ที่มา ไทยรัฐ
นิติภูมิ นวรัตน์
ไปบรรยายที่ไหน คำถามของท่านผู้ฟังส่วนใหญ่
แตกต่างจากคำถามเมื่อสิบกว่าปีที่ผ่านมามาก
คำถามเดี๋ยวนี้มีแต่ความดุดัน แดกดัน
ต้องการฟาดฟันพวกของสีตรงข้ามอย่างขาดสติ
นั่งนึกถึงความเป็นไปของผู้คนชนในชาติแล้วก็ให้เสียดายมาก
แทนที่จะเป็นชาติพุ่งกระฉูดส่งตูดจัมโบ้เหมือนในอดีต
เรากลับเป็นชาติที่มีสองบุคลิกภาพ บุคลิกภาพแรก
ผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศหงอยเหงาเศร้าใจ
ไม่รู้อนาคตของตนและครอบครัวว่าจะเป็นเช่นใด บุคลิกภาพที่สองคือ
ความก้าวร้าวรุนแรง ขาดสติ
คำถามที่นิติภูมิได้รับจากการออกไปบรรยายซึ่งถามถี่มากขึ้นเรื่อยๆ ก็คือ
ในอนาคตจะเอาผู้นำที่ฆ่าประชาชนคนบริสุทธิ์มารับโทษได้อย่างไร?
ผมให้ความเห็นว่า
ขณะที่ผู้กระทำมีอำนาจบาตรใหญ่ ท่านทำอะไรไม่ได้มาก
อย่าดิ้นรนไปให้เสียเวลา
การดิ้นรนจะยิ่งนำทำความแตกแยกภายในชาติของเราให้มีมากขึ้น รุนแรงขึ้น
หากต้องการทวงถามตามความยุติธรรมให้ผู้ตายวายชนม์
กรุณาอย่าไปตะโกนปาวๆ หรือทำบ้าบอคอแตกอะไร วิธีที่ดีที่สุดก็คือ
รวบรวมพยานหลักฐานต่างๆไว้ให้ได้มากเท่าที่จะมากได้
เมื่อคณะผู้นำชุดนี้ไม่มีอำนาจแล้ว
ท่านถึงค่อยไปใช้วิธีเดียวกับที่มีการจัดการกับอดีตประธานาธิบดี สลอบอดัน มีโลเซวิช
ต่อไปภายหน้า รัฐบาลใหม่อาจจะนำหลักฐาน
ไปฟ้องร้องอดีตผู้นำของไทยต่อศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ
ในความผิดฐานก่ออาชญากรรมต่อประชาชนในดินแดนของราชอาณาจักรไทย
แทนที่ท่านจะไปตะโกนเย้วๆ ปาวๆ
ผมว่า ท่านน่าจะสงบ และตั้งกลุ่มศึกษาความเป็นไปได้
ในการฟ้องร้องของ
คดีสังหารหมู่
คดีการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
คดีทำร้ายพลเรือน ฯลฯ อะไรพวกนี้จะดีกว่า
ท่านควรจะตั้งทีมศึกษากรณีที่
นายแพทย์ ราโดแวน คาราดซิค อดีตประธานาธิบดีของสาธารณรัฐเซอร์เบีย
โดนศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศฟ้องเมื่อ 24 กรกฎาคม 2538
ในฐานะผู้นำที่ต้องมีความรับผิดชอบต่อการฆ่าคนมุสลิมจำนวนมากในบอสเนีย
ในวันเวลานาทีเดียวกันกับที่ฟ้องนายแพทย์คาราดซิค
ศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศก็ฟ้อง
นายแรทโค มลาดิค อดีตผู้บัญชาการกองกำลังบอสเนีย-เซิร์บ
ผู้ต้องมีความรับผิดชอบต่อการฆ่าประชาชนที่เมืองซรีเบร็นนิกาด้วย
หน้าที่ที่จะชี้ว่า ผู้นำประเทศคนใดคนหนึ่ง หรือคณะผู้นำประเทศคณะใดคณะหนึ่ง
มีความผิดฐานก่ออาชญากรรมต่อประชาชนในดินแดนของตนเองนั้นหรือไม่
เป็นเรื่องของศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ ที่เรียกกันว่า
International Criminal Court หรือ ICC
โดยศาลจะเป็นฝ่ายพิจารณาในเบื้องต้นว่า
อ้า กรณีนี้เป็น Crime against humanity
หรือเป็นการก่ออาชญากรรมต่อความเป็นมนุษย์หรือเปล่า
ศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศอาจจะพิจารณาว่า
การฆ่ากันที่ผ่านมาเป็นเรื่องภายในของราชอาณาจักรไทย
ที่สาธารณประเทศไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวดองหนองยุ่งด้วยได้
และศาลก็อาจจะถือว่า การสลายการชุมนุม
โดยเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นเป็นประจำในประเทศต่างๆทั่วโลก
ก็อาจจะเป็นไปได้
ย้อนกลับไปในกรณีของนายสลอบอดัน มีโลเซวิช เมื่อหมดบารมี หมดอำนาจแล้ว
แกก็ถูกรัฐบาลเซอร์เบียสั่งให้คุมตัวและเอาไปขังไว้เมื่อ 1 เมษายน 2544
เพื่อรอการดำเนินคดี ภายในเวลาไม่ถึง 3 เดือน
ก็มีการส่งตัวแกไปขังไว้ในห้องขนาด 3 คูณ 5 เมตร
ที่ศาลอาชญากรรมสงครามระหว่างประเทศ
แกโดนส่งไปขึ้นศาลในครั้งนี้ด้วยข้อหาที่ว่า
กองทัพเซอร์เบียฆ่าคนตายในระหว่างความขัดแย้งที่เมืองโคโซโว
ในขณะที่แกเป็นประธานาธิบดี และบั้นปลายท้ายต่อมา
ก็มีคดีที่ฟ้องร้องแกเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถึง 66 คดี
โดยแต่ละคดีมีโทษจำคุกตลอดชีวิตทั้งนั้น
ยังไม่ทันมีการพิจารณาคดี
มีโลเซวิชก็ตายกลายเป็นผีอยู่ในคุกด้วยอาการหัวใจล้มเหลว
วันที่เอาศพของมีโลเซวิชไปฝังในแผ่นดินเซอร์เบีย ไม่มีเงาของเมียและลูก
เพราะขืนโผล่มาเมื่อไร รัฐบาลใหม่ของเซอร์เบียจะจับทันที
ยังมีผู้นำอีกมากมายหลายคนที่ก่อกรรมทำเข็ญไว้ในระหว่างมีอำนาจ
เมื่อหมดอำนาจแล้ว ก็ไม่สามารถเดินลงไปใช้ชีวิตอย่างคนธรรมดาสามัญได้
อย่างนายกรัฐมนตรีผู้ที่ดำรงตำแหน่งผู้นำในห้วงช่วงที่เกิดเหตุการณ์ความขัดแย้งรุนแรง
หมดอำนาจลงเมื่อใด
ท่านคงจะไปเดินดินกินข้าวแกงข้างทางอย่างเมื่อก่อนนั้นคงลำบาก
บางคนโมโหโกรธาประกาศว่า
ไม่อยากอยู่ร่วมประเทศกับพวกสองมาตรฐานอีก
ผมขอเรียนถามท่านว่า ถ้าไม่อยู่ด้วยกันแล้ว ท่านจะทำยังไง?
แบ่งแผ่นดินออกไปตั้งเป็นประเทศใหม่หรือ?
ผู้คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้คงไม่ยอมแน่
ผมต้องตอบคำถามเรื่องแยกประเทศนี่บ่อยๆ
โดยผมตอบว่าเป็นไปไม่ได้เลย ประเทศเล็ก ชาติน้อยนั้น
ขาดอำนาจในการต่อรองในเวทีระหว่างประเทศ
สู้อยู่กันเป็นปึกแผ่นแน่นแฟ้น เป็นชาติขนาดใหญ่อย่างนี้ดีกว่า
ส่วนปัญหาที่เกิด ก็ต้องช่วยกันแก้
แก้ไขให้ความยุติธรรมอุบัติขึ้นในแผ่นดินไทยให้จงได้.
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Sunday, August 22, 2010
จะส่งผู้นำไทยไปขึ้นศาลระหว่างประเทศ?
สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:แดงAround the world
ที่มา Thai E-News
แดงทั่วไทยแดงไกลทั่วโลก-นึก ว่าปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนแล้วจะล้มหายตายจากไปง่ายๆเหรอ? เมินซะเถอะ ตอนนี้แดงทั่วไทย แดงไกลไปทั้งโลกอีกต่างหาก เตรียมตัวระทึกใจแดงทั้งโลก 19 กันยายนนี้ COMING SOON!
โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
21 สิงหาคม 2553

***แดกด่วนชวนชิมงบฯ54-ระบอบ ปกครองอำมาตย์ยกมือโหวตผ่านงบประมาณปี 2554 เป็นที่เรียบร้อย และรัฐบาลหุ่นเชิดอภิสิทธิ์หวังจะอยู่ยาวไปจนครบเทอม ขณะที่มีความมั่นใจขุมกำลังอำนาจตำรวจ-ทหาร"สายใน"คอยอุ้มชู จะเสียอยู่อย่างเดียวที่ไม่หวานคอหอยก็คือ ประชาชนไทยเกินครึ่งประเทศ ปฏิเสธที่จะยอมรับนับถือว่านี่เป็นรัฐบาลอันชอบธรรมของพวกเขา...***
***ข่าวดี-เด วิด เพอร์เซล ฝรั่งเสื้อแดงชาวออสเตรเลียถูกปล่อยตัวเมื่อวานนี้ และเตรียมเนรเทศกลับประเทศแล้ว หลังจากที่ถูกคุมขังไว้นาน 89 วัน โดยตอนแรกเขายืนหยัดจะต่อสู้คดีอย่างถึงที่สุด แต่ญาติมิตรของเขาได้ขอร้องให้สารภาพว่าทำผิดกฎหมายฝ่าฝืนประกาศฉุกเฉินร่วม ชุมนุมและขึ้นเวทีนปช. ศาลจึงสั่งลงโทษจำคุก 45 วัน แต่เนื่องจากติดคุกมาแล้ว 89 วันจึงสั่งปล่อยตัว***

***เพอร์ เซลกล่าวภายหลังการพิจารณาคดีว่า แม้เขาจะมีประสบการณ์อันไม่พึงประสงค์หลายอย่างในเมืองไทย แต่สิ่งที่ได้เห็นภายใต้ระบบการเมืองของไทยคือ ความอบอุ่น ความกล้าหาญ และความจริงใจของประชาชนไทย***

***ก่อนหน้านี้ฝรั่งเสื้อแดงชาวอังกฤษ เจฟฟ์ ซาเวจ ซึ่ง ทางการไทยจ้องเล่นงานหนักหาว่าเขาชวนผู้ชุมนุมไปเผาห้างฯในช่วงชุมนุม แต่เพราะอังกฤษยังเป็นที่เกรงใจของชนชั้นนำไทย ได้มีการจัดแจงให้เขาสารภาพผิดข้อหาร่วมชุมนุมฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน และปล่อยตัวเนรเทศ ซึ่งเขากล่าวทิ้งท้ายก่อยนอำลาแดนเถื่อนว่า"ผมหวังว่าจะเกิดความยุติธรรมขึ้นในเมืองไทย ไม่เฉพาะกับเสื้อแดง แม้แต่กับเสื้อเหลืองด้วย และทุกๆสีเสื้อ ผมหวังไว้อย่างนั้น"***
***ประชาชน ไทยผู้รักประชาธิปไตยรักความเป็นธรรมจะจารึกชื่อฝรั่งที่มีจิตใจสากล รักประชาธิปไตยรักความเป็นธรรมไว้ตราบเท่านาน และชาตินี้เราคงมีวันได้ร่วมฉลองชัยเมื่อมีประชาธิปไตยที่แท้จริง และความอยุติธรรมปลาสนาการไปพ้นจากบ้านนี้เมืองนี้***
***ยังยิ้มสู้- นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดิน ยิ้มทักทายกับกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาให้กำลังใจถึงศาลอาญาฯ ระหว่างถูกคุมตัวจากเรือนจำไปรับทราบข้อหาก่อการร้าย รวม 17 คน ทั้งนี้องค์การนิรโทษกรรมสากล(Amnesty)ได้เรียกร้องให้ไทยพิจารณาสืบสวนสอบ สวนคดีนี้อย่างโปร่งใส และเสนอให้องค์กรนานาชาติเข้าร่วมการสืบสวนด้วยเพื่อความยุติธรรม แต่ระบอบปกครองของไทยยังคงเพิกเฉย และเดินหน้ายัดเยียดข้อหาที่นานาชาติเห็นว่าเป็นการใส่ร้ายป้ายสีนักโทษทาง การเมือง ด้วยมูลเหตุจูงใจทางการเมือง ***
***ระบอบ ปกครองอำมาตย์ไทยต้องการบอกให้โลกรู้ว่าพวกเขายังสามารถจัดการควบคุม ทุกอย่างได้เบ็ดเสร็จในประเทศนี้ 1ในสิ่งที่จะยืนยันเรื่องนี้ก็อาจจะเป็นต้นว่า นักโทษทางการเมืองเสื้อแดงนั้นจะได้รับการปลดปล่อยก็ต่อเมื่อ"มีความเมตตาปรานี"ให้ และก็ไม่จำเป็นต้องปล่อยตามคำร้องขอ หรือการกดดันจากไหน หากอยากปล่อยก็เพราะบังเอิญว่าเป็นวันเวลาหรือโอกาสที่ระบอบปกครองเผด็จการ นี้เห็นว่าเป็น"โอกาสสำคัญ"ของระบอบปกครองเผด็จการอำมาตย์ ทั้งนี้จากการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลนี้...จริงเท็จประการใด โปรดติดตามไปอีกราว 4 เดือนนับจากนี้***

***'บก.ลายจุด'-สมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนอนวันอาทิตย์สีแดงแจ้งทางเฟสบุ๊คว่า "วันนี้ได้มีโอกาสแวะไปเยี่ยมแกนนำ ได้คุยกับทั้งหมอเหวง คุณเต้น(ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ) และอีกหลายคน คนข้างในเขาเข็มแข็ง และกำลังใจที่จะส่งไปถึงพวกเขาคือ การที่พวกเราที่อยู่ข้างนอกยังคงยึดมั่นในพันธสัญญาที่เคยมีมาร่วมกัน ทุกวันเขาติดตามข่าวที่เกิดขึ้นภายนอก ว่าเสื้อแดงล้มแล้วลุกหรือยัง ลุกแล้วยืนหรือยัง และเมื่อเรายืนได้ วันหนึ่งเราก็จะออกเดินหน้าอีกครั้ง นี่คือกำลังใจที่แท้จริง***
***วานคุณทักษิณ ชินวัตร หรือแฟมิลี่ และหรือพรรคเพื่อไทยช่วยดูดำดูดี"ประยุทธ มูลสาร"เป็น การด่วน ชายผู้นี้แม้รู้ตัวว่าป่วยหนักเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะที่3ก็ยังกัดฟันสู้ ทั้งราชดำเนิน ราชประสงค์ อุบลฯบ้านเกิด ตอนนี้โดนฝ่ายอำนาจรัฐตามบี้เช็ดทั้งที่ป่วยหนัก จนอาจต้องตัดสินใจมอบตัวในวันที่ 25 สิงหาคมนี้(รายละเอียด) เพื่อจะได้พบแพทย์..หากคุณทักษิณและคณะรู้ข่าวแล้วรีบช่วยเหลือ ก็จะน่านับถือในน้ำใจ***
***อาทิตย์สัญจร กิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง ณ จ.เชียงใหม่ รถออก จาก กทม.เช้าวันที่ 21/8/53(แถววิภาวดี)ค่ารถ900บ.
ไม่ รวมค่าที่พัก/อาหาร/ สนใจสำรองที่นั่งได้ที่คุณทาทา T.087-3697884 ร่วมกันเดินทางไปกับทีมงานบก.ลายจุดสนุกสนานตลอดเส้นทาง แวะตามจังหวัดเสื้...อแดงต่างๆ ก่อนเข้าตัวเมืองเชียงใหม่ งานนี้ทางเสื้อแดงเชียงใหม่เข้าร่วมกิจกรรมด้วย
โทรจองที่นั่งกันได้แล้วค่าดูเพิ่มเติม***
กิจกรรม หลังจากยกเลิก พรก. ของแดงเชียงใหม่!!!!
เป็น อันว่าตอนนี้ พรก.ฉุกเฉิน ที่จังหวัดเชียงใหม่ก็ได้ถูกยกเลิกลงแล้ว ทางกลุ่มแดงเชียงใหม่เองนั้นก็มีกิจกรรมที่จะทำค่อนข้างเยอะพอสมควร
วันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม 2553 นี้ พวกเราบางส่วนต้องเดินทางไปจังหวัดพะเยาเพื่อประชุมกับ คุณสมยศ พฤกษาเกษมสุข เกี่ยวกับเรื่องการจัดตั้ง สมัชชาประชาชน19 พฤษภาคม ประชุมเสร็จก็จะรีบเดินทางกลับมาเพื่อทำเวทีที่ท่าแพต่อค่ะ (ก็จะรวดทำการประชาสัมพันธ์และชักชวนพี่น้องพะเยาตามกลับมาร่วมงานวัน อาทิตย์ที่22 ด้วยเลย)
ในเย็นวันเสาร์ที่ 21 สิงหาคม ได้มีการตกลงกันแล้วค่ะ ว่าจะจัดเวทีย่อย ที่ข่วงประตูท่าแพ มีการฉายคลิปวีดีโอ และภาพถ่ายการสลายชุมนุม อาจมีการพูดคุยจากปากของพี่น้องประชาชนที่อยู่ในเหตุการณ์จริงมาเล่าสู่กัน ฟัง (ทางเหนือเรียกวันลองไฟค่ะ) ก็เชิญชวนพี่น้องที่เดินทางไปจากกรุงเทพฯมาร่วมลองไฟพบปะกับพี่น้องหมู่เฮา ชาวเหนือกันตั้งแต่คืนวันเสาร์ที่ี่ข่วงประตูท่าแพเลยนะคะ
เริ่มงานกันตั้งแต่ ประมาณ 16.00 น เป็นต้นไปเลยค่ะ
วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม ก็จะเป็นการจับจ่ายซื้อสินค้าถนนคนเดิน ร่วมงานกับท่าน บก. ลายจุด และพี่น้องมวลชนเสื้อแดง ทั้งภูธร นครบาล ตั้งแต่ บ่ายๆเป็นต้นไปค่ะ (ตามแต่โปรแกรมของ บก. ลายจุดค่ะ)
วันจันทร์ที่ 23 สิงหาคม ก็มีการเสวนาการเมืองต่ออีก 1 วัน ในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ โดยท่าน บก.ลายจุด และอาจารย์นักวิชาการ อีกหลายท่านนะคะ ก็ขอเชิญพี่น้องที่ยังไม่รีบเดินทางกลับเข้าร่วมฟังและร่วมแสดงความเห็นกัน ได้ค่ะ (รายละเอียดจะติดตามมาแจ้งให้ทราบอีกทีค่ะ)
วันอังคารที่ 24 สิงหาคม แกน นำเชียงใหม่ได้รับเชิญเข้าร่วมเสวนา กับคณะรัฐศาสตร์จุฬาฯ ในกรุงเทพมหานคร ก็ต้องเดินทางกันคืนที่ 23 ถึงกรุงเทพฯเช้าเข้าเสวนา (อย่างน้อยก็สามารถนำแนวทาง ความรู้ต่างๆไปเผยแพร่หรือประยุกต์ใช้ในการต่อสู้ต่อไปอย่างรอบคอบมากขึ้น 555 ถ้าไม่เหนื่อยตายกันเสียก่อนนะจ๊ะ 55555 สู้ว้อยย)
ยังค่ะยังมี อีกเยอะค่ะ กิจกรรมที่คิดไว้และจัดเตรียมไว้แบบต่อเนื่อง นอนสต๊อป แน่นอนค่ะจะทะยอยแจ้งให้ทราบเป็นงานๆๆไปนะคะ บางงานอาจต้องพึ่งพา วิทยุ ของเวบถ่ายทอดสัญญาณเสียงบ้างนะคะทำสิ่งที่ตัวเองชอบคือ " อิสระ "
ทำสิ่งที่ตัวเองรักคือ " ความสุข"

***ไปที่ความเคลื่อนไหวของสมัชชา 19 พฤษภาคม สืบเนื่องจากกลุ่มคนเสื้อแดงทั่วประเทศได้จัดประชุมกันขึ้นเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคมที่ผ่านมา ที่นครปฐม และได้ตกลงจัดตั้ง สมัชชา 19 พฤษภาคมขึ้น
สมัชชา 19 พฤษภาคม จะจัดให้มีการประชุมสมัชชาระดับจังหวัดครั้งแรกที่จังหวัดพะเยา ที่โรงแรมภูทองเพลส ในวันที่ 21 สิงหาคมนี้ โดยมี ส.ส.ดร.สุนัย จุลพงศธร เป็นวิทยากรบรรยาย ในหัวข้อ สถานการณ์เศรษฐกิจ-การเมืองกับการปฏิรูปประเทศไทย และจะเป็นการระดมความคิดเห็นจากที่ประชุมกำหนดเป็นแนวทางการดำเนินงานของ สมัชชาต่อไป ผู้สนใจเข้าร่วมติดต่อได้ที่ คุณจิรโรจน์ กีรติศักดิ์วรกุล โทร 08-5033-3533
ในเบื้องต้นที่ประชุมตัวแทนคนเสื้อแดงและประชาชนสาขาอาชีพต่างๆได้ระดมความคิดเห็นต่อแนวทางปฏิรูปประเทศไทย มีข้อเรียกร้องคือ
1. ให้ปล่อยตัวนักโทษการเมือง ซึ่งเป็นแกนนำและแนวร่วมนปช.ที่ถูกจับกุมคุมขังทุกคน
2. ปฏิรูประบบศาลยุติธรรมให้เชื่อมโยงกับอำนาจของประชาชน
3. ปฏิรูประบบภาษี เช่น ยกเลิกภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ลดภาษีมูลค่าเพิ่ม จัดเก็บภาษีก้าวหน้า ภาษีที่ดิน ภาษีมรดก เพื่อดำเนินการจัดตั้งรัฐสวัสดิการ
4. ประกันรายได้เกษตรกร และเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำให้ผู้ใช้แรงงาน อีก 10เปอร์เซ็นต์
รายละเอียดเพิ่มเติม อ่านในเวบไซต์redpower***
***เชิญ พี่น้องเสื้อแดงร่วมงานทำบุญเลี้ยงพระเพล ครบ 100 วัน "วีรชนเดือนพฤษภา 53" ในวันเสาร์ที่ 21 ส.ค. 2553 เวลา 11.00 น. ณ วัดพระไกรสีห์น้อย ถนนรามคำแหง 23 เสร็จจากเลี้ยงพระ มีการเสวนาโดยพระคุณเจ้า 1 รูป, ดร.สุธาชัย ยิ้มประเสริฐ, คุณพลท เฉลิมแสน, คุณวงศ์-รามอินทรา ฯลฯ

ประมาณ 14.00 น. โฟนอิน จาก "คุณจักรภพ เพ็ญแข"***
***เสาร์ที่ 21 สค.53 ศูนย์ข่าวพีเพิลชาแนล จัดฉายภาพยนต์เกาหลี เรื่อง"18 May หรือ 18 พฤษภาสงครามประชาชน" ณ ชั้น 5 บิ๊กซี ลาดพร้าว เวลา 15.00 น.

