การ์ตูน เซีย
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, April 22, 2010
หนักแน่นอน
ที่มา ไทยรัฐ
แต่ครั้งนี้รัฐบาลเพิ่มความเฉียบขาดมากขึ้นอีกเท่าตัว
โดยจะใช้กำลังทหาร 4 กองพลติดอาวุธเต็มอัตราศึกสลายการชุมนุม
และจับ กุมแกนนำเสื้อแดงให้เสร็จในวันเดียว
ฝ่ายกลุ่มเสื้อแดงก็เตรียมกำลังพร้อมรับมือทุกเวลา
ถ้าทหารเปิดฉากบุกสลายการชุมนุมเมื่อไหร่ คนเสื้อแดงจะสู้ยิบตา
การเผชิญหน้ากันระหว่างทหารกับ เสื้อแดง
โดยมีสี่แยกราชประสงค์เป็นสมรภูมิจะต้องบาดเจ็บล้มตายอย่างมากมาย
มากกว่า 25 ศพ ที่สะพานผ่านฟ้าฯ เมื่อวันที่ 10 เมษายนแน่นอน
ในเมื่อรัฐบาลรู้ล่วงหน้าอยู่แล้วว่าการใช้กำลังทหารติดอาวุธสลายการชุมนุม
จะเกิดความสูญเสียชีวิตคนไทยทั้งทหารและประชาชน
รัฐบาลก็ต้องประเมินผลได้ผลเสียให้รอบคอบก่อนตัดสินใจ
แต่เมื่อรัฐบาลเชื่อว่าการใช้ความรุนแรงจะทำให้บ้านเมืองกลับสู่ความสงบได้จริง
"แม่ลูกจันทร์" ก็ต้องปล่อยให้สัตว์ โลกเป็นไปตามกรรม
เพียงแต่กรรมครั้งนี้จะกลายเป็นวิบากกรรมที่คนไทยทั้งประเทศไม่ว่าใส่เสื้อสีอะไรจะต้องเผชิญร่วมกัน
อนึ่ง ในการประชุม ครม.ที่กรมทหารราบที่ 11 เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง "สุเทพ เทือกสุบรรณ" ในฐานะ ผอ.ศอฉ. ได้รายงานสถานการณ์
ม็อบเสื้อแดง และแผนสลายการชุมนุมให้ คณะรัฐมนตรีรับทราบอย่างเป็นทางการ
ปรากฏว่าคณะรัฐมนตรีจากพรรคร่วมรัฐบาลทั้ง 5 พรรค ไม่มีใครคัดค้าน ไม่มีใครซักถามท้วงติง
ก็แปลว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคมีมติเห็นชอบเป็นเอกฉันท์ให้ดำเนินการตามแผนที่ ศอฉ.เสนอมา
ฉะนั้น ถ้าการปฏิบัติครั้งนี้มีการสูญ เสียเกิดขึ้น พรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคต้องรับผิดชอบร่วมกัน
กลับมาที่ยุทธการ "ขอคืนพื้นที่รอบ 2" ที่คาดว่าจะเกิดขึ้นอย่างช้าที่สุดไม่เกินวันอาทิตย์ที่ 25 เมษายน
"แม่ลูกจันทร์" เชื่อว่ามีความเป็นไป ได้สูงเกิน 90 เปอร์เซ็นต์
เพราะหากปล่อยเวลาเนิ่นช้านานไป แรงกดดันจะไหลกลับมาที่รัฐบาล
ข้อสำคัญแผนปฏิบัติการ "ลับสุดยอด" ที่แกนนำ นปช.ได้รับจากทหารแตงโม
ก็มีเนื้อหาสอดคล้องกันพอดี
ถึงแม้ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. ปฏิเสธว่าไม่จริง
แต่ถ้าอ่านรายละเอียดจะพบข้อมูลที่น่าสนใจ เช่น...
1, กำหนดให้ปฏิบัติการสลายการชุมนุมให้เสร็จใน 7 วัน เริ่มนับตั้งแต่ 19 เม.ย.
2, ใช้กำลังทหารปฏิบัติการจาก พล.1 รอ., พล.2 รอ., พล.ร.9 และ พล.ม.2 รวม 4 กองพล
3, ให้ประชุมประเมินช่วงเวลาเข้าสลายการชุมนุมทุกเช้าและเย็น
4, ให้ถอนทหารจากทำเนียบ 16 กอง ร้อยจาก 24 กองร้อย เพื่อเสริมกำลังสลายการชุมนุม
5, แจกจ่ายปืนลูกซองที่ยืมจากมหาดไทยให้กองพลละ 600 กระบอก รวม 2,400 กระบอก
6, จ่ายกระสุนยาง กระสุนจริง กระสุน ปืนลูกซอง กองพลละหนึ่งหมื่นแปดพันนัด
7, ให้จัดกำลังพลไปซ้อมยิงปืนที่กองพันทหารม้า เกียกกาย
8, จัดกำลังทหารกองพลละ 20 นาย
แต่งกายนอกเครื่องแบบพร้อมอาวุธปืนแฝงตัวเข้าไปในที่ชุมนุมในวันสลายการชุมนุม
9, ภารกิจนี้ห้ามล้มเหลว และใช้กระสุนจริงตามความจำเป็น
หมายเหตุ ข้อมูลลับจากทหารแตงโม ไม่เคยพลาดซะด้วยซี.
"แม่ลูกจันทร์"
ฮ.บินวนรอบเสื้อแดงต้องจุดพลุไล่
จตุพร ขึ้นเวที ระบุให้ผู้ชุมนุมเสื้อแดงไม่ต้องกลัว เฮลิคอปเตอร์ที่บินวนอยู่เหนือหัวโดยมีการจุดประทัดและพลุขับไล่ ส่วนบริเวณสีลม กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว...
เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. วันที่ 22 เม.ย.2553 นายจตุพร พรหมพันธุ์ กล่าวบนเวทีราชประสงค์บอกว่า
ผู้ชุมนุมไม่ต้องตกใจกลัว กรณีมีเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจบริเวณสถานที่ชุมนุมกกลางคืนวันนี้
เชื่อเป็นเฮลิคอปเตอร์รัฐที่บินวนดูจำนวนกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่ออาจตัดสินใจเข้าสลายการชุมนุมได้
ขณะที่กลุ่มคนเสื้อแดง ได้แหงนหน้ามองท้องฟ้า และเกิดเสียงดังคล้ายจุดประทัด หลายครั้ง
ซึ่งคาดว่าเป็นเสียงพลุ ที่จุดขับไล่เฮลิคอปเตอร์ อย่างไรก็ตาม การ์ด นปช.ยังเหลาไม้ไผ่
เพื่อทำเป็นแนวรั้วป้องกันเพิ่มเติม และรักษาความปลอดภัย ด่านทั้ง 6 แห่ง
ขณะที่บริเวณถนนสีลม ชาวสีลมได้สลายตัวแล้ว
ทำให้แยกศาลาแดงกลับเข้าสู่ภาวะปกติ เจ้าหน้าที่นำแผงเหล็กออก และเปิดเส้นทางจราจรเป็นปกติ
ชนะแล้วไง???
ที่มา เดลินิวส์![]()
โดยสรุป ๆ คือ ไม่ท้อ จะต้องเดินหน้าด้วยความมั่นใจว่า ความถูกต้อง ต้องดำรงอยู่ ต้องเป็นสังคมที่มีกฎกติกา ประมาณนั้น ฟังดูสุดหรู แต่แค่คำถาม ถูกต้องในนิยามอะไร เพื่อใคร คงเถียงกันอีกยาว
ง่าย ๆ นะ เป็นนายกรัฐมนตรีของคน 60 ล้าน เมื่ออยู่บนอำนาจแล้ว มีคนตายขนาดนี้ แค่นี้ ก็ไม่น่าถูกต้องแล้ว การเสียสละรับผิดชอบต่อชีวิตผู้คนเหล่านั้นต่างหาก คือ ความถูกต้อง
โดยเฉพาะเรื่อง ยุบสภา คืนอำนาจประชาชน เป็นแนวทางประชาธิปไตยแท้ ๆ นั่นไง ถูกต้องไหม ในเมื่อเกิดวิกฤติการเมือง ก็ต้องให้ประชาชนตัดสินใจ แต่นายกฯ ยังพูดเหมือนเดิม ยุบแล้ว บ้านเมือง ก็ยังแตกแยก
ไม่มีประโยชน์อะไร???
แต่ตอบไม่ได้ว่า แล้วที่เป็นอยู่ตอนนี้ล่ะ เป็นประโยชน์ตรงไหน หากไม่เข้าข้างตัวเอง ก็ต้องยอมรับว่า สถานการณ์ทุกย่างก้าว เปราะบางต่อ สงครามกลางเมือง ยิ่งนัก ยิ่งม็อบเหลืองแปลงกาย และ ม็อบพันธมิตรฯ ประกาศลั่น ใน 7 วัน
(เหลืออีก 3 วัน) ถ้าไม่จัดการม็อบเสื้อแดง จะออกมาลุยเอง
ไม่นองเลือดรึ ??
ทำไมนายกฯ ไม่เสียสละ ยุบสภา ทำสิ่งที่ถูกต้องเล่า กลับประกาศซ้ำ จะต้องขอคืนพื้นที่ 4 แยกราชประสงค์ อีก
โดย ศอฉ. ที่มีนายกฯ เป็นประธาน โฆษกไก่อู พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ก็พูดชัด
ครั้งนี้ จะปะทะก็ปะทะ ทหารติดอาวุธพร้อมกระสุนจริง ที่เห็นในท่าเล็งปืนหมอบ พร้อมยิง อยู่ตามสะพานลอยข้าม
ถนนสีลม เต็มไปหมด ก็แน่ใจว่า อะไรจะเกิด ก็ต้องเกิด จริงนั่นล่ะ
และถ้าคำปราศรัยบนเวทีเสื้อแดงของ จตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำ
ที่อ้างว่า ได้ข่าวจากทหารแตงโม ในการประชุมที่มี พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ที่นายกฯ มอบหมายให้เป็นผู้สั่งการ
การใช้กำลัง เป็นจริง ก็นองเลือดแน่ จันทร์ชนจันทร์
หมายความว่า จากจันทร์ 19 เม.ย. ถึง จันทร์ 26 เม.ย. วันใดวันหนึ่ง ใน 7 วันนี้ ทหารจะสลายม็อบอีกรอบ
จตุพร ยังบอก มีคำพูดหลุดออกมาว่า ครั้งนี้จะตายซัก 500 คน ก็ยอม
ครั้งแรก มีผู้สังเวยชีวิตแล้ว 25 ศพ บาดเจ็บกว่า 800 คน หลายคนยังออกจากไอซียูไม่ได้ เพราะเป็นตายเท่ากัน
ครั้งที่ 2 ถ้ามีคนตายอีก โฆษกไก่อูบอก เชื่อว่า สังคมจะยอมรับได้ จริงหรือ แม้ข้อกล่าวหาที่พุ่งใส่ม็อบว่า
มีผู้ก่อการร้ายแอบแฝงอยู่ พร้อมฉายภาพ ทหารถูกเสื้อแดงทำร้าย (ด้านเดียว) ออกทีวี ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จะบาดใจและสร้างความโกรธแค้นแก่ประชาชน ไม่น้อย จนรู้สึก จะทำยังไงก็ได้ เพื่อกำจัด ผู้ก่อการร้าย
(คล้าย 6 ตุลาฯ ที่วิทยุยานเกราะ ตอกย้ำตลอดว่า ในธรรมศาสตร์ มีคอมมิวนิสต์ มีพวกแกว พวกญวณ หลบซ่อนอยู่)
จนเกิดการล้อมปราบซึ่งตอนหลังก็พิสูจน์ชัด ไม่มีแกว ญวน คอมมิวนิสต์ ที่ไหนเลย
มีแต่ลูกหลานไทยที่ต้องตายไป กลายเป็นบาดแผลใหญ่สังคมไทยจนบัดนี้ ที่น่าเศร้า คือ ดูจากทีวีล่าสุด นายกฯ
ก็ยังไม่อินังขังขอบ ไม่สลดใจ ดูกลับมั่นอกมั่นใจว่า ยังไงก็ได้รับชัยชนะ และจะอยู่ยาวได้ ด้วยซ้ำไป
แต่ปัญหาคือ นายกฯ ควรตอบคำถามในใจให้ได้น่ะ ชนะ แล้วไง จะมีความสุขอยู่บนซากศพได้จริง ๆ ล่ะหรือ ??
