WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Friday, May 21, 2010

ก่อการร้าย?

ที่มา ข่าวสด


เหล็กใน



นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กระทำผิดอย่างมหันต์อีกครั้ง

หลังตัดสินใจสั่งใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมที่ราชประสงค์

เริ่มต้นด้วยมาตรการกดดัน ปิดล้อม ห้ามคนเข้าออกสถานที่ชุมนุม

ตามด้วยการตัดข้าวตัดน้ำ ตัดไฟ ตัดสัญญาณโทรศัพท์

อันเป็นจุดเริ่มต้นของความรุนแรงรอบนอก ที่บ่อนไก่ ราชปรารภ และดินแดง

มีการปะทะ มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิต

ความรุนแรงเพิ่มดีกรีขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้แกนนำผู้ชุมนุมยินยอมพร้อมเจรจา โดยมีกลุ่มส.ว.ส่วนหนึ่ง เป็นผู้ดำเนินการประสานงาน

ข้อเสนอก็คือให้ทหารหยุดยิง ขณะเดียวกันก็ให้มวลชนที่กำลังโกรธแค้นอยู่รอบนอก หยุดการกระทำที่รุนแรงทุกอย่าง

แต่นายอภิสิทธิ์แข็งกร้าว เอาใจสังคมแวดล้อมของตัวเองเกินไป

พร้อมกับส่งสัญญาณว่าการเจรจาถูกปิดประตูไปแล้ว ถ้าจะเจรจาก็ต้องหยุดชุมนุมก่อน

ขณะเดียวกัน ก็มีการโหมกระพือวาทกรรมผู้ก่อการร้ายอย่างต่อเนื่อง

หลังจากใช้กำลังทหาร พร้อมอาวุธสงคราม รถสายพานหุ้มเกราะ บุกกระชับวงล้อมŽความสูญเสียและความรุนแรงแบบสงครามกลางเมืองก็เริ่มเกิดขึ้นทันที

มีการปะทะ มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เสียเลือดเสียเนื้อกันทั้งสองฝ่าย


น่าเสียใจอย่างยิ่ง ที่ความย่อยยับในชีวิตของมนุษย์ครั้งนี้ ยังมีคนอีกกลุ่มมองอย่างสะใจ และบอกว่าสมควรแล้ว

โดยเฉพาะวอร์รูมของพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งบอกว่าศพแล้วศพแล้วที่ตายไปนั้น ยังอยู่ในวิสัยที่พอรับได้ทั้งๆที่ความจริงน่าจะเป็น 200-300 ศพด้วยซ้ำไป

ปฏิบัติการทางทหารกับผู้ชุมนุมในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมีมนุษยธรรรมในหัวใจของนายอภิสิทธิ์ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และบุคคลในกองทัพได้อย่างดี

ความสูญเสียในวันที่ 19 พ.ค.ในเบื้องต้น ตายไปแล้ว 13 ศพ บาดเจ็บจากคมกระสุน และการปะทะอีกเกือบ 100 ราย

ตามมาด้วยการจลาจลเผาทำลายตอบโต้อย่างบ้าคลั่ง ซึ่งไม่อาจเหมารวมว่ามาจากผู้ชุมนุมฝ่ายเดียว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นายอภิสิทธิ์และคณะรัฐบาล อาจจะอยู่ในตำแหน่งต่อไปอีกได้

ตราบใดที่คนในสังคมยังเห็นว่าเป็นการลงมือเพื่อปราบการก่อการร้าย ตามที่รัฐบาลโหมประโคมขออนุญาตเอาไว้


แต่ก็ไม่น่าเชื่อว่าผู้ที่มาจากการเลือกตั้ง อ้างมาตามวิถีประชาธิปไตย จะใช้วิธีดังกล่าวเพื่อปฏิบัติกับประชาชนที่เห็นต่างได้ถึงเพียงนี้


ทั้งๆที่ระบอบประชาธิปไตย เป็นเครื่องมือที่ดีที่สุด เพื่อไม่ให้คนลุกขึ้นจับปืนมาต่อสู้กัน

จากหนักไปหาหนักมาก และไม่จบ..!

