ที่มา ข่าวสด
กระสา มันเสมอ
นักเขียนใหม่สอนเดินคนหนึ่ง ปริวิตกกับเหตุ การณ์ปัจจุบัน เห็นแต่ทางออกเป็นทางตัน เพียร ผูกโครงเรื่องเป็นร่างคร่าวๆ ได้เรื่องไม่ได้เรื่อง งูๆ ปลาๆ ประสาสัตว์ผู้ยาก
แต่ที่ยากเย็นยิ่งกว่าน่าจะเป็นพระเอก
ทิดมากคือพระเอกของเรา หมอนี่ ถ้าไม่ประสบความสำ เร็จสูงสุด ก็เป็นคนล้มเหลวสูงสุด ดุจเซลล์ป่วยซ่อนตัวเนานาน หรือแต่ในครรโภทร อันบิดาท่านพึงรู้ดี
พระเอกมีกลุ่มเพื่อนช่างเจรจาหนึ่งจำนวน ฉายาพี่น้องเดียวหรือนกคุ่มหนึ่ง สาธารณ์คนเคราะห์หนึ่ง ไก่อูหลงทางหนึ่ง โคระทมหนึ่ง ตัวละครปลีกๆ เท่านี้ กุมพระเอกให้นั่งถ่ายไม่ออกแต่ละเช้าแทบแย่แล้ว
อาวุโสสิอีกหลายตัว อาทิศาสดันทิฐิ พม่ากลับชาติ ซึ่งครอบพระเอกให้เห็นผิดเป็นชอบ ต่างวางความจงรักเป็นอุบาย แต่เพื่ออาศัยพักพิงเป็นความอยู่รอดไม่ได้บอก
คนแลสิ่งแวดล้อมเฉพาะหน้าระยะหนึ่ง เหมือนกรงล้อมกรอบพระเอกมิให้เห็นโลกภายนอกได้
สามัญสำนึกของการเดินเรื่อง แม้พระเอกเป็นคนธรรมดาสามัญก็น่าเห็นใจ ตรงออกจากกรงมาหาความชอบธรรมไม่ได้ เล่าถอมขจิกขจรหรือสุดจินดาหุ้มโคลนแต่อดีต ขนาดเป็นทหารหาญ ยังหลุดจากกรงด้วยความเด็ดขาดเพื่อประเทศชาติและประชาชนมีหนทางใหม่
กรงของพระเอกขณะนี้ ไฉนจึ่งมั่นคงนัก หรือจำ หลักแน่นเป็นเนื้อเดียวกันทั้งกรง กาย ใจ
ร่างโครงเรื่องพยายามหาเหตุประกอบผลว่า สัน ดานดิบเป็นเช่นนั้นจริง นับแต่ พ.ศ.2475 เป็นต้นมา พระเอกผู้เคราะห์ร้ายของเราก็เป็นคนเลวชั่วช้าต่ำทรามที่สุด ยิ่งกว่าประมุขขี้ฉ้อตอ แหลทั้งหมดที่ผ่านมา
คนประกอบข้างเคียง เป็นเพียงหมอนรองก้นในยามจำเป็น
การอ้างความชอบธรรมซ้ำๆ ซากๆ เพื่อหลบซ่อนความไม่ชอบธรรมในเงา มืดๆ
ใจเด็ด ไม่เคยเช็ดน้ำตา รูดซิป สะเด็ดน้ำไปแล้วงอตัว หลังค่อม อ้อนวอนความเป็นธรรมไปไย
ท้ายสุด พระเอกก็คงขอพื้นที่คืนไปเรื่อยๆ ด้วยความยินยอมของพวกหาผลประโยชน์เฉพาะหน้า ขณะที่ตัวละครบางตัวบอกว่า
แม้มีการกระชับปากมดลูกในครรโภทรเพียงนิดเดียว เซลล์ป่วยเซลล์พิการยืดเวลาออก โศกนาฏกรรมก็คงไกลสัตว์เมือง
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, May 26, 2010
มาเกิดเร็ว
วัดปทุมวนาราม
ที่มา ข่าวสด
ชื่อวัดปทุมวนารามตกเป็นข่าวบ่อยครั้งหลังเหตุการณ์สลายม็อบ
และมีผู้เสียชีวิตในวัดรวม 6 ศพ
"วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร" ตั้งอยู่ที่ถนนพระรามที่ 1 แขวงปทุมวัน เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร อยู่ระหว่างศูนย์การค้าสยามพารากอน และห้างเซ็นทรัลเวิลด์
เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปพระเสริมศักดิ์สิทธิ์ จำนวน 3 องค์ คือ พระเสริม พระแสน และพระสุก พระพุทธรูปเดิมอยู่ในถ้ำแขวงเมืองมหาชัย ประเทศลาว
