WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, April 12, 2010

ทหารยิงปืนกลไรเฟิลสังหารเสื้อแดง

ที่มา Thai E-News





หลักฐานมัดคอมาร์ค-แกนนำเสื้อแดงได้นำคลิปหลักฐานของสำนักข่าวฝรั่งเศสแสดงให้เห็นทหารไทยได้ยิงปืนกลไรเฟิลออโตเมติกของพวกเขาตรงเข้าใส่ผู้ประท้วง ซึ่งผู้สื่อข่าวที่เห็นด้วยตาของตัวเองรายงานว่า "คลิปข่าวเจาะลึกของเราได้เปิดเผยข้อเท็จจริงที่ตรงกันข้ามกับการประกาศจากรัฐบาลไทยที่ว่า ทหารไทยยิงแต่ลูกจริง"ขึ้นฟ้า"


โดย Mehdi Chebil
ที่มา เว็บไซต์ France 24
คลิปวีดีโอโดย Cyril PAYEN / Rebecca BOWRING John LIN, Regis DESCONLOIS
แปลไทย ไทยอีนิวส์
11 เมษายน 2553

คลิปเจาะลึกของสำนักข่าว "France 24" เผยความจริงตรงกันข้ามกับการประกาศของทางการไทยว่าทหารเพียงแต่ยิงลูกจริงขึ้นฟ้าในการปะทะกันกับผู้ชุมนุมประท้วงคืนวันเสาร์ที่ทำให้คนตายอย่างน้อย 21 ราย


ทีมข่าวสำนักข่าวฝรั่งเศส24 ได้รายงายข่าวจากพื้นที่ที่มีการต่อสู้หนักหน่วงที่สุดในคืนวันเสาร์เมื่อกองทัพไทยได้สั่งการให้มีการล้อมปราบกลุ่มผู้ประท้วงเสื้อแดงที่ต่อต้านรัฐบาล

คลิปข่าวเจาะลึกของเราได้เปิดเผยข้อเท็จจริงที่ตรงกันข้ามกับการประกาศจากรัฐบาลไทยที่ว่า ทหารไทยยิงแต่ลูกจริง"ขึ้นฟ้า" มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย และบาดเจ็บกว่า 800 คนในความรุนแรงที่เกิดขึ้นดังกล่าว

ในคลิปนาทีที่ 1.25 ในวีดีโอจาก FRANCE 24 ข้างต้น, ทหารไทยได้แสดงอย่างชัดเจนว่าได้ยิงปืนกลไรเฟิลออโตเมติกของพวกเขาตรงเข้าใส่ผู้ประท้วง

"เราไปยังโรงพยาบาลหลายแห่งเมื่อเช้าวันอาทิตย์ และพบว่าเหยื่อหลายรายถูกลูกกระสุนไปที่หัว (…) มันเป็นเรื่องทำใจให้ยากที่จะเชื่อคำประกาศของเจ้าหน้าที่ที่อ้างว่าพวกเขายิงแต่กระสุนยางและยิงกระสุนจริงไปในอากาศ" นาย Cyril Payen นักข่าวของ FRANCE 24 ในกรุงเทพฯกล่าว เขาอยู่ในสถานที่เกิดเหตุขณะที่การปะทะกันเกิดขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์

จากคำให้การของทีมของเรา การปะทะเริ่มเกิดขึ้นจากการระเบิดของลูกระเบิด โดยต้นเหตุยังไม่ทราบว่ามาจากไหน

"ระเบิดดังกล่าวได้สังหารทหาร 7 นาย และทำให้นายพันคนหนึ่งบาดเจ็บที่ศีรษะ" นาย Payen นักข่าว FRANCE 24 เผย

ในขณะที่เหยื่อเคราะห์ร้ายจากการระเบิดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล กองทัพได้ยิงกลับไปที่ฝูงชน และส่งผลให้กรุงเทพฯเข้าสู่ความวุ่นวาย

การปะทะเลือดเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากมีการประท้วงของประชาชนเสื้อแดงจำนวนมาก ซึ่งเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งและยุบสภา โดยเห็นว่านายอภิสิทธิ์ ซึ่งก้าวเข้าดำรงตำแหน่งตั้งแต่เดือนธันวาคม 2008 ไร้ความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง

หมายเหตุ: ท่านสามารถดูคลิปอื่นๆได้ที่http://thaienews.blogspot.com/2010/04/10.html

‘สมบัติผู้ดี’ กับ ‘ตรีดาว อภัยวงศ์’

ที่มา vattavan


‘สมบัติผู้ดี’ กับ ‘ตรีดาว อภัยวงศ์’

วาทตะวัน สุพรรณเภษัช

มื่อต้นเดือนนี้ ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอหยุดทำการ และปิดมหาวิทยาลัย ตั้งแต่วันพฤหัสบดี ที่ 1 เมษายน 2553 เป็นต้นไป จนถึงวันอาทิตย์ ที่ 4 เมษายน 2553 และไปเปิดทำการตามปกติเอาในวันจันทร์ ที่ 5 เมษายน 2553 ผู้คนที่ได้ยินประกาศแล้ว ยังคิดว่า

content/picdata/217/data/A2.jpg

ทางมหาวิทยาลัยแห่งนี้ เห็นนิสิตจุฬาฯจะต้องไป “เช็งเม้ง” กันจำนวนมาก เลยใจดีหยุดให้ แต่ในที่สุดก็ได้ความว่า เหตุผลที่ปิดทำการนั้น
แท้ที่จริงแล้ว ทางจุฬาฯกลัวผลกระทบทางการเมือง ในห้วงระยะเวลาที่ผู้คนในชาติจำนวนมหาศาล กำลังชุมนุมกัน เพื่อซ่อมแซมประชาธิปไตย ที่ชำรุดทรุดโทรมของสยามประเทศ
สาเหตุจะเป็นไปเป็นมาอย่างไรนั้น ผมจะค่อยๆลำดับให้ฟังดังต่อไปนี้

