WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Monday, April 19, 2010

“ห้ามยุบสภา ห้ามลาออก”

ที่มา โลกวันนี้


โดย นายหัวดื้อ

น่าเวทนาประเทศไทยในตอนนี้ เพราะว่านักกฎหมาย นักสิทธิมนุษยชน กลุ่มเอ็นจีโอ นักวิชาการ ตลอดจนสื่อสารมวลชน ต่างพากันนิ่งเฉยกับการลุแก่อำนาจของรัฐบาล ใช้กฎหมายปิดหูปิดตาปิดปากประชาชนไม่ให้รับรู้ความจริงที่เกิดขึ้นในบ้านเมืองนี้

โทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทยเผยแพร่ข่าวสารของรัฐบาลวันละหลายเวลา บางวันก็ฉายวนซ้ำแล้วซ้ำอีกยิ่งกว่าหนังฮิตทางเคเบิลทีวี. เพื่อกรอกหูให้ประชาชนโดยทั่วไปเห็นดีเห็นงามเห็นชอบกับการกระทำของรัฐบาล ขณะที่สื่อวิทยุก็จัดให้มีรายการภาคบังคับออกอากาศตั้งแต่เวลา 2 ทุ่มถึง 5 ทุ่มของทุกวัน

สภาพของบ้านเมืองไม่แตกต่างจากยุคมืด ทุกคนทุกฝ่ายพร้อมยอมรับการกระทำของรัฐบาลและกองทัพโดยที่ไม่มีใครกล้าปริปาก

นายกฯมาร์คพูดออกทีวี.อยู่บ่อยว่าเขาไม่มีสิทธิยอมแพ้ ไม่มีถอยออกจากภารกิจอันยิ่งใหญ่นี้ แต่ในข้อเท็จจริงกลับรับทราบมาว่าที่นายกฯมาร์คไม่ถอยออกจากภารกิจนี้เพราะมีคำสั่ง “ห้ามถอย”

หลังวันนองเลือด 10 เมษายนที่ผ่านมา ได้ยินข่าวว่ามีการเปิดโต๊ะเจรจาลับๆกันไปแล้วระหว่างตัวแทนกองทัพ ตัวแทนรัฐบาล และตัวแทนคนเสื้อแดง ที่โรงแรมหรูตึกสูงๆแห่งหนึ่งไม่ไกลจากพื้นที่การชุมนุม

คนที่ไปนั่งร่วมโต๊ะก็ล้วนแต่มีตำแหน่งใหญ่โตและสามารถตัดสินใจได้ในระดับหนึ่ง

ผลการเจรจาก็ได้ข้อสรุปเป็นไปในทางที่ดีที่จะนำพาบ้านเมืองกลับคืนสู่ความสงบสุขได้ตามแนวทางประชาธิปไตย แต่เมื่อนำผลการเจรจาไปรายงานให้อีกคนที่ใหญ่กว่า และเป็นผู้ที่มีอำนาจตัดสินใจที่แท้จริงของฝั่งรัฐบาลกับกองทัพ ผลการเจรจากลับถูกโยนทิ้งลงตะกร้า

“ห้ามยุบสภา ห้ามลาออก ต้องยึดพื้นที่คืน สลายการชุมนุมให้ได้โดยเร็ว จะสูญเสียบ้างก็ต้องยอม” นี่คือคำสั่ง

นายกฯมาร์คที่เก็บตัวเงียบมาตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาจึงมีท่าทีขึงขังขึ้นมาอีกครั้งอย่างที่เห็น

“นายหัวดื้อ” ไม่ใช่คนมีอำนาจที่พอจะสั่งการอะไรหรือสั่งใครได้
แต่อยากเตือนสตินายกฯมาร์คว่า อายุยังน้อย จะทำอะไรคิดหน้าคิดหลังให้มาก เลือกอนาคตของตัวเองให้ดี นึกถึงหน้าพ่อหน้าแม่และลูกเมียเอาไว้ เพราะคนเหล่านี้จะได้รับผลกระทบจากการตัดสินใจครั้งสำคัญนี้

หากเลือกเดินผิดทาง สุดท้ายอาจกลายเป็นทรราชที่ไม่มีแผ่นดินอยู่ ยังไงก็มาจากประชาชน จะทำอะไรก็ควรคิดถึงสิ่งที่ตัวเองพูดเอาไว้ให้มากว่า “ประชาชนต้องมาก่อน”