ในสมัยรัชกาลที่ 4 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริถึงบริเวณนาหลวง บริเวณริมคลองบาง กะปิ ในพื้นที่ทุ่งพญาไท เป็นที่ลุ่มต่ำมีน้ำขังตลอดเวลาและมีบัวขึ้นอยู่ทั่วไป
จึงมีพระราชประสงค์สร้างสระบัวเพื่อเป็นที่เสด็จประพาสในยามว่างจากพระราชกรณียกิจ
พ.ศ.2396 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ จ้างจีนขุดลอกสระกว้าง 2 สระ สระทางด้านเหนือเรียกว่าสระใน ทางด้านใต้เรียกว่าสระนอก ปลูกบัวพันธุ์ต่างๆ ไว้ในสระทั้งบัวสาย บัวผัน บัวเผื่อน บัวหลวง
ทางฝั่งเหนือของสระใน กำหนดเป็นเขตหวงห้ามส่วนพระองค์ ข้างในปลูกโรงเรือนขึ้นเป็นพระที่นั่งสำหรับประทับแรม 1 องค์
เรือนฝ่ายในเป็นที่ประทับแรมของเจ้าจอม โรงครัวข้างในและโรงครัวเลี้ยงขุนนาง ส่วนสระนอกอนุญาตให้เป็นที่เล่นเรือของข้าราชการและราษฎรทั่วไป
รมณียสถานแห่งนี้พระราชทานนามว่าปทุมวัน คำนี้แปลว่าป่าบัวหลวง แต่เนื่องจากขุดไว้เป็นสระอย่างงดงามจึงเรียกกันอย่างลำลองว่าสระปทุม
ส่วนบริเวณที่ประทับพระราชทานนามว่า วังสระปทุม สร้างเสร็จเมื่อปี พ.ศ.2400
เมื่อสร้างสระบัวเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างวัดขึ้นที่ทิศตะวันตกของสระนอก เพื่อพระราชทานพระราชกุศลแก่สมเด็จพระเทพศิรินทรา บรมราชินี พระราชทานนามว่า วัดปทุมวนาราม
พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราช ดำเนินโดยขบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารคไปเชิญพระใส และพระแสนมาจากวัดเขมาภิรตาราม นนทบุรี แล้วแห่แหนมาประดิษฐานในพระอุโบสถ วัดปทุมวนาราม
ส่วนพระเสริมเป็นพระพุทธปฏิมาประธานในพระวิหารเป็นพระพุทธรูปที่นับถือกันว่าศักดิ์สิทธิ์อีกองค์หนึ่ง มีพุทธศิลป์ที่งดงาม อัญเชิญมาจากวัดโพธิ์ชัย แขวงเมืองหนองคาย
วัดปทุมวนารามนอกจากจะมีความสำคัญจากประวัติแรกสร้างแล้ว ในกาลต่อมายังเป็นสถานที่ประดิษฐานพระบรมอัฐิ พระราชสรีรางคารและพระอัฐิของพระเจ้าอยู่หัวและพระราชวงศ์หลายพระองค์
เช่น สมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก สมเด็จพระราชปิตุจฉา เจ้าฟ้าวไลยอลงกรณ์ กรมหลวงเพชรบุรีราชสิรินธร พระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล และสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี
การขยายตัวของบ้านเมือง ทำให้สภาพของวัดเปลี่ยน แปลงไปจากเดิมเป็นอันมาก
ปัจจุบันจึงมีเพียงสระบัวเล็กๆ และอ่างบัว ให้คนรุ่นหลังได้เห็นบ้าง
ในระยะ 40-50 ปีมานี้ วัดปทุมฯ เป็นแหล่งพักพิงของชาวอีสานที่เข้ามาอาศัยข้าววัดในกรุงเทพฯ
เหมือนกับที่วัดเบญจมบพิตรเป็นแหล่งเกื้อกูลชาวเหนือ และวัดโสมนัสฯ-วัดราชาธิวาสเป็นที่พักพิงของชาวใต้
