ที่มา ไทยรัฐ
"เนวิน" สยอง "ม็อบ" เตรียมฮือบุก "โรมแรมพูลแมนฯ" วอยรางน้ำ สั่งโฆษกภูมิใจไทยแจ้งไม่ได้ซุกทหารเขมร ปากดีอัด "แม้ว" สั่งได้ เพราะเป็นที่ปรึกษานายกฯกัมพูชา...
เมื่อเวลา 10.45 น. วันที่ 19 พ.ค. ที่กรมทหาราบท่ 11 รักษาพระองค์ (ร. 11 รอ.) นายศุภชัย ใจสมุทร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยว่า เมื่อช่วงสาย นายเนวิน ชิดชอบ หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวิน ได้โทรศัพท์มาแจ้งกับตนขอให้ช่วยสื่อสารไปยังสื่อมวลชนหลายแขนงเพื่อทำความ เข้าใจกรณีที่แกนนำผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงปราศรัยที่เวทีแยกราชประสงค์ว่านายเนวิน ซุกทหารเขมรเอาไว้ในโรงแรมพูลแมน คิงเพาเวอร์ซอยรางน้ำ ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ซึ่งทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนเดินทางไป ทำให้ผู้บริหารโรงแรมพูลแมนฯเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของโรงแรม และให้ช่วยชี้แจงว่าขณะนี้โรงแรมพูลแมนฯ ได้กลายเป็นโรงแรมร้างไปนานแล้ว ไม่มีผู้พักอาศัยหรือเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจคนใดเข้าไปรักษาการ จะมีก็เพียงก็ รภป.ของโรงแรมจำนวนหนึ่งที่ดูแลสถานที่อยู่เท่านั้น
อีกทั้งนายเนวิน อยากทำความเข้าใจว่าคนที่จะสั่งทหารเขมรได้นั้นไม่ได้ชื่อเนวิน แต่คนที่สั่งได้คือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ดำรงตำแหน่งเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจนายกรัฐมนตรีกัมพูชา.
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, May 19, 2010
'เนวิน' ผวาม็อบ ปัดซุกทหาร ที่รร.ดังซอยรางน้ำ
ม็อบลั่นสู้ตายหลังการ์ดหามคนเจ็บส่งรพ.ตร.ต่อเนื่องแกนนำแดงท้านายกฯฆ่าให้หมด
ที่มา มติชน ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศด้านหลังเวทีราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ด้านหน้าโรงพยาบาลตำรวจมีการนำคนเจ็บทยอยส่งเข้าโรงพยาบาลสร้างความโกรธแค้นให้กับผู้ชุมนุมที่เห็นคนเจ็บเป็นอย่างมาก ขณะที่คนเจ็บถูกทยอยมาไม่ขาดสาย ทำให้กลุ่มผู้ชุมนุมเกิดความแตกตื่นว่าทหารใกล้จะเข้ามาสลาย ออกอาการไม่พอใจ โกรธแค้น โดยหลายคนกล่าวว่าพร้อมสู้ตาย เวลา 11.10 น. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำคนเสื้อแดงขึ้นกล่าวบนเวทีว่า ขอให้พี่น้องอยู่ในความสงบ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นขอให้อยู่ในความสงบ วันนี้ไม่ว่าจะมีอะไรเกิเดขึ้นเราจะอยู่ร่วมกันที่นี่ขอให้พี่น้องอยู่ด้วยความสงบ ว่าผมจะอยู่กับพี่น้องตรงนี้ สถานการณ์เวลานี้มีกำลังทหารปิดล้อมเข้ามา แต่พวกเรายังคงยืนยันหลักการสันติวิธี และพร้อมจะเดินหน้าเข้าสู่กระบวนการเจรจาเพื่อยุติความขัดแย้งด้วยความสงบให้ได้ ดังนั้นไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นเราจะอยู่ด้วยกันที่นี่ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการนำคนเจ็บมาที่รพ.ตำรวจ พบว่ามีสื่อมวลชนต่างชาติ จำนวน 3 คน ถูกยิงด้วย คนหนึ่งชื่อ นายมิเชล มาส สื่อมวลชนจากฮอลแลนด์ ได้รับบาดเจ็บที่สีข้าง เวลาไม่ห่างกันนัก สื่อมวลชนต่างชาติไม่ทราบสังกัดถูกนำตัวมาด้วยอาการหมดสติ ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่หน้าอก และช่างภาพทีวีต่างชาติอีกรายไม่ทราบสังกัดโดนยิงที่ขาขวา ก็ถูกทยอยส่งไปรักษาเช่นกัน
"ส่วนใครที่เอาลูกเอาหลานมาขอให้นำลูกหลานไปยังที่ปลอยภัยที่วัดปทุมวนารามในเขตอภัยทาน ส่วนพี่น้องที่อายุมาก และผู้หญิง หากประสงค์จะอยู่เขตอภัยทานก็ขอให้เดินทางไปในที่ปลอดภัย เพราะผมไม่เอาผู้หญิงเป็นโล่ ไม่เอาชีวิตพี่น้องประชาชนมาเป็นเครื่องมือแน่นอน แต่หากเป็นความสมัครใจก็ถือว่าเป็นเสรีภาพที่เราจะเดินเคียงข้างกันจนนาทีสุดท้าย ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะวันนี้พิสูจน์แล้วว่าเราคือนักสู้ชาวไร่ที่มีหัวใจยิ่งใหญ่"
นายณัฐวุฒิขึ้นพูดอีกครั้งว่า หากนายกฯต้องการบริหารประเทศบนซากปรักหักพังก็เชิญมาฆ่าเลย แต่หากนายกฯหลงผิดเป็นชอบให้หยุดยิงเดี๋ยวนี้ เพราะนี่คือคนที่รักประชาธิปไตยที่อยู่ที่นี่
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลาประมาณ 10.00 น. เจ้าหน้าที่ทีมแพทย์พยาบาล และเจ้าหน้าที่อื่นๆ ได้นำอุปกรณ์การแพทย์เคลื่อนย้ายจากตึกเฉลิมพระเกียรติ ไปยังตึกอำนวยการ เนื่องจากมีห้องรักษาผู้ป่วยรองรับได้มากกว่าถึง 200 เตียง
175ส.ส. เพื่อไทย เข้าชื่อยื่นประธานวุฒิถอดถอน"มาร์ค-สุเทพ-อนุพงษ์" "อภิวันท์"ซัด หมาลอบกัด
