WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Sunday, May 16, 2010

การ์ตูน เซีย 15/05/53

ที่มา ไทยรัฐ

การ์ตูน เซีย 15/05/53

จี้ทหารหยุดยิง มตินปช.ยินดีเจรจารัฐ

ที่มา ไทยรัฐ

แกนนำนปช.เรียกร้องให้รัฐบาลสั่งทหารยุติการยิง และถอนกำลังออกจากพื้นที่เพื่อยุติเผชิญหน้า พร้อมเดินหน้าเข้าสู่การเจรจาทันทีโดยมียูเอ็นเป็นคนกลางในการเจรจา...

วันที่ 16 พ.ค.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.กล่าวแถลงข่าวภายหลังแกนนำนปช.ได้ร่วมประชุมหารือถึงแนวทางยุติปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ โดยระบุว่า นปช.มีความรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งสำหรับบรรยากาศบ้านเมืองในเวลานี้ที่เห็นการต่อสู้ทางการเมืองได้ถูกเปลี่ยนและกลับกลายเป็นยุทธการทางทหารโดยที่รัฐบาลภายใต้การสั่งการของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ที่สั่งให้ทหารใช้กำลังใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ซึ่งประกอบด้วยกระสุนปืนมาเผชิญหน้ากับประชาชนจนเกิดปะทะการบาดเจ็บและเสียชีวิตและขณะนี้สถานการณ์ได้บานปลายโดยไม่มีทีท่าว่าจะควบคุมให้อยู่ในความสงบได้

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า ประเด็นสำคัญเวลานี้ไม่ได้อยู่ที่เรื่องของว่ารัฐบาลจะสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์หรือไม่แต่ประเด็นอยู่ที่รัฐบาลได้นำกำลังทหารมาล้อมรอบพื้นที่การชุมนุมเพื่อกดดันพี่น้องประชาชนที่จะเดินทางมาเรียกร้องตามวิถีหลักประชาธิปไตยไม่ให้สามารถเดินทางมาชุมนุมที่ราชประสงค์ได้ จนในที่สุดก็เกิดการปะทะและบานปลายกลายเป็นการเทำร้ายประชาชนในที่สุด นปช.จึงอยากให้รัฐบาลทบทวนกับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะเหตุการณ์การเข้ามาสลายการชุมนุมของรัฐบาลที่นายอภิสิทธิ์กล่าวว่าต้องการให้เกิดการสูญเสียน้อยที่สุดกลายเป็นมากที่สุดในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของคนไทยไปแล้วเพระามากว่าเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 ไปแล้ว สิ่งที่รัฐบาลจำเป็นต้องทำมากที่สุดคือยุติการสูญเสียของประชาชน โดยสาระสำคัญอยู่ที่รัฐบาลต้องหยุดยิงกระสุนใส่ประชาชนและหยุดใช้สื่อสารมวลชนของรัฐกล่าวหาว่าประชาชนว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่ไม่มีหลักฐาน

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมแกนนำนปช.มีมติตรงกันว่าภาระเร่งด่วนที่ต้องเร่งทำในเวลานี้เพื่อยุติการสูญเสียและการบาดเจ็บของประชาชนดดยเร็วที่สุด โดยข้อต่อสู้ทางการเมืองข้อเรียกร้องต่างๆ เป็นเรื่องที่ต้องเอาไว้ภายหลัง แต่สิ่งสำคัญที่สุดเวลานี้คือรัฐบาลต้องหยุดปฎิบัติการยิงใส่ผู้ชุมนุมและถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ทุกจุดที่เกิดการปะทะกันอยู่ในช่วงเวลานี้เพื่อเห็นแก่ชีวิตของพี่น้องประชาชนทุกคนมากกว่าผลแพ้-ชนะทางการเมือง หากว่ารัฐบาลได้หยุดปฎิบัติการเผชิญหน้ากับผู้ชุมนุมเมื่อใด นปช.แดงทั้งแผ่นดินก็พร้อมที่จะเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการเจรจาตามแผนปรองดองโดยสันติวิธีเพื่อหาทางออกจากวิกฤตินี้

ทั้งนี้ นปช.ขอเรียกร้องให้องค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น เข้ามาเป็นคนกลางในการดำเนินการเจรจาเพื่อคลี่คลายปัญหาวิกฤติการณ์ในครั้งนี้ เพราะไม่เห็นว่าจะมีองค์กรในประเทศไทยที่มีท่าทีตรงไปตรงมาและมีความยุติธรรมเพียงพอเท่ากับยูเอ็น นปช.ไม่มมีเงื่อนไขอื่นยินดีที่จะเดินเข้าสู่กระบวนการเจรจาตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปโดยมียูเอ็นเป็นคนกลาง เพราะนปช.ต้องการให้ประเทศไทยสงบจากเสียงปืน เสียงระเบิด ทันที หากรัฐบาลมีความประสงค์อย่างไรก็ขอให้ส่งสัญญาณผ่านสื่อสารมวลชนมาโดยทันที แต่หากต้องการประสงค์ที่จะดำเนินการนี้ต่อไป นปช.แดงทั้งแผ่นดินพร้อมที่ยอมรับวิธีการของนายอภิสิทธิ์อยู่ที่เวทีราชประสงค์ต่อไป

จบม็อบไม่ได้ รัฐบาลหมดสภาพ

ที่มา ไทยรัฐ

โรดแม็ป 5 ข้อ เพื่อความปรองดองแห่งชาติ

ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศออกมาช่วงต้นเดือนพฤษภาคม เพื่อแก้ปัญหาความขัดแย้งทาง
การเมือง คลี่คลายวิกฤติม็อบเสื้อแดง