นิสิตของจุฬาฯนั้น เคยมีประวัติเป็น ‘ผู้นำทางปัญญา’ ให้กับผู้คนของประเทศนี้ ไม่เว้นแม้แต่ในเรื่องการบ้านการเมือง โดยเฉพาะการริเริ่มเคลื่อนไหวทางการเมืองครั้งใหญ่ และมีความสำคัญมาก นั่นคือ
ริเริ่มจัดการเดินขบวน เพื่อต่อต้านคัดค้านผลการเลือกตั้ง เมื่อปี พ.ศ.2500 ครั้งพรรคเสรีมนังคศิลาฝ่ายรัฐบาล แข่งกับประชาธิปัตย์ แต่มีการกล่าวหาว่า
ทางฝ่ายรัฐบาล โกงการเลือกตั้ง!
การเดินในครั้งนั้น เป็นการก้าวย่างสำคัญทางประวัติศาสตร์ โดยได้ตั้งขบวนออกเดินจากจุฬาฯ ตอนสายๆ มีจุดหมายปลายทางอยู่ที่รัฐสภา ฝ่ายรัฐบาลก็ส่งทหารมาตั้งด่านสกัดกั้นที่สะพานมัฆวานฯ แต่ขบวนก็ฝ่าฟันไปได้ โดยไม่มีการปะทะกัน
เมื่อถึงรัฐสภา ฝูงชนที่มีกำลังอารมณ์พลุ่งพล่าน ได้พังประตูสภาเข้าไป (ฟังคุ้นๆไหมครับ?)และขอพบนายกรัฐมนตรี ซึ่งท่านจอมพล ป. คนปีไก่ นายกฯในขณะนั้นได้ลงมาพบ แต่ปรากฏว่าเจรจากันไม่รู้เรื่อง
ประชาชนจึงเรียกร้อง ขอให้จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ เป็นผู้ขึ้นพูด ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ขัดข้อง ได้ขึ้นปราศรัยตามคำเรียกร้อง และรับจะแก้ไขปัญหา ฝูงชนพอใจ การสลายตัวจึงเกิดขึ้น
จอมพล ส.จึงได้คิวพระเอกไปเต็มๆ!
นี่เป็นบทบาทของนิสิตจุฬาที่เด่นมาก เพราะหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ไม่เคยมีการเดินขบวนครั้งใหญ่มาก่อน แต่ก็ดูเหมือนจะเป็นเพียงครั้งเดียว ที่จุฬาฯเป็นแกนนำ ทั้งนี้ก็เพราะว่า
หลังจากที่จอมพลสฤษดิ์ฯ ได้ปฏิวัติยึดอำนาจเบ็ดเสร็จ เมื่อปี พ.ศ.2502 ก็ได้ส่งจอมพล ประภาส จารุเสถียร นายทหารที่ร่วม
ก่อการ ไปเป็นอธิการบดีของจุฬาฯ จากนั้นบทบาททางการเมือง ของมหาวิทยาลัยสามย่าน ก็ค่อยๆซาลง นิสิตสงบเสงี่ยมเรียบร้อยมากขึ้น ไม่หวือหวาเหมือนเก่า เลยเสียการนำทางการเมือง ให้กับทางกลุ่มนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ไป

ท่านผู้อ่านที่เคารพครับ
การเคลื่อนไหวทางการเมืองในจุฬาลงกรณ์นั้น ตามตัวอย่างที่ผมยกมาโดยย่อ ก็เพื่อแสดงว่า นิสิตจุฬาฯนั้นเป็นผู้ดำรงความคิดริเริ่มและมีแนวทางการเมืองของตนเองอย่างชัดเจน การแทรกแซงของอาจารย์ แทบจะไม่มีปรากฏให้เห็น
การเคลื่อนไหวของนิสิตจุฬา ในระยะหลังๆ มักไปรวมกับกลุ่มนักศึกษาอื่นๆที่มหาวิทยาลัยท่าพระจันทร์ แต่ก็ยังพอมีนิสิตตัวเด่นๆของจุฬา มาโดดดังยุคต้าน ‘ถนอม-ประภาส’เธอชื่อ
จิระนันท์ พิตรปรีชา!
หลังจากนั้น นิสิตหัวก้าวหน้าทางการเมือง ของสถาบัน
สามย่านแห่งนี้ ดูเหมือนจะโรยราเหมือนต้นจามจุรียามราโรย ซึ่งทอดเวลาเนิ่นนานกว่า 3 ทศวรรษแล้ว ยังหาหนุ่มสาวจากจุฬาฯขึ้นมาแทนที่ ‘คุณป้า-จิระนันท์’ เธอไม่ได้

ส่วนการเคลื่อนไหวของอาจารย์จุฬาฯทั่วๆไป ก็ไม่ต่างจากสถานศึกษาของรัฐอื่นๆ ซึ่งมักจะเป็นการดำเนินการส่วนตัวแบบ ‘ทางใครทางมัน’ และจะไปเคลื่อนไหวนอกจุฬาฯ หรืออย่างมากพวกอาจารย์ที่ไปร่วมกิจกรรมทางการเมือง ก็เอามหาวิทยาลัยเก่าแก่แห่งนี้ไว้ เป็นที่ ‘อิงหลัง’คล้ายๆเป็นเพียง ‘เซฟเฮ้าส์’ ของตัวเองเท่านั้น
การที่มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของชาติอย่างจุฬาฯ ต้องประกาศปิดตัวเองลงในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นผลจากการกระทำของนิสิต หากแต่เป็นการเคลื่อนไหวส่วนตัวของพวกอาจารย์ และเป็นเรื่องเฉพาะตัวด้วย
รายงานข่าว เขาบอกว่า...