ที่มา มติชน ที่รัฐสภา เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 19 พ.ค. นายวิทยา บุรณศิริ ส.ส.อยุธยา พรรคเพื่อไทย ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน(วิปฝ่ายค้าน)พร้อมด้วยส.ส.พรรคเพื่อไทยกว่า 100 คน ยื่นหนังสือพร้อมรายชื่อส.ส.พรรคเพื่อไทย 175 คน ต่อนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้วุฒิสภามีมติตามมาตรา 270 ของรัฐธรรมนูญ 50 เพื่อถอดถอนนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ดูแลฝ่ายความมั่นคงและพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก(ผบ.ทบ.)ออกจากตำแหน่ง เนื่องจากมีพฤติการณ์ที่ส่อว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้มีนายนิคม ไวยรัชพานิช รองประธานวุฒิสภาคนที่ 1 และนายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ร่วมรับหนังสือด้วย นายวิทยา กล่าวว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยได้ติดตามการทำงานของรัฐบาลมาตลอดในการดำเนินการกับประชาชนที่มาชุมนุมในนามแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) และแม้จะมีการพยายามให้มีการประนีประนอมและเจรจาเพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสีย แต่ก็ต้องพบกับความล้มเหลว และดูเหมือนว่านายกฯ นายสุเทพ และพล.อ.อนุพงษ์ จะไม่ยอมปฏิบัติตามที่ศาลมีคำสั่งคุ้มครองการชุมนุมของนปช. แต่กลับออกคำสั่งให้ทหารพร้อมอาวุธใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุม โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ปฏิบัติการณ์ล่าสุดคือเมื่อเช้าวันที่ 19 พฤษภาคม ซึ่งการใช้อำนาจเช่นนี้ถือว่ามีพฤติการณ์ที่ส่อว่าจงใจใช้อำนาจหน้าที่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญและกฎหมาย ด้านนายประสพสุข กล่าวว่า ต้องจะนำรายชื่อของส.ส.ทั้งหมด 175 รายชื่อไปตรวจสอบก่อนภายใน 15 วัน จากนั้นจึงเข้าสู่กระบวนการโดยจะส่งให้ป.ป.ช.ต่อไป จากนั้น นายวิทยา ได้สอบถามความคืบหน้าที่ประธานวุฒิสภาถึงการเป็นคนกลางเจรจาระหว่างรัฐบาลกับแกนนำนปช. แม้จะเป็นแสงริบหรี่เพราะเมื่อเช้ามีการสลายการชุมนุมแล้ว ซึ่งนายประสพสุข กล่าวเพียงว่า “ผมจะพยายามอย่างเต็มที่ ผมอยากให้มีการเจรจากันทั้ง 2 ฝ่าย และจะพยายามเต็มที่และจะพยายามต่อไป” จากนั้น นายวิทยา กล่าวว่า ขอให้กำลังใจประธานวุฒิสภา เพื่อช่วยกันทำให้บ้านเมืองกลับมาสงบสุข โดยหากมีทางไหนช่วยได้พวกตนก็พร้อมที่จะช่วย และพร้อมรับฟังคำชี้แนะ และนำส.ส.พรรคเพื่อไทยปรบมือให้กำลังใจ ด้านร.ต.ท.เชาวริน ลัทธศักดิ์ศิริ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ส.ส.พรรคเพื่อไทยพยายามทำทุกวิถีทาง เพราะขณะนี้สภาผู้แทนราษฎรพึ่งพาอาศัยอะไรไม่ได้ เพราะตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาล จะเห็นว่าการนัดประชุมหลายครั้งยกเลิกโดยไม่ทราบสาเหตุ ดังนั้นพวกตนจึงขอพึ่งวุฒิสภา และน่าจะไว้วางใจได้มากกว่าสภาฯ ขณะที่พ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่ 2 ซึ่งมาร่วมยื่นหนังสือด้วย กล่าวว่า ประเทศไทยเดินมาถึงจุดมิคสัญญี เนื่องจากสภาฯไม่สามารถแก้ไขปัญหาด้วยตัวเองได้ จึงเห็นว่า วุฒิสภาจะสามารถบรรเทาความสูญเสียของประชาชนได้ ยินดีที่ประธานวุฒิสภาตั้งคนมาเป็นคนกลาง แต่น่าเสียดายที่เมื่อเช้านี้ตนได้โทรศัพท์ประสานนายดิเรก และพล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช ส.ว.สรรหา ที่เป็นตัวแทนเจรจา ได้ทราบว่าขณะนี้รัฐบาลจะสลายการชุมนุมอย่างชัดเจนแล้ว ขอเรียกร้องนายกฯและนายสุเทพ และกองทัพ ให้ชะลอการตัดสินใจการสลายการชุมนุม เพื่อลดการสูญเสียไปมากกว่านี้ หวังว่าการเจรจาน่าจะสำเร็จได้ ไม่อยากให้มีการเลือดตกยางออก หรือเกิดสงครามกลางเมืองในประเทศไทย การที่นายกฯและกองทัพใช้อาวุธหนักและการสุ่มยิงบุคคลที่ไม่มีอาวุธและใส่ร้ายกลุ่มผู้ชุมนุม พฤติกรรมดังกล่าวเรียกร้องหมาลอบกัด ซึ่งทั่วโลกทราบกันดี หวังว่านายกฯคงจะเปลี่ยนใจ
แกนนำเสื้อแดง มอบตัว สตช.บ่ายวันนี้

"วิทยา บุรณศิริ"ปธ.วิปฝ่ายค้าน ประกาศพร้อมนำตัวแกนนำ นปช.กับพวก 8 คน เข้ามอบตัวที่ สตช.บ่ายนี้ จี้ สตช.รักษาความปลอดภัย เชื่อสถานการณ์คลี่คลายลงอย่างแน่นอน....
เมื่อ วันที่ 19 พ.ค.พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวาณิช สมาชิกวุฒสภา ระบบสรรหา เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่ง ชาติ(นปช.)ว่า นายจตุพร พรหมพันธ์ุ แกนนำ นปช.ได้ประสานกับพรรคเพื่อไทย พร้อมเดินทางมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ พร้อมพวกอีก 8 คนที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) หรือ อาจจะเป็นที่โรงพยาบาลตำรวจ ในช่วงเวลา 13.00 น.นี้ ทั้งนี้จะต้องรอดูความชัดเจนอีกครั้ง ว่าแกนนำจะเข้ามอบเพื่อคลี่คลายสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้หรือไม่
ด้านนายวิทยา บุรณศิริ ประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคฝ่ายค้าน เปิดเผยว่า ตนและพ.อ.อภิวันท์ วิริยะชัย รองประธานสภาผู้แทนราษฏร ได้รับประสานจากแกนนำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ โดยระบุเพื่อให้เหตุการณ์ยุติลง และเกิดความปลอดภัยแก่ผู้ชุมนุม แกนนำทุกคนจะขอมอบตัวที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) โดยตนจะเป็นคนนำไปมอบตัวเอง ทั้งนี้ สตช.ต้องรับรองความปลอดภัยให้กับแกนนำกลุ่มเหล่านี้ สถานการณ์น่าจะคลี่คลายกลับเข้าสู่ภาวะปกติ.
