ที่มา มติชน หาย ไป 2 สัปดาห์เพราะประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ต้องผ่าตัดสะบ้าหัวเข่า ได้รับการดูแลอย่างดีจาก รพ.สูงเนิน รพ.มหาราช รพ.กรุงเทพ รวมทั้งได้รับความช่วยเหลือและให้กำลังใจจากพี่ เพื่อน น้อง ผู้หลักผู้ใหญ่หลาย ท่าน ที่ไม่อาจเอ่ยนามได้หมด ขอขอบพระคุณมา ณ โอกาสนี้อีกครั้งหนึ่ง
โดย ประสงค์ วิสุทธิ์
แต่ช่วง 2 สัปดาห์ดังกล่าวยังคงสนใจติดตามข่าวคราว(ด้วยความเศร้า)ในสำนักงานตรวจเงิน แผ่นดิน(สตง.) ที่แย่งชิงอำนาจกันอย่างดุเดือดสะท้อนให้เห็นความหน้าด้านเต็มไปด้วยกิเลสตัณหา ความไม่รู้จักพอและการขาดหิริโอตตัปปะของ"คนแก่"ที่หลงตัวเองบางคน
ดี แล้วที่ผู้ตรวจการแผ่นดินซึ่งเห็นว่า ถ้าปล่อยให้ปัญหาการดำรงตำแหน่งผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินยืดเยื้อต่ไป อาจสร้างความสับสนและเสียหายให้แก่การบริหารราชการแผ่นดิน จึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางให้เพิกถอนคำสั่งของคุณหญิง จารุวรรณ เมณฑกาที่อ้าง การปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน กรณีมีคำสั่ง เรื่อง ยกเลิกคำสั่งแต่งตั้งรองผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน(นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส) ให้รักษาราชการแทน ผู้ว่าการตวจเงินแผ่นดินว่า ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเป็นการปฏิบัตินอกเหนืออำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย เพราะได้ออกคำสั่งดังกล่าวหลังจากที่พ้นตำแหน่งผู้ว่าการฯไปแล้ว (เนื่องจากอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2553)
นอกจากนั้น เพื่อมิให้กระทบกระทบการปฏิบัติงานของข้าราชการใน สตง. และหน่วยงานอื่นๆ ทั้งหมดของรัฐทั่วประเทศ จึง ขอให้ศาลปกครองออกพิจารณาเป็นกรณีฉุกเฉินเร่งด่วน กำหนดมาตรการหรือวิธีการคุ้มครองชั่วคราวให้คุณหญิงจารุวรรณหยุดการปฏิบัติ หน้าที่ชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำสั่งพิพากษา
ในคดีดัง กล่าวนี้ เป็นเพียงการชี้ขาดในข้อกฎหมายเท่านั้น นอกจากนั้นยังมีความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกาซึ่งรวบรวมข้อกฎหมายไว้เกือบครบ ถ้วนแล้ว การพิจารณาคดีจึงน่าจะเป็นไปอย่างรวดเร็ว คงไม่น่าจะเกินสัปดาห์หน้า ก็จะรู้ว่า ศาลปกครองจะออกมาตรการคุ้มครองชั่วคราวหรือไม่
อย่างไรก็ตามปัญหาใน สตง.มิใช่มีเพียงเรื่องการแย่งชิงอำนาจกันเท่านั้น เพราะในยุคที่ผ่านมา ได้ สร้างปัญหาต่างๆไว้มากมายตั้งแต่การเล่นพรรคเล่นพวก การแสวงผลประโยชน์เล็กๆน้อยๆ การเรียกรับผลประโยชน์ จนถึงการทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานมูลค่ากว่า 1,500 ล้านบาท
แต่ ด้วย สตง.เป็นองค์กรที่มีอำนาจในการตรวจสอบทางด้านการเงินหน่วยงานรัฐและรัฐ วิสาหกิจทำให้ผู้บริหารหน่วยงานรัฐหรือรัฐวิสาหกิจไม่กล้าโวยวายหรือมี เรื่องขัดแย้งกับ สตง. จำต้องกล้ำกลืนฝืนทนตกเป็นเบี้ยล่าง เช่น ต้องจัดหาโรงแรมให้พักอย่างหรูหราพร้อมอาหารการกินชั้นเลิศในช่วงการตรวจสอบ
ความเห็นแก่ได้ของผู้บริหารระดับสูงบางคน ทำให้พยายามใช้ทุกวิถีทางในการหาประโยชน์เล็กๆน้อยๆอย่างที่คนธรรมดาคิดไม่ได้ เช่น การ ตั้งน้องชายตัวเองเป็นที่ปรึกษา สตง.ในการพัฒนาเกี่ยวกับการวิเทศสัมพันธ์โดยอ้างว่า มีความรู้ความเชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ด้านต่างประเทศ โดยให้ผลตอบแทนเดือนละ 15,000 บาท
แต่จากการตรวจสอบเอกสารการจ่ายเงินและการทำงานของ"น้องชาย"บิ๊กใน สตง.คนดังกล่าวในเดือนเมษายน 2553 พบว่า งาน ในการพัฒนา"การวิเทศสัมพันธ์"คือ การตรวจสอบอีเมล์ภาษาอังกฤษถึงผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดินและส่งกลุ่มวิเทศ สัมพันธ์ดำเนินการโดยอ้างว่าเข้าทำงานใน สตง.(เพียง) 15 วันต่อเดือน
คำถามคือ แล้วเลขานุการส่วนตัวที่"บิ๊ก"สตง.คนดังกล่าวใช้เงินหลวงจ้างญาติตัวเองมาเป็น เอาไว้ขัดรองเท้าหรือล้างชาม? กะแค่อีมล์ภาษาอังกฤษแค่นี้ก็อ่านไม่ออก ต้องจ้างที่ปรึกษาเพิ่มอีกหนึ่งคน
นอกจากนั้นก็ควรยุบกลุ่มวิเทศสัมพันธ์ของ สตง.ทิ้งเพราะไม่มีความสามารถในการตรวจสอบและอ่านอีเมล์ภาษาอังกฤษได้
เรื่องทุเรศๆแบบนี้ ทำกันมานานหลายปีแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นโวยวายหรือคัดค้าน ยิ่งทำให้"บิ๊ก"สตง.รายนี้เข้าใจว่า ตนเองมีอำนาจบารมีล้นเหลือจึงย่ามใจแสวงหาผลประโยชน์ตามอำเภอใจ แต่ลืมไปว่า ช้างตายทั้งตัว ใบบัวปิดไม่มิด หรือในที่สุดน้ำลดตอผุด
เพียง แต่ว่า ต้องรออีกระยะเวลาหนึ่งในการสะสางปัญหาที่หมักหมมและปฏิรูปการบริหารงานภาย ใน สตง.ให้โปร่งใส มิให้ใครมาใช้อำนาจตามอำเภอใจได้อีก
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Saturday, August 28, 2010
เรื่องน่าเศร้าใน สตง.