ที่มา ข่าวสด


คอลัมน์ ทิ้งหมัดเข้ามุม

คาดเชือก คาถาพัน



นายกฯอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ชูมาตรการปราบปรามการชุมนุมของเสื้อแดง จาก "เบาไปหาหนัก"

มีรายละเอียดที่อ้างว่า เป็นไปตามหลักสากล

แต่ที่สากลยิ่งกว่าคือการเจรจา รัฐบาลและเสื้อแดงยอมเจรจา แต่หลังจากการเจรจาล้มเหลว 2 รอบ ก็เดินหน้ามาตรการเด็ดขาดใหม่

ปฏิบัติการกระชับพื้นที่จึงเกิดขึ้นในวันพุธ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา

ท่ามกลางเสียงทักท้วงว่า กรณีเสื้อแดงเป็นปัญหาการ เมือง ยังไงๆ ต้องแก้ไขด้วยวิธีการเมืองมากกว่า

และท่ามกลางเสียงพยากรณ์ว่า หลังมาตรการนี้ มิคสัญญีจะตามมา

ภายหลังมาตรการกระชับพื้นที่ของรัฐบาลทะลวงผ่านศาลาแดง สารสิน ไปจ่อราชประสงค์ แกนนำม็อบเสื้อแดง ยอมเข้ามอบตัวหลังเที่ยงวันพุธ

ดูเหมือนรัฐบาลบรรลุชัยชนะแล้ว แต่ก็ไม่ใช่

เพราะเกิดจลาจล และภาวะมิคสัญญีขึ้นจริงๆ

และหนักกว่าที่คาดหมายไว้ด้วย

ควันไฟ เสียงปืน ระเบิด ระงมอยู่ทั่วถนนสายใหญ่ และชุมชนของกรุงเทพ

หัวเมืองใหญ่ทางเหนือ-อีสาน โดยเกิดการลุกฮือเผาสถานที่ราชการ

ที่เศร้ากว่านั้นคือ ชีวิตของประชาชนคนไทยจำนวนมากที่ต้องมาสูญสิ้นในเหตุการณ์นี้

จะโทษใครได้ เพราะข่าวสารปรากฏโดยตลอดว่า เจ้าหน้าที่ไม่ว่าทหารหรือตำรวจ ล้วนแต่ไม่อยากใช้มาตรการเด็ดขาด

แต่อยากให้การเมืองแก้ด้วยการเมืองมากกว่า

ความหวังที่เลือนรางเต็มทีของประชาชนคนไทยเวลานี้คือ รัฐบาลต้องเป็นหลักในการยุติวิกฤตครั้งนี้ให้ได้

ตำแหน่งนายกฯและอำนาจในฐานะรัฐบาล เทียบกับความสูญเสียที่เกิดขึ้น

ตำแหน่งนายกฯไม่มีความหมายอะไรเลย

การ์ตูน เซีย 21/05/53

ที่มา ไทยรัฐ


การ์ตูน เซีย 21/05/53

'เสียสละ' สะกดยาก?

ที่มา ไทยรัฐ


ฉากที่เห็นภาพล่วงหน้า โดยไม่ต้อง "นั่งทางใน"

โดยการเตือนล่วงหน้าของเซียนการเมืองรุ่นลายคราม ความเห็นของนักวิชาการมหาวิทยาลัย การคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ต่างประเทศ บทวิเคราะห์บนหน้าหนังสือพิมพ์ไทย หรือแม้แต่ การจับสัญญาณจากอารมณ์ของแกนนำบนเวทีที่พูดเอามันแบบกลอนพาไป

ถ้าทหารลุยสลายม็อบเสื้อแดงเมื่อไหร่ ย่านราชประสงค์เป็นทะเลเพลิงแน่

แล้วก็ไม่ผิดคาด ตามคำแปลศัพท์ในพจนานุกรมภาษาอังกฤษ "ฝูงชนขนาดใหญ่ ที่ก่อจลาจล" ม็อบเสื้อแดงอาละวาดเผาเมืองวอดวาย

เซ็นทรัลเวิลด์ โรงภาพยนตร์สยาม เซ็นเตอร์วัน ห้างหรูกลางใจเมืองกรุงเทพฯกลายเป็น

ทะเลเพลิง ควันไฟพวยพุ่งเต็มท้องฟ้า ลามไปหัวเมืองต่างจังหวัดภาคอีสาน ภาคเหนือ พื้นที่โซนแดง ศาลากลางจังหวัดขอนแก่น อุบลราชธานี มุกดาหาร อุดรธานี โดนเผาเป็นจุณ

สังเวยอารมณ์คั่งแค้นของพวกแดงฮาร์ดคอร์

"ขามั่ว" ร่วมแจมกันมันมือ

ตัวเลขความเสียหายที่ประเมินมูลค่าไม่ได้ แต่นั่นก็ไม่ย่อยยับเท่ากับภาพพจน์ของประเทศ ไทยที่เป็นข่าวประจานไปทั่วโลกผ่านจอสำนักข่าวยักษ์ใหญ่

