ที่มา Thai E-Newsรัฐอำมาตย์ศักดินาเคยยอมยุติความขัดแย้งโดยให้การยอมรับว่า พคท.ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย หากแต่เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยมาแล้ว อันถือเป็นจุดสูงสุดของการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธระหว่างกันซึ่งเป็นความรุนแรงสูงสุด หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่มีความพยายามเช่นนั้น การปรองดองยังเป็นคำพูดลอยๆ
โดย วิสา คัญทัพ
ที่มา face book
การปรองดองวันนี้เป็นการปรองดองเพื่อสร้างภาพ ไม่ได้จริงใจที่จะปรองดอง รัฐบาลแสดงละครภายใต้การกำกับของกองทัพ เหนือกองทัพขึ้นไปมีกองบัญชาการของอำมาตย์และคนชั้นสูง ควบคุมบงการอยู่อีกชั้นหนึ่ง
รัฐธรรมนูญปี 50 คือรัฐธรรมนูญที่พวกเขาสร้างขึ้นมา เพื่ออำพรางให้เกิดภาพประชาธิปไตย ความจริงดังกล่าวในอดีตอาจไม่แจ่มชัด แต่วันนี้แจ่มชัดเป็นอย่างยิ่ง
นับแต่การเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475 ประชาธิปไตยไม่ได้ตกอยู่ในมือของประชาชนอย่างแท้จริง หากแต่เป็น “ประชาธิปไตยภายใต้การกำกับ” เมื่อใดก็ตามที่มีสัญญาณว่า ความขัดแย้งทางชนชั้นเริ่มแหลมคมอำนาจอันแท้จริงจะเปลี่ยนไปอยู่ในมือของ “ข้าราษฏร” มิใช่ “ข้าราชการ” การจัดการให้อยู่ในร่องในรอยก็จะเกิดขึ้น
พูดอย่างนี้ มิได้หมายความว่า ไม่เห็นด้วยกับการปรองดอง แต่หมายถึง การปรองดองมิได้เกิดขึ้นเพียงเพราะปากพูด แต่การกระทำยังติดตามไล่ล่า จับกุมคุมขัง สังหารคนเสื้อแดง ปรากฎความไม่เป็นธรรมในการจัดการกับปัญหาต่างๆ ทั้งระดับโครงสร้างประชาธิปไตย และรูปธรรมหลายประการทางการปฏิบัติ สูงสุดคือ อิสระภาพ เสรีภาพ และความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนที่คิดต่างต้องได้รับการคุ้มครอง
ในวาระครบรอบ 4 ปีรัฐประหาร (19 กันยายน 2549) ผู้เขียนขอร่วมรำลึกเหตุการณ์ ด้วยการนำเสนอบันทึกฉบับที่ 5 วิเคราะห์การปรองดองจอมปลอมว่าไม่สามารถยุติความแตกแยกในสังคมได้
โดยจะชี้ให้เห็นว่า เราเคยผ่านความขัดแย้งแตกแยกที่รุนแรงเช่นนี้มาแล้ว แต่ละระยะ มีเนื้อหาเดียวกัน โดยตัวละครฝ่ายประชาธิปไตยผลัดเปลี่ยนเวียนกันเข้ามารุ่นแล้วรุ่นเล่า เหมือนนักมวยมั่นหมายชิงแชมป์ ทว่าแชมป์ยังเป็นคนเดิมที่แข็งแกร่งประดุจศิลากลางน้ำเชี่ยว เริ่มต้นจาก
หนึ่ง / ยุคเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชมาเป็นประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีตัวละครสำคัญคือ “คณะราษฏร”ที่ทำการปฏิวัติยึดอำนาจ มีบุคคลสำคัญซึ่งท้ายสุดไม่มีแผ่นดินอยู่ แม้เวลาสิ้นชีวิตก็นำกลับมาได้เพียงเถ้าอัฐิเท่านั้น คือ ดร.ปรีดี พนมยงค์
หลัง 2475 อำนาจเวียวนอยู่ในมือของขุนศึกอำมาตย์ แต่การเมืองโดยภาพประชาธิปไตยก็ทำให้เกิดพืชพันธุ์ของ “นักสู้เพื่อสังคมธรรม” ขึ้นได้ ส่วนใหญ่ของนักสู้ดังว่ามักจะมาจากสามัญชนคนชั้นล่างที่มีโอกาสได้เรียนสูงแล้วมีทัศนะที่ก้าวหน้า ส่วนหนึ่งมีผลกระทบมาจากกระแสการต่อสู้ทางชนชั้นในสากลยุคเปลี่ยนผ่านจากศักดินาสู่เสรีภาพแห่งประชาธิปไตยและสังคมนิยม
