ที่มา มติชน นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวเมื่อวันที่ 16 เม.ย.ว่า จากที่รัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั่งให้มีการสลายการชุมนุม เมื่อ 10 เม.ย.ทำให้มีผู้เสียชีวิต 24 ราย บาดเจ็บ 858 ราย นับเป็นการสลายการชุมนุมที่รุนแรงและโหดร้ายที่สุด ซึ่งรัฐบาลใช้กำลังทหารพร้อมอาวุธสงครามร้ายแรง ทำให้พี่น้องประชาชนคนเสื้อแดง ที่มาชุมนุมเรียกร้องประชาธิปไตยให้รัฐบาลยุบสภาคืนอำนาจให้ประชาชน ต้องสูญเสียชีวิตมากที่สุด ในประวัติศาสตร์ของการเรียกร้องสิทธิและเสรีภาพ ผ่านมา 6 วัน ยังหาความรับผิดชอบทางการเมืองกับผู้นำรัฐบาลไม่ได้ รัฐบาลก็ยังคง พ.ร.ก.การบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อใช้เครื่องมือปิดปาก ปิดหู ปิดตา ประชาชนผ่านหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ รวมทั้งสื่อสารมวลชนที่ต้องถูกบังคับโดยกฎหมายพิเศษให้นำเสนอข่าวรัฐบาลข้างเดียว
นายพร้อมพงศ์ กล่าวอีกว่า เมื่อวันที่ 15 เม.ย.คนในรัฐบาลได้ดำเนินการแผนต่ออายุให้รัฐบาลอภิสิทธิ์ โดยการเชิญนักการเมืองที่มีบารมีนอกพรรคร่วมรัฐบาล ชื่อ น.ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องเกมการเมืองใต้ดิน เข้าไปประชุมที่กรมทหารราบ 11 เพื่อดำเนินการในการปกป้องรัฐบาล เพื่อยื้ออายุให้รัฐบาลที่กำลังร่อแร่ ไร้ความชอบธรรมให้อยู่ต่อไป โดยการดำเนินการแผน 6 ขั้น คือ 1.นำเหตุการณ์สลายการชุมนุม 10 เม.ย.ในมุมมองของรัฐบาล ปั๊มซีดี 5 ล้านแผ่น แผ่นใบปลิว 10 ล้านแผ่น โดยตั้งงบฯ 100 ล้านบาท แจกทั่วประเทศ ป้ายสีให้ประชาชนเข้าใจว่ามีการก่อการร้ายในกลุ่มคนเสื้อแดง เพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาล และให้ร้ายกลุ่มคนเสื้อแดง 2.ระดมมวลชนโดยผ่านนักการเมืองฝ่ายรัฐบาล และเครือข่ายในกระทรวงมหาดไทย รวมถึงกลุ่มการเมืองที่หนุนรัฐบาลในคราบนักวิชาการ หมอ และพยาบาลบางกลุ่ม จากสีเหลืองแปลงร่าง และแนวร่วมรัฐบาลให้ออกมาสนับสนุนรัฐบาลอภิสิทธิ์ ไม่ให้ยุบสภา และต่อต้านประชาชนคนเสื้อแดงที่มาชุมนุม โดยเริ่ม 16 เม.ย.ในกรุงเทพฯ และจะขยายตัวไปทั่วประเทศโดยเน้นหนักในภาคใต้ และบางจังหวัดที่มีเครือข่ายนักการเมืองหนุนหลัง
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า 3. จัดม็อบชนม็อบ เน้นกลุ่มมวลชนที่สนับสนุนรัฐบาล ชนกับประชาชนคนเสื้อแดงที่มาชุมนุม แล้วจะมีมีกลุ่มฮาร์ดคอร์หัวรุนแรงที่หนุนรัฐบาลร่วมกับหน่วยความมั่นคงบางหน่วยสร้างสถานการณ์ให้เกิดความรุนแรง ล่าสุด 16 เม.ย.จับ 6 การ์ดพันธมิตรพร้อมอาวุธคาด่าน ในกรุงเทพฯ เป็นเครื่องยืนยันว่าจะมีการเคลื่อนไหวที่รุนแรงมากขึ้น และจะปะทะกันจนนำไปสู่ความชอบธรรมที่รัฐบาลดำเนินการสลายม็อบเสื้อแดงอีกครั้งหนึ่ง 4. จับกุมแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงให้ได้โดยเร็วที่สุด และมากที่สุด เพื่อลดจำนวนผู้ชุมนุม และทำลายขวัญกำลังใจของผู้ชุมนุมและผู้สนับสนุนคนเสื้อแดง เพื่อให้ผู้ชุมนุมที่คัดค้านรัฐบาลขาดแกนนำในมวลชน
นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า 5. เรียกนักธุรกิจ นักการเมือง นักวิชาการ รวมถึงประชาชน ที่มีบทบาทสำคัญ เข้ารายงานตัว โดยอาศัย พรก. การบริหารสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นเครื่องมือ เพื่อจำกัดสิทธิ และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นทางการเมือง ที่เห็นต่างจากรัฐบาลอภิสิทธิ์ 6 หากสถานการณ์รัฐบาลรับมือไม่อยู่ หลังจากดำเนินการตามมาตรการต่างๆ แล้วไม่ได้ผล เมื่อบ้านเมืองมีความวุ่นวาย ก็จะอาศัยทหาร กลุ่มที่หนุนรัฐบาล และอำมาตย์ ออกมายึดอำนาจ ล้มกระดาน เพื่อไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้ง เพราะรู้ว่าถ้าปล่อยให้มีการยุบสภา และมีการเลือกตั้งใน 2-3 เดือนนี้ กลุ่มอำนาจรัฐบาลชุดนี้ และแนวร่วมอำมาตย์ ก็จะไม่ได้กลับมามีอำนาจต่อไป จึงใช้ทุกวิธีการเพื่อต้องรักษาอำนาจต่อไป
"ขอประณามกลุ่มบุคคลที่อยู่ในรัฐบาล รวมทั้งนักการเมือง น.ที่ใช้วิธีการดังกล่าวซึ่งจะทำให้เกิดความแตกแยกและขัดแย้งรุนแรงมากขึ้นในสังคม จนลุกลามบานปลายเป็นสงครามกลางเมืองในที่สุด การที่คิดจะรักษาอำนาจให้กับรัฐบาลอยู่ต่อไป เพื่อแสวงหาอำนาจ และผลประโยชน์ โดยไม่คำนึงถึงวิธีการที่ถูกต้อง และเป็นอันตรายต่อประชาธิปไตย เป็นกลุ่มบุคคลที่เป็นพวกก่อการร้ายตัวจริงที่นอกจากทำลายประชาชน ทำลายประชาธิปไตย ยังเป็นพวกทำลายชาติไทยอีกด้วย" นายพร้อมพงศ์กล่าว
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Friday, April 16, 2010
พท.ซัดรบ.ปั๊มซีดี-ใบปลิวตั้งงบฯ 100ล้านป้ายสีเสื้อแดง
คอมานโดบุกเอสซี ปาร์คบุกจับ 5แกนนำ นปช.เหลว "อริสมันต์" โรยตัวหนี
รายงานข่าวล่าสุดแจ้งว่า
ตำรวจหน่วยคอมานโดได้บุกเข้าโรงแรม เอสซี ปาร์ค ถนนพระราม 9
เพื่อจับกุมตัวนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายสุภรณณ์ อัตถาวงศ์ นายพายัพ ปั้นเกตุ นายวันชนะ เกิดดี
และเจ๋ง ดอกจิก ทำให้กลุ่มเสิ้อแดงที่อยู่รอบๆโรงแรมฮือล้อมบริเวณรอบและบุกเข้าในโรงแรมเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม
นายอริสมันต์ได้โรยตัวหนีจากระเบียงชั้นสามของโรงแรมโดยมีกลุ่มเสื้อแดงรอรับอยู่เบื้องล่าง
และนำตัวไปขึ้นหลังคารถเวทีปราศรัย
นอกจากนั้นยังมีกระแสข่าวว่า ในที่สุดแกนนำ นปช.ทั้งหมดไม่ได้ถูกจับกุม และสามารถกลับไปที่เวทีราชประสงค์ได้
ขณะเดียวกันสามารถจับกุมตัวนายตำรวจชั้นสัญญาบัตร 4-5นายยศ พ.ต.ท.
และนายร้อยตำรวจไปเป็นตัวประกันและนำตัวไปที่สี่แยกราชประสงค์ด้วย
ทั้งนี้ มีรายงานแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 10.45 น. ที่กลุ่มคนเสื้อแดงได้จับกุมเจ้าหน้าที่ตำรวจซึ่งเป็นชุดที่เข้าไปบุกจับตัวแกนนำที่โรงแรมเอสซีปาร์ค หนึ่งในนั้นคือ พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น. โดยรายงานข่าวระบุว่า สภาพของ
พล.ต.ต.สุเมธ อยู่ในสภา อ่อนล้า พร้อมกับพยายามทำร้าย แต่ก็ถูกแกนนำบางคนห้ามไว้
ด้านตำรวจ ปจ.ก็พยามยามที่จะเข้าช่วยเหลือ
แต่ก็ไม่สามารถช่วยเหลือได้ ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมได้นำตัวไป เพื่อใช้ในการต่อรองไม่ให้จับกุมแกนนำ
http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1271388550&grpid=00&catid=

http://www.thairath.co.th/content/pol/77129
รวบ6ชายฉกรรจ์ พกบัตรกมม. พร้อมอาวุธเพียบ

เจ้าหน้าที่รวบ 6 ชายฉกรรจ์ คาด่านตรวจหน้ากระทรวงการคลัง ถนนพระราม 6 ขณะขับรถกระบะ ตรวจค้นพบ อาวุธปืน กระสุนและ ถังน้ำมัน รวมทั้งมีบัตรประจำตัวพรรคการเมืองใหม่ด้วย...