อย่างไรเสียก็ต้องมีคนชดใช้

และเบื้องต้นก็เป็นฝ่ายนายจตุพร พรหมพันธุ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ที่เดินนำแกนนำระดับหัวโจกเข้ามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ

"เซ่นด้วยอิสรภาพ"

ไถ่บาปที่พามวลชนมาเซ่นคมกระสุนปืนตายเป็นใบไม้ร่วง

อย่างน้อยไม่ทำให้คนตายเพิ่ม ก็ถือเป็นความรับผิดชอบที่อยู่ในวิสัยของ

แกนนำม็อบ

หัวโจกเสื้อแดงถูกล็อกเข้ากระบวนการยุติธรรม ตามโปรแกรมต้องพิสูจน์ข้อหาก่อการร้าย คดีล้มล้างสถาบัน ตามบทของศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)

แต่คำตอบสุดท้ายยังอยู่ที่ศาลจะฟังใคร

เช่นเดียวกัน ตัวสำคัญตามท้องเรื่องอย่าง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่โดนฝ่ายตรงข้ามโน้มน้าว กระแสสังคมพิพากษาแล้วว่า "เป็นผู้สั่งการอยู่เบื้องหลัง"

แต่ของจริงก็อยู่ที่ "ผู้พิพากษาตัวจริง" ว่ากันในศาล

ตามปรากฏการณ์อย่างที่นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ เปิดเผยเอง ภายหลังศาลอนุมัติหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ พร้อมพวกรวม 10 รายในข้อหาก่อการร้าย

แต่แค่เพียง 2 ชั่วโมง ทางศาลได้เรียกสำนวนกลับคืน เพื่อชะลอการออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงรายเดียว และนัดไต่สวนเพิ่มเติมในวันจันทร์ที่ 24 พฤษภาคม

มาตรฐานของศาลต้องเน้น "ชัวร์" ไม่เล่นตามกระแส

โดยเฉพาะเรื่องคอขาดบาดตาย ข้อหาก่อการร้ายโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิตที่ตั้งแท่นเล่นงานฝ่ายเสื้อแดง ในสถานการณ์ที่ฝ่ายถืออำนาจมีดาบพระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉินร้ายแรงเป็นเครื่องมือ

"ฟันมั่ว" แล้วโยนกลองให้ศาลไม่ได้

ทั้งหมดทั้งปวง โดยสถานการณ์ของฝ่ายแพ้ในเกมสลายฐานที่มั่นเวทีราชประสงค์ คนเสื้อแดงถูกลากคอเข้ากรงขัง ใช้อิสรภาพไถ่บาป พาคนมาตาย

แต่ที่ยังสะกดคำว่า "เสียสละ" ไม่เป็น

นายกรัฐมนตรีของประเทศไทยที่ชื่อ "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" ในฐานะผู้นำฝ่ายถืออำนาจรัฐ สามารถสั่งทหารเดินหน้าถอยหลัง

ยังนิ่งอยู่บนกองศพที่ไต่ขึ้นหลักร้อย

เน้นจังหวะ เลือกซีนโผล่แถลงออกจอโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจฯ "เบิ้ลซ้ำ" หลังฝ่ายเสื้อแดงเพลี่ยงพล้ำกระแส ประทับภาพผู้ก่อการร้ายเผาเมือง

แต่ไม่พูดถึงคิวบอกปัดข้อเสนอของนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ที่อาสาเป็นคนกลาง ต่อสายเจรจากับแกนนำม็อบแดงก่อนนาทีทหารเข้าสลาย โดยที่ฝ่ายเสื้อแดงก็ยอมรับเงื่อนไข แต่ไม่ทันกาล

"อภิสิทธิ์" กดปุ่มทุบม็อบ ราดน้ำมัน ล่อชนวนเผาเมือง

แล้วก็กบดานอยู่ในอารักขาของทหารในรังกรมทหารราบที่ 11 อึดไปรอลุ้นศาลรัฐธรรมนูญนัดคิวตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ ในคดีใช้เงินกองทุนสนับสนุนพรรคการเมือง 29 ล้านบาท ผิดวัตถุประสงค์ ในอีกไม่กี่อึดใจ

ตื๊อจนหยาดสุดท้ายก็แล้วกัน.