สอง / เชื่อมต่อจากการต่อสู้ยุค ดร.ปรีดี พนมยงค์ รุ่นถัดมาจึงมาถึง “นักสู้ยุค พ.ศ.2500” นำขบวนด้วยนักคิดนักเขียน นักหนังสือพิมพ์ นักการเมือง นักเคลื่อนไหวคนสำคัญๆ มากมาย เช่น เตียง ศิริขันธ์,รวม วงศ์พันธุ์,ครอง จันดาวงศ์,เลียง ไชยกาล,ถวิล อุดล,จำลอง ดาวเรือง, กุหลาบ สายประดิษฐ์ (ศรีบูรพา),อัศนี พลจันทร์,อุดม สีสุวรรณ,เปลื้อง วรรณศรี,จิตร ภูมิศักดิ์,สุวัฒน์ วรดิลก,ไขแสง สุกใส, และ ฯลฯ
ชื่อดังกล่าวไม่มีให้ศึกษาด้านถูกต้องในประวัติศาสตร์ประเทศไทย นักสู่เหล่านี้ บางคนถูกประหารชีวิต บางคนถูกฆ่าถูกไล่ล่า ถูกจับกุมคุมขัง ขบวนการฝ่ายประชาธิปไตยถูกปราบปราม ถูกบีบบังคับ จากการเขียนการพูดการวิพากษ์วิจารณ์ตามแนวทางสันติวิธีไม่สามารถดำเนินไปได้ หนทางสุดท้ายคือการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธ จัดตั้งเป็นพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ประกาศการต่อสู้ด้วยอาวุธอย่างเป็นทางการ ใครที่อยู่ในเมืองแล้วถูกฆ่าถูกขังก็เข้าป่าไปจับปืนต่อสู้ กำแพงคุกในยุคนั้นจึงปรากฎบทกวีของนักสู้นิรนามจารึกไว้ว่า“เมืองสยามใหญ่กว้าง สุดสายตา
จักเสาะยุติธรรมหา ยากแท้
คนดีถูกตีตรา นักโทษ
คนชั่วกลับอิ่มแปร้ นั่งยิ้มครองเมือง”
ช่างสอดคล้องกับวันเวลาอันมืดมนในยุคนี้ยิ่งนัก ขณะที่ผู้รักชาติรักประชาธิปไตยทุ่มโถมโหมชีวิตต่อสู้อย่างกล้าหาญ พวกเขากลับถูกใส่ร้ายป้ายสี สร้างภาพว่าคอมมิวนิสต์เป็นภูติผีปีศาจทำลายชาติ ทำลายสถาบัน ให้การศึกษาเยาวชนโดยบิดเบือนประวัติศาสตร์ที่เป็นจริง เนือหาตำรับตำราวิชาการก็กลับดำเป็นขาวกลับขาวเป็นดำ ดีว่าชั่ว ชั่วว่าดี โฆษณาชวนเชื่อ ครองพื้นที่สื่อวิทยุโทรทัศน์สร้างคุณงามความดีให้ตนเอง
สาม / ยุคเยาวชนเดือนตุลา อธิบายควบคุมสองเหตุการณ์คือ 14 ตุลาคม 2516 และ 6 ตุลาคม 2519 ต้องบอกว่า สองเหตุการณ์นี้คือขบวนการเดียวกัน เยาวชนนักเรียนนักศึกษาตื่นตัวขึ้นจากความรู้สึกว่าตนคือปัญญาชนผู้ได้เปรียบในสังคม พบว่าความรู้ไม่ใช่แค่เพียงปริญญาบัตร ไม่ใช่คำขวัญเรียนไปเพื่อเป็น “เจ้าคนนายคน” เมื่อสืบค้นลึกลงไปก็พบประวัติศาสตร์บิดเบือนมากมาย พบว่า ปรีดี พนมยงค์และคณะราษฏรแท้จริงเป็นฝ่ายธรรม พบว่าคอมมิวนิสต์คือพรรคการเมืองที่กำเนิดขึ้นจากทฤษฎีลัทธิมาร์กซ์-เลนิน เป็นกระแสสากลแห่งโลกยุคสงครามเย็น พบว่าสังคมมีชนชั้น และประชาธิปไตยยังไม่เต็มใบอย่างแท้จริง
ที่สุดนิสิตนักศึกษาจึงกลายมาเป็นพลังนำในการเปลี่ยนแปลงสังคม สู่รูปธรรมเป็นการเคลื่อนไหว “เรียกร้องรัฐธรรมนูญ” จนถูกจับกุมคุมขัง เกิดกรณีเดินขบวนคัดค้านครั้งใหญ่ให้ปล่อย 13 กบฎรัฐธรรมนูญ นำไปสู่เหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 รัฐบาลถนอม-ประภาส พ่ายแพ้ยอมออกนอกประเทศ
สถานการณ์บีบบังคับให้รัฐอำมาตย์ต้อง “ยินยอมชั่วคราว” แต่หลังจากนั้น พวกเขาก็ปรับขบวนจากรับมาเป็นรุก สร้างโมเดล 6 ตุลาคม 2519 ด้วยข้อหาอมตะ นักศึกษาถูกแทรกแซงจากคอมมิวนิสต์ ไม่จงรักภักดีต่อสถาบัน ปั้นน้ำเป็นตัว สร้างเรื่องป้ายสีป่าวร้องผ่านสื่อของรัฐและสิ่งพิมพ์ในกำกับ จากนั้นก็ส่งหน่วยสร้างความรุนแรงเข้าปะปนกับนักศึกษา จุดชนวนเข้าล้อมปราบสังหารอย่างเหี้ยมโหด
จนถึงวันนี้ใครฆ่าและใครสั่งฆ่านักศึกษาประชาชนก็ยังไม่มีใครรู้ ไม่มีใครรู้เสมอมา
โดยที่เวลานั้น พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทยยึดแนวทาง “ชนบทล้อมเมือง” ไม่ยอมรับแนวทาง “ลุกขึ้นสู้ในเมือง” การต่อสู้ของนักศึกษาประชาชนในเวลานั้นจึงปราศจากการแทรกแซงชี้นำของ พคท.อย่างแท้จริง เป็นการต่อสู้ตามลำพังโดยบริสุทธิ์ แต่เพราะมีกองกำลัง พคท.ในชนบท นักศึกษาประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยจึงมีที่ทางที่ได้อาศัยหลบหนีไปสู้ต่อได้ ที่เรียกว่า หนีตายไม่สู้ต่อ