ก่อนจะเป็น "เขตอภัยทาน" ในช่วงวิกฤต
แต่ยังมีคนมาคร่าชีวิตผู้หลบภัย โดยไม่คำนึงถึงบาปบุญคุณโทษ
คนที่ผิดกว่ามือเผา
ที่มา ข่าวสด
วงค์ ตาวัน
ลองนึกถึงภาพเหตุการณ์ในบ้านเมือง ถ้าหากรัฐบาลกับนปช.เจรจากันได้ ลงเอยด้วยการสลายตัวกลับอย่างสงบ ถนนราชประสงค์กลับคืนสู่ปกติ หนักหน่อยก็แค่การกวาดเก็บขยะ ล้างถนน
ไม่ต้องล้างเลือดประชาชน
ทั้งไม่มีตึกรามวอดวาย
จากนั้นรัฐบาลก็รีบดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เตรียมยุบสภาและเลือกตั้งในปลายปี พร้อมๆกับมีเวลาบริหารประเทศชาติ โชว์ฝีมืออีกพักใหญ่
พรรคการเมืองต่างๆ ก็เตรียมตัวลงสนามเลือกตั้ง
การเลือกตั้งไม่ใช่ทั้งหมดของประชาธิปไตย แต่เป็นหนทางที่เปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมได้อย่างเป็นรูปธรรม ยิ่งทำให้สกปรกน้อยที่สุด ก็คือการคืนอำนาจให้ชาวบ้านอย่างดีที่สุด
ทุกพรรค ทุกขั้วทุกสี มีสิทธิเสมอภาคกัน ในการใช้สิทธิเลือกตั้ง!
เพียงแค่การยอมเจรจา ไม่มีเรื่องเสียหน้า ไม่มีคำว่าแพ้ไม่ได้
เหตุการณ์เลวร้าย 19 พ.ค. คงไม่เกิด ความรุนแรง 10 เม.ย. อาจไม่มี
สำคัญสุดประชาชนไม่ต้องเซ่นสังเวยชีวิตถึงกว่า 80 ศพ
เป็นความตายของพลเมืองไทยต่อปัญหาการเมืองที่มากมายที่สุดในประวัติศาสตร์
รัฐบาลจอมพลถนอม รัฐบาลพล.อ.สุจินดา ชิดซ้ายไปเลย
ทั้งยังกลายเป็นหนี้เลือดหนี้แค้น ที่หากรัฐบาลไม่ยอมรับผิดชอบ ก็น่าเป็นห่วงยิ่ง
หน่วยข่าวกรองทุกหน่วยเตือนไว้แล้วด้วยความห่วงใยว่า ม็อบจบแบบโดนปราบ ย่อมเกิดความรุนแรงติดตามมาอย่างแน่นอน
หากย้อนกลับไปคืนวันที่ 10 เม.ย. ถ้ารัฐบาลไม่สั่งการผิดพลาด ให้ทหารเข้ายึดพื้นที่คืน ท่ามกลางผู้ชุมนุมนับหมื่น แล้วต่อเนื่องจนกลางคืน ย่อมไม่บานปลาย ล้มตายกันเกือบ 30 ศพ
แล้วถ้ารีบเจรจากันให้จบ ก็จะไม่เพิ่มเกิน 80 ชีวิต
ในวันที่ 19 พ.ค.เอง เมื่อตัดสินใจใช้การทหาร คือปฏิเสธแนวทางสันติ ทำให้มีคนล้มตายตามมาอีก
แล้วไม่มีการประเมินความเสี่ยง หากทหารเข้าถึงพื้นที่ราชประสงค์ พื้นที่เปราะบาง จะควบคุมม็อบได้หรือไม่
ไปจนถึงไม่มีแผนป้องกัน เมื่อฝูงชนเกิดบ้าคลั่งด้วยความแค้นจะมีการเผาย่านการค้าตามมา
เรื่องแบบนี้ถ้าไม่รู้ ไม่เตรียมไว้ก่อน ถือเป็นความผิดพลาดของรัฐบาลด้วย!!
มือเผานั้นผิดแน่ ผู้นำม็อบก็ต้องชดใช้ความผิด
แต่ความเป็นผู้บริหารบ้านเมืองของนายกฯ ต้องรับผิดชอบสูงกว่า!
'ทักษิณ' ทวิตเตอร์ตอบโต้รัฐบาล

พ.ต.ท.ทักษิณ ทวิตเตอร์ส่วนตัว ระบุ รักสันติ ไม่เคยคิดใช้ความรุนแรงใดๆ การเผาที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การยุยงของผม รัฐบาลหวังปราบปรามคนเสื้อแดงให้สิ้นซากมากกว่า...