ทีมข่าวการเมือง รายงาน

สงครามใต้ดิน

ที่มา ไทยรัฐ


ในที่สุดจุดเริ่มต้นของ สงครามกลางเมืองอย่างถาวร ก็เกิดขึ้นจนได้ ถ้าผู้นำมีความยั้งคิดว่าการออกคำสั่งให้เข้าสลายการชุมนุมโดยกองกำลังทหารที่ถืออาวุธสงครามครบมือกับกองกำลังของผู้ชุมนุมและมือที่สามที่ต้องการให้เกิดความรุนแรงอยู่แล้ว

ประวัติศาสตร์ชาติไทยต้องบันทึกไว้กับ เหตุการณ์จลาจลของบ้านเมือง ในลักษณะของการใช้ความรุนแรงขั้นสูงสุด มีการยิงปะทะ มีการเผาทำลาย มีการทุบทำลายทรัพย์สิน

ปิดเมืองฆ่ากันไม่ต่างจากบ้านป่าเมืองเถื่อน

ไม่น่าเชื่อว่าย่านเศรษฐกิจสำคัญของประเทศ ย่านชุมนุมชน ใจกลางเมืองหลวงของประเทศไทยจะเกิดสิ่งเหล่านี้ขึ้นและชี้ว่ามาตรฐานในการแก้ไขปัญหาวิกฤติบ้านเมืองมีความแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

จะระบุว่า ประเทศไทยกำลังตกอยู่ในช่วงมิคสัญญีกลียุค ที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน เกิดจลาจลเผาบ้านเผาเมือง ความสูญเสียที่เกิดขึ้นประเมินค่าไม่ได้ และนำไปสู่ความล่มจมของประเทศ

อนาคตของประเทศไทยดำมืดทันที

ไฟสงครามกลางเมืองที่ถูกจุดขึ้นทั่วประเทศ และมีความรุนแรงอย่างน้อยๆก็เกือบ 20 จังหวัดจะดับกันอย่างไร เพราะไฟสงครามกลางเมืองแตกต่างจากสงครามทั่วไปที่มีกฎเกณฑ์กติกาสากล

ที่จุดติดแล้วดับยาก

แม้รัฐบาลจะสามารถสลายการชุมนุมที่บริเวณแยกราชประสงค์ ได้ในที่สุด แม้แกนนำสามเกลอจะยอมมอบตัว แต่ก็ไม่สามารถที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยทั้งประเทศเอาไว้ได้อยู่ดี

สงครามไฟใต้ลุกลามอย่างไร แก้ไขยากอย่างไร แต่สงครามไฟกลางเมืองครั้งนี้ จะดับยากกว่านับสิบเท่า การชุมนุมต่อต้านของคนเสื้อแดงจะกระจายออกไปทั่วบริเวณ จะเป็นสงครามกองโจร

จะมุดลงใต้ดิน

สำนักข่าวต่างประเทศวิเคราะห์ไว้หลายสำนักว่า รัฐบาลไม่มีทางชนะสงครามกลางเมืองครั้งนี้ หากรัฐบาลไทยตัดสินใจใช้ความรุนแรงในการสลายการชุมนุม ไม่เฉพาะอนาคตทางการเมืองของคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เท่านั้นที่จะต้องดับวูบ

แต่ความเลวร้ายจะตามมาอีกมากมาย

คำถามก็คือว่าถ้าคุณอภิสิทธิ์มั่นใจว่ายังเป็นที่นิยมของประชาชนส่วนใหญ่ ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนส่วนใหญ่ เหตุใดไม่ตัดสินใจลาออกหรือยุบสภาเพื่อให้มีการเลือกตั้งให้ประชาชนเจ้าของประเทศเป็นผู้ตัดสิน ทำไมจึงตัดสินใจรักษาอำนาจเอาไว้ด้วยชีวิตและเลือดเนื้อของประชาชน ทำไมจึงไม่ปฏิบัติตามวิถีของประชาธิปไตย แต่ยังใช้กำลังทหารเข้าปกป้องอำนาจเอาไว้ เช่นเดียวกับประเทศที่ปกครองโดยรัฐทหาร ซากปรักหักพังที่รัฐบาลเหยียบย่ำอยู่ยังพอรื้อฟื้นขึ้นมาได้ แต่ชีวิตประชาชนฟื้นไม่ได้

ชีวิตคนไม่ใช่ผักปลา.