ตรึงเข้ม'ม็อบ-ทหาร'จราจรแยกศาลาแดงติดหนึบ

ที่มา ไทยรัฐ

ทหารเข้าตรึงกำลังแยกศาลาแดงและถนนสีลมตลอดสาย ป้องกันไม่ให้กลุ่มคนเสื้อแดงขยายพื้นที่การชุมนุมเข้าไป โดยเฉพาะตามตึกขนาดใหญ่และธนาคารทุกแห่งมีทหารอยู่เต็ม กำลังส่วนหนึ่งถูกส่งขึ้นไปป้องกันรถไฟฟ้า ขณะที่การจราจรโดยรอบเริ่มติดขัด

หลังจากกลางดึกวันที่ 18 เม.ย.ทหารเข้าตรึงกำลังบริเวณแยกศาลาแดงไปตามถนนสีลมเพื่อป้องกันไม่ให้กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ขยายพื้นที่การชุมนุมเข้าไปในถนนสีลมทำให้เกิดการชุลมุนกัน กระทั่งเช้าวันที่ 19 เม.ย. กลุ่มผู้ชุมนุมและทหารยังคงดูท่าทีกันอยู่ การจราจรโดยรอบติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากเป็นวันเปิดทำการตามปกติ ทั้งบริเวณถนนพระราม 4 ต่อเนื่องถนนนราธิวาส บางรัก ตลอดจนถนนวิทยุ ถนนเพชรบุรี เนื่องจากหลายเส้นทางจะถูกบีบให้เหลือช่องจราจรเพียงช่องเดียว อาทิ จากแยกราชดำริถึงแยกสารสิน, จากแยกเพลินจิต มุ่งหน้าชิดลม ถึงหลังสวน ซึ่งกองบังคับการตำรวจจราจร ได้จัดกำลังตำรวจจราจรกลางเสริม เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน


ส่วนรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟใต้ดินทุกสถานียังเปิดให้บริการตามปกติ รวมถึงบีทีเอสสถานีศาลาแดง แต่บริเวณทางเชื่อมระหว่างบีทีเอสกับรถไฟใต้ดินไปทางโรงพยาบาลจุฬาฯไม่เปิดให้บริการ โดยทหารนำรั้วลวดหนามปิดกั้นเอาไว้ พร้อมวางกำลังทั้งบนสถานีรถไฟฟ้าและตึกสูงโดยรอบบริเวณเช่นตึกซีพี ตึกธนาคารกรุงเทพฯสำนักงานใหญ่ ขณะเดียวกันนำรถขนผู้ต้องหามาจอดตามจุดต่างๆ รวมทั้งมีรถฮัมวี่ รถติดเครื่องขยายเสียงความถี่สูง สำหรับทหารที่มาประจำบนถนนสีลมครั้งนี้มาจากหลายหน่วย ทุกคนมีอาวุธประจำกาย เช่นปืนยิงกระสุนยาง ปืนเอ็ม 16 ทำให้ชาวต่างชาติตกใจที่เห็น หลายคนรีบออกจากพื้นที่ แต่บางคนเข้ามาถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึก

วันนี้ก็สำคัญ

ที่มา ไทยรัฐ



ความยุ่งยาก และความยับเยินของประเทศไทยยังเดินหน้าต่อไป และต่อไปโดยไม่บันยะบันยัง

ไม่มีใครฟังใคร ไม่มีใครยอมใคร ไม่มีใครกลัวใคร

เริ่มจากรัฐบาลยืนยันนั่งยันว่าจำเป็นต้องสลายการชุมนุมที่สี่แยกราชประสงค์โดยเร็ว แม้ต้องเกิดการสูญเสียบ้างก็ยังดีกว่าปล่อยให้มีผู้ก่อการร้ายปะปนอยู่ในกลุ่มเสื้อแดง

แต่ฝ่ายแกนนำ นปช.ตอบโต้ว่ากลุ่มเสื้อแดงชุมนุมโดยสันติวิธี ถ้ารัฐบาลใช้ความรุนแรง สลายการชุมนุม กลุ่มคนเสื้อแดงก็พร้อมสู้ ยิบตา

ฝ่ายกลุ่มมวลชนเสื้อหลากสีก็เรียกร้องให้ "นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ใช้มาตรการเด็ดขาดจัดการกับม็อบเสื้อแดง

ถ้ารัฐบาลไม่จัดการ ประชาชนจะจัดการกันเอง

"แม่ลูกจันทร์" หมดปัญญาที่จะเรียกร้องให้สังคมไทยยุติความรุนแรงให้ทุกฝ่ายหันหน้ามาแก้ไขวิกฤติชาติด้วยสันติวิธี

ต่อให้เรียกร้องจนปากฉีกถึงรูหูก็ไม่มีใครฟังใคร ไม่มีใครยอมใคร ไม่มีใครกลัวใคร

"นรกอีสคัมมิ่งซูน" สงครามไทยฆ่าไทยครั้งใหญ่กำลังใกล้เข้ามาทุกที!!