รายงานข่าวแจ้งว่า เมื่อเวลาประมาณ 03.50 น. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุผ่านเว็บไซต์ทวิตเตอร์ส่วนตัวว่า ผมขอยืนยันว่ารักสันติ ไม่เคยคิดใช้ความรุนแรงใดๆ การเผาทั้งหลายที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การยุยงของผม ผมไม่ได้โฟนอินมานานมาก เพราะเห็นว่ามันเกินผมไปนานแล้ว คุณประชา มาลีนนท์ ก็เพื่อนกัน น่าจะเป็นคนที่จ้องจะเอาช่อง 3 มากกว่าที่จะเผาช่อง 3 เซ็นทรัลเวิล์ดก็รู้จักกันดี ไม่เคยบาดหมางกัน และให้เสื้อแดงใช้ห้องน้ำด้วย
อดีตนายกรัฐมนตรี ระบุอีกว่า คนสั่งทหารปราบประชาชนด้วยอาวุธหนัก และสไนเปอร์ เป็นพระเอก คนที่ถูกปราบเป็นผู้ก่อการร้าย แน่จริงอย่าปิดสื่อสิ ตอนนี้ไทยแย่ อันดับที่ 155 ตามหลังประเทศซิมบับเว คนที่ยึดสนามบิน ยึดทำเนียบ เป็นผู้ก่อการดี คนที่ไปเดินช้อปปิ้งอยู่ที่หลุยส์ วิตตอง ปารีส ไปดูหนังอยู่ที่เมืองคานส์ เป็นผู้ก่อการร้าย ไม่อายคนก็อาย...บ้าง ความปรองดองในความหมายของรัฐบาลขณะนี้ค่อนข้างชัดคือ ปราบปรามคนเสื้อแดงให้สิ้นซาก มันไม่ใช่ปรองดองหรอกครับ และมันก็ไม่มีสิ้นซากด้วย มันเป็นอุดมการณ์
พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุด้วยว่า อุดมการณ์ของเขาคือสังคมที่เป็นธรรม และมีเสรีภาพ แต่รัฐบาลกลับแสดงความเป็นเผด็จการ ไม่มีเสรีภาพ และไม่เป็นธรรมให้เห็น เหมือนเน้นว่าจะเป็นแบบนี้จะทำไม การออกหมายจับผม ไปอ้างถึงการตายและบาดเจ็บของพี่น้องชาวเสื้อแดงจำนวนมาก ไม่อายหรือ เขามาขอเลือกตั้งใหม่ (Ballots) กลับเอากระสุน (Bullets) ให้เขา แล้วโทษผม พี่น้องโทรมา ส่งข้อความมาเป็นห่วงผม ต้องขอบคุณมาก ไม่ต้องห่วงครับ ที่เมืองนอกเขามองเป็นเรื่องตลก ไม่มีอดีตผู้นำประเทศไหนที่เขาจะทำร้ายประเทศตนหรอก
ฝรั่งเศสให้คำมั่น ทักษิณล้มแผน กล่าวสุนทรพจน์
พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรโฆษกกระทรวงต่างประเทศฝรั่งเศส ยัน อดีตนายกฯพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ล้มแผนกล่าวสุนทรพจน์เหตุวิกฤติการเมืองไทยในปารีสแล้ว ด้านผู้จัดลุยต่อ ขณะที่ผบช.ตำรวจมอนเตเนโกร พร้อมจับกุม หากได้รับหมายจับจากไทย...