ตลาดขายเสรีภาพในระบอบอำนาจนิยม ปักกิ่ง, มอสโก, ดูไบ-อาบูดาบี
ที่มา มติชน คำถามหลักที่จอห์น แคพเนอร์ ตั้งไว้ในหนังสือ Freedom for Sale (ค.ศ.2009) คือ: ได้แก่ จีน..... การที่มหาอำนาจเศรษฐกิจของโลก ยอมขยายวงที่ประชุม G8 (สหรัฐ, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, เยอรมนี, อิตาลี, ญี่ปุ่น, แคนาดา, รัสเซีย+กลุ่มสหภาพยุโรป) ออกไปและเปิดบทบาทหลักให้ G20 (G8+อาร์เจนตินา, ออสเตรเลีย, บราซิล, จีน, อินเดีย, อินโดนีเซีย, เม็กซิโก, ซาอุดีอาระเบีย, แอฟริกาใต้, เกาหลีใต้, ตุรกี) แทนนั้น นอกจากแสดงความตระหนักว่า G8 หมดสภาพแล้ว ยังเท่ากับยอมรับโดยนัยว่าอำนาจในโลกทุกวันนี้เอาเข้าจริงอยู่กับ G2 (คือสหรัฐกับจีน) ต่างหากด้วย จะมุ่งปฏิรูปประเทศแบบไหนกัน? จะมีวันที่จีนปฏิรูปเปิดกว้างสิทธิทางการเมืองและสิทธิมนุษยชน (หรือนัยหนึ่งเปิดเสรีภาพสาธารณะ) ให้แก่ประชาชนบ้างไหมอย่างไร? ตัวอย่างเช่นเสรีภาพในการแสดงออกใน จีนถูกจำกัดอย่าง เป็นทางการโดยเฉพาะในอินเตอร์เน็ต แต่กลับเปิดให้พอควรตามท้องถนนและในพื้นที่กึ่งส่วนตัว ทั้งนี้ เนื่องจากรัฐบาลจีนไม่อาจปิดกั้นเสรีภาพในการแสดงออกเสียหมดหากต้องการให้ สังคมวัฒนธรรมความรู้มีพลวัตและเศรษฐกิจเปิดกว้างเพื่อแข่งขันได้ในตลาดโลก ดังนั้น จึงพยายามเข้าไปจัดการและชักนำมันแทนโดยใช้ทั้งไอที (สำหรับเซ็นเซอร์อินเตอร์เน็ตที่มีชื่อทางการว่า จินตุ้นกงเฉิง หรือ "โครงการเกราะทอง" แต่มักเรียกกันทั่วไปว่า The Great Firewall of China หรือ กำแพงไฟอันยิ่งใหญ่ของจีน ดู www.greatfirewallofchina.org), เทคนิคสร้างภาพปั่นข่าว, และกำลังดิบเถื่อนผสมผสานกัน ข้าง พรรคคอมมิวนิสต์ก็เข้าใจดีว่าพรรคจะประสบความสำเร็จและครอง อำนาจนำยืนนานได้ก็แต่โดยเสนอสนองปรนเปรอสิ่งอำนวยความสะดวกและความสุขสบาย นานัปการให้แก่โลกชีวิตเอกชนของพลเมืองจีนเท่านั้น แค พเนอร์พบว่า อดีตสหายเหล่านี้พากันไชโยโห่ฮิ้วที่รัฐประหารโดยพวกคอมมิวนิสต์หัวเก่า เมื่อปี ค.ศ.1991 ล้มเหลวและระบอบเผด็จการคอมมิวนิสต์พังทลายลง พวก เขาค้นพบและปลาบปลื้มดื่มด่ำกับเสรีภาพใหม่ๆ ที่ได้มา จนกระทั่งบอริส เยลต์ซิน สถาปนาอำนาจเป็นปึกแผ่นด้วยการเล่นเล่ห์กลจนชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดี สมัยที่ 2 ในปี ค.ศ.1996 โดยโลกตะวันตกเห็นชอบอยู่ในที แต่นั้นมาประชาธิปไตยรัสเซียก็กลายเป็นเรื่องของความสับสนวุ่นวายและโกงกิน สกปรกไป ด้านหนึ่งปูตินก็ใช้ไม้แข็งเล่นบทโหดปราบหนักทั้งกบฏแยกดินแดนเชชเนียและคอร์รัปชั่นเพื่อรื้อฟื้นความราบคาบมั่นคง อีกด้านหนึ่งราคาน้ำมันและก๊าซในตลาดโลกที่ถีบตัวสูงก็ช่วยให้รายได้จากการส่งออกไหลมาเทมาจนเศรษฐกิจอู้ฟู่ขึ้น (กันเหนียว เผื่อโดนรัฐบาลสั่งยึดทรัพย์ข้อหาเบี้ยวภาษี/คอร์รัปชั่น/ฉ้อ โกง/ฟอกเงิน ฯลฯ แบบที่ปูตินเคยเชือดเศรษฐีคณาธิปัตย์รัสเซียยุคหลังคอมมิวนิสต์บางรายให้ดู เป็นตัวอย่าง อาทิ บอริส เบเรซอฟสกี้, มิคาอิล คอโดร์คอฟสกี้; หรือกรณียึดทรัพย์ทักษิณและครอบครัวญาติมิตรในไทยเป็นต้น) ขณะที่ชาวรัสเซียส่วนใหญ่สยบสมยอมตามข้อตกลงขายเสรีภาพโดยดุษณี กล่าวคือ ทรัพย์สินเอกชนของยูมีแต่จะสั่งสมพอกพูนขึ้นเรื่อยๆ จากการลงทุนซื้อขายอสังหาริมทรัพย์หรือกินเงินเดือนปลอดภาษีที่นี่ แลกกับการที่พวกยูอย่าแกว่งเท้าหาเรื่องเดือดร้อนป่วนการเมืองก็แล้วกัน โครงการ ดังกล่าวส่งผลให้รัฐดูไบติดหนี้สินล้นพ้นตัวกว่า 8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ จนสภาพคล่องขาดมือ ต้องเจรจาขอเลื่อนการผ่อนชำระหนี้ออกไป 6 เดือนและดัชนีราคาอสังหาริมทรัพย์ของดูไบตกลงเกือบครึ่ง
โดย เกษียร เตชะพีระ
"ทำไม ผู้คนมากหลายทั่วโลกไม่ว่าจะอยู่ใน วัฒนธรรม, สภาพการณ์, ภูมิศาสตร์, หรือประวัติศาสตร์ใด, ดูเหมือนเต็มใจจะสละเสรีภาพบางอย่างเพื่อแลกกับความมั่นคงหรือเจริญ รุ่งเรือง?"