ทั้งเรื่องการปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ การปฏิรูปประเทศ สร้างความเป็นธรรมในสังคม สร้างกลไกอิสระในการเสนอข้อมูลข่าวสารของสื่อมวลชน

การตั้งคณะกรรมการอิสระเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริงเหตุการณ์รุนแรงในช่วงที่มีการชุมนุมของม็อบเสื้อแดง

และการแก้ไขกติการัฐธรรมนูญให้เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย ให้ความเป็นธรรมกับนักการเมืองที่ถูกตัดสิทธิทางการเมือง

เพื่อนำความสงบสุขกลับคืนสู่สังคม และเมื่อบ้านเมืองกลับสู่ความสงบก็พร้อมที่จะให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน 2553

ทุกฝ่ายในสังคมให้การขานรับ เพราะมองว่าเป็นช่องทางที่จะทำให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากวิกฤติ

ไม่เว้นแม้แต่แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) หัวหอกม็อบเสื้อแดง ก็ออกมาตอบรับแผนปรองดอง

บรรยากาศที่เกิดขึ้น ทำให้ผู้คนส่วนใหญ่ในสังคมเริ่มหายใจด้วยความโล่งอก

เพราะอยากให้การชุมนุมของม็อบเสื้อแดงยุติลงแบบสันติ อยากให้ประเทศชาติบ้านเมืองกลับสู่ความสงบ

ไม่อยากให้มีสถานการณ์ความรุนแรง หรือการสูญเสียชีวิตเลือดเนื้อของคนไทยด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายผู้ชุมนุมหรือเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ

สังคมคาดหวังว่าปัญหาความขัดแย้งจะยุติลงด้วยดี ทุกฝ่ายจะได้กลับมาใช้ชีวิตทำมาหากินกันตามปกติเสียที

แต่ผ่านมา 2 สัปดาห์ สิ่งที่สังคมมุ่งหวังต้องการจะเห็นก็ยังไม่เกิดขึ้น

เพราะแกนนำม็อบยังมีเงื่อนไขต่างๆ ตามมาไม่หยุดหย่อน

เริ่มตั้งแต่การคาดคั้นให้นายกฯอภิสิทธิ์ประกาศวันยุบสภาออกมาชัดๆ ทั้งที่มีการประกาศกรอบวันเลือกตั้งอย่างชัดเจนแล้วว่า

ถ้าทุกฝ่ายเข้าร่วมแผนปรองดอง บ้านเมืองกลับเข้าสู่ความสงบ ทุกพรรคสามารถไปหาเสียงได้ทุกพื้นที่ รัฐบาลพร้อมจะจัดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน

นั่นก็หมายถึงห้วงเวลายุบสภาตามเกณฑ์รัฐธรรมนูญจะอยู่ในช่วงวันที่ 15-30 กันยายน ซึ่งแกนนำม็อบก็รู้อยู่แก่ใจ แต่ยังทำเป็นไขสือ

ก่อนพลิกเงื่อนไขใหม่ มีมติยอมรับวันเลือกตั้ง 14 พฤศจิกายน ไม่ติดใจห้วงยุบสภา 15-30 กันยายน

แต่ตั้งเงื่อนไขให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะ ผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ไปมอบตัวกับตำรวจกองปราบฯกรณีสั่งใช้กำลังในเหตุการณ์ 10 เมษายน ถึงจะยุติการชุมนุมม็อบเสื้อแดงที่แยกราชประสงค์

เล่นแง่หยุมหยิม ยื้อเวลา ยื้อม็อบ

จนทำให้นายกฯอภิสิทธิ์ออกมาประกาศว่า แผนปรองดองไม่มีเรื่องที่ต้องต่อรองกัน เมื่อแกนนำกลุ่ม นปช.ไม่ยุติการชุมนุม ก็ยังเดินหน้าในแผนปรองดอง 5 ข้อ

แต่ก็ไม่จำเป็นที่ต้องกำหนดให้มีการเลือกตั้งในวันที่ 14 พฤศจิกายน เพราะแกนนำ นปช. ไม่ตอบรับ ทำให้บ้านเมืองไม่สงบ และทำให้เหตุการณ์ยืดเยื้อต่อไป

ยกเลิกเงื่อนเวลายุบสภาและการจัดเลือกตั้งใหม่

พร้อมส่งสัญญาณเข้มให้ ศอฉ.ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายกับกลุ่มม็อบเสื้อแดง เพื่อคืนความเป็นปกติและความสงบให้ประชาชนโดยเร็วที่สุด

"ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ" ขอชี้ว่า การที่แกนนำกลุ่ม นปช. ตั้งเงื่อนไขหยุมหยิม ไม่ยอมยุติการชุมนุมเพื่อเข้าสู่แผนปรองดอง

เหตุผลหลักๆ ก็เพราะยังไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการอย่างแท้จริง

นอกเหนือจากการยุบสภา เลือกตั้งใหม่

และไม่ใช่แค่เรื่องการขอประกันตัวของแกนนำในคดีต่างๆ อย่างที่เป็นข่าวกระเส็นกระสายเท่านั้น

ทั้งนี้หากมองย้อนกลับไปดูกันที่จุดเริ่มของม็อบเสื้อแดงที่ชุมนุมขับไล่รัฐบาลในครั้งนี้ ชัดเจนว่าเริ่มมาจากปัญหาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

ที่ถือเป็นเจ้าของมวลชนเสื้อแดงตัวจริง และเป็นผู้บัญชาการเกมผ่านแกนนำกลุ่ม นปช.มาตั้งแต่ต้น

