ที่มา Thai E-Newsผมได้รับแจ้งจากยามว่า “เข้าไม่ได้” เพราะผู้บริหารได้อนุญาตให้ทหารหนึ่งกองร้อย เข้ามาประจำอยู่ในธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์เสียแล้ว..พฤติกรรมดังกล่าวถือได้ว่าเป็น “อธรรมศาสตร์” และผิดหลักการของการสถาปนาสถาบันแห่งนี้-ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี ธรรมศาสตร์
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
16 มีนาคม 2553
ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ อดีตอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ส่งจดหมายอีเมล์ฉบับหนึ่งถึงเพื่อนมิตรในหัวข้อเรื่อง"UnThammasat Act-อธรรมศาสตร์" มีเนื้อความกล่าวถึงกรณีที่มีกลุ่มคนยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงผู้บริหารธรรมศาสตร์ขอให้เปิดพื้นที่บริการประชาชน ดังต่อไปนี้
หนึ่ง)ผมอ่านข่าวการ “ปิดธรรมศาสตร์” ด้วยความเสียใจอย่างยิ่ง พฤติกรรมดังกล่าวถือได้ว่าเป็น “อธรรมศาสตร์” และผิดหลักการของการสถาปนาสถาบันแห่งนี้ ที่ว่าด้วย “เสรีภาพ-เสมอภาค-ภราดรภาพ” ที่มีมานับตั้งแต่สมัยของท่านปรีดี-อ.ป๋วย-อ.สัญญา ตลอดจนผู้สืบจิตวิญญาณธรรมศาสตร์อย่าง “ศรีบูรพา”
สอง) ผมมีเรื่องที่น่าเศร้าใจที่จะแจ้งว่า เมื่อค่ำวานนี้ ๑๔ มีนา ผมแวะจะเข้าไปทางประตู มธ. ด้านถนนพระอาทิตย์ เอารถเข้าไปจอด แต่ได้รับแจ้งจากยามว่า “เข้าไม่ได้” เพราะผู้บริหารได้อนุญาตให้ทหารหนึ่งกองร้อย เข้ามาประจำอยู่ในธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์เสียแล้ว
ก่อนหน้านี้มีกลุ่มคนคณะหนึ่งลงชื่อใน จดหมายเปิดผนึกถึงผู้บริหารธรรมศาสตร์ขอให้เปิดพื้นที่บริการประชาชน มีเนื้อหาดังต่อไปนี้
จดหมายเปิดผนึก
เรียน ผู้บริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
เรื่อง ขอให้มหาวิทยาลัยเปิดพื้นทีให้บริการประชาชนผู้มาชุมนุม
เนื่องจากข้าพเจ้าที่เป็น กลุ่ม บุคคลตามรายชื่อข้างล่างนี้ พบว่าจากกรณีกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการ (นปช.) หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ได้ประกาศจัดการชุมนุมใหญ่ในวัน ที่ 14 มี.ค. 2553 และผู้ชุมนุมทยอยเข้าร่วมตั้งแต่วันที่ 13 มี.ค. โดยปักหลักชุมนุมตั้งแต่บริเวณ สนามหลวงจนถึงลานพระบรมรูปทรงม้า ผู้คนจำนวนมากที่ไปแสดงออกซึ้งความต้องการทางการเมืองอย่าง สันติ รวมทั้งผู้ที่ไปสังเกตการณ์ขณะนี้กำลังขาดแคลนสถานที่ในการทำกิจธุระจำเป็นส่วนตัวเช่นการใช้ห้องน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้น พื้นฐานอย่างหนัก
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์นั้นอยู่ในที่ตั้งและพื้นที่ใกล้สถานที่ชุมนุมตลอดจนมีสิ่งอำนวยความสะดวกบางประการที่ควรจะให้บริการแก่ประชาชนได้ แต่พวกข้าพเจ้ากลับพบว่ามหาวิทยาลัยได้เพิกเฉยกับการแสดง ออกทางการเมืองอย่างสันติของกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อนด้วยการปิดประตูมหาวิทยาลัย ห้ามบุคคลภายนอกเข้า ซึ่งทำให้ทั้งกลุ่มผู้ชุมนุมและประชาชนทั่วไปที่ต้องการไปสังเกตการณ์และเรียนรู้การใช้สิทธิทางการเมืองของคนเหล่านั้นไม่ได้รับความ สะดวก แต่ในขณะเดียวกันภายในมหาวิทยาลัย กลับมีรถตำรวจ รถควบคุมผู้ต้องขังและรถพยาบาลของตำรวจจอดอยู่ เท่ากับว่ามหาวิทยาลัยได้เปิดพื้นที่เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐแล้ว แต่ยังมิได้ให้บริการแก่ประชาชนทั่วไปแต่อย่างใด
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เป็นมหาวิทยาลัยที่เปิดพื้นที่ให้กับการเคลื่อนไหวของประชาชนกลุ่มต่างๆ เสมอมา ทั้งนี้ด้วยเหตุผลด้านพื้นที่และเหตุผลด้าน อุดมคติที่ประชาคมธรรมศาสตร์ไม่ว่าจะเป็นผู้บริหารมหาวิทยาลัยหรือนักศึกษา ข้าราชการและลูกจ้างมักอ้างกันเสมอว่า "ฉันรักธรรมศาสตร์ เพราะธรรมศาสตร์สอนให้ฉันรักประชาชน" ทำให้มหาวิทยาลัยมีภาพลักษณ์เป็นเสมือนที่พึ่งของประชาชน ทุกกลุ่มที่เคลื่อนไหวทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยเสมอมาเช่น ได้เข้าไปพักผ่อน หรือใช้สาธารณูปโภคของมหาวิทยาลัยตามสมควรนอกจากนี้ ก่อนหน้านี้ผู้บริหารมหาวิทยาลัยออกมาแถลงข่าวว่าจะให้ใช้พื้นที่บริเวณคอมมอนรูมคณะนิติศาสตร์เป็นที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้สื่อข่าวแต่ก็มิได้เปิด ให้บริการพื้นที่ดังกล่าวเพื่อจุดประสงค์ดังว่าแต่อย่างใด
จากสถานการณ์การชุมนุมเห็นได้ชัดว่าการแสดงออกทางการเมืองหนนี้น่าจะยังดำเนินต่อไป พวกข้าพเจ้าฯ จึงใคร่ขอเรียกร้องให้มหาวิทยาลัยทบทวนนโยบายและเปิดสถานที่เพื่อให้ประชาชนทั้งที่ไปชุมนุมและทั่วไปสามารถเข้าใช้สิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานได้ ทั้งนี้เพื่อให้ธรรมศาสตร์ ยังคงเป็น “ธรรมศาสตร์ของประชาชน” ตามที่ประชาคมธรรมศาสตร์มักกล่าว อ้างเสมอมา
ขอแสดงความนับถือ
กานต์ ยืนยง และผู้ลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกฯลฯ
จดหมายชี้แจงการปิดธรรมศาสตร์ จาก ‘ปริญญา เทวานฤมิตรกุล’
ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ชี้แจงผ่านอีเมล์ส่วนตัวถึงผู้ร่วมลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกบางส่วน ถึงเหตุผลที่ธรรมศาสตร์ปิดทำการระหว่างการชุมนุมของ นปช.