เมื่อเวลาประมาณ 01.00 น. วันที่ 16 เม.ย. 2553 ทหารประจำจุดตรวจหน้ากระทรวงการคลัง ถนนพระราม 6 จับกุมผู้ต้องสงสัย เป็นชาย 6 ราย ซึ่งโดยสารกระบะยี่ห้อเชฟโรเลต สีดำ ทะเบียน ผข- 240 สงขลา จากการตรวจสอบ และตรวจค้นภายในรถ พบอาวุธปืนขนาด .38 และขนาด 9 มม. อย่างละ 1 กระบอก เครื่องกระสุนชนิดต่างๆ รวม เกือบ 100 นัด และ น้ำมันเบนซิน ซึ่งอยู่ในถังแกลลอน ขนาด จุ 5 ลิตร ที่มีอยู่ประมาณครึ่งถัง ค้นตัวผู้ต้องหา พบบัตรสมาชิกพรรคการเมืองใหม่ ด้วย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ สน.บางซื่อ ได้ควบคุมตัว และ สอบสวนสาเหตุ
จากการสอบสวน อ้างว่า เพิ่งเดินทางขึ้นมาจาก จ.สงขลา และกำลังจะเดินทางไปบ้านญาติย่านจรัญสนิทวงศ์ พร้อมยืนยันอาวุธปืนดังกล่าวจะนำมาโอนรายชื่อ ไม่ได้พกมาเพื่อหวังก่อเหตุหรือสร้างสถานการณ์ อย่างไรก็ตาม ตำรวจได้แจ้งดำเนินคดีในข้อหาพกพาอาวุธปืนไปในทางสาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต พร้อมจะเร่งสอบสวนขยายผลถึงที่มาที่ไปของอาวุธดังกล่าวต่อไป
กี้ร์ฮีโร่ฝ่าดงระเบิดโรยตัวSC PARK คุมตร.สมุนเทือกประจานเวทีราชประสงค์
ที่มา Thai E-Newsฮีโร่เสื้อแดง-ผู้ชุมนุมเสื้อแดงรีบรุดไปช่วยอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง กับพวกพ้นการจับกุมของหน่วยคอมมานโดที่โรงแรมSC PARK โดยอริสมันต์เผยว่าหนีออกจากห้องพักขณะตำรวจปาระเบิดควันและระเบิดเสียงเข้าใส่ แล้วใช้สายไฟโรยตัวลงมาจากชั้น3(ภาพข่าว:AP)
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
16 เมษายน 2553
วันนี้(16เม.ย.)เวลาราว10.00 น.นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯระบอบหุ่นเชิดแถลงทางทีวีพูลว่า เจ้าหน้าที่กำลังไปที่โรงแรมSC PARKเพื่อจับกุมผู้ก่อการร้ายเสื้อแดง ขณะเดียวกัน เมื่อเวลา 10.00 น. กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจคอมมานโดได้เข้าทำการตรวจค้น เพื่อทำการจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับ หลังจากสืบทราบว่า มีแกนนำคนเสื้อแดง จำนวน 4 คน เข้าพักในโรงแรมดังกล่าว ประกอบด้วย นายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง นายพายัพ ปั้นเกตุ และนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ หรือ แรมโบ้ อีสาน และเจ๋งดอกจิก
โดยขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าทำการปิดล้อมเพื่อตรวจค้นจับกุม ได้มีกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงประมาณ 1 พันคนทราบข่าว ได้รีบรุด เดินทางมาทำการปิดล้อมโรงแรม เพื่อกดดันไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าทำการตรวจค้น พร้อมกับทำการปิดถนนแยกประชาอุทิศ-ประดิษฐ์มนูธรรม ทำให้การจราจรปิดตาย
ต่อมาเวลา 10.30 น.ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมบุกเข้าไปภายในบริเวณโรงแรม ได้เห็นนายอริสมันต์ ทำการโรยตัวลงมาจากชั้น 3 โดยมีกลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่บนรถปราศรัย ทำการรับตัว ก่อนที่จะลงมาอยู่บนหลังคารถ โดยนายอริสมันต์ อยู่ภายในวงล้อมของกลุ่มผู้ชุมนุมตลอดเวลา พร้อมกับนำตัวไปอยู่ภายในรถตู้สีขาว หมายเลขทะเบียน ฉจ 4470 กทม.โดยนั่งอยู่ภายในรถตู้ เพื่อรอให้แกนนำอีก 3 คนที่เหลือ ลงมาจากโรงแรม ท่ามกลางการคุ้มครองของกลุ่มผู้ชุมนุม
ต่อมาเวลา 10.50 น.กลุ่มผู้ชุมนุมได้ทำการปลดอาวุธหัวหน้าชุดจับกุมคือ พล.ต.ต.สุเมธ เรืองสวัสดิ์ รอง ผบช.น.ออกมาจากโรงแรม พร้อมกับให้ตำรวจที่เหลือปลดอาวุธ แล้วให้พล.ต.ต.สุเมธขึ้นรถกับคณะนายอริสมันต์ไปยังเวทีชุมนุมใหญ่ราชประสงค์