มีการแสดงออกในการปลุกกระแสมวลชนให้ออกมาต่อสู้เพื่อทวงความเป็นธรรมให้กับตัวเขาทั้งการโฟนอินและวีดิโอลิงก์อย่างต่อเนื่อง

แม้ช่วงหลังพยายามลดบทบาทในทางเปิด เพื่อหลีกเลี่ยงข้อครหาว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังบงการม็อบ แต่แกนนำกลุ่ม นปช.หลายคนก็ยังออกมาให้ข้อมูลว่า มีการติดต่อโทรศัพท์พูดคุยกับ "ทักษิณ" อยู่ตลอด

ทั้งนี้ในช่วงที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณเคยใช้ยุทธศาสตร์ฐานการเมือง คือพรรคเพื่อไทย และฐานมวลชนกลุ่มม็อบเสื้อแดงในการเคลื่อนไหวต่อสู้คู่ขนานกันทั้งในสภาและนอกสภา

แต่มาถึงขณะนี้เมื่อไม่ใช้กลไกเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจในสภา จึงไม่มีความจำเป็นต้องใช้พรรคเพื่อไทยในการต่อสู้

หันมาใช้ม็อบเสื้อแดงขับเคลื่อนต่อสู้นอกสภาเป็นหลัก

แต่ลำพังการกดดันให้มีการยุบสภา โดยนายกฯอภิสิทธิ์เสนอแผนปรองดอง พร้อมกำหนดวันเลือกตั้ง 14 พฤศจิกายน

"นายใหญ่" ที่เป็นเจ้าของมวลชน ไม่ได้ประโยชน์อะไรจากแผนปรองดอง

ไม่ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ ทั้งเรื่องการนิรโทษกรรมและการทวงคืนทรัพย์สิน

ไม่คุ้มกับที่ลงทุนไป

ตรงนี้จึงเป็นเหตุผลใหญ่ทำให้แกนนำ นปช.ที่ออกมาตอบรับแผนปรองดองของนายกฯอภิสิทธิ์ พลิกท่าที เสนอเงื่อนไขหยุมหยิม

ยื้อม็อบ ไม่ยอมสลายการชุมนุมที่แยกราชประสงค์

ในขณะที่ยังมีกองกำลังที่ไม่เปิดเผยตัว แฝงเข้ามาปฏิบัติการอยู่ในกลุ่มม็อบเสื้อแดง ทำให้แกนนำม็อบไม่ยุติการชุมนุม

ขณะเดียวกัน แกนนำสายฮาร์ดคอร์ก็ออกมาแสดงบทบาทการนำในม็อบมากขึ้น

ถึงขั้นเตรียมวางตัวแกนนำรุ่น 2 ขึ้นมานำม็อบแทน หากแกนนำรุ่นหนึ่งยอมรับแผนปรองดองยุติการชุมนุม

เมื่อสถานการณ์เดินมาสู่จุดพลิกผัน แผนปรองดองของนายกฯอภิสิทธิ์สะดุดชะงัก แกนนำม็อบเสื้อแดงไม่ยอมยุติการชุมนุม

ความหวังของสังคมที่เห็นด้วยกับแผนปรองดอง ต้องการให้ความขัดแย้งยุติลงอย่างสันติ อยากเห็นความสงบเกิดขึ้นในบ้านเมืองโดยเร็ว

สถานการณ์ไม่เป็นไปอย่างที่คาดหวัง

ทำให้แรงกดดันทั้งหมดกลับมาอยู่ที่รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงเต็มๆ

จนนายกฯอภิสิทธิ์ต้องออกมาประกาศยกเลิกกำหนดการเลือกตั้ง 14 พฤศจิกายน ตามแผนปรองดอง

พร้อมเปิดไฟเขียวให้ ศอฉ.ดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นกับม็อบเสื้อแดง เพื่อคืนความสงบสุขให้บ้านเมือง

โดย ศอฉ.ก็รับลูกทันที ด้วยการประกาศส่งกำลังทหารพร้อมอาวุธเข้าปิดล้อมเส้นทาง รอบบริเวณสี่แยกราชประสงค์

พร้อมประกาศพื้นที่สถานการณ์ฉุกเฉินเพิ่มรวม 15 จังหวัด ทั้งภาคกลาง ภาคเหนือ และภาคอีสาน

เพื่อสกัดกั้นแนวร่วมคนเสื้อแดงเข้ามาสมทบในกรุงเทพมหานคร

และสถานการณ์ความรุนแรงเริ่มปะทุขึ้นอีกระลอก เมื่อเกิดเหตุลอบยิง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ผู้ทรงคุณวุฒิกองทัพบก แนวร่วมฮาร์ดคอร์คนสำคัญของม็อบเสื้อแดง

กระสุนทะลุหัว อาการสาหัสปางตาย

ตามด้วยเหตุการณ์ปะทะระหว่างกลุ่มผู้ชุมนุมม็อบเสื้อแดงกับทหารที่เคลื่อนกำลังตั้งด่านปิดเส้นทางรอบสี่แยกราชประสงค์

ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บอีกหลายสิบราย

ปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายเข้ม เคลื่อนกำลังทหารปิดล้อมม็อบเสื้อแดง เพื่อขอคืนพื้นที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ของทางรัฐบาลและ ศอฉ.

