถ้ายังก็ไม่ควรรีรอ และถ้ารวมนายอานันท์ด้วยอีกคน ก็จะยิ่งดีเลิศประเสริฐสุด
ในฐานะอดีตหัวหน้าพรรค อดีตรมว.ต่างประเทศ อดีตทีมงานของประเทศ ที่ผ่านประสบการณ์กับเพื่อนบ้านมาอย่างโชกโชน
และรู้จริง!?
สื่อนอกมอง"มาร์ค-แม้ว-ฮุนเซน"
ที่มา ข่าวสด
รายงานพิเศษ
![]() |
นอกจากนั้น นายฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุว่าจะไม่ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณให้ทาง การไทย เพราะพ.ต.ท.ทักษิณเป็นเหยื่อทางการเมือง
พร้อมส่งเทียบเชิญพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปเยือนกรุงพนมเปญ เพื่อเปิดบรรยายพิเศษให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจชาวกัมพูชาฟัง ที่กระ ทรวงการคลัง กรุงพนมเปญ ในวันที่ 12 พ.ย.
บทวิเคราะห์ของ นายแดนนี่ เคมป์ มีรายละเอียดดังนี้
"การเดินทางเยือน (กรุงพนมเปญ) ของทักษิณ อาจผลักไทยและกัมพูชาเข้าสู่สงคราม"
โดย แดนนี่ เคมป์ , กรุงเทพฯ 10 พ.ย. 2552
เคมป์เริ่มต้นรายงานข่าวว่า การเดินทางเยือนกรุงพนมเปญของพ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประ โยชน์แก่ทั้งตัวอดีตผู้นำไทยเองและเจ้าภาพอย่างกัมพูชา แต่อาจฉุดรั้งให้ทั้งสองประเทศหวนกลับสู่ความขัดแย้งด้านพรมแดนอีกครั้ง
นายกรัฐมนตรีฮุนเซนและทักษิณ ซึ่งเป็นคู่หู ก๊วนกอล์ฟเดียวกันยามว่าง กำลังใช้ความขัดแย้งจากกรณีการแต่งตั้งอดีตนายกฯไทยรายนี้เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจ มาแก้แค้นรัฐบาลไทยชุดปัจจุบัน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์เตือนว่า ขณะนี้ทั้งฮุนเซนและทักษิณ กับรัฐบาลกรุงเทพฯ ซึ่งเดือดดาลเต็มที่ กำลังติดอยู่ในเกมที่ต่างฝ่ายต่างทำให้เห็นว่าประเทศของตนตกอยู่ในอันตราย
อาจจุดชนวนความขัดแย้งกรณีปราสาทเขาพระวิหารรอบใหม่ จนเกิดการปะทะถึงขั้นเสียเลือดเสียเนื้อขึ้นอีกครั้ง
"สถานการณ์ใหม่นี้ได้ทำให้ไทยและกัมพูชาขยับเข้าไปใกล้จุดแตก" พอล แชมเบอร์ส นักวิจัยอาวุโสด้านการเมืองไทย ประจำมหาวิทยาลัยไฮเดนเบิร์ก ประเทศเยอรมนี บอกกับเอเอฟพี
ทักษิณและฮุนเซนมีความสนิทสนมกันนับตั้งแต่ปีพ.ศ.2546 เมื่อเกิดเหตุจลาจลชาวกัมพูชาเผาสถานเอกอัครราชทูตไทย ผู้นำทั้งสองจึงต้องฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และสายสัม พันธ์ดังกล่าวยังคงสืบสานต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน แม้ทักษิณถูกคณะรัฐประหารโค่นอำนาจ เมื่อปี 2549
นายฐิตินันท์ พงษ์สุทธิรักษ์ นักวิเคราะห์การ เมือง จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ กล่าวว่า ความโกรธที่เกิดขึ้นจากการแต่งตั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นที่ปรึกษาเศรษฐกิจ ช่วยให้ฮุนเซนสามารถดำเนินแผนการล้างแค้นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย
นายฐิตินันท์กล่าวด้วยว่า ฮุนเซนต้องการทำให้อภิสิทธิ์อับอายขายหน้า หลังจากไม่ยอมเจรจาปัญหาพื้นที่ทับซ้อนบริเวณปราสาทพระวิหาร ขณะที่รัฐมนตรีต่างประเทศ (นายกษิต ภิรมย์) ตราหน้าเขาว่าเป็น "อันธพาล"