ดาวประกายพรึก
สหรัฐฮึ่มเตือนยุติรุนแรง ชี้ชัดไม่มีก่อการร้ายแทรก
ที่มา Thai E-News"We don't believe that violence in any shape or form is asolution to this politicalchallenge."-ฟิลิป โครว์เลย์ โฆษกกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา สำนักข่าวAFP
22 เมษายน 2553
ทางการสหรัฐฯ แถลงเรียกร้องเมื่อวันพุธ ถึงรัฐบาลไทย และกลุ่มเสื้อแดงที่ประท้วงให้ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ โดยได้ขอให้แก้ปัญหาวิกฤติการเมืองโดยสันติ เพื่อไม่ให้ถลำลึกไปกว่านี้ โดยขอให้ทุกฝ่ายขัดแย้งหันมาร่วมมือแก้ปัญหา
สำนักข่าวAFP รายงานว่า นายฟิลิป โครว์เลย์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ แถลงจากกรุงวอชิงตัน เมื่อ 21 เม.ย. เรียกร้องในนามรัฐบาลสหรัฐถึงรัฐบาลไทยให้แก้ปัญหาวิกฤติการเมืองไทยโดยสันติ เพื่อมิให้วิกฤติการเมืองครั้งนี้ถลำลึกลงไปเรื่อยๆ
รัฐบาลสหรัฐฯ หวังให้ฝ่ายความขัดแย้งระหว่างกลุ่มคนเสื้อสีแดงกับฝ่ายรัฐบาลสามารถลงเอยได้ด้วยวิธีสันติ และรัฐบาลสหรัฐไม่เชื่อว่ารูปแบบของความรุนแรงใดๆ เพื่อแก้ปัญหาจะสามารถคลี่คลายปัญหาทางการเมืองของไทยลงได้ รัฐบาลสหรัฐหวังให้ทุกฝ่ายความขัดแย้งของไทย หันมาร่วมมือกันแก้ปัญหา เพื่อผ่านพ้นวิกฤติครั้งนี้ให้ได้โดยเร็ว"
สำนักข่าวAFPรายงานเพิ่มเติมว่า กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ เตือนนักท่องเที่ยวสหรัฐฯให้ระมัดระวังในการเที่ยวประเทศไทย โดยบอกว่าการชุมนุมประท้วงจะยังคงดำเนินต่อไปอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ในกรุงเทพฯ และอาจเกิดความรุนแรง
กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ บอกอีกว่านักท่องเที่ยวชาวสหรัฐฯ ควรหลีกเลี่ยงสถานที่ซึ่งอาจจะมีการเคลื่อนขบวนชุมนุม อย่างไรก็ตามกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในไทยมีมูลเหตุจากเรื่องของการเมืองภายในประเทศ และไม่พบว่ามีการก่อการร้ายสากลใด ๆ (the State Department said that incidents in Thailand "appear to be motivated by domesticpolitics and do not appear to be acts ofinternational terrorism.")