หมัดเหล็ก

วีระวอนเสื้อแดงแท้ ยึดทางสันติ สลายความโกรธ

ที่มา ไทยรัฐ

แกนนำ นปช. วีระ มุสิกพงศ์ แถลงเปิดใจหลังมอบตัว ขอให้กลุ่มเสื้อแดงแท้ ยึดแนวทางสันติ อหิงสา สลายความโกรธ ชี้ ประชาธิปไตยไม่อาจสร้างได้ด้วยความแค้น และอคติ สิ่งดีงามจะสร้างได้ด้วยความสงบ...

เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2553 เวลาประมาณ 14.30 น. นายวีระ มุสิกพงษ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ได้แถลงที่กองปราบปรามภายหลังการเข้ามอบตัว ว่า คนเสื้อแดงไม่มีพิษไม่มีภัย รักประเทศ รักชาติ สร้างสรรค์ประชาธิปไตย แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 2-3 วันที่ผ่านมาตลอดจนถึงวันนี้ เป็นโศกนาฏกรรม พวกตน และ ตนเองมีความทุกข์ใจ มีความเศร้าใจ และ ต้องกราบเรียนไปยังพี่น้องว่า เสื้อแดงแท้ เสื้อแดงจริง ขอให้ยึดมั่นในแนวทางสันติ ที่เราดำเนินการมาโดยตลอดเราเคยพูดย้ำแล้วย้ำเล่านับครั้งไม่ถ้วน วิธีการต่อสู้ของเราสันติ อหิงสา เป็นความจริงที่เราตกลงกัน

นายวีระ กล่าวอีกว่า สำหรับเหตุที่เกิด 2-3 วัน อาจจะทำให้พี่น้องตกอยู่ในอารมณ์โกรธ อารมณ์ผิดหวัง ตนเข้าใจอย่างยิ่งและอยากวิงวอน ได้มีความเข้าใจตรงกัน ให้มีการสลายความโกรธ แม้ว่าจะทำได้ยาก ขอเรียนว่าความโกรธไม่อาจจะสร้างสรรค์สิ่งที่ดีงามได้ และ ประชาธิปไตยไม่อาจสร้างได้ด้วยความแค้น ด้วยอคติ สิ่งที่ดีงามจะสร้างขึ้นได้ด้วยความสงบ

'ทักษิณ'ยืนยัน สนับสนุน เสื้อแดงต่อไป

ที่มา ไทยรัฐ

อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ระบุในแถลงการณ์ จะยังคงให้การสนับสนุนทางด้านกำลังใจคนเสื้อแดงต่อไป ขณะที่สื่อนอกเชื่อความแตกแยกและการแบ่งขั้วการเมืองจะยังคงมีต่อเนื่องอีกหลายปี....

สำนักข่าวเอพี รายงานเมื่อเวลา 23.02 น.ของวันที่ 20 พ.ค.ตามวันเวลาในไทยว่าแม้รัฐบาลสามารถควบคุมสถานการณ์และสลายกลุ่มผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงได้แล้ว แต่กระนั้น เหล่านักวิเคราะห์กลับเห็นว่าอาจเป็นเพียงแค่การว่างเว้นจากความรุนแรง เท่านั้น ความแตกแยกและการแบ่งขั้วการเมืองจะยังคงมีต่อเนื่องอีกหลายปี ส่วนบทบาทของอดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งทางการเมืองในไทยยังคงเป็นคำถามกันอยู่ว่ามี ความข้องเกี่ยวกันอย่างไรหรือไม่

ล่าสุดอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ระบุในแถลงการณ์แจกจ่ายโดยทนายความชาวแคนาดาของเขา ระบุว่า ถือเป็นวันอันดำมืดสำหรับประชาธิปไตยของไทย มีคำถามมากมายเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของตนกับการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงและข้อกล่าวหาที่ไม่เป็นจริงหลายข้อ แต่ตนจะยังคงให้การสนับสนุนทางด้านกำลังใจต่อไปสำหรับความพยายามเยี่ยงวีรบุรุษของกลุ่มคนเสื้อแดง.

เพื่อไทยจี้ยุบสภาดับไฟแค้น

ที่มา ไทยรัฐ


Pic_84253

พท.จี้รัฐบาลเผยชื่อคนเสียชีวิต-ถูกจับกุม แนะเลิกเคอร์ฟิว-พรก.ฉุกเฉิน พร้อมยุบสภาภายใน 1 เดือนดับไฟแค้น แก้ขัดแย้งบานปลาย...

นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้รับการร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่บริเวณแยกราชประสงค์ รวมทั้งญาติที่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัย เมื่อวันที่ 19 พ.ค. จึงประสาน สตช. และบางภาคส่วนของรัฐบาล นำคณะส.ส.เดินทางมายัง สตช. และวัดปทุมวนาราม เพื่อรับประชาชนส่งกลับภูมิลำเนา

ทั้งนี้หากประชาชนคนใดประสงค์ขอความช่วยเหลือ ก็ประสานมายังพรรคเพื่อไทย ได้ โดยติดต่อมาที่หมายเลขโทรศัพท์ 026534000-1 ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งตัวกลับภูมิลำเนา เรื่องการบาดเจ็บ เสียชีวิต หรือข้อกฎหมายต่างๆ โดยพรรคเพื่อไทย ขอให้รัฐบาลเปิดเผยรายชื่อของประชาชน ที่ถูกจับกุม กักขัง หรือเสียชีวิต ที่ชัดเจน อย่าปกปิดไว้ เนื่องจากมีญาติพี่น้องติดต่อมาเป็นจำนวนมากว่าหาตัวไม่พบ และส่วนตัวก็ทราบว่ามีการนำประชาชนบางส่วนไปไว้ในบางสถานที่

นายพร้อมพงศ์ กล่าวว่า หลังจากนี้รัฐบาลมีหน้าที่ทำให้ประเทศกลับสู่ภาวะปกติ ใช้กระบวนการเยียวยา และให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างเสมอภาค เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมในสังคม ขอให้รัฐบาลยกเลิกการประกาศเคอร์ฟิว ยกเลิก พรก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อลดความตึงเครียด อย่าท้าทาย ลุอำนาจใช้กองทัพกดหัวประชาชน มิฉะนั้นสถานการณ์อาจจะเป็นเหมือน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ควรพยายามทำให้ประชาชนมีความรู้สึกดี ให้ความร่วมมือดีกว่าบีบให้เขาลงไปอยู่ใต้ดิน วันนี้หนทางเยียวยาและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่ดีที่สุดคือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภา และเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม พร้อมกับนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ รวมทั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ความรุนแรง และความสูญเสียที่เกิดขึ้น โดยหลังจากเคลียร์ทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว นายอภิสิทธิ์ควรประกาศยุบสภาภายใน 1 เดือน มิฉะนั้นความขัดแย้งจะบานปลายไม่จบ และนายอภิสิทธิ์จะเดินบนถนนไม่ได้เลย

เชื่อปัญหาไม่จบ'ดิเรก'แนะรัฐบาลจริงใจ

ที่มา ไทยรัฐ


Pic_84277

“ดิเรก”เชื่อ แกนนำนปช.มอบตัวปัญหาไม่จบ จี้รัฐบาลต้องพิสูจน์ตัวเองแสดงจุดยืนเน้นยุติธรรม ต้องวิเคราะห์ปัญหาเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาระยะยาว ไม่ใช่แค่วิเคราะห์แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น.....

เมื่อวันที่ 20 พ.ค.นายดิเรก ถึงฝั่ง ส.ว.นนทบุรี อดีตประธานคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปการเมืองและศึกษาการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ประเมินสถานการณ์ความไม่สงบในกรุงเทพฯว่า เชื่อว่าถึงแม้แกนนำ นปช.จะเข้ามอบตัวทั้งหมด แต่เหตุการณ์ต่างๆจะไม่จบด้วย ตราบใดที่รัฐบาลยังไม่สามารถแสดงออกให้เห็นถึงหลักการกระบวนการยุติธรรมที่เป็นธรรมอย่างแท้จริงให้ประชาชนเห็น ซึ่งต้องเป็นธรรมกับทุกฝ่าย เคยเตือนรัฐบาลมาตลอดว่า การใช้กำลังจะสามารถระงับเหตุการณ์ได้แค่ช่วงเวลาหนึ่ง แต่ในระยะยาวจะเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบขึ้นทั่วทุกภูมิภาค

นายดิเรก กล่าวว่า รัฐบาลต้องวิเคราะห์ปัญหาเพื่อนำไปสู่การแก้ปัญหาระยะยาว ไม่ใช่แค่วิเคราะห์แก้ปัญหาเฉพาะหน้าเท่านั้น อีกทั้งตนเคยบอกแล้วว่าหากสลายการชุมนุมโดยใช้อาวุธจนมีคนเสียชีวิตมันจะนำ ไปสู่ความโกรธแค้น ซึ่งการเผาอาคารต่างๆทั่วกรุงเทพฯและต่างจังหวัดก็เห็นชัดแล้วว่า มันจะนำไปสู่ความไม่สงบในระยะยาวอย่างแน่นอน