เรียน ทุกท่านที่ร่วมกันลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกครับ
ผมไม่ได้เข้าธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์มา ๔ วันแล้ว แล้วก็เพิ่งเช็คอีเมล์
จึงเพิ่งทราบว่ามีปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นครับ
ก่อนอื่นขออนุญาตอธิบายนิดนึงครับว่า
ช่วงนี้เป็นช่วงสอบปลายภาคของหลักสูตรที่มีการเรียนที่ท่าพระจันทร์
ปรากฏว่ามีนักศึกษาและผู้ปกครองมีความกังวลใจเรื่องการเดินทางในช่วงนี้
จึงได้ขอมหาวิทยาลัยให้เลื่อนสอบ
อธิการบดีจึงเห็นว่า ถ้างั้นก็งดเรียนด้วย งดการติดต่อราชการด้วย
ก็เลยกลายเป็นการปิดมหาวิทยาลัยไปเลย
ที่แรกก็ประกาศปิดแค่วันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา พอถึงวันอาทิตย์ก็ประกาศปิดวันจันทร์และอังคารด้วย
ก็เลยเป็นที่มาของการปิดมหาวิทยาลัยจนใครต่อใครเข้าไปใช้ห้องน้ำไม่ได้ จนเป็นปัญหาเกิดขึ้นมาครับ
สำหรับเรื่องสื่อมวลชนนั้น เรายังให้เค้าใช้อยู่ครับ (ผมเป็นคนติดต่อให้เค้าเอง)
แต่เค้าไม่ไปใช้เอง เพราะเค้ามีที่อื่นที่สะดวกกว่า
อย่างไรก็ตาม ผมเห็นด้วยกับสิ่งที่ทุกท่านเรียกร้อง
เมื่อผมได้อ่านจดหมายฉบับนี้แล้ว ผมจึงได้โทรหาอธิการบดีทันที
อาจารย์สุรพลตอบผมว่าในวันพรุ่งนี้ (วันอังคาร) คงจะเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้
แต่วันพุธถ้ามหาวิทยาลัยเปิด ก็น่าจะไม่เป็นปัญหาอะไร คือใครต่อใครก็เข้าไปได้ตามปกติครับ
ปัญหาคือ แล้วถ้ามีการปิดมหาวิทยาลัยต่อไปอีก จะเอาอย่างไร
ในกรณีดังกล่าว ผมฟังน้ำเสียงอธิการแล้ว ดูจะลำบากอยู่เหมือนกัน
เพราะดูอธิการบดีจะกังวลเรื่องปัญหาวินาศกรรม หลังจากที่มีเหตุเรื่อง M 79 ในวันนี้
เอาเป็นว่า ผมจะไปตามถามเรื่องนี้ให้อีกที ถ้าวันพุธมหาวิทยาลัยยังไม่เปิดนะครับ
ขอบคุณสำหรับจดหมายเปิดผนึก ผมจะส่งให้อธิการบดีอ่านในวันพรุ่งนี้
และขอโทษด้วยสำหรับสิ่งที่เกิดขึ้น เสียงวิจารณ์จากท่านเป็นสิ่งที่ธรรมศาสตร์จะต้องรับฟังครับ
สุดท้ายไม่ว่าอธิการบดีจะตัดสินใจอย่างไร
ในฐานะที่เป็นรองอธิการบดี ผมก็ต้องร่วมรับผิดชอบด้วย
และพร้อมรับเสียงติเตียนทุกอย่างทุกประการครับ
ขอแสดงความนับถือ
ปริญญา เทวานฤมิตรกุล
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, March 17, 2010
อดีตอธิการมธ.สลด'อธรรมศาสตร์' ปิดประตูใส่คนเสื้อแดง-เปิดต้อนรับทหาร สันหลังหวะผวาM79ลง
จาตุรนต์ย้ำหากยืนยันสันติวิธีไม่มีแพ้ ค้านส.ส.เพื่อไทยลาออกเสียของเพราะปชป.ด้านเกิน
ที่มา Thai E-News
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
16 มีนาคม 2553
นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า การต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยของ นปช. และคนเสื้อแดงมาถึงขั้นนี้ ถือว่าประสบความสำเร็จหลายประการคือ
มีประชาชนเข้าร่วมมากขึ้นกว่าที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด และยังได้รับการสนับสนุนจากประชาชนทั่วประเทศมากขึ้นด้วย ประชาชนผู้เข้าร่วมการชุมนุมได้แสดงให้เห็นเป็นที่ประจักษ์ว่าไม่ได้เข้าร่วมการชุมนุมเพราะเห็นแก่อามิสสินจ้างใดๆ แต่เป็นเพราะความสมัครใจและเสียสละความสุขส่วนตัว การต่อสู้ของประชาชนไม่ใช่การต่อสู้เพื่อคนใดคนหนึ่ง แต่เป็นการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความยุติธรรมจริงๆ และยังได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยนี้ เป็นการต่อสู้ที่ยึดมั่นในสันติวิธี
นายจาตุรนต์กล่าวว่าดังนั้น หากแกนนำการต่อสู้ยืนหยัดอยู่กับการต่อสู้โดยสันติวิธี ไม่ว่ารัฐบาลจะตัดสินใจอย่างไร การต่อสู้ที่มีอุดมการณ์เพื่อประชาธิปไตยและความยุติธรรมนี้ย่อมไม่มีทางพ่ายแพ้ แต่จะสะสมความสำเร็จได้อย่างเป็นขั้นตอนและในอนาคตก็จะมีประชาชนเข้าร่วมสนับสนุนมากยิ่งขึ้นจนกระทั่งสามารถทำให้บ้านเมืองเป็นประชาธิปไตยได้
นายจาตุรนต์ยังได้แสดงความเห็นต่อกรณีที่มีการเสนอให้สส.พรรคเพื่อไทยลาออกเพื่อกดดันให้นายกยุบสภา ว่า การลาออกของสส.พรรคเพื่อไทยจะไม่ทำให้เกิดการยุบสภา ซึ่งในอดีตพรรคประชาธิปัตย์ก็เคยดื้อให้ดูมาแล้ว พรรคเพื่อไทยจะเสียโอกาสในการใช้เวทีทางสภาชี้ให้เห็นความล้มเหลวในการบริหารและปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น รวมทั้งปัญหาความไม่เป็นประชาธิปไตยและความไม่ยุติธรรม บทบาทของพรรคการเมืองในสภาเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากสำหรับการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยต้องใช้ให้เป็นประโยชน์
คนๆหนึ่งต้องมีหูซักกี่อัน ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงร่ำไห้ของผู้คน?
