ที่มา Thai E-News
ที่มา เว็บไซต์ France 24
คลิปวีดีโอโดย Cyril PAYEN / Rebecca BOWRING John LIN, Regis DESCONLOIS
แปลไทย ไทยอีนิวส์
11 เมษายน 2553
คลิปเจาะลึกของสำนักข่าว "France 24" เผยความจริงตรงกันข้ามกับการประกาศของทางการไทยว่าทหารเพียงแต่ยิงลูกจริงขึ้นฟ้าในการปะทะกันกับผู้ชุมนุมประท้วงคืนวันเสาร์ที่ทำให้คนตายอย่างน้อย 21 ราย
ทีมข่าวสำนักข่าวฝรั่งเศส24 ได้รายงายข่าวจากพื้นที่ที่มีการต่อสู้หนักหน่วงที่สุดในคืนวันเสาร์เมื่อกองทัพไทยได้สั่งการให้มีการล้อมปราบกลุ่มผู้ประท้วงเสื้อแดงที่ต่อต้านรัฐบาล
คลิปข่าวเจาะลึกของเราได้เปิดเผยข้อเท็จจริงที่ตรงกันข้ามกับการประกาศจากรัฐบาลไทยที่ว่า ทหารไทยยิงแต่ลูกจริง"ขึ้นฟ้า" มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย และบาดเจ็บกว่า 800 คนในความรุนแรงที่เกิดขึ้นดังกล่าว
ในคลิปนาทีที่ 1.25 ในวีดีโอจาก FRANCE 24 ข้างต้น, ทหารไทยได้แสดงอย่างชัดเจนว่าได้ยิงปืนกลไรเฟิลออโตเมติกของพวกเขาตรงเข้าใส่ผู้ประท้วง
"เราไปยังโรงพยาบาลหลายแห่งเมื่อเช้าวันอาทิตย์ และพบว่าเหยื่อหลายรายถูกลูกกระสุนไปที่หัว (…) มันเป็นเรื่องทำใจให้ยากที่จะเชื่อคำประกาศของเจ้าหน้าที่ที่อ้างว่าพวกเขายิงแต่กระสุนยางและยิงกระสุนจริงไปในอากาศ" นาย Cyril Payen นักข่าวของ FRANCE 24 ในกรุงเทพฯกล่าว เขาอยู่ในสถานที่เกิดเหตุขณะที่การปะทะกันเกิดขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์
จากคำให้การของทีมของเรา การปะทะเริ่มเกิดขึ้นจากการระเบิดของลูกระเบิด โดยต้นเหตุยังไม่ทราบว่ามาจากไหน
"ระเบิดดังกล่าวได้สังหารทหาร 7 นาย และทำให้นายพันคนหนึ่งบาดเจ็บที่ศีรษะ" นาย Payen นักข่าว FRANCE 24 เผย
ในขณะที่เหยื่อเคราะห์ร้ายจากการระเบิดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล กองทัพได้ยิงกลับไปที่ฝูงชน และส่งผลให้กรุงเทพฯเข้าสู่ความวุ่นวาย
การปะทะเลือดเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากมีการประท้วงของประชาชนเสื้อแดงจำนวนมาก ซึ่งเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งและยุบสภา โดยเห็นว่านายอภิสิทธิ์ ซึ่งก้าวเข้าดำรงตำแหน่งตั้งแต่เดือนธันวาคม 2008 ไร้ความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง
หมายเหตุ: ท่านสามารถดูคลิปอื่นๆได้ที่http://thaienews.blogspot.com/2010/04/10.html
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, April 12, 2010
FRANCE 24: คลิปเผยทหารยิงปืนกลไรเฟิลตรงไปที่ชุมนุม.."ยากที่จะเชื่อเจ้าหน้าที่ที่อ้างว่ายิงขึ้นฟ้า"
คุณมีเวลา เพียงน้อนนิด ที่จะเก็บคลิปนี้ ก่อนที่มันจะตามลบ

ใช้ รีลเพลย์เยอร์เซฟเก็บไว้
ทหารฆ่า ปชช. ยิงหัวสมองไหลเลยครับช่วยกันไรท์แจกจ่ายด้วยคลิปที่สื่อเลวไม่กล้าเปิด
ที่มา thaifreenews
โดย เสรีภาพ
http://www.mediafire.com/?zonzjiejz2j // ช่วยกันโหลดคลิปนี้ไปแจกให้ทั่วครับมันยิงคนเสื้อแดงถือธงกระโหลดเปิดสมองไหลเลย เลวมากๆ // ใน youtube ถูกลบไปแล้วผมดูดทันเลยเอามาอัพแจกครับ
วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ.2553
"ญาติคนเสื้อแดง" ร่ำไห้แห่รับศพกลับบ้าน
รอยเตอร์อ้าง "ชาญวิทย์" ชี้ 10 เม.ย. ไม่มีใครชนะ หวั่นเกิดภาวะอนาธิปไตย
ขึ้นทำเนียบทรราช ?