เสธ.แดงฉบับหนังเกาหลีกำลังจัดตั้งกองกำลังนักรบพระเจ้าตาก ในเวลาต่อมาถูกสังหารจากฝ่ายรัฐบาล

หนัง เรื่องนี้ไทยอีนิวส์เคยนำเสนอไว้ว่า เหตุการณ์ใกล้เคียงกับเหตุการณ์19พฤษภาคมของไทย ทั้งที่ระยะเวลาห่างกันถึง 30 ปี ในหนังจะมีนายทหารแบบเสธ.แดง มีนางพยาบาลแบบน้องกมนเกด มีพระสงฆ์ มีคนขับแท็กซี่ มีคนรากหญ้าเข้าร่วมการต่อสู้ ถูกรัฐบาลปราบปรามอย่างรุนแรง แต่สื่อกลับลงข่าวว่าผู้ประท้วงเป็นผู้ก่อการร้ายใช้ความรุนแรง จนคนดูถีบทีวีพังทั้วประเทศ (อ่านรายละเอียด) หนังเรื่องนี้เคยมีการจัดฉายที่จุฬาฯ และม.เชียงใหม่มาแล้ว ท่านใดไม่อยากพลาด ขอเชิญ ******
***21 สิงหาคม น้องเดียร์-ขัติยา สวัสดิผลพบ ผู้สนับสนุนเสธ.แดงเขตภาคตะวันออก เพื่อขับเคลืื่อนพรรคขัติธรรม ที่โครงการหมู่บ้านเทพประทานพร อมตะนครซิตี้ ถนน 331 พร้อมทำบุญ100วันให้เสธ.แดง สอบถามเข้าร่วมงาน โทร.085-5631117 กิจกรรมทำบุญร้อยวันให้เสธ.แดงยังมีอีกหลายจุดทั่วประเทศ ส่วนทางยุโรปจัดขึ้นที่เยอรมนี มีเสื้อแดงเยอรมันเป็นเจ้าภาพ***

***22 สิงหาคม น้องเดียร์เป็นเจ้าภาพทำบุญครบ 100 วันให้เสธ.แดง ที่วัดสุขวราราม วัดหนองบัว***
***22 สิงหาคมมีกิจกรรมหลายจุด นอกจากจุดใหญ่วันอาืิทิตย์สัญจรที่เชียงใหม่ อีกจุดวันอาทิตย์สีแดงที่หน้าห้างอิมพีเรียลสำโรง เวลา16.30 น. จัดกิจกรรม"เราเห็นคนตายที่ราชประสงค์และราชดไำเนิน"ท่านใดอยู่ใกล้ให้ถือป้ายและแต่งแดงเข้าร่วมกิจกรรม 1คนต่อ1ป้าย
เวลา เริ่มกิจกรรม"13.30เป็นตั้นไป พบกันที่แม็คโดนัลด์ ใส่เสื้อสีแดง เพื่อทำกิจกรรมคนเสื้อแดง หลังจากนั้นต่อด้วย การร่วมกันทำป้าย ถือป้ายแสดงความคิดเห็น ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ เพื่อสื่อให้ต่างประเทศรับทราบ ต้องการผู้หญิงแต่งหน้าทาปากสีแดง ด่วนและผู้ใดแต่งหน้าได้มีเครื่องมือมาร่วมกันครับ และเราจะแบ่งคนออกป็นกลุ่มๆ กลุ่มละ 4 คน (ดูรายละเอียด)***

***อาทิตย์ 22 เช่นกัน เสื้อแดงชลบุรีเชิญเสื้อแดงภาคตะวันออกและท่านที่สะดวกเข้าร่วมงานเปิดศูนย์ ประสานงานแดงชลบุรี สอบถามรายละเอียดที่081-5811431 หรือ081-3442799 งานจัดที่ซอย 1 บ้านสวน***
***22 สิงหาคมตั้งแต่ 15.00 น.เป็นต้นไป เชิญชมมินิคอนเสิร์ต"เสียงประชาชน"ที่บิ๊กซี ลาดพร้าว ชั้น 5 ***
***เครือข่าย พลเมืองเน็ต ขอเชิญชวนพลเมืองเน็ต และนักข่าว โดยเฉพาะนักข่าวภาคสนาม
ผู้มีประสบการณ์การใช้ Social Media เพื่อการทำข่าวหรือรายงานข่าว มากินไป คุยไป ในหัวข้อ . . .
“จรรยาบรรณสื่อบนอินเทอร์เน็ต?”
วันอาทิตย์ที่ 22 สิงหาคม 2553 เวลา 13.00 – 17.00 น. ห้องประชุมชั้น 3 True Coffee สยามสแควร์ (ข้าง Style by Toyota)
นักข่าวเล่า
-Twitter Facebook YouTube ฯลฯ กับการเป็นเครื่องมือในการรายงานข่าว
-สถานะใหม่ของนักข่าวภาคสนามกับ Twitter ในกำมือ
-เครื่องไม้เครื่องมือในสนาม
พลเมืองเน็ตเล่าบ้าง
-“ตัวตน” ของนักข่าวใน Social Media
-จรรยารรณนักข่าวกับ Social Media
-ความคาดหวังจากพลเมืองเน็ต
เชิญ มาคุยกันสบายๆ แบบ "กินไปคุยไป" นำอาหารติดไม้ติดมือมาแบ่งกันได้ตั้งแต่เที่ยงครึ่งเป็นต้นไป โดยแต่ละคนอาจนำอาหาร ของกินที่ชอบติดไม้ติดมือกันมา เช่น แซนด์วิช กล้วยแขก ลูกชิ้นปิ้ง ขนมขบเคี้ยว และอื่นๆ แล้วแต่ชอบ คาดการณ์ว่า เหล่านักข่าวและชาวพลเมืองเน็ตจะตื่นสายๆ ในเช้าวันอาทิตย์จากนั้นเดินทางออกจากบ้าน ทำอาหารง่ายๆ หรือแวะซื้อของกินแล้วมาตั้งวงกินข้าวเสวนากัน ตั้งแต่เที่ยงครึ่งเป็นต้นไป ทางทีมงานจะเตรียมเครื่องดื่ม เช่น กาแฟ และเค้กไว้บริการ
ด่วน! มีที่นั่งจำกัดเพียง 20 ที่เท่านั้น ลงทะเบียนเข้าร่วมงานได้ผ่านแบบฟอร์มข้างล่างนี้
http://thainetizen.org/brownbag-3***

***เชิญ เสื้อแดงกรุงเทพฯที่สนใจอยากร่วมกิจกรรม "แต่งหน้าผีไปเลือกตั้ง สก." ในวันเลือกตั้งสก. 29 สิงหาคมนี้ ตามหน่วยเลือกตั้ง สก.ทั่วกรุงเทพฯ***
***ขอ เชิญท่านมาร่วมแสดงความคิดเห็นต่อนโยบายพรรคแนวร่วมสังคมประชาธิปไตย นั่นคือ การนำระบบลูกขุนมาใช้ในกระบวนการทางศาล เพื่อให้ศาลเชื่อมโยงกับอำนาจของประชาชนตามระบอบประชาธิปไตยสากล ซึ่งจะเป็นหนทางของการได้มาซึ่งความยุติธรรม เช่น ไม่เกิดความล่าช้าในการพิจารณาคดี สวบสวนข้อเท็จจริง

ในวันที่ 29 ส.ค. 2553 เวลา 13.00-16.00 น. ที่ห้องเพทาย รร.รัตนโกสินทร์ ถ.ราชดำเนิน ดังโปสเตอร์ที่แนบมา***

***หนังสือ Red Power ฉบับที่สี่ กระหึ่ม แผงหนังสือทั่วประเทศแล้ว เข้มข้นทุกเนื้อหา พบกับบทวิเคราะห์ บูรพาพยัคฆ์ กระชับอำนาจ สร้างรอยร้าวในกองทัพ ค้นหาคำตอบใครฆ่าเสธแดง เบื้องหลังคดีพันธมิตรยึดทำเนียบสนามบินอืดอาดล่าช้าร้อนแรงทุกเรื่องราว กับบทความเรื่องยุบปชป.ตั้งรัฐบาลแห่งชาติ และ แผนอุบาทว์ก่อนชาติล่ม อภิมหานางพญาเปิดสตง. ท้าทายทุกบรรทัด ด้วยบทชี้นำสะท้านฟ้า สะเทือนดิน และเรื่องราวปากคำผู้บาดเจ็บพยานรู้เห็นผู้ก่อการร้ายจบชีวิตอย่างไร พร้อมกับ ขำขันและการเมืองเรื่องบันเทิง หาซื้อ Red Power ฉบัยที่ 4 ร้านซีเอ็ด ดอกหญ้า บีทูเอสและแผงหนังสือทั่วไป ***
***ปิดท้ายด้วย กิจกรรมทางเฟซบุ๊ค โค้งสุดท้ายแล้วสำหรับการกดโหวต UDD red shirt Princess หมดเขต 31 สิงหาคมนี้ อยากให้กำลังใจสาวๆเสื้อแดงท่านไหน เชิญแวะเข้าไปโหวต กดตรงนี้ ***
มะกันเฮ รัสเซียผิดหวัง ทางการไทยส่งตัวพ่อค้าอาวุธไปสหรัฐฯ (เวอร์ชั่น2)
ที่มา Thai E-News
หมายเหตุ: เราได้ตัดสินใจที่จะดำเนินการนำข่าวเวอร์ชั่นเก่าออกตามสำนักข่าวนิวยอร์ค ไทมส์ โดยสาเหตุที่ไม่แน่ชัด, นิวยอร์ไทมส์ได้ทำการตัดทอนข้อมูลบางส่วน และได้เพิ่มเติมข้อมูลบางส่วนกับข่าวชิ้นนี้ ระหว่างช่วงเวลาไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้
ข่าวชิ้นนี้ป็นข่าวจาก The New York Times บอกเล่าถึงความสำเร็จของรัฐบาลสหรัฐฯในการทำให้ศาลไทยส่งตัวพ่อค้าอาวุธชาว รัสเซียกลับไปดำเนินคดีที่สหรัฐฯ แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้ทางการรัสเซียผิดหวัง รายละเอียดบางส่วนของการค้าอาวุธดังกล่าวยังปรากฏในหนังฮอลลีวู๊ดเรื่อง "The Lord of War" และ "Merchant of Death"
ในรายงานระบุว่ากรณีดัง กล่าวได้ทำให้ประเทศไทยอยู่ในฐานะกระอักกระอ่วนเพราะต้องตกที่นั่งเป็น กรรมการกลางระหว่างประเทศรัสเซียและประเทศสหรัฐฯ รายงานยังระบุด้วยว่าจากข้อมูลของสายลับที่นายเบ้าท์ได้พูดคุยด้วยเมื่อสอง ปีก่อนเผยว่า เขาสามารถนำส่งอาวุธนำวิถีพื้นสู่อากาศจำนวน 700-800 ลูก, ปืนเอเค-47 จำนวน 5,000 กระบอก, กระสุนปืนนับล้านๆลูก, กับระเบิด, ระเบิดซีโฟร์และรวมไปถึงเครื่องบินบังคับจากระยะไกล
Thai Court Rules to Extradite Arms Suspect to U.S.
By THOMAS FULLER
The New York Times
Published: August 20, 2010