ที่มา Thai E-News
Blowin' In The Wind
Artist: Bob Dylan
How many roads must a man walk down-เส้นทางสักกี่สายที่คนๆหนึ่งจะต้องเดิน
Before you call him a man?-ก่อนที่คุณจะนับว่าเขาเป็นคน?
How many seas must a white dove sail-กี่ทะเลที่นกแห่งสันติภาพต้องบินข้ามผ่าน
Before she sleeps in the sand?-ก่อนที่จะนอนหลับลงใต้พืนทราย?
Yes, 'n' how many times must the cannonballs fly-แล้วกี่ครั้งที่ลูกปืนจะถูกยิง
Before they're forever banned?-ก่อนที่มันจะถูกห้ามอย่างถาวร?
The answer, my friend, is blowin' in the wind,-คำตอบนั้นเพื่อนเอ๋ย ล่องลอยอยู่ในสายลม
The answer is blowin' in the wind.-คำตอบนั้นล่องลอยอยู่ในสายลม
Yes, 'n' How many years can a mountain exist-แล้วกี่ปีที่ภูผาจะดำรงอยู่
Before it's washed to the sea?-ก่อนที่มันจะถูกซัดลงทะเล?
Yes, 'n' how many years can some people exist-แล้วกี่ปีที่บางชนดำรงอยู่
Before they're allowed to be free?-ก่อนที่พวกเขาจะมีเสรี?
Yes, 'n' how many times can a man turn his head,-แล้วกี่ครั้งที่คนๆหนึ่งจะหันหน้า
and Pretend that he just doesn't see?-และแสร้งทำเป็นมองไม่เห็น?
The answer, my friend, is blowin' in the wind,-คำตอบนั้นเพื่อนเอ๋ย ล่องลอยอยู่ในสายลม
The answer is blowin' in the wind.-คำตอบนั้นล่องลอยอยู่ในสายลม
Yes, 'n' how many times must a man look up-แล้วกี่ครั้งที่คนๆหนึ่งต้องมองขึ้นไป
Before he can see the sky?-ก่อนที่เขาจะเห็นท้องฟ้า?
Yes, 'n' how many ears must one man have-แล้วคนๆหนึ่งต้องมีหูสักกี่อัน
Before he can hear people cry?-ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงร่ำไห้ของผู้คน?
Yes, 'n' how many deaths will it take till he knows-แล้วกี่ชีวิตจะต้องสูญเสียก่อนที่เขาจะรู้
That too many people have died?-ว่ามีคนตายมากเกินพอแล้ว?
The answer, my friend, is blowin' in the wind,-คำตอบนั้นเพื่อนเอ๋ย ล่องลอยอยู่ในสายลม
The answer is blowin' in the wind.-คำตอบนั้นล่องลอยอยู่ในสายลม
Tuesday, March 16, 2010
วิพากษ์แนวคิดของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ และนายแพทย์ประเวศ วะสี
ที่มา Thai E-Newsเผ่นหนี-APนำเสนอภาพข่าวนาทีที่อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯหุ่นระบอบอำมาตย์รีบเผ่นขึ้นฮ.หนีด้วยความฉุกละหุกก่อนที่ขบวนประชาชนเสื้อแดงจะยกทัพไปถึงราบ11เมื่อวานนี้
โดย สมสุริยะ ทองสุกใส
16 มีนาคม 2553
ท่ามกลางการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดง เพื่อหาทางออกวิกฤตการเมือง โดยการเสนอให้ยุบสภา คืนอำนาจให้กับประชาชน แต่เมื่อวานนี้ นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังคงเล่นลิ้นอย่างน่าไม่อายเหมือนเดิม โดยกล่าวว่า ไม่เห็นถึงเหตุผลความจำเป็นที่ต้องยุบสภาในขณะนี้
ยังกล่าวว่าตนเองมาจากการเลือกตั้ง มาตามระบบรัฐสภาในระบอบประชาธิปไตย
นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ชน นักเรียนนอก จากประเทศอังกฤษ ประเทศที่ใครๆก็ยอมรับเป็นแบบอย่างของระบอบประชาธิปไตย นายกรัฐมนตรีประเทศอังกฤษ มาจากการเลือกตั้ง มาจากเสียงสวรรค์ของประชาชน การจัดตั้งรัฐบาลของประเทศอังกฤษ ไม่มีอำนาจนอกระบอบประชาธิปไตยแทรกแซงการจัดตั้งรัฐบาลอภิสิทธิ์ชน มีอำนาจนอกระบบประชาธิปไตยหนุนหลัง
รัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาจากพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งไม่ได้เป็นพรรคที่มีเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร แต่กลับมีการหนุนหลังของเหล่าอำมาตย์ และกองทัพ ได้ผลักดัน ได้กดดันให้พรรคของนายเนวินหันหลังกลับ ทรยศฝ่ายประชาธิปไตยร่วมจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ และเป็นแผนต่อเนื่องของเหล่าอำมาตย์ หลังจากการรัฐประหาร 19 กันยายน 2549
ระบอบประชาธิปไตยนั้น อำนาจอธิปไตยมาจากประชาชน ไม่ใช่มาจากอำนาจของอำมาตย์
ขณะที่เมื่อวานนี้ นายแพทย์ประเวศ วะสี ให้สัมภาษณ์ถึงทางออกของบ้านเมืองที่ใหญ่กว่าการยุบสภาคือ การเจรจาร่วมกัน เพื่อร่วมกันสร้างกลไกใหม่ คือ ตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อสร้างความเป็นธรรมแห่งชาติ โดยดึงให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วม โดยการเจรจาเพื่อหาจุดลงตัวใหม่ ซึ่งจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในทุกด้าน ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม การเมือง
คงจำกันได้ นายประเวศ วะสี เป็นคนหนึ่งที่ได้แสดงตัวต่อสาธารณชน สนับสนุนการเคลื่อนไหวล้มรัฐบาลทักษิณ ของพันธมิตรฯอย่างออกหน้าออกตา สนับสนุนรัฐประหารและรัฐบาลอภิสิทธิ์ชน อย่างไม่อาจปฏิเสธได้