พ.ต.อ.สมิต เชิงสะอาด ผกก.สน.วังทองหลาง เปิดเผยว่า หลังจากสืบทราบว่า แกนนำทั้ง 3 คน มาพักที่โรงแรมดังกล่าว จึงได้นำกำลัง ตำรวจ ปจ.และตำรวจ บก.น.4 เข้าทำการปิดล้อม เพื่อจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 3 ตามหมายจับ แต่ก็ถูกกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดง เข้าปิดล้อม ขณะที่ตำรวจบางส่วนเข้าไปภายในโรงแรมแล้ว นอกจากนั้น ได้มีการจับกุมตำรวจ ปจ.อีก 1 นาย เป็นตัวประกัน ห้ามไม่ให้ตำรวจเข้าจับแกนนำ
เมื่อไปถึงเวทีราชประสงค์ราว11.00น. นายอริสมันต์แถลงข่าวว่า ตำรวจเข้ามาโดยไม่มีหมายจับ ถีบประตูเข้ามา พร้อมโยนระเบิดควันและระเบิดเสียงใส่ ผมได้ปีนออกจากหน้าต่างบอกประชาชนที่มาชุมนุมช่วยเหลือให้เข้ามาช่วยเหลือ และได้โรยตัวลงจากชั้นสามลงมา และให้ผู้ชุมนุมเสื้อแดงปิดล้อมโรงแรม และขอให้ตำรวจยุติปฏิบัติการไล่ล่าแกนนำ
พร้อมกันนี้นายอริสมันต์ได้โชว์กระเดื่องระเบิดและบอกว่านายอภิสิทธิ์กับนายสุเทพมีเจตนาจะฆ่า หรือจับแกนนำ ทั้งสองจึงเป็นศัตรูของคนเสื้อแดง ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่พามา 3 คน ให้นั่งมาเป็นเพื่อนเท่านั้น เพื่อความปลอดภัยของแกนนำ
ต่อมาเวลาราว12.20 แกนนำเสื้อแดงนำตำรวจ 3 นายมาร่วมแถลงข่าว โดยระบุว่า ทั้งสามสสมัครใจมาด้วยเพื่อความปลอดภัยของแกนนำที่ตกเป็นเป้าหมายการจับกุม
ลากไส้ผู้ก่อการร้ายยึดสนามบิน-ยึดทำเนียบแปลงร่างพรางชมพูยุทรราชมาร์คปราบเสื้อแดง
ที่มา Thai E-Newsผู้ก่อการร้ายแปลงร่างพรางชมพู-สมาชิกพันธมิตรที่เคยยึดทำเนียบ-ยึดสนามบินได้รวมตัวกันไปร.11เรียกร้องให้กวาดล้างผู้เรียกร้องประชาธิปไตยเสื้อแดง อ้างว่าเป็นผู้ก่อการร้าย และหนุนนายอภิสิทธิ์อยู่ครบเทอม ไม่ต้องยุบสภา
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
16 เมษายน 2553
หมอตุลย์นำแก๊งพธม.แปลงร่างยกพวกร.11หนุนมาร์คปราบเสื้อแดง
วันนี้(16 เม.ย.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ มีผู้ชุมนุมใส่เสื้อสีชมพูเรียกตัวเองว่า กลุ่มประชาชนพิทักษ์ชาติและกลุ่มพลังเงียบ อ้างว่าเป็นการรวมตัวกันของทั้งข้าราชการและเอกชน กลุ่มสังคมออนไลน์ เฟซบุ๊ก ไฮไฟ ทวิตเตอร์ ที่ไม่มีการแบ่งเขตความสำคัญคน ได้มารวมตัวกันที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ เพื่อให้กำลังใจนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี โดยเรียกร้องให้รัฐบาลทำหน้าที่ในการบริหารบ้านเมืองให้กลับสู่ความสงบ จนครบวาระโดยไม่มีการยุบสภา หรือ ลาออก ตามคำเรียกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดง
ทั้งนี้ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำผู้ประสานงานกลุ่มฯ กล่าวว่า วันนี้มาให้ลังใจรัฐบาลและบรรดาทหาร เพื่อเป็นการแสดงพลัง เนื่องจากทนการเคลื่อนไหวของกลุ่ม นปช.ไม่ได้ เพราะหากการชุมนุนมเพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรียุบสภา จะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีในวันข้างหน้าหากมีการเคลื่อนไหวทางการเมืองอีก ก็จะต้องมีการยุบสภาอีกเพื่อหนีปัญหา
นพ.ตุลย์ ระบุว่าจะมีการเคลื่อนไหวของเครือข่ายโดยจะนัดรวมตัวทุกวันเวลาประมาณ 16.00-18.00 น.หลังจากนั้นจะเคลื่อนไหวไปตามแหล่งชุมชนต่างๆ โดยในวันอาทิตย์จะเคลื่อนไหวไปยังสวนสันติภาพ บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ สวนจตุจักร ลานพระบรมรูปทรงม้า ซึ่งการเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่ได้เป็นการยั่วยุ เพียงแต่เห็นว่าการกระทำของกลุ่ม นปช.ไม่เหมาะสม และอยากเรียกร้องให้รัฐบาลบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่ทำผิดกฎหมาย
สำหรับบรรยากาศการชุมนุม ผู้ชุมนุม ได้มีการโบกธงชาติสะบัดไปมา พร้อมเปล่งเสียง นายกฯ สู้ ๆ ให้กำลังใจอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ ยังคงตรึงกำลังรักษาความปลอดภัย รอบ กรมทหารราบที่ 11 อย่างไรก็ตาม การจราจรทั้งฝั่งขาเข้าและขาออก บริเวณ ถ.พหลโยธิน รถติดขัดบ้างเล็กน้อย ในช่วงที่มีการชุมนุม แต่โดยรวมแล้ว ยังสามารถเคลื่อนตัวได้