ส่วนการที่ นายกฯอภิสิทธิ์ ตัดสินใจเปลี่ยนตัวหัวหน้า ศอฉ.จาก "สุเทพ เทือกสุบรรณ" รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง เป็น "พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา" ผบ.ทบ. เพื่อให้รับผิดชอบสั่งการใช้กำลังปราบม็อบเสื้อแดงเต็มตัว

ก็เท่ากับ "อภิสิทธิ์" โยนเผือกร้อนให้ "พล.อ.อนุพงษ์" รับไปเต็มๆ

เพราะ "พล.อ.อนุพงษ์" เคยประกาศจุดยืนไว้ว่ากองทัพไม่ต้องการใช้กำลังทหารปราบปรามประชาชน

การแต่งตั้ง "พล.อ.อนุพงษ์" เป็นหัวหน้า ศอฉ.ปราบม็อบเสื้อแดงเพื่อให้ต้องทำอะไรบางอย่างที่ไม่อยากทำ??

ถ้า "พล.อ.อนุพงษ์" ไม่ทำ ก็เท่ากับไม่สนองนโยบายรัฐบาล

ส่วนจะไปถึงขั้นต้องเปลี่ยนแม่ทัพกลางศึกอย่างที่ลือกันหรือไม่ "แม่ลูกจันทร์" ไม่กล้าฟันธง

แต่ประเด็นร้อนที่คอการเมืองต้องติดตามห้ามกะพริบตาคือวันนี้ (19 เม.ย.) พล.อ.อนุพงษ์ ได้มีคำสั่งด่วนถึงหัวหน้าหน่วยคุมกำลังของกองทัพบก

ตั้งแต่ระดับ "พลตรี" ให้เข้าประชุม ผบ. หน่วยขึ้นตรง ทบ. นัดพิเศษ ที่ บก.ทบ. เวลาบ่ายโมง

การประชุมครั้งนี้ นอกจาก 5 เสือ ทบ. ยังมีแม่ทัพภาคทั้ง 4 ภาค ผู้บัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ และผู้บัญชาการสงครามพิเศษ เข้าประชุมอย่างพร้อมเพรียง

จุดที่น่าสังเกตก็คือ เป็นการเรียกประชุมหน่วยกำลังขึ้นตรง ทบ.ครั้งแรกหลังจากรัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และหลังจากเหตุสลายการชุมนุมที่ผ่านฟ้าฯ ซึ่งทำให้ประชาชนและทหารสูญเสียชีวิตมากถึง 24 ราย บาดเจ็บอีกกว่าแปดร้อยคน

คาดว่าการประชุมหน่วยคุมกำลังครั้งนี้ จะมีการชี้แจงสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะการที่มีข่าวลือข่าวเสี้ยมให้คนในกองทัพบกเกิดแตกแยกกันเอง

รวมทั้งกระแสข่าว "ลับ ลวง พราง" ว่าทหารเตรียมปฏิวัติรัฐประหารล้างกระดานการเมือง

ใช้โอกาสประชุมใหญ่หน่วยคุมกำลังเพื่อยืนยันว่าทหารยังแน่นแฟ้น ไม่มีการแตกแยก ไม่มีการขัดแย้งอย่างที่มีข่าวลือ

ส่วนที่รัฐบาลแต่งตั้ง "พล.อ.อนุพงษ์" เป็นหัวหน้า ศอฉ. ถือดาบอาญาสิทธิ์สั่งใช้กำลังปราบม็อบเสื้อแดง

ในการประชุมขุนศึก ทบ.ครั้งนี้ คาดว่า พล.อ.อนุพงษ์จะชี้แจงจุดยืนของตัวเอง แนวทางของกองทัพที่จะต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งของรัฐบาล และกำหนดบทบาทของทหารที่ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินทั้งในระยะที่ผ่านมา และระยะที่ต้องทำต่อไป

ถึงจะเป็นการประชุมลับ แต่เชื่อว่า ความลับไม่มี

ฉะนั้น ทุกท่าทีและทุกคำพูดของ "พล.อ. อนุพงษ์" จะมีผลสำคัญต่อวิกฤติร้ายแรงที่คนไทยทุกคนต้องเผชิญร่วมกัน

จะคลี่คลาย? หรือตึงเครียด? เย็นวันจันทร์นี้มีคำตอบแน่นอน.