ระบอบประชาธิปไตยนั้น อำนาจอธิปไตยมาจากประชาชน ไม่ใช่มาจากอำนาจของอำมาตย์
นายประเวศ ยังได้มีการเสนอให้ตั้งคณะกรรมการร่วมเพื่อสร้างความเป็นธรรมแห่งชาติ นั้น ซึ่งโดยเนื้อแท้แล้ว หลักการแนวคิดนี้คงไม่ต่างกับรัฐบาลแห่งชาติ รัฐบาลพระราชทานแต่อย่างใด โดยปรัชญาแล้ว ผู้ปกครองมาจากสรวงสวรรค์ ไม่ได้มาจากประชาชนคนเดินดิน
และการสร้างความเป็นธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมนั้น ต้องเชื่อมโยงกับอำนาจที่มาจากประชาชน เป็นอำนาจที่ถูกต้องชอบธรรม ภายใต้การแข่งขันอย่างมีกฎกติกาที่ยุติธรรม หาใช่การดึงทุกภาคส่วน ที่ไม่ได้มีอำนาจเชื่อมโยงกับประชาชนแต่อย่างใด
การไม่ยอมรับข้อเสนอยุบสภาโดยคนเสื้อแดงของนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ชน และข้อเสนอของนายแพทย์ประเวศ วะสี อย่างแยบคายซ่อนเร้น ได้สร้างทางตันและย้อนยุคให้กับการเมืองไทย อีกครั้งหนึ่ง
ใช่หรือไม่ ?
ท่านผู้หญิงเสื้อแดงขึ้นเวทีไพร่การันตีพลังบริสุทธิ์
ที่มา Thai E-News
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
16 มีนาคม 2553
เมื่อเวลาประมาณ 21.35น. วันที่ 15 มีนาคม ภายหลังจากที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ได้โฟนอินแล้ว ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล กรรมการมูลนิธิสายใจไทย และประธานกรรมการเลขาธิการมูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ อาสาสมัครชายแดน ได้ขึ้นเวทีคนเสื้อแดงโดยมีแกนนำคนเสื้อแดงจำนวนมากให้การต้อนรับ โดยได้กล่าวให้กำลังใจ คนเสื้อแดงเป็นเวลาประมาณ 10 นาที พร้อมกล่าวด้วยว่า ตนเชื่อว่า พ.ต.ท.ทักษิณ และผู้ชุมนุมเสื้อแดง มาชุมนุมด้วยความบริสุทธิ์ใจ และจงรักภักดีต่อสถาบันกษัตริย์
“พี่ปลื้มใจมากนะคะที่ได้รับการต้อนรับอบอุ่นแบบนี้ พี่เป็นนักสังคมสงเคราะห์ทำแต่การกุศล แต่ก็ยังโดนลูกหลง วันนี้หลายคนคงเห็นข่าวที่ออกเกี่ยวกับพี่ มีคนโทรมาบอก พี่ไม่สนใจ ไม่อยากรับทราบ เชื่อว่าถ้าใครชอบพี่เขาก็ไม่เชื่อ ถ้าใครไม่ชอบก็เชื่อก็ช่างเขา พี่มาวันนี้อยากมาเป็นกำลังใจให้น้องๆ ทุกคน ปลื้มใจที่เห็นทุกคนรักกัน มีความเสียสละ ไม่ได้ทำเพื่อตนเอง ทุกคนที่มาเชื่อว่าทำด้วยใจสมัคร ทำเพื่อประเทศชาติราชบัลลังก์เท่านั้น พี่โดนกล่าวหาว่าได้รับผลประโยชน์ร่วมกับทักษิณ จริงๆ แล้วพี่รวยกว่าคุณทักษิณนะคะ ลูกก็ไม่มี สามีก็ไม่มี ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไร"
“มาวันนี้เพราะเห็นภาพในโทรทัศน์ วันนี้เห็นว่าเป็นการรวมตัวที่ยิ่งใหญ่ ขอแสดงความยินดีกับแกนนำที่สามารถทำให้ทุกคยมารวมตัวกันอยู่ตรงนี้ ไม่ใช่มาเพื่อตัวเอง มาเพื่อเรียกร้อง ประชาธิปไตยจริงๆ” ประธานกรรมการเลขาธิการมูลนิธิบำรุงขวัญทหาร ตำรวจ อาสาสมัครชายแดนกล่าว
ท่านผู้หญิงกล่าวอีกว่า ขณะนี้ประเทศไทยขาดเวลานี้คือความถูกต้องและความเป็นธรรม ส่วนตนขอการันตีตนเองว่ามีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตรย์ เกินล้าน
“คนที่กล่าวหาพี่ พี่อยากถามว่าได้รับใช้เบื้องพระยุคลบาทเท่าเศษหนึ่งเปอร์เซ็นต์ของพี่หรือเปล่า พี่เชื่อว่าถ้าการมารวมตัวของพวกเราไม่จงรักภักดี พี่จะไม่มายืนตรงนี้เด็ดขาด คนกลุ่มเล็กไม่ถึงสิบคนกล่าวหาคนเป็นล้านว่าไม่จงรักภักดี พี่ไม่รับค่ะ พี่เชื่อว่าน้องทุกคนจงรักภักดี” ท่านผู้หญิงวิระยา กล่าวการันตีคนเสื้อแดง
ในตอนท้ายของการปราศรัย ท่านผู้หญิงวิระยากล่าวว่า อยากขอให้สื่อมวลชนนำข้อความที่ตนพูดนี้ไปลงอย่างถูกต้องและอย่าบิดเบือน ก่อนจะกล่าวอวยพรคนเสื้อแดง และลงจากเวทีไป
สายสัมพันธ์-ท่านผู้หญิง ม.ร.ว.บุษบา สธนพงศ์ และ น.อ.สุรยุทธ์ สธนพงศ์ เลี้ยงปลอบขวัญ ท่านผู้หญิง วิระยา ชวกุล โดยมี ไพโรจน์-ท่านผู้หญิง อรสา ล่ำซำ พล.ร.ต.จุลปรีชา วารุณประภา และภริยา มาร่วมให้กำลังใจ ที่ห้องอาหารโรงแรมเจดับบลิวแมริออท เมื่อวันที่ 14พ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ช่วงที่สนธิ ลิ้มทองกุล กำลังกล่าวหาว่าท่านผู้หญิงวิระยาอาจเกี่ยวพันกับการลอบสังหารเขา
ก่อนหน้านั้นเมื่อคืนที่ผ่านมาเวลา 24.00 น. ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล กรรมการมูลนิธิสายใจไทย ได้เดินทางมาให้กำลังใจผู้ชุมนุมที่เวทีปราศรัยสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ของกลุ่มเสื้อแดง โดยมีนายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช.ให้การต้อนรับ โดยใช้เวลาไม่นานก็เดินทางกลับ
จากนั้น นายวีระ เปิดเผยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ท่านประกาศตัวเป็นเสื้อแดงสนับสนุนการเคลื่อนไหวของ นปช.มานานแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มาที่ชุมนุมด้วยตัวเอง ก่อนหน้านี้มีการโทรศัพท์สอบถามกันเป็นระยะ โดยท่านประสงค์จะช่วยเหลือค่าอาหารแต่ไม่เปิดเผยจำนวนเงิน สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้มีแต่ไพร่ แต่มีหลากหลายชนชั้น