สาเหตุที่จุฬาฯต้องประกาศปิดเรียน เพราะมีอาจารย์ 1 นาย กับอีก 1 นาง ดันสะแหลนโผล่ออกมา ชักชวนการเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ท่ามกลางความแปลกใจของนิสิต และเพื่อนอาจารย์เอง
อาจารย์สองคนของมหาวิทยาลัย นั้นคือนายจรัส สุวรรณมาลา และนางตรีดาว (สุขุม) อภัยวงศ์ ที่มีประวัติชัดเจนว่า เป็นฝ่ายพันธมิตร (ผู้คนชอบเรียกว่า ‘พันธมาร’)
นายจรัส สุวรรณมาลา เคยขึ้นเวที่กลุ่มพันธมาร ขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร หลายครั้งใน ปี 2548 จนเจ้าตัวถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง ถึงความไม่เหมาะสม อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในนักวิชาการเสื้อเหลือง ที่กลุ่มพันธมารระบุว่า เป็นเครือข่ายนักวิชาการของกลุ่มคนเสื้อเหลือง
ในที่สุด นายจรัส ทนกระแสวิพากษ์วิจารณ์ไม่ไหว ต้องลาออกจากคณบดีคณะรัฐศาสตร์
ต่อมา หลังการรัฐประหาร 19 ก.ย.2549 นายจรัสได้รับการปูนบำเหน็จจาก ‘ไอ้บัง กบฏ’ ให้เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ
เท่านั้นไม่พอ ยังได้ทุนจากรัฐบาลยุทธ ยายเที่ยง เป็นจำนวน 46 ล้าน มาทำการวิจัย แต่กลับส่งกลิ่นฟุ้ง เพราะโดนวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก (ซึ่งผมจะเอารายละเอียด มาฟาดกันให้จั๋งหนับอีกที)
ส่วนนางตรีดาวฯ คู่หูคู่ฮานั้น เป็นหนึ่งในคณาจารย์คณะอักษรศาสตร์ ที่เคยเข้าชื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลาออก และได้ขึ้นเวทีปราศรัยขับไล่ พ.ต.ท.ทักษิณ ในการชุมนุมที่หน้าห้างสยามพารากอนในวันที่ 29 มีนาคม ด้วย จัดได้ว่าอาจารย์ทั้งคู่นี้
เป็นพวก “เสื้อเหลือง” เต็มพิกัด!

มาคราวนี้ อาจารย์เสื้อเหลืองทั้งสอง ได้ประกาศเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าแปลกใจ คือ ชักชวนให้ผู้คนสวม “เสื้อชมพู” มาชุมนุมกันในมหาวิทยาลัย โดยมีวัตถุประสงค์ที่แท้จริงคือ การสนับสนุนรัฐบาล ต่อต้านการชุมนุมของกลุ่ม นปก.
การเคลื่อนไหวทางการเมืองของชาย-หญิงคู่นี้ มีผลนำไปสู่การปิดมหาวิทยาลัยในครั้งนี้ ซึ่งคงจะไม่ใช่เรื่องแปลก ถ้าหากอาจารย์ทั้งสอง ไม่มีตราประทับ หรือถูก ‘สักหน้าผาก’ ว่าเป็นฝ่ายพันธมาร และไม่ใช้มหาวิทยาลัยเป็นที่ชุมนุม
ทางจุฬาฯคงไม่ประกาศ ปิดฉุกละหุกอย่างนั้น!
การกระทำของอาจารย์ทั้งสองนั้น คงทำไปโดยพลการ ไม่ได้ปรึกษาหารือกับฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยก่อน จึงเป็นการนำจุฬาลงกรณ์ ลงไปคลุกฝุ่นการเมือง เพื่อประโยชน์ทางการเมืองของตนโดยแท้ ทั้งๆที่รู้ดีแก่ใจว่า
สภาพภายในของจุฬา ปัจจุบันก็ไม่ต่างจากนอกรั้วมหาวิทยาลัย คือแบ่งกันเป็นฝักเป็นฝ่ายเรียบร้อยแล้ว โดยมีคนทั้งเห็นด้วยกับรัฐบาล และฝ่ายที่มีความเห็นตรงข้าม
หรือเป็นปฏิปักษ์ด้วยซ้ำ!
ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าแปลกใจ ที่อาจารย์ผู้ใหญ่อย่างท่านอธิการบดี จะมีการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เพื่อระงับผลร้ายที่อาจเกิดขึ้น ด้วยการประกาศปิดมหาวิทยาลัย ชาวบ้านเขาก็พากันสรรเสริญว่า
ท่านอธิการนั้น….ทำถูกต้องแล้ว!