โดยอาศัยสมมติฐานขั้นต้นจากการวิเคราะห์การเมืองสิงคโปร์-ว่าสภาพดังกล่าวเกิดจากข้อตกลงที่ไม่เป็นลายลักษณ์อักษร (the unwritten pact) ซึ่งผู้คนพลเมืองมากหลายยอมขายเสรีภาพสาธารณะ (public freedom) ในการมีส่วนร่วมกับกิจการบ้านเมืองทั้งของตนเองและพลเมืองร่วมชาติ แลกกับเสรีภาพเอกชน (private freedom) ในการทำมาหาเงิน, ใช้จ่ายเงินและอื่นๆ โดยมีพันธมิตร [ผู้นำการเมือง+ภาคธุรกิจ+คนชั้นกลาง] เป็นพลังรองรับข้อตกลงที่ว่า และอาศัยลัทธิบริโภคนิยมเป็น ยากล่อมย้อมใจให้ยอมทน ตราบเท่าที่ผู้ได้ประโยชน์จากข้อตกลงนี้ค่อยทวีจำนวนขึ้นและความต้องการ บางอย่างของพวกเขาได้การตอบสนองจากรัฐตามสมควร.....
แคพเนอร์ก็ออกสำรวจตลาดขายเสรีภาพในประเทศต่างๆ ว่ามีสภาพรูปธรรมเฉพาะเช่นใดเริ่มจากกลุ่มภายใต้ระบอบอำนาจนิยม
คำถามนำของแคพเนอร์ในจีนคือ การขายเสรีภาพสาธารณะแลกกับเสรีภาพเอกชนมีลักษณะและเงื่อนไขเฉพาะเช่นใด?
เขา พบว่าคนจีนแสดงความเห็นเรื่องนี้เปิดเผยตรงไปตรงมามากไม่ว่ายาม พูดคุยส่วนตัวหรืออภิปรายรวมหมู่ ทุกคนเห็นตรงกันว่าสามทศวรรษที่ผ่านมา จีนก้าวหน้าไปอย่างน่าทึ่ง
ทว่าปัญหาคือจากจุดนี้แล้วจีนจะไปไหนต่อ?
ปรากฏ ว่า ดูเหมือนไม่มีใครรู้ชัดว่า "หลักหมายสุดเขต (เสรีภาพสาธารณะ)" (แปลว่าห้ามออกนอกเขต-เรื่องต่อไปนี้ห้ามแตะ.....) ในจีนมันอยู่ที่ไหนกันแน่? เพราะมันขยับย้ายไปเรื่อยวันต่อวัน, ท้องที่ต่อท้องที่, เวทีต่อเวที ฯลฯ
อุปมา อุปไมยว่า เสรีภาพสาธารณะเหมือนท่อน้ำประปา หากตัดท่อทิ้ง สังคมเศรษฐกิจจีนก็จะแห้งตาย แต่ถ้าปล่อยให้ไหลเสรี น้ำก็อาจจะบ่าท่วมการเมืองจีนได้ กลเม็ดของผู้ปกครองระบอบอำนาจนิยมใหม่แห่งคริสต์ศตวรรษที่ 21 อย่างจีนจึงอยู่ตรงรู้จักเปิดก๊อกเสรีภาพบ้างปิดบ้าง ณ จังหวะเวลาอันเหมาะสม
ข้อที่พิสดารในทรรศนะแคพเนอร์อยู่ตรงคน ชั้นกลางจีนดูจะรู้สึกว่าพวก ตนมีประโยชน์โภชผลน้อยที่สุดในอันที่จะเปิดพหุนิยมทางการเมือง (เช่น ให้มีระบบหลายพรรค) และยอมให้คนจนคนชั้นล่างจีนหลายร้อยล้านผู้มีลำดับความต้องการทางการเมือง ต่างจากพวกตนได้มีสิทธิออกคะแนนเสียงทางการเมืองอย่างแท้จริง ที่คนชั้นกลางจีนคิดเช่นนี้ไม่ใช่เพราะพรรคคอมมิวนิสต์จีนบอกเท่านั้น หากเป็นเพราะว่าการขาดประชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญยังคงเป็นเนื้อหาส่วนที่พึงปรารถนาให้คงไว้ในข้อตกลงขายเสรีภาพที่ขับเคลื่อนโดยพวกเขาเองด้วย
อันดับถัดไปคือรัสเซีย.....
แค พเนอร์เคยไปทำข่าวเยี่ยมเยียนรัสเซียเป็นประจำมาร่วม 30 ปีแล้ว จึงสะสมสหายเก่าไว้เยอะตั้งแต่สมัยคอมมิวนิสต์โซเวียตที่การจะได้ของ บางอย่างมานั้นต้องอาศัยอำนาจอภิสิทธิ์เป็นสำคัญกว่าอำนาจซื้อ และการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศต้องไปกันเป็นคณะโดยทางการอนุญาตเท่านั้น
การขึ้นสู่อำนาจของประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน อดีตเจ้าหน้าที่เคจีบีและทายาทการเมืองที่เยลต์ซินเลือก (ผู้ตอบสนองพระคุณด้วยการประกาศนิรโทษกรรมและคุ้มกันเยลต์ซินไม่ให้ถูกฟ้อง ร้องด้วยคดีใดๆ) นับว่าสอดรับกับสถานการณ์
ใน ภาวะที่รัสเซียกลับมามั่งคั่งและค่อยแข็งกล้าขึ้นในเวทีโลก สหายเก่าทั้งหลายของ แคพเนอร์ ก็พากันเสพดอกผลเสรีภาพเอกชนของตัวกันอย่างบันเทิงเริงใจ นั่งเครื่องบินเจ็ตไปเที่ยวไหนต่อไหน เช่น ชมฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษ, เล่นสกีที่คูเชอเวลบนเทือกเขาแอลป์, ซื้อหานาฬิกาเครื่องประดับอัญมณียี่ห้อคาร์เทียร์หรูเลิศใช้ พร้อมทั้งขนเงินไปฝากหรือลงทุนนอกประเทศด้วย
ขณะ เดียวกันเศรษฐีใหม่รัสเซียเหล่านี้ก็ปล่อยให้พวกนักการเมืองและ หัวหน้าฝ่ายความมั่นคงปกครองประเทศไปตามใจชอบ แม้ว่าจะมีพวกนักหนังสือพิมพ์หรือนักรณรงค์สิทธิมนุษยชนบางคนสืบสวนเปิดโปง และตั้งคำถามเอากับพฤติการณ์กดขี่ข่มเหงฉวยใช้อำนาจในทางมิชอบของรัฐบาลบ้าง แต่นั่นก็เป็นคนส่วนน้อย
และลำดับสุดท้ายสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่ง แคพเนอร์ เห็นว่าเป็นสัญลักษณ์บริสุทธิ์ ของข้อตกลงขายเสรีภาพในระดับโลก โดยเฉพาะรัฐดูไบที่ชอบทำกร่างอวดมั่งอวดมี และรัฐเศรษฐีน้ำมันอาบูดาบีที่สงบเสงี่ยมกว่า ดังที่บรรดานักค้าในตลาดหุ้นตลาดเงินตะวันตกเล็งการณ์ว่าศูนย์กลางการเงิน โลกจะย้ายจากนิวยอร์ก-ลอนดอน-แฟรงก์เฟิร์ตในปัจจุบันไปยัง "เซี่ยงไฮ้-มุมไบ-ดูไบ" ในอนาคตอย่างแน่นอน