ทั้งนี้ ท่านผู้หญิงวิระยา เคยถูกนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯกล่าวหาว่าอาจพัวพันกับเหตุการณ์ลอบสังหารเขา หลังจากที่ออกมาปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และโจมตีกลุ่มพันธมิตรฯ และท่านผู้หญิงม.ร.ว.บุษบาได้เลี้ยงปลอบขวัญท่านผู้หญิงวิระยาท่ามกลางกระแสข่าวโจมตี
ท่านผู้หญิงบุษบา สธนพงศ์ เป็นพระขนิษฐาในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีธิดา 1 คน คือ ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ เสถียรไทย ภริยาของ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และกระทรวงการต่างประเทศ(รายละเอียดเพิ่มเติมในวิกิพีเดีย)
สหภาพไฟฟ้านครหลวงเปิดตัวเข้าร่วมเสื้อแดงหากทหารใช้กำลังปราบ
นอกจากบุคคลในแวดวงชั้นสูง(ไฮโซ)อย่างท่านผู้หญิงวิระยาแล้ว ก็ปรากฎว่ามีสหภาพแรงงานที่เคยร่วมกับพันธมิตรประกาศจะเข้าร่วมกับเสื้อแดงด้วย หากทหารใช้กำลังปราบปราม
โดยนายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กล่าวว่า กองทัพต้องวางบทบาทอยู่บนหลักความถูกต้อง ยึดถือความยุติธรรม เพื่อเป็นที่พึ่งพาของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย และทางสหภาพฯ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ไม่ให้นำกองกำลังทหารหลายกองร้อยออกปฏิบัติการ เพื่อควบคุมฝูงชน และยุติการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง เพราะเป็นการสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน และหากมีการใช้กำลังสลายการชุมนุมด้วยวิธีรุนแรง ทางสหภาพแรงงานฯ จะเข้าร่วมต่อสู้กับประชาชนทันที
หมอเหวงแจงยิบเจาะเลือดไพร่ล้านลิตร ลั่นมาร์คยุบสภาซะดีๆก่อนเจอสงครามชนชั้นติดอาวุธสู้
ที่มา Thai E-News
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
15 มีนาคม 2553
นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) ยืนยันว่ากระบวนการเจาะเลือดจะเป็นไปตามกฎหมายทุกประการ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานผู้ที่สามารถเจาะเลือดได้ ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล หรือเจ้าหน้าที่ห้องเทคนิคในโรงพยาบาล จำนวน 500 คนมาเจาะเลือดผู้ชุมนุมในวันพรุ่งนี้(16มี.ค.) เวลา 08.00 น.โดยตั้งเป้าไว้ว่าวันแรกจะเจาะเลือด 1 แสนคนๆ ละ 10 ซีซีเพื่อให้ได้ 1ล้านซีซีนำไปเทหน้าประตูทางเข้าทำเนียบรัฐบาล
ทั้งนี้เลือด 10 ซีซีถือว่าเป็นปริมาณน้อย ไม่ส่งผลกระทบต่อร่างกาย เปรียบเทียบได้กับคนเดินเตะไม้แล้วนิ้วก้อยฉีกจะเสียเลือดประมาณ 10 ซีซี อย่างไรก็ตามในวันนี้คนที่จะเจาะเลือดนั้นเราจะให้นอนอย่างน้อย 10 ชั่วโมง รับประทานอาหารให้เต็มที่ และจะเจาะเลือดเฉพาะผู้ที่มีอายุเกิน 18 ปีส่วนแก่มากๆ ก็ไม่เอาเช่นเดียวกัน
นพ.เหวง กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการเจาะเลือดนั้นจะเป็นวิธีการเดียวกับที่โรงพยาบาลทุกอย่าง โดยสลิงที่ใช้เจาะจะใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง ส่วนที่เป็นห่วงเรื่องเชื้อเอชไอวีนั้นตามหลักสากลแล้วผู้ที่เจาะเลือดหรือใครก็ตามจะไม่มีสิทธิถามว่าใครติดเชื้อหรือไม่ ดังนั้นผู้ที่ทำการเจาะเลือดจะต้องคาดการณ์ในด้านที่เลวร้ายที่สุดเพื่อป้องกันการติดเชื้ออย่างเต็มที่ เมื่อเจาะเลือดแล้วจะไปใส่รวมกันในแกลลอนไม่มีการนำไปใช้ต่อและเชื้อเอชไอวีนั้นอยู่ในอากาศไม่กี่ชั่วโมงเชื้อตายแล้ว ดังนั้นจะไม่มีการติดต่ออย่างแน่นอน
“การที่คนเสื้อแดงยอมสละเลือดครั้งนี้ เป็นแนวทางสันติวิธีที่ดีที่สุดแล้วที่คนเสื้อแดงจะเรียกร้องมนุษยธรรมจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ว่าจะกล้าเหยียบกองเลือดเข้าไปทำงานหรือไม่ หรือจะโหดเหี้ยมอำมหิตปล่อยให้เกิดสงครามประชาชน เพราะถ้านายกฯไม่ยุบสภา ก้าวต่อไปหลังจากนี้คือความรุนแรง เป็นสงครามชนชั้น นายอภิสิทธิ์ อยากจะให้คนเป็นล้านๆคนติดอาวุธสู้รบกับรัฐบาลหรืออย่างไร” นพ.เหวง กล่าวและว่า ในวันที่ 16 มี.ค.จะนำเลือด 1 ล้านซีซีไปเทที่ทำเนียบรัฐบาล ถ้ายังไม่ยอมยุบสภาอีกจะนำเลือดจำนวนเท่าเดิมไปเทที่หน้าพรรคประชาธิปัตย์และหน้าบ้านนายกฯเป็นที่สุดท้าย
ณัฐวุฒิปราศรัยเป็นเลือดไพร่ไม่มีเส้น
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือคนเสื้อแดงปราศรัยที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ หลังจากนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แถลงว่าจะไม่ยุบสภาตามข้อเรียกร้อง โดยกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งดังนี้นี่คือการประกาศมาตรการการต่อสู้โดยสันติวิธีของคนเสื้อแดง เราไม่ต้องการสูญเสียเลือดเนื้อ ไม่ต้องการสูญเสียชีวิต ไม่ต้องการการปะทะกระทบกระทั่งรุนแรงกับใคร หากบ้านเมืองนี้มิอาจอยู่ภายใต้ประชาธิปไตย เลือดทุกหยดที่ไหลก็ขอให้เป็นเลือดไพร่ที่มันไม่มีเส้นเช่นคนเสื้อแดงวันนี้