มื่อวันอาทิตย์ต้นเดือน เม.ย. ตอนเช้าตรู่ ผมได้ฟังรายการวิทยุ 96.5 มีนายจิระ หงส์ลดารมย์ อาจารย์เก่า ม.ธรรมศาสตร์ เป็นผู้ดำเนินรายการร่วมกับสตรีอีกนางหนึ่ง เป็นรายการเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งก็ไม่ได้ให้ข้อคิดที่พิศโดกพิสดารอะไร การแสดงความเห็นก็เป็นเรื่องเป็นเรื่องพื้นๆ ไม่มีจุดเด่นที่พอจะนำมาพูดถึง
แต่ที่สำคัญ และไม่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรมนุษย์ ก็คือ
นายจิระฯ ดันทะลึ่งใช้ถ้อยคำรุนแรง วิพากษ์วิจารณ์การกระทำอธิการบดีจุฬาลงกรณ์ ว่าเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง
ถ้าจำไม่ผิดอีตาจิระฯนั้น ถึงกับใช้คำ “ประณาม” กับการประกาศหยุดการเรียนของอธิการบดีจุฬาฯในครั้งนี้
อยากจะบอกว่า นายจิระนั้น ไม่ได้วิเศษวิเสโส ถึงขั้นไปออกอาการกร่างอย่างนั้น เพราะแค่ประวัติอย่างนายจิระฯนั้น คงไม่ทางเทียบกับ ท่านศาสตราจารย์ นายแพทย์ภิรมย์ กมลรัตนกุลอธิการบดีของจุฬาฯได้ เพราะการที่อีตาจิระฯคนนี้ ดันไปมีข่าว
อื้ออึงในทางลบแก่ตัวเองนั้น
ผู้คนเขาก็ยัง...ไม่ลืม!

ดังนั้น การที่นายจิระฯฉกฉวยโอกาส ใช้คลื่นวิทยุ อ.ส.ม.ท. Fm 96.5 ที่ทางสถานีอุตส่าห์ใช้ชื่อเรียกขานว่า‘คลื่นความคิด’ มาใช้เป็นช่องทางโจมตีต่ออธิการบดีจุฬาฯโดยตรง และไม่เกี่ยวกับเนื้อหาของรายการเลย เป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ขององค์กรสื่อสารแห่งนี้ และอาจทำให้คลื่นดีๆของ อ.ส.ม.ท. อาจถูกวิพากษ์วิจารณ์
จนกระทั่งกลาย ‘คลื่นสิ้นคิด’ เป็นไปในที่สุดก็เป็นได้!

การที่นายจิระฯออกมามาพูด ในทำนองปกป้องการกระทำของสองอาจารย์ ที่กระทำการอันไม่สมควร เพราะอาจนำสถาบันเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงอย่างจุฬาฯ ไปโดนย่ำยีทางการเมืองได้ นั้น
ถ้าหากมองลึกเข้าไป ถึงเบื้องหลังของการวิพากษ์วิจารณ์ออกสื่อวิทยุของอีตาจิระฯ เราก็จะพบว่า
นางตรีดาว อภัยวงศ์ หนึ่งในผู้ที่เคลื่อนไหว เพิ่งแต่งงานกับลูกติดภริยาใหม่ของนายจิระฯซึ่งเป็นลูกชายของ นายปราโมทย์ สุขุม นักการเมืองผู้เป็น ‘สุภาพบุรุษ’ ซึ่งล่วงลับไปแล้ว
ใช่แต่แค่นั้น นางตรีดาวฯก็ยังเป็น ‘วิทยากร’ ในหลักสูตรของนายจิระฯ ที่ไปรับฝึกอบรมให้องค์กรต่างๆด้วย
คราวนี้ถึง ‘บางอ้อ’ กันหรือยังล่ะครับ!?

ขอพูดอย่างตรงไปตรงมา ว่า
การที่หนูตรีดาวฯนั้นเกิดมาในตระกูลเก่าแก่ มีฐานะพอสมควร ได้รับการศึกษามากกว่าลูกสาวชาวบ้าน ก็นับว่าโชคดีแล้ว แถมยังได้ไปเป็นลูกสะใภ้ตระกูล “ผู้ดี-มีเงิน” แต่น่าชมที่ตัวเธอกลับไม่หยิบโหย่ง และไม่ใช่เป็นประเภท...
ฉันเกิดมาสบายแล้ว เลยไม่สนใจบ้านเมือง!
นอกจากนั้น ยังชอบที่หนูตรีดาวรู้จัก “Fight for the right!” และเป็นหนึ่งในคนรุ่นใหม่ ที่มีทั้งความรู้และอุดมการณ์
แต่เสียดายที่หนูตรีดาว (และนายจรัส สุวรรณเวลา อดีตคณบดีคณะรัฐศาสตร์)ออกมาเรียกร้องครั้งนี้ ดันทำในรูปของกลุ่ม “เสื้อสีชมพู” ซึ่งหนูตรีดาวฯยืนยัน ว่า
เป็นภาคประชาชน ที่ไม่ต้องการแบ่งฝ่ายเลือกสีทางการเมือง ต้องการเพียงจะแสดงพลังความรักชาติ ความสามัคคี และไม่ต้องการให้คนกรุงเทพฯ...ต้องตกเป็นตัวประกัน!
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ก็ทราบกันทั้งในจุฬาฯและทั่วๆไปว่า หนูตรีดาว(และนายจรัสฯ) เป็นพวกสีเหลือง และเป็นเหลืองแท้ๆ ที่ขึ้นเวที ปราศรัยเพื่อพันธมารมาแล้วทั้งคู่!
ตรงนี้...น่าเสียดาย