เคลื่อนไหวสอดรับระหว่างมาร์คกับพธม.ผู้ก่อการร้ายแปลงร่าง
ที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มักเคลื่อนไหวสอดคล้องกับมวลชนกลุ่มนี้มาตลอด ทั้งตอนเจรจากับแกนนำเสื้อแดงก็อ้างว่ามวลชนกลุ่มนี้ไม่อยากให้เจรจา ก่อนการประกาศฉุกเฉินก็บอกว่ามวลชนกลุ่มนี้ผิดหวังที่รัฐบาลไม่เด็ดขาด และตอนนี้ก็อ้างว่าเสื้อแดงเป็นพวกผู้ก่อการร้ายต้องจัดการเด็ดขาด
สำหรับความเคลื่อนไหวของมวลชน และแกนนำกลุ่มนี้ จะขอเปิดโปงด้วยภาพและคำอธิบายสั้นๆพอสังเขปดังต่อไปนี้
เหลืองแปลงร่างใส่ชมพู-ภาพเปรียบเทียบมวลชนพันธมิตร(ด้านขวา)ที่แปลงโฉมมาเป็นม็อบผู้ดีสีชมพู แต่ก็ดีแตก เมื่อก่อเหตุรุมทำร้ายเสื้อแดงที่สวนลุมพินี และตอนนี้ออกมาเคลื่อนไหวหนุนรัฐบาลมือเปื้อนเลือดปราบปรามเสื้อแดง (เครดิตภาพ:คุณสิงห์สนามหลวง)

ตรีดาว อภัยวงศ์ แกนนำเสื้อชมพูจุฬา
ยุคม็อบพันธมิตร-อาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯผู้นี้ เป็นหนึ่งในคณาจารย์คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ที่เข้าชื่อให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ลาออก โดยได้ขึ้นเวทีปราศรัยในการชุมนุมพันธมิตรที่หน้าห้างสยามพารากอนในวันที่ 29 มีนาคม 2549 ด้วย(ดูข่าว)
ยุคม็อบเสื้อแดง-นัดคณาจารย์จุฬาฯ และ"พลังเงียบ"ภาคประชาชนที่มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน คือไม่ต้องการเแบ่งฝ่ายเลือกสีทางการเมืองใส่เสื้อสีชมพูออกมาต้านเสื้อแดงที่สวนลุมฯ
******
นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงษ์ กลุ่มอาจารย์จุฬา-เสื้อชมพู
ยุคม็อบพันธมิตร-หมอตุลย์เคลื่อนไหวร่วมกับพันธมิตรอย่างเปิดเผย จนกระทั่งนายสนธิ ลิ้มทองกุล ลงประกาศพันธมิตรประชาชน เพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 7/2551 แต่งตั้งให้เป็นคณะกรรมการพลังแผ่นดิน และผู้ประสานงานภาครัฐ(ดูประกาศแต่งตั้ง)
ยุคม็อบเสื้อแดง-หมอตุลย์ออกมานัด"พลังเงียบ"และอาจารย์จุฬาฯบางส่วนต่อต้านการชุมนุมของเสื้อแดง โดยนัดกันใส่เสื้อสีชมพูบอกว่าการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อชมพูครั้งนี้ รัฐบาลและกลุ่มพันธมิตรฯ ไม่ได้อยู่เบื้องหลัง แต่เป็นการเคลื่อนไหวจากภาคประชาชนอย่างแท้จริง
*********
นพ.กุศล ประวิชไพบูลย์ กลุ่ม"พี่น้องมหิดล"

ยุคม็อบพันธมิตร-ร่วมชุมนุมยึดทำเนียบรัฐบาลกับกลุ่มพันธมิตร โดยได้ขึ้นเวทีปราศรัยในเวทีชุมนุมในทำเนียบรัฐบาลเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2551 ซึ่งเป็นช่วงท้ายๆที่พันธมิตรกำลังยึดสนามบินสุวรรณภูมิอยู่ด้วย(คลิ้กฟังคำปราศรัยของนายแพทย์กุศลบนเวทีพันธมิตรยึดทำเนียบรัฐบาล)
ยุคม็อบเสื้อแดง-อ้างเป็นกลุ่มพี่น้องมหิดลนำเลือดคนเสื้อแดงไปตรวจแล้วอ้างว่าพบโรคร้ายทั้งไวรัสตับอักเสบ และเอดส์ รวมทั้งบอกว่ามีเลือดควายเจือปน
********
นายแพทย์พีร์ เหมะรัชตะ อ้างเป็นตัวแทนศิษย์เก่าแพทย์จุฬาฯ
ยุคม็อบพันธมิตร-สนับสนุนพันธมิตรอย่างออกนอกหน้า ตอนแพทย์จุฬาฯขึ้นป้ายไม่รักษาตำรวจก็เอาด้วย
ยุคม็อบเสื้อแดง-ออกมาเป็นตัวตั้งตัวตีร้องเรียนไม่ให้ออกใบประกอบวิชาชีพแพทย์ให้นิสิตแพทย์สลักธรรม โตจิราการ ที่ทำหน้าที่เจาะเลือดเสื้อแดง และให้เอาผิด โดยพอทราบเรื่องนศพ.สลักธรรมเจาะเลือดเสื้อแดง ได้เขียนลงเฟสบุ๊ค ว่า"กรี๊ดๆๆๆจริงเหรอเนี่ย น้องคณะฉานนนน ตัดขาดกันไปเลยดีไหมเนี่ย"
********
นายเจริญ วังอนานนท์ นายกสมาคมไทยบริการท่องเที่ยว (เฟสต้า)