มือเปื้อนเลือดจนได้!
สายลับรัฐ-เสื้อแดง เชิงใครดีกว่ากัน
เพื่อภาพลักษณ์
เมษาเลือด
คืนอัปยศ
สถานะ "อภิสิทธิ์" สถานะ "นายกรัฐมนตรี" ไม่เหมือนเดิมแล้ว
ดีกว่าไม่รู้เหตุการณ์
ซ้ำรอย
กกต.มีมติยุบพรรคปชป.ส่งต่ออัยการสูงสุดพิจารณายื่นฟ้องศาลรธน.วินิจฉัยยุบพรรค ตัดสินเร็วกว่ากำหนด
ความผิดพลาดของอภิสิทธิ์และความรับผิดชอบกรณีสลายการชุมนุม
2 สถานะล่าสุดในเฟซบุ๊กของกวีสีแดง "ไม้หนึ่ง ก.กุนที"
เผยภาพนาทีชีวิต..นักข่าวญี่ปุ่นบันทึกก่อนดับ
นักวิชาการต่างชาติวิเคราะห์ "อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปในประเทศไทย?"
"สนธิ บัง" งง "ป๊อก" ให้ยุบสภา ชี้ยังไร้วี่แวว
ผ่าทางตันวิกฤติ กกต. สั่ง ยุบ ปิดตำนาน ปชป.
คุณมีเวลา เพียงน้อนนิด ที่จะเก็บคลิปนี้ ก่อนที่มันจะตามลบ
ที่มา thaifreenews
http://www.ireport.com/docs/DOC-431200
ใช้ รีลเพลย์เยอร์เซฟเก็บไว้
Sunday, April 11, 2010
นักวิชาการร้องยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน จี้รับผิดชอบด้วยการยุบสภา/ลาออก
ที่มา Thai E-News
ต่อมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 รัฐบาลได้บังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ สถานการณ์ได้บานปลายมีการปะทะกันทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายร้อยคนและพบว่ามีการใช้อาวุธสงครามและกระสุนจริง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้มีประชาชนหลายฝ่ายได้ออกมาเสนอแนะให้รัฐบาลหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการที่เกินกว่าความจำเป็น เช่น การใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม และขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมยืนหยัดในหลักการสันติอหิงสา ดังที่ทราบกันทั่วไปแล้วนั้น
2. ขอให้รัฐบาลยกเลิกการใช้กำลังทหารไปควบคุมการชุมนุมทางการเมือง เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการเผชิญหน้าและเพิ่มแรงกดดันซึ่งอาจนำไปสู่การต่อต้านที่รุนแรงและทำให้สถานการณ์บ้านเมืองเลวร้ายขึ้นไปอีก
3. ขอให้รัฐบาลยกเลิกการปิดช่องทางการสื่อสารของผู้ชุมนุม เพราะหากดำเนินการต่อไปจะยิ่งเป็นการยั่วยุให้ประชาชนที่ถูกปิดกั้นการรับข้อมูลข่าวสารเข้ามาสมทบในสถานที่ชุมนุมเพิ่มเติมอีก