นรกมีจริง
ที่มา ไทยรัฐ ยุทธศาสตร์แห่งสงครามกำหนดแผนการรบแตกหักไว้ 4 ขั้นตอน 1, ปิดล้อม 2, กระชับวงล้อม 3,ใช้กำลังเข้าตี 4, ยึดพื้นที่คืน "แม่ลูกจันทร์"
สงครามรบแตกหักระหว่างทหารกับกลุ่มเสื้อแดง ก็ใช้ยุทธวิธี 4 ขั้นตอนดังที่ได้กล่าวมา
เพียงแต่ว่า...สงครามเกิดขึ้นใจกลางกรุงเทพมหานคร
เพียงแต่ว่า...เป็นสงครามที่คนไทยกับคนไทยฆ่ากันเอง
เป็นสงครามไม่จำกัดขอบเขต ไม่ เลือกวิธีการ สื่อต่างชาติรายงานตรงกันว่าเป็นสงครามกลางเมืองที่ร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ประเทศไทย
"แม่ลูกจันทร์" เศร้าใจที่บ้านเมืองของเราต้องกลายเป็นดินแดนมิคสัญญี
นี่คือ "เพาเวอร์เกม" ที่ใช้ชีวิตประชาชนเป็นเดิมพัน ใช้อาวุธสงครามเป็นเครื่องมือ ใช้ความเสียหายของประเทศเป็นต้นทุน
ถึงแม้สงครามกลางเมืองครั้งนี้รัฐบาลชนะ ก็เป็นชัยชนะบนกองศพ กองเลือดของพี่น้องเพื่อนร่วมชาติเดียวกัน
เป็นชัยชนะบนความพ่ายแพ้ยับเยินของประเทศไทย
เป็นชัยชนะบนบาดแผลแห่งความขัดแย้งฝังลึกเข้ากระดูกดำ
ส่วนฝ่ายพ่ายแพ้ก็บ่มเพาะความเจ็บแค้นเพื่อรอเอาคืน
นี่คือสัญญาณแห่งความน่ากลัวที่ก่อตัวขึ้นในสังคมไทย
"แม่ลูกจันทร์" ผ่านเหตุการจลาจล ผ่านเหตุการณ์ปะทะกันระหว่างทหารกับประชาชนมามากมาย
แต่ไม่เคยมีครั้งไหนที่ต่อสู้กันดุเดือดยืดเยื้อเท่าครั้งนี้เลย
ไม่น่าเชื่อว่าสงครามกลางเมืองครั้งนี้เกิดขึ้นในยุครัฐบาลประชาธิปไตย
แถมเป็นรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นพลเรือน
น่าเสียดายที่นายกรัฐมนตรีพลเรือนคนนี้ ไม่มีความอดทนมากพอที่จะใช้แนว ทางสันติวิธีแก้ปัญหาขัดแย้งทางการเมือง
กลับเลือกแนวทางยุติปัญหาด้วยความเข้มข้นเฉียบขาดรุนแรง
ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วว่าการใช้ความรุนแรงจะต้องเกิดความสูญเสียตามมา
ยอดตัวเลขความสูญเสียจากเหตุทหารปะทะกลุ่มเสื้อแดง หลังจากนายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั่งใช้กำลังทหารติดอาวุธปิดล้อมสี่แยกราชประสงค์ ตั้งแต่ วันที่ 14 พ.ค. ถึงเย็นวันที่ 17 พ.ค.
มีผู้เสียชีวิตแล้ว 35 ราย บาดเจ็บรวมทั้งสิ้น 254 คน
ถ้านับยอดความสูญเสียตั้งแต่เกิดเหตุสลายการชุมนุมที่สี่แยกคอกวัวเมื่อวันที่ 10 เม.ย.
มีผู้สังเวยชีวิตไปแล้ว 65 ราย
ยอดผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 1,675 คน
ยอดคนเจ็บคนตายสูงกว่าเหตุการณ์พฤษภาทมิฬ 2535 เกือบเท่าตัว
ข้อสำคัญ ถ้าสงครามกลางเมืองยังยืดเยื้อต่อไป ยอดคนเจ็บคนตายจะต้องเพิ่มขึ้นๆ ทุกชั่วโมงทุกนาที
"แม่ลูกจันทร์" เชื่อว่ายังไม่สายที่จะยุติสงครามไทยฆ่าไทย ยังไม่ช้าเกินไปที่รัฐบาลกับกลุ่มเสื้อแดง จะกลับสู่การเจรจาแก้ปัญหาอย่างสันติวิธีเพื่อนำไปสู่ความปรองดอง และความสงบสุขของบ้านเมืองเป็นสำคัญ
"แม่ลูกจันทร์" เห็นใจพี่น้องประชาชนที่ต้องอยู่อาศัย ต้องทำมาหากินในพื้นที่ที่กลายเป็นสนามรบของทหารกับ ม็อบเสื้อแดง
พี่น้องนับหมื่นคน หลายพันครอบครัว ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งทางการเมือง
พี่น้องประชาชนที่อยู่ย่านทุ่งมหาเมฆ ลุมพินี บ่อนไก่ สาทร คลองเตย วิทยุ สีลม ราชประสงค์ ประตูน้ำ ราชปรารภ ดินแดง ฯลฯ
พี่น้องเหล่านี้เหมือนตกนรกทั้งเป็น เพราะต้องใช้ชีวิตกลางห่ากระสุนปืน
โดยเฉพาะหลายพื้นที่ที่ถูกตัดน้ำตัดไฟ ต้องอยู่ท่ามกลางความมืดและท่ามกลางอันตราย
แม้แต่จะออกไปซื้ออาหารประทังชีวิตก็ทำไม่ได้เพราะอยู่ในคิลลิ่งโซน
จะอพยพครอบครัวไปอยู่ที่อื่นชั่วคราวก็เป็นห่วงบ้านตัวเอง
นี่แหละกรุงเทพฯ นรกมีจริง.
อาลัยบนซากปรักหักพัง
ที่มา ไทยรัฐ ขอแสดงความเสียใจกับการสูญเสีย พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง ทหารประชาธิปไตยตัวจริง แม้ไม่มีเหรียญกล้าหาญแต่มีเสียงแซ่ซ้องจากผู้รักประชาธิปไตย และถึงเวลานี้ สงครามกลางเมือง คงปะทุอย่างรุนแรง คนไทยถือปืนเข่นฆ่ากันเองกลางถนนกลางวันแสกๆ ชีวิตผู้บริสุทธิ์ต้องตกเป็นเหยื่อของสงครามกลางเมือง โดยปราศจากความรับผิดชอบ ไม่ต้องพูดถึงเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศ ฉิบหายไปเรียบร้อยแล้ว เอ็ม 79 ถล่มเข้าไปในโรงแรม ในย่านเศรษฐกิจและบ้านเรือนที่อยู่อาศัยของประชาชน ร้านทอง ห้างสรรพสินค้าถูกเผาวอดวาย แรงกว่าพฤษภาทมิฬหลายเท่า ป่วยการที่รัฐบาลจะมาออกแถลงการณ์ตอบโต้ถี่ยิบ ป่วยการที่รัฐบาลจะมานั่งแก้ตัวทุกเรื่อง แต่ควรจะเอาเวลาฉุกเฉินไปตัดสินใจว่าจะรักษาความสงบสุขของประชาชนและประเทศชาติเอาไว้ได้อย่างไร โดยวิธีปฏิบัติที่ไม่ให้เกิดความสูญเสียไปกว่านี้ ไม่ใช่คิดแต่จะรักษาสถานภาพของรัฐบาลเอาไว้เพียงอย่างเดียว ก่อนที่ประเทศไทยจะเป็นแดนมิคสัญญีไปมากกว่านี้ ก่อนที่ประเทศไทยจะสูญเสียอธิปไตยตกไปอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังนานาชาติ ในฐานะที่เป็นคนไทยด้วยกัน พูดจาภาษาเดียวกัน ควรจะพูดคุยกันก่อนที่จะหมดโอกาส ต้องยอมรับว่าวิธีการที่รัฐบาลปฏิบัติอยู่นี้ ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาที่ถูกต้อง แต่เป็นการเพิ่มปัญหามากยิ่งขึ้น เพราะการประกาศห้ามบริษัทเอกชน และบุคคลธรรมดาห้ามทำนิติกรรมทางการเงินก็ดี การออกหมายจับตัวบุคคลในข้อหาผู้ก่อการร้ายก็ดี หรือมีเจตนาจะใช้ความรุนแรงก็ดี ไม่เป็นผลดีใดๆต่อการแก้วิกฤติบ้านเมืองที่เกิดขึ้น รัฐบาลไม่ ควรมานั่งหาความชอบธรรม ว่าคนกลุ่มใดเป็นผู้ใช้อาวุธสงครามในการสลายการชุมนุมในครั้งนี้ เพราะหลักฐานเชิงประจักษ์ก็คือ กลุ่มบุคคลที่จะใช้อาวุธสงครามร้ายแรงเหล่านี้ได้จะต้องเป็นบุคคลในกองทัพ ชาวบ้านใส่กางเกงขาสั้นรองเท้าแตะ มือเปล่า ที่เป็นเหยื่อกระสุน คงไม่มีปัญญาจะไปหาอาวุธสงคราม หรือไม้จิ้มฟันที่ไหนมาต่อสู้กับกองทัพ ส่วนฝ่ายใดจะปลอมปนเข้ามาสร้างสถานการณ์ก็อีกเรื่อง ข่าวลือที่ไม่เป็นมงคลไม่ว่าจะเป็นการเอากองกำลังต่างชาติมาแต่งเครื่องแบบทหารเข้าสลายการชุมนุม มีการซุกซ่อนศพผู้เสียชีวิต ทำให้เกิดความหวาดระแวงด้วยกันทุกฝ่าย รัฐบาลพยายามอ้างว่าไม่มีเจตนาจะใช้ความรุนแรงในการเข้าสลายการชุมนุม มีแค่โล่และกระบอง ต่อมามีการสร้างสถานการณ์รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ รัฐบาลอ้างความชอบธรรมใช้อาวุธสงครามเพื่อป้องกันตัวแล้วก็ใช้อาวุธหนักมุ่งสังหาร มุ่งเด็ดหัว เบื้องหลังสงครามกลางเมืองก็รู้อยู่เต็มอก ชัยชนะที่อยู่บนซากปรักหักพังจะน่าภาคภูมิใจตรงไหนฮึ. หมัดเหล็ก
ณัฐวุฒิลั่นไม่หนี พร้อมอยู่ต่อสู้ ร่วมกับผู้ชุมนุม

ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.ประกาศบนเวทีแยกราชประสงค์ ลั่นจะไม่หนีไปไหนพร้อมอยู่เป็นเพื่อนตายร่วมกับผู้ชุมนุม ขณะที่บริเวณด้านทางเข้าเวทีราชประสงค์ถูกปิด เจ้าหน้าที่การ์ด นปช.ประกาศยกระดับการรักษาความปลอดภัยอย่างสูงสุด...