ยุคม็อบพันธมิตร-ให้เหตุผลว่าที่ไม่ออกมาต่อต้านพันธมิตรชุมนุม 193 วันเพราะว่า "ช่วงที่กลุ่มเสื้อเหลืองชุมนุม ยังไม่มีประสบการณ์ว่า การชุมนุมส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวอย่างไรบ้าง" แต่มีหลักฐานว่าเคยออกโรงหนุนการที่ศาลสั่งยุบพรรคพลังประชาชน ทำให้พันธมิตรยุติยึดสนามบิน และเชียร์ให้เปลี่ยนขั้วการเมืองใหม่ ให้พรรคประชาธิปัตย์ได้ตั้งรัฐบาลแทนขั้วเดิม
ยุคม็อบเสื้อแดง-นัดพนักงานโรงแรมทั่วประเทศมาม็อบต่อต้านเสื้อแดงที่สวนลุมฯ โดยบอกว่าได้รับผลกระทบหนัก ทำให้การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบหนัก
*********
ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย
ยุคม็อบพันธมิตร-นัดพบกันที่สีลม สัญลักษณ์ย่านธุรกิจแล้วเคลื่อนขบวนมาสมทบพันธมิตรที่ยึดทำเนียบรัฐบาลไว้

ยุคม็อบเสื้อแดง-(ภาพบน)นายสมเกียรติ อโนทัยสินทวี ในชุดสข.บางคอแหลม สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ (ล่าง)นายสมเกียรติ อโนทัยสินทวี (เสื้อขาวด้านขวา)กำลังกำกับบทนายสมเกียรติ หอมละออ ประธานชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ให้ออกโรงค้านม็อบเสื้อแดง คัดค้านการยุบสภา
*********
ภุชงค์ กนิษฐชาต อ้างเป็นตัวแทนคนกรุง1800ชุมชน
ยุคม็อบพันธมิตร!-นายภุชงค์ กนิษฐชาต แต่งชุดพันธมิตรฯเต็มยศร่วมชุมนุมกับพันธมิตร เคยอุปโลกข์เป็นตัวแทนชุมชนอีสานต้านทักษิณด้วย
ยุคม็อบเสื้อแดง-ภุชงค์ออกมาเคลื่อนไหวในนามตัวแทนคนกรุง 1,800 ชุมชนต่อต้านการชุมนุมของเสื้อแดงอ้างเพื่อปกป้องสิทธิคนกรุงเทพฯที่ทนเดือดร้อนจากการชุมนุมของเสื้อแดงไม่ไหว
**********
ศ.ดร.อมรา พงศาพิชญ์ ประธาน กรรมการสิทธิมนุษยชน

ยุคม็อบพันธมิตร-ตอนนั้นมีตำแหน่งคณบดีคณะรัฐศาสตร์ โดยการสนับสนุนของศ.ดร.ชัยอนันต์ สมุทวนิช ผู้ใกล้ชิดสนธิลิ้ม เป็นตัวตั้งตัวตีล่ารายชื่อ อาจารย์-นิสิตจุฬา เรียกร้องให้ ทักษิณ ลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี
ยุคม็อบเสื้อแดง-แถลงข่าวร่วมกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในกรมทหารราบที่ 11 บอกว่าเสื้อแดงละเมิดสิทธินายอภิสิทธิ์ และขอเป็นคนกลางเจรจาระหว่างนายกฯกับแกนนำเสื้อแดง
หลังรัฐบาลสั่งทหารปราบปรามเสื้อแดงเมื่อ10เม.ย.ที่ผ่านมา กล่าวว่าหากต้องให้ประณามนายอภิสิทธิ์ก็ต้องประณามแกนนำเสื้อแดงด้วย
******
ไม่มีความรับผิดชอบทั้งทางการเมือง และทางกฎหมาย จาก ทรราช 'มาร์ค'
ที่มา Thai E-News
โดยคุณ Thaitiger
จาก คอลัมน์ เหล็กใน ข่าวสดรายวัน ปีที่ 20 ฉบับที่ 7078
16 เมษายน 2553
"ความรับผิดชอบทางการเมือง ต้องสูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย"
วรรคทองประจำตัว นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่ทำให้รัฐมนตรีหลายคนต้องพ้นจากตำแหน่ง ไม่ว่าเต็มใจหรือไม่ก็ตาม
แต่รัฐมนตรีปลากระป๋องเน่า รัฐมนตรีไทยเข้มแข็ง รัฐมนตรียูวีแฟน ต่างต้องจำลาจากไป เพราะ
"ความรับผิดชอบทางการเมือง ต้องสูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย"
แต่วันนี้ผ่านมาเกือบ 1 สัปดาห์
เจ้าของวรรคทองยังไม่ได้แสดงความรับผิดชอบใดๆ
ทั้งทางการเมือง และทางกฎหมาย??
ทั้งๆ ที่มีประชาชนบาดเจ็บ ล้มตาย จากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ที่มาตามคำสั่งรัฐบาล
ประเด็นมือที่ 3 ผู้ก่อการร้าย กบฏ เปลี่ยน แปลงประเทศไทย ที่ฝ่ายรัฐบาล และกองทัพพยายามเปิดขึ้นมานั้น
เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ต้องสืบสวนสอบสวน ต้องติดตามจับกุมดำเนินคดี ตามหน้าที่ไปตามระบบอยู่แล้ว
ไม่ว่านายกรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี หรือผู้บังคับบัญชา จะเป็นใคร!
เหตุการณ์นองเลือด 10 เมษาฯ ศอฉ.ต้องยอมรับความ "พลาด" แล้ว "ผิด" ของตนเอง
ไม่ว่าด้านยุทธศาสตร์ ยุทธวิธี ยุทธการ
เพราะมีคนตายถึง 20 กว่าศพ เจ็บอีกกว่า 800
หัวหน้ารัฐบาลต้องรับผิดชอบสูงสุด และทันที!!