ต้องถือว่า การต่อสู้ของขบวนการประชาธิปไตยขึ้นสู่จุดสูงสุดของความรุนแรง เข้มข้น และดุเดือดที่สุดในยุค 6 ตุลาคม 2519 สังคมแตกแยกหนักหน่วง ซึ่งหากเปรียบเทียบกับปัจจุบันต้องถือว่ายังแตกแยกน้อยกว่าและห่างไกลกันมากนัก
ทว่าจุดต่างก็คือวันนี้ไม่มีการต่อสู้ด้วยกองกำลังอาวุธที่มารองรับ แต่วันนั้นมี กองกำลังในป่าขยายตัวเติบใหญ่ ได้ภาพความชอบธรรมที่จะสู้กับการปราบอย่างโหดร้ายหกตุลา และกองกำลังอาวุธฝ่ายประชาชนสามารถสู้รบทางการทหารอย่างรุกคืบหน้ามากขึ้นในยุทธการต่างๆ สามารถตีระดับตำบลจนถึงระดับอำเภอแตก เป็นผลให้รัฐอำมาตย์ศักดินาต้องปรับขบวน รัฐประหารยึดอำนาจกันเองเพื่อปรับเปลี่ยนให้เกิดภาพประชาธิปไตย เอารัฐบาลนายธานินทร์ กรัยวิเชียรออก เอา พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันท์เข้า และที่สุดก็เข้าสู่ยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรีในระบอบประชาธิปไตยครึ่งใบ ซึ่งตนเองไม่เคยผ่านการลงสมัครรับเลือกตั้งแม้แต่ครั้งเดียว
ถึงตรงนี้มีข้อน่าสังเกตุคือ ความพยายามยุติการใช้การทหารนำการเมืองลงอย่างสิ้นเชิง โดยความคิดของข้าราชการทหารสายพิราบได้ชัยชนะเหนือทหารสายเหยี่ยว ในการดำเนินงานเพื่อหยุดยั้งการสู้รบด้วยความรุนแรง ผลักดันให้เกิดนโยบาย 66/23 ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ภายในขบวนการสู้รบในป่ามีปัญหาความขัดแย้งภายใน เรื่องแนวทางการต่อสู้อย่างดุเดือดถึงขั้นต้องแตกแยกกัน
ความจริงก็คือ รัฐอำมาตย์ศักดินาเคยยอมยุติความขัดแย้งโดยให้การยอมรับว่า พคท.ไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย หากแต่เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยมาแล้ว อันถือเป็นจุดสูงสุดของการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธระหว่างกันซึ่งเป็นความรุนแรงสูงสุด หากเปรียบเทียบกับสถานการณ์ปัจจุบันยังไม่มีความพยายามเช่นนั้น การปรองดองยังเป็นคำพูดลอยๆ
คำถามคือ ทำไมรัฐศักดินายอมทำข้อตกลงยุติการสู้รบในเวลานั้น ตอบว่า เพราะได้มากกว่าเสีย การทำให้ไม่มีกองกำลังอาวุธคือการทำลายรากแก้วแห่งการต่อสู้ เป็นยุทธวิธี ปลดอาวุธศัตรูเพื่อให้หมดสภาพการต่อรอง เพียงแต่ความสำเร็จที่เกิดขึ้นมิได้มาจากรัฐศักดินาเป็นด้านหลัก หากแต่เป็นเพราะขบวนการประชาชนประสบปัญหาความแตกแยกขัดแย้งกันเองเป็นด้านหลัก
สี่ / หลังการต่อสู้ด้วยกำลังอาวุธในเขตป่าเขา (สงครามประชาชน) ซึ่งก็คือ หลังนโยบาย 66/23การต่อสู้ที่ไร้แนวหลังอันแข็งแกร่ง ทำให้รัฐศักดินาเข้มแข็งขึ้นอย่างมาก ประชาธิปไตยภายใต้การกำกับเกรียงไกรอย่างต่อเนื่อง 8 ปี ในยุคพลเอก.เปรม ติณสูลานนท์ และหลังจากนั้นกองทัพก็ยังกุมสถานการณ์กำกับทุกรัฐบาลอยู่ได้
แน่นอน ที่สำคัญเพราะรัฐธรรมนูญที่ร่างอย่างเอื้อต่อระบอบโดยคนของพวกเขา จนกระทั่งกระแสเรียกร้องเพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยเข้มข้นขึ้น ประเด็นนายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้งก็ดี ประเด็นประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นประธานรัฐสภาก็ดี ที่สุดจากกระแสการเคลื่อนไหวของประชาชนก็สามารถผลักดันรัฐธรรมนูญฉบับ ปี 2540 ออกมาได้