สำนักข่าวเอเอฟพี รายงานเมื่อ 25 พ.ค.ว่า ประเทศฝรั่งเศสได้โน้มน้าวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ให้ล้มเลิกแผนเดินทางมากล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับวิกฤติการเมืองไทยในกรุงปารีส ตามหมายกำหนดวันที่ 31พ.ค. สำเร็จแล้ว
ทั้งนี้ นายแบร์นาร์ด วาเลโร โฆษกกระทรวงต่างประเทศของฝรั่งเศส ระบุว่า พ.ต.ท.ทักษิณ รับประกันกับฝ่ายเราแล้วว่าจะไม่กระทำตามสิ่งที่พวกเราร้องขอ โดยวาเลโรระบุต่อไปว่า การมากล่าวบนเวทีของศูนย์วิจัยอิสระ “ศูนย์การเมืองและกิจการต่างประเทศ” จะไม่มีตามแผนเดิมอีกต่อไปแล้ว เพราะพ.ต.ท.ทักษิณ แจ้งพวกเราว่า จะไม่กลับมาที่ฝรั่งเศสอีก
อย่างไรก็ดี นายฟาเบียง เบาส์ซาร์ท หัวหน้าฝ่ายผู้จัดงาน ยืนยันยังจัดงานตามหมายกำหนดการเดิม ไม่ว่ากระทรวงต่างประเทศจะต้องการหรือไม่ก็ตาม อีกทั้งเป็นการเชิญมาในนามของเอกชน ที่กระทรวงต่างประเทศไม่มีอำนาจบังคับสั่งการ
ส่วนกรณีศาลเพิ่งอนุมัติออกหมายจับอดีตนายกฯทักษิณในข้อหาก่อการร้ายนั้น นายวาเลโร ระบุว่า ปัจจุบัน ฝรั่งเศสไม่ได้มีพันธะทางกฎหมายกับหมายจับดังกล่าว
โดยระหว่างเดินทางมาฝรั่งเศสเป็นการส่วนตัวเมื่อสัปดาห์ก่อน เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศสได้ร้องขออดีตนายกฯทักษิณ ไม่ควรมากล่าวสุนทรพจน์ที่ปารีสแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งครั้งนี้ฝ่ายจัดงานระบุว่า อดีตนายกฯทักษิณเดินทางจากปารีสไปกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เป็นการชั่วคราว
นอกจากนี้ ยังมีรายงานด้วยว่า อดีตนายกฯทักษิณ และครอบครัวเดินทางไปมอนเตเนโกรเป็นครั้งที่ 3 ในรอบหลายเดือน เมื่อวันจันทร์ 24 พ.ค. และเดินทางออกไปในวันอังคารที่ 25 พ.ค.นั้น นายวูจาดิน เวลโจวิช ผู้บัญชาการตำรวจของมอนเตเนโกร แถลงว่า สำนักงานตำรวจยังไม่ได้รับเอกสารหมายจับใดๆ จากฝ่ายไทย แต่ถ้าหากมีมา ไม่ว่าจากไหน และเป็นหมายจับเพื่อใคร ตำรวจจะดำเนินการด้วยความรับผิดชอบต่อไป
ทั้งนี้ ศาลเพิ่งอนุมัติออกหมายจับอดีตนายกฯทักษิณ ข้อหาก่อการร้าย ซึ่งนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ระบุว่า จะเป็นประโยชน์ต่อการตามจับอดีตนายกฯทักษิณมากขึ้น
หวั่นนักการเมือง ฮั้วปรองดอง สร้างภาพลวงปชช.
จตุพร - อภิสิทธิ์สวนดุสิตโพล ระบุ ประชาชนร้อยละ 64.28 หวั่นใจว่า "นักการเมืองไทย" จะสร้างภาพหลอกลวงประชาชนในการ "ฮั้วปรองดอง" เพราะเป็นเกมการเมืองที่ร่วมกัน หวังให้คนเชื่อใจ ส่วนอีกร้อยละ 73.04 เชื่อว่าถ้านักการเมืองปรองดองกันจริง บ้านเมืองดีขึ้นแน่...
25 พ.ค. สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศ จำนวน 1,282 คน ระหว่างวันที่ 23-25 พ.ค.53 ถึงกรณีนักการเมืองในยุคความปรองดองที่ต้องการว่าเป็นอย่างไร
โดยประชาชนร้อยละ 64.28 ระบุ กลัวว่าการปรองดองของนักการเมืองจะเป็นการฮั้วกัน เพราะอาจเป็นเกมการเมืองที่นักการเมืองร่วมกันสร้างภาพเพื่อให้ประชาชนเชื่อใจหรือไว้ใจ แต่อีกร้อยละ 35.72 ไม่เชื่อว่าจะมีการฮั้วกัน เพราะคิดว่านักการเมืองแต่ละกลุ่มมีความเห็นต่อบ้านเมืองที่แตกต่างกัน และมีจุดยืนชัดเจนเป็นของตนเอง
ขณะที่ร้อยละ 30.54 คิดว่า การปรองดองที่เป็นรูปธรรมของนักการเมือง ที่จะต้องทำให้เป็นตัวอย่างแก่ประชาชนวันนี้คือ นักการเมืองทุกคนต้องร่วมมือร่วมใจกันปฏิบัติหน้าที่ของตนเองให้เต็มความสามารถเพื่อให้เห็นผลงานออกมาเป็นรูปธรรม
ส่วนความเห็นร้อยละ 73.04 เชื่อว่าถ้านักการเมืองสามารถปรองดองกันได้จริง จะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น เพราะจะได้ร่วมมือร่วมใจกันทำงาน บรรยากาศบ้านเมืองจะได้สงบสุข การบริหารประเทศทุกด้านต้องอาศัยนักการเมือง
สำหรับเสียงประชาชนอีกร้อยละ 48.21 คิดว่านักการเมืองไทยทุกวันนี้คงหันหน้าปรองดองกันได้ยาก เพราะแต่ละฝ่ายไม่ยอมลดราวาศอกกัน ยังเล่นเกมการเมืองกันอยู่
และร้อยละ 37.98 อยากฝากให้นักการเมืองไทยยุคสถานการณ์บ้านเมืองแบบนี้มีความจริงใจ ตั้งใจทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนเป็นสำคัญ
'มาร์ค'ระงับเคอร์ฟิว จาก7เหลือ4 เกรงธุรกิจบันเทิงเจ๊ง
นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรี สั่งใช้เคอร์ฟิว 4 วัน 25-28 พ.ค. หากใช้ 7 วันตามที่รองนายกฯสุเทพเสนอ หวั่นธุรกิจบันเทิงกลางคืนเจ๊งเป็นแถบ รอประเมินสถานการณ์ 28 พ.ค.อีกรอบ ถกครม.วางคิวรับศึกซักฟอก ติงฝ่ายค้าน ไม่ส่งชื่อกมธ.งบฯส่ออดอภิปรายไม่ไว้วางใจ...