"แม่ลูกจันทร์"

หัวโขกกำแพง

ที่มา ไทยรัฐ



รัฐบาลที่อ่อนหัดและไร้ประสบการณ์ จะเหมาะสำหรับการบริหารงานในสถานการณ์ที่ไม่มีปัจจัยผันแปรมากมายนัก เพื่อจะได้นำเอาความรู้และประสบการณ์อันน้อยนิดในด้านการบริหารของตัวเองมาลองผิดลองถูกได้อย่างเต็มที่ และถือเป็นการสร้างสมประสบการณ์ ให้แกร่งกล้ามากขึ้น

ตรงกันข้าม หากปล่อยให้รัฐบาลที่ไร้ประสบการณ์และอ่อนหัด มาบริหารประเทศในยามสถานการณ์ผันผวนรุนแรง แทนที่จากร้ายจะกลายเป็นดี ก็จะพลิกผันเป็นเลวร้ายมากขึ้นอีกหลายสิบเท่า โดยเฉพาะรัฐบาลที่อ่อนหัดและไร้ประสบการณ์ ถ้าพูดกันตรงไปตรงมา ก็ต้องบอกว่า ประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนี้ไม่ได้เลือกให้มาบริหารประเทศ แต่เป็นการผลักดันมาจากอีกอำนาจหนึ่งที่มีอยู่จริงในประเทศนี้

และจนถึงวันนี้ รัฐบาลอ่อนหัดไร้ประสบการณ์ ก็ยังบริหารบ้านเมืองแบบเอาหัวโขกกำแพงโป๊กๆไม่หยุด โดยเฉพาะสถานการณ์ วิกฤติล่อแหลมตรงหน้า ซึ่งเกิดจากความขัดแย้งอย่างรุนแรงของคนสองฝ่าย ถึงขั้นมีการใช้อาวุธสงครามยิงปะทะกันกลางเมือง แสดงให้เห็นว่า สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายหนักขึ้นทุกวัน หากยังปล่อยให้หลับหูหลับตาแก้ปัญหากันส่งเดชอีก ปัญหาอาจบานปลายถึงขั้นเทียบเคียงกับสถานการณ์ความรุนแรงทางจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้เช่นกัน

โดยเฉพาะทางภาคใต้นั้น ได้ลุกลามจนถึงขั้นไม่ยอมรับอำนาจ ไม่ยอมรับกฎหมาย และต้องการตัดสินปัญหาด้วยการใช้กำลังอาวุธ ส่วนสถานการณ์ที่กรุงเทพฯ ยังอยู่ในขั้นครึ่งๆกลางๆ ยอมรับบ้างไม่ยอมรับบ้าง และไม่ต้องการใช้กำลังอาวุธตัดสินปัญหาถ้าไม่จำเป็น

และสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานนี้แหละครับ ผมถึงบอกว่า จะปล่อยให้รัฐบาลอ่อนหัด ไร้ประสบการณ์มาตัดสินใจแก้ปัญหาแบบส่งเดชไม่ได้ เพราะถ้าทำไม่ดี ปัญหาครึ่งๆกลางๆก็จะลุกลามบานปลายกลายเป็นปัญหาใหญ่ที่แก้ได้ลำบาก

ฉะนั้น ตามความเห็นของผม คงต้องเปลี่ยนรัฐบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้คณะบุคคลที่เป็นฝ่ายบริหาร ซึ่งจะเข้ามาแทนที่เป็นบุคคลระดับลายครามผ่านปัญหามาเยอะได้เข้ามาบริหารงานแทน