ส่งผลให้เกิดรัฐบาลเสียงข้างมาก ส่งผลให้รัฐบาลใหม่อยู่ครบเทอม ส่งผลให้มีรัฐบาลพรรคเดียวขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ส่งผลให้เกิดขบวนการต่อต้าน ประดิษฐ์วาทกรรม “เผด็จการรัฐสภา” ขึ้น ตามมาด้วยแผนทำลายทั้งรัฐบาล ทั้งพรรคการเมือง และทั้งต่อตัว “ทักษิณ ชินวัตร” โดยตรง ปิดฉากด้วยการรัฐประหารล้ม “รัฐธรรมนูญปี 40” อันเป็นต้นตอปัญหาที่ทำให้ “ประชาธิปไตย” หลุดไปจากการกำกับ ใช้ปืนและรถถังออกมายึดอำนาจเอาดื้อๆ และให้คนของพวกเขาร่างรัฐธรรมที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างยิ่ง คือ “รัฐธรรมนูญปี 50”
กลายเป็นรัฐ กอ.รมน. รัฐกองทัพ รัฐข้าราชการทหาร มี ศอฉ.เป็นใหญ่ ดีเอสไอ เป็นเครื่องมือ และรัฐบาลอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะเป็นหุ่นเชิด
เมื่อประชาชนไม่ยินยอม และเคลื่อนไหวต่อสู้ด้วยสันติวิธีต่อเนื่องยาวนานเกือบสี่ปีหลังรัฐประหาร ในนาม”คนเสื้อแดง” พวกเขาก็ดำเนินการสังหารประชาชนอย่างเหี้ยมโหดเมื่อ 10 เมษา และ 19 พฤษภาที่ผ่านมา โดยใช้โมเดลเดียวกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 “ปลอมปน สอดแทรก แบ่งแยก ทำลาย”
พวกเขาพยายามดิ้นหนีจากโจทย์ “ใครฆ่าประชาชน” ให้พ้นด้วยการใช้สื่อสารมวลชนที่ตนควบคุมโหมป่าวร้องให้ความสำคัญกับการเผาอาคารมากกว่าชีวิตคน ใช้ศิลปินแต่งเพลงร้องเพลงทำร้ายหัวใจคนเสื้อแดงตั้งคณะกรรมการชุดต่างๆเผยโฉมหน้านักวิชาการบริกร เรียกร้องความปรองดองขณะจับกุมคุมขัง ไล่ล่าฆ่าสังหารคนเสื้อแดงอย่างต่อเนื่องทั้งในทางลับและเปิดเผย
คำถามก็คือ เมื่อการปรองดองเป็นมายาคติ ทับซ้อนอยู่ในความจริงอันเหี้ยมโหดแห่งการเข่นฆ่าประชาชนตลอดมาในประวัติศาสตร์ ภูเขาไฟลูกนี้จึงเป็นได้แค่ “ภูเขาไฟที่ดับชั่วคราว” สังคมไทยจะเข้าสู่สันติสงบและประชาธิปไตยที่แท้จริงได้อย่างไร
ดูแต่การปรองดองของผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยในอดีต ภาพรวมของพวกเขาเหล่านั้นไม่ว่าจะเป็นอดีตสมาชิก พคท.หรือแนวร่วมที่ออกจากป่ามาพร้อมกัน ปัจจุบัน พวกเขาล้วนยืนอยู่ทั้งสองฟากของความขัดแย้ง ด้วยความคิด ความเชื่อ ผลประโยชน์ และอุดมการณ์ที่ไม่เหมือนกัน
น่าคิดว่าในวันที่มีอาวุธอยู่ในมือ พวกเขายอมวางอาวุธ ไม่ใช่เพราะเชื่อในไมตรี ”พัฒนาชาติไทย” ที่รัฐศักดินาหยิบยื่นให้ แต่หากเพราะไม่มั่นใจแนวทางที่จะสู้ต่อไปของตนเองต่างหาก
เช่นเดียวกับวันนี้ แม้ไม่เชื่อในไมตรีที่จะ “ปรองดอง” พวกเขายังจะมีทางเลือกใดๆอีกหรือ เมื่อวันนี้ไม่มีอาวุธในมือ อย่าลืมว่าไม่มีอาวุธในมือ ไม่มีป่ารองรับ เสียหายง่าย เสียหายมาก ดังที่เห็นๆกันอยู่ แนวทางการปรองดองท่ามกลางการต่อสู้ด้วยสันติวิธีจึงเป็นเรื่องที่ต้องขบคิดอย่างรอบคอบ
คำว่า “สู้ต่อไป”วันนี้ จะขับเคลื่อนโดยใช้อารมณ์อย่างขาดสติมิได้เป็นอันขาด คำ “ปรองดอง” จึงเป็นเอกภาพของความขัดแย้งกับ “สู้ต่อไป” ปรองดองก็เอา สู้ต่อไปก็สู้ ปรองดองในท่ามกลางการต่อสู้ หรือ ต่อสู้ขณะปรองดอง ก็ว่ากันไป เฉกเช่นเดียวกับ ขณะทำสงครามก็มีการเจรจา ขณะเจรจาการสู้รบยังดำเนินต่อไป จนกว่าจะตกลงกันได้ เพียงแต่ว่าจะโดย “เงื่อนไข” อันใดเท่านั้น.