"ประเมินโดยทั่วไปแล้วการท่องเที่ยวในไทยยังอยู่ในระดับปลอดภัย" กระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าว
ขณะที่นายแพทย์เหวง โตจิราการ แกนนำนปช.แถลงช่วงสายวันนี้ว่า นปช.จะไปยื่นหนังสือต่อสำนักงานข้าหลวงใหญ่ สหประชาชาติเพื่อให้เข้ามาสังเกตการณ์การชุมนุมว่าไม่ได้เป็นการก่อการร้ายตามที่รัฐบาลป้ายสี และให้UNเข้ามาระงับระบอบปกครองนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะไม่ให้ปราบปรามสังหารผู้ชุมนุมอีกครั้ง
วีระเผยจะมีการเจรจาไม่มีการสลายการชุมนุมในช่วง 2-3 วันนี้
ก่อนหน้านี้ นายวีระ มุสิกพงศ์ ได้กล่าวบนเวทีปราศรัยเมื่อช่วงดึกของคืนที่ผ่านมา (เวลาประมาณ 01.00 น.) ว่าขอให้ผู้ชุมนุมสบายใจและคลายความเคร่งเครียด เพราะจะไม่มีการสลายการชุมนุมในช่วง 2-3 วันนี้ เนื่องจากจะมีการเจรจากัน โดยได้รับการประสานงานจากทูตต่างประเทศให้มีการเจรจา แต่ยืนยันว่าจะไม่เจรจากับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และขอให้ผู้ชุมนุมยืนหยัดในการไม่ใช้อาวุธใดตอบโต้รัฐ
อย่าปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย 6 ตุลา 2519
ที่มา Thai E-News
ชาวสีลม?-สำนักข่าวAP รายงานภาพข่าวผู้สนับสนุนรัฐบาลที่อ้างเป็นชาวสีลมออกมาก่อเหตุทำร้ายคนเสื้อแดง ขณะที่มีชาวสีลมตัวจริงขึ้นเวทีเสื้อแดงเช้าวันนี้ว่า ดูหน้าตาแล้วเป็นการขนคนนอกพื้นที่มาทั้งนั้น มีคนสีลมตัวจริงแค่คนสองคน

เมืองเถื่อน-ผู้สนับสนุนรัฐบาลเหนี่ยวหนังสติ๊กยิงใส่กลุ่มเสื้อแดง และขว้างปาแก้ว ก้อนหินใส่ที่ย่านสีลมเมื่อค่ำวานนี้ มีผู้บาดเจ็บหลายราย(ภาพ:AP)
โดย Tamaha
22 เมษายน 2553
การก่ออาชญากรรมรัฐไทยต่อนักศึกษาประชาชนผู้ต่อสู้ด้วยสองมืออันว่างเปล่าเพื่อทวงถามถึงความยุติธรรม เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 ได้สร้างบาดแผลให้กับสังคมไทยอย่างยากที่จะเยียวยา มาแล้วครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
การสังหารหมู่อย่างเหี้ยมโหดอำมาหิตของชนชั้นปกครองไทยที่กระทำต่อนักศึกษาประชาชนที่ต่อสู้ด้วยแนวทางสันติวิธี อสิงหา ปราศจากอาวุธ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เป็นร้อยร้าวที่อยากจะประสานในสังคมไทย มาแล้วครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์การเมืองไทย
ก่อนการเข่นฆ่านักศึกษาประชาชนในครั้งนั้น รัฐอนุรักษ์นิยมไทย ได้โหมกระแสสื่อต่างๆโดยเฉพาะวิทยุยานเกราะกล่าวหา นักศึกษาประชาชนเป็นคอมมิวนิสต์ เป็นผู้ก่อการร้าย เป็นผู้ทำลายความมั่นคงแห่งชาติ
เป็นผู้ไม่รักชาติ เป็นคนเวียตนาม ไม่ใช่คนไทย เป็นพวกหัวรุนแรง
รัฐไทยสมัยนั้น ยังได้จัดตั้งกลุ่มพลังประชาชนต่างๆ เช่น ลูกเสือชาวบ้าน กระทิงแดง นวพล ฯลฯ เพื่อเป็นพลังสนับสนุน หรือรัฐไทยได้สร้างกระบวนการไม่เป็นไทย เป็นอื่นให้กับนักศึกษาประชาชน ผู้เพรียกหาความยุติธรรม เสรีภาพและความเสมอภาคในสังคมไทย
เหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519 ควรเป็นบทเรียนให้กับสังคมไทยมิใช่หรือ?
………………………..
การต่อสู้ของคนเสื้อแดง ด้วยสันติ อหิงสา ปราศจากอาวุธ เพื่อเรียกร้องให้ยุบสภา คืนอำนาจอธิปไตยให้กับประชาชน ตามหลักการประชาธิปไตยรัฐสภาในระบอบเสรีนิยม แต่กลับถูกรัฐอภิสิทธิ์อำมาตย์ มีคำสั่งใช้พรก.ฉุกเฉินร้ายแรงและนำสู่การปราบปรามประชาชนเสียชีวิต 25 ชีวิตและบาทเจ็บนับร้อยคน
ณ ห้วงขณะนี้ รัฐอภิสิทธิ์อำมาตย์ได้โหมป่าวประกาศผ่านสื่ออย่างต่อเนื่องซ้ำๆโดยเฉพาะ ทีวี NBTว่า มีผู้ก่อการร้ายอยู่ในกลุ่มคนเสื้อแดงจะดำเนินการขั้นเฉียดขาด
นอกจากนี้แล้ว ยังได้มีพลังมวลชนพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย หรือพลังปฏิกิริยาขวาจัดอนุรักษ์นิยมสมัยปัจจุบัน ที่แปลงตัวจากเสื้อเหลืองเป็นหลากสี และอ้างการผูกขาดความรักชาติรักสถาบันเพียงฝ่ายเดียว ออกมาเคลื่อนไหวสนับสนุนรัฐอภิสิทธิ์อำมาตย์ ให้จัดการคนเสื้อแดง
ฤา ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย 6 ตุลาคม 2519 ?