BANGKOK — Viktor Bout, a Russian businessman who is expected to face gun-running charges in the United States following his extradition from Thailand, expressed confidence on Friday that he would ultimately be exonerated.

“We will go to court in America and we will win,” Mr. Bout told a reporter from Russia’s RIA Novosti news agency after a Thai court ordered the extradition.
Mr. Bout, who inspired the movie “Lord of War,” starring Nicolas Cage, is suspected of running a large-scale trafficking organization that provided weapons to governments, rebels and insurgents across the globe.
The court decision on Friday, which overturned a lower court’s ruling from August 2009, was a victory for the Obama administration, which summoned the Thai ambassador in Washington to the State Department this week to “emphasize that this is of the highest priority to the United States,” a spokesman said.“There have been a lot of conversations of senior administration officials with their Thai counterparts about this,” said one American official, who spoke on condition of anonymity after staying up until 2 a.m. awaiting the news from Bangkok. American officials had feared that Russian pressure would prevail and Mr. Bout might be flying home.
“This really was a welcome surprise,” the official said of the court’s decision.
Russia, which had been seeking to prevent Mr. Bout from being placed in the American legal system, reacted angrily.
“We regret what, in my view, is an illegal political decision taken by the appellate court in Thailand,” Sergey V. Lavrov, Russia’s foreign minister, said Friday, according to the Interfax news agency. “Based on the information we have at our disposal, the decision was made under very strong outside pressure. This is lamentable.”
He vowed to do everything necessary to ensure Mr. Bout’s return to Russia.
The decision culminated a decade-long effort by the United States to bring Mr. Bout, 43, to trial. “The Clinton folks started it, the Bush administration continued it and Obama finished it,” said Douglas Farah, the co-author of a book about Mr. Bout, “Merchant of Death,” and a fellow at the International Assessment and Strategy Center in Washington.
Mr. Farah said the United States began pursuing Mr. Bout in the 1990s after officials became alarmed that he was making conflicts more deadly by showering warring parties with weapons on an unprecedented scale, including weapons as sophisticated as attack helicopters.
“They became aware in the mid-1990s that he had fundamentally altered the way wars were being waged,” Mr. Farah said. “He was flying in planeloads of this stuff. There was a lot of alarm that we were facing something new. It was the privatization of warfare.”
After the ruling, Mr. Bout embraced his wife and daughter, who wept. He said nothing to reporters in the courtroom as he was led out in leg irons. The court ordered his extradition within three months.
Later, outside the courthouse, his wife, Alla, denounced the ruling. “This country is not fair,” she said as she smoked a cigarette. “This is a political case. I wish they hadn’t involved my husband in it.”
Mr. Bout’s lawyers had argued that the extradition request was part of a pattern of the United States’ reaching beyond its borders to punish its enemies. Chamroen Panompakakorn, Mr. Bout’s principal lawyer, alluded to the rendition of terrorist suspects by the American government and argued that the overall credibility of the United States government had been tarnished after the failed search for unconventional weapons in Iraq.
Mr. Farah said the dogged effort to bring Mr. Bout to trial proved just the opposite, that the United States could work through normal channels to achieve justice. “One of the big lessons here is that you can do something like this through the judicial process,” Mr. Farah said.
He continued: “Everything can be presented in court. You won’t have the mumbo jumbo secret stuff that damages the government’s credibility.”
A panel of judges sided with the defense in August 2009 and wrote in their decision that Mr. Bout’s “guilt cannot be determined in Thailand.”
The court on Friday did not contradict this, but said there was enough evidence to extradite Mr. Bout to the United States.
“This case has to be further pursued in a court in the United States,” said Siripan Kobkaew, one of three judges who read parts of the decision on Friday.
Mr. Bout has delivered weapons into Africa and Afghanistan, among other places, but has also flown missions for the Pentagon in Iraq and for the United Nations. Sometimes he was hired to fly arms to a particular group, the authors of “Merchant of Death” note, and then was paid by the United Nations to deliver humanitarian aid to the same area.
Mr. Bout was arrested in March 2008 at a hotel in Bangkok after agreeing to sell millions of dollars’ worth of arms to undercover agents for the United States Drug Enforcement Administration posing as rebels from the Revolutionary Armed Forces of Colombia, or FARC.
The case has offered a window into the scale of arms trafficking. During the meeting in 2008, Mr. Bout told the undercover agents that he could deliver 700 to 800 surface-to-air missiles, 5,000 AK-47 assault weapons, millions of rounds of ammunition, land mines, C-4 explosives and remotely piloted aircraft, according to the United States indictment.
Michael Schwirtz contributed reporting from Moscow, and Scott Shane from Washington.
A version of this article appeared in print on August 21, 2010, on page
กาหลิบ: "ต้นทุนของขบวนการ"
ที่มา Thai E-News
โดย กาหลิบ
คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?