วันที่ 19 พ.ค. สำหรับบรรยากาศที่เวทีราชประสงค์เป็นไปอย่างตึงเครียด เนื่องจากบริเวณรอบนอกผู้ชุมนุมได้จุดไฟเผายางรถยนต์ด้านหน้าธนาคารนครหลวงไทย สาขาสยามสแควร์ แต่เจ้าหน้าที่สามารถดับได้แล้ว ขณะที่บริเวณด้านทางเข้าเวทีราชประสงค์ถูกปิด เจ้าหน้าที่การ์ด นปช.ประกาศยกระดับการรักษาความปลอดภัยอย่างสูงสุด ด้วยการวางยางรถยนต์พร้อมราดน้ำมันไว้ เตรียมพร้อมเผาทันทีหากเจ้าหน้าที่ทหารบุกเข้ามา
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. ขึ้นกล่าวบนเวทีปราศรัยที่แยกราชประสงค์ ว่า ท่ามกลางสถานการณ์ขณะนี้หากว่ากลุ่มผู้ชุมนุมที่เป็นเด็ก ผู้หญิง และคนชรา ไม่ประสงค์ที่จะปักหลักชุมนุมที่บริเวณนี้ต่อไปก็ขอให้เดินทางไปพื้นที่วักปทุมวนามรามซึ่งเป็นพื้นที่เขตอภัยทานและหากผู้ชุมนุมคนใดที่ประสงค์จะปักหลักชุมนุมที่ราชประสงค์ต่อไป ตนก็พร้อมจะอยู่เป็นเพื่อนตายอยู่ที่นี่ร่วมกับทุกคน อย่างไรก็ตามหวังว่าจะมีการเจรจาร่วมกับทางรัฐบาลอยู่ ทั้งนี้นายณัฐวุฒิและนายจตุพร พรหมพันธ์ุ ได้ประชุมหารือร่วมกันด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด ขณะเดียวกันบรรยากาศที่วัดปทุมวนารามเด็ฏ สตรี และคนชรา ได้ทยอยเดินทางไปปักหลักที่บริเวณดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง
เผากรุงเทพฯ ทหารปราบ ตายเจ็บเพียบ
ม่านไฟ ม่านควัน เสียงปืนดังทั่วเมือง เสื้อแดงหลังจนฝาเดินหน้าปฏิบัติการเผาดะ ทั้งธนาคาร อาคารปปส. โรงแรม สร้างความเสียหายมากมาย ด้าน"อริสมันต์"และแกนนำเผ่นแล้ว...เมื่อวันที่ 19 พ.ค. ที่ผ่านมา เหตุการณ์ความไม่สงบเริ่มขึ้นก่อนตี 5 โดยมี M 79 ปริศนาบริเวณแยกงามดูพลี บริเวณบ่อนไก่ ยังผลให้ประชาชนที่อยู่บริเวณนั้นได้รับบาดเจ็บกันจำนวนหนึ่ง หลังจากนั้นเหตุการณ์ความรุนแรงก็เริ่มล่ามเป็นลูกโซ่ โดยกลุ่มผู้ชุมนุมมีการเผายางยนต์กระจายตัวกันเต็มพื้นที่ เรดโซน สร้างความตึงเครียดอย่างมาก
หลังจากนั้นไม่นานบริเวณสามเหลี่ยมดินแดงก็มีควันสีดำทะมึนพวยพุ่งคลุมท้องฟ้าสร้างความตื่นตกหนกให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก หลังจากตรวจสอบพบว่ากลุ่มคนเสื้อแดง วางเพลิงอาคาร ปปส. บริเวณชั้นที่ 2 และ 3 ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทหาร เข้าตรึงกำลัง เพื่อเตรียมสลายการชุมนุม โดยขณะนี้เพลิงได้โหมลุกไหม้อย่างรุนแรง โดยเจ้าหน้าที่ดับเพลิง ไม่สามารถเข้าไปดับไฟที่เกิดขึ้นได้
ต่อมาบริเวณที่ทำการพรรคเพื่อไทย ถนนพระราม 4 กลุ่ม นปช. รวมตัวกัน โดยนำยางรถยนต์มาเผาหน้าโรงแรมแมนดาริน จนเกิดควันไฟพวยพุ่งขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังพยายามนำสิ่งกีดขวาง มาตั้งเป็นบังเกอร์ อำพรางการเข้าสลายของเจ้าหน้าที่ทหารอีกด้วย สร้างความโกลาหลให้กับเจ้าหน้าที่และประชาชนเป็นอย่างมาก
เหตุการณ์การปะทะทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะที่ เวทีย่อยบริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ แกนนำประกาศขอความช่วยเหลือให้ส่งรถพยาบาลเข้าไปยังพื้นที่ เพื่อนำร่างผู้ได้รับบาดเจ็บออกมาส่ง รพ. แต่ยังไม่มีรถหวอเข้าไปในพื้นที่ ต่อมามีกลุ่มรถจักรยานยนต์จำนวนหนึ่ง ขับเข้าไปในบริเวณพื้นที่ชุมนุม พร้อมนำผู้ได้รับบาดเจ็บออกมา 1 คนเป็นผู้หญิง และได้นำตัวส่ง รพ.ราชวิถี อย่างไรก็ดี ท่ามกลางความโกลาหล ก็มีรายงานเข้ามาว่า การ์ด นปช. ถูกยิงเสียชีีวิตที่แยกสารสิน ทั้งนี้ในที่สุดแล้วเจ้าหน้าที่ทหารกระชับวงล้อมเข้าพื้นที่ได้สำเร็จ
อย่างไรก็ดี เมื่อเวลา 10.05 น.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความผ่านทวิตเตอร์มาว่า “ผมขอให้รัฐบาลได้เข้าใจด้วยว่าการเจรจากับคนเสื้อแดง นั้นมันเกินเรื่องของผมไปนานแล้ว ขอให้พูดกับแกนนำโดยตรงเลย หยุดป้ายสีผมเถอะ 4 ปีแล้วยังไม่พออีก ผมบอกแกนนำเสื้อแดงเสมอว่า ในการเจรจากับรัฐบาลให้ตัดสินใจร่วมกัน ร่วมกันคิดร่วมกันตัดสินใจไปเลย เพราะไม่มีใครรู้ดีเท่ากับพวกคุณ ไม่ต้องห่วงผม เพราะฉะนั้นเลิกวิตกเลิกระแวงเรื่องผมและตัวผมไปเลย มันเลยไปนานแล้ว แต่ถ้าเมื่อไรรัฐบาลอยากสร้างความปรองดองของคนในชาติในภาพกว้างผมพร้อมร่วม มือ”
ท่ามกลางควันจากการเผายางรถยนต์ และเสียงปืนเสียงระเบิดที่ดังนั้นของทั้งสองฝ่าย ก็มีรายงานข่าวว่า นาย อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง แกนนำ นปช. พร้อมแกนนำคนอื่น ได้ทำการปลอมตัวแล้วหลบหนี โดยคาดว่าน่าจะใช้เส้นทางประตูน้ำ จากข่าวการชิ่งหนีของแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง ส่งผลให้เวทีราชประสงค์เป็นไปอย่างตึงเครียด ต่อมาที่บริเวณด้านทางเข้าเวทีราชประสงค์ถูกปิด เจ้าหน้าที่การ์ด นปช. ประกาศยกระดับการรักษาความปลอดภัยอย่างสูงสุด ด้วยการวางยางรถยนต์พร้อมราดน้ำมันไว้ เตรียมพร้อมเผาทันทีหากเจ้าหน้าที่ทหารบุกเข้ามา