คงไม่มีผู้รักชาติรักประชาธิปไตยคนใดที่อยากจะให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
คงมิอาจให้ความเชื่อมั่นรัฐอภิสิทธิ์อำมาตย์ได้ ว่าจะไม่ใช้ความรุนแรงต่อประชาชน เพราะการขับเคลื่อนของรัฐที่กระทำกันอยู่นั้น กำลังนำไปสู่เส้นทางที่ไม่พึงปรารถนาอยู่ทุกขณะ
เราจะทำอย่างไรกันดี เพื่อให้สังคมไทยมีทั้งประชาธิปไตยเหมือนดั่งอารยะทั่วโลก และไม่มีการล้อมปราบประชาชน ผู้มีสองมืออันว่างเปล่าต่อสู้เพื่ออนาคตของสังคมไทย ท่ามกลางการปิดล้อมด้วยสื่อของรัฐ1 ควรระดมสื่อนอกรัฐทุกรูปแบบขยายสู่ประชาชนทุกกลุ่มให้มากที่สุด เสนอเนื้อหาว่าปกป้องไมให้รัฐปราบปรามประชาชน ไม่มีความชอบธรรมของเหตุผลของรัฐใดๆทั้งสิ้น
2 คนไทยผู้รักประชาธิปไตยในต่างประเทศ ปักหลักชุมนุมหน้าสถานทูตต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะปกติ
3 ใครมีเพื่อนญาติมิตรเป็นทหารตำรวจชวนกันบอกทหารตำรวจไม่ต้องฟังคำสั่งผู้บังคับบัญชา
4 ก่อกระแสไม่จ่ายภาษี ถอนเงินจากธนาคารฝ่ายอำมาตย์ ไม่ซื้อของพวกทุนอำมาตย์
5 คนชั้นกลางในเมืองประท้วงด้วยการเปิดไฟรถยนต์ตอนกลางวัน
6 พนักงานรัฐวิสาหกิจ พนักงานบริษัทหยุดการทำงานชั่วคราวจนกว่าเหตุการณ์ปกติ
และอื่นๆ ที่ต้องช่วยกันขบคิด
อย่าปล่อยให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย 6 ตุลา 19
เพราะคนเสื้อแดง คือคนไทยผู้รักผืนแผ่นดิน เช่นเรา
เพราะคนเสื้อแดง คือผู้รักประชาธิปไตย เช่นเรา
เพราะคนเสื้อแดงคือผู้รักชาติ เช่นเรา
จดหมายจากอนาคต
ที่มา Thai E-News
โดย ปราง
21 เมษายน 2553
หมายเหตุไทยอีนิวส์:'ปราง'ได้เขียนข้อเขียนนี้ขึ้นจำลองแบบเหตุการณ์ในอนาคต ในแนวFuture shock ที่อาจเป็นไปได้ ภายหลังจากเกิดวิกฤตการณ์ทางการเมืองในปัจจุบันนี้
*******14 เมษา 2014
ผมดีใจมากที่ได้รับmail จากพี่ ตอนนี้อากาศเมืองนอกคงยังหนาวอยู่นะครับ แต่ที่นี่อากาศร้อนจัด เขาว่าโลกจะร้อนขึ้นอีก แค่นี้ผมก็ทนไม่ไหวแล้วตอนนี้ได้แต่ฝันถึงห้องแอร์ ที่กลายเป็นอดีตไปแล้ว
ตอนนี้ทั่วประเทศมีไฟฟ้าใช้น้อยมาก ส่วนใหญ่ต้องปั่นจากเครื่องปั่นไฟส่วนตัว สายส่งไฟฟ้ากับเสาไฟไม่สามารถใช้งานได้แล้ว ความขัดแย้งกลายเป็นสงคราม แม้รูปแบบไม่เหมือนสงครามโลกที่เราเคยเห็นในหนัง แต่กลับกลายเป็นสงครามที่ไม่มีสนามรบที่แน่นอน สามารถจะเกิดระเบิดที่ไหนก็ได้ ยิงกันตรงไหนก็ได้
แก๊สกับน้ำมันคงจะขาดแคลนในเร็ว ๆนี้ ตอนนี้ผมยังได้ดูทีวี เป็นรุ่นที่ใช้แบตเตอรี่รถยนต์ ยังดีที่โทรศัพท์กับคอมยังใช้ได้เพราะกินไฟนิดเดียว เดี๋ยวนี้ผมหุงข้าวโดยไม่ใช้หม้อหุงข้าวไฟฟ้าได้แล้ว
ข่าววงในบอกว่าการเจรจาของทั้งสองฝ่ายน่าจะมีข้อยุติในเร็ว ๆนี้ เพราะตอนนี้ลำบากกันทั่วหน้าไม่เลือกยากดีมีจน การผลิตสินค้าเพื่อส่งออกไม่มีอีกต่อไป ไม่มีนักลงทุนเข้ามาลงทุนหลายปีแล้วเช่นกัน
สินค้าที่ใช้อยู่ทุกวันนี้ก็ได้สินค้าราคาถูกจากจีน ถึงคุณภาพจะไม่ดีนักแต่ก็ยังดีกว่าไม่มีใช้ใช่ไหมพี่ ต้องยอมรับความจริงว่าตอนนี้เราถอยหลังไปเท่ากับพม่า ลาว เขมร
ทุกวันนี้ข้าวสารกลายเป็นสินค้าหายากสำหรับคนในเมือง และราคาก็แพงมากด้วย เขาว่าทางเหนือกับอีสานส่งข้าวไปแลกน้ำมันกับสินค้าจำเป็นผ่านทางเขมร บางส่วนก็ผ่านทางชายแดนจีน พ่อค้าชายแดนร่ำรวยไปตาม ๆกัน
ปีนี้ไม่มีใครเสียภาษีแล้วนะพี่เพราะทุกคนจนเท่ากันหมดแล้ว ห้ามถามถึงเรื่องการท่องเที่ยว หลังจากปะทะครั้งใหญ่และการระเบิดในปี2012 ก็ไม่มีนักท่องเที่ยวอีกแล้ว
ปีนี้หลาน ๆก็ไม่ต้องไปเกณฑ์ทหารแล้ว เมื่อปีกลายแทบไม่มีคนยอมไปเกณฑ์ทหาร ไม่มีใครอยากไปรบกับคนไทยด้วยกันเอง ผมคิดว่าสถานการณ์นี้คงจะถึงที่สุดแล้ว ถ้าหากเจรจาครั้งนี้ไม่มีผล สงครามครั้งใหญ่คงจะเกิดขึ้นแน่
ไม่น่าเชื่อว่าวันนี้บ้านเราจะเหมือนเลบานอน เมื่อเกือบสี่สิบปีที่แล้ว ที่นั่นปีเดียวมีคนตายถึง 18,000 คน ไม่นับคนบาดเจ็บ แต่สงครามสมัยนี้ไม่ได้มุ่งเอาชีวิตคน เพียงแต่มันได้ทำลายรากฐานทางเศรษฐกิจ การผลิตและวิถีชีวิตที่สงบสุขให้หมดสิ้นไปเท่านั้น
ผมไม่รู้ว่างานนี้ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ แต่เรื่องราวความขัดแย้งครั้งนี้จะต้องถูกบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ไว้อย่างละเอียดแน่นอน ที่สำคัญเป็นเรื่องที่โกหกบิดเบือนกันไม่ได้ เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นถูกบันทึกเป็นภาพและเสียงไว้ทุกวัน ก็ได้แต่หวังว่าหายนะครั้งนี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบ
พี่ไม่ต้องห่วงผม ชีวิตผมพอมีประสบการณ์ เอาตัวรอดได้อยู่แล้ว แต่กว่าจะฟื้นประเทศเราคงต้องใช้เวลานานหลายปี ตัวผมเองคงไม่ลำบากนัก ห่วงก็แต่ชาวบ้านธรรมดา พวกเขาคงต้องลำบากกันไปอีกนาน
ถ้ามีอะไรเหลือบ่ากว่าแรง ผมอาจต้องรบกวนขอความช่วยเหลือจากพี่ ขอให้พี่สุขภาพแข็งแรงนะครับ แล้วจะmailมาหาพี่อีก
รัก
แดน
Wednesday, April 21, 2010
จตุพรอ้างได้กลิ่น สลายชุมนุม สั่งเตรียมรับมือ
ที่มา ไทยรัฐ
เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 21 เม.ย. นายจตุพร พรหมพันธุ์ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวบนเวทีปราศรัยแยกราชประสงค์ ว่า ได้รับรายงานข่าวมาว่าขณะนี้ทางศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) มีคำสั่งให้พนักงานโรงแรมและห้างสรรพสินค้าต่างๆ บริเวณย่านราชประสงค์ ออกจากพื้นที่การชุมนุมของกลุ่ม นปช. ถือว่าเป็นสัญญาณที่รัฐบาลพยายามสลายการชุมนุม จึงฝากให้ผู้ชุมนุมคอยสังเกตว่าถ้าโทรศัพท์ของทุกคนโดนตัดสัญญาณเมื่อใด นั่นคือจุดเริ่มต้นในการเข่นฆ่าทำร้ายประชาชน ผู้บริสุทธิ์ที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยอีกครั้ง
นายจตุพร กล่าวต่อว่า กรณีการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่จะมีการหารือถึงแนวทางการตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์สลายการชุมนุม 10 เม.ย. มีอันต้องล่มไป เนื่องจากความเห็นของทั้งฝ่ายพรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทยมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน จนเป็นเหตุให้การตรวจสอบต้องตกไป แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลพยายามหนีการพิสูจน์ข้อเท็จจริง เพราะกลัวว่าผลการพิสูจน์ที่เป็นความจริงออกมาแล้วฝ่ายรัฐบาลจะรับความจริงไม่ได้
"นอกจากนี้ยังได้รับรายงานจากนายทหารแตงโม ว่าขณะนี้ทาง ศอฉ.ได้มอบหมายให้นายทหาร 2 นาย เตรียมหลาวไม้ไผ่มาเป็นอาวุธ เพื่อต่อสู้กับกลุ่มคนเสื้อแดง จึงมองว่าวัตถุประสงค์ดังกล่าวรัฐบาลพยายามสร้างสถานการณ์เพื่อใส่ร้ายพี่น้องเสื้อแดง" นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่่าวอีกว่า สำหรับในช่วงเวลานี้แม้ว่าสถานการณ์จะไม่ปกติ เนื่องจากรัฐบาลได้สั่งการให้พนักงานโรงแรม พนักงานห้างสรรพสินค้า ออกจากพื้นที่ราชประสงค์ และสั่งให้โรงพยาบาลต่างๆ รับมือและเตรียมพร้อมรองรับผู้บาดเจ็บนั้น ขอให้พี่น้องเสื้อแดงอย่าวิตก ขอให้ใช้ชีวิตปกติ เพราะเชื่อว่าด่านสำคัญทั้ง 6 จุด จะพยายามต้านทานและรักษาความปลอดภัยในการเข้ามาสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงสุดความสามารถด้วยชีวิต
ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมเสื้อแดงจังหวัดขอนแก่นจำนวนมากได้เดินทางไปปิดล้อมสถานี รถไฟขอนแก่นเพื่อป้องกันไม่ให้กองทัพทหารพร้อมอาวุธสงครามเดินทางเข้า กรุงเทพมหานครได้ เนื่องจากหวั่นว่าจะเป็นกองกำลังที่เตรียมมาเพื่อสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ทำให้ขณะนี้รถไฟไม่สามารถเดินรถเข้า-ออก สถานีขอนแก่นได้ตั้งแต่เวลา 12.00 น. ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกัน พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. เปิดเผยกับ ไทยรัฐออนไลน์ ว่า ขณะนี้ ศอฉ.ประเมินสถานการณ์และควบคุมหลังจากกลุ่มผู้ชุมนุมได้ขยายพื้นที่การชุมนุม โดยส่งเจ้าหน้าที่ทหารประจำจุดสำคัญ เช่น บริเวณสี่แยกของถนนราชประสงค์ สีลม เพลินจิต ปทุมวัน และพระรามสี่ เป็นต้น
ส่วนกระแสข่าวการสลายการชุมนุมอย่างต่อเนื่องนั้น พ.อ.สรรเสริญ ปฏิเสธยังไม่ขอตอบคำถามนี้ เพราะในแต่ละวันที่มีการแถลงข่าวไปแล้ว และว่าการปฏิบัติภารกิจตอนนี้ เราไม่ควรตั้งคำถามทุกเรื่อง ถ้าเล่าเรื่องที่เราจะทำ การทำงานของเราจะยุ่งยาก จึงอยากจะขอร้องสื่อมวลชนให้รอฟังการแถลงข่าวพร้อมกันจะดีกว่า ส่วนภายใน 1-2 วันนี้ ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะสลายหรือไม่ แต่บอกได้ว่าจะปล่อยให้สถานการณ์เป็นอย่างนี้ไม่ได้ เพราะจะเกิดความเสียหายมากขึ้น อีกส่วนก็มีความกดดันจากหลายฝ่าย เพราะถ้าหากไม่ทำ ก็จะมีหลายฝ่ายออกมาปะทะกันก็มีการสูญเสียเกิดขึ้นอยู่ดี
“เจ้าหน้าที่มีความพร้อมแล้วที่จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น ส่วนเวลาที่เหมาะสมนั้น ไม่สามารถแจ้งไม่ได้” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว.