ขณะเดียวกัน หากจะปล่อยให้เปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหารไปตามยถากรรม เรียกว่าเปลี่ยนแบบพลิกขั้ว เอาฝ่ายม็อบเสื้อแดงมาบริหารประเทศแทนกันเลยทีเดียว ผมก็ยังมองว่า ปัญหาไม่จบอยู่ดี เพราะประเทศนี้ เสียงข้างมากที่มาจากการเลือกตั้ง ไม่ใช่เสียงที่จะใช้อำนาจบริหารประเทศอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดได้ทั้งหมด แต่ยังมีเสียงจากประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศที่มีความศรัทธาสถาบันหลักของชาติอื่นๆอีก เช่น สถาบันศาสนา สถาบันตุลาการ สถาบันเบื้องสูง

ผมถึงบอกว่า วันนี้ คนไทยต้องเลิกคิดบริหารประเทศแบบข้าเก่งคนเดียวได้แล้ว

เพราะสถานการณ์ปัจจุบัน ไม่มีใครสามารถกินรวบทุกสิ่งทุกอย่างได้อีกต่อไป แต่จะต้องเข้ามาร่วมกันบริหารจัดการผลประโยชน์ของประเทศ บนกติกาที่เป็นกลางและเปิดกว้างให้แก่คนทุกฝ่ายอย่างเท่าเทียมกัน หากทำเช่นนี้ได้ แผ่นดินไทยก็จะกลายเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้นอีกครั้ง

ผมคิดทบทวนดูหลายรอบ พบว่าคนไทยค่อนข้างแปลก ต่างฝ่ายต่างเรียกร้องประชาธิปไตย แต่ไม่เข้าใจว่าประชาธิปไตยคืออะไร และจะต้องแก้ปัญหาที่เกิดจากการใช้ประชาธิปไตยอย่างไร

ตอนนี้ ทั้งสองฝ่ายต่างเอาหัวโขกกำแพงโป๊กๆ ฝ่ายหนึ่งหลับหูหลับตาใช้กฎหมายลูกเดียว ส่วนอีกฝ่ายก็แหกปากให้ยุบสภาอย่างเดียว ทั้งที่ 2 หนทางนี้ ไม่มีทางแก้ปัญหาได้เลย แต่ก็ยังดึงดันจะทำกันให้ได้

พรุ่งนี้ เรามาว่ากันต่อ ถึงทางออกของประเทศไทย.

"เห่าดง"

อย่าเล่นกับไฟ

ที่มา ไทยรัฐ



บ้านเมืองเวลานี้ไม่ต่างอะไรกับ กรุงแตก คนไทยแตกแยก รบราฆ่าฟันกันเองไม่สิ้นสุด สงครามการเมืองไม่ต่างอะไรจาก มวยวัด มีอาวุธอะไรก็ใส่กันเต็มที่ แบ่งคนแบ่งสี แบ่งชาติ แบ่งประเทศ แนวรบเริ่มจะขยายวงไปเรื่อยๆ จากเสื้อแดงกับรัฐบาล เริ่มจะมีสีเขียว สีเหลือง สีชมพูเข้ามาร่วมวงด้วย

เปิดฉากปะฉะดะ

รัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยก็เหมือนสุญญากาศ รัฐบาลมองฝ่ายตรงกันข้ามเป็นศัตรู เป็นผู้ก่อการร้ายเมื่อไหร่ ก็จบสิ้นแผ่นดินไทย เพราะการปราบปรามประชาชนจะไม่มีวันชนะโดยเด็ดขาด

จากบนดินจะไปอยู่ใต้ดิน

เป็นศัตรูที่มองไม่เห็น เป็นสงครามกองโจร คนไทยจะรบกับคนไทย วันนี้สภาพของรัฐบาลก็ไม่ต่างอะไรจากรัฐทหาร วันๆต้องคิดแต่ว่าทำอย่างไรจะสลายฝ่ายตรงกันข้ามให้สิ้นซาก ทำอย่างไรจะปลอดภัยไม่ให้ถูกล้อมถูกทำร้ายจากคนเสื้อแดง ไปไหนก็หวาดระแวงไม่มีความสุข

อันตรายที่สุดคือการใช้ยุทธวิธีม็อบชนม็อบ

เพราะการเสี้ยมให้คนไทยฆ่ากันเองเป็นศัตรูกันเอง นั่นหมายถึง การนำไปสู่การสิ้นชาติในที่สุด ยิ่งมีการบิดเบือนความจริงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นการสุมไฟให้คนไทยรู้สึกแตกแยกมากเท่านั้น และจากนั้นประเทศไทยก็จะเป็นแดนมิคสัญญี เข้าสู่กลียุคที่ตัดสินกันด้วยกำลังและ ความป่าเถื่อน