สำหรับชาวต่างประเทศ นานาชาติไม่ว่าหนุ่มสาวนักค้าเงินค้าหุ้นชาว อังกฤษ, เจ้าพ่อมาเฟียรัสเซีย, คนดังจากหมู่เกาะแหล่งฟอกเงินเลี่ยงภาษีแถวแคริบเบียน ฯลฯ นั้น ชี้คหรือผู้ปกครองชาวอาหรับแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เสนอข้อตกลงในการมาตั้ง หลักแหล่งที่ยั่วใจยิ่ง
ยิ่ง รัฐดูไบที่ซึ่งประชากรส่วนใหญ่กว่า 80% เป็นชาวต่างชาติด้วยแล้ว ยิ่งโอ๋เอาอกเอาใจฝรั่งตาน้ำข้าวหนักข้อเข้าไปอีกโดยยอมผ่อนคลายข้อกำหนดทาง ศาสนาอิสลามลง ปล่อยให้ใช้ชีวิตส่วนตัวกันได้ค่อนข้างเสรีดังใจปรารถนา จะโดนเล่นงานเอาเรื่องบ้างก็เฉพาะกรณีเมาอาละวาดหนักหรือลามกอนาจารกันสุด โต่งโจ๋งครึ่มเท่านั้น มองไปทางไหนในรัฐแห่งนี้ก็เห็นแต่โรงแรมเอยอาคารชุดเอยแข่งกันผุดขึ้นระฟ้า เป็นดอกเห็ดประดุจอุทยานอนุสาวรีย์แห่งความรวยเลิศหรูล้นก็มิปาน
ชี้ คแห่งดูไบหลงเชื่อว่าตัวแบบเศรษฐกิจการเมืองฟองสบู่ยักษ์พิเศษ เฉพาะของตนจะไม่สะทกสะท้านต่อวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหญ่ของตะวันตก จึงหาญกล้าให้ Nakheel บริษัทย่อยทำธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ ในสังกัด Dubai World อันเป็นบริษัทลงทุนของรัฐ ทุ่มทุนสร้างและเปิดหอคอยดูไบ (Burj Dubai) ที่สูงโด่เด่ที่สุดในโลกขึ้นมาเมื่อต้นปีนี้
ใน เศรษฐกิจโลกาภิวัตน์เสรีนิยมใหม่อันผันผวน จึงไม่แน่ว่าข้อตกลงขายเสรีภาพจะดำเนินงานได้ราบรื่นดีเสมอไปในสภาพที่ผู้ ปกครองอำนาจนิยมใหม่ไม่ต้องพร้อมรับผิดใดๆ ในเชิงสถาบันต่อการบริหารผิดพลาดที่ตนกระทำและขาดกลไกทัดทานแก้ไขตรวจสอบ ถ่วงดุลการใช้อำนาจดำเนินนโยบายที่ผิดพลาดเหล่านั้นจนปัญหาหมักหมมเน่าเฟะ และลุกลามขยายตัว
โชคไม่ศิริ
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
ศิริโชคเข้าคุกบางขวาง
ทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ที่กำลังบานปลายกลายเป็น อะราวด์ เดอะ เวิลด์
เพราะมันไม่ใช่แค่เรื่องของศิริโชค โสภา คนไปพบกับ วิกเตอร์ บูท คนอยู่ในคุก
แต่มันเกี่ยวข้องทั้งทางตรง ทางอ้อมกับหลายประเทศ
ไทย ประเทศของศิริโชค
รัสเซีย ประเทศของวิกเตอร์
สหรัฐอเมริกา ประเทศที่ขอตัววิกเตอร์ไปดำเนินคดี
ยังมีเกาหลีเหนือ ประเทศต้นทางของเครื่องบินขนอาวุธมาจอดเติมน้ำมันแล้วถูกจับที่ดอนเมือง
และศรีลังกา ประเทศที่ทักษิณไปเยือนช่วงที่เครื่องบินขนอาวุธถูกจับ
เห็นแค่ชื่อสหรัฐอเมริกากับรัสเซีย ก็สะท้านไปทั้งโลก
ศิริโชคยังพยายามขยายความเพื่อเคลียร์ตัวเองให้พ้นจากคำถาม ข้อครหาต่างๆ
โดยเอ่ยชื่อเกาหลีเหนือกับศรีลังกาเพิ่มเข้ามาอีก
เห็นชื่อเกาหลีเหนือกับศรีลังกา ก็หนาวไปทั้งโลกไม่แพ้กัน
เกาหลีเหนือลือเลื่องเรื่องอะไรคงไม่ต้องบอก ส่วนศรีลังกา ชื่อๆ นี้ก็มาพร้อมๆ พยัคฆ์ทมิฬอีแลม
ระดับฮาร์ดคอร์ทั้งนั้น!
วอลเปเปอร์ คนโปรดของนายกฯ ประเทศไทย คงไม่นึกไม่คิดว่าการเข้าคุกบางขวางเมื่อเม.ย.จะมาถึงจุดนี้
จุดที่เปรียบได้กับสำนวนคำพังเพยโบราณที่ว่า อยู่ระหว่างเขาควาย
หรือ เนื้อไม่ได้กิน หนังไม่ได้รองนั่ง เอากระดูกแขวนคอ
ที่อยู่ระหว่างเขาควาย หรือไม่ได้กินเนื้อ ไม่ได้นั่งหนัง แต่ดันเอากระดูกมาแขวนคอประจานตัวเองนั้น
ไม่ใช่ศิริโชค แต่เป็นประเทศไทยทั้งประเทศ
ไทยที่กำลังถูกสหรัฐกดดันให้ส่งตัววิกเตอร์ไปดำเนินคดี ถึงขนาดนำเครื่องบินมาจอดรออยู่สนามบินบน.6 เวลานี้
ไทยที่กำลังถูกรัสเซียกดดันไม่ให้ส่งตัววิกเตอร์ตามคำร้องขอของสหรัฐ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะกดดันได้เสียด้วย
เพราะศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ส่งตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดนครบสัปดาห์แล้ว แต่วิกเตอร์ยังอยู่ใน คุกไทย
ส่วนเกาหลีเหนือกับศรีลังกา ยิ่งเงียบ ยิ่งน่ากลัว
ศิริโชคเข้าคุกบางขวาง ประเทศเข้าสู่ชะตากรรมอันตราย
เพียงเพื่อต้องการเล่นงานทักษิณคนเดียว ประเทศถึงตกอยู่ในสภาพนี้
โชคไม่ศิริ จริงๆ!?