บันทึกเขียนเสร็จ 6 กันยายน 2553
***********
หมายเหตุ:อ่านบันทึกของวิสา คัญทัพ ฉบับที่ 1-4 คลิ้กที่นี่
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Friday, September 10, 2010
บันทึกของวิสา คัญทัพ (ฉบับที่ 5):ว่าด้วยประวัติศาสตร์มายาคติแห่งการปรองดอง
สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:มิตรร่วมรบ เราไม่ทอดทิ้งกัน
ที่มา Thai E-Newsพี่กี้ร์สบายดี-ภาพถ่ายอริสมันต์ พงษ์เรืองรอง ที่ปรากฎทางเฟซบุ๊คภาพถ่ายระบุเวลา 2.57 PM แต่ไม่ปรากฎวันที่ และไม่มีรายละเอียดใดๆอย่างไรก็ตามนี่เป็นครั้งแรกที่ปรากฎภาพถ่ายของอริสมันต์นับจากวันที่ 19 พฤษภาคมเป็นต้นมา โดยมีข่าวลือเกี่ยวกับตัวเขาทั้งลือว่าโดนสังหารแล้ว ขณะที่อีกด้านก็ว่าเขาได้ไปพำนักในที่ปลอดภัย
โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
8 กันยายน 2553
***คอลัมน์สังคมข่าวชาวเสื้อแดงประจำวันที่ 8 กันยายน 2553 รายงานข่าวคราวความเคลื่อนไหวเสื้อแดง และการเตรียมพร้อมกิจกรรมเสื้อแดงAround The Worldแดงทั่วไทยแดงไกลไปทั่วโลก ในวันที่ 19 กันยายนนี้ ครบรอบ 4 ปีรัฐประหาร สงครามกดขี่ที่ระบอบอำมาตย์ยังไม่ชนะ และไม่มีทางชนะประชาชนผู้ต้องการเพรียกหาประชาธิปไตยและความยุติธรรม ส่งข่าวคราว บทความ ภาพ คลิป กำหนดการต่างๆมาทาง thaienews99@googlegroups.com เช่นเคย***
***เริ่มกันที่ข่าวสังคมที่คนเสื้อแดง รวมทั้งผู้รักประชาธิปไตย รักในความเป็นธรรม อดจะรู้สึกดีๆไม่ได้เมื่อทราบข่าวนี้ นั่นคือเรื่องของฝรั่งกับคุณหมอเสื้อแดง และคนเสื้อแดงออสเตรเลียที่มารอต้อนรับเขาอย่างอบอุ่นเมื่อบินถึงซิดนีย์***

***คอนเนอร์ เพอร์เซลเดินทางถึงซิดนีย์ ออสเตรเลียแล้ววันนี้ โดยมีเสื้อแดงในออสเตรเลียมาต้อนรับอย่างอบอุ่น โดยชูป้ายว่า"คุณคือวีรบุรุษ" คอนเนอร์กล่าวกับผู้สนับสนุนที่ซิดนีย์ว่าเรายังต้องต่อสู้ต่อไปเพื่อความยุติธรรมและประชาธิปไตยในประเทศไทย

เสื้อแดงออสเตรเลียรายงานมาว่า เมื่อได้เจอ พี่น้องเราก็เข้าไปสวมกอดให้กำลังใจและถามถึงสารทุกข์สุขดิบ เรียกน้ำตาของคุณCornorให้เอ่อปริ่มตาเลยทีเดียว จากนั้นก็เป็นการให้สัมภาษต่อสื่อข่าวต่างๆ อีกเกือบชม.
คุณCORNOR ก็ได้ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวต่างๆ รวมถึงเ่ล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างถูกขังคุกในไทยว่า เขาถูกทารุณและถูกนักโทษร่วมห้องขังรุมซ้อมถึงขั้นปัสสาวะเป็นเลือด และการกระทำอันไร้ซึ่งมนุษยธรรมของรัฐบาลไทยต่อประชาชนไทย และตัวเขาเอง
โดยคุณCORNOR ยังได้เปรียบ เหตุการในเมืองไทยกับเหตุการBLOODY SUNDAY(ในไอร์แลนด์ ซึ่งเป็น้านเกิดของเขา)ว่า เหตุการณ์ในเมืองไทยมีความรุนแรงกว่ามาก
จากนั้นทางเสื้อแดงจึงพาคุณCornor ไปรับประทานอาหารโดยพี่น้องเสื้อแดง คุณจุ๋ม ที่Cabramatta รับเป็นเจ้าภาพ จากนั้น ก็พาคุณCornorไปพักผ่อนที่บ้านสมาชิกคนหนึ่ง
เขาให้สัมภาษณ์สื่อออสเตรเลียว่า อยากกลับประเทศไทยเพื่อต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตยต่อ
ส่วนภาพล่างขณะเขาเดินทางออกจากประเทศไทยเมื่อเย็นวันอังคาร***
เราไม่ลืมคุณ-คนเสื้อแดงที่ไปส่งนายคอนเนอร์ เพอร์เซล(ภาพบน)ที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเดินทางกลับออสเตรเลีย ยกป้ายให้กำลังใจเขา โดยป้ายบอกว่าคอนเนอร์เป็นเนื้อหนึ่งอันเดียวกับคนเสื้อแดง พวกเราจะไม่ลืมคุณ ขณะที่เขากล่าวว่า " Red People , Be Strong Be United You will win, I believe "(คนเสื้อแดงต้องเข้มแข็งเอาไว้ รวมตัวกันไว้ พวกคุณชนะแน่ ผมมั่นใจ)