(รายละเอียดและคลิปวิดิโอการปราศรัย คลิ้กที่นี่)
แพทยสภาขู่สอบเอาผิด"หมอ-พยาบาล"เจาะเลือด
นพ.สัมพันธ์ คมฤทธิ์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า การที่ผู้ชุมนุมจะมีการเจาะเลือดนั้น เชื่อว่าผู้ที่ดำเนินการเจาะเลือดไม่ใช่แพทย์แน่นอน แต่ปัญหาคือหากแพทย์มีการดำเนินการจริง อาจจะมีการเอาผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบวิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ค่อนข้างยาก เนื่องจากไม่มีบทลงโทษชัดเจน อีกทั้งผู้ที่ ถูกเจาะเลือดก็สมัครใจ และหากไม่ฟ้องร้องเอาผิดยาก
ศ.เกียรติคุณ พญ.วิจิตร ศรีสุพรรณ นายกสภาพยาบาล กล่าวว่า กรณีดังกล่าวหากพบมีพยาบาลเกี่ยวข้องจะต้องมีการนำเรื่องเข้าสภาการพยาบาลว่าผิด พ.ร.บ.วิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์หรือไม่ ส่วนโทษจะมีการพิจารณาเป็นรายกรณี แต่อาจไม่ถึงขั้นเพิกถอนใบประกอบวิชาชีพ
ท่านผู้หญิงวิระยาเปิดตัวช่วยเสื้อแดง สหภาพไฟฟ้านครหลวงพร้อมหนุนหากทหารปราบ
ที่มา Thai E-Newsสายสัมพันธ์-ท่านผู้หญิง ม.ร.ว.บุษบา สธนพงศ์ และ น.อ.สุรยุทธ์ สธนพงศ์ เลี้ยงปลอบขวัญ ท่านผู้หญิง วิระยา ชวกุล โดยมี ไพโรจน์-ท่านผู้หญิง อรสา ล่ำซำ พล.ร.ต.จุลปรีชา วารุณประภา และภริยา มาร่วมให้กำลังใจ ที่ห้องอาหารโรงแรมเจดับบลิวแมริออท เมื่อวันที่ 14พ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นเหตุการณ์ช่วงที่สนธิ ลิ้มทองกุล กำลังกล่าวหาว่าท่านผู้หญิงวิระยาอาจเกี่ยวพันกับการลอบสังหารเขา
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
15 มีนาคม 2553
เมื่อคืนที่ผ่านมาเวลา 24.00 น. ท่านผู้หญิงวิระยา ชวกุล กรรมการมูลนิธิสายใจไทย ได้เดินทางมาให้กำลังใจผู้ชุมนุมที่เวทีปราศรัยสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ของกลุ่มเสื้อแดง โดยมีนายวีระ มุสิกพงศ์ ประธาน นปช.ให้การต้อนรับ โดยใช้เวลาไม่นานก็เดินทางกลับ
จากนั้น นายวีระ เปิดเผยด้วยสีหน้ายิ้มแย้มว่า ท่านประกาศตัวเป็นเสื้อแดงสนับสนุนการเคลื่อนไหวของ นปช.มานานแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มาที่ชุมนุมด้วยตัวเอง ก่อนหน้านี้มีการโทรศัพท์สอบถามกันเป็นระยะ โดยท่านประสงค์จะช่วยเหลือค่าอาหารแต่ไม่เปิดเผยจำนวนเงิน สะท้อนให้เห็นว่ากลุ่มคนเสื้อแดงไม่ได้มีแต่ไพร่ แต่มีหลากหลายชนชั้น
ทั้งนี้ ท่านผู้หญิงวิระยา เคยถูกนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำกลุ่มพันธมิตรฯกล่าวหาว่าอาจพัวพันกับเหตุการณ์ลอบสังหารเขา หลังจากที่ออกมาปกป้อง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และโจมตีกลุ่มพันธมิตรฯ และท่านผู้หญิงม.ร.ว.บุษบาได้เลี้ยงปลอบขวัญท่านผู้หญิงวิระยาท่ามกลางกระแสข่าวโจมตี
ท่านผู้หญิงบุษบา สธนพงศ์ เป็นพระขนิษฐาในสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีธิดา 1 คน คือ ท่านผู้หญิงสุธาวัลย์ เสถียรไทย ภริยาของ นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และกระทรวงการต่างประเทศ(รายละเอียดเพิ่มเติมในวิกิพีเดีย)
สหภาพไฟฟ้านครหลวงเปิดตัวเข้าร่วมเสื้อแดงหากทหารใช้กำลังปราบ
นอกจากบุคคลในแวดวงชั้นสูง(ไฮโซ)อย่างท่านผู้หญิงวิระยาแล้ว ก็ปรากฎว่ามีสหภาพแรงงานที่เคยร่วมกับพันธมิตรประกาศจะเข้าร่วมกับเสื้อแดงด้วย หากทหารใช้กำลังปราบปราม
โดยนายเพียร ยงหนู ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) กล่าวว่า กองทัพต้องวางบทบาทอยู่บนหลักความถูกต้อง ยึดถือความยุติธรรม เพื่อเป็นที่พึ่งพาของประชาชน ตามระบอบประชาธิปไตย และทางสหภาพฯ ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก ไม่ให้นำกองกำลังทหารหลายกองร้อยออกปฏิบัติการ เพื่อควบคุมฝูงชน และยุติการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หรือกลุ่มเสื้อแดง เพราะเป็นการสร้างความหวาดกลัวให้ประชาชน และหากมีการใช้กำลังสลายการชุมนุมด้วยวิธีรุนแรง ทางสหภาพแรงงานฯ จะเข้าร่วมต่อสู้กับประชาชนทันที
อย่าไปหวังพึ่งสหรัฐในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
ที่มา Thai E-News
โดย ใจ อึ๊งภากรณ์
15 มีนาคม 2553
ข้อเสนอว่ารัฐบาลมหาอำนาจอย่างสหรัฐจะเป็นผู้ปกป้องสิทธิเสรีภาพทั่วโลก เป็นเรื่องตลกอยู่แล้ว ในเมื่อสหรัฐมีคุกการเมืองที่กวานทานาโมเบย์
ประชาชนนับล้านในสหรัฐไม่มีสิทธิพื้นฐานที่จะได้รับการรักษาพยาบาล และการเมืองสหรัฐถูกครอบงำจากกลุ่มทุนใหญ่อย่างเบ็ดเสร็จ นอกจากนี้สหรัฐไม่เคยเคารพสิทธิเสรีภาพของประชาชนในอิรัก อัฟกานิสถาน หรือลาตินอเมริกา ที่จะปกครองตนเอง
แต่เราควรพิจารณารายงานสิทธิมนุษยชนปี 2009 ของรัฐบาลสหรัฐ ในส่วนที่พูดถึงไทย