หนูตรีดาวรู้หรือเปล่าว่า
ความองอาจ กล้าหาญ เป็นสมบัติที่สำคัญยิ่งของผู้ดี!
การ “พูดสิ่งใดย่อมเป็นที่เชื่อถือได้” ก็เป็นสมบัติของผู้ดี!!
การที่หนูตรีดาวต้อง “ปลอมตัว” เป็นสีชมพู แล้วออกมาบอกว่าตนไม่แบ่งฝ่าย ไม่เลือกสี ไม่เลือกข้าง จึงกลายเป็นว่า
หนูตรีดาวขาด ‘สมบัติผู้ดี’ ไปหลายข้อ คือ...
-ไม่องอาจ
-ไม่กล้าหาญ
-สิ่งที่พูดเชื่อถือไม่ได้
-ใช้ถ้อยคำมุสา

ประการหลังนี่ ผู้ดีจะใช้คำอย่างนิ่มนวลว่า “พูดปด” ไม่ใช่ “โกหก” หรือ“ตอแหล” อย่างที่ไพร่เขาใช้กัน
คราวนี้ ขอให้หนูตรีดาว ลองนึกภาพตามผมนะ
...สมมุติว่านายควง อภัยวงศ์ ออกมาต่อสู้ทางการเมือง แต่แทนที่จะใส่เสื้อของพรรคประชาธิปัตย์ กลับปลอมตัวไปสวมเสื้อพรรคมนังคศิลาของจอมพล ป....
อย่างนี้...คุณควงจะทำไหม?

content/picdata/217/data/1].2.jpg

หากผู้ดีอย่างหนูตรีดาว จะออกมาสู้กับไพร่สีแดงตรงๆ โดยบอกว่าตัวเองเป็น‘เสื้อเหลือง’และไม่เห็นด้วยกับการกระทำของพวกเสื้อแดง ที่ออกมาชุมนุมเพื่อซ่อมแซมประชาธิปไตยกันมากมายมหาศาล เพราะเห็นว่าปล่อยไว้จะเป็นโทษแก่ประเทศไทย อย่างนั้น-อย่างนี้
น่าจะถูกต้องกว่าไหม?
อธิบายด้วย ‘เมตตา’ (อีกคุณสมบัติหนึ่งของผู้ดี) เพื่อให้คนที่เขาไม่มีกำเนิดและโอกาสที่ดีอย่างหนู ได้เข้าใจ เผื่อเขาจะหันกลับมาร่วมอุดมการณ์กับหนู เขาอาจจะช่วยหนู fight for the right หรือ
ต่อสู้เพื่อความถูกต้องด้วยซ้ำ!
หากพวกเขาโง่เง่าและเข้าใจช้า หนูตรีดาวก็ควรมีความอดทน ไม่ย่อท้อ(คุณสมบัติของผู้ดี อีกนั่นแหละ) เพราะการให้ความช่วยเหลือผู้ที่ต่ำต้อยกว่า ไม่ว่าจะเป็นด้านใดๆ รวมทั้งด้านให้การศึกษา ก็ล้วนเป็นหน้าที่ของชนชั้นสูง(noblesse oblige)
แต่ทั้งนี้ หนูตรีดาวเองก็จะต้องแน่ใจว่า การ fight for the right หรือต่อสู้เพื่อสิ่งที่ถูกต้องของหนู นั้น...เป็นของแท้!
สิ่งที่หนูตรีดาวเคยคิด หรือกำลังคิดว่า “ถูกต้อง” นั้น อาจจะผิดก็ได้
ลองพิจารณาดูใหม่ ก็ได้นะหนูนะ!!

หากเห็นว่าผิดก็จงอย่าดึงดัน เพราะอีกข้อหนึ่งของสมบัติผู้ดี คือ...ไม่เป็นผู้ดึงดันในสิ่งที่ผิด
และที่สำคัญยิ่งกว่านั้น ผู้ดีต้อง
“ตั้งอยู่ใน...ความเที่ยงตรง”
หนูตรีดาวต้องจำไว้ ผู้ดีควรเป็นตัวอย่างที่ดีแก่ไพร่ ทำตัวให้เขานับถือ อย่าทำอะไรให้เขาว่าได้

ผู้ดีน่ะ ‘ผิวบาง’ โดนนิดโดนหน่อย...ก็แสบซิบๆ!

หนูว่าอย่างนั้นไหมจ๊ะ!!?

................

ท้ายบท
ระหว่างการชุมนุมเพื่อซ่อมแซมประชาธิปไตย อาจทำให้แฟนๆอาจพลาดข้อเขียนตอนที่แล้วไป จึงอยากให้เข้าอ่านบทความชื่อ
ตอแหล’ บรรลัย เลยนะ...นายอภิแสบฯ แชมป์โล(ซ)ก!!!
ที่อยากให้อ่านก็เพราะว่า
หากมีใครเขาถามว่า “ไอ้รัฐบาลนี้มันโลซกแค่ไหน?” จะได้ตอบกันได้ถูกต้อง...อ่านต่อใน...
http://www.vattavan.com/detail.php?cont_id=216

แถลงการณ์ พตท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ที่มา thaifreenews


โดย Porsche

W_Whisky

ผมขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งถึงการเสียชีวิต ของพี่น้องชาวไทยร่วมชาติ
ที่ต้องมาเสียชีวิต จากการเรียกร้องประชาธิปไตย อย่างสันติ อหิงสา
และพี่น้องทหาร ที่ชีวิตต้องมาจบลง
ทั้งๆที่ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี สามารถหลีกเลี่ยงความสูญเสียนี้ได้ตั้ง นานแล้ว โดยการยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน เพราะนั่นคือข้อเรียกร้องข้อเดียวของพี่น้องผู้มาชุมนุมในขณะนี้