25 พ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมครม. มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) ได้เสนอให้ครม.พิจารณาให้ความเห็นชอบ ตามที่ศอฉ.เสนอให้มีการประกาศเคอร์ฟิว 7 วัน โดยนายุสเทพกล่าวถึงเหตุผลความจำเป็นเพียงสั้นๆ ว่า เนื่องจากขณะนี้ สถานการณ์แม้จะลดระดับลงมาบ้างแล้ว แต่ยังดูไม่น่าไว้วางใจ โดยเฉพาะยังมีบางพื้นที่มีการเคลื่อนไหวที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด ทั้งในพื้นที่ต่างจังหวัดและกรุงเทพฯ จึงจำเป็นต้องเสนอให้ประกาศเคอร์ฟิวต่อไปอีก 1 สัปดาห์
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีแสดงความเห็นว่า หากจะประกาศเคอร์ฟิวนานถึง 7 วันนั้น เกรงจะส่งผลกระทบทำให้ประชาชน โดยเฉพาะพวกผู้ประกอบการจะได้รับความเดือดร้อนมากขึ้นไปอีก อย่างเช่นผู้ประกอบการธุรกิจตอนกลางคืน เช่น ธุรกิจบันเทิงต่างๆ ไม่อยากได้รับผลกระทบรุนแรงเกินไป จึงอยากให้ลดระยะเวลาลงมาเหลือเพียงแค่ 4 วัน เอาไว้ถึงวันศุกร์ที่ 28 พ.ค. ค่อยมาประเมินสถานการณ์กันใหม่ ถ้าพื้นที่ใดสถานการณ์คลี่คลายลงแล้ว ก็ให้เสนอมา จะได้ยกเลิกเคอร์ฟิว ซึ่งบรรดาครม.ก็เห็นด้วยกับนายกรัฐมนตรี
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นายอภิสิทธิ์ได้หยิบยกกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเสนอขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล มาหรือกับครม.ว่า รัฐบาลจะให้มีการขยายเวลาการประชุมสภาสมัยวิสามัญออกไป หรือจะขอเปิดการประชุมสภาสมัยวิสามัญขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีการคาดการณ์ไว้คร่าวๆ ว่า ถ้าจะมีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ คงเป็นช่วงวันที่ 31 พ.ค.-1 มิ.ย.53 แต่ทั้งหมดต้องขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของประธานสภาผู้แทนราษฎรจะไปพิจารณา ถ้าหากท่านเห็นว่าจะให้อภิปรายฯวันเสาร์หรือวันอาทิตย์รัฐบาลก็พร้อมจะตอบชี้แจงอยู่แล้ว
"เท่าที่ได้กำหนดตารางเวลาในการประชุมสภาสมัยวิสามัญไว้ เราจะอภิปรายงบประมาณกันในวันที่ 26-27 พ.ค. ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นช่วงวันที่ 29 พ.ค.ถึง1 มิ.ย. รัฐบาลพร้อมเสมอที่จะให้ฝ่ายค้านอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่จะเป็นวันใดต้องแล้วแต่ทางประธานสภาจะประสานมา ซึ่งตอนนี้พ.ร.ฎ.ปิดสมัยประชุมสภาสมัยวิสามัญในวันที่ 28 พ.ค. ยังอยู่ในขั้นตอนที่ขอกลับคืนลงมาได้" นายกฯ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.ท่องเที่ยวฯ ได้ซักถามว่า มีด้วยหรือในกรณีที่จะเปิดการประชุมสภาสมัยวิสามัญ เพื่อให้เปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย กล่าวว่า เมื่อก่อนในการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช พรรคประชาธิปัตย์ได้ยื่นญัตติไว้ตั้งแต่ในสมัยประชุมสภาสมัยสามัญ แต่ต่อมาเกิดปิดสมัยประชุมสภาไปก่อน ก็เลยมาเปิดวิสามัญให้ ทั้งนี้ไม่ว่าในช่วงอภิปรายฯงบประมาณ รัฐบาลก็เปิดโอกาสให้อภิปรายกันไปเลย 3-4 วัน เพราะถึงจะการอภิปรายฯงบประมาณ แต่ฝ่ายค้านก็ต้องหยิบยกบางประเด็นมาพูดต่อเนื่องเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจไปด้วยอยู่แล้ว ก็จะเป็นโอกาสที่ดีที่ส.ส.ของซีกรัฐบาลจะได้พูดชี้แจงทำความเข้าใจไปด้วย