เพื่อคืนความสงบให้บ้านเมือง และคืนชีวิตความเป็นปกติสุขให้แก่ประชาชน

จะบรรลุผลแค่ไหน และสุดท้ายสถานการณ์จะจบลงอย่างไร เป็นเรื่องที่ต้องติดตามกันแบบนาทีต่อนาที

แต่สิ่งที่ทุกคนภาวนาก็คือ ไม่อยากให้เกิดความสูญเสีย ไม่ว่ากับฝ่ายใดทั้งสิ้น เพราะทุกคนล้วนเป็นคนไทย สายเลือดเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์วิกฤติม็อบเสื้อแดงที่มีการชุมนุมขับไล่รัฐบาลยืดเยื้อมากว่า 2 เดือน

และมีการยึดสี่แยกราชประสงค์ ศูนย์กลางธุรกิจสำคัญของประเทศ เป็นเวลาเดือนครึ่ง

สร้างความเสียหายด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเป็นมูลค่ามหาศาล ภาพพจน์ของประเทศย่อยยับแหลกลาญ

สร้างผลกระทบความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนที่ใช้ชีวิตและทำมาหากินในเมืองหลวง เป็นวงกว้าง

ที่สำคัญ ต้องยอมรับว่าวิกฤติม็อบครั้งนี้ มีความรุนแรงและเนิ่นนาน จนผู้คนในสังคมหมดความอดทน

แรงกดดันจากสังคมจึงกระแทกกลับไปที่รัฐบาล ในฐานะผู้กุมอำนาจบริหารราชการแผ่นดิน ควบคุมกลไกรัฐ
และฝ่ายความมั่นคง

ตั้งคำถามเชิงวิพากษ์ รัฐบาลมีศักยภาพในการจัดการเพื่อทำให้สี่แยกราชประสงค์และบ้านเมือง กลับสู่ความสงบเป็นปกติสุขได้หรือไม่

ถ้าไม่สามารถทำให้ม็อบกลับบ้านได้

นายกฯอภิสิทธิ์และรัฐบาลชุดนี้ ก็ควรกลับบ้านแทน.

"ทีมการเมือง"

24 ศพแล้ว! เก็บตกยุคฆาตกรครองเมือง

ที่มา ประชาไท


ตกลงตอนนี้กี่ศพแล้ว 24 หรือ 25 ณ เวลานี้ (15.44น. ของวันที่ 16 พฤษภาคม 53) และบวกอีก 20 เท่าไหร่ศพ ที่ถูกฆ่าในวันที่ 10 เมษายน และอีกกี่ศพที่ตายระหว่าง 10 เมษา ถึงก่อนวันที่ 13 เมษายน จนถึงวันนี้ มีใครยังจำจำนวนได้อย่างขึ้นใจไหม หรือสิ่งเหล่านี้เป็นเพียงตัวเลขที่น่าสับสน และสลด

1. เป็นเพียงตัวเลข ?
เราจะรอนับจำนวนศพและผู้บาดเจ็บที่มากขึ้นไปเรื่อยๆ เหมือนดูตัวเลขที่เป็นเพียงตัวเลข แต่หาใช่ตัวมนุษย์ที่มีเลือดเนื้อ มีรัก มีชัง มีญาติ มีครอบครัว และมีเพื่อน เช่นนั้นหรือ?

2. สื่อที่เปี่ยมด้วยเมตตาธรรมและความเป็นกลาง
สุมิตรา จันทร์เงา เขียนบทความลงใน D life magazine ของหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับวันที่ 3 พฤษภาคม 2553 หน้า 19 ไว้ตอนหนึ่งว่า “อยากให้ประเทศได้ผ่านเหตุการณ์นี้ไปโดยเร็ว ทุกคนจะได้สบายใจ และอย่าได้เศร้าสลดใจกับความสูญเสีย เพราะพวกเขาเลือกที่จะมากันเอง”

3. 25 ศพแล้ว หัวใจคุณอยู่ไหน?
จะทำอะไรได้บ้าง ณ เวลานี้

4. ข้อสังเกตของนักร้องเสื้อแดงบนเวที
เวลา 14.37 น. วันอาทิตย์ที่ 16 พฤษภาคม นักร้องชายคนหนึ่งบนเวทีใหญ่แยกราชประสงค์กล่าวว่า “ถ้าไม่โหดร้ายสุดๆ คงจะเปิดหน้ากาก หน้ากากบางอันไม่ได้ . . . ไม่ใช่เราเห็นคนเดียว แต่โลกทั้งโลกเห็น วันตาสว่างแห่งประเทศไทยใกล้เข้ามาถึงแล้วพี่น้อง”
นักร้องคนนี้หมายถึงหน้ากากใคร? คิดเอาเอง

5. จาก “เบาไปหนัก” รอบสอง
รถฉีดน้ำใส่มวลชนหายไปไหน รถแผดเสียงใส่แก้วหูที่เรียกว่าแอลแรด ไปจอดไว้ที่ใด แม้แก๊สน้ำตาก็แทบไม่ใช้ ตำรวจปราบจลาจลอยู่ที่ไหน ... ความเป็นมนุษย์ของพวกคุณอยู่หนใด?

6. เสียงวิทยุเหลือง 97.75 เมื่อเช้าวันที่ 16 พฤษภา ว่าด้วยนายณัฐวุฒิ ไสยเกื้อ และสถานการณ์คับขัน
“ก็ช่วยไม่ได้ อยากเป็น ส.ส. ไม่รู้จะได้เป็นหรือเปล่า ถ้ามีชีวิตรอดต่อไปก็รอดูกันนะ ... แต่ผมได้ข่าวว่า เจ้าหน้าที่จะใช้วิธีจัดการไอ้ตู่ ไอ้เต้น แต่ผมจะไม่บอกมัน”

7. ยี่สิบกว่าศพที่ตายคือผู้ก่อการร้าย?
ฆ่ามาสามวันแล้ว ถ้าพวกนั้นมีอาวุธหนักจริง ทำไมทหารไม่ตายเลย แต่ผู้เสียชีวิตทั้งหมดกลับเป็นประชาชน

8. ขอทีเถอะ!
คุณจะใช้คำว่าอะไรก็ตามแต่ “ขอคืนพื้นที่” หรือ “กระชับวงล้อม” แต่รัฐบาลและคนที่ยังเรียกตนว่าเป็นนายกฯ ปฏิเสธไม่ได้ว่า คนตายไปกว่า 50 ชีวิตแล้ว ความรับผิดชอบของพวกคุณอยู่ไหน?