โดยเฉพาะ การยัดเยียดข้อหาก่อการร้าย ต้องไตร่ตรองให้รอบคอบ นั่นหมายถึงจะขยายสงครามการเมืองให้เป็น สงครามบ้านเมือง ไม่ต่างอะไรจากการกำเนิดลัทธิคอมมิวนิสต์ในยุคก่อน ชาวบ้านถูกยัดเยียดข้อกล่าวหาอย่างไม่เป็นธรรมจากเจ้าหน้าที่รัฐโดยไม่มีทางต่อสู้

แต่นี่คือสงครามกลางเมือง

ยัดข้อหาก่อการร้ายให้กับนายสถานีวิทยุชุมชนบ้าง วินมอเตอร์ไซค์ รับจ้างบ้าง ชาวบ้านหาเช้ากินค่ำบ้าง ถามว่าคนเหล่านี้มีศักยภาพพอที่จะถูกตั้งข้อกล่าวหาผู้ก่อการร้ายหรือไม่

รบกันอยู่ในเมือง ความเสียหายจากสงครามกองโจรในเมืองรุนแรงแค่ไหน ก็ให้ดูประเทศอิรักเป็นตัวอย่าง การนำภาพทหารถูกทำร้ายมาออกทีวีทั้งวันเพียงแต่มุมเดียว แต่ความสูญเสียของคนอีกฝ่ายถูกปิดกั้นก็ยิ่งจะปิดรูทางออกของวิกฤติ มีอยู่ช่องทางเดียวคือระเบิดออกมา เป็นสงครามระหว่างชนชั้นจริงๆ

ที่สำคัญที่สุดคือการบิดเบือนความจริงจากภาครัฐ

พูดกันอย่างตรงไปตรงมา อาวุธปืนร้ายแรง อาทิ สไนเปอร์ เป็นอาวุธที่มีข้อจำกัดในการนำมาใช้งานในบ้านเรา เพราะเป็นอาวุธที่ใช้ทำสงครามในการซุ่มยิงคนสำคัญของฝ่ายศัตรู ยิงได้ไกลเป็นกิโล

มีหน่วยราชการสองหน่วยงานที่มีอาวุธดังกล่าวใช้คือ หน่วยสวาท ของตำรวจและหน่วยรบพิเศษของทหาร หน่วยราชการอื่นๆ และภาคเอกชนไม่มีสิทธิที่จะใช้อาวุธดังกล่าว

รัฐบาลพยายามจะบิดเบือน มือที่เปื้อนเลือดประชาชนอย่างไรก็เป็นอีกเรื่อง แต่ไม่ควรจะบิดเบือนให้เกิดความเกลียดชังในหมู่ประชาชน หมดยุคตัวประกัน ตัวช่วย และไม้ค้ำ การเมืองจะต้องแก้ด้วยการเมือง.

หมัดเหล็ก

แดงเรียกร้องUN ส่งทหารช่วย ยันสันติไม่มีอาวุธ

ที่มา ไทยรัฐ

ผศ.ดร.จารุพรรณ กุลดิลก

เสื้อแดงส่งตัวแทนยื่นหนังสือถึงยูเอ็นและฮิวแมน ไรท์ คันซิลให้ส่งคนเข้าสังเกตการณ์การชุมนุมและส่งทหารเข้าดูแลสถานการณ์ พร้อมหอบหลักฐานการชุมนุมส่งถึงฮิวแมน ไรท์ คันซิลสำนักงานใหญ่ที่เจนีวา...

เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 19 เม.ย. ผศ.ดร.จารุพรรณ กุลดิลก นำจดหมายยื่นต่อองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) สำนักงานประเทศไทย ถ.ราชดำเนิน กรุงเทพฯ จากนั้น เปิดเผยว่าได้ยื่นข้อเรียกร้องต่อสภาองค์กรสิทธิมนุษยชนสหประชาชาติ (ฮิวแมน ไรท์ คันซิล ) และยูเอ็นเพื่อให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาสังเกตการณ์การชุมนุมของคนเสื้อแดง เพราะเป็นการชุมนุมสันติ และอยากให้ส่งทหารเข้ามาดูแลสถานการณ์

นอกจากนั้น ยังทราบว่าฮิวแมน ไรท์ คันซิล สำนักงานใหญ่ที่กรุงเจนีวาสนใจการชุมนุมในไทย ดังนั้น จึงรวบ รวมหลักฐานมามอบด้วย โดยตนเป็นตัวแทนของแกนนำเสื้อแดงมา.