แม้จะมีประสบการณ์อันไม่พึงประสงค์หลายอย่างในเมืองไทย แต่Purcellกล่าวว่า สิ่งที่ได้เห็นภายใต้ระบบการเมืองของไทยคือ ความอบอุ่น ความกล้าหาญ และความจริงใจของประชาชนไทย
โทรทัศน์ช่องASIA UPDATEสัมภาษณ์คอนเนอร์ เพอร์เซลที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนเดินทางกลับออสเตรเลียเมื่อเย็นวานนี้
***เมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมา นายConor Purcell คนเสื้อแดงออสเตรเลีย ที่โดนจำคุกสามเดือนเต็ม ด้วยข้อหากระทำผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน (เหตุเพราะไปขึ้นเวทีปราศรัย) ได้เดินทางกลับออสเตรเลียบ้านเกิด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีเพื่อนๆคนเสื้อแดงที่ทราบข่าว ได้ไปร่วมให้กำลังใจกัน
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวจาก Asia Update และ Voice TV ก็ได้ไปบันทึกเทปและสัมภาษณ์ด้วย***
***นายConor ซึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อทั้งสองช่อง ได้กล่าวว่ารู้สึกดีใจที่จะได้กลับบ้าน และไม่เคยคิดเสียใจเลยที่ต้องโทษจำคุก เพราะเชื่อมั่นเสมอว่า เขาเองและคนเสื้อแดงอีกมากมายที่โดนจำคุกอยู่ไม่ได้ทำอะไรที่ผิด พร้อมกับเรียกร้องต้องการให้รัฐบาลปล่อยตัวคนเสื้อแดงทุกๆคนโดยเร็ว และเขายังยืนยันกับผู้สื่อข่าวและทุกๆคนว่า ตัวเขามีความคิดที่จะช่วยเหลือขบวนการประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงต่อไป แม้จะอยู่ต่างประเทส แต่ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของคนเสื่อแดงไปตลอด จนกว่าประเทศไทยจะมีประชาธิปไตยที่แท้จริง
สุดท้ายสิ่งที่นาย Conor ฝากถึงคนเสื้อแดงทุกๆคนคือ "ขอให้เข้มแข็งไว้ ขอให้รวมตัวกันไว้ พวกเราชนะแน่นอน"(Red People , Be Strong Be United You will win, I believe)
สำนักข่าวออสเตรเลีย แอสโซซิเอท (AAP)รายงานข่าวว่า นายConor David Purcell ชาวออสเตรเลีย ซึ่งถูกจำคุกฐานเข้าร่วมการชุมนุมกับคนเสื้อแดง และต่อมาถูกเนรเทศ แต่ติดปัญหาไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ต้องติดอยู่ที่ตม.นาน2สัปดาห์ ในที่สุดก็ได้เดินทางกลับบ้านแล้ว ในเวลา 17.00 น.วันอังคาร
เขาเดินทางโดยสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส ออกจากกรุงเทพฯ และจะไปถึงซิดนีย์ในวันพุธ***
มิตรร่วมรบ-คอนเนอร์ เพอร์เซล กับนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุลที่สนามบินสุวรรณภูมิ หมอพงษ์ศักดิ์บอกว่าได้พบคอนเนอร์ราววันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมาขณะที่เขาบาดเจ็บจากการที่ทหารยิงกระสุนยางใส่ และได้ชวนเขาขึ้นเวทีเสื้อแดงเพื่อปราศรัยเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งอาจเป็นต้นเรื่องที่ทำให้เขาติดคุกในเวลาต่อมา ในช่วงที่คอนเนอร์ยากลำบาก หมอพงษ์ศักดิ์จึงได้เข้ามาดูแลมิตรร่วมอุดมการณ์
***นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล นักกิจกรรมชาวไทยที่สนับสนุนคนเสื้อแดง กล่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวออสเตรเลีย(AAP)ว่า นายเพอร์เซลติดขัดปัญหาค่าใช้จ่ายเป็นค่าเครื่องบินเดินทางกลับประเทศ เขาจึงได้ออกค่าใช้จ่ายช่วยนายเพอร์เซลสำหรับค่าตั๋วเครื่องบินราว13,800บาท เพื่อแสดงความขอบคุณที่เขาทุ่มเทหนุนช่วยคนเสื้อแดง และในการเดินทางออกประเทศวันนี้ ได้มีคนเสื้อแดงเดินทางไปส่งเขาด้วย
นายแพทย์พงษ์ศักดิ์กล่าวว่า เขาเป็นหมอและได้เข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง และพบนายเพอร์เซลในเต๊นท์พยาบาลคนเจ็บบริเวณที่ชุมนุมราววันที่ 10 เมษายน 2553 เพราะเพอร์เซลโดนทหารยิงกระสุนยางใส่บาดเจ็บ จากนั้นก็ได้ชวนให้เพอร์เซลขึ้นไปพูดปราศรัยบนเวทีคนเสื้อแดง "ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุที่ทำให้คุณเพอร์เซลโดนจับกุมในเวลาต่อมา ก็ถือว่ามีเหตุมาจากผมด้วย" โดยเพอร์เซลได้ขึ้นเวทีหลายครั้งหลังจากนั้น