ที่มา Democracy100%
20 สิงหาคม 2553
มี ผู้ใหญ่ที่ผมนับถือท่านหนึ่งเตือนสติมาว่า อย่ากระหน่ำซ้ำเติมพวกเราที่เดินพลาดมากนัก อยากให้ให้กำลังใจกันบ้าง มวลชนผู้สนับสนุนจะได้เกิดความฮึกเหิมที่จะสู้ต่อไปเพื่อประชาธิปไตยที่แท้ จริง
นี่คือคำเตือนด้วยความปรารถนาดีที่ผมต้องสดับตรับฟัง
ความ จริงผมเห็นแง่งามในการต่อสู้ของเราตลอดมา เพียงแต่ส่วนวิจารณ์มันอาจจะแหลมคมกว่าส่วนสนับสนุน ทำให้มองเห็นได้ชัดเท่านั้นเอง ก็ถ้าเราต่อสู้ผิดทางมาโดยตลอด ฝ่ายตรงข้ามคงกลบฝังเรามิดชิดไปเสียนานแล้ว แต่พวกเราก็ยังเดินได้ดีอยู่ เพียงแต่เดินเงียบ เดินต่ำ และเดินช้าบ้าง รอเวลาที่จะรวมพลังกันใหม่เพื่อเอาสิทธิธรรมชาติของเราคืนมาอย่างสมบูรณ์ เท่านั้น
เมื่อท่านติงมาด้วยความรัก ผมขอย้อนกลับไปชี้แง่งามของฝ่ายเราอย่างไม่เกินจริง
แรก ที่สุด ไม่ว่าประวัติศาสตร์จะจารึกยุทธศาสตร์และยุทธวิธีอย่างไร แต่เวทีสนามหลวง ทำเนียบรัฐบาล ผ่านฟ้า และราชประสงค์ ในห้วงเวลาหลังรัฐประหาร ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จนถึงปฏิบัติการล้อมฆ่าประชาชนในวันที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓ คือการรวมกลุ่มของมวลชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของฝ่าย ประชาธิปไตยในเมืองไทย
ยิ่งใหญ่ด้วยจำนวนและความมุ่งมั่น
ยิ่งใหญ่ด้วยความลุ่มลึกของทัศนะ
ยิ่งใหญ่ด้วยความเป็นครอบครัวเดียวกัน มาจากทั่วสารทิศแต่รักกันเหมือนพี่น้องเพื่อนฝูงที่คลานตามกันมา
ยิ่งใหญ่ด้วยเครือข่ายที่จัดตั้งอย่างสอดรับกันทั่วทั้งประเทศและทั่วโลก เสมือนชุมนุมอยู่ด้วยกันที่หน้าเวที
ยิ่ง ใหญ่จนมหาอำมาตย์ใหญ่และขี้ข้าม้าครอก ไม่ว่าจะชายหรือหญิง คนหรือสัตว์ หวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน และเกิดอาการ “เผด็จการแตก” คือใช้อำนาจอย่างโจ่งแจ้งชัดเจนที่สุดในชีวิต
บาปอันยาวนานของเขา จนบัดนี้มวลชนตาสว่าง เขาต้องวิ่งโฆษณาตัวเองชุลมุน ใช้ทุกสื่อ ประโคมมันทุกที่ทุกทาง โดยหวังลมๆ แล้งๆ ว่ามายาอย่างที่เคยช่วยชีวิตของเขาและวงศ์วานญาติเครือจะยังคงอยู่ แต่แล้วมันก็ไม่เกิดผลอย่างเดิม
การชุมนุมจะจบลงอย่างไรไม่สำคัญ เพราะสงครามนี้มีหลายศึก แต่การจัดตั้งรวมตัวของมวลชนอย่างมืออาชีพรอบนี้เป็นต้นทุนอันล้ำค่าสำหรับ การต่อสู้ในศึกต่อๆ ไป ความดีในเรื่องนี้แบ่งกันได้หมด ตั้งแต่มวลชนผู้เสียสละ องค์การนำที่อยู่เบื้องหลัง และแกนนำที่สละตัวเองไปเปิดหน้าอยู่บนเวที อย่างชนิดลืมกันไม่ได้
สูงสุดคือวีรชนผู้สละชีพเป็นพลีแด่ประชาธิปไตย
แง่งามที่สองคือการศึกษาของผู้เป็นใหญ่ในฝ่ายประชาธิปไตยเอง
ผม เชื่อว่าประสบการณ์ที่ฝ่ายประชาธิปไตยได้รับในรอบนี้ จะทำให้ความล้าหลังที่ดำรงอยู่ในวิธีคิดของฝ่ายนำบางคนมีความก้าวหน้าขึ้น อย่างน้อยก็ต้องสำนึกในความบกพร่องผิดพลาดและตั้งสติเสียใหม่
อัตตา สูงล้ำของบางคนต้องคานด้วยความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงในชีวิต ไม่อย่างนั้นก็ไม่รู้ไม่เรียน เพราะคุ้นชินกับความสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นระวิงจนเผลอคิดว่าพลาดไม่ได้ผิด ไม่เป็น
ขนาดอาจารย์ปรีดี พนมยงค์ยังพูดว่าท่านผิดพลาดตรงจังหวะชีวิต ขณะที่มีอำนาจ ก็ขาดความจัดเจน พอจัดเจนมีประสบการณ์ขึ้นมาในภายหลัง ก็ไร้สิ้นซึ่งอำนาจเสียแล้ว
มหาตมะ คานธีสู้กับอังกฤษอย่างอหิงสา จนได้รับเอกราช ยิ่งใหญ่ปานขุนเขาออกอย่างนั้น ท่านยอมรับเลยว่าท่านก้าวผิดเรื่องฮินดูกับมุสลิม และประกาศไม่ยอมรับตำแหน่งแห่งหนใดๆ จนกว่าท่านจะแก้ไขปัญหาโลกแตกนี้ได้
เหมือนผู้นำอีกหลายคนที่พุ่งทะลุอัตตาของตัวเองกล่าวยอมรับผิดกับประชาชนและขอโอกาสในการเดินใหม่ด้วยทัศนะที่ถูกต้อง
ความผิดพลาดเป็นคุณอันอเนกอนันต์ หากนอบน้อมพอที่จะเรียนรู้
สองข้อนี่ล่ะครับ คือต้นทุนที่เราทั้งหลายในฝ่ายประชาธิปไตยจะเดินได้อย่างมั่นคง ในห้วงเวลาจากนี้ไป.
งานเข้า!เวบจอมแฉลั่นจองเวรรัฐบาลไทย
ที่มา Thai E-News
"No offense, this is about the internets! If you are a censorship regime, expect us!"(อย่ามายั่วน้ำโหหน่อยเลย นี่คืออินเตอร์เน็ต หากรัฐบาลไทยเป็นระบอบเซ็นเซอร์ ก็เจอดีจากพวกเราแน่!)
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
20 สิงหาคม 2553
WikiLeaks เว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงในด้านการนำเอกสารลับของรัฐบาลประเทศต่างๆออกมาแฉทาง อินเตอร์เน็ต ประกาศจองเวรรัฐบาลไทยที่ได้ใช้อำนาจประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินปิดเวบไซต์นี้ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยได้เปิดเวบไซต์แห่งใหม่คือ http://wiki.thaileaks.info/
ทั้งนี้เวบไซต์ดังกล่าวได้เตือนรัฐบาลไทยว่า
"No offense, this is about the internets!
If you are a censorship regime, expect us!"(อย่ามายั่วน้ำโหหน่อยเลย นี่คืออินเตอร์เน็ต หากรัฐบาลไทยเป็นระบอบเซ็นเซอร์ ก็เจอดีจากพวกเราแน่!"
ทั้งนี้เวบไซต์ไทยลีกส์ ได้ส่งสารถึงรัฐบาลไทยในหัวข้อเรื่อง Thaileaks – Resurrecting Wikileaks in Thailand ซึ่งเวบไซต์robertamsterdamได้แปลเป็นไทยดังต่อไปนี้
“เรียน คณะรัฐบาลไทย
ในที่สุดรัฐบาลของท่านก็ใช้ระบบรักษาความปลอดภัยเผด็จการแห่งชาติบล็อควิกิลีกส์
บาง คนสงสัยว่าข้อมูลส่วนไหนที่ท่านต้องการที่ปิดบังจากประชาชน หรือเป็นข้อมูลที่ระบุว่ามีเวปไซต์ใหม่ทั้งหมด 1,203 เวปไซต์ที่เพิ่งจะถูกบล็อคเมื่อไม่นานมานี้ ข้อมูลเกี่ยวกับนายแฮรี่ นิโคเลดส์ นักโทษทางการเมือง?
อย่างไรก็ตามเหตุผลของท่านไม่เกี่ยว ข้องกับเรา เราอยู่ในระบบอินเตอร์เน็ตของท่าน ทำหน้าที่ปกป้องระบบหมุนเวียนข้อมูลอันเสรีภาพ ดังนั้นข้อมูลอะไรก็ตามที่ท่านลบออก เราจะนำกลับมาลงใหม่ เราเกิดและเติบโตในท่อ (เครือข่ายอินเตอร์เน็ต) และภาษาแม่ของเราคือรหัสลับ
วันนี้เราได้จัดทำเวปไซต์ไทยลีกส์ขึ้น มา เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงระบบกรองแบบพื้นๆของท่าน ท่านสามารถเพิ่มเวปไซต์ดังกล่าวลงไปในรายการเวปไซต์ที่ควรถูกบล็อกของท่าน แต่นั้นไม่ได้ทำให้เรากังวลเลย เพราะมีนักท่องอินเตอร์เน็ตหลายพันคนที่พร้อมจะนำข้อมูลเหล่านี้ไปสู่จุด หมายอันแท้จริง และนั้นก็คือประชาชนชาวไทย
ท่านสามารถเข้าเวปไซต์วิ กิลีกส์ด้วยการเข้าไปที่วิกีไทยลีกส์หรือใช้ secure connection ( ท่านต้องกดยินยอมรับใบรับรองก่อน) ใน https-enabled
เราคือวิกีกง ( Wikicong เป็นการเล่นคำระหว่างวิกีกับทหารเวียดกงที่ต่อสู้อเมริกาแบบใต้ดินในสงคราม เวียดนาม) หน่วยคอมมานโดใต้ดินของ Telecomix Crypto Munitions Bereau
เราเชื่อมโยงคนเข้าด้วยกัน
เราเป็นอิสระ
เราคือแมงกะพรุน
เราจะทำหน้าที่ปกป้องเสรีภาพทางข้อมูลข่าวสารของประชาชนต่อไป”
ทั้ง นี้ WikiLeaks เว็บไซต์ที่มีชื่อเสียงในด้านการนำเอกสารที่เคยเป็นความลับสำคัญของรัฐบาล ประเทศต่างๆมาเผยแพร่ทางอินเตอร์เน็ต โดยอ้างว่ามีเป้าหมายเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือ ถูกทางการของไทยปิดกั้นในวันที่ 18 สิงหาคมที่ผ่านมานี้
สำนักข่าวAFP รายงานว่า ทางการไทยได้ใช้กฎหมายพรก.ฉุกเฉินปิดกั้นเวบไซต์www.wikileaks.orgในประเทศไทย ในวันนี้(18)โดยอ้างเหตุผลเรื่องความมั่นคง
คำ สั่งปิืดกั้นมาจากรัฐบาล ทั้งนี้เป็นไปภายหลังเกิดเหตุไม่สงบขึ้นใจกลางนครหลวงของไทยเมื่อไวๆนี้ จากการเปิดเผยของโฆษกหญิงกระทรวงสื่อสารและสารสนเทศ(ICT) โดยเป็นการดำเนินการตามกฎหมายประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินพ.ศ.2548