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบทั้ง ทางการเมือง และกฎหมายอาญาไปได้ว่า การสลายการชุมนุมเกิดจากคำสั่งของนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรี และบุคคลอื่นๆที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนอกจากเหตุผลในการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไม่มีอยู่ และเป็นการประกาศที่มิชอบด้วยกฎหมายแล้ว การสั่งการและใช้อำนาจตามกฎหมาย
ยังเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ลุแก่อำนาจ และ เป็นการใช้ความรุนแรงกับพี่น้องประชาชน
ซึ่งนายกรัฐมนตรียังไม่รู้สำนึก และปฏิเสธความรับผิดชอบอย่างไร้คุณธรรม

คงเป็นการยากที่จะเรียกร้องความรับผิดชอบใดๆจาก นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี แต่ผมขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ของรัฐ ไม่ว่าตำรวจหรือทหารว่าอย่าทำร้ายพี่น้องคนไทยด้วยกันเลย พวกเขาเป็นผู้เรียกร้องประชาธิปไตยและความยุติธรรม เพื่อคนไทยทุกคน ตามแนวทางสันติ อหิงสาเท่านั้น และขอให้คนไทยตระหนักว่า การยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน จะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
ที่จะทำให้คนไทยทุกคนทุกสี มีความสุข และประเทศเดินหน้าต่อไปได้

พตท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี
11 เมษายน 2553

http://redsiam.org/forum/index.php?topic=98.0

พล.ต.วลิต โรจนภักดี ทหารเสือพระราชินี ผู้โดนกวางขวิดขาขาด

ที่มา thaifreenews


โดย ลูกชาวนาไทย


เมื่อสงกรานค์ปีที่แล้ว พล.ต. วลิต โรจนภักดี ผบ.กองพลทหารราบยานเกราะที่ 2 เป็นผู้นำกองกำลังพยัคฆ์บูรพา เข้ามาฆ่าคนเสื้อแดงที่ดินแดง ตายไปหลายศพ แต่ไม่อาจหาศพเจอ เพราะมีการทำลายหลักฐาน

พล.ต. วลิต ก็เหมือนพยัคฆ์ร้าย ที่ล่ากวางที่ไร้เขี้ยวเล็บอย่างสนุกสนาน เพราะกวางไม่มีเขี้ยวเล็บที่จะสามารถต่อสู้กับเสือได้ ก็เหมือนกับคนเสื้อแดง มีแต่มือเปล่า ไม่มีอาวุธอะไรที่จะสามารถต่อสู้กับทหารเสือพระราชีนีที่มีอาวุธครบมือ มีรถถัง ยานเกราะ พร้อมรบสมบูรณ์ได้

แต่คืนวันที่ 10 เมษายน 2553 พล.ต. วลิต ก็โดนกวางน้อย ที่ต่อสู้อย่างกล้าหาญ สุดท้าย ก็สามารถขวิดนายพรานตายไปหลายศพได้ ทั้ง พ.อ. ร่มเกล้า ที่ตายไปแล้ว ส่วน พ.ท.เกรียงศักดิ์ โพธินันทเดช ที่เป็น ผบ.หน่วยสังหารประชาชปีที่แล้ว ปีนี้ก็มาอีก ตอนนี้ก็ได้ข่าวว่า อาการหนัก

พล.ต.วลิต ขาขาด กลายเป็น "เสือพิการ" ไป เสือที่พิการ ก็หมดควมหมาย หมดอนาคต จากการที่เป็นทายาทต่อลำดับ รุ่นพี่เพื่อเป็น ผบ.ทบ. ก็กลายเป็น "ทหารแก่พิการขาขาด เพราะนำกำลังเข้าสังหารประชาชน" ให้ได้รับความอัปยศไปชั่วชีวิต

เขาคงไม่ได้เป็น แคนดิเดท ตำแหน่งใหญ่ใดๆ อีกแล้ว

กรรมตามทันพวก บูรพาพยัคฆ์เร็วเกินคาด หน่วยบัญชาการระดับสูง โดนทำลายแบบเจ็บแสบที่สุด

FRANCE 24: คลิปเผยทหารยิงปืนกลไรเฟิลตรงไปที่ชุมนุม.."ยากที่จะเชื่อเจ้าหน้าที่ที่อ้างว่ายิงขึ้นฟ้า"

ที่มา Thai E-News


โดย Mehdi Chebil
ที่มา
เว็บไซต์ France 24
คลิปวีดีโอโดย Cyril PAYEN / Rebecca BOWRING John LIN, Regis DESCONLOIS
แปลไทย ไทยอีนิวส์
11 เมษายน 2553

คลิปเจาะลึกของสำนักข่าว "France 24" เผยความจริงตรงกันข้ามกับการประกาศของทางการไทยว่าทหารเพียงแต่ยิงลูกจริงขึ้นฟ้าในการปะทะกันกับผู้ชุมนุมประท้วงคืนวันเสาร์ที่ทำให้คนตายอย่างน้อย 21 ราย



ทีมข่าวสำนักข่าวฝรั่งเศส24 ได้รายงายข่าวจากพื้นที่ที่มีการต่อสู้หนักหน่วงที่สุดในคืนวันเสาร์เมื่อกองทัพไทยได้สั่งการให้มีการล้อมปราบกลุ่มผู้ประท้วงเสื้อแดงที่ต่อต้านรัฐบาล

คลิปข่าวเจาะลึกของเราได้เปิดเผยข้อเท็จจริงที่ตรงกันข้ามกับการประกาศจากรัฐบาลไทยที่ว่า ทหารไทยยิงแต่ลูกจริง"ขึ้นฟ้า" มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 20 ราย และบาดเจ็บกว่า 800 คนในความรุนแรงที่เกิดขึ้นดังกล่าว