อดีตบิ๊กมท.จวก แต่งตั้งปลัด การเมืองทำเละ
ที่มา ไทยรัฐ
พงศ์โพยม วาศภูติ
อดีตบิ๊ก ขรก.มหาดไทย ในนามสมาคมข้าราชการบำนาญรุมจวกการแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวงสุดเหม็นโฉ่ "พงศ์พโยม" สับเละรับไม่ได้ตั้ง "มงคล สุระสัจจะ" ขึ้นปลัดฯ ทั้งที่อาวุโสรั้งท้าย ยุ ผวจ. 30 คนออกมาแสดงพลัง ไม่ต้องกลัวถูกเด้ง..
เมื่อ เวลา 11.30 น. วันที่ 27 ส.ค. ที่สมาคมข้าราชการบำนาญ กระทรวงมหาดไทย โดยนายโชดก วีรธรรม พูลสวัสดิ์ นายกสมาคมฯ และอดีตอธิบดีกรมการปกครอง นายไพโรจน์ พรหมสาส์น อดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพงศ์โพยม วาศภูติ อดีตปลัดกระทรวงมหาดไทย นางนิพัทธา อมรรัตนเมธา อดีตผวจ.ปทุมธานี อุปนายกสมาคมฯ และสมาชิกสมาคมฯ ร่วมแถลงกรณีการแต่งตั้งโยกย้ายในกระทรวงมหาดไทย
นายโชดก กล่าวว่า ปัจจุบันการแต่งตั้งโยกย้ายในทั้งในส่วนของนายอำเภอ รวมไปถึงสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย ทำให้เกิดความเสียหาย เสื่อมเสียชื่อเสียงกระทรวงมหาดไทยเป็นอย่างมาก เหมือนน้ำในคลองหลอดที่เน่าเหม็นไปหมด การเมืองล้วงลูกลึกจนเกินไป ทำให้ระบบข้าราชการเสียหาย ข้าราชการอึดอัด แต่ไม่กล้าทำอะไร
นาย พงศ์โพยม กล่าวว่า การเสนอชื่อนายมงคล สุระสัจจะ อธิบดีกรมการปกครอง มาเป็นปลัดกระทรวง ทั้งที่อาวุโสอยู่ในลำดับที่ 54 ซ้ำยังมีผู้ว่าราชการจังหวัดอีกถึง 35 คน ที่อาวุโสมากกว่า ตน
เข้าฉากตามโหรทัก?
ที่มา ไทยรัฐ
ไม่ ใช่แค่จิ้งจกทัก แต่ล่าสุด 2 โหรใหญ่ของเมืองไทยระดับนายภิญโญ พงศ์เจริญ และนายภาณุวัฒน์ พันธุ์วิชาติกุล เปิดตำราคำนวณตัวเลขดวงดาว
ทำนายออกมาตรงกัน
ปัญหาความแตกแยกวุ่นวายในประเทศ จะมีต่อเนื่องไปอีก 2 ปี ต้องระวังเหตุนองเลือดอีกรอบ
ขณะ ที่ดวงของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กำลังมีเคราะห์ใหญ่ ถูกลอบปองร้าย โดยเฉพาะช่วงเดือนตุลาคมจะเป็นเดือนที่หนักสุดของนายกฯอภิสิทธิ์
บ้าน เมืองจะปั่นป่วน มีเรื่องอาวุธปืน ระเบิด ปืนไฟ เกิดการนองเลือด อาจมีการปฏิวัติรัฐประหารเกิดขึ้นปลายปีนี้ ส.ส.จะพากันตกงานยาวหลายปี
เบื้องต้นต้องแก้เคล็ดด้วยการแนะให้นายกฯอภิสิทธิ์ลาพักร้อนยาวช่วงเดือนตุลาคม และเว้นวรรคการให้สัมภาษณ์ทางการเมืองทั้งหมด
เชื่อก็ผวา ไม่เชื่อซะเลยก็เสียว
ในบรรยากาศก่อนเกิดมรสุมใหญ่ คลื่นลมในทะเลจะเงียบสงบ
โดย การหายเข้ากลีบเมฆของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ถึงตอนนี้ได้ถอนตัวจากการเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของรัฐบาลกัมพูชาไปแล้ว ด้วยเหตุผลตามถ้อยแถลงเป็นข่าวไปทั่วโลก "ประสบความยากลำบากส่วนตัว"
แต่ยิ่งนิ่งกลับยิ่งน่ากลัว
ตาม จังหวะเกาะติดความเคลื่อนไหวกันแบบไม่ให้คลาดสายตา นายกฯอภิสิทธิ์บอกใบ้เป็นนัยๆ อดีตนายกฯทักษิณไม่ได้หายไปไหน อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล แถวๆภูมิภาคนี้
ไม่พูดกันตรงๆว่าพักอยู่ที่ประเทศบรูไน
ข่าวทางหนึ่ง บรรดาโจทก์ที่หมั่นไส้ก็โหมกระแส ตีปี๊บแช่งกันเป็นนัยๆ อดีตนายกฯทักษิณกำลังพักรักษาอาการป่วยขั้นโคม่า
ลูกเมียเฝ้าดูใจไม่ห่าง
แต่อีกมุมก็มีข้อมูลวงในจากฝ่ายที่เชื่อเรื่องศาสตร์ลี้ลับ อดีตนายกฯทักษิณกำลังอยู่ระหว่าง "แก้กรรม" ต่อชะตา
รอจังหวะดวงเหนือกว่า ค่อยกลับมาสู่เกมอำนาจ
ที่แน่ๆเป็นอะไรที่ถือว่าเข้าทาง จังหวะที่อดีตนายกฯทักษิณหายไปจากกระดานข่าว ก็กลายเป็นฝ่ายรัฐบาลประชาธิปัตย์ที่ต้องเจอ "งานเข้า"
เล่นเกมอยู่ฝ่ายเดียว จนพลาดรัดพันคอตัวเอง
โดย เฉพาะกับคิว "คาหนังคาเขา" ที่นายศิริโชค โสภา ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะคนสนิทที่ยืนอยู่ฉากหลังนายกฯอภิสิทธิ์ โดนแฉกลางสภา ดอดเข้าพบ "วิคเตอร์ บูท" พ่อค้าอาวุธชาวรัสเซีย ถึงเรือนจำบางขวาง
ประเด็นไม่ได้อยู่ที่เทปสนทนา มีอยู่หรือไม่
ปม อยู่ที่นายศิริโชคย่องเข้าไปพบวิคเตอร์ บูท ทำไม โดยสถานะที่รู้กันทั่วไปว่าเป็น "เดอะวอลเปเปอร์" ของคนระดับผู้นำประเทศ มีสิทธิใช้ "ตั๋วพิเศษ" ผ่านเข้าไปในวันหยุด ถ้าไม่มีวาระแฝงทางการเมืองในการโยงฉากพ่อค้าอาวุธสงครามเข้าหาอดีตนายกฯ ทักษิณ
ตามเหลี่ยมตีกินฝ่ายคนเสื้อแดง