4. ขอให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดและการดำเนินการที่ล้มเหลวในการควบคุมสถานการณ์ ทั้งนี้ หากคำนึงถึงจริยธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลสมควรประกาศยุบสภาหรือลาออกโดยเร็ว
5. ขอให้แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ละทิ้งแนวทางสันติอหิงสาตามที่ได้ประกาศไว้ และระวังป้องกันหรือควบคุมผู้ชุมนุมบางคนที่อาจมีความรู้สึกโกรธแค้นต่อการปฏิบัติของรัฐบาลให้หลีกห่างจากการกระทำใดๆอันอาจจะนำไปสู่ความรุนแรง
6. หากการชุมนุมยังไม่ยุติ ขอให้แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมจำกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมให้เป็นไปในลักษณะที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
วันที่ 11 เมษายน 2553
ผู้ประสานงานเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมที่เป็นธรรม
ชวลิต หมื่นนุช มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
วรยุทธ ศรีวรกุล คณะปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
เสถียรภาพ นาหลวง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
บัญชา สกุลดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
ชาญ มายอด ศูนย์จริยธรรมวิชาชีพ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
กลอนจักรภพ: เลือดระบอบ
ที่มา Thai E-News
โดย จักรภพ เพ็ญแข
เอพี: รมต.ต่างประเทศญี่ปุ่น"ไม่สบายใจ" กรณีนักข่าวญี่ปุ่นโดนส่อง
ที่มา Thai E-News ทีมข่าวไทยอีนิวส์
11 เมษายน 2553
รายงานจากสำนักข่าวเอพีวันนี้ (11 เม.ย.) แจ้งว่าหลังการเสียชีวิตของนายฮิโร มูราโมโต้ นักข่าวสำนักข่าวรอยเตอร์ชาวญี่ปุ่น อายุ 43 เมื่อวานนี้ระหว่างการปะทะกันที่บริเวณถนนราชดำเนินของฝ่ายผู้ชุมนุมเสื้อแดงและทหาร รัฐบาลญี่ปุ่นได้ส่งสารมายังกระทรวงการต่างประเทศไทยในวันนี้
ในสารดังกล่าวซึ่งลงนามโดยนายคัตสุย่า โอกาดะ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่น ได้แสดงความกังวลต่อการตายของนายมูราโมโต้ และความรุนแรงที่ดำเนินต่อเนื่องในกรุงเทพฯ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นยังได้กล่าวด้วยว่ากำลังสืบสวนสาเหตุการตายของนายมูราโมโต้
ด้านฝ่ายสำนักข่าวรอยเตอร์ได้กล่าวในรายงานฉบับเดียวกันว่ากำลังติดต่อเจ้าหน้าที่ไทยเพื่อรับทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับกำลังนำญาติของนายมูราโมโต้เพื่อที่จะเดินทางมาที่ประเทศไทย