ดังนั้นเมื่อนายเพอร์เซลต้องมาติดอยู่ที่ ตม.นาน2สัปดาห์เพราะสถานทูตออสเตรเลียก็ไม่ช่วยออกค่าเครื่องบินให้ และครอบครัวเขาในออสเตรเลียก็ไม่สะดวกนายแพทย์พงษ์ศักดิ์กล่าวว่าเขาเลยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ เพราะรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เพอร์เซลต้องมาติดคุก ก็มีต้นเรื่องมาจากเขาด้วย กับอีกอย่างเห็นว่าการติดอยู่ที่ตม.นานไปก็อาจเกิดปัญหาต่อสุขภาพของเขา เลยอดเป็นห่วงไม่ได้
นายแพทย์พงษ์ศักดิ์กล่าวว่า นายเพอร์เซลมีแผนจะไปร่วมกิจกรรมกับกลุ่มเสื้อแดงในออสเตรเลีย ที่ซิดนีย์ และจะมีการเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ในประเทศไทย***
***ตามด้วยข่าวคราวของหนุ่มใหญ่คนนี้ ทอม ดันดี จะดีหรือไม่ดี ข้าก็นามสกุล "ดันดี"...***อบอุ่น-เสื้อแดงฝรั่งเศสและเสื้อแดงภูมิภาคยุโรปจัดเลี้ยงต้อนรับ"ทอม ดันดี"ในโอกาสเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวที่พำนักอาศัยในฝรั่งเศสซึ่งเป็นไปตาม"กำหนดการปกติ" ที่ไม่ปกติก็คือพี่น้องเสื้อแดงปารีสกับโซนยุโรปมาร่วมงานเลี้ยงเยอะเป็นพิเศษ(ชมภาพชุด)

***กำหนดการสวดอภิธรรมศพ นาย กฤษดา กล้าหาญ (น้องเจมส์)
ชาตะ 20 ตุลาคม 2532 - มรณะ 4 กันยายน 2553
วันจันทร์ที่ 6 ก.ย. 53 13.00 น เคลื่อนศพ จาก ร.พ. มหาราชนครเชียงใหม่ รอบเมือง
เพื่อหยุดยั้งความรุนแรง โดยเรียนเชิญ “พี่น้องเสื้อแดงเชียงใหม่” เข้าร่วมในขบวน
15.00 น ขบวนถึงวัดพระสิงห์ ฯ นำศพ เข้ายัง ศาลา สหัทหงษ์มหาคุณ จัดแต่งดอกไม้
19.00 น สวดอภิธรรมวันแรก เจ้าภาพ กลุ่มรักเชียงใหม่ 51 และสถนีวิทยุ fm 92.50 Mhz.
วันที่ 7 ก.ย. 2553 สวดอภิธรรม วันที่ 2 เวลา 19.00 น.
วันที่ 8 ก.ย. 2553 สวดอภิธรรม วันที่ 3 เวลา 19.00 น.
วันที่ 9 ก.ย. 2553 สวดอภิธรรม วันที่ 4 เวลา 19.00 น.
วันที่ 10 ก.ย. 2553 สวดอภิธรรม วันที่ 5 เวลา 19.00 น.
วันที่ 11 ก.ย. 2553 สวดอภิธรรม วันที่ 6 เวลา 19.00 น.
วันที่ 12 ก.ย. 2553 ถวายภัตราหารเพล เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้ผู้ตาย มีเทศนา 1 กัณท์
เวลา10.00 นวิดิทัศน์ ประวัติการต่อสู้ของ น้องเจมส์ ร่วมสดุดี ไว้อาลัยร่วมกัน
15.00 น. เคลื่อนศพ สู่สุสาน หายยา
16.00 น. พิธีบังสกุล และประชุมเพลิง ในวันที่ 12 ก.ย.
ขอเชิญพี่น้องเสื้อแดงใส่เสื้อแดงเข้าร่วมงานในครั้งนี้ โดยพร้อมเพียงกัน
วันที่ 13 ก.ย. 2553 เวลา 9.00 น. ทำพิธี เก็บ เถากระดูก และถวายผ้าบังสกุล
จึงกราบเรียนพี่น้องรับทราบร่วมกัน เพื่อร่วมไว้อาลัยจากการจากไปของน้อง กฤษดา กล้าหาญ เจมส์ ในครั้งนี้
ประธานฝ่ายสงฆ์ พระครู สุเทพ สิทธิคุณ เจ้า อาวาส วัดศรีบุณเรือง
ประธานฝ่ายฆาราวาส ผ.อ.เพชรวรรต วัฒนพงศ์ศิริกุล
นาง กัญญาภัค มณีจักร ดีเจอ้อม
นาย ภูมิใจ ไชยยา ดีเจต้อม
ดีเจ FM 92.50 Mhz. ทุกท่าน
และพี่น้องเสื้อแดง เชียงใหม่ทุกท่าน (อ่านรายงานข่าว น้องเจมส์เป็นเด็กดี รักชาติรักประชาธิปไตย )***