พฤติกรรมมันฟ้อง "จ้องเล่นกระแส" ดิสเครดิตฝ่ายตรงข้ามทุกช็อต
แต่ ผลเสียหายที่ตามมา กลายเป็นว่า "เกมตื้นๆ" การเมืองไทย ถูกลากไปผูกโยงกับเกมเดิมพันระดับโลก เพิ่มแรงกดดันสถานะล่อแหลมของประเทศไทยที่ยืนอยู่ตรงกลางเขาควาย ระหว่าง 2 มหา อำนาจยักษ์ใหญ่ สหรัฐอเมริกากับรัสเซีย
มูลค่าความเสียหายต่อเครดิตประเทศไทย ยิ่งหนักกันไปใหญ่
ยี่ห้อประชาธิปัตย์เสียรังวัดอย่างแรง
และ โดยอัตโนมัติ ตามแรงสะท้อนมุมกลับ จากคิวของ "วิคเตอร์ บูท" มันสะท้อนวิธีการเล่นกระแสของฝ่ายรัฐบาลประชาธิปัตย์ ที่เล่นจังหวะตีกินฝ่ายตรงข้าม
ไม่มีอะไรมากกว่าการต่อจิ๊กซอว์ อาศัยโยงเรื่องได้เป็นฉากๆ
ใน มาตรฐานแบบเดียวกัน ไม่ทันไร "เทพเทือก" นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง ก็ฟันธงถึงเหตุระเบิดหน้าอาคารคิงเพาเวอร์ ซอยรางน้ำ เป็นฝีมือของกลุ่มคนที่ตั้งใจจะให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง ที่ยังไม่เลิก ไม่ละความพยายาม
โดยไม่สนปมคำถามของนักข่าวที่เอะใจ ว่า อาจเกี่ยวพันกับการแข่งขันฟุตบอลเอฟเอคัพ คู่ทหารบกกับทีมบุรีรัมย์ พีอีเอ ที่เกิดความวุ่นวายในสนาม ซึ่ง "เทพเทือก" ตัดบท แค่จินตนาการกันเรื่อยๆ
ยังไงก็ไม่ให้ขัดกับธงที่ตั้งไว้.
ทีมข่าวการเมือง
อำนาจ
ที่มา ไทยรัฐ
กรณี วิคเตอร์ บูท พ่อค้าอาวุธชาวรัสเซีย ที่สั่นสะเทือนทั้งการเมืองในประเทศและต่างประเทศดูจะเป็นประเด็นที่น่า สนใจและน่าติดตามตอนต่อไปจะได้รู้ว่า ใครที่ชอบพูดโกหก ใครที่ชอบสร้างสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองขึ้นมาตลอดเวลา
ประเด็น ที่ ศิริโชค โสภา คนใกล้ชิดนายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เข้าเยี่ยม วิคเตอร์ บูท นอกเวลาเยี่ยม ไปเพียงคนเดียว โดย ไม่มีทนายวิคเตอร์ บูทอยู่ด้วย ในขณะที่โดยหน้าที่แล้วศิริโชคไม่มี ส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ใดๆทั้งสิ้น และไม่ได้มีคำสั่งจากรัฐบาล อย่างเป็นทางการให้เข้าไปดูแลเรื่องนี้โดยเฉพาะ
ประเด็น ที่ จตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.ฝ่ายค้านเปิดโปงในสภาว่า ศิริโชคเข้าเยี่ยม วิคเตอร์ บูท พร้อมยื่นข้อเสนอแลกเปลี่ยนโดยขอข้อมูลเรื่องของการค้าอาวุธ เพื่อโยงให้ถึง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ประเด็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีความสนิทสนมกับผู้นำรัสเซีย ประเด็นที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับความไว้วางใจจาก ผู้นำศรีลังกาในการที่จะเข้าไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ และเพื่อให้โยงไปถึงเที่ยวบินการค้าอาวุธสงครามที่มีจุดหมายปลายทางที่ศรี ลังกา
ประเด็นที่ กษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เดินสายไปพบกับ รมว.ต่าง–ประเทศรัสเซียและพยายามพูดถึงเรื่องการขอตัว พ.ต.ท.ทักษิณ ท่าเดียว
ประเด็น ที่จู่ๆ วิคเตอร์ บูท ก็มาถูกจับในไทย จู่ๆ สหรัฐฯก็ส่ง เครื่องบินขององค์กรคุ้มครองพยาน มารอรับวิคเตอร์ บูท ล่วงหน้า เหมือนจะรู้ผลการตัดสิน
ประเด็นที่รัสเซียเป็นเดือดเป็นร้อน กรณีที่ไทยจะส่งตัว
วิคเตอร์ บูท ให้กับสหรัฐฯ ถึงขั้นแสดงความไม่พอใจผ่านทูตไทย หลายครั้ง
สอดคล้องกับการที่รัฐบาลยัดข้อหาผู้ก่อการร้ายให้กับพ.ต.ท.ทักษิณ
ต่อจิ๊กซอว์ดูแล้วคงไม่ใช่แค่เรื่องในจินตนาการ
รัฐบาล ไม่เคยตอบอะไรตรงคำถามวิกฤติการเมืองที่ทำให้เป็นวิกฤติของบ้านเมือง ใกล้จะล่มจม ปัญหาความวุ่นวายภายในประเทศ ปัญหาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศปะทุจนเป็นความขัดแย้งระดับชาติ
ทั้งหมด นี้เกิดจากความตั้งใจของรัฐบาลชุดนี้ เพื่อกำจัดพ.ต.ท.ทักษิณให้สิ้นซาก ใช่หรือไม่ ถ้าคิดได้แค่นี้ถึงกับลงทุนเอาประเทศเป็นเดิมพัน
สิ้นคิด
จะ เพาะความแค้นส่วนตัวกันอย่างไร จะเพราะคำสั่งพิเศษอะไร สำคัญถึงขนาดต้องชดใช้ด้วยความล่มจมของประเทศและความเดือดร้อนของประชาชน การกระทำของรัฐบาลนอกจากจะไม่สง่างามแล้ว พฤติกรรมไม่สมควรที่จะเรียกตัวเองว่าเป็นรัฐบาลที่ถูกต้องตามกฎหมายด้วยซ้ำ
ใช้อำนาจและวิธีการไม่ต่างอะไรจากยุคเผด็จการมาเฟีย.