เมื่อเวลา 10.10 น.ได้รับรายานว่ามีการเผาธนาคารกสิกรไทย ใกล้สนามมวยเวทีลุมพีนี เจ้าหน้าที่ดับเพลิงยังไม่สามารถเข้าไปในพื้นที่ได้ อย่างไรก็ดี จากการปะทะกันอย่างหนักทั่ววบริเวณ ส่งผลให้ สภากาชาดไทย ประกาศวอนประชาชนร่วมบริจาคโลหิต โดยสามารถบริจาคได้ที่หน่วยรับบริจาคเลือดเคลื่อนที่หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0-2256-4300.
รายงานการปะทะ19พ.ค.53 (11.57น.)
ที่มา ประชาไท 12.20 น.แยกประชาสงเคราะห์ มีการเผายางรถยนต์ มีเสียงระเบิดปิงปองเป็นระยะ ซึ่งบริเวณนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจราว 2 กองร้อยดูแลสถานการณ์อยู่ 12.05 ที่นครราชสีมายังไม่มีการชุมนุมของคนเสื้อแดง เนื่องจากแกนนำนำคนเข้าชุมนุมที่ราชประสงค์ ด้านเจ้าหน้าที่ทหารเข้ายึดพื้นที่บริเวณลานอนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี (ย่าโม) ซึ่งเป็นที่ชุมนุมประจำของเสื้อแดง แม่ทัพภาคที่สองให้ตำรวจเข้าตรวจยึดอายัดยางรถยนต์เก่าในเขตพื้นที่ประกาศ พรก.ฉุกเฉิน ภาคอีสาน ที่เชียงใหม่ ผู้ว่าราชการจังหวัดสั่งปิดหน่วยงานราชการในบริเวณศูนย์ราชการ งดให้บริการประชาชน 12.00น. ที่ รพ.ตำรวจ มีชายไทยถูกยิงที่ศีรษะและลำคอ 2 ราย อาหการสาหัส ทราบชื่อ นายสันติ ทับเจริญ และ นายวิชัย พรหมมาศ 11.57 น. รายงานจาก รพ.ตร. ขณะนี้มีผู้บาดเจ็บ 17 ราย เป็นชาวต่างชาติ 3 รายโดย 1 รายเสียชีวิตจากการถูกยิงที่หน้าอกข้างซ้าย ทั้งนี้มีการยืนยันว่ายังมีนักข่าวช่างภาพติดอยู่ข้างใน และมีบางคนบาดเจ็บยังไม่สามารถออกมาจากแนวปะทะได้ ด้าน นปช.เรียกร้องให้หยุดการปราบปรามประชาชน เนื่องจากมีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก 11.53 น. ช่อง 7 ระบุ มีผู้สื่อข่าวต่างชาติบาดเจ็บอีก 1 ราย 11.50น. สปริงนิวส์รายงานว่า แกนนำประกาศบนเวทีให้เด็ก สตรี คนชรา อพยพเข้ามาหลบภัยเนื่องจากสถานการณ์ไม่สู้ดี ผู้ชุมนุมส่วนใหญ่ระบุยังไม่กลัวเพียงแค่เป็นห่วงเด็กและคนแก่ โดยส่วนใหญ่เมื่อนำเด็กมาไว้แล้วก็ออกไปชุมนุมต่อ ขณะที่สถานที่ในวัดปทุมคับแคบไปแล้ว เนื่องจากมีเด็กและคนแก่เข้ามาพักจำนวนมาก ด้านนนทบุรี มีการปิดถนนรัตนาธิเบศว์แล้วเนื่องจากเกรงว่า ทหารจะเข้ามาสลายการชุมนุม โดยผู้ชุมนุมเตรียมเผายางรถยนต์หากมีการบุกเข้ามาของเจ้าหน้าที่ 11.35น. ศอฉ.แจ้งความคืบหน้า สามารถควบคุมลุมพินีได้แล้ว ระบุเเกนนำ นปช.บางคนหนีออกนอกพื้นที่แล้ว หากผู้ใดพบเห็นให้แจ้งด้วย 11.35 น. แกนนำบนเวทีราชประสงค์กล่าวไปยังคนเสื้อแดงในจังหวัดต่างๆ ว่า ต่อไปนี้สามารถนำตัวเองได้เต็มที่ ทั้งนี้ไม่ได้ขู่ และไม่ได้ใช้ใคร ทุกคนสามารถตัดสินใจได้ แกนนำ นปช.กล่าวด้วยว่า ฝากทหารบอกรัฐบาลว่า ให้หยุดยิงและถอนทหารได้แล้ว และรีบติดต่อมาเพื่อเจรจา ถ้าคิดว่าต้องปิดประเทศก็ไล่บี้เข้ามา แต่หากต้องการเป็นประเทศประชาธิปไตยขอให้ถอนทหารและเจรจาหยุดยิง ทั้งนี้ หากถ้ารัฐบาลไม่หยุด ผู้ชุมนุมในต่างจังหวัดก็ได้แจ้งเข้ามาแล้วว่าจะไม่หยุดเช่นกัน 11.30 ที่ขอนแก่น มีการจุดพลุจุดตะไลของคนเสื้อแดงบริเวณสวนรัชฎานุษรณ์ประมาณ 500 คน มีการเผายางรถยนต์บริเวณถนนมิตรภาพ ที่มุกดาหาร หลังถูกปฏิเสธไม่ให้เข้าพบผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นปช. รวมตัวชุมนุมบริเวณศาลากลาง จว. ขณะที่เชียงใหม่ คนเสื้อแดงระดมผู้ชุมนุมรวมตัวหน้าโรงแรมวโรรส ผอ.สนง.การศึกษาเลื่อนการเปิดภาคเรียนออกมาเป็นวันที่ 24 พ.ค.นี้ ธนาคารกรุงเทพประกาศปิดให้บริการทุกสาขาบริเวณรอบในกรุงเทพฯ เปิดบริเวณรอบนอก 11.15 น. รพ.ตำรวจระบุมีผู้บาดเจ็บ 12 ราย ไม่มีผู้เสียชีวิต โดยมีชาวต่างชาติบาดเจ็บที่ช่องท้อง 1 ราย เป็นผู้สื่อข่าวโทรทัศน์ต่างประเทศ ผอ.รพ.ตร.ระบุยังมีความพร้อมในการรองรับผู้บาดเจ็บ สปริงนิวส์รายงานว่า จากการสอบถาม รพ.จุฬาฯ ว่ามีการนำศพของผู้เสียชีวิตที่พบที่สวนลุม เข้ามาที่ รพ.