ในคลิปนาทีที่ 1.25 ในวีดีโอจาก FRANCE 24 ข้างต้น, ทหารไทยได้แสดงอย่างชัดเจนว่าได้ยิงปืนกลไรเฟิลออโตเมติกของพวกเขาตรงเข้าใส่ผู้ประท้วง

"เราไปยังโรงพยาบาลหลายแห่งเมื่อเช้าวันอาทิตย์ และพบว่าเหยื่อหลายรายถูกลูกกระสุนไปที่หัว (…) มันเป็นเรื่องทำใจให้ยากที่จะเชื่อคำประกาศของเจ้าหน้าที่ที่อ้างว่าพวกเขายิงแต่กระสุนยางและยิงกระสุนจริงไปในอากาศ" นาย Cyril Payen นักข่าวของ FRANCE 24 ในกรุงเทพฯกล่าว เขาอยู่ในสถานที่เกิดเหตุขณะที่การปะทะกันเกิดขึ้นเมื่อคืนวันเสาร์

จากคำให้การของทีมของเรา การปะทะเริ่มเกิดขึ้นจากการระเบิดของลูกระเบิด โดยต้นเหตุยังไม่ทราบว่ามาจากไหน

"ระเบิดดังกล่าวได้สังหารทหาร 7 นาย และทำให้นายพันคนหนึ่งบาดเจ็บที่ศีรษะ" นาย Payen นักข่าว FRANCE 24 เผย

ในขณะที่เหยื่อเคราะห์ร้ายจากการระเบิดถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล กองทัพได้ยิงกลับไปที่ฝูงชน และส่งผลให้กรุงเทพฯเข้าสู่ความวุ่นวาย

การปะทะเลือดเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากมีการประท้วงของประชาชนเสื้อแดงจำนวนมาก ซึ่งเรียกร้องให้มีการจัดการเลือกตั้งและยุบสภา โดยเห็นว่านายอภิสิทธิ์ ซึ่งก้าวเข้าดำรงตำแหน่งตั้งแต่เดือนธันวาคม 2008 ไร้ความชอบธรรมโดยสิ้นเชิง

หมายเหตุ: ท่านสามารถดูคลิปอื่นๆได้ที่http://thaienews.blogspot.com/2010/04/10.html

คุณมีเวลา เพียงน้อนนิด ที่จะเก็บคลิปนี้ ก่อนที่มันจะตามลบ

ที่มา thaifreenews

โดย แฟนเดฟ

ให้ไปที่นี่


http://www.ireport.com/docs/DOC-431200


ใช้ รีลเพลย์เยอร์เซฟเก็บไว้




หลังจากทำเป็นภาพเคลื่อนไหวแล้ว จะเห็นว่ากระสุนวิ่งมาทางด้านซ้ายมือ ของผู้ตาย เข้าขมับ หน้าสะบัดทรุดลง แล้วหงายฟาดไปด้านหลังทันที

ตรงนี้คือสี่แยก เพราะมีทางม้าลาย

นำไปต่อสู้ เพราะมีคน จะบิดเบือน

ทหารฆ่า ปชช. ยิงหัวสมองไหลเลยครับช่วยกันไรท์แจกจ่ายด้วยคลิปที่สื่อเลวไม่กล้าเปิด

ที่มา thaifreenews

โดย เสรีภาพ

http://www.mediafire.com/?zonzjiejz2j // ช่วยกันโหลดคลิปนี้ไปแจกให้ทั่วครับมันยิงคนเสื้อแดงถือธงกระโหลดเปิดสมองไหลเลย เลวมากๆ // ใน youtube ถูกลบไปแล้วผมดูดทันเลยเอามาอัพแจกครับ

วันจันทร์ที่ 12 เมษายน พ.ศ.2553

"ญาติคนเสื้อแดง" ร่ำไห้แห่รับศพกลับบ้าน

รอยเตอร์อ้าง "ชาญวิทย์" ชี้ 10 เม.ย. ไม่มีใครชนะ หวั่นเกิดภาวะอนาธิปไตย

ขึ้นทำเนียบทรราช ?

มือเปื้อนเลือดจนได้!

สายลับรัฐ-เสื้อแดง เชิงใครดีกว่ากัน

เพื่อภาพลักษณ์

เมษาเลือด

คืนอัปยศ

สถานะ "อภิสิทธิ์" สถานะ "นายกรัฐมนตรี" ไม่เหมือนเดิมแล้ว

ดีกว่าไม่รู้เหตุการณ์

ซ้ำรอย

กกต.มีมติยุบพรรคปชป.ส่งต่ออัยการสูงสุดพิจารณายื่นฟ้องศาลรธน.วินิจฉัยยุบพรรค ตัดสินเร็วกว่ากำหนด

ความผิดพลาดของอภิสิทธิ์และความรับผิดชอบกรณีสลายการชุมนุม

2 สถานะล่าสุดในเฟซบุ๊กของกวีสีแดง "ไม้หนึ่ง ก.กุนที"

เผยภาพนาทีชีวิต..นักข่าวญี่ปุ่นบันทึกก่อนดับ

นักวิชาการต่างชาติวิเคราะห์ "อะไรจะเกิดขึ้นต่อไปในประเทศไทย?"

"สนธิ บัง" งง "ป๊อก" ให้ยุบสภา ชี้ยังไร้วี่แวว

ผ่าทางตันวิกฤติ กกต. สั่ง ยุบ ปิดตำนาน ปชป.