9. ใครทำอะไรได้?
ใครทำอะไรได้โปรดทำ เพื่อหยุดยั้งการเสียชีวิตคนเพิ่ม

10. คำเตือนจากวิทยุเสื้อแดง 101.25
ดร.พงษ์อัมพร บรรดาศักดิ์ ผู้ดำเนินรายการหลักประจำสถานีกล่าวเตือนว่า ประชาชนเสื้อแดงที่จะไปร่วมม็อบ ห้ามหิ้วกระเป๋าสะพายบ่า “เข้าจะนึกว่าเราพกอาวุธ เขาส่องเลย เขานึกว่าเรามีอาวุธ ... ผมดูภาพทางอินเทอร์เน็ต ผมรับไม่ได้จริงๆ”
พงษ์อัมพรยังพูดเรื่องที่ พล.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด พูดว่า คนเสื้อแดงทำร้ายกันเองตายนั้นว่า “ยิ่งกว่าตลกเชิญยิ้มอีก”

11. ข้อสังเกตจากเพื่อน
เพื่อนบอกว่า คนเสื้อเหลืองในโลกไซเบอร์ที่ “ไม่ชอบความรุนแรง”มักโพสข้อความว่า “หยุดเถอะคนเสื้อแดง กลับบ้านเถอะ” แล้วเพื่อนบอกต่อว่า “ทำไมไม่บอกว่าให้ทหารหยุดยิงวะ”

12. จัดเสวนา
เมื่อเช้าวันนี้ ได้ข่าวว่า ที่คณะนิติศาสตร์มีงานเสวนาเรื่อง “จะหยุดความรุนแรงได้อย่างไร” หลังฆ่ากันมาแล้ว 3 วัน
มาช้าดีกว่าไม่มา?

13. สถานีที่เสื้อแดงเกลียด?
นายชาติ พัฒนกุลการกิจ ผู้สื่อข่าวทีวีไทย รายงานทางโทรศัพท์จากพื้นที่ปะทะที่สามเหลี่ยมดินแดงเมื่อเวลา 12.35น.ของวันที่ 16 เกี่ยวกับการที่ประชาชนถูกยิงว่า “ทางทหารเองก็ไม่ได้แยกแยะ อันนี้เป็นสื่อ เป็นเจ้าหน้าที่”

14. เสียงหลุดจากหลังไมค์วิทยุเสื้อแดง 97.25
หลุดออกเวลา 16.02น. ของวันที่ 16 พฤษภาคม “ตอนนี้คนเขากลัวกัน เราต้องพูดให้เขาหายกลัว”

15. เสียงโฟนอินของหญิงเสื้อแดงเข้าสถานีวิทยุเสื้อแดง 101.25
“ไม้ไผ่อันเดียวหักได้ ถ้าสาม สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า สิบ เขาหักเราไม่ได้ อย่าไปกลัวตาย วันหนึ่งก็ตาย แต่เราสู้เพื่อชนะ ไม่ใช่สู้เพื่อตาย

16. ผู้นำเสื้อแดงบอกมาว่า . . .
นายจรัล ดิษฐาอภิชัย กล่าวกับผู้เขียนและนักวิชาการ กับนักกิจกรรมเพื่อสังคมอีก 3-4 คน เมื่อเย็นวันพฤหัสที่ 13 พฤษภาคม ว่า “การเมืองไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าเราจะแพ้หรือชนะ เชื่อเถอะ good old days ไม่มี วันคืนอันชื่นหวาน ยุคทองไม่มี ... สังคมสมานฉันท์ไม่มี”
นายจรัลบอกว่า การต่อสู้คงยังมีต่อไป อย่างน้อยก็อีกห้าปี “แนวโน้มการต่อสู้จะไม่เหมือนก่อนอีกต่อไปแล้ว ใครคิดว่า กลับบ้านแล้วไม่มีอะไรต่อมันไร้เดียงสา เขาจะไปตามบี้คุณ มันสู้กันมาสี่ปีแล้ว จะจบง่ายๆ ได้ไง และยิ่งอยู่ต่อก็ยิ่งถูกจับ เมื่อเราเข้าร่วมการต่อสู้แบบนี้มันไม่ง่ายแล้ว ต้องสู้กันต่อ สู้อีกสองปี สามปี สิบปี ด้วยความเสียสละ ถูกจับกุม คุมขัง หรือถูกฆ่า ทุกวันนี้ออกไป ดีไม่ดีก็ถูกทหารจับซ้อม เอาปืนจ่อหัว”

ใบตองแห้ง...ออนไลน์: ใบอนุญาตฆ่า โดยคนชั้นกลาง

ที่มา ประชาไท


ศอฉ.แถลงว่าทหารไม่ได้สังหารประชาชน เป็นเพราะ “ผู้ก่อการร้าย” ยิงใส่ทหาร แต่บังเอิ๊ญไปถูกพวกเสื้อแดงตายเรียบ 24 คน บาดเจ็บอีก 187 โดยทหารเจ็บแค่ 2-3 คน “ผู้ก่อการร้าย” มือแม่นเสียกระไร