จุฬาหรือไม่ เจ้าหน้าที่ตอบว่า รถของศูนย์วชิระมารับไปแล้ว 11.00 น. มีรายงานเสียงระเบิดและปืนดังขึ้นเป็นระยะ บริเวณสามย่าน และมีการนำยางรถมาเผากลางแยกสามย่าน 10.50น. ช่อง 7 รายงานพบผู้เสียชีวิต 2 รายบริเวณสวนลุม 10.37 ทีวีไทย รายงานพบศพผู้เสียชีวิต 1 รายเป็นการ์ด นปช. มีผ้าพันคอสีแดง หลังแนวบังเกอร์สวนลุม 10.30น. ที่ขอนแแก่น มีการชุมนุมทั้งสิ้นสามจุดได้แก่ บริเวณสวนรัชฎา หน้าศาลากลางขอนแก่น ซึ่งมีทหารตำรวจตรึงกำลังเข้มงวด อีกสองจุดได้แก่บริเวณบึงแก่นนครและสถานีแดงในเมืองขอนแก่น ทั้งสามจุดเป็นการชุมนุมโดยสงบ 10.20น. แกนนำที่อนุเสาวรีย์ชัยประกาศจะต่อสู้ด้วยสันติวิธี ไม่ปะทะกับทหาร ขณะที่คลองเตย ครูประทีป อึ้งทรงธรรมก็ประกาศกับผู้ชุมนุมว่าจะไม่มีการปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารเช่นเดียวกัน 10.20น. แกนนำบนเวที นปช. ราชประสงค์ระบุว่าเริ่มมีการแจกผ้าขนหนูเพื่อป้องกันแก๊สน้ำตาแล้ว 10.15น. นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ กรรมการสิทธิให้สัมภาษณ์สปริงนิวส์ ว่า ตอนนี้ทุกฝ่ายต่างเกินเลยจุดของสันติวิธี การเจรจา ทหารเองก็ปฏิบัติหน้าที่กระชับวงล้อมกดดันให้เลิกชุมนุม ถ้าแกนนำมั่นใจว่าอยู่ในหลักแกน ต้องการลดการสูญเสีย ผู้นำต้องยอมรับที่จะยุติ ถ้าการชุมนุมที่เรียกร้องทางการเมืองเป็นการละเมิดสิทธิก็ต้องหยุดก่อน และควรเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ไม่เช่นนั้นก็จะต่อสู้กันรุนแรงไม่จบและมีผู้ไม่หวังดีเข้าสร้างสถานการณ์ ทุกวินาทีมีค่าในการตัดสินใจสำหรับแกนนำที่จะยุติการชุมนุม แม้กระทั่งใน ส.ว.ก็ยื่นข้อเสนอแล้วขอให้ยุติในการชุมนุม เมื่อวานก็พยายามเจรจากัน แต่วันนี้มันเลยขีดตรงนั้นแล้ว 09.51น. ผู้สื่อข่าวพลเมืองรายงานมีเหตุยิงกันที่สามเหลี่ยมดินแดงหลายครั้ง แกนนำที่อนุเสาวรีย์ขอให้มีรถพยาบาลเข้าไปรับ ล่าสุดมีรายงานจากเวทีว่ามีผู้เสียชีวิต 1 คนเป็นหญิงมีครรภ์ขอให้รถพยาบาลเข้าไป 9.50 น. ประวิตร โรจนพฤกษ์รายงาน จากการพูดคุยกับซีเนียร์เอ็นจีโอที่เพิ่งติดต่อนายจรัล ดิษฐาอภิชัย แกนนำนปช. ระบุ แกนนำทั้งหมดพร้อมมอบตัว แต่ประชาชนประมาณ 3,000 คนไม่ยอม ทั้งนี้ นายจรัลกล่าวด้วยว่า ทหารเคลื่อนเข้ามาใกล้เต็มทนแล้ว 9.50น. ผู้สื่อข่าวสปริงนิวส์ รายงาน ยืนยันจากในพื้นที่ ไม่มีการเทน้ำมันบริเวณสถานีรถใต้ดินคลองเตย อย่างไรก็ตาม มีการจุดเผายางรถยนต์ใต้ทางด่วนแล้ว แกนนำคลองเตยให้ผู้ชุมนุมถอยออกจากพื้นที่ปะทะเนื่องจากมีความสุ่มเสี่ยงจะโดนยิง เพราะมีเสียงปืนดังมาจากด้านทหารเป็นระยะๆ ด้านเจ้าหน้าที่ทหารรายงานพบระเบิดเคโมบริเวณสะพานไทยเบลเยี่ยมและสถานีรถไฟฟ้าลุมพินี แยกศาลาแดง หน่วย ปจว.เรียกให้สื่อออกนอกพื้นที่เพื่อที่จะไม่เป็นอุปสรรคในการเข้าทำลายบังเกอร์ของผู้ชุมนุม ระบุแยกศาลาแดงอยู่ระหว่างการเก็บกู้ระเบิด 9.48น. รายงานจากสปริงนิวส์ระบุ ทหารไม่ให้ผู้สื่อข่าวเข้าไปในพื้นที่ปะทะแล้ว 9.41น. พล.ต.ต.สุรพงษ์ พงษ์อร่าม ผู้บังคับการอำนวยการโรงพยาบาลตำรวจ ให้สัมภาษณ์สปริงนิวส์ ยืนยันว่ายังไม่มีผู้เสียชีวิต โดยมีผู้บาดเจ็บ 9 ราย มี 4-5 รายถูกอาวุธปืน 9.35น. ปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาฯ นายกฯ แถลง ศอฉ. กำลังกระชับวงล้อมเพิ่มเติม เพื่อบรรเทาสาธารณภัยที่เกิดขึ้นเมื่อสองสามวันที่ผ่านมา จนท.ศอฉ.จะแจ้งเป็นระยะๆ ว่าการปฎิบัติกระชับวงล้อมเพิ่มมีความคืบหน้าอย่างไร ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวหลีกเลี่ยงการเข้าไปในบริเวณนั้น ขอให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ - กทม. เตรียมพร้อมเข้าบรรเทาสาธารณภัย ระบุยังมีความไม่สงบเกิดขึ้น อาจมีการเผาวางเพลิง หากประชาชนพบเห็น ให้ติดต่อ 199 9.33น. แกนนำประกาศบนเวที "ในที่สุดวันที่เรารอคอยก็มาถึงแล้วครับ ว่ากูจะอยู่หรือมึงจะไป แต่เราจะอยู่ครับพี่น้อง" 9.14 น. ผอ.จุฬา นพ.อดิศร ภัทราดูลย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ให้สัมภาษณ์สปริงนิวส์ ระบุ รพ.จุฬาฯยังเปิดห้องฉุกเฉินอยู่ โดยรับได้ 100 คนพร้อมกัน อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ ยังไม่มีการลำเลียงผู้บาดเจ็บเข้ามาที่โรงพยาบาล ยืนยันห้องฉุกเฉินทำงานได้ปกติ ไม่มีควันไฟเข้ามา ทั้งนี้ควันไฟด้านนอกได้เบาบางลงแล้ว สำหรับความปลอดภัยของ รพ. มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดูแลความปลอดภัยสองกองร้อย มีผู้ป่วยใน 250 คน 09.00 น.INN ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าที่ แยกสารสินว่า มีกลุ่มผู้ชุมนุมถูกยิงเสียชีวิต 1 รายแล้ว ทราบชื่อว่า นายวัฒนชัย เอี่ยมนาค พักอยู่บ้านเลขที่ 782 ถนนเจริญนคร บางลำภูล่าง โดยถูกยิงที่แยกสารสิน จากการตรวจสอบพบ มีบาดแผลถูกยิงที่หน้าอก โดยจากการสอบถาม กลุ่มผู้ชุมนุมที่อยู่ใกล้แยกสารสิน เล่าว่า มีพลซุ่มยิง หรือ สไนเปอร์ อยู่ใกล้กับ สวนลุมพินี โดยจากการสังเกตนั้น กำลังเจ้าหน้าที่ทหารยังเคลื่อนตัวเข้าไม่ถึง อย่างไรก็ตาม