โดยรวม รายงานนี้พยายามจะรักษาความสัมพันธ์อันดีกับอำมาตย์ เหมือนที่เคยทำในยุคสงครามเย็น เพื่อปกป้องผลประโยชน์สหรัฐท่ามกลางการแข่งขันกับจีนในการสร้างอิทธิพลในเอเชีย
มีการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลบ้างเพื่อให้รายงานดูดี เช่น...
1. การปฏิเสธสิทธิในการประกันตัวในกรณีคดีกฎหมายหมิ่น และการที่คดีเหล่านี้พิจารณาเป็นการปิดลับ
The law provides defendants the right to bail, and the government generally respected this right. However, some human rights groups reported that police frequently either did not inform detained suspects of their right to bail or refused to recommend bail after a request was submitted. There were several instances of denial of bail in lese majeste cases; both Boonyuen Prasertying and Suwicha Thakhor were denied bail for three months between their arrests and guilty pleas. In July 2008 police arrested activist Daranee Charnchoengsilpakul (also known as Da Torpedo) on lese majeste charges following speeches at UDD rallies. The court refused her bail on several occasions, and she remained in detention for more than a year before she was sentenced on August 28.
While most trials are public, the court may order a closed trial, particularly in cases involving national security, the royal family, children, or sexual abuse. NGOs criticized the closure of the trial of political activist Daranee Charnchoengsilpakul in June, which resulted in an 18-year sentence. Her attorneys appealed the constitutionality of the trial closure; in December the Constitutional Court declined to accept the petition, reasoning that her conviction could be overturned by either the appeals court or the Supreme Court.
มีการรายงานคดีหมิ่นต่างๆ แต่ดูเหมือนเชื่อใจอภิสิทธิ์ว่าจะตั้งกรรมการเพื่อตรวจสอบคดีแบบนี้ และไม่มีการพูดถึงคำโกหกของอภิสิทธิ์เรื่องคดีโชติศักดิ์ ฯลฯ
Lese majeste provisions in the criminal code make it a criminal offense punishable by up to 15 years' imprisonment to criticize the king, queen, royal heir apparent, or regent. The provisions allow private citizens to initiate lese majeste complaints against each other, and there were several cases in which private citizens did so. During a December 14 speech, PM Abhisit announced the establishment of a panel to scrutinize the enforcement of the lese majeste provisions because of concerns they had been used as a political tool.
On August 28, a court sentenced political activist Daranee Charnchoengsilpakul to 18 years in prison on three counts of lese majeste. The charges stemmed from statements she made in public during a series of antigovernment rallies in Bangkok in June and July 2008. At year's end her case was before the appeals court.
The April 2008 case against social activists Chotisak Ongsoong and Songkran Pongbunjan, who were charged with lese majeste for not standing for the royal anthem in a movie theater in 2007, remained pending at year's end.
Two separate lese majeste cases filed in 2008 against journalist Jonathan Head, former BBC Bangkok bureau chief, remained pending at the end of the year. The charges originated from remarks Head made in 2007 at panel events at the Foreign Correspondents' Club of Thailand (FCCT), as well as a claim that his reporting over a two-year period "damaged and insulted the reputation of the monarchy." Jakrapob Penkair, a political activist, also faced lese majeste charges in connection with the 2007 FCCT panel discussion. Jakrapob fled the country in April after calling for armed rebellion. On June 30, charges were filed by a private citizen against the 13-member FCCT board based on claims that the FCCT had violated lese majeste laws by selling video copies of the 2007 panel discussion with Jakrapob.
ตรงนี้โกหกว่าจักรภพเสนอให้จับอาวุธสู้กับอำมาตย์
On January 19, a court sentenced foreign author Harry Nicolaides to three years in prison on lese majeste charges for a passage in his 2005 novel Verisimilitude that allegedly defamed the crown prince. Nicolaides received a royal pardon from King Bhumibol on February 18 and left the country on February 21.