M79 ก็ไม่ใช่เรายิง ทหารเราไม่เคยใช้ M79 เพราะ M79 ถูกผู้ก่อการร้ายยึดไปหมดแล้ว มี M79 ยิงครั้งไรแสดงว่าเป็นผู้ก่อการร้ายไม่ใช่ทหารหรือคนของรัฐ ต่อให้ยิงเวทีเสื้อแดงก็เหอะ

โห “ผู้ก่อการร้าย” ที่ไหนครับที่จ้องยิงหัวพวกตัวเอง ถ้าเขาต้องการจุดชนวนหรือทำให้เรื่องบานปลาย เขาก็ต้องยิงทหารเพื่อให้ทหารเกิดความโกรธแค้นยิงประชาชน วิธีการแบบนี้ใช้กันมาตั้งแต่ 14 ตุลาโน่นแล้ว

อย่าบิดเบือนเลยว่าเป็นฝีมือของ “ผู้ก่อการร้าย” ถูกละ มีมวลชนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งถูกยิงจากสไนเปอร์ในที่สูง แต่ก็มีมวลชนจำนวนหนึ่งถูกยิงจากทหาร ตามภาพข่าวสำนักข่าวต่างประเทศที่เห็นกันชัดๆ แต่เมืองไทยไม่เห็น (เหมือนพฤษภา)

แล้วถามว่าสไนเปอร์ที่อยู่ในที่สูงเป็นคนของใคร ในเมื่อ ศอฉ.บอกว่าส่งคนขึ้นไปควบคุมที่สูงหมดแล้วเพื่อป้องกันไม่ให้มี“ชายชุดดำ” มายิงทหาร สไนเปอร์ที่เลือกยิงเฉพาะมวลชนเสื้อแดง ยังจะเป็นคนของเสื้อแดงอีกหรือ

ตามข่าวที่บอกต่อกันในมวลชนเสื้อแดง จุดที่มีการเข่นฆ่าประชาชนรุนแรงที่สุด มีสองจุด คือดินแดงกับซอยรางน้ำ ที่ดินแดงเป็นคนในชุดทหาร ส่วนที่รางน้ำผสมปนเปกัน แต่เขาตั้งข้อสังเกตว่าฆาตกรใน 2 จุดนี้ ดูเหมือนจะมีผู้บงการที่พูดภาษาเขมรคล่องปรื๋อ

นี่มวลชนเขายังมองทหารในแง่ดีนะ เขาบอกว่าทหารในจุดอื่นๆ ยังไม่โหดเหี้ยมเท่า “กองกำลังไม่ทราบฝ่าย” ใน 2 จุดนี้ โดยเฉพาะที่รางน้ำยิงไปทั่วแม้แต่คนไม่รู้อิโหน่อิเหน่

แต่พูดอย่างนี้ใช่ว่ารัฐบาลและ ศอฉ.จะปัดความรับผิดชอบได้ เพราะถ้ามีกองกำลัง(ไม่)ทราบฝ่ายสอดแทรกเข้ามาสังหารประชาชนจริง ทรราชย์ออกซ์ฟอร์ดและ ศอฉ.ก็ต้องปกป้องชีวิตประชาชน ต้องปราบปรามกองกำลังเถื่อนที่ว่านั้น สับเปลี่ยนกำลังทหารที่ไว้วางใจได้เข้าไปควบคุมพื้นที่

ไม่ใช่ออกมาบิดเบือนว่าเป็น “ผู้ก่อการร้าย” ของฝ่ายเสื้อแดงเอง (หรืออ้างว่ามีชาวบ้านบางระจันที่ไม่พอใจม็อบลากปืนออกมาซุ่มยิง) แล้วตั้งหน้าตั้งตาจะสลายมวลชนให้ได้ โดยมีกองกำลังเถื่อนเป็นตัวช่วย ไม่รู้ไม่เห็นไม่รับผิดชอบ ไม่ว่าประชาชนจะถูกฆ่าตายสักเท่าไร

ที่ผมยกมาเล่าไม่ใช่เชื่อข่าวลือ แต่อย่างน้อยส่วนที่มีมูลความจริงคือ 2 จุดนี้เป็นจุดที่มีมวลชนถูกสังหารมากที่สุด มากกว่าทางคลองเตยที่เสื้อแดงประจัญหน้ากับทหารอยู่ด้วยซ้ำ (อาจเพราะทางคลองเตยมีผู้สื่อข่าวช่างภาพจำนวนมาก) ผมไม่ชอบวิเคราะห์อะไรตามข่าวพิสดาร ผมเรียกร้องความรับผิดชอบทางตรง คือเมื่อรู้ว่า 2 จุดนี้มีประชาชนถูกเข่นฆ่ามากที่สุด ทำไมรัฐบาลและ ศอฉ.ไม่ทำอะไรเลย ทำเหมือน “สมรู้ร่วมคิดกับผู้ก่อการร้าย”

คุณต้องรับผิดชอบ รัฐบาลต้องรับผิดชอบ ศอฉ.ต้องรับผิดชอบ ทหารต้องรับผิดชอบ ไม่ใช่บอกแต่ว่าเราไม่ได้ยิงประชาชน มีใครไม่รู้ยิง เราก็ไม่เกี่ยวไม่ข้อง ปล่อยให้มันยิงไป หรือโทษว่าพวกมันยิงกันเอง

เหตุเกิดในขณะที่คุณสั่งสลายการชุมนุม ใช้อำนาจตาม พรก.ฉุกเฉิน ควบคุมการปฏิบัติการทุกอย่าง จะไปโยนว่ากองกำลังไม่ทราบฝ่ายยิงผู้ชุมนุมได้อย่างไร

นี่ยังไม่พูดถึงที่ ศอฉ.ยอมรับว่าถ้ามวลชนเข้ามาในระยะประชิด อนุญาตให้ทหารยิงได้ แต่อ้างว่าใช้ปืนลูกซองยิงระดับต่ำ โห ในภาพข่าวต่างประเทศมันไม่เป็นอย่างนั้นเลย แล้วที่ไปติดป้ายว่า “เขตใช้กระสุนจริง” แปลว่าอะไร ใช้กระสุนจริงเฉพาะปืนลูกซองหรือ หวังว่าคงมีนายทหารขวัญใจ Maxim มาเขียนอธิบายในเฟซบุค

เหตุการณ์ 3 วันที่ผ่านมา ที่มีคนตาย 24 คน ยังแสดงให้เห็นถึงความ 2 มาตรฐานที่อุบาทว์บัดซบของสังคมไทย เมื่อเทียบกับเหตุการณ์วันที่ 7 ตุลา ที่มีคนตาย 2 คน (หนึ่งในนั้นตายเพราะระเบิดตัวเอง ถ้าประกอบระเบิดสำเร็จก็กลายเป็นผู้ก่อการร้ายตามนิยามของรัฐบาลนี้)

7 ตุลาตำรวจใช้ปืนยิงแก๊สน้ำตา ไม่ได้ใช้กระสุนจริง โดยไม่มีใครเคยรู้มาก่อนว่าปืนยิงแก๊สน้ำตาจะทำให้ประชาชนบาดเจ็บมากถึงเพียงนี้ ต่อมาภายหลังหมอผี (ขออนุญาตใช้คำของเสธแดง) จึงพิสูจน์ว่าปืนยิงแก๊สน้ำตาที่ซื้อจากจีนมีคุณภาพต่ำ ปปช.จึงต้องเลี่ยงไปเอาผิดสมชาย,พัชรวาทว่า แม้ตอนแรกจะไม่รู้ แต่เมื่อใช้แล้วมีคนบาดเจ็บสาหัส ก็ยังขืนใช้อยู่ ไม่ออกคำสั่งยกเลิกสลายการชุมนุม ถือเป็นความผิด

แต่นี่ ใช้กระสุนจริงตั้งแต่แรกเลยนะครับ ไม่ใช่ไม่รู้ว่าจะทำให้บาดเจ็บล้มตาย หรือ ปปช.จะอ้างว่ารัฐบาลได้คำสั่งศาลเป็นใบรับประกัน

เหตุการณ์ 7 ตุลาไม่ได้เริ่มต้นด้วยการใช้ความรุนแรงโดยเจตนาอย่างครั้งนี้ แต่พอมีการถ่ายทอดสดเห็นประชาชนบาดเจ็บ (ยังไม่มีคนตาย น้องโบว์ตายช่วงเย็น) ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้น อะโห ยังกะเตี๊ยมกันไว้ ตัวแทนคนชั้นกลาง ทั้งสื่อ ทั้งนักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชน อธิการบดี อาจารย์มหาลัย ราษฎรอาวุโส ราษฎรไม่อาวุโส องค์กรสถาบัน คณะกรรมการ สมาคมต่างๆ นับได้ 1,250 กลุ่มองค์กรละมั้งที่ออกแถลงการณ์ปลิวว่อนประณามรัฐบาล เรียกร้องให้ยุติสลายการชุมนุม

มากมายเสียจนผมจำไม่ได้ว่ามีกลุ่มองค์กรไหนบ้าง อาจจะมีแค่สมาคมผู้เลี้ยงนกถึดทือแห่งประเทศไทยละมั้ง ที่ไม่ทันออกแถลงการณ์ประณามกะเค้าด้วย

แต่ครั้งนี้ ผ่านไป 3 วันมีคนตายแล้ว 24 บาดเจ็บ 187 เงียบเป็นเป่าสาก! ตัวแทนคนชั้นกลางผู้มีคุณธรรมจริยธรรม นักวิชาการ นักสิทธิมนุษยชน สมาคมสื่อ ฯลฯ กลุ่มองค์กรเอี้ยอ่าสารพัด เย็บปากสนิท เอาหนังสือเตมีย์ใบ้คลุมหน้านอนหลับไม่รู้นอนคู้ไม่เห็น

นี่หรือคนชั้นกลางผู้เห็นอกเห็นใจคนจน เอาผ้าห่มเอาหนังสือไปแจกเด็กยากไร้ (อุตส่าห์ขี่รถโฟร์วีลไดรฟ์เอาไปให้ถึงเมืองปาย)

ถ้ามองโลกในแง่ดีหน่อย ก็ต้องบอกว่าดีเท่าไหร่แล้วที่คนชั้นกลางผู้รักษ์โลกไม่ออกมาประณามพวกไพร่แดงว่าเผายางรถยนต์ควันดำเหม็นคลุ้งก่อเกิดมลภาวะ

สื่อก็เหมือนกัน พาดหัวข่าวปะทะเดือด ตายเจ็บเท่านั้นเท่านี้ ปะทะที่ไหนวะ ปะทะมันต้องมีกำลังอาวุธเท่ากัน ไม่ใช่พลุ ประทัดยักษ์ กับเอ็ม 16 ปะทะที่ไหนที่มันตายข้างเดียว