ปชป.ไม่ติดใจ กกต.ส่งศาล รธน.ตัดสินยุบพรรค 15 วัน
ที่มา ไทยรัฐ
ปธ.ฝ่ายกฎหมาย ปชป.ไม่ติดใจ กกต.ส่งศาล รธน.ตัดสินยุบพรรคปมเงิน 29 ล้านภายใน 15 วัน เตรียมยื่นข้อแก้ต่าง มั่นใจพรรคไม่โดนยุบ...
เมื่อวันที่ 21 เม.ย.2553 นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคประชาธิปัตย์ เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ถึงกรณีคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติให้นายทะเบียนพรรคการเมืองยื่นประเด็นเงินกองทุนฯ 29 ล้านบาทที่มีมติให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญโดยตรง ภายใน 15 วัน ตามมาตรา 93 วรรคสอง ของพ.ร.บ.พรรคการเมือง 2550 ว่า ไม่ติดใจประเด็นนี้ คงต้องเป็นไปตามกฎหมาย สำหรับความคิดเห็นต่อเรื่องนี้ทางพรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีความคิดเห็นใดๆ ในส่วนความเคลื่อนไหวพรรคประชาธิปัตย์นั้นพร้อมที่รับคำกล่าวหา ทั้งนี้ เตรียมยื่นคำแก้ข้อกล่าวหาหากมีการพิจารณาในชั้นของศาลรัฐธรรมนูญ และ มัั่นใจว่าหลักฐานทั้งหมด ทั้งตัวบุคคลและเอกสารสารถหักล้างได้ทั้งหมด จะไม่โดนยุบพรรคอย่างแน่นอน
เพื่อไทยเชื่อเตรียมปราบเสื้อแดงรอบ2
ที่มา ไทยรัฐ
เมื่อเวลา 10.00 น. 21 เม.ย.2553 น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย ในฐานคณะกรรมการศูนย์ช่วยเหลือดูแลความปลอดภัยประชาชน (ศชปป.) แถลงถึงกรณีที่ศอฉ.นำคลิปวีดิโอการเสียชีวิตของนายวสันต์ ภู่ทอง ผู้ชุมนุมที่ถูกยิงศีรษะจนตายคาที่ บริเวณถนนดินสอ ว่า สิ่งที่ พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ. แถลงข่าวนั้น ล้วนเป็นการบิดเบือนข้อเท็จจริง และใส่ร้ายว่ามีการใช้ความรุนแรง มีการปฏิบัติการของผู้ก่อการร้ายสังหารผู้ชุมนุมที่บริสุทธิ์ การที่ พ.อ.สรรเสริญ ระบุว่า นายวสันต์ ถูกยิงเข้าที่หน้าผากทะลุออกด้านหลังนั้น ศชปป.ได้ไปตรวจสอบผลการชันสูตรจากคณะกรรมการชันสูตรและนิติเวช พบว่านายวสันต์ โดนยิงที่ท้ายทอยด้านซ้าย แสดงว่าวิถีกระสุนต้องมาทางทหาร ขณะเดียวกันวีซีดีที่ศอฉ.ทำแจก ก็มีการระบุสาเหตุการตาย รวมทั้งวิถีกระสุนที่นายวสันต์ถูกยิงว่ามาจากด้านหลัง และพรรคเพื่อไทยได้ตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ผู้ที่ยิงใส่นายวสันต์เป็นทหารที่ประจันหน้ากันอยู่
โดยคลิปวีดีโอที่พรรคเพื่อไทยตรวจสอบนั้น จะเห็นว่าทหารยิงใส่ผู้ชุมนุมถึง 9 นัด และมีผู้เสียชีวิต 2 คน คือ นายวสันต์ที่เสียชีวิตคาที่ โดนยิงที่ท้ายทอยด้านหลังซ้าย และที่ขาซ้ายทะลุขาขวา และนายสยาม วัฒนานุกูล โดนยิงเข้าด้านหลัง ทะลุหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ช่องอก เลือดออกมากจนเสียชีวิต
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวว่า วันนี้ ศอฉ.ใช้ทีมงานโฆษณาชวนเชื่อมืออาชีพ โดยจะประชุมกันทุกวันเวลา 10.00 น.เล่าเรื่องว่าความรุนแรงทั้งหมด เกิดจากการกระทำของผู้ก่อการร้ายที่แฝงตัวอยู่ในกลุ่มผู้ชุมนุม เพื่อให้รัฐบาลใช้เป็นข้อมูลในการกล่าวหาแกนนำ นปช. เพื่อสร้างความชอบธรรมในการยกระดับปฏิบัติการจัดการกับกลุ่มคนเสื้อแดง และจากข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น พรรคเพื่อไทยขอเรียกร้องให้รัฐบาลรับผิดชอบในการสั่งการ จนเป็นเหตุให้ประชาชนเสียชีวิต และเลิกโกหกหลอกลวงสร้างเรื่องกล่าวหาคนอื่น เพราะรัฐบาลกำลังใช้ผู้บริสุทธิ์เป็นเครื่องมือ หาข้ออ้างเพื่อใช้กำลังเข่นฆ่าประชาชนรอบสอง ซึ่งเป็นเรื่องที่อันตรายมาก และเชื่อว่าประชาชนที่เป็นเหยื่อในการสังหารโหด จะไม่ยอมให้นายสุเทพ หรือ นายอภิสิทธิ์ หรือ ใครก็ตามลอยนวล โดยปราศจากความรับผิดชอบเช่นนี้ และ ขอเตือนไปยัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ที่รัฐบาลโยนความรับผิดชอบมาให้ท่านในขณะนี้ว่า อย่าเป็นเครื่องมือให้ใคร หรือยอมเป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือด ควรที่จะอยู่เคียงข้างประชาชนตลอดไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการแถลงข่าว น.อ.อนุดิษฐ์ได้นำคลิปวีดิโอเหตุการณ์ที่นายวสันต์ถูกยิงเสียชีวิตที่ ศอฉ.ใช้ประกอบการแถลงข่าวมาเปิดซ้ำ พร้อมอธิบายความจริงอีกมุมหนึ่ง และระบุด้วยว่า มีการยิงปืนมาจากฝ่ายทหาร 9 นัด ขณะเดียวกันก็นำคลิปวีดิโอในเหตุการณ์เดียวกัน แต่ถ่ายจากฝั่งด้านหลังของทหาร มาชี้แจงต่อสื่อมวลชนว่า มีภาพทหารนำปืนประทับบ่ายิงมายังกลุ่มผู้ชุมนุม 9 นัด
ด้าน นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยขอขอบคุณเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน ที่กล้ายึดหลักความจริง มีคุณธรรมในการปฏิบัติหน้าที่ กล้าเปิดเผยข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา แต่ขอเรียกร้องไปยังกระทรวงสาธารณสุข และสถาบันการแพทย์ทั้งหลาย ให้กล้าพูดความจริง เพราะที่ผ่านมา พรรคได้รับเรื่องร้องเรียนจำนวนมากว่า แพทย์บางคนยังปกปิดข้อเท็จจริงต่อญาติ เช่น ผู้บาดเจ็บรายหนึ่งในวันที่ 10 เม.ย. เข้ารักษาที่รพ.ตากสิน ญาติพยายามถามว่าผู้บาดเจ็บโดนยิงใช่หรือไม่ แต่แพทย์ผู้รักษากลับบอกว่า ไม่ได้โดนยิงจากอาวุธจริง แค่โดนแทงและเย็บปิดแผลไว้ โดยผู้บาดเจ็บมีอาการโคม่า ต่อมาญาติตัดสินใจส่งตัวไปยังรพ.เอกชน ซึ่งแพทย์เอกซเรย์แล้วระบุว่าโดยยิงจากกระสุนปืน และจนถึงตอนนี้กระสุนยังฝังในอยู่ และยังระบุอีกว่าหากช้าไปนิดเดียวอาจเสียชีวิต เพราะภาวะเลือดตกในช่องท้องได้ พรรคเพื่อไทยจึงขอเรียกร้องให้สถาบันการแพทย์ ดำเนินการตรวจสอบจริยธรรม และจรรยาบรรณของแพทย์บางคนด้วย
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคเพื่อไทยได้นำจดหมายของ น.ส.สิรดารัตน์ สิริกุลวาณิชย์ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 ร.ร.สตรีวัดมหาพฤฒาราม ลูกสาวของนายอนันต์ สิริกุลวาณิชย์ อายุ 54 ปี ที่เป็นการ์ดนปช.ในเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารกับผู้ชุมนุมในวันที่ 10 เม.ย. ส่งผลให้นายอนันต์บาดเจ็บ ทุพพลภาพ ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ พูดไม่ได้ และอาจจะต้องใช้เครื่องช่วยหายใจไปตลอดชีวิต เล่าถึงผลกระทบจากกรณีที่บิดาประสบเคราะห์กรรมดังกล่าว ทำให้ครอบครัวได้รับความเดือดร้อนลำบาก มาแจกจ่ายต่อสื่อมวลชน
โดยน.ส.สิรดารัตน์ระบุว่า จากเดิมที่ครอบครัวมีรายได้น้อยอยู่แล้ว ยังต้องขาดรายได้ในส่วนของบิดาไป มารดาต้องหยุดทำงานเพื่อมาดูแลรักษาบิดา ซ้ำยังต้องมีค่าใช้จ่ายสำหรับค่ารักษาพยาบาลค่อนข้างมาก ประกอบกับตัวเองจะต้องเดินทางไปประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อศึกษาในโครงการนักเรียนทุนแลกเปลี่ยนเป็นเวลา 1 ปี จึงมีความกังวลมาก เกรงว่าระหว่างที่ตนไม่อยู่จะไม่ได้รับการช่วยเหลือ จึงเขียนมาขอความเมตตาช่วยเหลือจากบุคคลหรือหน่วยงานที่ได้อ่านจดหมายนี้