นอกจากนี้สำนักข่าว NHK ยังได้เปิดเผยด้วยว่าผู้ประท้วงที่อยู่ ณ ที่จุดเกิดเหตุได้ให้สัมภาษณ์ภถึงเหตุการณ์ต่อ NHK อย่างละเอียด โดยผู้ประท้วงคนดังกล่าวเผยว่า ขณะเกิดเหตุนายมูราโมโต้กำลังยืนอยู่ด้านหน้ากลุ่มผู้ประท้วงเพื่อถ่ายภาพกองกำลังรักษาความปลอดภัยของฝ่ายรัฐบาลที่อยู่ด้านหน้า
พยานเผยว่าขณะที่ทหารได้เปิดฉากยิง นายมูราโมโต้ก็ได้ล้มลงไปที่พื้นและหมดสติลง เขากล่าวว่าเขาเป็นผู้อุ้มนายมูราโมโต้ไปที่รถพยาบาล เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลต่อมาเผยว่า นายมูราโมโต้ถูกยิงบริเวณอกซ้ายและเลือดไหลออกมาก
นอกจากนี้องค์กรปกป้องสื่อมวลชน (RWB) ได้ออกแถลงการณ์ให้มีการสืบสวนเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างอิสระ โดยขอให้เป็นผู้เชี่ยวชาญจากประเทศที่สาม โดยเฉพาะเพื่อค้นหาว่ามีการใช้กระสุนจริงหรือไม่ และเหตุใดจึงมีการเปิดฉากยิงดังกล่าว
ม็อบเสื้อเขียว 20,000 คน VS ม็อบเสื้อแดง 300,000 คน
ที่มา thaifreenews บทความโดย..ลูกชาวนาไทย คนที่ใส่เสื้อลายพรางถือแต่โล่ห์กับกระบอง ไม่ได้ถือปืน หรือ ถือปืน แต่ไม่อาจใช้ยิงฝ่ายตรงข้ามได้ เพราะจะเสียการเมือง หากเราเรียกว่าทหาร พวกเราคนเสื้อแดง ก็จะตื่นเต็นตกใจ วาดภาพกันใหญ่โต เวลาเห็นขนกันมา 4-5 คันรถ ก็มีการโทรกันให้วุ่นว่าทหารจากปราจีนกำลังเข้ามาแล้ว ทำให้พวกเราคนเสื้อแดงบางคนตกใจโดยใช้เหตุ หากเราเรียกพวกนี้เสียใหม่ว่า "พวกม็อบเสื้อเขียว" เพราะมันมีปืนแต่ห้ามใช้ ก็ไม่ได้ดีไปกว่า คนเสื้อแดงที่ไม่มีปืน เพียงแต่พวกนี้แต่งตัวเท่กว่าเท่านั้น เพราะใส่ชุดโรโบคอบ แต่ชุดบ้าๆ เท่ๆ แบบนี้ มาใส่ในเมืองร้อน อุณภูมิ 40 องศา คนใส่แทบเป็นลมตาย ม็อบเสื้อเขียว กำลังปะทะกับม็อบเสื้อแดง ใช้คำแบบนี้เสีย เราก็จะได้มองภาพทะลุความจริง จะได้ไม่กลัว หรือวาดภาพพวกนี้ใหญ่เกินความเป็นจริง การปราบม็อบให้สำเร็จเรียบร้อย มี 3 วิธีคือ 1. หากเรามีกำลังมากกว่า 5 ต่อ 1 เราก็ใช้กำลังที่มากกว่าผลักดันม็อบให้ออกจากบริเวณไป เนื่องจากฝ่ายเจ้าหน้าที่มีจำนวน มากกว่า มีสิ่งป้องกัน เช่น โล่ห์ กระบอง เกราะ ที่ดีกว่า จึงมีกำลังชนมากกว่า ฝ่ายม็อบมีกำลังน้อยกว่า เมื่อปะทะกัน ฝ่ายเจ้าหน้าที่จึงได้เปรียบ ประกอบกับใช้แก้สน้ำตาย่อมสลายม็อบไปได้ อาจปะทะกันหัวร้างข้างแตกไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับเสียชีวิต นี่เป็นระบบที่สากลยอมรับได้ แต่หากเจ้าหน้าที่มี 3,000 คน ม็อบมี 50,000 คน วิธีนี้ก็ไร้ประโยชน์ เพราะกำลังคน และกำลังชนไม่พอ ม็อบมีมากกว่า 10 ต่อ 1 ต่อให้ใส่ชุดป้องกันดียังไง ก็ไม่มีประโยชน์ เพราะจะโดนรุมโดนเบียด สุดท้ายก็เป็นลม เพราะเคลื่อนไหวไม่คล่องตัว 2. หากฝ่ายเจ้าหน้าที่มีกำลังน้อยกว่ามาก ก็ต้องใช้วิธี Shock and awe คือ สร้างความสะพรึงกลัว ให้ม็อบหนีไปหรือเสียขวัญ เช่น ถล่มปืนใหญ่เข้าไปสักครึ่งชั่วโมง ม็อบตายระเนระนาด 5,000-10,000คน ม็อบก็จะหนี และสลายไปในที่สุด เช่น เหตุการณ์ที่ เทียนอันเหมินของจีนที่ตายราวๆ 20,000 คน และที่เมืองร่างกุ้ง ของพม่า ตายประมาณ 4,000-5,000 คน ม็อบก็สลายไป แต่สองประเทศนี้ได้รับการประณามจากทั่วโลก ถึงความโหดร้าย พม่าถึงกับโดนแซงชั่นค์ทางเศรษฐกิจ ส่วนจีน เนื่องจากเป็นมหาอำนาจ เลยไม่มีใครกล้าทำอะไร วิธีนี้ได้ผลเด็ดขาด เมื่อเจ้าหน้าที่มีกำลังน้อยกว่ามาก แต่มีอาวุธเหนือกว่า แต่หากนำมาใช้ รัฐบาลก็คงอยู่ในโลกศตวรรษที่ 21 ได้ยาก สุดท้ายหากเป็นประเทศเล็กๆ ก็คงต้องปิดประเทศอยู่แบบพม่า 3. หากวิธีทางการทหาร ทั้งสองวิธีข้างต้นไม่ได้ผล ก็ต้องใช้วิธีทางการทูต คือ เจรจา เพราะปัญหาการเมือง การใช้วิธีการทางทหารเข้าแก้ไข มีแต่จะทำให้บานปลาย เป็นสงครามกลางเมือง สุดท้ายก็จบด้วยความหายนะของประเทศ และต้องเจรจากันในตอนจบอยู่ดี สถานการณ์ในประเทศไทยตอนนี้ ผมว่าใช้วิธีการที่ 2 คงไม่ได้ ตอนนี้รัฐบาลอภิสิทธิ์ กำลังใช้วิธีการที่ 1 อยู่ ส่วนวิธีการที่ 3 เคยเจรจากันแล้วแต่ไม่สำเร็จ เมื่อสถานการณ์ถูกบีบให้ใช้แต่วิธีที่หนึ่ง ถึงมีปืนมีอาวุธ ก็ใช้ประโยชน์ไม่ได้ สภาพของทหารจึงไม่ได้มีความได้เปรียบคนเสื้อแดงมากนัก คือ มือเปล่าต่อมือเปล่า หากผมเรียกว่า เป็นพวก "ม็อบเสื้อเขียว" ก็คงไม่ผิดกติกาอะไร คนเสื้อแดงไม่เคยกลัวพวกเสื้อเหลืองอยู่แล้ว จะกลัวอะไรกับพวกเสื้อเขียว อย่างวันนี้ผมได้ยินข่าว (วันที่ 10 เมษายน) ว่ามีม็อบเสื้อเขียวสัก 1,000 คน นำพวกเวทีบุกผ่านฟ้า มีรถยนต์และยานยนต์อื่นๆ สนับสนุน ก็คงไม่ค่อยตกใจกันใช้ไหมครับ หากเรียกว่าเป็นทหารจะบุกสลายตรงโน้นตรงนี้ แล้วทำให้คนเสื้อแดงเราสร้างภาพในใจว่าเห็นทหารถืออาวุธปืนสงครามไล่ยิง ฝ่ายเสื้อแดงล้มดุจใบไม้ล่วง แต่ที่เราเห็นดันกันมาตลอด ทั้งที่ไทยคม คือ "ชายฉกรรจ์อายุราวๆ 20-22 ปี" ประมาณ 3,000 คน สวมเสื้อเขียวลายพราง เอาอะไรมาสวมตัวเองก็ไม่รู้ทั้งหนัก