ชะตากรรมของผู้นำมือเปื้อนเลือด แล้วกลบเกลื่อน เบี่ยงเบน ดึงดัน ดื้อด้าน เป็นอย่างไร
คนความจำดีอย่างนายอภิสิทธิ์คงรู้?
เช่นเดียวกันในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จะแสดงความรับผิดชอบอย่างไร
เมื่อกกต.มีมติยุบพรรค ฐานกระทำผิดรัฐธรรมนูญ 2 เรื่อง 2 คดี
แม้กระบวนการยังไม่สิ้นสุด แต่ถือว่าพรรคประชาธิปัตย์ หัวหน้าและกรรมการบริหารพรรค
ตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาเรียบร้อย?
"ความรับผิดชอบทางการเมือง ต้องสูงกว่าความรับผิดชอบทางกฎหมาย"
วรรคทองวรรคนี้ งดงาม สละสลวย เมื่อได้อ่าน ได้ยิน ได้ฟัง
ทว่า หาก "นายของคำพูด" ดีแต่พูด ไม่ยอมทำ
ก็ไม่ต่างลมที่ผายออกมา!?
ถึงเพื่อนมิตรสื่อมวลชน:อย่าปล่อยให้วิญญาณขาดหายไป จงเป็น“ขบถ”กันเถิด
ที่มา Thai E-Newsเย็นศิระ เพราะพะระบริบาล-เมื่อเวลา19.00น.เมื่อวานนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า ถนนราชวิถี เพื่อทรงเยี่ยมทหารที่ได้รับบาดเจ็บระหว่างปฏิบัติการขอพื้นที่คืนจากผู้ชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง เมื่อวันที่ 10 เมษายน โดยมีประชาชนมาเฝ้ารับเสด็จเป็นจำนวนมาก(ภาพข่าว:ASTVผู้จัดการ)

สื่อฆ่าซ้ำสอง-สำเริง พ่อผู้สูญเสียลูกชายจากการถูกทหารปราบปรามนองเลือดเมื่อวันเสาร์ที่10เมษายน เอื้อมมือสัมผัสรูปลูกชายในงานศพที่เสื้อแดงจัดขึ้นที่วัดหัวลำโพงเมื่อวานนี้ ขณะที่รัฐบาลไม่แสดงความรับผิดชอบใดๆ และได้ให้สื่อมวลชนของรัฐบิดเบือนข่าวเสมือนการ"ฆ่าซ้ำสอง"ต่อผู้วายชนม์ พร้อมกับปิดกั้นสื่อที่สนับสนุนฝ่ายประท้วงอย่างเต็มที่(ภาพข่าว:รอยเตอร์)
โดย สมสุริยะ ทองสุกใส
16 เมษายน 2553
*ข่าวเกี่ยวเนื่อง:
-จดหมายเปิดผนึกถึงสื่อมวลชนไทย จากไพร่แดง
-"ปฏิบัติการชั่วช้า ปิดหูปิดตาประชาชน" “ ฉันขบถ ฉันมีชีวิตอยู่ ” - อัลแบร์ กามู
คงไม่มีใครปฏิเสธกันหรอกว่า สื่อมวลชน ในโลกปัจจุบัน มีอิทธิพลสำคัญในการกำหนดชีวิตผู้คนในหลายมิติหลายด้าน
เพราะว่า บทบาทของสื่อมวลชน ได้เสนอ “ความจริง” ไม่ว่า “ความจริง” นั้นจะ ”จริง”หรือไม่ ? ก็ตาม
“ความจริง” นั้นจะถูกปรุงแต่งอย่างไร แต่ก็เป็น “ความจริง” ที่ถูกสร้างขึ้น ถูกตอกย้ำ บ่อยๆซ้ำๆ จนกลายเป็นความคิดความเชื่อของผู้คนไปโดยไม่รู้ตัวว่า เป็น “ความจริง” และผู้คนก็ยังหลงเชื่อกันว่า ตัวเองมีเสรีภาพ ที่จะเชื่อที่จะเลือก
แม้ว่า โดยแท้แล้ว ย่อมมีชุดความจริงหลายชุด แต่สื่อมวลชนมักสร้างชุดความจริงชุดเดียว เพื่อครอบงำผู้คน อยู่เสมอ
เรื่องราวต่างๆของชีวิตผู้คน ก็ย่อมเป็นเช่นนั้น
การต่อสู้ทางการเมืองในสังคมการเมืองไทย ก็เป็นเช่นนั้น ซึ่งสื่อมวลชนไทย ภายใต้อำนาจและผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้องทางตรงทางอ้อมของผู้บริหาร ได้กำหนดให้สื่อมวลชนในอำนาจบัญชาการของเขาเสนอชุดความจริงชุดเดียว ที่เอื้อประโยชน์ให้กับระบอบอำมาตย์ ซึ่งมีกระบวนการทั้งเปิดเผย แยบยล ซ่อนเงื่อน และเนียนๆ