สำนัก ข่าวต่างประเทศ รายงานว่าทางการไทยได้ปิดกั้นเวบไซต์นับหมื่น ส่วนใหญ่อ้างว่าเป็นเวบที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นพระบรมเดชานุภาำพ ซึ่งมีโทษจำคุกสูงถึง 15 ปี
ส่วนกฎหมายสถานการณ์ฉุกเฉิืนที่ประกาศ ใช้เมื่อปี2548ถูกประกาศใช้ในพื้นที่จำนวนมากหลายส่วนของประเทศไทยในช่วง ระหว่าง 2 เดือนที่กลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลได้จัดการประท้วงในกรุงเทพฯตั้งแต่ กลางเดือนมีนาคมถึงวันที่19พฤษภาคม ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ โดยปิดฉากลงที่กองกำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมอย่างนองเลือด
ในเวลา นี้รัฐบาลไทยยังใช้กฎหมายฉุกเฉินในพืั้้้นที่ 7 จังหวัด รวมกรุงเทพฯ นครหลวงของไทย โดยใช้เป็นเครื่องมือจับกุมผู้ต้องสงสัยหลายร้อยคน กับใช้เป็นเครื่องมือปิดสื่อของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล
สำหรับเวบไซ ต์wikileaksถูกเพ่งสู่ความสนใจในระดับนานาชา่ิติเมื่อไม่กี่สัปดาห์ก่อนนี้ ภายหลังจากได้มีการเผยแพร่ข้อมูลเอกสารทางการทหารในอาฟกานิสถานหลายพันหน้า ออกมา ซึ่งก็รวมทั้งการแฉว่ามีการพบกันของจารชนชาวปากีสถานกับกองโจรกบฎตาลีบัน และเป็นเหตุให้มีการสังหารพลเรือนโดยกองกำลังนานาชาติด้วย
Friday, August 20, 2010
ถกงบฯรอบดึกผ่านรวดเดียว5มาตรา เสียงรบ.แข็งกว่า พท.สุดต้านจบตีสองครึ่ง ปธ.สภาฯนัดประชุมใหม่9โมง
ที่มา มติชน พท. รุมชู “แม้ว” มือหนึ่งศก.ตัวจริง อัด รบ.ชวน-มาร์ค ทำหนี้สาธารณะพุ่ง ซัดกู้มาโกง ต่อมาเวลา 20.40 น. ที่ประชุมเริ่มพิจารณามาตรา 7 งบประมาณของกระทรวงการคลังและหน่วยงานในกำกับ วงเงิน 208,895,905,200 บาท น.พ.ประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทยอภิปราบเทียบเคียงการแก้ปัญหาเศรษฐกิจระหว่างรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ โดยระบุสมัยรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ บริหารเศรษฐกิจดี ประชาชนมีรายได้ ต่างจากรัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่ตั้งแต่รัฐบาลชวน 2 ที่หนี้สาธารณะต่อจีดีพีเริ่มสูงขึ้น และรัฐบาลปัจจุบันกู้เงินมาทุจริต นอกจากนี้ นายชูวิทย์ พิทักษ์พรพัลลภ ส.ส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย อภิปรายโจมตีนโยบายประกันรายได้เกษตรกรที่ดำเนินการแบบสองมาตรฐษนและไม่ทั่วถึง ทำให้เกษตรกรขัดแย้งกันเอง ต่างจากรัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ที่มีโครงการต่างๆที่เป็นประโยชน์แก่เกษตรกร ทำให้เกษตรกรมีรายได้ในมือมากกว่าในปัจจุบัน “กรณ์” ปัด ไม่เคยพูดจะซื้อไทยคม โบ้ยหุ้นพุ่งก่อนตัวเองให้ข่าว จากนั้นนายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย อภิปรายโจมตีนายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลังกรณีให้ข่าวปั่นหุ้นไทยคม ทำให้นายกรณ์ต้องใช้สิทธิพาดพิง ชี้แจงว่า เรื่องนี้เริ่มที่มีนักข่าวมาถามตนเกี่ยวกับแนวคิดในการซื้อดาวเทียมไทยคมคืนว่ารัฐบาลมีแนวคิดดังกล่าวหรือไม่หลังจากพ.ต.ท.ทักษิณ ได้ขายทรัพย์สินของชาติให้สิงคโปร์ เมื่อนักข่าวถาม ตนมีทางเลือกสองอย่างคือ กล่าวเท็จและไม่กล่าวอะไรเลย ตนจึงตอบว่า ไปสิงคโปร์จริง เพื่อสอบถามเบื้องต้น ว่าแนวทางของสิงคโปร์จะถือครองต่อไปหรือไม่ ยืนยันว่า ตนไม่เคยพูดเลยว่า จะซื้อ และราคาหุ้นที่ขึ้นนั้น ขึ้นก่อนที่ตนออกมาพูดแล้ว หวิดป่วน! ฝ่ายค้าเสนอพักประชุมหวังลากยาวหลายวัน วิปรบ.ไม่ยอมหักคอลงมติ อ่านรายละเอียดทั้งหมดคลิ้ก มติชน
ทำบุญครบ3เดือน อุทิศ91ศพ
ที่มา ข่าวสด
ทำบุญใหญ่อุทิศส่วนกุศลให้ 91 ศพ เหยื่อสลายม็อบแดงครบรอบ 3 เดือน จัดทำบุญที่วัดปทุมฯมีเสื้อแดงแห่ไปร่วมพิธี บ.ก.ลายจุดผูกผ้าแดง-วางกุหลาบแดงที่ราชประสงค์อาลัย 19 ก.ย.นี้จัดงานใหญ่ 4 ปีรัฐประหาร 4 เดือนราชประสงค์ แม่น้องเกดท้อคดี 6 ศพวัดปทุมฯไม่คืบ เตรียมทำบุญ 100 วันให้ลูกสาว เชิญชวนประชาชนไปร่วมงานด้วย เวทีมธ.ชำแหละพ.ร.ก.ฉุกเฉินอีกรอบ ย้ำศอฉ.เหวี่ยงแหจับคนเสื้อแดง จับก่อนแล้วค่อยหาหลักฐานทีหลัง จี้รัฐบาลเปิดรายชื่อผู้ถูกออกหมายจับทั้งหมด แฉบางรายไม่ได้ไปร่วมชุมนุมกลับถูกจับ บางรายถูกซ้อม บางรายป่วยหนัก หมอนิรันดร์ประณามขวางนิสิตจุฬาฯ ชูป้ายประท้วงมาร์ค ชี้ประชาชนมีสิทธิ์แสดงความเห็นตามรธน.
3 เดือน - พะเยาว์ อัคฮาด วางกุหลาบแดงระลึกถึงน.ส.กมนเกด ลูกสาว 1 ใน 6 ศพที่ถูกยิงเสียชีวิตในเขตอภัยทาน ระหว่างทำบุญครบ 3 เดือนการล้อมปราบผู้ชุมนุมคนเสื้อแดง ที่วัดปทุมวนาราม เมื่อวันที่ 19 ส.ค.
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 19 ส.ค. กลุ่มญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์รัฐบาลสั่งการให้ใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมกลุ่มแนวร่วมประชา ธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพื่อกระชับและขอคืนพื้นที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บเป็นจำนวนมาก รวมตัวกันทำบุญถวายภัตตาหารเพล แด่พระสงค์วัดปทุมวนารามราชวรวิหาร เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ความรุนแรงดังกล่าว โดยเฉพาะผู้เสียชีวิต 6 ศพที่ถูกยิงจากมุมสูงภายในเขตอภัยทานวัดปทุมวนารามฯ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนเสื้อแดงต่างทยอยกันเข้าร่วมงาน อาทิ นางพะเยาว์ อัคฮาด อายุ 45 ปี มารดาของน.ส.กมนเกด หรือเกด อัคฮาด อาสาพยาบาลหนึ่งในผู้เสียชีวิต นายวสันต์ สายรัศมี หน่วยกู้ภัยที่ร้องเรียนขอความเป็นธรรมกรณีเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยกู้ชีพและอาสาพยาบาล 4 คนต้องสูญเสียชีวิต จนถูกหมายเรียกจากศอฉ. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
นอกจากนี้ยังมี นายสมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บ.ก.ลายจุด นักเคลื่อนไหวที่ถูกจับกุมเนื่องจากฝ่าฝืน พ.ร.ก.ฉุกเฉินจากการนำผ้าแดงไปผูกที่บริเวณป้ายแยกราชประสงค์ นายวรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ หนึ่งในแกนนำ นปช. เป็นต้น โดยในงานมีคนเสื้อแดงจำนวนหนึ่งเข้าร่วมทำบุญด้วย เนื่องจากมีบางส่วนแยกตัวไปร่วมงานทำบุญในโอกาสย้ายที่ทำการใหม่พรรคเพื่อไทย
ขณะเดียวกันบริเวณทางเข้าวัดปทุมวนารามฯ มีคนเสื้อแดงทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ด้วยการสวมชุดนักโทษ บนตัวเสื้อเขียนข้อความว่า "หยุดให้ร้าย ตาย 90 ศพ เจ็บ 1,000 กว่า ล่าจับแกนนำ กระสุนจริงทั้งนั้น" พร้อมล่ามโซ่ตัวเอง นั่งอยู่ใต้ร่มที่แขวนไว้ด้วยปืนพลาสติก ด้านข้างมีหุ่นที่แทนศพผู้เสียชีวิตโดยมีรถถังวางทับไว้นอนอยู่ ผู้ร่วมงานต่างพากันมุงดูด้วยความสนใจและจับกลุ่มพูดคุยถึงเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 19 พ.ค. โดยส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อว่าเหตุการณ์ที่โหดร้ายดังกล่าวจะเกิดขึ้นจริง
นางพะเยาว์กล่าวว่า จนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีความคืบหน้าอะไรเกี่ยวกับการเสียชีวิตของลูกสาว และรัฐบาลพยายามทำคล้ายว่าลืมเรื่องดังกล่าวไปแล้ว นอกจากนั้นยังคอยให้ร้าย การรวมตัวกันทำบุญเพื่อผู้เสียชีวิต เช่นกรณีการทำบุญครบรอบวันเสียชีวิต 50 วัน นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ออกมากล่าวหาว่าเป็นเพียงการทำบุญบังหน้า เพื่อหาพื้นที่ชุมนุมของคนเสื้อแดงเท่านั้น ดังนั้นในโอกาสครบรอบการเสียชีวิตของลูกสาว จะไปจัดงานที่บ้านพักในวันที่ 28 ส.ค. จะขอรอดูว่ารัฐบาลจะกล่าวหาอะไรอีก พร้อมประกาศเชิญประชาชนทุกคนเข้าร่วมในวันดังกล่าวด้วย นอกจากนั้นยังระบุอีกว่า ในการประชุมสภาเมื่อวันที่ 18 ส.ค. ที่ผ่านมา ยังมีการใส่ร้ายอีกว่าผู้เสียชีวิตทั้งหมดเป็นการยิงกันเองของผู้ชุมนุม ทำให้รู้สึกว่ารัฐบาลไม่ยอมที่จะหาความจริงในเรื่องสาเหตุการเสียชีวิตของลูกสาว เมื่อรัฐบาลพยายามทำให้เรื่องดังกล่าวเงียบไป กลุ่มญาติผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บจะร่วมกันทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ต่างๆ เพื่อไม่ให้สังคมลืมเลือนความจริงที่เกิดขึ้นต่อไป