และร้อน ประจันหน้ากับ "คนเสื้อแดงที่มีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย" จำนวนรวม 30,000-40,000 คน พวกเสื้อเขียวเหล่านี้มีอาวุธ แต่ใช้ไม่ได้ ไม่งั้นจะเป็นการยิงคนมือเปล่า จึงได้แต่เข้าแถว ใช้กำลังดัน กับพวกเสื้อแดงที่มีจำนวนมากกว่า แดดก็ร้อน สุดท้ายพวกเสื้อเขียวดันสู้ไม่ไหว ก็เลยยอมถอย ไป ที่ผมเห็นภาพคือ พวกเสื้อเขียวล้มใส่ลวดหนามตัวเอง หรือ หามมาให้พยาบาล FARED ปฐมพยาบาลให้ก็มี สถานการณ์วันนี้ พวกเสื้อเขียวกลุ่มย่อยๆ ประมาณร้อยคนบ้าง (ผมไม่เรียกว่ากองร้อย เพราะมันดูพร่ามัวคิดภาพไม่ออก) เรียกว่ากลุ่มระ 150 คน 60 กลุ่ม บางกลุ่มก็หลบอยู่ในวัดสองสามร้อยคน บางกลุ่มก็ยืนบนสะพาน จุดแยกต่างๆ สิบกว่าคน ที่จริง นายสุเทพ มีม็อบเสื้อเขียวในมือ ที่ใช้งานได้ประมาณ 12,000 คน เสริมด้วยพวกม็อบเสื้อสีกากีที่ไม่ค่อยเต็มใจดันกับพวกเสื้อแดง อีกราวๆ 1-2 หมื่นคน ม็อบเสื้อเขียวนี้ขนกันมาจาก ปราจีนบุรีราวๆ 3,000-4,000 คน มี นายวลิต โรจนภักดี เป็นแกนนำขนมา หัวหน้าใหญ่ดูเหมือนจะชื่อ นายประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นแกนนำหลักของพวกม็อบเสื้อเขียวสายปราจีนบุรี จะเรียกได้ว่า "ม็อบเสื้อเขียว" นี้เป็น "ม็อบรับจ้าง" ก็ได้ เพราะมีเบี้ยเลี้ยงราวๆ 120 บาท/วัน กดค่าแรงนั้นมาก ข่าวล่าสุดคือ ม็อบเสื้อเขียว เขาคนไปยึดผ่านฟ้ากำลังสู้กันอยู่ คาดว่าคนเสื้อแดง เย็นๆ คงไปยืนล้อมพวกม็อบเสื้อเขียวไว้ตรงกลาง เป็นแซนวิชด์ ม็อบเสื้อเขียวที่ยึดผ่านฟ้าคงมีราวๆ1,000-2,000 คน อันที่จริง การยึดพื้นที่ ไม่ค่อยมีความสำคัญนัก เพราะหากพวกเสื้อเขียวยึดผ่านฟ้าได้ พวกเสื้อแดงหากไม่ต้องการเสียเลือดเนื้อ ก็ไปยึดเยาวราชหรือสีลมแทน หรือเคลื่อนไปขอใช้พื้นที่ ย่านสยามพารากอน หรือไป รัชดาก็ได้ ปล่อยให้ พวกเสื้อเขียว ปิดถนนราชดำเนินแทน หากพวกนี้กำลังน้อยลง เราก็สงคนไปยึดคืนอีก ผลคือ กรุงเทพฯ วุ่นวายไม่จบ คงมองเห็นสถานการณ์ในภาพรวมแล้วนะครับ ว่าเป็นยังไง เรื่องม็อบเสื้อเขียว 20,000 คน จะสลายม็อบเสื้อแดง 300,000 คน นี่ ลืมไปได้เลย และคถูกม็อบเสื้อแดงสลายเอาแบบที่ไทยคมเป็นแน่ (แต่แดงถอนมาพวกเสื้อเขียวก็ไปยึดคืนอีก ก็เหมือนกัน หากพวกเสื้อเขียวยึดผ่านฟ้าได้ กำลังน้อยลง แดงก็ไปเอาคืนอีก ผลัดกันยึดไปยึดมา) สรุปคือ อย่าไปเรียกพวกนี้ว่าทหารครับ เรียกมันว่า พวก "เสื้อเขียว" นั้นดีที่สุด