นายดิเรก กล่าวอีกว่า รัฐบาลเป็นผู้บริหารประเทศย่อมต้องมีความคิดที่กว้างและยาว คิดสั้นๆไม่ได้ เพราะแกนนำ นปช.ระบุแล้วว่า ที่มอบตัวเพราะต้องการปกป้องกลุ่มผู้ชุมนุม ไม่อยากให้มีคนตายเพิ่ม แต่ยังยืนยันจะเดินหน้าต่อสู้ทางการเมืองต่อไป มีทางเดียวที่รัฐบาลจะเยียวยาได้จริงๆคือ ต้องแก้เรื่องความเป็นธรรมการ บังคับใช้กฎหมายให้เป็นมาตรฐานเดียว และต้องไม่ตกอยู่ภายใต้อำนาจของทหารหรือตกอยู่ในอำนาจฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด

จบ! หรือไม่จบ?

ที่มา บางกอกทูเดย์



หลังจากวันนี้ เป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลที่จะต้องเยียวยาสถานการณ์ความบอบช้ำ และความคับข้องใจของประชาชนทั้งหลายอย่างรีบเร่ง โดยจะต้องระมัดระวังไม่ให้มีการซ้ำเติมใดๆ ขึ้นมาอีก เพราะไม่เพียงกลุ่มคนเสื้อแดงจับตามองอยู่ แต่คนทั่วโลกเองก็จับตามองอยู่ด้วยเช่นกัน ว่า ประชาธิปไตยของไทยและกฎหมายไทยจะยังสามารถเป็นที่พึ่งพาในการเยียวยาความบอบช้ำในครั้งนี้ได้หรือไม่ เพราะสิ่งที่เป็นความจริงในวันนี้ ต้องยอมรับว่า สำหรับกลุ่มคนเสื้อแดง
และรัฐบาล อาจจะไม่มีใครแพ้ใครชนะ...ที่แพ้ยับเยินแน่ๆ ก็คือ ประเทศไทยของคนไทยทุกคน ควันดำขโมงท่วมน่านฟ้ากรุงเทพฯ บริเวณพื้นที่ชุมนุมย่านศาลาแดง ย่านบ่อนไก่ย่านสามเหลี่ยมดินแดง...ล้วนเป็นภาพที่น่า สลดใจการเคลื่อนรถหุ้มเกราะและกำลังทหารเข้าเคลียร์พื้นที่บริเวณศาลาแดง ทลายบังเกอร์ของกลุ่มคนเสื้อแดง...ล้วนเป็นภาพที่สร้างความอัดอั้นตันใจไปทั่วทั้งหมดคือ ภาพสะเทือนใจที่เกิดขึ้นกับประเทศไทย และถูกเผยแพร่ปรากฏออกไป

ทั่วโลกทั้งหมดคือสิ่งที่หลายๆ ฝ่าย รวมทั้ง บางกอกทูเดย์ ห่วงใยมาโดยตลอดว่าจะเกิดขึ้น... แล้วสุดท้ายก็เกิดขึ้นจริงๆอนิจจา... แตกต่างทางความคิด จนทำให้เกิดปรากฏการณ์ต่างสี และบานปลายไปสู่การเผชิญหน้ากันด้วยความรุนแรง... ไม่สมควรเลยสักนิดที่จะเกิดขึ้นกับแผ่นดินไทยซึ่งสุดท้ายหลังการตัดสินใจเด็ดขาดของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ ศอฉ. ในการยึดคืนพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จในสลายการ

ชุมนุมจนทำให้เกิดการปะทะแตกหักยังดีที่เมื่อถึงที่สุดแล้วได้นำไปสู่การตัดสินใจยุติการชุมนุมของแกนนำ นปช.รวมทั้งการตัดสินใจเข้ามอบตัวของแกนนำ นปช. หลายคน เพื่อยุติภาพของความรุนแรงของทั้ง 2 ฝ่าย ถือเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสมที่สุดถ้าไม่มอบตัว ก็ไม่รู้ว่าจะเสียหายอีกมากน้อยเท่าไร จะต้องสลดใจกันอีกสักเพียงไหน!!!เพราะการต่อสู้บนวิถีทางประชาธิปไตยนั้น สามารถที่จะดำเนินการได้หลายวิถีทาง หากยึดติดกับทิฐิ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม

ย่อมไม่เกิดผลดีด้วยกันทั้งสิ้นหากแกนนำ นปช. ดันทุรังไปเรื่อยๆ แน่นอนว่าบรรดาผู้ร่วมชุมนุมก็ยืนยันแล้วว่าจะปักหลักสู้ไม่มีถอย นั่นหมายความจะต้องสูญเสียไม่รู้จักเท่าไร...ยอดผู้คนที่จะล้มตายและบาดเจ็บ อาจจะเป็นหลักร้อยหลักพันดังนั้น ต้องบอกว่า การตัดสินใจของแกนนำที่ยอมมอบตัว และประกาศยุติการชุมนุมที่แยกราชประสงค์ถือว่าเหมาะสมที่สุดแล้ว... เป็นผลงานการตัดสินใจที่เหมาะสมที่สุดแล้วของแกนนำและแน่นอนว่าเรื่องนี้ส่วนหนึ่ง ไม่ว่าอย่างไรก็ต้อง

ถือว่าเป็นผลงานของกลุ่มวุฒิสภาที่มีวุฒิภาวะสมเป็นสภาสูง ทั้ง นายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา ที่อาสาจะเป็นคนกลางในการเจรจา แม้ว่าสุดท้ายจะไม่ได้ผลเพราะนายอภิสิทธิ์ยืนยันการตัดสินใจไม่เปลี่ยนแปลงเช่นกันกับ เสธ.อู้- พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช สว. ผู้วิ่งประสานงานการเจรจาอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นผู้ที่ช่วยหยุดสถานการณ์ความรุนแรงเพราะเมื่อเห็นว่ารัฐบาลขีดเส้นตายและเอาจริงขั้นเด็ดขาด จึงได้มีการเจรจาให้มีการมอบตัวณ วินาทีนี้ เมื่อแกน

นำ นปช. เลือกที่จะมอบตัว เพื่อพิสูจน์ระบบยุติธรรมว่า ไม่ได้มี 2 มาตรฐานจริงอย่างที่สงสัย หน้าที่จากนี้ไปก็ย่อมตกเป็นของรัฐบาล ตกเป็นของฝ่ายบริหาร และฝ่ายตุลาการและแม้แต่กระทั่งกองกำลังทหารและตำรวจ ซึ่งถูกมองว่าดำเนินการอย่างเฉียบขาดผิดปกติ คงจะต้องพิสูจน์ความจริงว่า จริงๆ แล้วทหารไทยไม่ได้กระหายเลือดอย่างที่ถูกกล่าวหาแต่อย่างใดหลังจากวันนี้ เป็นภารกิจสำคัญของรัฐบาลที่จะต้องเยียวยาสถานการณ์ความบอบช้ำ และความคับข้องใจ

ของประชาชนทั้งหลายอย่างรีบเร่ง โดยจะต้องระมัดระวังไม่ให้มีการซ้ำเติมใดๆ ขึ้นมาอีก เพราะไม่เพียงกลุ่มคนเสื้อแดงจับตามองอยู่แต่คนทั่วโลกเองก็จับตามองอยู่ด้วยเช่นกัน ว่า ประชาธิปไตยของไทยและกฎหมายไทย จะยังสามารถเป็นที่พึ่งพาในการเยียวยาความบอบช้ำในครั้งนี้ได้หรือไม่เพราะสิ่งที่เป็นความจริงในวันนี้ ต้องยอมรับว่า สำหรับกลุ่มคนเสื้อแดง และรัฐบาล อาจจะไม่มีใครแพ้ใครชนะ ... ที่แพ้ยับเยินแน่ๆ ก็คือประเทศไทยของคนไทยทุกคนนั่นเองจริงๆ

แล้วหากที่ผ่านมา เป็นเหมือนบรรยากาศในบ้านของ เสธ.แดง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า มีความแตกต่างทางความคิดระหว่างการเป็นสีเหลือง กับการเป็นสีแดง ในบ้านเดียวกันแต่ก็ไม่ได้ทำลายความผูกพันระหว่างสายเลือดเลยแม้แต่น้อยในวันที่ เสธ.แดง ประกาศตัวเป็นกลุ่มคนเสื้อแดง จนทำให้ถูกลอบสังหาร คนในครอบครัวไม่ว่าจะมีความแตกต่างทางความคิดอย่างไร ยังไง...สายเลือดก็ข้นกว่าความคิดต่างอยู่ดี