ผู้เสียชีวิตรายดังกล่าวนั้น ขณะนี้ ศพอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจแล้ว 8.00น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่เวลา 6.00 น. เป็นต้นมา คลื่นวิทยุชุมชนคนเสื้อแดงย่านสมุทรปราการ เอฟเอ็ม 97.25 และ 101.25 ได้ออกอากาศ เรียกให้ประชาชน โดยเฉพาะมอเตอร์ไซค์เคลื่อนที่เร็ว เข้าไปช่วยล้อมทหารทุกๆ ทิศ 07.50 น. แยกราชประสงค์ สื่อมวลชนทั้งหมดเข้าปักหลักในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ซึ่งปิดประตูและไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าแล้ว ขณะที่ด้านหน้าเวทีมีการร้องรำทำเพลงกันสร้างบรรยากาศให้สนุกสนาน 7.45 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ได้เตรียมขนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่โรงพยาบาล ไปทางถนนอังรีดูนัง หลังเกิดควันไฟพวยพุ่งจากการเผายางรถยนต์ของกลุ่ม นปช.ลอยพัดเข้าไปยังพื้นที่ของ รพ.เป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะควันไฟที่ลุกไหม้อยู่ไม่ไกลจากทางตึก สก. ซึ่งเกรงว่า จะเกิดความไม่ปลอดภัยต่อผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาพยาบาลอยู่ อย่างเร่งด่วน แต่ยังไม่พบว่า เกิดเพลิงไหม้ไปยังพื้นที่ของโรงพยาบาลแต่อย่างใด 7.10 น. ที่ศาลาแดง ทหารยิงแก๊สน้ำตาใส่ผู้ชุมนุมที่ปรากฏว่ามีการซ่อนตัวหลังตู้ไฟหลังบังเกอร์ ซึ่งมีคนประมาณ 100 คน แต่ไม่มีใครวิ่งหนี ยังคงหลบอยู่ที่เดิม อย่างไรก็ตาม กระแสลมได้พัดย้อนกลัยทำให้ แก๊ซกลับเข้ามาที่ทหารและผู้สื่อข่าว 7.00 น. มีเหตุระเบิดดังสนั่นจากหน้าสำนักงาน ปปส.ที่ถูกเพลิงไหม้ 7.00 น.ที่บริเวณราชประสงค์ แกนนำ นปช.ยังอยู่ครบทุกคน ยกเว้น นายวีระ มุสิกพงษ์ แกนนำ ยกตัวอย่าง นายณัฐวุฒิและนายขวัญชัย ยืนยันว่าจะปักหลักที่นี่และไม่ทิ้งประชาชนที่มาชุมนุม ทั้งไม่คาดคิดว่าขณะมีการเจรากับ ส.ว.ยังจะมีการขอคืนพื้นที่ ผืดความคาดหมายของแกนนำหลายคน เพราะคิดว่าน่าจะมีการเจรจาเกิดขึ้น สำหรับแผนรองรับความปลอดภัย อาจให้อาคารหรือตึงรามบ้านช่องบริเวณนี้เป็นที่หลบภัยหากเจ้าหน้าที่บุกเข้ามา ขณะที่เด็กๆ ส่วนใหญ่เข้าไปอยู่ในวัดปทุมฯ แต่ผู้หญิงวัยการคน หรือผู้สูงอายุยังคงปักหลักอยู่หน้าชุมนุม ส่วน สตช.ประกาศให้สื่อมวลชนเข้ามาหลบด้านใน เพราะอีก 10 นาทีข้างหน้าจะปิดประตูทั้งหมด นอกจากนี้ยังมีเฮลิคอปเตอร์ 2 ลำบินวนรอบที่ชุมนุม และผู้ชุมนุมได้จุดโคมลอยขึ้นไป สถานการณ์ค่อนข้างตึงเครียด แม้แกนนำจะจัดดนตรีตั้งแต่เช้าเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ 06.50 น.ภายในที่ชุมนุมราชประสงค์ มีการปล่อยโคม และใช้บั้งไฟ กับประทัดยักษ์ยิงเพื่อสกัดกั้นการสังเกตการณ์ของเจ้าหน้าที่โดยเฮลิคอปเตอร์ ส่วนภายในโรงพยาบาลตำรวจ ขณะนี้ปิดทุกประตู ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้า 06.50 น.INN รายงานว่า เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาได้เกิดเหตุเพลิงไหม้อาคารสูงที่บริเวณบ่อนไก่อย่างรุนแรง จนไม่มีใครสามารถเข้าไปควบคุมเพลิงได้ ซึ่งเพลิงได้โหมไหม้อย่างรุนแรงอยู่ประมาณเกือบ 1 ชม.และค่อยๆ เบาลง เรื่อยๆ พร้อมกับเจ้าหน้าที่ทหารอีกนับสิบกองร้อย เคลื่อนพลมาปิดเส้นทางที่จะมุ่งหน้าเข้าไปยังพื้นที่ราชประสงค์ โดยมีการเตรียมพร้อม 100 % และมีอาวุธปืนครบมือ ขณะที่บริเวณถนนวิภาวดี ตั้งแต่ช่อง 11 ไปจนถึง 3 เหลี่ยมดินแดง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ถ.พหลโยธิน ถึง อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และทางด่วนขั้นที่ 1 ก็ถูกเจ้าหน้าที่ทหารบล๊อกเอาไว้ โดยห้ามรถทุกชนิดผ่านอย่างเด็ดขาด อย่างไรก็ตามล่าสุด เมื่อสักครู่ที่ผ่านมาหน่วยคุ้มกันของทหาร ได้ยิงปืน 1 ชุดใหญ่ เพื่อป้องกันทหารราบที่กำลังเคลื่อนพลเข้าหากลุ่มผู้ชุมนุม ช่วงเวลา 06.00-07.00 น. ที่บริเวณถ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี กลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ได้นำยางรถยนต์ประมาณ 100-200 เส้น มาวางขวางหน้าปิดถนน ส่งผลให้สี่แยกแคราย ทั้งขาเข้าและขาออก รถติดยาวเหยียด เจ้าหน้าที่ตำรสวจพยายามเจรจาขอให้เปิดเส้นทาง 06.50 น.เจ้าหน้าที่วางกำลังโอบล้อมพื้นที่สวนลุม คาดว่าอีกไม่นานจะยึดพื้นที่สวนลุมได้ทั้งหมด สภาพโดยรวมไม่มีการต่อต้านของฝ่ายกองกำลังตามที่ได้เคยมีการคาดการณ์ไว้ ไม่พบวัตถุต้องสงสัย และด้านในไม่มีผู้ชุมนุม ปฏิบัติการครั้งนี้ใช้กำลังพล 2 กองร้อย ส่วนหนึ่งนำมาจาก ร.11 พัน1 รอ.