ทั้งนี้ นับตั้งแต่คณะกรรมการมรดกโลกประ กาศให้ปราสาทพระวิหารเป็นมรดกโลกเมื่อเดือนกรกฎาคม 2551 ก็เกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนเขาพระวิหารหลายครั้ง มีทหารเสียชีวิตอย่างน้อย 7 นาย
นักวิเคราะห์ระบุว่า ผู้นำรัฐบาลกัมพูชาต้องการทำลายเสถียรภาพของรัฐบาลไทย ซึ่งมีท่าทีเป็นปฏิปักษ์ โดยหวังว่าถ้ารัฐบาลไทยล้มครืนลงเมื่อไหร่ จะเปิดช่องให้พ.ต.ท.ทักษิณและพันธมิตร ของเขากลับคืนสู่อำนาจ
และเป็นที่น่าสงสัยอีกประการว่า ฮุนเซนจงใจเลือกเงื่อนเวลาสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นในช่วงที่นายอภิสิทธิ์ กำลังจะทำหน้าที่ประธานกลุ่มอาเซียน โดยมีกำหนดการเปิดประชุมร่วมกับประธานาธิบดีบารัก โอบามา ในวันอาทิตย์
ขณะเดียวกัน งานใหม่ของพ.ต.ท.ทักษิณ (ในฐานะที่ปรึกษาเศรษฐกิจกัมพูชา) ทำให้อดีตเจ้า ของสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้คนนี้ มีฐานที่มั่นใกล้กับประเทศไทย เพื่อเคลื่อนไหวกลับคืนสู่อำนาจ ภายหลังผ่านพ้นเหตุการณ์รัฐประหารมา 3 ปี
และกัมพูชายังเป็นจุดที่พ.ต.ท.ทักษิณ อยู่ใกล้ประเทศไทยมากที่สุด นับตั้งแต่หลบหนีออกนอกประเทศเมื่อเดือนสิงหาคม 2551 เพื่อหนีโทษจำคุกคดีทุจริต
"ฮุนเซนแค่พยายามยั่วยุรัฐบาลอภิสิทธิ์ให้โอเวอร์รีแอ๊ก ทำอะไรเกินกว่าเหตุ เป็นความสัมพันธ์ในลักษณะเกื้อกูลกันของฮุนเซนและทักษิณ ที่ยืนอยู่บนผลประโยชน์ มันคือสิ่งที่ถูกสร้างขึ้นมา" นายฐิตินันท์กล่าว
นักวิเคราะห์และนักการทูตชี้ว่า การเดินทางเยือนกรุงพนมเปญของประธานพรรคเพื่อไทย (พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ) ซึ่งสนับสนุนพ.ต.ท. ทักษิณนั้นคือ หลักฐานแสดงให้เห็นว่าทั้งคู่กำลังเดินหมากเคลื่อนไหว
"คนที่จะยั่วยุรัฐบาลไทยได้ดีพอๆ กับทักษิณ ก็คงหนีไม่พ้นฮุนเซน" นักการทูตในกรุงพนมเปญ กล่าว
แรงกดดันขณะนี้จึงไปตกอยู่กับรัฐบาลไทย ซึ่งไม่ควรทำตัวโอเวอร์รีแอ๊ก หลังจากเพิ่งโกรธจัดจนสั่งถอนเอกอัครราชทูตออกจากกรุงพนม เปญเมื่อสัปดาห์ก่อน และฉีกข้อตก ลงด้านการสำรวจพลังงานและก๊าซธรรมชาติกับกัมพูชา
กลุ่มชาตินิยมในประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "กลุ่มคนเสื้อเหลือง" ซึ่งก่อเหตุปิดสนามบินกรุงเทพเมื่อปีก่อน เรียกร้องให้รัฐบาลใช้นโยบายแข็งกร้าวมากขึ้น
"สถานการณ์จะเลวร้ายขนาดไหน ขึ้นอยู่กับว่าอภิสิทธิ์จะสามารถระงับอารมณ์และต้าน ทานแรงกดดันจากกลุ่มคนที่จงใจทำให้เหตุขัดแย้งบานปลายได้หรือไม่ ถ้าเขายังคงออกแถลงการณ์เหมือนๆ กับช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา สถาน การณ์จะยิ่งเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ" ไมเคิล มอนเตซาโน นักวิชาการประจำสถาบันเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ศึกษา ประเทศสิงคโปร์กล่าว
นักวิเคราะห์ระบุด้วยว่า ทั้งสามฝ่ายอาจแพ้กันทั้งหมด ถ้าอุณหภูมิความขัดแย้งปะทุขึ้นและการปะทะครั้งใหม่เกิดขึ้นระหว่างทหารตามแนวชาย แดน