คุณมีเวลา เพียงน้อนนิด ที่จะเก็บคลิปนี้ ก่อนที่มันจะตามลบ

ที่มา thaifreenews


โดย แฟนเดฟ

ให้ไปที่นี่



http://www.ireport.com/docs/DOC-431200


ใช้ รีลเพลย์เยอร์เซฟเก็บไว้




หลังจากทำเป็นภาพเคลื่อนไหวแล้ว จะเห็นว่ากระสุนวิ่งมาทางด้านซ้ายมือ ของผู้ตาย เข้าขมับ หน้าสะบัดทรุดลง แล้วหงายฟาดไปด้านหลังทันที

ตรงนี้คือสี่แยก เพราะมีทางม้าลาย



นำไปต่อสู้ เพราะมีคน จะบิดเบือน

Sunday, April 11, 2010

นักวิชาการร้องยกเลิกพรก.ฉุกเฉิน จี้รับผิดชอบด้วยการยุบสภา/ลาออก

ที่มา Thai E-News


เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมที่เป็นธรรม
Scholars’ Network for a Just Society
แถลงการณ์ฉบับที่ 2
เรื่อง การคลี่คลายสถานการณ์บ้านเมืองให้เข้าสู่ความสงบสันติ

ตามที่มีประชาชนชุมนุมในกรุงเทพมหานครและภูมิภาคจำนวนมากโดยมีเหตุผลล่าสุดขอให้นายกรัฐมนตรียุบสภา นายกรัฐมนตรีและแกนนำนปช.ได้เจรจากันในแนวทางยุบสภาแต่ยุติลงโดยไม่บรรลุข้อตกลงในเรื่องเงื่อนไขและระยะเวลา กลุ่มผู้ชุมนุมได้เคลื่อนตัวไปยังสถานที่หลายแห่ง รัฐบาลจึงได้ประกาศบังคับใช้พระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในฯ และดำเนินการต่าง ๆ เพื่อพยายามหยุดยั้งการชุมนุม

ต่อมาเมื่อวันที่ 7 เมษายน 2553 รัฐบาลได้บังคับใช้พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินฯ สถานการณ์ได้บานปลายมีการปะทะกันทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บหลายร้อยคนและพบว่ามีการใช้อาวุธสงครามและกระสุนจริง ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้มีประชาชนหลายฝ่ายได้ออกมาเสนอแนะให้รัฐบาลหลีกเลี่ยงการใช้มาตรการที่เกินกว่าความจำเป็น เช่น การใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม และขอให้กลุ่มผู้ชุมนุมยืนหยัดในหลักการสันติอหิงสา ดังที่ทราบกันทั่วไปแล้วนั้น

เครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมที่เป็นธรรม ขอแถลงการณ์มาเพื่อเรียกร้องรัฐบาลและแกนนำผู้ชุมนุมให้ช่วยกันคลี่คลายสถานการณ์ให้เข้าสู่ความสงบสันติ ดังนี้

1. ขอให้รัฐบาลยกเลิกประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงฯ เพราะเป็นเหตุให้สถานการณ์แต่เดิมที่ยังมิได้มีความร้ายแรงถึงขนาดได้ทวีความตึงเครียดจนนำไปสู่จุดวิกฤติเกิดการปะทะกันระหว่างทหารและประชาชนทำให้เกิดความสูญเสียทั้งสองฝ่ายดังกล่าวและก่อให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์และกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศโดยเฉพาะการท่องเที่ยวและการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์

2. ขอให้รัฐบาลยกเลิกการใช้กำลังทหารไปควบคุมการชุมนุมทางการเมือง เพราะจะยิ่งทำให้เกิดการเผชิญหน้าและเพิ่มแรงกดดันซึ่งอาจนำไปสู่การต่อต้านที่รุนแรงและทำให้สถานการณ์บ้านเมืองเลวร้ายขึ้นไปอีก

3. ขอให้รัฐบาลยกเลิกการปิดช่องทางการสื่อสารของผู้ชุมนุม เพราะหากดำเนินการต่อไปจะยิ่งเป็นการยั่วยุให้ประชาชนที่ถูกปิดกั้นการรับข้อมูลข่าวสารเข้ามาสมทบในสถานที่ชุมนุมเพิ่มเติมอีก

4. ขอให้รัฐบาลแสดงความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจที่ผิดพลาดและการดำเนินการที่ล้มเหลวในการควบคุมสถานการณ์ ทั้งนี้ หากคำนึงถึงจริยธรรมทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้ารัฐบาลสมควรประกาศยุบสภาหรือลาออกโดยเร็ว

5. ขอให้แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมไม่ละทิ้งแนวทางสันติอหิงสาตามที่ได้ประกาศไว้ และระวังป้องกันหรือควบคุมผู้ชุมนุมบางคนที่อาจมีความรู้สึกโกรธแค้นต่อการปฏิบัติของรัฐบาลให้หลีกห่างจากการกระทำใดๆอันอาจจะนำไปสู่ความรุนแรง

6. หากการชุมนุมยังไม่ยุติ ขอให้แกนนำกลุ่มผู้ชุมนุมจำกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมให้เป็นไปในลักษณะที่จะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาชนให้น้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

วันที่ 11 เมษายน 2553

ผู้ประสานงานเครือข่ายนักวิชาการเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

ชวลิต หมื่นนุช มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
วรยุทธ ศรีวรกุล คณะปรัชญาและศาสนา มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
เสถียรภาพ นาหลวง คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
บัญชา สกุลดี มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
ชาญ มายอด ศูนย์จริยธรรมวิชาชีพ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