จุดประสงค์คือต้องการยึดพื้นที่สวนลุมพินีให้ได้ เนื่องจากคาดว่ากองกำลังติดอาวุธที่โจมตีโรงแรมดุสิตฯ นั้นคาดว่ายิงมาจากสวนลุมพินี 06.30 น. สามเหลี่ยมดินแดง เพลิงลุกไหม้ อาคาร ปปส. ชั้นล่างเสียหาย ยังไม่มีเจ้าหน้าที่เข้ามาดับเพลิง ขณะที่ลมพัดค่อนข้างแรง ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า เห็นหมอกควันสีดำบริเวณตึกเซนจูรี่ 06.15 น. จนท.กำลังฉีดน้ำเข้าใส่บังเกอร์ผู้ชุมนุมหน้าลานอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 6 ด้านบริเวณถนนสาทร ทหารประจำการใต้สะพานไทย-เบลเยี่ยม และมีการตั้งกองบัญชาการบริเวณนั้นด้วย 06.12 น. แยกศาลาแดง จนท.ได้ยิงจากสกายวอล์คห้างโรบินสันลงมา เพื่อเปิดทางพื้นที่ด้านล่าง ต่อเนื่องประมาณ 20 นัด คาดว่าเป็นการยิงกดดันให้ถอยร่น 06.10 น. เจ้าหน้าที่ประกาศผ่านเครื่องขยายเสียง มีเจ้าหน้าที่จำนวนมากประจำการหลังรถสายพานลำเลียงพล และจุดโดยรอบ ในท่าเตรียมความพร้อม(นั่งยอง) ตั้งอาวุธปืนขึ้น เจ้าหน้าที่ทหารเตือนผู้สื่อข่าวให้หาเสาหลบกำบัง เนื่องจากอาจมีระเบิดเคโมซึ่งร้ายแรงด้านใน 05.50 น. บริเวณแยกศาลาแดง รถหุ้มเกราะจำนวนสามคัน มาถึงแยก จนท.ประจำจุดแล้ว ทหารหมอบกับพื้นบ้าง หลบอยู่หลังรถลำเลียงบ้าง แต่ไม่มีความเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ชุมนุมแต่อย่างใด 05.50 น. บริเวณถนนสาทร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีรถลำเลียงพลขับผ่านไปประมาณ 15 คัน โดยมี ตชด.คอยอารักขาขบวนอีกชั้นหนึ่ง จนท.แจกเสื้อเกราะ และหมวกกันน๊อกให้ผู้สื่อข่าว และเตือนผู้สื่อข่าวให้หลบหลังแนวเจ้าหน้าที่ตำรวจเท่านั้น 50-100 เมตร เพื่อความปลอดภัย รถลำเลียงเคลื่อนผ่านแยกวิทยุแล้ว และมีกำลังพลหลายร้อยนายเดินเท้าตาม พร้อมหน่วยพยาบาล 05.45 น. บริเวณถนนสีลม มุ่งหน้าศาลาแดง มีรถสายพานลำเลียงของทหาร 30 คันกำลังเคลื่อนตัวเข้าไปยังแยกศาลาแดง โดยรอให้รถเกทของทหารช่างเข้าไปเคลียร์พื้นที่บังเกอร์ยางรถยนต์ของผู้ชุมนุม ซึ่งเกรงว่าอาจมีระเบิดฝังอยู่ จากนั้นจะให้ทหารเดินเท้าลุยเข้าไป เจ้าหน้าที่ที่คุมกำลังพลแจ้งว่า หากมีการขัดขืนจะจัดการอย่างเด็ดขาด ไม่ละเว้นเนื่องจากผู้ชุมนุมมีอาวุธ 05.15 น เว็บไซต์ไทยรัฐรายงานว่า เวลาประมาณ 03.30 น. วันที่ 19 พ.ค. 2553 ได้มีกำลังทหารเคลื่อนกำลังพลประมาณ 20 คันรถบัส พร้อมกับรถหุ้มเกราะ รถมอเตอร์ไซค์จำนวนหนึ่ง รวมทั้งมีรถตำรวจควบคุมฝูงชน รถผู้ต้องขัง เข้ามาในบริเวณถนนสีลม โดยยังไม่ทราบจุดประสงค์ที่แน่ชัด ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึง ทหารพร้อมอาวุธครบมือก็ได้กระจายกำลังเต็มถนนสีลม ขณะผู้ชุมนุมที่สวนลุมพินี ทราบความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่ทหาร แต่ยังคงนิ่งเงียบเพื่อรอดูสถานการณ์ 5.00 น. เวทีราชประสงค์ประกาศให้ผู้ชุมนุมมารวมบริเวณหน้าเวที โดยประกาศกับผู้ชุมนุมว่า จะไม่มีการเผาทำลายสิ่งใดๆ ทั้งสิ้น เพื่อแสดงให้เห็นว่า การชุมนุมเป็นไปอย่างสันติ 4.20 น. มีเสียงดังคล้ายปืนจากบริเวณทางลงทางด่วนดินแดง มีการเผายางรถยนต์ทั้งทางขึ้นและลง 4.00 น. มีรายงานข่าวแจ้งว่าที่บริเ 02.00 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีเสียงปืนดังขึ้นบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง มีผู้บาดเจ็บ 1 ราย 01.15 น. รายงานข่าวจากทวิตเตอร์ของ ฐปนีย์ เอียดศรีชัย นักข่าวช่อง 3 แจ้งว่า มีเสียงระเบิดคล้ายเอ็ม 79 บริเวณ ซ.งามดูพลี บ่อนไก่ 1 ลูก มีรายงานผู้บาดเจ็บ กู้ภัยทำงานลำบาก เพราะมืดและอันตรายมาก 01.15 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณสามเหลี่ยมดินแดง มีการ์ด นปช. ถูกจับตัวขึ้นรถตู้ไม่ทราบฝ่าย ไม่ทราบสังกัดไปหนึ่งคน นอกจากนี้ มีผู้บุคคลได้นำกาแฟมาแจกการ์ด ต่อมาผู้ดื่มมีอาการอาเจียนอย่างรุนแรง ขณะนี้นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว
มี ตชด. 5 กองร้อยกดดันเฝ้าระวังและพร้อมเข้าทำการยึดพื้นที่บริเวณโบสถ์แม่พระฟาติมา ดินแดง
ขณะที่บริเวณแฟลตดินแดงมีคนลงมาจับกลุ่มโห่ร้องใส่ฝ่ายเจ้าหน้าที่
08.00 น.ผู้บริหารสถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน MRT แจ้งว่า ขณะนี้ บริเวณสถานีรถไฟฟ้าใต้ดินคลองเตยมีกลุ่มคนที่ไม่ประสงค์ดีนำน้ำมันเข้าไปเทราดบริเวณทางขึ้นลงของประตูเข้า-ออกสถานี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยพยายามควบคุมไม่ให้มีการนำไฟมาจุด และอยู่ระหว่างการประสานไปยัง ศอฉ.ให้ส่งเจ้าหน้าที่เข้ามารักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม


