ที่มา มติชน
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Monday, April 19, 2010
เสื้อแดงร้อง"ยูเอ็น"คอยสังเกตการชุมนุมเหตุปะทะ10 เม.ย.
ศอฉ.แจงจนท.บนตึกสูงรอบม็อบมีอาวุธประจำกายสั่งห้ามขยายพท. ชี้คนหลากสีชุมนุมไม่ผิดพ.ร.ก.มั่นคงชาติ
ที่มา มติชน "ปณิธาน"แจงจนท.อยู่บนตึกสูงรอบม็อบมีอาวุธประจำกาย เมื่อวันที่ 19 เม.ย. นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) มีการวางแนวทางชัดเจนที่จะไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมขยายพื้นที่ชุมนุมไปบริเวณอื่น โดยจะรักษาพื้นที่เดิมไว้ ส่วนแนวทางการปฎิบัติและยุทโธปกรณ์ที่เจ้าหน้าที่ใช้ยังไม่แตกต่างจากทุกครั้ง โดยเจ้าหน้าที่ที่อยู่ติดผู้ชุมนุมยังไม่มีการติดอาวุธ แต่เจ้าหน้าที่บริเวณด้านนอกโดยรอบบริเวณตึกสูง บริเวณมุมอับ และตามตรอกซอกซอยจะมีอาวุธประจำกาย เพื่อป้องกันตนเองและการกระทำที่อาจรุนแรงจากผู้ไม่หวังดี ซึ่งการปฏิบัติการทั้งหมดมีผู้บบัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) เป็นผู้รับผิดชอบโดยตรง ศอฉ. สั่งตร.คุมสีลมเต็มอัตราลั่นการ์ดนปช.ประกบจนท.ไม่ได้ เมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 19 เมษายน ที่ ศฮฉ. นายปณิธาน วัฒนายากร ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมศอฉ.รอบค่ำ ว่า นายสุเทพ เป็นประธานการประชุม มีผบ.เหล่าทัพ รักษาราชการแทนผบ.ตร. เข้าร่วม หารือเรื่องการขยายพื้นที่การชุมนุมที่กลุ่มชุมนุมที่ราชประสงค์จะขยายพื้นที่ชุมนุม โดยศอฉ.มีแนวทางชัดเจนว่า จะไม่ให้มีการขยายพื้นที่ไปในบริเวณอื่น โดยจะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้า และการเตรียมการมอบหมายให้ตำรวจดำเนินการดูแลควบคุมไม่ให้มีการขยายพื้นที่ไปบริเวณอื่น ต้องขอทำความเข้าใจกับประชาชนว่า รัฐบาลต้องการให้สถานการณ์ไม่ขยายตัวไปพื้นที่อื่นและจะมีการดำเนินการอย่างจริงจัง โดยเฉพาะบริเวณถนนสีลม แต่ไม่อยากให้มีการเผชิญหน้า ตึงเครียด ขอให้ทุกฝ่ายร่วมมือกับรัฐ ผู้ชุมนุมให้รักษากฎเกณฑ์กติกา ไม่อยากให้มีการดำเนินการมาตรการต่างๆ และการส่งการ์ดประกบเจ้าหน้าที่รัฐบนตึกสูงนั้นปกติประชาชนธรรมดาไม่สามารถทำหน้าที่รักษาความปลอดภัยได้ เพราะผิดกฎหมาย ทำให้เจ้าหน้าที่ทำงานไม่ถนัด แต่ถ้ากลุ่มชุมนุมมีความกังวลก็ร้องมาได้ จะได้หาทางสร้างความมั่นใจให้ต่อไป โวตั้งด่านเข้มได้ผล ตั้งข้อหาไปเพียบ นายปณิธานกล่าวว่า นอกจากนี้ศอฉ.รับทราบการดำเนินการของตำรวจในหลายพื้น ที่มีการตั้งจุดตรวจด่านตรวจเพื่อตรวจตราการชุมนุม มีการตรวจยึดรถและดำเนินคดีบุคคลที่จะเข้ามาชุมนุมในหลายด่าน ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ศอฉ. จะดำเนินการเคร่งครัดเข้มข้นตามด่านต่างๆเพื่อไม่ให้บุคคลที่ตั้งใจจะเข้ามาทำผิดกฎหมายผ่านด่าน วันนี้หลายด่านมีการตั้งข้อกล่าวหาบุคคลที่ทำผิดแล้ว โดยใช้กฎหมายจราจร และการเข้าข่ายผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวมทั้งหากตรวจวัตถุประสงค์หากเดินทางมาชุมนุมในพื้นที่มีการประกาศจะถือว่ามีความผิด โดยจะแจ้งว่าเป็นพื้นที่ไม่อนุญาตให้เข้า และลงบันทึกชื่อบุคคลไว้ เป็นมาตรการปกติของศอฉ. สุเทพ สั่งรร.โดยรอบห้ามให้ที่พัดพิงแกนนำฝ่าฝืนจะใช้กฎหมายบังคับ นายปณิธานกล่าวว่า นอกจากนี้นายสุเทพให้ความสำคัญให้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการทั้งหลาย ทั้งโรงแรมที่พักต่างๆ ช่วยกันสอดส่องให้ร่วมมือเจ้าหน้าที่ว่าบุคคลที่เข้าพักเป็นกลุ่มคนที่มีหมายจับหรือทำผิดกฎหมายหรือไม่ โดยเฉพาะพื้นที่ ราชประสง ประตู้น้ำ ปทุมวัน และใกล้เคียง และหากฝ่าฝืนก็จะมีกฎหมายเข้าไปดูแล”นายปณิธานระบุ หลากสีชุมนุมไม่ผิดพ.ร.ก. เพราะไม่กระทบความมั่นคงชาติ นายปณิธานกล่าถึงการประเมินสถานการณ์ขณะนี้ของศอฉ.ว่า ศอฉ.ยังให้น้ำหนังการชุมนุมในพื้นที่ราชประสงค์และพื้นที่ที่จะออกไปข้างนอกเป็นหลักเพื่อดูแล เพราะการเคลื่อนไหวต่อจากนี้นปช.จะไม่ยอมบอกว่าจะไปที่ไหน ผิดกับก่อนหน้านี้ที่จะมีการประสานมาก่อน ดังนั้นเข้าหน้าที่ต้องคาดเดาให้ออกและจะต้องเคลื่อนที่เข้าดูแลได้อย่างรวดเร็ว ส่วนกณีพรรคเพื่อไทยจี้รัฐบาลจัดการการชุมนุมของม็อบหลากสีที่เป็นการผิดพ.ร.ก.ฉุกเฉินนั้น การประกาศพ.ร.ก.ใช้สำหรับการชุมนุมที่กระทบความมั่นคงรัฐและชีวิตประชาชน ดังนั้นหากเป็นการชุมนุมที่ไม่กระทบเงื่อนไขก็ดำเนินการได้ ส่วนการชุมนุมของเสื้อแดงนั้นถือว่ากระทบชัดเจน บชน.ลั่น ไม่ให้เข้าสีลม ระดมตร.มืดฟ้ามัวดิน ด้านพล.ต.ต.บุญทรง พานิชอัตตรา รองผบ.ชน. แถลงถึงมาตรการดูแลสีลม ว่า ตำรวจนครบาลได้จัดกำลังโดยรอบพื้นที่สีลม เพื่อดูแลความปลอดภัยประชาชนและผู้ประกอบการในย่านดังกล่าวทั้งหมด มีการเตรียมกำลังสำรองเอาไว้อีกส่วนหนึ่งด้วย โดยใช้กำลังในปริมาณมาก ทั้งจากนครบาลและต่างจังหวัดระดมมา รวมทั้งการดูแลพื้นที่ตึกสูงด้วย หากผู้ชุมนุมเคลื่อนมาจะเข้าสกัดกั้นไม่ให้เข้า
อย่างไรก็ตาม ศอฉ.ได้ประสานไปยังโรงแรม ผู้ประกอบการต่าง ๆ ทั้งในเขตพื้นที่ชุมนุม สีลม ปทุมวัน ราชเทวี ราชประสงค์ ว่าการให้ที่พักพิงกับแกนนำหรือผู้ชุมนุมถือว่าเข้าข่ายผิดกฎหมาย มีการวางแนวทางชัดเจนที่จะไม่ให้กลุ่มผู้ชุมนุมขยายพื้นที่ชุมนุมไปบริเวณอื่น โดยจะรักษาพื้นที่เดิมไว้
สรุป ยังไงมาร์คก็เป็นคนเลว
ที่มา thaifreenews อย่าเที่ยวไปเอาหลักฐาน อะไรมาทำให้สังคมสับสน ดังนั้น ฝ่ายปฎิบัติ ที่ยอมทำตามคำสั่ง ก็เป็นเพียงกลุ่มทหาร มันปิดปากประชาชนไม่ได้ตลอดเวลาครับตามข่าวมาร์ค แก้ตัวมาหลายวัน สรุป ยังไงมาร์คก็เป็นคนเลวครับ ที่สั่งทหารมาฆ่าประชาชนที่เป็นเพียงศัตรูทางการเมืองเท่านั้น
หรือทำให้ตัวเองดูดีเลย
มันปรากฎความเลวร้าย มาตั้งแต่สั่งให้ทหารกวาดล้าง
ประชาชนด้วยอาวุธ สงคราม นานาชนิดแล้ว หลักฐาน
ก็ม๊กันเห็นๆ
การที่เกิดกลุ่มไม่ทราบฝ่ายเข้าโจมตีหทาร
หรือประชาชนบางคนทำร้ายทหาร ตามที่หทารพยายามบอก
หรือฟ้องประชาน
ผมกลับมองว่า
ประชาชนทำไปเพื่อป้องกันตัวเองและ เพื่อปกป้องชีวิตผู้ชุมนุม
ทั้งสิ้น
เหตุการเลวทราม ต่ำช้านี้ มันจะไม่เกิดขึ้นเลย ถ้ามาร์คแก้ไข
ปัญหาด้วยการเมือง เพราะแดงไม่ใช่ศัตรูของประเทศ เขาเป็น
เพียงศัตรูทางการเมืองของมาร์คเท่านั้น
ต้องคิดว่า การประท้วงเกิดขึ้นมาก็หลายครั้ง นับแต่เหลือง
ระดมคนออกมาช่วงแรก ทั้งยิดสนามบิน ทั้งยึดทำเนียบเป็น
เดือน ทำไม รัฐบาลก่อน ไม่เลือกใช้วิธี บ้าๆ โหดๆ แบบนี้
ช่วยตอบหน่อยซิครับ ?
ที่ทำเพื่อความเจริญรุ่งเรืองของตัวเองทั้งสิ้น ถ้าปราบปแดงได้
ก็ได้ความดีความชอบไป
แต่ครั้งนี้ มันไม่หมู เกิดการต่อต้านชนิดถวายชีวิต ต่อสู้เพื่อสิทธิ
เสรีภาพของประชาชนอย่างไม่คิดถึงชีวิตตัวเอง ประกอบกับมี
ทหารบางกลุ่มออกมาร่วมต่อต้านรัฐบาล ร่วมกับประชาชน
นี่คือความขอบธรรมที่จะปกป้องชีวิตตัวเอง และชีวิต
ผู้ชุมุนุมอีกเป็นหมื่น ไม่ให้ตกอยู่ในอันตรายทั้งสิ้น
ต่อให้พูดอย่างไร มันก็ไม่ได้ทำให้ทหาร หรือ มาร์ค ดูดี
ขึ้นแม้แต่น้อย ประชาชนกลับได้รู้ถึง ความเลว มากขึ้นไปอีก
วันนี้ ประชาชนยังไม่มีโอกาสได้ออกทีวีรัฐ
ชี้แจง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่า มาร์ค จะรอด
ทหารที่ก่อกรรมกับประชาชนจะรอด
มันเพิ่งเริ่มต้นเองครับ ประชาชนกำลังอดกลั้น
ด้วยคาวมปวดร้าว และรอวันที่จะจัดการมาร์ค
และผู้เกี่ยวข้อง ตามกฎหมายบ้านเมืองจากคุณ : AMR DIAB PANTIP
สถานีโทรทัศน์เอบีซีได้ปิดสำนักงานในกรุงเทพฯ
ที่มา thaifreenews เมื่อวันที่ 16 เมษายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ไทยได้ทำการยื่นประท้วงต่อรัฐบาลออสเตรเลียกรณีที่สถานีโทรทัศน์ออสเตรเลียน บรอดแคสติ้ง คอร์ปอเรชัน (เอบีซี) ของออสเตรเลียได้ แพร่ภาพออกอากาศรายการสารคดีที่มีเนื้อหาวิพากษ์วิจารณ์ราชวงศ์ของไทยและเตือนว่าอาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่าง 2 ชาติได้
เอเอฟพีระบุว่า นายศักดิ์สีห์ พรหมโยธี อัครราชทูตที่ปรึกษา ประจำสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงแคนเบอร์รา ประเทศออสเตรเลีย ได้เข้าพบกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกระทรวงต่างประเทศออสเตรเลีย เมื่อวันที่ 15 เมษายน เพื่อแสดงความกังวลเกี่ยวกับการออกอากาศรายการดังกล่าว
นายศักดิ์สีห์กล่าวว่า "ประเด็นที่มีความกังวลคือเรื่องนี้อาจจะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับออสเตรเลียได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ระหว่างประชาชนกับประชาชน โดยเราพิจารณาว่าประเด็นนี้เป็นประเด็นด้านความมั่นคงเนื่องจากราชวงศ์ในกฎหมายรัฐธรรมนูญของไทยเป็นสถาบันที่อยู่เหนือการเมือง"
ขณะที่นายเกรียงศักดิ์ กิตติชัยเสรี เอกอัครราชทูตไทยประจำออสเตรเลีย ได้เขียนจดหมายถึงนายมาร์ค สก๊อตต์ ผู้อำนวยการบริหารของสถานีเอบีซีโดยแสดงความไม่พอใจต่อรายการดังกล่าวที่อาจจะเป็นการละเมิดกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพของไทย โดยมีเนื้อความว่า "ผมเสียใจที่องค์กรซึ่งมีความน่าเชื่อถืออย่างเอบีซีได้ลดมาตรฐานของตนโดยการออกอากาศรายการดังกล่าวซึ่งมีแนวทางการนำเสนอไม่ต่างจากหนังสือพิมพ์ประเภทแทบลอยด์ ผมเชื่อว่าเมื่อคุณตัดสินใจที่จะออกอากาศรายการที่มีความละเอียดอ่อนสูงมากเช่นนี้ จะต้องได้รับจดหมายประท้วง คัดค้านเช่นของผมอย่างไม่ต้องสงสัย ผมหวังว่าคุณจะต้องเอาใจใส่ให้จงหนัก"
ทั้งนี้ รายการดังกล่าวออกอากาศเมื่อค่ำวันที่ 13 เมษายน ในออสเตรเลียและไม่สามารถรับชมทางอินเตอร์เน็ตจากนอกประเทศออสเตรเลียได้
รายงานข่าวในหนังสือพิมพ์ออสเตรเลียฉบับหนึ่งระบุว่า สถานีโทรทัศน์เอบีซีได้ปิดสำนักงานในกรุงเทพฯโดยให้พนักงานหยุดงานจนกว่าจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น ด้านโฆษกของกระทรวงต่างประเทศและการค้าของออสเตรเลียยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ของสถานทูตไทยได้แสดงความไม่พอใจต่อรายการดังกล่าวของเอบีซี อย่างไรก็ตาม กระทรวงชี้แจงว่า รัฐบาลออสเตรเลียไม่สามารถควบคุมเนื้อหาที่มีการเผยแพร่ในสื่อมวลชนของออสเตรเลียได้
เมื่อหายนะ...มาเยือน เบื้องหน้าเบื้องหลังการสลายการชุมนุม 10 เมษายน 2553
ที่มา thaifreenews![]()
ในความมืดนั้นคนชุดดำปรากฏตัวขึ้นแล้ว..แนวปะทะที่สี่แยกคอกวัว มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บถูกหามออกมา ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้น ภาพที่เห็นจากคลิปวีดิโอ ระเบิดเอ็ม 79 น่าจะตกกลางแถวทหารประมาณแถวที่สอง ทหารล้มลงหลายคน และพยายามลากผู้บาดเจ็บถอยหลังหนี ระเบิดลูกที่สองซึ่งน่าจะมาจากคนยิงคนเดิมยิงลึกเข้าไปทางด้านขวามือของ ระเบิดลูกแรก ลูกนี้ก็น่าจะทำให้มีผู้บาดเจ็บอีก ส่วนระเบิดลูกที่สามยิงลึกเข้าไปอีกเพื่อจะให้ทหารถอยออกไป ลูกที่สี่ตกที่ทางแยกเข้าถนนข้าวสาร เป็นการสกัดไม่ให้ทหารที่ถนนข้าวสารถอยกลับมาที่ถนนตะนาวได้ ช่วงนี้กระสุนจริงถูกยิงตอบโต้เข้ามาเยอะ และก็น่าจะเป็นช่วงที่คนชุดดำยิงตอบโต้กลับไป ในภาวะนี้ใครหลบไม่ทันก็ต้องเจอลูกปืนจริง ๆแน่นอน มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเวลานี้หลายคน
โดย แรม ราชประสงค์
18 เมษายน 2553
หมายเหตุไทยอีนิวส์:แรม ราชประสงค์ บอกว่า ได้เขียนลำดับภาพรวมของวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่นำไปสู่เหตุการณ์ 10 เมษาฯเลือด ภายหลังจบเหตุการณ์นี้ โดยได้เข้าไปดูสถานที่เกิดเหตุในภายหลังเหตุการณ์ และสัมภาษณ์ผู้อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งเปิดคลิปวีดิโอ เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์หน้านี้ ท่านใดเห็นต่างในข้อเท็จจริงสามารถโต้แย้งมาได้ เพื่อบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์
ครั้งแรกเมื่อมีการชุมนุม ของคนเสื้อแดงในวันที่ 14 มีนา 2553 คนส่วนใหญ่คาดว่าการชุมนุมคงจะจบสิ้นในสองสามสัปดาห์ คนเสื้อแดงเองก็คาดว่าถ้า 7 วันไม่จบ 15 วันก็ต้องจบ ไม่มีใครคิดว่าคนจำนวนมากมายขนาดนั้นจะยืนหยัดต่อสู้ได้ยาวนานนับเดือน แกนนำคิดว่าเมื่อนำคนมาจำนวนมาก ๆรัฐบาลจะต้องยอมยุบสภาแน่นอน
ส่วน ทางรัฐบาลก็คิดว่าผู้ชุมนุมมากมายขนาดนั้นไม่น่าอยู่ได้นานนัก ถึงอยู่นานก็ไม่น่าทนอากาศร้อนและความยากลำบากได้ไม่เกินสองสามสัปดาห์ก็คง กลับบ้านแล้ว จากความคิดพื้นฐานว่าคนส่วนใหญ่เป็นม็อบรับจ้าง แต่พอผ่านไปสองสัปดาห์ ทุกคนก็เริ่มไม่แน่ใจ แกนนำผู้ชุมนุมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะเดินแต้มต่อไปอย่างไรถึงจะถูก ใกล้สงกรานต์แล้วคนจะเหลืออยู่สักเท่าไหร่ แต่พวกเขาก็สู้ต่อไป ผู้ชุมนุมเสื้อแดงย้ายมาราชประสงค์ การต่อสู้เปลี่ยนเป็นเกมที่หนักขึ้น รัฐบาลออกประกาศเพื่อจำกัดและควบคุมการชุมนุม ดูเหมือนไม่มีผลอะไร กลับทำให้คนกรุงเทพ ฯและปริมณฑลมาร่วมชุมนุมมากขึ้น การยึดสี่แยกราชประสงค์ทำให้รัฐบาลตัดสินใจสลายการชุมนุม เมื่อรู้แน่ชัดว่าคนเสื้อแดงจะชุมนุมยืดเยื้อจนข้ามเทศกาลสงกรานต์อย่างแน่ นอน
วิเคราะห์
-การปะทะกันครั้งนี้ปรากฎผลที่เป็นภาพและ ข่าวออกมาให้คนทั่วไปรู้ก็คือทหารมีการเสริมอาวุธและกระสุนปืนจริงเข้าไปใช้ และถูกจับได้เป็นจำนวนมาก
-ทหารฝ่ายรัฐมีจุดมุ่งหมายอย่างแรงกล้า ที่จะปิดทีวีจอแดงให้ได้ เพราะคิดว่าถ้าไม่มีทีวีจอแดงจะมีคนมาร่วมน้อยลง เพราะไม่มีการปลุกระดมผ่านสื่อ ทีวีที่เหลือทุกช่องรัฐคุมได้หมดแล้ว คุมได้แม้กระทั่งภาพหรือมุมกล้อง
-กลุ่มคนเสื้อแดงได้บทเรียนจากการ ปะทะครั้งแรก มีความเชื่อมั่นในพลังของตนเองมากขึ้น และพอมองออกว่าทหารส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้อาวุธสงคราม หรือใช้ความรุนแรงมากนัก
เหตุการณ์ สลายการชุมนุม 10 เมษา
1.รัฐบาลคิดว่ากลไกที่สำคัญที่เป็นตัวเชื่อม ของคนเสื้อแดงคือพีทีวีหรือทีวีจอแดง ดังนั้นก่อนจะเริ่มแผนสลายการชุมนุม รัฐบาลจึงบุกเข้าไปบังคับปิดสถานี ว่ากันว่างานนี้ถึงขนาดใช้ปืนจี้บังคับดับสัญญาณที่สถานีโทรคมนาคมที่ลาด หลุมแก้ว ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงก็ยกขบวนเข้าไปทวงคืนในวันถัดไปทันที การปะทะกันครั้งแรกเราจะเห็นภาพก้อนดินจากท้องนาที่คนเสื้อแดงระดมขว้างใส่ ทหาร ซึ่งใช้แก๊สน้ำตาโต้ตอบประปราย ในที่สุดฝ่ายทหารก็ต้องยอมถอยและคนเสื้อแดงก็ต่อสัญญาณใช้ได้ต่อมาอีกเพียง หนึ่งวัน หลังจากนั้นก็ถูกวิชามาร คือการปล่อยสัญญาณรบกวนจนใช้การไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะแก้ได้ก็เพียงชั่วครู่ชั่วยามแล้วก็กลับมาใช้ไม่ได้เหมือนเดิม
2.แนว ความคิดมาจากความต้องการของรัฐในการสร้างความเชื่อมั่นว่าตัวเองยังมีอำนาจ ในการปกครองและบริหารบ้านเมืองได้ ตัวนายกและรัฐมนตรียังมีความสามารถทำงานได้ แต่ผู้ชุมนุมได้แสดงออกโดยไม่สนใจประกาศต่าง ๆของรัฐบาลเลย ไม่ว่ารัฐบาลจะห้ามอะไร ผู้ชุมนุมก็จะทำสิ่งนั้น ห้ามไปที่ไหน ผู้ชุมนุมก็จะไปที่นั่น
มีแรงบีบจากรอบด้านที่ไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อ แดง ว่ารัฐบาลต้องจัดการเรื่องนี้ให้จบก่อนสงกรานต์ ถ้าหลังเทศกาลสงกรานต์แล้วกลับมา ยังมีผู้ชุมนุมอยู่เต็มเมือง ก็แสดงว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจที่จะดูแลบ้านเมืองได้ แผนการต่าง ๆจึงถูกกำหนดขึ้น การปิดทีวีจอแดงดูจะเป็นบันไดขั้นแรกของการสลายการชุมนุม แม้เสื้อแดงจะทำให้ทหารถอยร่นไปจากสถานีไทยคมได้ แต่ผลที่สุดแล้ว ทีวีจอแดงก็ใช้งานไม่ได้ นี่เท่ากับว่าแผนขั้นแรกของรัฐบาลได้บรรลุผลแล้ว
3.ทุก ฝ่ายคาดว่าหลังวันที่ 9 เมษาจะเป็นวันหยุดยาว จำนวนผู้ชุมนุมคงมีไม่มาก เพราะคนส่วนหนึ่งจะต้องกลับไปเทศกาลสงกรานต์
การชุมนุมสองจุดที่ ผ่านฟ้าและราชประสงค์ ทำให้กำลังคนถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ช่วงบ่ายที่อากาศร้อนจะมีผู้ชุมนุมน้อยมากทั้งสองแห่ง มีคนสรุปว่าผู้ชุมนุมกลัวอากาศร้อนมากกว่าคำประกาศข่มขู่ของศอฉ.
ทำไม ต้องเป็นวันที่ 10 เมษา ไม่ใช่ 11 หรือ 12 เรื่องนี้ไม่มีใครรู้แน่ชัดแต่เข้าใจว่าแผนการสลายการชุมนุมอาจจะตั้งเวลา ไว้กว้าง ๆ จังหวะเหมาะสมวันไหนก็ทำได้เลย วันที่ 10 อาจจะเป็นเพียงการทดลองก็ได้
4.วันที่ 10 เมษา มีการออกข่าวว่าจะสลายผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์ เพราะรัฐบาลขอร้องมาหลายครั้งหลายวันแล้ว ให้ผู้ชุมนุมย้ายจากราชประสงค์ไปรวมที่ผ่านฟ้า ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจและการจราจร ตอนสายของวันที่ 10 มีการส่งกำลังตำรวจจำนวนมากไปที่เพลินจิต ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากราชประสงค์นัก ทางกลุ่มผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์จึงส่งคนเสื้อแดงจำนวนมากไปกดดันให้ตำรวจออก จากที่ตั้ง
ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมที่ผ่านฟ้าก็รู้ว่ามีการส่งกำลัง ทหารเข้ามาเสริมที่กองทัพภาค 1 บนถนนราชดำเนินจำนวนมาก จึงใช้แผนเดิมคือส่งกำลังไปกดดันให้ออกจากที่ตั้งเหมือนเคย เพราะเคยทำได้สำเร็จเมื่อครั้งที่กดดันให้ทหารออกจากวัดต่าง ๆ แต่คราวนี้ทหารไม่ยอม ใช้รถฉีดน้ำและเคลื่อนกำลังออกมากดดันให้ผู้ชุมนุมถอยร่นไปอย่างไม่เป็นขบวน
5.เวลาบ่ายโมงเศษ กองทหารเคลื่อนมาจากกองทัพภาค 1 และรุกไล่ผู้ชุมนุมเสื้อแดงให้ถอยร่นไปอย่างไม่ยากนัก ช่วงเวลานี้เองน่าจะเป็นจุดตัดสินใจว่าสามารถปฏิบัติการได้เพราะยังมีเวลา อีกสี่ถึงห้าชั่วโมงกว่าจะมืดค่ำ เป้าหมายการสลายการชุมนุมที่ผ่านฟ้าก่อนหกโมงเย็นจึงถูกกำหนดขึ้น และแผนที่วางเอาไว้จึงถูกนำมาใช้เพื่อให้บรรลุผลตามเวลาที่กำหนด
การ บุกกลับของทหารในชั่วโมงแรกได้ผล แก๊สน้ำตาและกระสุนยาง ทำให้ผู้ชุมนุมเสื้อแดงถอยร่นไปได้พอสมควร แม้ได้รับบาดเจ็บแต่ก็ไม่มีผู้เสียชีวิต
6.การปฏิบัติการรุกต่อบนถนน ราชดำเนินนอกของฝ่ายทหารยังดำเนินต่อไป แต่ปฏิกิริยาของคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์คือยังนิ่งอยู่ไม่มีการส่งกำลังมา ช่วยเพราะเนื่องจากช่วงบ่ายเป็นช่วงที่มีคนน้อย
บ่ายสองโมงครึ่ง รถไฟฟ้าประกาศหยุดเดินรถ รถเมล์ที่วิ่งผ่านที่ชุมนุมทั้งสองแห่งเปลี่ยนเส้นทาง นั่นหมายความว่าผู้ที่จะเดินทางเข้าไปร่วมกับผู้ชุมนุมสมทบทั้งสองแห่งจะ เดินทางเข้ามาได้ยากขึ้น
แกนนำผู้ชุมนุมคาดการณ์ว่าฝ่ายรัฐบาลต้อง การให้ทางราชประสงค์ส่งคนไปช่วยผ่านฟ้า แล้วนำกำลังมาสลายที่ราชประสงค์ จึงยังไม่ส่งคนไปสนับสนุนผ่านฟ้า แต่กลับเตรียมแผนไว้ว่า ถ้าที่ผ่านฟ้าถูกกดดันหนัก ๆก็จะยอมถอยจากผ่านฟ้ามารวมกันที่ราชประสงค์ โดยถอยเป็นแนวตรงจากหลานหลวงมาที่ราชประสงค์ซึ่งเป็นระยะทางไม่ยาวนัก
7.การ บุกของฝ่ายทหารเริ่มพบแรงต้านที่มากขึ้น ผู้ชมจะเห็นได้ผ่านจอโทรทัศน์ เสียงปืนที่ยิงกระสุนยาง แก๊สน้ำตาดังสนั่นหวั่นไหว เริ่มมีการใช้กระสุนจริงเล็กน้อย ผู้สื่อข่าวได้ถ่ายภาพรถที่ถูกกระสุนและนำหัวกระสุนออกมาให้ดู
ประมาณ สี่โมงเย็น เวลาเหลือน้อยแล้วกองทหารที่เข้าเคลียร์พื้นที่ เปิดแนวรุกเพิ่มขึ้นโดยการตีโอบด้านหลังอีกสองแนวคือเจาะเข้าทางถนนดินสอมา โผล่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตรงหน้าโรงเรียนสตรีวิทย์ อีกแนวหนึ่งเข้าทางบางลำพูผ่านถนนตะนาว โผล่ที่สี่แยกคอกวัว ถ้าถึงถนนราชดำเนินกลางทั้งสองจุดจะร่วมผลักดันผู้ชุมนุมให้ถอยร่นไปที่หน้า เวทีบนสะพานผ่านฟ้าและจะบีบให้ถอยออกไปทางถนนหลานหลวงซึ่งคาดว่าจะเป็นทาง ถอยของผู้ชุมนุมอยู่แล้ว
8.สิ่งที่ไม่คาดคิดสิ่งแรกก็คือ การต่อสู้ต้านทานอย่างทรหดชนิดไม่ยอมถอย ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ถนนวิสุทธิกษัตริย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทหารเคลื่อนเข้ามา สาว ๆที่แต่งตัวเพื่อประกวดนางสงกรานต์ก็ยังแต่งตัวกันอยู่ไม่ไปไหน แต่สักครู่หลังจากกระสุนยางปลิวว่อน เสียงกระสุนปืนและแก๊สน้ำตา ทำให้สาวทั้งหมดที่ยังแต่งหน้าไม่เสร็จวิ่งกันสไบปลิว ชาวบ้านชาวช่องปิดประตูร้านกันอุตลุด สำหรับคนเสื้อแดง วัตถุสิ่งของทุกอย่างที่ขว้างได้ จะถูกนำมาขว้างใส่ทหาร แต่ก็ถูกยิงโต้ตอบด้วยกระสุนยางและแก๊สน้ำตาใส่อย่างไม่ยั้งเช่นกัน ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก แต่ในที่สุดฝ่ายเสื้อแดงก็ต้านไม่ไหว รถสายพานหุ้มเกราะสามคันได้บุกมาจนถึงข้างโรงเรียนสตรีวิทย์ แถวสองยังมีอีกสามคันและยังมีรถฮัมวี่สองคันที่น่าจะเป็นของผู้บัญชาการ ระดับสูง รถลำเลียงทหารอีกต่างหาก ทางด้านถนนตะนาว กองทหารก็บุกตะลุยเข้ามาแล้ว แต่ไม่มีรถสายพานหุ้มเกราะ ด้านนี้ฝ่ายเสื้อแดงนำรถห้าหกคันมาจอดขวางไว้ ดังนั้นแม้หากเอารถสายพานเข้ามาก็ไม่มีประโยชน์เพราะไม่น่าจะฝ่ารถห้าหกคัน นั้นเข้ามาได้
ช่วงเวลานั้นบนเวทีก็ยังมีการปราศรัยกันอยู่ ฝ่ายเสื้อแดงคิดว่าใกล้ค่ำแล้วทหารคงจะหยุดปฏิบัติการ และมีการพูดเตือนจากเวทีว่าฝ่ายทหารไม่ควรสลายการชุมนุมในตอนค่ำเพราะจะควบ คุมไม่ได้
ช่วงเวลานั้นยังไม่มีการปะทะหนัก ผู้ควบคุมการเคลียร์พื้นที่คงเห็นว่ายังไม่มืดสนิท และไหน ๆก็บุกมาจนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยซึ่งเป็นด่านสุดท้ายแล้ว อีกนิดเดียวก็น่ะผลักดันผู้ชุมนุมให้ถอยไปจากผ่านฟ้าได้ จะเป็นผลงานที่ทำให้รัฐบาลไม่เสียหน้า ถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถสลายฝูงชนที่ราชประสงค์ได้ก็ตาม และก็จะเป็นการข่มขวัญให้ผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์หวาดกลัว อาจยอมพักรบในช่วงสงกรานต์ การเคลียร์พื้นที่จึงดำเนินต่อไป การตัดสินใจณ.เวลานั้น ไม่ทราบว่ามีใครได้โทรศัพท์ปรึกษากับใครบ้าง และการตัดสินใจลุยต่อในขณะที่จะมืดค่ำนี้เป็นการตัดสินใจของใคร ? อันนี้ต้องไปสืบกันเอาเอง
9.ในที่สุดความมืดก็มาเยือน ถึงตอนนี้มีการใช้กระสุนจริงบ้างแล้ว มีการยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม แล้วพวกผู้ชุมนุมก็จะคว้ากระป๋องแก๊สน้ำตาขว้างเข้าใส่รถหุ้มเกราะและทหาร ซึ่งอยู่บริเวณนั้น ซึ่งลมพัดไปทางทหารพอดี ตอนนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว แนวรับที่สี่แยกคอกวัว เสื้อแดงยังต้านทหารไว้ได้เหลืออีกเพียง20-30 เมตร ทหารก็จะถึงถนนราชดำเนิน ในขณะที่แนวถนนดินสอรถสายพานหุ้มเกราะสามารถพาทหารเข้าสู่ถนนราชดำเนินได้ แล้ว แต่มวลชนเสื้อแดงก็ไม่ยอมถอย ระดมขว้างปาสิ่งของเข้าใส่ทหารอย่างไม่คิดชีวิต สำหรับฝ่ายทหารแล้ว อีกนิดเดียวก็จะสำเร็จ การใช้กระสุนจริงขณะนี้มีมากขึ้น ผู้ชุมนุมหลายคนชี้ให้ดูกระสุนที่วิ่งกระทบพื้น และชี้ไปตามตึกข้างบน ทหารบางคนที่อยู่บนรถหุ้มเกราะก็แหงนหน้าขึ้นมองเช่นกัน แต่ลูกปืนยังพุ่งใส่ประชาชนที่ยังอยู่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแต่ก็ไม่ มากนัก และเป็นการยิงทีละนัด แต่ส่วนที่เดินเท้าก็บุกตะลุยเข้ามาบนถนนหน้าแมคโดนัลด์
ข่าวผู้ เสียชีวิตไปถึงรัฐบาลแล้ว รัฐบาลน่าจะรู้ข่าวนี้ก่อนคนเสื้อแดง เพราะเป็นการเสียชีวิตจากคนที่บาดเจ็บและไปตายที่โรงพยาบาลของรัฐ คนเสื้อแดงก็รู้ว่ามีคนเสียชีวิตเช่นกันเพราะมีคนวิ่งมาบอกที่เวทีว่า มีผู้เสียชีวิตในแนวปะทะ
แกนนำที่ราชประสงค์ระดมคน เข้าไปช่วยสกัดทหารที่ผ่านฟ้า ทางฝ่ายรัฐบาลพยายามติดต่อแกนนำเสื้อแดงเพื่อหย่าศึกชั่วคราว
วิเคราะห์
ช่วง เวลานี้ผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหารซึ่งอยู่ในสนามคงต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร ต่อไป ในเวลาเดียวกันแกนนำเสื้อแดงก็ต้องตัดสินใจว่าจะสู้ไหวมั้ย ถ้าถอยจะถอยอย่างไร แต่ละนาทีในช่วงนี้มีความหมาย เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการผันแปรที่จะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งชั่วโมงข้าง หน้า
10.สภาพเหตุการณ์จริงในสนาม เหตุการณ์ที่ดูจากคลิปวีดิโอที่ถ่ายมา ขณะนี้มืดสนิทแล้ว ถ้าไม่มีแสงไฟกล้องจะจับภาพได้ไม่ชัด การดันกันทั้งสองแนว คือที่สี่แยกคอกวัวทหารยังรุกเข้ามาไม่ได้ แต่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทหารรุกคืบมาถนนราชดำเนินได้แล้ว การปะทะทั้งสองแนวยังดำเนินต่อไป สิ่งของทุกชนิดที่ใช้ขว้างปาได้ ถูกระดมขว้างใส่ทหาร
ในความมืดนั้นคนชุดดำปรากฏตัวขึ้นแล้ว
แนว ปะทะที่สี่แยกคอกวัว มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บถูกหามออกมา ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้น ภาพที่เห็นจากคลิปวีดิโอ ระเบิดเอ็ม 79 น่าจะตกกลางแถวทหารประมาณแถวที่สอง ทหารล้มลงหลายคน และพยายามลากผู้บาดเจ็บถอยหลังหนี ระเบิดลูกที่สองซึ่งน่าจะมาจากคนยิงคนเดิมยิงลึกเข้าไปทางด้านขวามือของ ระเบิดลูกแรก ลูกนี้ก็น่าจะทำให้มีผู้บาดเจ็บอีก ส่วนระเบิดลูกที่สามเห็นไม่ชัดเจน แต่ยิงลึกเข้าไปอีกเพื่อจะให้ทหารถอยออกไป ลูกที่สี่ภาพจากคลิปวีดิโอตกที่ทางแยกเข้าถนนข้าวสาร เป็นการสกัดไม่ให้ทหารที่ถนนข้าวสารถอยกลับมาที่ถนนตะนาวได้ ช่วงนี้กระสุนจริงถูกยิงตอบโต้เข้ามาเยอะ และก็น่าจะเป็นช่วงที่คนชุดดำยิงตอบโต้กลับไป ในภาวะนี้ใครหลบไม่ทันก็ต้องเจอลูกปืนจริง ๆแน่นอน มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเวลานี้หลายคน
ที่อนุสาวรีย์ ประชาธิปไตยทหารดูเหมือนจะยึดพื้นที่ได้เกือบครึ่งหนึ่งแล้ว เสียงทหารพูดผ่านลำโพงดังสนั่นว่าให้ประชาชนออกไปจากพื้นที่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แก๊สน้ำตาปลิวว่อน เศษไม้ ก้อนหิน ขวดน้ำก็ปลิวว่อน ช่วงขณะหนึ่งกำลังของฝ่ายเสื้อแดงผลักดันให้ทหารถอยร่นกลับไป ทำให้ทหารจากบริเวณอนุสาวรีย์ทั้งหมดถอยเข้าไปอยู่หลังรถหุ้มเกราะข้าง โรงเรียนสตรีวิทย์ ในแนวถนนดินสอ ฝ่ายเสื้อแดงรู้สึกเหมือนตัวเองได้รับชัยชนะแล้ว
คนเสื้อแดงประมาณ สองสามพันคนมาชุมนุมกันอยู่รอบฐานอนุสาวรีย์ บางส่วนไปยืนออกันอยู่หน้ารถสายพานหุ้มเกราะ ห่างจากทหารไม่กี่เมตรเพราะทหารก็ยืนอยู่ท้ายรถสายพานหุ้มเกราะ คนเสื้อแดงส่งเสียงไชโยโห่ร้องและก็มีการเปิดเพลงเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน ทั่วถนนรอบอนุสาวรีย์ ทหารก็ไม่ได้ถอยไปไหนยืนอยู่หลังรถหุ้มเกราะและตั้งแนวรับอยู่ในถนนดินสอ
เสียง เพลงของคนเสื้อแดงยังไม่ทันจบเพลงแรก บรรยากาศก็เปลี่ยนไป มีเสียงปืนดังขึ้น ขวดน้ำและสารพัดวัสดุก็ถูกเขวี้ยงเข้าใส่ ช่วงนี้ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น บรรยากาศที่สงบและมีเสียงเพลงจึงเปลี่ยนเป็นฉากบู๊อีกครั้ง มีเสียงจากบนรถตะโกนว่าทหารอย่าฆ่าประชาชน เหตุการณ์อย่างนี้ดำเนินต่อไปครู่หนึ่ง จากคลิปวีดิโอจะเห็นมีแสงสว่างวาบอยู่ไกลด้านหลังกองทหาร เหมือนมีการระเบิด จากนั้นอีกครู่หนึ่งก็มีการระเบิดระหว่างรถหุ้มเกราะซึ่งมีผลให้ทหารบาดเจ็บ ระเบิดลูกที่สองมีผลทำให้ทหารถอยทันที
พวกเสื้อแดงบุกตามแต่คนบนรถ ได้ตะโกนห้ามไว้ บอกว่าถ้าใครบุกตามเข้าไปถือว่าแดงเทียม เหตุการณ์ตรงนี้เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งถ้ามีการบุกตะลุมบอนกันเข้าไป น่าจะมีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตมากมายทั้งสองฝ่าย แต่เหตุการณ์ยุติเพียงแค่นั้นทำให้ทหารที่ถนนดินสอถอยออกไปได้ พวกเสื้อแดงลำเลียงผู้บาดเจ็บที่มีทั้งทหารและคนเสื้อแดงขึ้นรถของมูลนิธิไป โรงพยาบาลต่าง ๆ
ทหารบางส่วนที่ยังติดอยู่ในรถสายพานหุ้มเกราะก็ถูก เรียกให้ออกมาโดยไม่ทำอันตราย สภาพการณ์คล้าย ๆจะสงบลงแล้ว แต่ยังมีการยิงจากที่สูงลงมาประปราย หลายนัดยิงใส่ผนังตึก และบางนัดยิงใส่ผู้ชุมนุม ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า การซุ่มยิงอย่างนี้มีต่อไปอีกหลังจากทหารถอนกำลังไปแล้วประมาณหนึ่งชั่วโมง จากคลิปวีดิโอ จะมีภาพชายเสื้อแดงคนหนึ่งถูกยิงที่ศีรษะบนถนนรอบอนุสาวรีย์ และคลิปอีกอันหนึ่งมีผู้ชุมนุมตะโกนห้ามปรามกันว่า
“อย่าเข้าไป พวกมันลงมาจากตึกแล้ว เดี๋ยวพวกมันจะยิงเอา”
ในขณะที่มองเห็นเป็น เพียงเงาดำ ๆของคนที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างตึก
หลังจากนั้นเสื้อแดงก็ เข้าไปรื้อทำลายรถ ก่อนหน้านี้มีการติดต่อขอรถคืน มีเสียงคนที่ยืนอยู่บนรถหุ้มเกราะตะโกนว่า “ทหารเขาติดต่อขอรถคืน” เสียงผู้ชุมนุมตะโกตอบไม่ยอมให้รถคืน เข้าใจว่ารถคงถูกรื้อพังหลังจากนั้นไม่กี่นาที แต่มีคนห้ามไม่ให้เผา เพราะอาจมีการระเบิดหรือไฟไหม้รอบบริเวณนั้นได้ ขณะนั้นไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฝ่ายทหาร
วิเคราะห์
ช่วง เวลาต่างๆที่เกิดเหตุการณ์หลายเหตุการณ์น่าจะใกล้เคียงกัน ระบบของฝ่ายเสื้อแดงไม่น่าจะบันทึกเวลาได้ แต่ฝ่ายทหารน่าจะบันทึกเวลาได้ ปรากฏว่ามีระเบิดซึ่งยืนยันไม่ได้ว่าเป็นชนิดใดตกที่เต็นท์บัญชาการ ทำให้มีนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาเสียชีวิตหนึ่งคน บาดเจ็บสองคน และจุดนี้น่าจะเป็นผลให้เกิดการถอยและยกเลิกปฏิบัติการในค่ำนั้นทันที การตกลงหย่าศึกระหว่างคนเสื้อแดงกับรัฐบาลจึงเกิดขึ้นและมีผลในทางปฏิบัติ ณ.เวลานั้น
ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสน่าจะถูกยิงในชั่วโมงสุดท้าย ของการสลายผู้ชุมนุม
คำถาม นินจาที่ยิงเอ็ม 79 เข้าใส่ทั้งสองจุด (บางจุดอาจเป็นการขว้างระเบิด )ยังไม่มีใครรู้แน่ว่าเป็นใคร ? แต่พอเหตุการณ์สงบก็หายไป คนชุดดำที่ยิงปืนใส่ทหารเป็นใคร? พลซุ่มยิงที่อยู่บนตึกยิงใส่คนเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นใคร ?
ใน ความเป็นจริงคนบาดเจ็บต้องมีเกินหนึ่งพัน ไม่ใช่แค่แปดร้อยกว่า แต่มีคนจำนวนมากที่ถูกกระสุนยางแล้วไม่ไปแจ้งความ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เขาอาจถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายก็ได้
ก่อนสี่ทุ่มผู้ ที่อยู่ในเหตุการณ์ประเมินว่า อาจมีผู้เสียชีวิตถึงสามสิบราย เขาสังเกตคนที่ถูกหามขึ้นรถว่าบาดแผลที่ถูกยิงมีอาการสาหัสมาก ขณะนั้นผู้ประเมินไม่รู้ว่าฝ่ายทหารมีคนบาดเจ็บเท่าไหร่ เขาประเมินจากฝ่ายประชาชนเท่านั้น วันนี้เรียบเรียงเหตุการณ์และลำดับภาพเพื่อให้ผู้อ่านได้มองภาพรวมได้ ส่วนการวิเคราะห์จะหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อเขียนต่อตอน 2
โปรดติดตาม เมื่อหายนะมาเยือน...ตอน 2 ต่อไป
ศึกต้องยืดเยื้อ นี้เพื่อใคร?
ที่มา Thai E-Newsหยุดก่อน คุณทหาร คุณตำรวจ
หยุดสวด หยุดบรรเลง เพลงศึก
มาเถิดดื่ม น้ำเย็น จากบ่อลึก
ผนึก หัวใจ ไตร่ตรอง
ลูกกระสุน ของใคร แล่นไปฆ่า
ผู้ที่ตาย วายชีวา มีเจ้าของ
เราฆ่ากัน เพื่อไทย เลือดไหลนอง
แต่ศึกต้อง ยืดเยื้อ นี้เพื่อใคร
หยุดก่อน นักการเมือง ผู้เปรื่องปราด
ความฉลาด ความโกง ช่างโปร่งใส
คุณไม่เคย ลำบาก จนยากไร้
แต่ปากคุณ เอาใจ คนยากจน
หยุดก่อน หยุดก่อน หยุดก่อน
หยุดก่อน หยุดเอาไว้ สักหน
คุณอิ่มหมี พีมัน พัลวน
แต่ใครทน ทุกข์ไถ อยู่ใกล้คุณ
หยุดก่อน นายทุน ผู้โกยกอบ
คุณมีเงิน เป็นกระสอบ ต่างสมุน
ไม่รู้จักพอ เพราะเป็นนายทุน
เลือดคุณ ล้นอยาก ความมากมี
ความเป็นคน ย่อยยับ และยับย่อย
เพราะคุณคอย รีดนา ดั่งทาสี
คุณไม่รู้ คุณไม่รู้ อยู่ดี เพราะคุณมี ความสบาย ดั่งนายคน
หยุดก่อน ประชาชน ผู้ขมขื่น
ดาบหอก กระบอกปืน นั้นคือหน
สุดท้าย ที่ท่าน มั่นใจตน
เราจะฝ่า เราจะทน เราจะไป
หยุดก่อน หยุดก่อน หยุดก่อน
หยุดก่อน หยุดก่อน หยุดเอาไว้
มาเถิดดื่ม น้ำเย็น จากบ่อใส
ผนึก หัวใจ ไตร่ตรอง
ปฏิรูปประเทศไทย(ให้ล้าหลัง) โดยพันธมิตรฯและเครือข่ายอำมาตย์
ที่มา Thai E-Newsที่นี่มืดจริงหนอ-APเสนอภาพกรุงเทพฯในช่วงรุ่งสางวันจันทร์ที่19เมษายน ภายหลังจบการหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ คนกรุงเทพฯยังไม่ได้"ชีวิตปกติ"กลับมา และซ้ำร้ายเมื่อกองกำลังทหารเข้าไปตรึงย่านธุรกิจสำคัญสีลม เพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อแดงเข้าไปชุมนุม
โดย ไกรก้อง กูนอรลัคขณ์
19 เมษายน2553
ข่าวเกี่ยวเนื่อง:ผู้ก่อการร้ายพธม.ลอยนวล509วัน ยังมีหน้าขีดเส้นทรราชมาร์คปราบเสื้อแดงใน7วันไม่งั้นจะลุยเอง
การประชุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยฯเมื่อวันที่ 18 เมษายน ที่ผ่านมา นอกจากสนับสนุนให้รัฐบาลอภิสิทธิ์หุ่นเชิดของอำมาตย์ไม่ยุบสภา จัดการปราบปรามคนเสื้อแดง พันธมิตรฯยังได้ชูประเด็นสำคัญ คือปฏิรูปประเทศไทย สอดคล้องกับเครือข่ายอำมาตย์ เช่น กลุ่ม 40 สว. คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน-NGO เครือข่ายพลเมือง สภาพัฒนาการเมือง สภาองค์กรชุมชน ฯลฯ และสื่ออย่างTPBS
องค์กรต่างๆเหล่านี้ล้วนไม่สนับสนุนให้ยุบสภาและได้ออกมาเคลื่อนไหวปฏิรูปประเทศไทยนำร่องให้พันธมิตรฯองค์กรนำของพวกเขาไปก่อนแล้วและสอดประสานกันอย่างลงตัว
โดยเนื้อแท้แล้วพวกเขาเหล่านั้นไม่ยอมรับหลักการประชาธิปไตยแม้เพียงพื้นฐาน ที่ทุกคนเท่ากันในการเลือกผู้ปกครองผู้บริหารประเทศแบบหนึ่งสิทธิ์หนึ่งเสียง และพวกเขานิยมระบอบอำมาตยาธิปไตยนั่นเอง และพวกเขาหลายคนชอบเข้าสมัครสมาชิกวุฒิสภา องค์กรอิสระต่างๆแบบแต่งตั้งจากอำมาตย์มากกว่าการเลือกตั้งจากประชาชนอยู่เป็นประจำ
การปฏิรูปประเทศไทยของพันธมิตรฯและเครือข่ายอำมาตย์ย่อมนำสู่สังคมไทยล้าหลังถอยหลังเข้าคลองและบิดเบือนการปฏิรูปประเทศอย่างที่ควรจะเป็น เนื่องจากว่ามีเหตุผลอย่างน้อย 9 ประการที่ขัดแย้งกับพันธมิตรและเครือข่ายอำมาตย์ คือ
ประการแรก การปฏิรูปประเทศไทย ที่สำคัญคือการปฏิรูประบบราชการ กลไกราชการส่วนต่างๆ โดยเฉพาะกองทัพ ซึ่งล้วนเป็นจักรกลของระบอบอำมาตย์ทั้งสิ้นที่คอยขัดขวางการพัฒนาประชาธิปไตยให้ก้าวหน้า เช่น การรัฐประหาร การแทรกแซงทางการเมือง และมีระดับขั้นในการบังคับบัญชาโดยสมาชิกพื้นฐานเช่น ข้าราชการชั้นผู้น้อยไม่มีส่วนร่วมแต่อย่างใด รวมทั้งภาคสังคมตรวจสอบถ่วงดุลไม่ได้ ก่อให้เกิดการคอรัปชั่นดั่งกรณี GT 200 ตลอดทั้งใช้งบประมาณมากขึ้นของกองทัพในรอบ 18 ปี หลังจากรัฐประหาร 19 กันยายน 49
ประการที่สอง การปฏิรูปประเทศไทย ปฏิเสธไม่ได้ต้องมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 50 ด้วยไม่เพียงต้องสร้างนโยบายและกฎหมาย เนื่องจากเป็นรัฐธรรมนูญที่ล้าหลังขัดขวางการพัฒนาประชาธิปไตยในหลายมาตรา การแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยต้องลดอำนาจนอกระบบ เช่น ให้อำนาจกับกระบวนการตุลาการมากเกินไปโดยไม่ได้เชื่อมโยงกับประชาชนแต่อย่างใด สมาชิกวุฒิสภามาจากการแต่งตั้งถึง 74 คน ฯลฯ และต้องเพิ่มพื้นที่ประชาธิปไตยให้มากขึ้น เช่น การเลือกตั้งนายกรัฐมนตรี การเลือกตั้งผู้ว่าราชการจังหวัด การมีระบบศาลลูกขุน การให้สิทธิคนงานเลือกตั้งผู้แทนทุกระดับในสถานที่ประกอบการ ฯลฯ
ประการที่สาม การปฏิรูปประเทศไทยนั้น ต้องให้ประชาชนมีส่วนร่วม(เหมือนสูตรที่ NGO ท่องจำตลอดเวลา แต่กลับไม่นำมาใช้มาปฏิบัติ) ซึ่งต้องมีกระบวนการจากล่างสู่บนเหมือนเช่นกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ 40 ต้องมีการระดมความคิดเห็นจากภาคส่วนสาขาอาชีพต่างๆ มิใช่เพียงภาคประชาชน ภาคประชาสังคม เพียงน้อยนิดของNGO อำมาตย์ทั้งหลายเท่านั้น
ประการที่สี่ การปฏิรูปประเทศไทยนั้น ต้องนำสู่ความเป็นธรรม ความเสมอภาค ไม่เพียงแต่ทางการเมืองเท่านั้นต้องสร้างความเป็นธรรมเศรษฐกิจสังคมด้วยเช่นกัน เช่น ต้องมีการปฏิรูปที่ดิน กระจายการถือครองที่ดินทั้งในเมืองและชนบท ซึ่งในหลายประเทศที่จริงได้ เช่น อังกฤษ ญี่ปุ่น ไต้หวัน เวเนซูเอล่า จีน ฯลฯส่วนหนึ่งก็เพราะว่าอำนาจทางการเมืองของกลุ่มอำมาตย์ได้ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ประการที่ห้า การปฏิรูปประเทศนั้น ต้องมีการปฏิรูประบบภาษีให้ก้าวหน้า ไม่ใช่เก็บภาษีล้าหลังเอาเปรียบคนส่วนใหญ่ในประเทศปัจจุบัน โดยผ่านภาษีบริโภค โดยไม่มีภาษีที่ดิน ภาษีมรดกเหมือนนโยบายที่สำคัญของคณะราษฎรที่นำโดย ปรีดี พนมยงค์ และมาตรการภาษีที่ก้าวหน้าต้องใช้ได้กับทุกคนไม่มีอภิสิทธิ์ชนคนใดมีข้อยกเว้น ซึ่งเป็นการกระจายรายได้ให้สังคม เพื่อสร้างรัฐสวัสดิการให้ทุกคนเข้าถึงปัจจัยพื้นฐานของชีวิตจากครรภ์มารดาสู่เชิงตะกอนได้อย่างเท่าเทียม ถ้วนหน้า
ประการที่หก การปฏิรูปประเทศไทยท่ามกลางวิกฤตการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต้องปฏิรูปอำนาจรวมศูนย์ในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติด้วย เช่น กรมป่าไม้ กรมที่ดิน สำนักงานปฏิรูปที่ดิน ฯลฯ เพื่อให้ชุมชนและภาคสังคมต่างๆมีส่วนร่วมตรวจสอบถ่วงดุลย์และเป็นการไม่เปิดช่องให้นายทุนอภิสิทธิ์ชน ครอบครองทรัพยากรธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย เช่นกรณี เขายายเที่ยง เขาสอยดาว เป็นต้น ขณะที่ประชาชนผู้ยากไร้อาศัยอยู่ในป่ากลับถูกกฎหมายที่ไม่มีความยุติธรรมจับกุมคุมขัง
ประการที่เจ็ด การปฏิรูปประเทศไทยนั้น ต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรมและการบังคับใช้กฎหมายให้มีความยุติธรรมเท่าเทียมกันไม่ใช่ระบบสองมาตราฐานอย่างที่เห็นและเป็นอยู่
ประการที่แปด การปฏิรูปประเทศไทยนั้น ต้องปฏิรูปความคิดจิตสำนึกให้คนในสังคมไทยรักประชาธิปไตย เคารพกติกาประชาธิปไตย เคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง โดยไม่มีความเกลียดชังกัน ซึ่งต้องปฏิรูประบบการศึกษาและสื่อสารมวลชนด้วย
ประการที่เก้า การปฏิรูปประเทศไทย จำเป็นต้องเริ่มต้นด้วยการยุบสภา ก่อนที่ความขัดแย้งจะลุกลามมากขึ้น และเมื่อหลายกลุ่มมีความคิดเห็นต่างกัน โดยกติกาประชาธิปไตยแล้ว ต้องคืนอำนาจอธิปไตยให้ประชาชน ให้พรรคการเมืองซึ่งเป็นพื้นฐานของระบอบประชาธิปไตยหาเสียงสร้างนโยบายว่าจะปฏิรูปประเทศไทย จะแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างไร เพื่อให้ประชาชน เจ้าของเสียงสวรรค์อันแท้จริงได้พิจารณาเลือก
ดังนั้นการปฏิรูปประเทศไทย ของพันธมิตรฯ รัฐบาลอภิสิทธิ์และเครือข่ายอำมาตย์จึงเป็นเพียงกระบวนการขัดขวางการยุบสภาเท่านั้น และบทเรียนประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา ก็บอกให้รับรู้ได้ว่าการปฏิรูปตามแนวทางอำมาตย์ทั้งหลาย ย่อมนำพาสังคมไทยสู่ความล้าหลังและดำรงอภิสิทธิ์ชนไว้ในสังคม
มากว่านำสู่ความเสมอภาคเท่าเทียมและเป็นประชาธิปไตย
บทบรรณาธิการ: กรณีเฟซบุ๊คกับตู้ป.ณ.888, สื่อไทย, ทฤษฎีเกมของการเลือกตั้ง
ที่มา Thai E-News
19 เมษายน 2553
กรณีการส่งกำลังใจให้กับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผ่านการลงคะแนนไม่สนับสนุนให้มีการยุบสภา ซึ่งล่าสุดมีจำนวนกว่า 200,000 โหวตนั้น ปรากฏการณ์ดังกล่าวมีความละม้ายคล้ายคลึงกับกรณีการตั้งตู้ไปรษณีย์เลขที่ 888 เพื่อให้ประชาชนส่งไปรษณียบัตรให้กำลังใจ พ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตร ซึ่งกำลังดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในราวปี 2006 ซึ่งในขณะนั้นอดีตนายกฯทักษิณ ก็กำลังเผชิญกับกระแสการเมืองกดดันที่ถูกสร้างขึ้นมา ต้องการให้คุณทักษิณยุบสภา/ลาออก เช่นเดียวกัน
ในเวลานั้นเมื่อมีการเปิดตู้ไปรณีย์ ก็พบว่ามีการส่งกำลังใจมาให้กว่า 3 ล้านฉบับ แต่ก็ถูกสื่อกระแสหลัก "down play" ด้วยการบอกว่า มีไปรษณีย์บางส่วนที่ส่งข้อความมาด่า หรือชิงโชคบ้าง ส่งมาขอรางวัลบ้าง ฯลฯ ตามแต่สื่อมวลชนในขณะนั้นจะสร้างสรรค์คิดขึ้นมาเข้าข้างตนเองได้
จากกรณีดังกล่าวเรามองเห็นประเด็นต่างๆที่เกิดขึ้นดังนี้
1. เมื่อเทียบกันแล้ว เมื่อคราวคุณทักษิณเช็คคะแนนเสียงด้วยวิธีดังกล่าว เสียงสนับสนุนที่มีต่อคุณทักษิณมีมากกว่ามาก
2. วิธีการใช้เฟซบุ๊คเพื่อโหวตและการส่งไปรษณีย์นั้นแตกต่างกันมากมาย โดยวิธีหนึ่งสามารถเข้าถึงได้โดยประชาชนจำกัด ในขณะที่อีกวิธีนั้นเข้าถึงได้กว้างขวางกว่า
3. วงจรดังกล่าวนี้ (เกิดกระแสกดดันทางการเมืองกับรัฐบาล-มีการส่งกำลังใจ) เกิดขึ้นจากการที่คนไทยถูกสื่อมวลชนที่ไร้จรรยาบรรณครอบงำ สื่อที่ความต้องการจะสร้างวาระต่างๆให้กับทางสังคม เกิดขึ้นจากนักสร้างกระแสสังคม สื่อที่ไร้ศีลธรรม สื่อที่มีวาระซ่อนเร้นของตนเอง สื่อพาณิชย์ สื่อรับจ็อบ สื่อที่ถูกใช้เป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ
4. คนไทยโดยเฉพาะในเมืองยังขาดภูมิป้องกันในการบริโภคสื่อไม่มีศีลธรรมเหล่านี้ ขาดกาลมสูตร ไม่เท่าทันสื่อ
5. วงจรดังกล่าวเกิดขึ้นจาก การที่มีการดิสเครดิต "การเลือกตั้ง" ที่แท้จริงแล้วต้องการให้ผู้ได้รับเลือกตั้งทำงานอย่างเต็มที่เป็นเวลาถึง 4 ปี ไม่ใช่เป็นไปตามวาทกรรมที่บอกว่า "ประชาธิปไตยนาทีเดียว" แต่ผู้มีเสียงต้องให้ความเคารพต่อมติประชาชนตามกติกาถึง 4 ปี
ข้อสังเกตข้อที่ 5 นี้ ยังเป็นสิ่งที่สังคมไทยยังไม่ได้เรียนรู้ หากมองในเชิงทฤษฎีเกม ทางรอดของรัฐบาลที่ไม่ได้รับการสนับสนุนด้วยเสียงส่วนใหญ่-มีน้อย และการล้มรัฐบาลที่ได้รับเสียงสนับสนุนข้างมาก-เป็นไปได้ไม่บ่อยนัก ทางเลือกดังกล่าวทั้งสองทางของสังคมเป็นทางเลือกที่ไม่สมดุลย์ และรังแต่จะสร้างความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างที่กำลังเป็นอยู่
ทางเลือกที่ดีที่สุด-ที่สันติที่สุด คือ การเคารพมติเสียงส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นจาก หลักที่ประชาชนหนึ่งคนมีหนึ่งเสียง ไม่เช่นนั้นประชาชนก็จะใช้แขนและขาทั้งสองข้างของตน ออกมาต่อสู้กันอย่างไม่รู้จักจบอย่างที่กำลังเป็นอยู่
คุณอภิสิทธิ์ คุณไม่ได้มาจากเสียงส่วนใหญ่ของประชาชน คุณปราบปราม-กดขี่ประชาชนส่วนใหญ่ที่อาศัยอยู่ในประเทศนี้ คุณไม่ลาออกก็ยุบสภาอัปยศนี้เสีย เพื่อบ้านเมืองของเราจะได้กลับไปสู่ความสมดุลย์อีกครั้ง
Sunday, April 18, 2010
ผู้ก่อการร้ายพธม.ลอยนวล509วัน ยังมีหน้าขีดเส้นทรราชมาร์คปราบเสื้อแดงใน7วันไม่งั้นจะลุยเอง
ที่มา Thai E-Newsไร้เงาหัวโจกผู้ก่อการร้าย-ผู้ก่อการร้ายพันธมิตรจัดชุมนุมและแถลงข่าว โดยไร้เงาหัวโจกผู้ก่อการร้ายยึดสนามบินคนสำคัญคือนายสนธิ ลิ้มทองกุล โดยจี้ให้รัฐบาลหุ่นเชิดปราบปรามผู้เรียกร้องประชาธิปไตยภายใน 7 วัน หากไม่เด็ดขาดขู่จะใช้กฎเถื่อนเข้าปราบปรามเอง
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
18 เมษายน 2553
หลังก่อการร้ายยึดสนามบินสุวรรณภูมิผ่านมานานถึง 509 วัน นับจากวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 มาวันนี้(18เม.ย.)ผู้ถูกออกหมายเรียกคดีก่อการร้ายได้จัดชุมนุมและออกแถลงการณ์ขีดเส้นตายให้เวลารัฐบาลหุ่นเชิดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ภายใน 7 วัน หากยังไม่สามารถดำเนินการใดๆกับกลุ่มคนเสื้อแดง ที่เป็นขบวนการก่อการร้ายของระบอบทักษิณพันธมิตรฯ จะใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญต่อต้านขบวนการก่อการร้ายที่เป็นอันตรายต่อชาติและราชบัลลังก์ (รายละเอียดแถลงการณ์)
การกล่าวอ้างว่าเสื้อแดงเป็นผู้ก่อการร้ายนั้นยังไม่มีหลักฐานใดๆสนับสนุน นอกจากการกล่าวหาโฆษณาชวนเชื่อของรัฐบาลหุ่นเชิดอภิสิทธิ์ แต่สำหรับพันธมิตรนั้นมีหลักฐานชัดเจนคือหมายเรียกคดีก่อการร้ายยึดสนามบินสุวรรณภูมิ
ตำรวจได้ออกหมายเรียกผู้ก่อการร้ายพันธมิตร เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2552 ให้แกนนำและแนวร่วมกลุ่มพันธมิตรฯเข้ามอบตัว คดีบุกรุกสนามบินสุวรรณภูมิ พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาร่วมกันกระทำให้ปรากฏแก่ประชาชนด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำภายในความมุ่งหมายแห่งรัฐธรรมนูญ มั่วสุมกันตั้งแต่สิบคนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย หรือกระทำการอย่างหนึ่งอย่างใดให้เกิดการวุ่นวายขึ้นในบ้านเมือง, เมื่อเจ้าพนักงานสั่งให้เลิกการมั่วสุมแล้วไม่เลิก, ก่อการร้าย, บุกรุก, ทำให้เสียทรัพย์ ฯลฯ, ทำให้การให้บริการของท่าอากาศยานหยุดชะงักลง
นอกจากนี้ยังฝ่าฝืนข้อกำหนดออกตามมาตรา 9 แห่ง พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 ฉบับที่ 1 ลงวันที่ 29 พฤศจิกายน 2551 และฉบับที่ 2 ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2551 เหตุเกิดระหว่างวันที่ 25 พฤศจิกายน 2551 ถึงวันที่ 3 ธันวาคม 2551
ผู้ถูกออกหมายเรียกรวม 25 คน ประกอบด้วย พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายสุริยะใส กตะศิลา นายสำราญ รอดเพชร นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นายอมร อมรรัตนานนท์ นายไชยวัฒน์ สินสุวงศ์ นายศิริชัย ไม้งาม นางมาลีรัตน์ แก้วก่า นายเทิดภูมิ ใจดี นายพิภพ ธงไชย พล.อ.ปฐมพงษ์ เกสรศุกร์ น.ส.อัญชะลี ไพรีรัก นายพิชิต ไชยมงคล นายประพันธ์ คูณมี นายบรรจง นะแส นายกษิต ภิรมย์ นายศรัณยู วงศ์กระจ่าง นายวีระ สมความคิด น.ส.สโรชา พรอุดมศักดิ์ ร.ต.แซมดิน เลิศบุศย์ นายชนะ ผาสุกสกุล พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ และนายสุรวิชช์ วีรวรรณ
เมื่อหายนะ...มาเยือน เบื้องหน้าเบื้องหลังการสลายการชุมนุม 10 เมษายน 2553
ที่มา Thai E-Newsในความมืดนั้นคนชุดดำปรากฏตัวขึ้นแล้ว..แนวปะทะที่สี่แยกคอกวัว มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บถูกหามออกมา ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้น ภาพที่เห็นจากคลิปวีดิโอ ระเบิดเอ็ม 79 น่าจะตกกลางแถวทหารประมาณแถวที่สอง ทหารล้มลงหลายคน และพยายามลากผู้บาดเจ็บถอยหลังหนี ระเบิดลูกที่สองซึ่งน่าจะมาจากคนยิงคนเดิมยิงลึกเข้าไปทางด้านขวามือของระเบิดลูกแรก ลูกนี้ก็น่าจะทำให้มีผู้บาดเจ็บอีก ส่วนระเบิดลูกที่สามยิงลึกเข้าไปอีกเพื่อจะให้ทหารถอยออกไป ลูกที่สี่ตกที่ทางแยกเข้าถนนข้าวสาร เป็นการสกัดไม่ให้ทหารที่ถนนข้าวสารถอยกลับมาที่ถนนตะนาวได้ ช่วงนี้กระสุนจริงถูกยิงตอบโต้เข้ามาเยอะ และก็น่าจะเป็นช่วงที่คนชุดดำยิงตอบโต้กลับไป ในภาวะนี้ใครหลบไม่ทันก็ต้องเจอลูกปืนจริง ๆแน่นอน มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเวลานี้หลายคน
โดย แรม ราชประสงค์
18 เมษายน 2553หมายเหตุไทยอีนิวส์:แรม ราชประสงค์ บอกว่า ได้เขียนลำดับภาพรวมของวิกฤตการณ์ทางการเมืองที่นำไปสู่เหตุการณ์ 10 เมษาฯเลือด ภายหลังจบเหตุการณ์นี้ โดยได้เข้าไปดูสถานที่เกิดเหตุในภายหลังเหตุการณ์ และสัมภาษณ์ผู้อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งเปิดคลิปวีดิโอ เพื่อบันทึกประวัติศาสตร์หน้านี้ ท่านใดเห็นต่างในข้อเท็จจริงสามารถโต้แย้งมาได้ เพื่อบันทึกไว้เป็นประวัติศาสตร์
ครั้งแรกเมื่อมีการชุมนุมของคนเสื้อแดงในวันที่ 14 มีนา 2553 คนส่วนใหญ่คาดว่าการชุมนุมคงจะจบสิ้นในสองสามสัปดาห์ คนเสื้อแดงเองก็คาดว่าถ้า 7 วันไม่จบ 15 วันก็ต้องจบ ไม่มีใครคิดว่าคนจำนวนมากมายขนาดนั้นจะยืนหยัดต่อสู้ได้ยาวนานนับเดือน แกนนำคิดว่าเมื่อนำคนมาจำนวนมาก ๆรัฐบาลจะต้องยอมยุบสภาแน่นอน
ส่วนทางรัฐบาลก็คิดว่าผู้ชุมนุมมากมายขนาดนั้นไม่น่าอยู่ได้นานนัก ถึงอยู่นานก็ไม่น่าทนอากาศร้อนและความยากลำบากได้ไม่เกินสองสามสัปดาห์ก็คงกลับบ้านแล้ว จากความคิดพื้นฐานว่าคนส่วนใหญ่เป็นม็อบรับจ้าง แต่พอผ่านไปสองสัปดาห์ ทุกคนก็เริ่มไม่แน่ใจ แกนนำผู้ชุมนุมเองก็ไม่แน่ใจว่าจะเดินแต้มต่อไปอย่างไรถึงจะถูก ใกล้สงกรานต์แล้วคนจะเหลืออยู่สักเท่าไหร่ แต่พวกเขาก็สู้ต่อไป ผู้ชุมนุมเสื้อแดงย้ายมาราชประสงค์ การต่อสู้เปลี่ยนเป็นเกมที่หนักขึ้น รัฐบาลออกประกาศเพื่อจำกัดและควบคุมการชุมนุม ดูเหมือนไม่มีผลอะไร กลับทำให้คนกรุงเทพ ฯและปริมณฑลมาร่วมชุมนุมมากขึ้น การยึดสี่แยกราชประสงค์ทำให้รัฐบาลตัดสินใจสลายการชุมนุม เมื่อรู้แน่ชัดว่าคนเสื้อแดงจะชุมนุมยืดเยื้อจนข้ามเทศกาลสงกรานต์อย่างแน่นอน
วิเคราะห์
-การปะทะกันครั้งนี้ปรากฎผลที่เป็นภาพและข่าวออกมาให้คนทั่วไปรู้ก็คือทหารมีการเสริมอาวุธและกระสุนปืนจริงเข้าไปใช้ และถูกจับได้เป็นจำนวนมาก
-ทหารฝ่ายรัฐมีจุดมุ่งหมายอย่างแรงกล้าที่จะปิดทีวีจอแดงให้ได้ เพราะคิดว่าถ้าไม่มีทีวีจอแดงจะมีคนมาร่วมน้อยลง เพราะไม่มีการปลุกระดมผ่านสื่อ ทีวีที่เหลือทุกช่องรัฐคุมได้หมดแล้ว คุมได้แม้กระทั่งภาพหรือมุมกล้อง
-กลุ่มคนเสื้อแดงได้บทเรียนจากการปะทะครั้งแรก มีความเชื่อมั่นในพลังของตนเองมากขึ้น และพอมองออกว่าทหารส่วนใหญ่ไม่ได้ใช้อาวุธสงคราม หรือใช้ความรุนแรงมากนัก
เหตุการณ์สลายการชุมนุม 10 เมษา
1.รัฐบาลคิดว่ากลไกที่สำคัญที่เป็นตัวเชื่อมของคนเสื้อแดงคือพีทีวีหรือทีวีจอแดง ดังนั้นก่อนจะเริ่มแผนสลายการชุมนุม รัฐบาลจึงบุกเข้าไปบังคับปิดสถานี ว่ากันว่างานนี้ถึงขนาดใช้ปืนจี้บังคับดับสัญญาณที่สถานีโทรคมนาคมที่ลาดหลุมแก้ว ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงก็ยกขบวนเข้าไปทวงคืนในวันถัดไปทันที การปะทะกันครั้งแรกเราจะเห็นภาพก้อนดินจากท้องนาที่คนเสื้อแดงระดมขว้างใส่ทหาร ซึ่งใช้แก๊สน้ำตาโต้ตอบประปราย ในที่สุดฝ่ายทหารก็ต้องยอมถอยและคนเสื้อแดงก็ต่อสัญญาณใช้ได้ต่อมาอีกเพียงหนึ่งวัน หลังจากนั้นก็ถูกวิชามาร คือการปล่อยสัญญาณรบกวนจนใช้การไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะแก้ได้ก็เพียงชั่วครู่ชั่วยามแล้วก็กลับมาใช้ไม่ได้เหมือนเดิม
2.แนวความคิดมาจากความต้องการของรัฐในการสร้างความเชื่อมั่นว่าตัวเองยังมีอำนาจในการปกครองและบริหารบ้านเมืองได้ ตัวนายกและรัฐมนตรียังมีความสามารถทำงานได้ แต่ผู้ชุมนุมได้แสดงออกโดยไม่สนใจประกาศต่าง ๆของรัฐบาลเลย ไม่ว่ารัฐบาลจะห้ามอะไร ผู้ชุมนุมก็จะทำสิ่งนั้น ห้ามไปที่ไหน ผู้ชุมนุมก็จะไปที่นั่น
มีแรงบีบจากรอบด้านที่ไม่เห็นด้วยกับคนเสื้อแดง ว่ารัฐบาลต้องจัดการเรื่องนี้ให้จบก่อนสงกรานต์ ถ้าหลังเทศกาลสงกรานต์แล้วกลับมา ยังมีผู้ชุมนุมอยู่เต็มเมือง ก็แสดงว่ารัฐบาลไม่มีอำนาจที่จะดูแลบ้านเมืองได้ แผนการต่าง ๆจึงถูกกำหนดขึ้น การปิดทีวีจอแดงดูจะเป็นบันไดขั้นแรกของการสลายการชุมนุม แม้เสื้อแดงจะทำให้ทหารถอยร่นไปจากสถานีไทยคมได้ แต่ผลที่สุดแล้ว ทีวีจอแดงก็ใช้งานไม่ได้ นี่เท่ากับว่าแผนขั้นแรกของรัฐบาลได้บรรลุผลแล้ว
3.ทุกฝ่ายคาดว่าหลังวันที่ 9 เมษาจะเป็นวันหยุดยาว จำนวนผู้ชุมนุมคงมีไม่มาก เพราะคนส่วนหนึ่งจะต้องกลับไปเทศกาลสงกรานต์
การชุมนุมสองจุดที่ผ่านฟ้าและราชประสงค์ ทำให้กำลังคนถูกแบ่งออกเป็นสองส่วน ช่วงบ่ายที่อากาศร้อนจะมีผู้ชุมนุมน้อยมากทั้งสองแห่ง มีคนสรุปว่าผู้ชุมนุมกลัวอากาศร้อนมากกว่าคำประกาศข่มขู่ของศอฉ.
ทำไมต้องเป็นวันที่ 10 เมษา ไม่ใช่ 11 หรือ 12 เรื่องนี้ไม่มีใครรู้แน่ชัดแต่เข้าใจว่าแผนการสลายการชุมนุมอาจจะตั้งเวลาไว้กว้าง ๆ จังหวะเหมาะสมวันไหนก็ทำได้เลย วันที่ 10 อาจจะเป็นเพียงการทดลองก็ได้
4.วันที่ 10 เมษา มีการออกข่าวว่าจะสลายผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์เพราะรัฐบาลขอร้องมาหลายครั้งหลายวันแล้ว ให้ผู้ชุมนุมย้ายจากราชประสงค์ไปรวมที่ผ่านฟ้า ด้วยเหตุผลทางเศรษฐกิจและการจราจร ตอนสายของวันที่ 10 มีการส่งกำลังตำรวจจำนวนมากไปที่เพลินจิต ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากราชประสงค์นัก ทางกลุ่มผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์จึงส่งคนเสื้อแดงจำนวนมากไปกดดันให้ตำรวจออกจากที่ตั้ง
ขณะเดียวกันผู้ชุมนุมที่ผ่านฟ้าก็รู้ว่ามีการส่งกำลังทหารเข้ามาเสริมที่กองทัพภาค 1 บนถนนราชดำเนินจำนวนมาก จึงใช้แผนเดิมคือส่งกำลังไปกดดันให้ออกจากที่ตั้งเหมือนเคย เพราะเคยทำได้สำเร็จเมื่อครั้งที่กดดันให้ทหารออกจากวัดต่าง ๆ แต่คราวนี้ทหารไม่ยอม ใช้รถฉีดน้ำและเคลื่อนกำลังออกมากดดันให้ผู้ชุมนุมถอยร่นไปอย่างไม่เป็นขบวน
5.เวลาบ่ายโมงเศษ กองทหารเคลื่อนมาจากกองทัพภาค 1 และรุกไล่ผู้ชุมนุมเสื้อแดงให้ถอยร่นไปอย่างไม่ยากนัก ช่วงเวลานี้เองน่าจะเป็นจุดตัดสินใจว่าสามารถปฏิบัติการได้เพราะยังมีเวลาอีกสี่ถึงห้าชั่วโมงกว่าจะมืดค่ำ เป้าหมายการสลายการชุมนุมที่ผ่านฟ้าก่อนหกโมงเย็นจึงถูกกำหนดขึ้น และแผนที่วางเอาไว้จึงถูกนำมาใช้เพื่อให้บรรลุผลตามเวลาที่กำหนด
การบุกกลับของทหารในชั่วโมงแรกได้ผล แก๊สน้ำตาและกระสุนยาง ทำให้ผู้ชุมนุมเสื้อแดงถอยร่นไปได้พอสมควร แม้ได้รับบาดเจ็บแต่ก็ไม่มีผู้เสียชีวิต
6.การปฏิบัติการรุกต่อบนถนนราชดำเนินนอกของฝ่ายทหารยังดำเนินต่อไป แต่ปฏิกิริยาของคนเสื้อแดงที่ราชประสงค์คือยังนิ่งอยู่ไม่มีการส่งกำลังมาช่วยเพราะเนื่องจากช่วงบ่ายเป็นช่วงที่มีคนน้อย
บ่ายสองโมงครึ่งรถไฟฟ้าประกาศหยุดเดินรถ รถเมล์ที่วิ่งผ่านที่ชุมนุมทั้งสองแห่งเปลี่ยนเส้นทาง นั่นหมายความว่าผู้ที่จะเดินทางเข้าไปร่วมกับผู้ชุมนุมสมทบทั้งสองแห่งจะเดินทางเข้ามาได้ยากขึ้น
แกนนำผู้ชุมนุมคาดการณ์ว่าฝ่ายรัฐบาลต้องการให้ทางราชประสงค์ส่งคนไปช่วยผ่านฟ้า แล้วนำกำลังมาสลายที่ราชประสงค์ จึงยังไม่ส่งคนไปสนับสนุนผ่านฟ้า แต่กลับเตรียมแผนไว้ว่า ถ้าที่ผ่านฟ้าถูกกดดันหนัก ๆก็จะยอมถอยจากผ่านฟ้ามารวมกันที่ราชประสงค์ โดยถอยเป็นแนวตรงจากหลานหลวงมาที่ราชประสงค์ซึ่งเป็นระยะทางไม่ยาวนัก
7.การบุกของฝ่ายทหารเริ่มพบแรงต้านที่มากขึ้น ผู้ชมจะเห็นได้ผ่านจอโทรทัศน์ เสียงปืนที่ยิงกระสุนยาง แก๊สน้ำตาดังสนั่นหวั่นไหว เริ่มมีการใช้กระสุนจริงเล็กน้อย ผู้สื่อข่าวได้ถ่ายภาพรถที่ถูกกระสุนและนำหัวกระสุนออกมาให้ดู
ประมาณสี่โมงเย็น เวลาเหลือน้อยแล้วกองทหารที่เข้าเคลียร์พื้นที่ เปิดแนวรุกเพิ่มขึ้นโดยการตีโอบด้านหลังอีกสองแนวคือเจาะเข้าทางถนนดินสอมาโผล่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ตรงหน้าโรงเรียนสตรีวิทย์ อีกแนวหนึ่งเข้าทางบางลำพูผ่านถนนตะนาว โผล่ที่สี่แยกคอกวัว ถ้าถึงถนนราชดำเนินกลางทั้งสองจุดจะร่วมผลักดันผู้ชุมนุมให้ถอยร่นไปที่หน้าเวทีบนสะพานผ่านฟ้าและจะบีบให้ถอยออกไปทางถนนหลานหลวงซึ่งคาดว่าจะเป็นทางถอยของผู้ชุมนุมอยู่แล้ว
8.สิ่งที่ไม่คาดคิดสิ่งแรกก็คือ การต่อสู้ต้านทานอย่างทรหดชนิดไม่ยอมถอย ของกลุ่มคนเสื้อแดงที่ถนนวิสุทธิกษัตริย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทหารเคลื่อนเข้ามา สาว ๆที่แต่งตัวเพื่อประกวดนางสงกรานต์ก็ยังแต่งตัวกันอยู่ไม่ไปไหน แต่สักครู่หลังจากกระสุนยางปลิวว่อน เสียงกระสุนปืนและแก๊สน้ำตา ทำให้สาวทั้งหมดที่ยังแต่งหน้าไม่เสร็จวิ่งกันสไบปลิว ชาวบ้านชาวช่องปิดประตูร้านกันอุตลุด สำหรับคนเสื้อแดง วัตถุสิ่งของทุกอย่างที่ขว้างได้ จะถูกนำมาขว้างใส่ทหาร แต่ก็ถูกยิงโต้ตอบด้วยกระสุนยางและแก๊สน้ำตาใส่อย่างไม่ยั้งเช่นกัน ทำให้มีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก แต่ในที่สุดฝ่ายเสื้อแดงก็ต้านไม่ไหว รถสายพานหุ้มเกราะสามคันได้บุกมาจนถึงข้างโรงเรียนสตรีวิทย์ แถวสองยังมีอีกสามคันและยังมีรถฮัมวี่สองคันที่น่าจะเป็นของผู้บัญชาการระดับสูง รถลำเลียงทหารอีกต่างหาก ทางด้านถนนตะนาว กองทหารก็บุกตะลุยเข้ามาแล้ว แต่ไม่มีรถสายพานหุ้มเกราะ ด้านนี้ฝ่ายเสื้อแดงนำรถห้าหกคันมาจอดขวางไว้ ดังนั้นแม้หากเอารถสายพานเข้ามาก็ไม่มีประโยชน์เพราะไม่น่าจะฝ่ารถห้าหกคันนั้นเข้ามาได้
ช่วงเวลานั้นบนเวทีก็ยังมีการปราศรัยกันอยู่ ฝ่ายเสื้อแดงคิดว่าใกล้ค่ำแล้วทหารคงจะหยุดปฏิบัติการ และมีการพูดเตือนจากเวทีว่าฝ่ายทหารไม่ควรสลายการชุมนุมในตอนค่ำเพราะจะควบคุมไม่ได้
ช่วงเวลานั้นยังไม่มีการปะทะหนัก ผู้ควบคุมการเคลียร์พื้นที่คงเห็นว่ายังไม่มืดสนิท และไหน ๆก็บุกมาจนถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยซึ่งเป็นด่านสุดท้ายแล้ว อีกนิดเดียวก็น่ะผลักดันผู้ชุมนุมให้ถอยไปจากผ่านฟ้าได้ จะเป็นผลงานที่ทำให้รัฐบาลไม่เสียหน้า ถึงแม้ว่าจะยังไม่สามารถสลายฝูงชนที่ราชประสงค์ได้ก็ตาม และก็จะเป็นการข่มขวัญให้ผู้ชุมนุมที่ราชประสงค์หวาดกลัว อาจยอมพักรบในช่วงสงกรานต์ การเคลียร์พื้นที่จึงดำเนินต่อไปการตัดสินใจณ.เวลานั้น ไม่ทราบว่ามีใครได้โทรศัพท์ปรึกษากับใครบ้าง และการตัดสินใจลุยต่อในขณะที่จะมืดค่ำนี้เป็นการตัดสินใจของใคร ?อันนี้ต้องไปสืบกันเอาเอง
9.ในที่สุดความมืดก็มาเยือน ถึงตอนนี้มีการใช้กระสุนจริงบ้างแล้ว มีการยิงแก๊สน้ำตาเข้าใส่กลุ่มผู้ชุมนุม แล้วพวกผู้ชุมนุมก็จะคว้ากระป๋องแก๊สน้ำตาขว้างเข้าใส่รถหุ้มเกราะและทหารซึ่งอยู่บริเวณนั้น ซึ่งลมพัดไปทางทหารพอดี ตอนนี้มีผู้เสียชีวิตแล้ว แนวรับที่สี่แยกคอกวัว เสื้อแดงยังต้านทหารไว้ได้เหลืออีกเพียง20-30 เมตร ทหารก็จะถึงถนนราชดำเนิน ในขณะที่แนวถนนดินสอรถสายพานหุ้มเกราะสามารถพาทหารเข้าสู่ถนนราชดำเนินได้แล้ว แต่มวลชนเสื้อแดงก็ไม่ยอมถอย ระดมขว้างปาสิ่งของเข้าใส่ทหารอย่างไม่คิดชีวิต สำหรับฝ่ายทหารแล้ว อีกนิดเดียวก็จะสำเร็จ การใช้กระสุนจริงขณะนี้มีมากขึ้น ผู้ชุมนุมหลายคนชี้ให้ดูกระสุนที่วิ่งกระทบพื้น และชี้ไปตามตึกข้างบน ทหารบางคนที่อยู่บนรถหุ้มเกราะก็แหงนหน้าขึ้นมองเช่นกัน แต่ลูกปืนยังพุ่งใส่ประชาชนที่ยังอยู่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยแต่ก็ไม่มากนัก และเป็นการยิงทีละนัด แต่ส่วนที่เดินเท้าก็บุกตะลุยเข้ามาบนถนนหน้าแมคโดนัลด์
ข่าวผู้เสียชีวิตไปถึงรัฐบาลแล้ว รัฐบาลน่าจะรู้ข่าวนี้ก่อนคนเสื้อแดง เพราะเป็นการเสียชีวิตจากคนที่บาดเจ็บและไปตายที่โรงพยาบาลของรัฐ คนเสื้อแดงก็รู้ว่ามีคนเสียชีวิตเช่นกันเพราะมีคนวิ่งมาบอกที่เวทีว่า มีผู้เสียชีวิตในแนวปะทะ
แกนนำที่ราชประสงค์ระดมคน เข้าไปช่วยสกัดทหารที่ผ่านฟ้า ทางฝ่ายรัฐบาลพยายามติดต่อแกนนำเสื้อแดงเพื่อหย่าศึกชั่วคราว
วิเคราะห์
ช่วงเวลานี้ผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหารซึ่งอยู่ในสนามคงต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไรต่อไป ในเวลาเดียวกันแกนนำเสื้อแดงก็ต้องตัดสินใจว่าจะสู้ไหวมั้ย ถ้าถอยจะถอยอย่างไร แต่ละนาทีในช่วงนี้มีความหมาย เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการผันแปรที่จะเกิดขึ้นในอีกหนึ่งชั่วโมงข้างหน้า
10.สภาพเหตุการณ์จริงในสนาม เหตุการณ์ที่ดูจากคลิปวีดิโอที่ถ่ายมา ขณะนี้มืดสนิทแล้วถ้าไม่มีแสงไฟกล้องจะจับภาพได้ไม่ชัด การดันกันทั้งสองแนว คือที่สี่แยกคอกวัวทหารยังรุกเข้ามาไม่ได้ แต่ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทหารรุกคืบมาถนนราชดำเนินได้แล้ว การปะทะทั้งสองแนวยังดำเนินต่อไป สิ่งของทุกชนิดที่ใช้ขว้างปาได้ ถูกระดมขว้างใส่ทหาร
ในความมืดนั้นคนชุดดำปรากฏตัวขึ้นแล้ว
แนวปะทะที่สี่แยกคอกวัว มีผู้ถูกยิงได้รับบาดเจ็บถูกหามออกมา ทันใดนั้นก็มีเสียงระเบิดดังกึกก้องขึ้น ภาพที่เห็นจากคลิปวีดิโอ ระเบิดเอ็ม 79 น่าจะตกกลางแถวทหารประมาณแถวที่สอง ทหารล้มลงหลายคน และพยายามลากผู้บาดเจ็บถอยหลังหนี ระเบิดลูกที่สองซึ่งน่าจะมาจากคนยิงคนเดิมยิงลึกเข้าไปทางด้านขวามือของระเบิดลูกแรก ลูกนี้ก็น่าจะทำให้มีผู้บาดเจ็บอีก ส่วนระเบิดลูกที่สามเห็นไม่ชัดเจน แต่ยิงลึกเข้าไปอีกเพื่อจะให้ทหารถอยออกไป ลูกที่สี่ภาพจากคลิปวีดิโอตกที่ทางแยกเข้าถนนข้าวสาร เป็นการสกัดไม่ให้ทหารที่ถนนข้าวสารถอยกลับมาที่ถนนตะนาวได้ ช่วงนี้กระสุนจริงถูกยิงตอบโต้เข้ามาเยอะ และก็น่าจะเป็นช่วงที่คนชุดดำยิงตอบโต้กลับไป ในภาวะนี้ใครหลบไม่ทันก็ต้องเจอลูกปืนจริง ๆแน่นอน มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตในช่วงเวลานี้หลายคน
ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยทหารดูเหมือนจะยึดพื้นที่ได้เกือบครึ่งหนึ่งแล้ว เสียงทหารพูดผ่านลำโพงดังสนั่นว่าให้ประชาชนออกไปจากพื้นที่ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แก๊สน้ำตาปลิวว่อน เศษไม้ ก้อนหิน ขวดน้ำก็ปลิวว่อน ช่วงขณะหนึ่งกำลังของฝ่ายเสื้อแดงผลักดันให้ทหารถอยร่นกลับไป ทำให้ทหารจากบริเวณอนุสาวรีย์ทั้งหมดถอยเข้าไปอยู่หลังรถหุ้มเกราะข้างโรงเรียนสตรีวิทย์ ในแนวถนนดินสอ ฝ่ายเสื้อแดงรู้สึกเหมือนตัวเองได้รับชัยชนะแล้ว
คนเสื้อแดงประมาณสองสามพันคนมาชุมนุมกันอยู่รอบฐานอนุสาวรีย์ บางส่วนไปยืนออกันอยู่หน้ารถสายพานหุ้มเกราะ ห่างจากทหารไม่กี่เมตรเพราะทหารก็ยืนอยู่ท้ายรถสายพานหุ้มเกราะ คนเสื้อแดงส่งเสียงไชโยโห่ร้องและก็มีการเปิดเพลงเต้นรำกันอย่างสนุกสนานทั่วถนนรอบอนุสาวรีย์ ทหารก็ไม่ได้ถอยไปไหนยืนอยู่หลังรถหุ้มเกราะและตั้งแนวรับอยู่ในถนนดินสอ
เสียงเพลงของคนเสื้อแดงยังไม่ทันจบเพลงแรก บรรยากาศก็เปลี่ยนไป มีเสียงปืนดังขึ้น ขวดน้ำและสารพัดวัสดุก็ถูกเขวี้ยงเข้าใส่ ช่วงนี้ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น บรรยากาศที่สงบและมีเสียงเพลงจึงเปลี่ยนเป็นฉากบู๊อีกครั้ง มีเสียงจากบนรถตะโกนว่าทหารอย่าฆ่าประชาชน เหตุการณ์อย่างนี้ดำเนินต่อไปครู่หนึ่ง จากคลิปวีดิโอจะเห็นมีแสงสว่างวาบอยู่ไกลด้านหลังกองทหาร เหมือนมีการระเบิด จากนั้นอีกครู่หนึ่งก็มีการระเบิดระหว่างรถหุ้มเกราะซึ่งมีผลให้ทหารบาดเจ็บ ระเบิดลูกที่สองมีผลทำให้ทหารถอยทันที
พวกเสื้อแดงบุกตามแต่คนบนรถได้ตะโกนห้ามไว้ บอกว่าถ้าใครบุกตามเข้าไปถือว่าแดงเทียม เหตุการณ์ตรงนี้เป็นจุดสำคัญจุดหนึ่งถ้ามีการบุกตะลุมบอนกันเข้าไป น่าจะมีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตมากมายทั้งสองฝ่าย แต่เหตุการณ์ยุติเพียงแค่นั้นทำให้ทหารที่ถนนดินสอถอยออกไปได้ พวกเสื้อแดงลำเลียงผู้บาดเจ็บที่มีทั้งทหารและคนเสื้อแดงขึ้นรถของมูลนิธิไปโรงพยาบาลต่าง ๆ
ทหารบางส่วนที่ยังติดอยู่ในรถสายพานหุ้มเกราะก็ถูกเรียกให้ออกมาโดยไม่ทำอันตราย สภาพการณ์คล้าย ๆจะสงบลงแล้ว แต่ยังมีการยิงจากที่สูงลงมาประปราย หลายนัดยิงใส่ผนังตึก และบางนัดยิงใส่ผู้ชุมนุม ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์เล่าว่า การซุ่มยิงอย่างนี้มีต่อไปอีกหลังจากทหารถอนกำลังไปแล้วประมาณหนึ่งชั่วโมง จากคลิปวีดิโอ จะมีภาพชายเสื้อแดงคนหนึ่งถูกยิงที่ศีรษะบนถนนรอบอนุสาวรีย์ และคลิปอีกอันหนึ่งมีผู้ชุมนุมตะโกนห้ามปรามกันว่า
“อย่าเข้าไป พวกมันลงมาจากตึกแล้ว เดี๋ยวพวกมันจะยิงเอา”
ในขณะที่มองเห็นเป็นเพียงเงาดำ ๆของคนที่เคลื่อนไหวอยู่ข้างตึก
หลังจากนั้นเสื้อแดงก็เข้าไปรื้อทำลายรถ ก่อนหน้านี้มีการติดต่อขอรถคืน มีเสียงคนที่ยืนอยู่บนรถหุ้มเกราะตะโกนว่า “ทหารเขาติดต่อขอรถคืน” เสียงผู้ชุมนุมตะโกตอบไม่ยอมให้รถคืน เข้าใจว่ารถคงถูกรื้อพังหลังจากนั้นไม่กี่นาที แต่มีคนห้ามไม่ให้เผา เพราะอาจมีการระเบิดหรือไฟไหม้รอบบริเวณนั้นได้ ขณะนั้นไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับฝ่ายทหาร
วิเคราะห์
ช่วงเวลาต่างๆที่เกิดเหตุการณ์หลายเหตุการณ์น่าจะใกล้เคียงกัน ระบบของฝ่ายเสื้อแดงไม่น่าจะบันทึกเวลาได้ แต่ฝ่ายทหารน่าจะบันทึกเวลาได้ ปรากฏว่ามีระเบิดซึ่งยืนยันไม่ได้ว่าเป็นชนิดใดตกที่เต็นท์บัญชาการ ทำให้มีนายทหารระดับผู้บังคับบัญชาเสียชีวิตหนึ่งคน บาดเจ็บสองคน และจุดนี้น่าจะเป็นผลให้เกิดการถอยและยกเลิกปฏิบัติการในค่ำนั้นทันที การตกลงหย่าศึกระหว่างคนเสื้อแดงกับรัฐบาลจึงเกิดขึ้นและมีผลในทางปฏิบัติณ.เวลานั้น
ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสน่าจะถูกยิงในชั่วโมงสุดท้ายของการสลายผู้ชุมนุม
คำถาม นินจาที่ยิงเอ็ม 79 เข้าใส่ทั้งสองจุด (บางจุดอาจเป็นการขว้างระเบิด )ยังไม่มีใครรู้แน่ว่าเป็นใคร ? แต่พอเหตุการณ์สงบก็หายไป คนชุดดำที่ยิงปืนใส่ทหารเป็นใคร? พลซุ่มยิงที่อยู่บนตึกยิงใส่คนเสื้อแดงที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเป็นใคร ?
ในความเป็นจริงคนบาดเจ็บต้องมีเกินหนึ่งพัน ไม่ใช่แค่แปดร้อยกว่า แต่มีคนจำนวนมากที่ถูกกระสุนยางแล้วไม่ไปแจ้งความ เพราะเขาไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป เขาอาจถูกตั้งข้อกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้ายก็ได้
ก่อนสี่ทุ่มผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ประเมินว่า อาจมีผู้เสียชีวิตถึงสามสิบราย เขาสังเกตคนที่ถูกหามขึ้นรถว่าบาดแผลที่ถูกยิงมีอาการสาหัสมาก ขณะนั้นผู้ประเมินไม่รู้ว่าฝ่ายทหารมีคนบาดเจ็บเท่าไหร่ เขาประเมินจากฝ่ายประชาชนเท่านั้น วันนี้เรียบเรียงเหตุการณ์และลำดับภาพเพื่อให้ผู้อ่านได้มองภาพรวมได้ ส่วนการวิเคราะห์จะหาข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อเขียนต่อตอน 2
โปรดติดตาม เมื่อหายนะมาเยือน...ตอน 2 ต่อไป