ผบ.ทบ.เครียดจัด กลัวแผนแตก เลื่อนประชุมนขต.

ที่มา ไทยรัฐ

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา

ผบ.ทบ.มีคำสั่งด่วนเลื่อนประชุม ผบ.นขต.ทบ.จากวันที่ 19 เม.ย.ไปเป็นวันที่ 23 เม.ย.หวั่นถูกกลุ่มเสื้อแดงจับโยงเป็นประเด็นทางการเมือง สั่งจับตาทหารนอกแถวแอบล้วงข้อมูลส่งต่อแกนนำเสื้อแดง...

ภายหลัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก มีคำสั่งด่วนถึงผู้บังคับหน่วยกองทัพบกระดับพลตรีขึ้นไป ให้เข้าร่วมประชุมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงกองทัพบก (ผบ.นขต.ทบ.) วาระพิเศษ ในวันที่ 19 เม.ย.นี้ เวลา 13.00 น. ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) โดยการประชุมครั้งนี้ พล.อ.อนุพงษ์ พร้อมด้วย 5 เสือ ทบ. ประกอบด้วย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา รอง ผบ.ทบ. พล.อ.ธีระวัฒน์ บุณยะประดับ ผช.ผบ.ทบ. พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา ผช.ผบ.ทบ. พล.อ.พิรุณ แผ้วพลสง เสธ.ทบ. พร้อมด้วย แม่ทัภาคที่ 1 แม่ทัพภาคที่ 4 ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ และผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ เข้าร่วมประชุม

ล่าสุดเช้าวันนี้ (19 เม.ย.) ผู้บัญชาการทหารบก มีคำสั่งเลื่อนประชุม ผบ.นขต.ทบ.ออกไปเป็นวันที่ 23 เม.ย.โดยมีรายงานว่า ผู้บัญชาการทหารบก หวั่นกลุ่มคนเสื้อแดงจะแอบอ้าง นำการประชุม ผบ.นขต.ทบ.ไปเป็นประเด็นทางการเมือง อีกทั้งอาจจะถูกกล่าวอ้างว่า กองทัพประชุมเตรียมการสลายการชุมนุม หรือเตรียมการปฎิวัติ จุดชนวนให้กลุ่มผู้ชุมนุมนำไปอ้างก่อเหตุรุนแรงในภายหลัง ขณะเดียวกันยังมีปัญหาเกี่ยวกับทหารบางกลุ่ม ที่สงสัยเป็นสายลับแอบเอาข่าวไปบอกกลุ่มคนเสื้อแดง ผู้บัญชาการทหารบกจึงเน้นย้ำให้ระมัดระวังอย่างเต็มที่.

แดงอุบแผนเคลื่อนไหว-เชื่อ'มาร์ค'7วันไปแน่นอน

ที่มา ไทยรัฐ

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ

แกนนำคนเสื้อแดงยังไม่เปิดเผยแผนการเคลื่อนไหว ระบุได้ข้อสรุปเช้าวันพรุ่งนี้แน่นอน ขณะที่"ณัฐวุฒิ"ลั่นไม่ประมาทระดมเสื้อแดงเข้ากรุงเทพฯตรึงกำลังสู้ทหาร เชื่อ"มาร์ค"อีก 7 วันอยู่ไม่ได้อย่างแน่นอน...

เมื่อวันที่ 19 เม.ย.เวลา 10.30 น.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. กล่าวว่า สำหรับแนวทางการเคลื่อนไหวอีกครั้งของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันที่ 20 เม.ย.ทางแกนนำยังไม่ได้ข้อสรุปว่า จะออกมาในทิศทางใด ซึ่งต้องมีการหารือและประชุมเพื่อดูท่าทีกันอีกครั้ง เชื่อว่า ในวันพรุ่งนี้เช้าจะสามารถได้ข้อสรุป แต่เชื่อว่าตั้งแต่วันพรุ่งนี้จะมีกลุ่มคนเสื้อแดงทยอยกันเดินทางเข้ามา ชุมนุมที่บริเวณแยกราชประสงค์เป็นจำนวนมาก