The November 2008 lese majeste case against social critic Sulak Sivaraksa remained pending. He was free on bail and awaiting further official action.
2. มีการยอมรับว่า The Economist ถูกแบนในไทย แต่สรุปว่าโดยรวมสื่อต่างประเทศ “มีเสรีภาพ”
The international and independent media were allowed to operate freely, except in coverage of matters deemed a threat to national security or offensive to the monarchy.
On five separate occasions, the local distributor of The Economist opted not to deliver the weekly magazine to subscribers. The January 24, January 31, April 18, July 4, and September 19 editions were not made available, allegedly due to concerns over references about the monarchy
3. มีการสรุปโดยรวมว่ารัฐบาลกีดกันเสรีภาพของสื่อและข่าวสาร “เพียงเล็กน้อย” แต่ในรายละเอียดยอมรับว่ามีการสร้างอุปสรรค์ในการใช้อินเตอร์เน็ต สิ่งที่ไม่พูดคือสื่อวิทยุและโทรทัศน์อยู่ในมือรัฐบาลของอำมาตย์และในมือของทหารหมด
The government maintained some limits on freedom of speech, of the press, and of assembly.
Freedom of speech and of the press occasionally were curtailed by government interference and the use of provisions authorized under the emergency decree. Attempts by the government to hamper freedom of expression on the Internet increased. Television and radio broadcasters also were monitored closely, and pressure was exerted on broadcast media to cooperate on disseminating constructive and "balanced" news, particularly during the civil unrest in April. Nevertheless, the media and civil society vocally criticized government authorities throughout the year. Print, broadcast, and online media covered news critical of the government and senior-level officials and carried interviews with and statements from fugitive former PM Thaksin Shinawatra.
There was an increase in Internet censorship, and the CCA was used to stifle freedom of expression. The government closely monitored and blocked numerous Web sites that expressed pro-Thaksin or republican views and those that were critical of the monarchy, particularly during the period of political unrest in April and during the weeks leading up to the king's birthday in December; however, most were accessible again by the end of the year. The government allowed relative freedom of expression on political Web sites and discussion boards, except where matters of the monarchy and national security were concerned. Many political Web boards and discussion forums chose to self-censor and closely monitored discussions to avoid being blocked.
อ้างว่ารัฐไม่แทรกแซงการรับส่งจดหมาย –แล้วอีเมล์???
Arbitrary Interference with Privacy, Family, Home, or Correspondence:
The constitution specifically prohibits such actions, and the government generally respected these prohibitions in practice.
แต่มีการรายงานเท็จในหลายเรื่อง เช่น
1. เสนอว่าคนเสื้อแดงฆ่าคนสองคนในเหตุการณ์เมษาเลือด โดยไม่เอ่ยถึงทหาร หรือเสื้อน้ำเงินเลย
Political unrest occurred in March and April in Pattaya and Bangkok, when opposition street protests led to the cancellation of an Asian summit in Pattaya and riots in Bangkok, with two civilians killed by antigovernment protesters.
2. มีการเสนอว่าโดยรวมศาลมีความอิสระ โดยไม่อธิบายว่าศาลถูกใช้เป็นเครื่องมือในการยุบพรรค และไม่มีการพูดถึงการที่พันธมิตรฯไม่เคยถูกลงโทษ ไม่พูดถึงสองมาตรฐานและการที่ไม่มี Rule of Law
The constitution provides for an independent judiciary. Although the judiciary generally was regarded as independent, it was subject to corruption and outside influences. According to human rights groups, the lack of progress in several high-profile cases involving alleged abuse by the police and military diminished the public's trust in the justice system and discouraged some victims of human rights abuses (or their families) from seeking justice.
3. อ้างว่าไม่มีนักโทษการเมือง คุณดาหรือคุณสุวิชาเป็นอะไร ถ้าไม่ใช่นักโทษการเมือง?
Political Prisoners and Detainees: There were no reports of political prisoners or detainees.
4. อ้างว่ามีเสรีภาพทางวิชาการ!!! แล้วที่ผมโดนคดีหมิ่นเพราะเขียนหนังสือวิชาการ แล้วจุฬาฯเอาไปให้ตำรวจ???
Academic Freedom and Cultural Events; There were no government restrictions on academic freedom.
5. พูดเหมือนกับว่ามีประชาธิปไตย ไม่พูดถึงการที่รัฐบาลอภิสิทธิ์มีทหารหนุนหลังและรัฐธรรมนูญปี ๕๐ และองค์กรที่งอกมาจากรัฐธรรมนูญนี้มาจากรัฐประหาร พูดเหมือนกับว่าการยุบพรรคเป็นเรื่องชอบธรรม
Political parties could operate without restriction or outside interference, although violations of election laws by three members of political parties' executive boards prompted the Constitutional Court in December 2008 to dissolve three of the eight parties holding seats in the legislature, including two of the three largest. The sanction of party dissolution is provided for by the constitution, which also provides that all executive board members of parties dissolved by the court lose their political rights for a five-year period. A total of 106 executive board members lost their political rights in connection with the parties' dissolution. During the year the ECT dissolved 29 parties for inability to maintain compliance with the election law, and one party requested to be dissolved.
ปัญหาใหญ่ของรายงาน:คือมองว่าหัวหน้าใหญ่อำมาตย์ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง ดังนั้นไม่มีการอธิบายว่าเวลาใครวิจารณ์รัฐประหาร เผด็จการทหาร หรืออำมาตย์ เขาจะโดนกฎหมายหมิ่นและข้ออ้างเรื่องความมั่นคง รายงานนี้พูดเหมือนกับว่าอยู่ดีๆ คนลุกขึ้นด่าหัวหน้าใหญ่อำมาตย์ ดังนั้นสมควรถูกลงโทษ
http://www.state.gov/g/drl/rls/hrrpt/2009/eap/136010.htm
2009 Human Rights Report: Thailand.BUREAU OF DEMOCRACY, HUMAN RIGHTS, AND LABOR
2009 Country Reports on Human Rights Practices
March 11, 2010
อย่าไปหวังพึ่งสหรัฐ ประชาธิปไตยต้องมาจากการต่อสู้ของเราเอง
--
ติดตามงานของใจ อึ๊งภากรณ์
http://siamrd.blog.co.uk/
http://wdpress.blog.co.uk/
http://redsiam.wordpress.com/
see YOUTUBE videos by Giles53