หมัดเหล็ก
นายบูท:พ่อค้าความตาย?
ที่มา thaifreenews
โดย Porsche
Read more from ประเทศไทย
เกี่ยวกับผู้เขียน
นาย กริกอรี่ ปาสโคเป็นนักข่าวและนักโทษทางการเมืองชาวรัสเซีย
โดยนายปาสโคได้ถูกจับกุมและพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 4 ปี
ในข้อหากบฏต่อต้านรัฐบาลรัสเซีย
นายปาสโคถูกปล่อยตัวหลังจากถูกจำคุกเป็นเวลา 2ปี
และได้รับอนุญาตให้สามารถเดินทางออกนอกประเทศ
18เดือนหลังจากได้รับการปล่อยตัว
นายอัมสเตอร์ดัมและนายปาสโคได้ทำงานร่วมกันในด้านการเรียกร้อง
สิทธิมนุษยชนในรัสเซียเป็นเวลาหลายปี
นายบูท : พ่อค้าความตาย?
นายฟิลลิปส์ โควเลย์ ตัวแทนของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ
แสดงความเห็นว่าคดีของนายบูทจะไม่ส่งผลในทางลบต่อความสัมพันธ์
ระหว่างสหรัฐและรัสเซีย
การประกาศเช่นนี้ถือเป็นการประกาศตามมารยาททางการทูตเท่านั้น
เพราะแท้จริงแล้ว
แม้แต่บุคคลทั่วไปก็สามารถมองเห็นได้ว่าคดีของนายบูทนั้น
จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศอย่างมาก
และอันที่จริงแล้วคดีของนายบูทได้ส่งผลกระทบต่อ
ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศแล้ว
แม้กระทั่งในปัจจุบัน
เราสามารถรับรู้ได้ว่าการแถลงข่าวของเหล่านักการทูตรัสเซียในประเทศไทยดู
จะไม่ค่อยพอใจที่สหรัฐพยายามกดดันให้รัฐบาลไทยส่งตัวนายบูทไปยังสหรัฐ
ประชาชนรัสเซียโดยทั่วไปย่อมเข้าใจว่า
การที่รัฐบาลรัสเซียพยายามปกป้องนายบูทอย่างหนัก
แสดงให้เห็นว่านายบูทมีส่วนเกี่ยวข้องกับสิ่งไม่ดีไม่งามบางอย่าง
เพราะรัฐบาลของปูตินมักจะปกป้องพียงแค่กลุ่มคนที่รัฐบาลชอบ รักใคร่
และคนที่ทำตามคำสั่งรัฐบาลเท่านั้น
การปกป้องนายบูทไม่ต่างจากการปกป้องกลุ่มนักบินชาวรัสเซียที่ถูกจับกุมเมื่อ
หลายปีก่อนที่อินเดีย ปกป้องกลุ่มคนที่สังหารของนาย Yandarbiyev
และปกป้องกลุ่มสายลับชาวรัสเซียที่ปฏิบัติการล้มเหลวในสหรัฐ
และด้วยเหตุดังกล่าว
คนในประเทศรัสเซียจึงไม่แม้แต่พยายามที่จะแสวงหาความจริงว่าแท้จริงแล้ว
นายบูทถูกกล่าวหาด้วยข้อหาอะไร หรือเป็นใคร
ในขณะเดียวกัน มีข้อมูลกระจายอยู่ในอินเตอร์เน็ตว่านายวิกเตอร์
บูทถูกอัยการของรัฐนิวยอร์กดำเนินคดีสี่ข้อหาด้วยกัน
รวมถึงข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสมรู้ร่วมคิดทางอาชญากรรม
โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะลำเลียงอาวุธสงครามให้แก่กลุ่มนักต่อสู้กองกำลัง
ปฏิวัติแห่งโคลัมเบีย (FRRC) “
โดยนายบูทรับรู้และเข้าใจว่าอาวุธเหล่านั้นได้นำไปใช้เข่นฆ่าประชาชน
และเจ้าหน้าที่ทางการสหรัฐ”
การข้อมูลข่าวสารบางส่วนที่ประชาชนได้รับรู้
ทำให้สามารถโยงข้อเท็จจริงทั้งสี่ประการเข้าด้วยกันได้ทันที
ประการแรก ไม่กี่ปีที่ผ่านมารัฐบาลรัสเซียได้สารสัมพันธ์กับรัฐบาลนายฮูโก้
ชาเวซอย่างชัดแจ้ง กระตือรือร้น หรืออาจกว่าได้ว่าอย่างหนักหน่วง
โดยลำเลียงอาวุธสงครามให้นายชาเวซ
และยังสร้างข้อตกลงอันเหนียวแน่นโดยเฉพาะเรื่องการซื้อขายอาวุธสงคราม
ประการที่สอง นายฮูโก้ ชาเวซ กล่าวชมเหล่านักต่อสู้โคลัมเบียบ่อยครั้ง
ประการที่สาม นายฮูโก้ ซาเวชกล่าวตำหนิสหรัฐหลายครั้ง
ประการสุดท้าย หากกล่าวอย่างนุ่มนวลแล้ว สามารถกล่าวได้ว่า
กลุ่มผู้นำรัสเซียในปัจจุบัน ไม่ชอบกลุ่มผู้นำสหรัฐ
เบื้องหลังของเหตุการณ์เหล่านี้ยังมีเรื่องสายลับใต้ดินและสงครามทางการทูต
เกิดขึ้นอีกด้วย สิ่งเหล่านี้มักถูกปิดบังจากสายตาประชาคมโลก
รัฐบาลรัสเซียจึงทำทุกวิธีทางที่จะไม่ให้นายบูทถูกส่งตัวไปยังสหรัฐ
คำถามคือ กลุ่มผู้นำรัสเซียกลัวอะไร?