นอกจากนี้ก็มีข่าวว่า ฝ่ายค้านจะไม่ส่งรายชื่อคนเข้ามาร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณางบฯ ก็จะทำให้การพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณมันไม่เสร็จสิ้น ฝ่ายค้านจะมีปัญหาว่าจะไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯได้กล่าวเสริมว่า ถ้าฝ่ายค้านเขาไม่เสนอรายชื่อกรรมาธิการร่วมพิจารณางบประมาณ ก็ถือว่ากระบวนการพิจาณณางบประมาณไม่จบ อาจจะไม่ได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ ซึ่งตนพร้อมเสมอที่ให้มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐมนตรีแต่ละท่านพร้อมหรือเปล่า ซึ่งทั้งนายสุเทพ เทือกสุบรรณ นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย นายโสภณ ซารัมย์ รมว.คมนาคม นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง และนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ ที่นั่งอยู่ครบในห้องประชุมครม. ก็ตอบรับว่าพร้อมกันทุกคน
Tuesday, May 25, 2010
'ตู่'มาตามนัด พบดีเอสไอ ทนายสู้เต็มที่
ที่มา ไทยรัฐ

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 พ.ค. นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ในฐานะแกนนำ นปช. นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี ผู้ถูกกล่าวหาในคดีก่อการร้าย พร้อมด้วยนายคารม พลทะกลาง หัวหน้าทนายความ นปช.เข้าให้ปากคำในคดีก่อการร้ายต่อนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะหัวหน้าพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย โดยมีกองเชียร์กลุ่มเสื้อแดงยืนจำนวนหนึ่งถือกระดาษรูปหัวใจตะโกนให้กำลังใจ
นายคารม พลทะกลาง หัวหน้าทนายความ นปช. กล่าวก่อนเข้าให้การว่า ข้อหาก่อการร้ายเป็นการใส่ร้ายป้ายสี โดยหยิบเทปการปราศรัยบางช่วงมา เราไม่ได้กังวลในการต่อสู้ในกระบวนการยุติธรรม แต่จะให้ปรองดองคงไม่ได้ ต้องต่อสู้ภายในกระบวนการยุติธรรม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า คนบ้านเดียวกันพูดคุยกันได้ ถ้าคนบ้านเดียวกันยังทำตัวแบบนี้ อยู่ไม่ได้หรอก คุณใส่ร้ายทุกวันสื่อคุณก็ยึดไปหมดแล้วจะให้พวกเราทำไง ประเด็นนี้เรียกร้องไปยังรัฐบาลว่าถ้าปรองดองให้สงบ ต้องให้สิทธิคนเสื้อแดง เมื่อกระบวนการยุติธรรมถูกนำมาใช้กับคนเสื้อแดง สิทธิมนุษยชนถูกละเมิด ภาพแกนนำ นปช.ที่ถูกควบคุมตัวที่ค่ายนเรศวรไปถ่ายเขาไม่ได้ นพ.ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ แกนนำกลุ่มเสื้อหลากสีไปยื่นเรื่องให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติสอบสวน หมายความว่าอะไร