โดยฝ่ายฮุนเซน ซึ่งมีกำลังทหารน้อยกว่าประ เทศไทย กำลังเล่นเกมที่อันตรายมาก
ด้านทักษิณเสี่ยงจะถูกมองว่าไม่ซื่อสัตย์ต่อประเทศไทย
ส่วนอภิสิทธิ์อาจทำลายชื่อเสียงภาพลักษณ์ของตัวเขาเองและประเทศไทยในเวทีโลก
"สถานการณ์ตอนนี้เปราะบางมาก และเป็นการดำเนินนโยบายที่อาจนำไปสู่หายนะ"
ชักจะไปกันใหญ่
ที่มา ไทยรัฐ
สังคมโลกที่กำลังจับตา ปัญหาวิกฤติการเมือง ในบ้านเราและกำลังจะเกิดวิกฤติความขัดแย้งในภูมิภาคนี้ จะส่งผลอย่างไรต่อความมั่นคงทางด้านเศรษฐกิจและการเมือง
เกิดสงครามไทย-กัมพูชาขึ้นมาได้งามหน้า
ก็มีนักวิเคราะห์พยากรณ์กันว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องการเมือง ระหว่างสองประเทศธรรมดาเพื่อหวังผล คะแนนนิยมของผู้นำทั้งสองประเทศ เพราะฉะนั้น ไม่มีสงครามเกิดขึ้นแน่นอน เนื่องจากไม่ใช่ข้อพิพาทระหว่างประเทศแต่เป็นข้อพิพาทระหว่างตัวบุคคล
แต่ของอย่างนี้ประมาทไม่ได้ เพราะสงครามระหว่างประเทศหรือสงครามกลางเมืองที่เกิดขึ้น ส่วนใหญ่ก็เกิดจาก น้ำผึ้งหยดเดียวนี่แหละ เรากับกัมพูชาก็มีข้อบาดหมางกันหลายครั้ง แม้แต่ดาราดังบ้านเราก็ยังเคยตกเป็นคู่กรณีทำให้คนเขมรลุกขึ้นมาเผาสถานทูตไทยที่กัมพูชาจนได้
แต่กว่าที่จะมีการสู้รบกันก็ต้องผ่านขั้นตอนของความขัดแย้งพอสมควร เมื่อไหร่ที่เกิดสงครามขึ้น ไม่พ้นองค์กรสากลที่จะยื่นมือเข้ามาแทรกแซง ถึงวันนั้นไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ดีไม่ดีจะเหมือนอิรักเอา
ที่ไม่อยากเห็นการกระทำของรัฐบาลก็คือ อย่าพยายาม ดึงเอาประชาชนมาเป็นแนวร่วม ข้อพิพาทระหว่างรัฐกับรัฐแก้ง่ายกว่า ตั้งโต๊ะเจรจาทำความเข้าใจในกรอบของกติกาสากลก็ยังพอทุเลาความขัดแย้งไปได้ แต่ถ้าปลุกระดมประชาชนให้รู้สึกดูหมิ่นเกลียดชัง เป็นความรู้สึกระหว่างประชาชนกับประชาชน
จะแก้ยาก
วันนี้ดูเหมือนว่ามีความพยายามที่จะลากทุกสิ่งทุกอย่างที่ไปเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มาเป็นศัตรูของคนไทย เป็นศัตรู ของประเทศไทยไปหมด รัฐบาลจะตามขุดรากถอนโคนคุณทักษิณอย่างไรก็ว่ากันไปตามสะดวก แต่อย่าใช้ประชาชนเป็นเครื่องมือ
จากความรักชาติจะพาชาติล่มจม
ยกตัวอย่างเรื่องของการปลุกระดมขับไล่รัฐบาลชุดก่อน ดึงเอาเรื่องขายชาติ ไม่รักชาติ ดึงเอาสถาบันมาเป็นเงื่อนไข ชุมนุมประท้วงกันเกินกรอบของประชาธิปไตย กลายเป็นลัทธิความเชื่อ
ประเทศไทยเลยแตกเป็นเสี่ยงๆอย่างที่เห็น
ขืนปลุกระดมเรื่องรักชาติโดยไม่มีเหตุผลขึ้นมาเที่ยวนี้ไม่เฉพาะในประเทศ ต่างประเทศก็ร้าวฉาน ยังสรุปไม่ได้ว่าวันนี้พรุ่งนี้จะมีอะไรเกิดขึ้นระหว่างไทยกับกัมพูชา แต่ไม่ควรจะให้บานปลายไปกว่านี้
อันที่จริงตั้งใจจะคุยเรื่องวุ่นๆใน ก.ตร.ที่ยังงัดข้อกันไม่ลงตัว เจอ ร.ต.อ.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ อดีต มท.1 แฉซ้ำอีกกระทอก ตายไปเลย เอาช่างทาสีมาซ่อมบ้าน อย่างดีก็ได้แต่ทาสีดูให้ใหม่ ไว้เท่านั้น
ดีแต่รูปจูบไม่หอม.
หมัดเหล็ก
สภาล่มสัญญาณอวสาน
ที่มา ไทยรัฐ
มาตามนัด
ล่าสุดช่วงสายวันที่ 10 พฤศจิกายน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีของไทย นั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว เหินฟ้าถึงท่าอากาศยานกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชาแล้ว ท่ามกลางการต้อนรับของสมเด็จฯฮุน เซน ที่ส่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงไปรอรับถึงบันไดเครื่อง พร้อมกับส่งทีมการ์ดส่วนตัวไปคุ้มกัน มีรถนำขบวนตลอดเส้นทาง
ทีวีเขมรถ่ายทำข่าวแบบเกาะติดช็อตต่อช็อต
ท่ามกลางการเกาะติดสถานการณ์ของสำนักข่าวยักษ์ใหญ่ ทั้งเอเอฟพี สำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่น สำนักข่าวซินหัวของจีน ฯลฯ ประโคมข่าวไปทั่วโลก
"ทักษิณ" อยู่ห่างเมืองไทยแค่ชายแดนกั้น
โดยเกม "Catch me if you can" ท้าทายรัฐบาลประชาธิปัตย์ของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และฝ่ายถืออำนาจจะโชว์ทีเด็ดอะไร
ที่มากกว่าใช้ปากขู่คำรามออกอากาศ จะเผด็จศึกกันท่านั้นท่านี้
หรือว่าทำได้แค่ "เทกแอ็กชั่น" โหนกระแสชาตินิยม ปั่นแต้มโพลได้แค่นั้น
แต่ทั้งหมดทั้งปวง ภายใต้ฉากเตรียมบู๊ใหญ่ โดยเกมเร้าสงครามขั้นแตกหักของอดีตนายกฯทักษิณที่บินมาจ่ออยู่แค่ปลายจมูกของฝ่ายถืออำนาจในเมืองไทย
ในขณะที่ฝ่ายรัฐบาลก็เดินหน้าแท็กทีม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เปิดทำเนียบรัฐบาลรับลูกจากแกนนำม็อบพันธมิตรฯ
ส่งสัญญาณจะดำเนินมาตรการขั้นรุนแรงตอบโต้หนักขึ้นเป็นลำดับ
โดยสงครามรบกับ "นายใหญ่" รัฐบาลประชาธิปัตย์ยังมี "ตัวช่วย" ในประเทศอีกเยอะ "อภิสิทธิ์" ยังถือแต้มต่ออยู่หลายช่วงตัว
แต่ในสถานการณ์มั่วๆ "รัฐบาลอภิสิทธิ์ชน" จะคว่ำหรือหงาย
คำตอบมันอยู่ที่เสียงในสภาผู้แทนราษฎรต่างหาก
กับสัญญาณใกล้ถึงฉากอวสาน ล่าสุดการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาบันทึกการประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (เจบีซี) มีอันต้องแท้งกลางคัน
องค์ประชุมสภาล่มซ้ำซากติดๆกันเป็นครั้งที่ 7 ในรอบ 8 เดือน
ต้องบันทึกเป็นสถิติใหม่
ท่ามกลางเสียงโห่ไล่ของ ส.ส.ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ให้ยุบสภาไปเลย