คำตอบสามารถหาอ่านได้ใน
ข้อความ http://www.ej.ru/?a=note&id=10336
บางตอนของนักสาวข่าวรัสเซียที่ชื่อว่า Latynina
นี่คือข้อความบางส่วนที่ Latynina เขียน : นายวิกเตอร์
บูทถูกจับกุมข้อหาพยายามขายระบบเครื่องมือป้องกันทางอากาศของรัสเซีย
100 เครื่อง (ระเบิดที่ใช้ยิงเฮลิคอปเตอร์/เครื่องบินระดับต่ำ)
ให้แก่เจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่ปลอมตัวเป็นนักต่อสู้ในโคลัมเบีย
การเจรจาเกี่ยวกับคดีของนายบูท นักโทษทางการเมือง
ได้ถูกบันทึกไว้ตั้งแต่ต้นจนจบ
เมื่อเราสามารถเปรียบเทียบตัวเลขเหล่านี้แล้วจะทราบได้ทันทีว่าระบบเครื่องมือ
ป้องกันทางอากาศของรัสเซีย 100 เครื่องมีอานุภาพแค่ไหน
ผมจะแสดงอีกข้อมูลหนึ่งองค์กร CIA ได้ลำเลียงเครื่องมือชนิดเดียวกัน 500
เครื่องให้กับกลุ่มกบฎมูจาฮีดีนชาวอัฟกานิสถาน ในราคา 183,000
ดอลล่าสหรัฐต่าเครื่อง CIA นำกลับประเทศราว 300 เครื่อง
เพราะกลุ่มกบฎมูจาฮีดีนใช้แค่ 200
เครื่องก็สามารถทำลายความเป็นผู้นำทางอากาศของโซเวียตได้แล้ว
หากกล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ
การขนส่งระบบเครื่องมือป้องกันทางอากาศของรัสเซีย 100 เครื่องนี้
เป็นโครงการที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลรัสเซีย
เพราะคงไม่มีใครสามารถดำเนินงานนี้หากปราศจากการสนับสนุนจากเบื้องบน
ตามข้อมูลของศูนย์การวิเคราะห์ข้อมูล Stratfor ในสหรัฐ
คนในกองทัพที่นายวิกเตอร์ บูททำงานให้ในโมซัมบิค ในยุค 80
คือนายไอกอร์ เชชิน
Latynina ยังกล่าวถึงเรือนขนส่งสินค้าแห้งที่ชื่อว่า Arctic Sea Latynina
เธอเห็นว่านายบูทมีความเกี่ยวข้องเพียงน้อยนิดในคดีนี้
แต่ยังมีเหตุการณ์ที่ ในวันที่ 12 ธันวาคม 2552 เครื่องบิน I1-76
ทีใช้ขนอาวุธทั้งหมด 35ตันถูกยึดที่กรุงเทพมหานคร
ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธชนิดที่ใช้ยิงขึ้นฟ้า
มีการกล่าวว่าเครื่องบินดังกล่าวเป็นของนายบูท ภายใต้บริษัทของบูท
Latynina สรุปว่า FSB (หน่วยตำรวจลับคล้าย CIA/KGB) ซึ่งตั้งอยู่ที่
Lubyanka Square ในกรุงมอสโควมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องดังกล่าว
และหากเราร้อยเรียงเรื่องราวเข้าด้วยกัน
เราจะเข้าใจได้ไม่ยากว่าเบื้องหลังนายบูทนั้นไม่ใช่แค่ FSB
แต่รวมถึงกลุ่มผู้นำสูงสุดของรัสเซียด้วย
และกลุ่มคนเหล่านั้นต้องการตัวนายบูทกลับไปยังรัสเซีย
ไม่ใช่ในเรือนจำที่ประเทศไทยและมากกว่านั้นคือ
เรือนจำและต่อหน้าศาลในสหรัฐ
นาย กริกอรี่ ปาสโค เป็นนักข่าวและนักโทษทางการเมืองชาวรัสเซีย
โดยนายปาสโคได้ถูกจับกุมและพิพากษาจำคุกเป็นเวลา 4 ปี
ในข้อหากบฏต่อต้านรัฐบาลรัสเซีย
นายปาสโคถูกปล่อยตัวหลังจากถูกจำคุกเป็นเวลา 2ปี
และได้รับอนุญาตให้สามารถเดินทางออกนอกประเทศ
18เดือนหลังจากได้รับการปล่อยตัว
นายอัมสเตอร์ดัมและนายปาสโคได้ทำงานร่วมกันในด้านการเรียกร้องสิทธิ
มนุษยชนในรัสเซียเป็นเวลาหลายปี
http://robertamsterdam.com/thai/?p=377
แจ้งข่าว วันอาทิตย์สีแดงนี้ ที่อุบลฯ
ที่มา thaifreenews
โดย namome
บก.ลายจุด จะมาจ.อุบลฯ 29 ส.ค 53 เพื่อทำกิจกรรม 2 จุด
จุดแรก..... เจอกันหน้าห้าง Big C อุบลฯ เวลา 09.00 น. ปั่นจักรยานรณรงค์เพื่อสุขภาพ
ไปยังศาลากลางจังหวัด (ปั่นไม่ไหว ก็ไปรอจุดที่สองเลย)
จุดที่สอง..... เมื่อปั่นกันมาถึงแล้ว พักเหนื่อย แล้วร่วมกันทำความสะอาดศาลากลางจังหวัด
เสร็จแล้ว ทานข้าวร่วมกันที่ศาลเจ้าพ่อหลักเมืองอุบลฯ ฉลองยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน
จากนั้นจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ เสื่้อแดงอุบลฯ รวมพลังกันหน่อยเร้ว
(เตรียมอุปกรณ์ตามสะดวก)
http://www.facebook.com/redbuff?v=wall&ref=mf บก.ลายจุด
กวีประชาไท: รบเถิด!!!
ที่มา ประชาไท
อรุณรุ่ง สัตย์สวี
เพื่อนของเราเขียนบทกวี
เพื่อนเราเป็นกวี
เพื่อนของเราต่อสู้กู้ชาติ
เพื่อนเราเป็นนักต่อสู้
เพื่อนของเรายืนหยัดปกป้องศัตรูเก่าแก่ของพวกเรา
เพื่อนเราเป็นอย่างที่เขาเป็นในที่สุด
มองชีวิตด้วยสายตาแหลมคมดั่งศรอรชุน
ทะลุทะลวงความเลวทรามอย่างทันท่วงที
“คืนก่อนการรบพุ่ง”
บทกวีอันเปี่ยมพลังของเพื่อน
นำเรามายืนอยู่คนละฟากฝั่งแม่น้ำอย่างแท้จริง
เราได้แต่กู่ร้อง
เพื่อนเราเดินลับหายเข้าป่าดงพงไพรลึก
เพื่อนของเราเป็นกวีนักรบโบราณ
ผู้เดินทวนวิถีประชาธิปไตยไปบนกองกระดูกประชาชน
เมฆทะมึนกลืนกินความดีงามในอดีตหมดสิ้น
เพื่อนของเราเขียนบทกวี
บทกวีของเพื่อนแหลมคมดั่งศรอรชุน
ทะลุทะลวงดวงใจแห่งเราแหลกยับ
จนมิกล้าจดจำ