นัดหมาย - นายสมบัติ บุญงามอนงค์ แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง ผูกผ้าแดงป้ายแยกราชประสงค์ เนื่องในวันครบ 3 เดือนการล้อมปราบผู้ชุมนุม เมื่อ 19 ส.ค. พร้อมกับนัดหมายมารวมตัวกัน 19 ก.ย. วันครบ 4 ปีปฏิวัติ
ด้านนายวสันต์ กล่าวว่า ทุกวันนี้ยังถูกรังควานไม่หยุดหย่อน มีคนคอยสะกดรอยตามอยู่ตลอดเวลาไม่ว่าจะไปไหนหรือทำอะไรอยู่ หลายครั้งเคยโทร.บอกให้เพื่อนขับรถคอยตามผู้ที่สะกดรอยเพื่อจับตัวมาถามว่าเป็นใครและตามเพื่ออะไร แต่กลุ่มคนเหล่านั้นมักรู้ตัวและหลบหนีไปได้ก่อน ขนาดถูกตามเข้าบ้านพักและให้เพื่อนดักหัวซอยท้ายซอยยังไม่เคยจับตัวได้สักครั้ง ส่วนกิจกรรมหลังร่วมพิธีทำบุญให้ผู้เสียชีวิตแล้ว คาดว่าในช่วงบ่ายจะไปงานเสวนาที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เนื่องจากมีอาจารย์คณะนิติศาสตร์เชิญให้ไปพูดเกี่ยวกับเรื่องการละเมิดพ.ร.ก. ฉุกเฉิน เพื่อให้บอกเล่าว่า ที่ผ่านมาถูกกระทำอะไรบ้างที่เป็นการละเมิดสิทธิ์ และการใช้ชีวิตปัจจุบันเป็นอย่างไรบ้าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเสร็จสิ้นพิธีสงฆ์แล้ว นายสมบัติพร้อมคนเสื้อแดงอีก 2-3 คน เดินเท้าจากวัดปทุมวนารามฯ ไปยังบริเวณสี่แยกราชประสงค์ เพื่อทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ด้วยการผูกผ้าแดงและปักดอกกุหลาบสีแดงที่ป้ายชื่อแยกราชประสงค์ พร้อมชูเศษกระดาษที่เขียนข้อความด้วยลายมือว่า "พบกัน 19 ก.ย. ราชประสงค์" พร้อมระบุเชิญชวนให้คนไทยทั่วประเทศและทั่วโลกร่วมกันทำกิจกรรม เนื่องในวันครบรอบ 4 ปี รัฐประหาร 4 เดือนราชประ สงค์ ด้วยการสวมเสื้อแดงและทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์พร้อมกันทั่วโลก โดยพื้นที่ กทม. มีกิจกรรมสวมเสื้อสีแดงขี่รถจักรยานออกจากบริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย วนรอบพื้นที่ทุกแห่งที่มีการสูญเสีย ไปจบที่บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ผู้ที่จะเข้าร่วมให้เตรียมสวมเสื้อสีแดง ผ้าแดง และเทียนแดง มาให้พร้อมเพื่อร่วมกิจกรรมให้แดงทั่วราชประสงค์ ส่วนผู้ที่ไม่สะดวกในการเข้าร่วมให้สวมเสื้อสีแดงอยู่บ้านเพื่อเป็นการร่วมใจกัน พร้อมประกาศว่า ตราบใดที่รัฐบาลทำเป็นแกล้งลืมเรื่องคนตายจากเหตุการณ์ใช้กำลังทหารเข้าปราบปรามดังกล่าว จะรวมตัวกันทำกิจกรรมทุกเดือน
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 26 ส.ค. วันครบรอบการเสียชีวิต 100 วัน นอกจากการ ทำบุญแล้วยังจะมีการจัดกิจกรรมเดินจากวัดปทุมวนารามฯ ไปยังสี่แยกศาลาแดงเพื่อจูบแผ่นดินบริเวณดังกล่าวเป็นการรำลึกถึงผู้เสียชีวิตทั้งหมดจากเหตุการณ์รุนแรงดังกล่าว
รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้มีเสียงร่ำลือกันในหมู่ผู้สื่อข่าวต่างประเทศประจำประเทศไทยว่า ไม่มีผู้สื่อข่าวคนไหนกล้าที่จะติดตามทวงถามความคืบหน้าเรื่องสื่อมวลชนต่างประเทศที่เสียชีวิต จากการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมตั้งแต่วันที่ 10-19 พ.ค. เนื่องจากถูกคำขู่จากกลุ่มบุคลที่ไม่สามารถเปิดเผยได้ จนตกอยู่ในอาการหวาดผวา แต่ทั้งหมดยังยืนยันว่า แม้ระยะนี้จะไม่สามารถ ขยับตัวได้ แต่จะไม่ยอมให้เรื่องดังกล่าวเงียบหายไป เมื่อมีโอกาสจะหาทางเปิด โปงข้อเท็จจริงทั้งหมดให้ปรากฏต่อสังคม
เวลา 15.00 น. ที่ห้องจิตติ ติงศภัทิย์ คณะนิติศาสตร์ ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เครือข่ายสันติประชาธรรม ได้แก่ นายอนุสรณ์ อุณโณ อาจารย์คณะสังคมวิทยาและมนุษยวิทยา ม.ธรรมศาสตร์ นายชัยธวัช ตุลาธน อาสาสมัครศูนย์ข้อมูลประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากการสลายการชุมนุม กรณี เม.ย.-พ.ค. 53 (ศปช.) และน.ส.ขวัญระวี วังอุดม อาสาสมัครศูนย์ ร่วมแถลงข่าวความคืบหน้าภายหลังการทำงานครบ 1 เดือน
นายชัยธวัช เปิดเผยว่า ได้รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์การจับกุมคนเสื้อแดง ภายหลังรัฐบาลประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในพื้นที่ภาคอีสาน 5 จังหวัด ได้แก่ จ.อุบลราชธานี จ.ขอนแก่น จ.มุกดาหาร จ.อุดรธานี และ จ.มหาสารคาม สภาพปัญหาที่พบคือ การแจ้งข้อกล่าวหาและการออกหมายจับแบบเหวี่ยงแห และหลักฐานในการแจ้งจับไม่ชัดเจน ยกตัวอย่าง ชาวบ้านใน อ.สว่างวีรวงศ์ จ.อุบล ราชธานี จำนวนกว่าครึ่งถูกออกหมายจับ โดยหลักฐานที่ใช้เป็นเพียงภาพถ่าย ซึ่งเห็นใบหน้าของผู้ถูกออกหมายจับไม่ชัดเจน บางรายถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมแล้วนำรูปมาให้ชี้ แต่ปรากฏว่าไม่ใช่รูปตนเองเลยต้องปล่อยตัว
นายชัยธวัชกล่าว ส่วนจ.อุดรธานี ผู้ถูกจับกุมข้อหาวางเพลิงเผาศาลากลางรายหนึ่งบอกกับเจ้าหน้าที่ของศูนย์ว่า แวะไปดูเพราะอยากรู้ว่าบ้านเมืองเป็นอย่างไรเท่านั้น แต่พบมีการสลายชุมนุม เขาไม่รู้จะวิ่งไปทางไหน เพราะเจ้าหน้าที่ทหารตะโกนว่าใครไม่ได้ทำผิดอย่าหนี จึงนั่งนิ่งๆ ที่เดิม สุดท้ายกลับถูกจับในที่สุด นอกจากนี้ยังพบปัญหาในเรื่อง ผู้ถูกออกหมายจับไม่ทราบว่าตนเองถูกออกหมาย เพราะประชาชนที่ถูกออกหมายจับในหลายจังหวัดไม่ทราบว่าตนเองถูกออกหมาย กระทั่งถูกจับกุม บางรายไปร่วมชุมนุม ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเผาศาลากลาง แต่กลับถูกแจ้งว่าเผาศาลากลาง ที่สำคัญบางรายไม่ได้เกี่ยวข้องกับการชุมนุมแต่อย่างใดแต่ในวันเกิดเหตุ ได้เข้าไปยืนสังเกต การณ์ เดินผ่าน ห้ามปราม หรือจอดรถไว้บริเวณ ใกล้เคียง กลับตกเป็นผู้ต้องสงสัยและถูกออกหมายจับ
"มีผู้ต้องหาจากมุกดาหารเล่าว่าถูกเจ้าหน้าที่ทำร้ายร่างกายตีศีรษะแตกก่อนจับกุมตัว โดยที่เขาไม่ได้ต่อสู้ขัดขวางใดๆ เลย ขณะที่บางรายถูกเตะด้วยร้องเท้าคอมแบตจนเลือดไหลออกจมูก ทำให้ปวดหัวมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งทั้งหมดเป็นการปฏิบัติที่ไม่เหมาะสมของเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะใช้กำลังทำร้ายขณะจับกุมและควบคุมตัว ขณะที่ผู้ต้องหาอีกจังหวัดถูกทหารทำร้ายร่างกายด้วยวิธีเอาปืนจ่อหัว ถีบที่ใบหน้า 4-5 ครั้ง จนกรามขวาหักและหมดสติ นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่รัฐกระทำการพูดจูงใจ ขู่ หรือใช้กำลังบังคับ เพื่อให้ให้รับสารภาพ"
นายชัยธวัชกล่าวว่า จากการทำงานมาระยะเวลาหนึ่งพบว่าผู้ต้องหายังไม่ได้รับสิทธิในการเข้าถึงทนายความ หรือจำนวนทนายความไม่เพียงพอต่อจำนวนผู้ที่ถูกจับกุม สิทธิที่จะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราว เพราะศาลเกรงว่าจะหลบหนี แม้บางคดีศาลอนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราว แต่ผู้ต้องหามีฐานะยากจนจึงไม่มีหลักทรัพย์มายื่นประกัน เพราะต้องใช้เงินประกันตั้งแต่ 1-5 แสนบาท นอกจากนี้ยังเกิดผลกระทบทางครอบครัว เนื่องจากผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย จึงขาดเสาหลักในการทำมาหากิน และโรคประจำตัวหรือได้รับบาดเจ็บจากการชุมนุม ผลสำรวจพบว่าทั้ง 5 จังหวัด ที่กล่าวมามีผู้ต้องขังที่ป่วยเป็นโรคประจำตัว เช่น ที่เรือนจำ จ.อุดร ธานี ผู้ป่วยเป็นโรครูมาตอยด์ และโรคไต ที่เรือนจำ จ.อุบลราชธานี มีผู้ต้องขังที่มีโรคประจำตัว จำนวน 23 ราย จากทั้งหมด 45 ราย อาทิ ลมชัก เบาหวาน เลือดจาง ความดันสูง ไทรอยด์ และมีปัญหาทางจิต