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมารัฐบาลพยายามนำเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมอาวุธครบมือเข้ามาวางกำลังบริเวณถนนสีลม พฤติกรรมดังกล่าวรัฐบาลพยายามแสดงให้เห็นว่า ต้องการทำร้ายประชาชน ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงก็จะไม่ประมาทและพร้อมรับมือหากมีความจำเป็นที่จะต้องนำมวลชนมือเปล่าไปต่อสู้เพื่อให้ทหารกลับกรม กอง นั้นก็พร้อมที่จะทำเสมอ

ส่วนกรณีที่กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยออกแถลงการณ์ 6 ข้อ และขีดเส้นตายให้รัฐบาลจัดการกับกลุ่มคนเสื้อแดงภายใน 7 วัน หากพ้นกำหนดดังกล่าว เตรียมออกมาเคลื่อนไหวทันทีนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวด้วยว่า เป็นสิ่งที่กลุ่มพันธมิตรฯค้ากำไรทางการเมืองมากเกินไปแล้ว การที่จะเอาประชาชนจำนวนหลักพันมากดดันให้รัฐบาลจัดการกับประชาชนหลักแสน เพื่อให้นำไปสู่อำนาจแห่งการปฏิวัตินั้นนับว่าเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง

"เชื่อว่าภายในระยะเวลา 7 วัน นี้ นายกฯจะอยู่ไม่ได้ เนื่องจากถูกประชาชนทั้งประเทศกดดัน และหากว่าเกิดการปฏิวัติขึ้นมา กลุ่มคนเสื้อแดงก็จะต่อสู่กับคณะปฏิวัติ เนื่องจากไม่เห็นด้วยและไม่ยอมรับอำนาจประชาธิปไตยที่ไม่ได้มาอย่างถูกต้อง" นายณัฐวุฒิ กล่าว

รวมภาพเหตุการณ์เช้านี้ สำนักข่าวต่างประเทศ

ที่มา ไทยรัฐ


Pic_77643

สำนักข่าวต่างประเทศ ทำการสรุปภาพเหตุการณ์ การชุมนุมเรียกร้อง "ยุบสภาฯ" ของคนเสื้อแดง หลังจากมีข่าวจะขยายการชุมนุมไปยังถนนสีลม ด้าน ศอฉ. ดำเนินการรักษาพื้นที่บนถนนสีลมหวั่นเศรษฐกิจของประเทศล่ม ท่ามกลางพนักงานและประชาชนที่จะต้องทำงานในเช้าวันนี้

บรรยายกาศในซอยพัฒน์พงษ์

บรรยายกาศในซอยพัฒน์พงษ์

พัฒน์พงษ์กลาง พื้นที่รวมหน่วยทหาร

พัฒน์พงษ์กลาง พื้นที่รวมหน่วยทหาร

เหนื่อยนัก พักเสียหน่อย ทหารกล้า

เหนื่อยนัก พักเสียหน่อย ทหารกล้า

ด้านข้าง รพ.จุฬาฯ เสื้อแดงที่เรียกร้อง ฟังเขาบ้าง หันหน้าคุยกัน เรื่องคงจบได้

ด้านข้าง รพ.จุฬาฯ เสื้อแดงที่เรียกร้อง ฟังเขาบ้าง หันหน้าคุยกัน เรื่องคงจบได้

บนสะพานลอยข้ามแยกสีลม ทางเชื่อมต่อ BTS  และรถไฟใต้ดิน

บนสะพานลอยข้ามแยกสีลม ทางเชื่อมต่อ BTS และรถไฟใต้ดิน

เฝ้าติดตามสถานการณ์

เฝ้าติดตามสถานการณ์

เพียงราชประสงค์ก็พอ

เพียงราชประสงค์ก็พอ


"เหวง"เผยแดงไม่หลงกลรัฐไปสีลม ปักหลักราชประสงค์จนยุบสภา

ที่มา มติชน


นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวว่า แกนนำ นปช.ยังไม่มีมติเคลื่อนไหวไปยังถนนสีลม เพราะรู้ดีว่ารัฐบาลกำลังใช้กำลังทหารเต็มรูปแบบ เราไม่มีทางเอาหัวไปโขกกำแพง การเคลื่อนไหวของเราจะเป็นไปด้วยสติปัญญา จะไม่ใช้อารมณ์ หรือเอาสะใจความบ้าเลือดเป็นตัวชี้นำ ยืนยันว่าจะปักหลักชุมนุมที่แยกราชประสงค์ จนกว่ารัฐบาลจะยุบสภาและจะไม่มีการสลายตัว ทุกคนพร้อมพลีชีพทุกเวลา