อาทิเช่น การเลือกที่จะเสนอบางส่วนของข่าวทั้งหมด การเลือกนักวิชาการฝ่ายเดียวกัน การตัดต่อบทสัมภาษณ์ตัดต่อข่าว ปั้นข่าว การสรุปงานเวทีสัมมนา การตั้งคำถามนำของผู้ดำเนินรายการ ฯลฯ เพื่อให้ความชอบธรรมกับระบอบอำมาตย์ เพราะสื่อมวลชนมีจุดยืนฝ่ายอำมาตยาธิปไตย
ในโลกอุดมคิตที่ควรจะเป็นนั้น สื่อมวลชนควรมีจุดยืนในการเสนอข่าวสารข้อเท็จจริง อย่างเป็นกลาง เที่ยงธรรม รอบด้าน
ในโลกอุดมคิตที่ควรจะเป็นนั้น สื่อมวลชนเติบโตพร้อมๆกับสิทธิเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย สื่อมวลชนจึงควรรักหวงแหนประชาธิปไตย
ในโลกแห่งความเป็นจริง มีสื่อมวลชนไม่น้อยหลงใหลเป็นปลื้มกับระบอบเผด็จการทหาร
ในโลกแห่งความเป็นจริง สื่อมวลชนจำนวนมากมีส่วนเปิดทางให้ความชอบธรรม เผด็จการทรราชย์เข่นฆ่าประชาชนผู้เรีกยร้องเสรีภาพ ความยุติธรรมและประชาธิปไตย
ในโลกแห่งความเป็นจริง มีสื่อมวลชนทำหน้าที่ สร้างข่าว ปั้นสาร ตกแต่งเนื้อหาเพื่อปกป้องแก้ต่างให้กับอำนาจทมิฬเถื่อนเข่นฆ่าประชาชนผ็มีสองมือเปล่าต่อสู้เพื่ออนาคตที่ดีกว่า
กระนั้นก็ตาม ผู้มีอาชีพทำหน้าที่ สื่อมวลชนจำนวนมาก พวกเขาเข้าสู่วงการนี้ ด้วยจิตใจที่เปี่ยมไปด้วยอุดมคติ มีความหวัง ความใฝ่ฝันที่จะร่วมสร้างสังคมอุดมคติ สังคมที่มีความเสมอภาค สังคมที่เคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
เส้นทางเลือก สื่อมวลชน น่าจะเป็นเส้นทางหนึ่งที่ทำให้ชีวิตมีความคุณค่า หาความหมายได้ตราบที่ยังมีลมหายใจในโลกใบนี้ และวงการสื่อก็น่าจะมีเสรีภาพให้ในฐานะมนุษย์คนหนึ่ง
แต่โลกสื่อมวลชนที่เป็นจริงในสังคมไทยนั้น อำนาจกับรวมศูนย์เฉกเช่นกลไกราชการของระบอบอำมาตย์เช่นกัน มีการบังคับบัญชาลำดับชั้น มีการรวมศูนย์ทิศทางข่าวของคนเพียงน้อยนิด มีเส้นสายอุปถัมป์ในวงการ ฯลฯ
ผู้สื่อข่าวภาคสนามมักไร้ซึ่งอำนาจเสนอข่าวที่ตัวเองพบเจออย่างแท้จริง แต่อำนาจกลับอยู่ที่บรรณาธิการที่นั่งอยู่ในห้องแอร์ผู้ฟังคำสั่งของเจ้าของไม่กี่คนอย่างเชื่องนัก โดยไม่มีสิทธิโต้แย้งบรรณธิการได้ เมื่อบรรณาธิการเลือกข่าวบางอย่างปฏิเสธข่าวบางด้าน เพื่อรับใช้ระบอบอาตย์
นักสื่อสารมวลชน หลายคน มีความคิดสร้างสรรค์ที่ดี แต่ไม่มีสิทธิที่จะคิดเห็นแย้งกับบรรณาธิการ
การจัดโครงสร้างองค์กรของสื่อมวลชน จึงไม่เป็นประชาธิปไตย ยังล้าหลังคร่ำครึและอนุรักษ์นิยม
นักอุดมคติสื่อมวลชนไม่น้อย จึงไร้ความหวัง
ทางเดียวเท่านั้นสำหรับ นักอุดมคติต้องต่อสู้ ต้องต่อต้าน ต้องรวมตัวกันสร้างพลังต่อรองกับผู้บริหาร กับเจ้าของสื่อ และบรรณาธิการข่าวต่างๆเพราะนักสื่อสารมวลชน ไม่ใช่เครื่องจักรกล
เพราะผู้สื่อข่าว หาใช่หุ่นยนต์ แต่เป็นมนุษย์ ที่มีชีวิต จิตใจ ที่ต้องมีเสรีภาพ
เพราะนักสื่อสารมวลชนส่วนใหญ่รักประชาธิปไตย มีความใฝ่ฝันที่แสนงาม
เพราะนักข่าว จำนวนมากรับไม่ได้ที่ทรราชย์สั่งฆ่าประชาชน
อย่าปล่อยให้วิญญาณขาดหายไป
เพราะ “ฉันขบถ ฉันมีชีวิตอยู่”
Thursday, April 15, 2010
ทหารรุมทำร้ายประชาชน april 10, 2010 thai soldier hit people
ที่มา uddtoday
uddtoday — April 15, 2010 — ทหารทำร้ายคนไม่มีทางสู้ แดกภาษีประชาชนยังไม่พอทำร้ายเขาอีก โคสกไก่อูเอาคลิปนี้ไปออกทีวีด่วน อย่าแถข้างเดียว






