น.ส.ขวัญระวี กล่าวว่า ยกตัวอย่างนาย ประยุทธ มูลสาร อายุ 54 ปี ผู้ถูกออกหมายจับ ซึ่งป่วยเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ ระยะสุดท้าย แต่ไม่กล้าไปรายงานตัว เพราะกลัวไม่ได้รับสิทธิในการรักษาตัว เพราะแพทย์ให้ทำคีโม 9 ครั้ง แต่ทำไปได้เพียง 7 ครั้ง ก็มีการชุมนุมใหญ่ที่กทม. จึงตัดสินใจนำชาวบ้านเข้ามาร่วมชุมนุมอีกครั้ง เพราะคิดว่าร่างกายยังไหวอยู่ กระทั่งวันที่ 5 พ.ค. อาการป่วยกำเริบหนัก จึงตัดสินใจเดินทางกลับไปรักษาที่บ้านเกิดอีกครั้ง และตั้งเวทีขึ้นบริเวณข้างศาลากลางจังหวัดเพื่อชุมนุมปราศรัยเป็นประจำทุกวัน กระทั่งวันที่ 20 พ.ค. ที่มีการเผาศาลากลาง นายประยุทธยืนยันว่าไม่รู้เรื่องและไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง หลังจากนั้นจึงถูกออกหมายจับในข้อหายั่วยุ ฝ่าฝืน พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน และปลุกระดมผ่านวิทยุชุมนุม เขาจึงหลบหนีไปตามจังหวัดต่างๆ และไม่กล้าไปรายงานตัวเพราะถ้าถูกจับ กลัวจะไม่ได้รับการรักษา อาศัยกินยาแก้ปวด วันละ 4 เม็ด เพื่อบรรเทาอาการ
ส่วนนายอนุสรณ์ กล่าวว่า เครือข่ายสันติประชาธรรมขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลทั้งหมด 5 ข้อ คือ 1.รัฐบาลต้องเปิดเผยรายชื่อผู้ที่ถูกออกหมายจับและถูกจับกุม ในคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุมทางการเมืองเดือนเม.ย.และพ.ค.ที่ผ่านมา 2.ด้านสิทธิในการเข้าถึงการรักษาพยาบาลที่ เหมาะสม เนื่องจากการบริการด้านการแพทย์ของเรือนจำมีเฉพาะยารักษาโรคพื้นฐานและไม่มีแพทย์เฉพาะทาง ดังนั้นหากผู้ต้องหามีความจำเป็นที่จะได้รับการรักษาพยาบาลที่เกินกว่าเรือนจำจะสามารถให้บริการได้ พวกเขาควรได้รับสิทธิในการเข้าถึงบริการทางการแพทย์ที่เหมาะสมซึ่งอาจหมายรวมถึง การได้รับการประกันตัวเพื่อออกมารักษาตัวภายนอก 3.คดีที่สืบเนื่องจากการชุมนุมเป็นคดีการเมือง ประกอบกับมีการประกาศจับผู้ต้องหาอย่างเหวี่ยงแหและคลุมเครือซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจำนวนมาก ดังนั้นสมควรพิจารณากระบวนการออกหมายจับ โดยให้หาหลักฐานให้พร้อม สามารถฟ้องคดีได้ทันทีก่อนออกหมายจับ เมื่อจับมาแล้วให้ส่งฟ้องทันทีโดยไม่ต้องฝากขังอีก 84 วัน 4.การประกันตัว 1-5 แสนบาทต่อราย แต่เนื่องจากผู้ต้องหาส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ไม่มีหลักทรัพย์หรือเงินประกันตัว ดังนั้นควรสั่งปล่อยชั่วคราวโดยไม่ต้องอาศัยหลักประกัน และ 5.ควรปฏิบัติตามหลักสากลว่าต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าผู้ต้องหาเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่าผิด ดังนั้นรัฐต้องทบทวนกระบวนปฏิบัติต่อผู้ต้องหาหรือจำเลยเฉกเช่นผู้บริสุทธิ์ เช่น เรื่องการฝากขัง ควรยกเลิกการฝากขังทั้งหมด การออกหมายจับ ให้ออกหมายจับได้เมื่อมีหลักฐานพร้อมฟ้องคดีเท่านั้น ไม่ใช่จับตัวมาก่อนแล้วค่อยหาหลักฐานฟ้อง
วันเดียวกัน น.พ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีกลุ่มนิสิตจุฬาฯ ถูกยึดป้ายและขัดขวางไม่ให้ยื่นจดหมายถึงนายกรัฐมนตรี ขณะเดินทางมาบรรยายในงานคณะรัฐศาสตร์ ว่า การออกมาขัดขวางกลุ่มนักศึกษากลุ่มนี้เพื่อไม่ให้แสดงออกทางการเมืองนั้นถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น เนื่องจากทุกคนมีสิทธิเสรีภาพที่สามารถแสดงความคิดเห็นหรือแสดงออกทางการเมืองได้ตามกรอบรัฐธรรมนูญ และนักศึกษากลุ่มนี้ก็เพียงต้องการที่จะสื่อสารข้อมูลให้กับผู้ที่เขาต้องการจะสื่อด้วยรับรู้ รับทราบถึงปัญหาบ้านเมืองที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ควรที่จะรับฟัง และควรปล่อยให้เขาแสดงออกมาเต็มที่ ทั้งนี้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ต่างอะไรกับเหตุการณ์ที่กลุ่มนักศึกษาและนักเรียน จ.เชียงราย ถูกจับกุมในข้อหาละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งก็เป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพเช่นกัน
น.พ.นิรันดร์ กล่าวต่อว่า ขณะนี้รัฐบาลได้มีการประกาศยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในหลายๆจังหวัด อาทิ เชียงใหม่ เชียงราย และอุบล ราชธานี ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีและจะทำให้สถานการณ์การเมืองที่ร้อนแรงอยู่ตอนนี้เบาบางลง ลดความกดดันลงไปได้มาก
แดนสนธยาล้าหลัง
ที่มา ไทยรัฐ นโยบายโคตรประชานิยมที่รัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ประเคนลงไปจนถึงชาวไร่ชาวนา จะเป็นสวัสดิการโบนัสทำให้ คุณภาพชีวิตของคนยากคนจนดีขึ้น ชาวนา 17 ล้านคนต่อไปนี้จะอยู่ดีกินดี หรือสุดท้ายก็ไม่ต่างอะไรกับนโยบายไทยเข้มแข็ง ชาวบ้านตาดำๆถูกจับเป็นตัวประกันดูดแต่ไม้ไอติมตามเดิม หมัดเหล็ก
ชาวบ้าน เนื้อไม่ได้กินหนังไม่ได้รองนั่ง ต้องเอากระดูกมาแขวนคอเพิ่มหนี้กันอีกบานตะไท จึงต้องพิจารณากันให้รอบคอบ เพราะงบประมาณรายจ่ายที่รัฐบาลทำออกมาทุกปี เป็นงบประมาณแบบขาดดุล งบประมาณปี 2554 ต้องใช้เงินกู้ไม่ต่ำกว่า 4 แสนล้าน อัฐยายซื้อขนมยาย เอางบประมาณที่ชาวบ้านต้องแบกรับภาระมาใช้สร้างคะแนนนิยม งบประมาณที่รัฐบาลโฆษณาชวนเชื่อว่าจะถึงมือชาวบ้าน ก็กลายเป็นชาวบ้านที่มีอาชีพรับเหมาก่อสร้างและนักการเมืองทุกระดับแบ่งปันกันอย่างทั่วถึง
งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2554 อัปยศตั้งแต่ยังไม่คลอด จัดสันปันส่วนกันเรียบร้อย ตัดลดงบประมาณไม่ต่ำกว่า 4 หมื่นล้าน เพื่อมาจัดสรรให้นักการเมืองเอาไปแสวงหาผลประโยชน์ ทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาล ฮั้วกันสนุก ลดหลั่นตามลำดับความสำคัญ ระดับร้อยล้าน จนถึง 30-40 ล้าน
ถึงได้บอกว่างบประมาณปี 2554 อย่างไรเสียก็ต้องผ่าน เหตุผลคงไม่ต้องอธิบายกันให้เมื่อยตุ้ม ที่รัฐบาลชุดนี้พยายามประคับประคองสถานการณ์การเมืองมาจนถึงวันนี้ก็เพราะสองเหตุผล งบประมาณกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการ เรื่องยุบสภาลาออกที่เคยพูดเพื่อเอาตัวรอดบ่อยๆ ลืมไปได้เลย
เวรกรรมของคนไทย โง่ จน เจ็บ แถมเจ็บแล้วก็ไม่รู้จักจำ งบประมาณยังไม่คลอดก็มีการชักหัวคิวกันไปเรียบร้อย หมายความว่า มีการตั้งเป้าที่จะทุจริตตั้งแต่ยังเป็นร่าง พ.ร.บ.งบประมาณ ไม่ผ่านสภา คิดโครงการตั้งงบกันไปเบ็ดเสร็จ
ตั้งใจจะทุจริตกันตั้งแต่เป็นวุ้น
ประเทศไทยก็ยังเป็น สองมาตรฐาน ไม่มีที่สิ้นสุด คน ส่วนน้อยเป็นคนที่มีอำนาจมากที่สุดในประเทศ คนส่วนใหญ่ ยังด้อยโอกาส เป็นพลเมืองชั้นสอง และยังไม่ได้รับความยุติธรรม อย่างเท่าเทียม
ความเป็นธรรมที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของมนุษย์ก็ยังมีความ แตกต่าง ช่องว่างความเป็นธรรม ระหว่างชาวบ้านตาดำๆกับอภิสิทธิ์ชนกลุ่มหนึ่ง ห่างกันเหมือนฟ้ากับเหว
รัฐบาลจะมีความชอบธรรมในการบริหารประเทศต่อไปอย่างไร หรือไม่คงไม่มีตัววัด เช่นเดียวกับประเทศที่ประชาธิปไตย เจริญแล้ว ซึ่งวัดได้จากจิตสำนึกของนักการเมืองและประชาชนสำหรับประเทศด้อยพัฒนาอย่างเราๆแล้วคงไม่ต้องไปตั้งความหวังอะไรมากเกินไป ยุคนี้บ้านเราไม่ต่างอะไรจากแดนสนธยาบ้านป่าเมืองเถื่อน
อยู่ใต้เงาเผด็จการ.