หัวหน้าทนายความ นปช. กล่าวอีกว่า ประเทศไทยแย่กว่าพม่า ขอเรียกร้องในฐานะนักกฎหมาย อย่าละเมิดสิทธิกันจนเกินไป เมื่อถูกดำเนินคดีถูกจับกุมแล้ว ต้องให้เกียรติไม่ว่าจะเป็นแกนนำ นปช.หรือชาวบ้าน กรณีแกนนำ นปช. ถูกกล่าวหาก่อการร้ายเป็นข้อหาที่มีโทษประหารชีวิตกฎหมายให้ต้องมีทนายความเข้ารับฟังการสอบสวน เมื่อเป็นข้อหาที่มีโทษสูงต้องให้เวลาการต่อสู้เต็มที่ ทั้งเวลาให้การ ดีเอสไออย่าตกเป็นเครื่องมือของรัฐบาล
ส่วนกรณีศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) นำเทปปราศรัยของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี นายวีระ มุสิกพงษ์ และนายจตุพร พรหมพันธุ์ มาเปิดนั้น นายคารม กล่าวว่า จะดูแลลูกความในการต่อสู้คดีว่า มูลเหตุจูงใจในการชุมนุมคือเรื่องทางการเมือง ไม่ใช่เรื่องก่อการร้ายแน่นอน มาตรา 135 วรรคท้ายบอกชัดถ้าเป็นการเรียกร้องทางการเมือง ส่วนเทปของนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ไม่ใช้การพูดที่เวทีราชประสงค์อาจเป็นการพูดในต่างจังหวัดในเงื่อนไขของการรัฐประหาร คดีอาญา รัฐบาลกล่าวหาก็นำสืบว่ามาเราจะแก้ข้อกล่าวหา
"เรามั่นใจว่าคนเสื้อแดง เรียกร้องตามกฎหมาย เรียกร้องให้ยุบสภา มันทำร้ายรัฐบาลอย่างไร ส่วนนายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง อีกหนึ่งแกนนำยังไม่ได้รับการติดต่อ ส่วนแกนนำ นปช.คนอื่นๆ รอให้ พ.ร.ก.ฉุกเฉินยกเลิก เพราะเขาจะควบคุมตัวที่ไหนก็ได้ เราต้องระวัง" นายคารม กล่าว.
'แม้ว'ทวิตเย้ย หมายจับ คนไม่ได้กินแกลบ

"ทักษิณ" ทวิตเตอร์กร้าวถูกใส่ความหลังที่ศาลอาญามีคำสั่งอนุมัติหมายจับในข้อหา "ก่อการร้าย" โดยระบุว่า เป็นการใช้หลักฐานเท็จ ลั่นจะไม่ท้อเดินหน้าสู้เพื่ออนาคตของลูกหลานขอบคุณนักสู้เพื่อ ปชต....
เมื่อวันที่ 25 พ.ค. พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โพสต์ข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์ (http://twitter.com/Thaksinlive) ภายหลังศาลอาญามีคำสั่งอนุมัติหมายจับ ตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยื่นคำร้อง เป็นผู้ต้องหาคดีก่อการร้ายเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยข้อความดังกล่าวระบุว่า "ผมถูกใส่ความเป็นผู้ก่อการร้ายโดยใช้หลักฐานเท็จ เหมือน เหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม 2419 ทุกประการใช้สื่อโจมตีหาล้มสถาบันเป็น Communist แต่เรียกใหม่เป็น Terrorist ยัดอาวุธ"
นอกจากนี้ ยังได้โพสต์ข้อความระบุอีกว่า "เป็นนายกฯมาจากการเลือกตั้ง ชนะถล่มทะลาย 2 ครั้งซ้อน ถูกปฏิวัติยัดข้อหาถูกปล้นทรัพย์ต่อสู้หาความยุติธรรมโดยสันติกลับถูกยัดเยียดเป็นผู้ก่อการร้าย" รวมทั้ง "อย่าเที่ยวไปบอกชาวโลกเขานะว่าเป็นประเทศประชาธิปไตยอายเขาคนกินข้าวกินขนมปังไม่ได้กินแกลบเอารถถัง ปราบประชาชนผู้เรียกร้องตายเป็นร้อยเจ็บเป็นพัน" และ "ขอขอบคุณกำลังใจทุกกำลังใจ ขอขอบคุณนักสู้เพื่อประชาธิปไตยทุกท่านผมไม่มีท้อไม่มีถอยเราจะต่อสู้ต่อไป เพื่ออนาคตลูกหลานไทยจะได้มีสังคมท่ีเป็นธรรม"