ไม่เหมือน 7 ตุลาที่พาดหัวข่าวทันทีว่า “ทรราชย์” แต่ถ้ามองโลกในแง่ดีหน่อยก็ดีเท่าไหร่แล้วที่หนังสือพิมพ์บางฉบับไม่พาดหัวตัวโตๆว่า “สะใจ” (หัวรอง) “แดงถ่อยตายเกลื่อน”

ผมขยับจะเขียนเรื่องนี้ตั้งแต่เมื่อวานแต่ยักไว้หนึ่งวัน รอพิสูจน์ความอำมหิตของคนชั้นกลางลูกเสือชาวบ้าน ซึ่งตอนนี้ก็พิสูจน์แล้ว ว่าคนชั้นกลางร่วมออก “ใบอนุญาตฆ่า” ด้วยการเมินเฉย ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ไม่ข้องไม่เกี่ยว แต่ความจริงก็คือสนับสนุนอยู่ลึกๆ

โอเค อาจจะมีกลุ่มสันติวิธีออกแถลงการณ์ น้องคนหนึ่งในกลุ่มนั้นตัดพ้อว่าเขาโดนด่า เพราะตำหนิทั้งรัฐบาลและแกนนำเสื้อแดง ผมบอกว่าไม่ผิดหรอก ผมก็ตำหนิแกนนำเสื้อแดง แต่อย่าลืมว่าตอน 7 ตุลาไม่มีใครตำหนิแกนนำเสื้อเหลืองสักแอะ ทั้งที่เห็นอยู่ว่าจงใจยั่วยุให้สลายการชุมนุมเหมือนกัน

แต่ตอนนี้ คนชั้นกลางลูกเสือชาวบ้าน โยนความผิดทั้งหมดไปให้แกนนำเสื้อแดง หาว่าเอามวลชนมาเป็นโล่ห์มนุษย์ ใช้ชีวิตประชาชนต่อรอง เอ้าเฮ้ย ไม่ผิดหรอก แต่แกนนำเสื้อเหลืองก็เคยต่อรองจนยึดทำเนียบไม่โดนข้อหากบฎมาแล้ว จะพูดอะไรก็ย้อนดูพวกตัวเองมั่ง (เหมือนพวกแพทย์ออกมาตำหนิเสื้อแดงแห่ศพ ลืมไปแล้วว่าตอนนั้นเสื้อเหลืองก็จะเอาศพน้องโบว์มาแห่ ดีที่พ่อแม่เขาไม่ยอม)

ผมตำหนิแกนนำเสื้อแดง แต่ไม่เหมือนคนชั้นกลางลูกเสือชาวบ้านที่ตำหนิแกนนำเสื้อแดง เพียงเพื่อจะโยนบาปออกจากตัว แล้วก็ไปช็อปปิ้งหรือนอนดูละครหลังข่าว ไม่เกี่ยวกับกู ต้องโทษแกนนำโน่น มันพาคนมาตาย มันอยากให้คนตาย

จริงหรือ หรือว่าจริงๆ แล้วคุณไม่ได้สะเทือนใจอะไรเลยกับการที่ “ไพร่แดง” มันตายไป 24 คน มันไม่เหมือนน้องโบว์ ลูกคนชั้นกลาง เธอเพิ่งเรียนจบ มีอนาคตที่สดใส มีครอบครัวที่อบอุ่น เราสะเทือนใจมากเลยที่เธอต้องมาจบชีวิตลง คิดถึงหัวอกพ่อแม่ที่เลี้ยงดูประคับประหงมมา ฯลฯ

แต่ไอ้พวกนี้มันคนชั้นต่ำ แท็กซี่ สามล้อ แมงกะไซค์ ไม่มี story ไม่มีอนาคต ชีวิตเหมือนมดปลวก ไม่ตายวันนี้วันหน้ามันก็ซิ่งแมงกะไซค์ตาย อย่างนั้นใช่ไหม

ผมไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมา 3 วันจะจบลงอย่างไร แต่แน่ใจว่าสังคมไทยจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่ว่าจะฆ่ากันตายเกลื่อน ไม่ว่าจะจลาจลเผาบ้านเผาเมือง หรือต่อให้เจรจายุติชั่วคราว เพราะสถานการณ์มันผ่านเลยมาแล้ว คนตายไปมากพอที่จะสรุปได้ว่า ความอาฆาตแค้นในสงครามชนชั้นจะดำเนินต่อไป เป็นไฟเผาผลาญสังคมไทย ไม่ให้กลับมาสู่ความ“สงบ สันติ สามัคคี” แบบเดิมๆ อีก

โดยเฉพาะมวลชนคนเสื้อแดงคนจนคนชนบทเขาตระหนักแล้วว่าใครออก “ใบอนุญาตฆ่า” พี่น้องของเขา (บุคคลสาธารณะที่เป็นตัวแทนคนชั้นกลางต้องเลิกขึ้นแท็กซี่ไปตลอดชาติเลยนะมึง)

ถ้าเหตุการณ์นี้นำไปสู่ “มิคสัญญี” ที่เขย่าโลกอันแสนสุขสงบและพอเพียงของคนชั้นกลาง แม้ผมจะเป็นคนชั้นกลาง (ล่างๆ) คนหนึ่งที่จะได้รับผลกระทบไปด้วย ก็ต้องยอมรับละครับ และอยากเห็นมันเกิดขึ้นจริงๆ ด้วย

อ๊ะอ๊ะ อย่าว่าผมซาดิสต์ ผมแค่เชื่ออย่างหมอประเวศ (ฮิฮิ) ว่าที่ริมขอบของสภาพโกลาหล (Chaos) จะเกิดระเบียบใหม่ขึ้นได้

ใบตองแห้ง

16 พ.ค.53