แน่นอนฝ่ายค้านก็ต้องเล่นตามเกมอยู่แล้ว แต่งานนี้ถือเป็นความรับผิดชอบของฝ่ายรัฐบาลเต็มๆที่ต้องคุมเสียงในสภาฯให้แน่นตลอดเวลา
และก่อนหน้านี้ก็เห็นอาการเคร่งเครียดเอาจริงเอาจังของ "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ผู้จัดการใหญ่รัฐบาล เทกแอ็กชั่น สั่งกำชับเรื่องการประชุมของผู้แทนฯในพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกันเอง รวมไปถึงการกำชับวิปรัฐบาล
รู้อยู่เต็มอกว่า การคุมเสียงกำลังมีปัญหา
แต่ก็ยังเกิดคิวสภาล่มซ้ำซาก ประจานรัฐบาลคุมเสียงไม่อยู่
ที่แน่ๆถ้าเบื้องหลังเป็นอย่างที่นายประเกียรติ นาสิมมา ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย ตั้งแง่สงสัยเป็นทำนอง "ตอกลิ่ม" ก่อนถึงคิวการพิจารณาบันทึกการประชุมเจบีซี มีคนอยู่ในที่ประชุม 400 กว่าคน
แต่เมื่อฝ่ายรัฐบาลเสนอประชุมลับขณะที่ ส.ว.กับ ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลบางพรรคคัดค้าน โดยขอให้ประชุมเปิดเผย จึงมีการต่อรองกันจนต้องถอนเรื่องออกจากวาระก่อนองค์ประชุมสภาล่ม
แสดงถึงการบริหารเสียงไม่มีประสิทธิภาพ อยู่ต่อไปก็ทำงานไม่มีประสิทธิภาพ
โดยจังหวะ "ตัวแปร" อยู่ที่เสียงของพรรคร่วมรัฐบาลที่ไปร่วมวงกับ ส.ส.ฝ่ายค้าน และ ส.ว.ในซีกที่ไม่เอาด้วยกับรัฐบาลประชาธิปัตย์
เปิดช่องให้ฝ่ายค้านตอกลิ่มขยายผล
ลึกๆพรรคร่วมรัฐบาลกับแกนนำอย่างประชาธิปัตย์ก็มี "อาการทางใจ" กันอยู่
ไม่ต้องเจาะลึกอะไร เอาแค่ตามร่องรอยที่ปรากฏให้เห็นรายวัน
ล่าสุดกับปรากฏการณ์ "ปล่อยของ" ออกมาจากฝ่ายประชาธิปัตย์ อ้างว่าเป็นคนสาย "เทพเทือก" ออกตัว ปัดคิววุ่นๆในการประชุม ก.ตร.จัดโผโยกย้ายบิ๊กตำรวจที่คาราคาซัง จบไม่ลงเสียที ไม่ใช่เพราะติดเด็กเส้นในโพยของ "เทพเทือก" ที่ไปทับสัมปทานกับโพยบน "วอลเปเปอร์" ของนายกฯอภิสิทธิ์
ประชาธิปัตย์ไม่ได้แย่งชามน้ำข้าวกันเอง
แต่คิวที่วุ่นวาย เป็นเด็กฝากจากค่ายภูมิใจไทยต่างหาก
เอะอะก็โบ้ยขี้ใส่เพื่อน มันจะอยู่กันได้ยังไง.
ทีมข่าวการเมือง รายงาน
ปล่อยแม้วให้ร้าย บัวแก้วขู่ ลดสัมพันธ์เขมรอีก
ที่มา ไทยรัฐ
บัวแก้ว ขู่ ลดระดับความสัมพันธ์ทางการฑูตเขมร เพิ่มอีก หากปล่อย "ทักษิณ" พูดทำให้ประเทศหรือบุคคลสำคัญของไทย ได้รับความเสียหาย ยัน กต.และตำรวจสากล ส่งคำร้องให้จับกุมตัว "แม้ว" ชั่วคราว ไปทางฝ่ายกัมพูชา เช้านี้ ...
นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์ไทยรัฐออนไลน์ ยืนยัน ทางกระทรวงการต่างประเทศ ได้ส่งคำร้องขอให้ทำการจับกุมตัวชั่วคราว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไปยังอุปฑูตไทย ในประเทศกัมพูชา เพื่อส่งต่อไปยังกระทรวงการต่างประเทศของกัมพูชา ให้ดำเนินการ จับกุมตัวและส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กลับมาให้ทางการไทย ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ในช่วงเช้าวันนี้แล้ว ซึ่งตามขั้นตอนทางฝ่ายกัมพูชา จะต้องรับคำร้องและควรจะดำเนินการจับกุม พ.ต.ท.ทักษิณ ทันที ก่อนนำตัวไปขึ้นศาลและพิจารณาไปตามกระบวนการของกฎหมายตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป
นอกจากนี้ ล่าสุดตนเอง ยังได้รับทราบมาอีกว่า ทางตำรวจสากล ได้ส่งคำร้องจับกุมตัวชั่วคราว ไปยัง ตำรวจสากล ของ กัมพูชา เพื่อให้ดำเนินการควบคุมตัว พ.ต.ท.ทักษิณ แล้วด้วยเช่นกัน
อย่างไรก็ดี นายพนิช ยอมรับว่า ทางกระทรวงการต่างประเทศ มีความกังวลว่า อาจจะไม่ได้รับความร่วมมือในเรื่องดังกล่าวจากทางฝ่ายกัมพูชา เนื่องจาก นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ได้ออกมายืนยันก่อนหน้านี้ แล้วว่า จะไม่ส่งตัว พ.ต.ท.ทักษิณ มาให้กับทางการไทย แต่อย่างไรก็ดี หากเป็นเช่นนั้นจริง ทางฝ่ายกัมพูชา จะต้องชี้แจงถึงเหตุผลมาให้ทางฝ่ายไทยได้รับทราบว่าติดขัดในข้อกฎหมายข้อใด
และอีกข้อกังวลหนึ่งก็คือ การที่ทางฝ่ายกัมพูชา อาจใช้วิธีเดียวกับอีกหลาย ๆ ประเทศ ที่เคยไม่ให้ความร่วมมือกับทางการไทยมาแล้วก่อนหน้านี้ โดยอ้างเพียงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่ได้เดินทางเข้ามาในประเทศ หรือ ไปหาแล้วแต่ไม่เจอตัว โดยยกเหตุเรื่องที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ใช้ชื่อปลอมในหนังสือเดินทาง จึงทำให้มีชื่อไม่ตรงกับเอกสารที่ทางการไทยส่งไปให้ เท่านั้น
ทั้งนี้ นายพนิช ยังได้เตือนรัฐบาลกัมพูชา ว่า ทางฝ่ายไทยอาจมีการพิจารณาลดระดับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเพิ่มเติม อีก หากทางฝ่ายกัมพูชา ปล่อยให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ซึ่งในเวลานี้ถือได้ว่าเป็นแขกของรัฐบาลกัมพูชา ไปพูดหรือให้คำแนะนำอะไรที่เข้าข่ายทำให้ประเทศไทยเสียหาย รวมถึงการอาจไปพูดจาหมิ่นบุคคลสำคัญของไทย
ส่วนการที่นักวิเคราะห์ส่วนหนึ่ง ออกมาให้ความเห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณ อาจฉวยโอกาศการเดินทางเข้าประเทศกัมพูชาครั้งนี้ ให้นายกรัฐมนตรีฮุนเซน ควบคุมตัวสักระยะหนึ่ง หลังจากนั้น ก็ใช้ข้ออ้างเรื่องถูกการเคยถูกควบคุมตัวในประเทศกัมพูชา มาทำเรื่อง ขอลดโทษ จำคุกจากคดีทุจริตที่ดินรัชดา กับทางฝ่ายไทย นั้น นายพนิช กล่าวว่า คงไม่สามารถทำได้ เพราะตามกฎหมายคนที่ทำผิดในประเทศใด ก็ย่อมต้องรับโทษไปตามความผิดในประเทศนั้น ๆ อีกทั้งการขอลดโทษ ผู้ที่กระทำความผิดนั้น ในเบื้องต้นผู้ที่ร้องขอ จะต้องรับโทษก่อน จึงจะสามารถไปเดินเรื่องขอลดโทษ ได้ ซึ่งในกรณีของ พ.ต.ท.ทักษิณ ไม่เข้าข่ายทั้ง 2 ข้อ