***แอโรบิคแด๊งแดง- การต่อสู้เชิงสัญลักษณ์ของกลุ่มแดงเชียงใหม่ยังคงมีต่อไป ท่ามกลางข่าวร้ายของการสูญเสียชีวิตของ "น้องเจมส์" คนเสื้อแดงของเราคนหนึ่ง ที่ต้องจากไปจากห่ากระสุนปืนของคนหัวใจทมิฬ และข่าวการประกบติดตามตัว , ทั้งขับรถติดตาม , จอดรถซุ่มใกล้บ้าน , เข้าไปสอบถามหาบ้าน ทั้งหมดทั้งมวลนี้ทำำให้สับสนและหวาดกลัวอยู่บ้าง แต่จะทำให้เราหยุดต่อสู้คงเป็นไปไม่ได้ และเราขอต่อสู้แบบแนวทางสันติ อหิงสานี้ แอโรบิคแด๊งแดง จากแดงเชียงใหม่


ชมภาพชุดเชิญตามไปดูในเฟสบุ๊คนะจ๊ะ***
***สมยศ พฤกษาเกษมสุข แจ้งความคืบหน้า ชุมนุมใหญ่ครบรอบ 4 ปี รัฐประหาร 19 กันยา “ตาสว่างทั้งแผ่นดิน แดงทั่วโลก”
ในโอกาสครบรอบ 4 ปี รัฐประหาร 19กันยายน 4 เดือนเหตุการณ์นองเลือดราชประสงค์ กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย Thailand Mirror ร่วมกับกลุ่มแดงเชียงใหม่ จะได้จัดให้มีการชุมนุมใหญ่ขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีคำขวัญว่า “19กันยาตาสว่างทั้งแผ่นดิน”
จากการรวมพลังของคนเสื้อแดงได้ยกระดับการต่อสู้มาถึงเป้าหมายการเปลี่ยนแปลงในทุกปริมณฑลทั้งในด้านเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม จากการประชุมตัวแทนกลุ่มคนเสื้อแดงและองค์กรสาขาอาชขีพต่างๆได้ข้อสรุปเป็นแนวคิดการปฏิรูปประเทศไทย โดยมีข้อเรียกร้องคือ1.ให้ปล่อยตัวนักโทษการเมืองนปช.ทุกคนนับตั้งแต่หลังรัฐประหาร 19กันยายน2549เป็นต้นมา เพื่อสร้างสังคมปรองดองอย่างแท้จริง
2.ปฏิรูปศาลยุติธรรมให้เชื่อมโยงกับอำนาจของประชาชนและนำคณะลูกขุนมาใช้ในกระบวนการยุติธรรม
3.ปฏิรูปเศรษฐกิจ กระจายรายได้เป็นธรรมด้วยการยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน ลดภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 7 เปอร์เซ็นต์เหบือ 5 เปอร์เซ็นต์ จัดเก็บภาษีอัตราก้าวหน้า ภาษีมรดก ภาษีที่ดิน เพื่อนำมาสู้การจัดตั้งรัฐสวัสดิการ
4.ประกันรายได้เกษตรกรและกรรมกรให้พอเพียงต่อการดำรงชีพสมศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์
ทั้งนี้จะจัดให้มีการชุมนุมใหญ่ที่สนามกีฬาเทศบาล จ.เชียงใหม่ โดยมีรายละเอียดการเคลื่อนไหวดังต่อไปนี้1.ขบวนรถแรลลี่กรุงเทพ-เชียงใหม่พร้อมด้วยข้อความรณรงค์ปล่อยตัวนักโทษการเมืองจำนวน 50คัน พร้อมกันที่อิมพีเรียล-ลาดพร้าวเวลา 6.00น. คนเสื้อแดงและประชาชนตลอดเส้นทางออกมาร่วมกันแสดงความยินดีกับขบวนรถแรลลี่ติดต่อ 081-1048842 089-500-7232
2.เดินขบวน เต้นกินรำกินบนท้องถนนรอบเมืองเชียงใหม่ ชมพาเหรดล้อเลียนการเมือง และการเต้นระบำสมานฉันท์ชาวเหนือและชาวกรุงเริ่มเวลา 13.00น.ที่สนามกีฬาเทศบาลเชียงใหม่ เดินขบวน รอบเมือง พร้อมด้วยการแสดงการตัดสินประหารชีวิตผู้สั่งการสังหารหมู่ประชาชน
3.ชุมนุมปราศรัยใหญ่ที่สนามกีฬาเทศบาล จ.เชียงใหม่เวลา 17.00-23.00 น.พบกับสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จตุพร พรหมพันธ์ สุนัย จุลพงษศธร สมยศ พฤกษาเกษมสุขฯลฯ
4.กลุ่มวันอาทิตยสีแดงนำโดยสมบัติ บุญงามอนงค์ ขี่จักรยานและผูกผ้าแดงแสนชิ้นรวมตัวกันบ่ายสี่โมงที่แยกราชประสงค์
5.แดงเชียงรายจัดเวทีปราศรัยที่หน้าโรงแรมแสนภู จ.เชียงราย เวลา 17.00-22.00 น.ติดด่อ 081-881-9551***
*** "คนเสื้อแดงราชบุรี" ขอเรียนเชิญทุกท่าน ร่วมกิจกรรมเนื่องในวาระ"4ปีรัฐประหาร 4เดือนราชประสงค์" ในวันอาทิตย์ที่ 19กันยา นัดแต่งแดงมาพบกันตั้งแต่ 4โมงเย็น ที่สนามกีฬากลางราชบุรี(ตรงข้าม ร.พ.ศูนย์ราชบุรี) ในชื่องานว่า "ปูเสื่อกินข้าว เล่าเรื่องให้ฟัง" งานนี้ให้ทุกท่านเตรียมเสื่อมานั่งและ เตรียมอาหารเย็นมาทานร่วมกัน และพบกับเวทีเล็กเปิดให้ทุกท่านพูดคุยเล่าเรื่องราวและความรู้สึกต่อทั้งสองเหตุการณ์สำคัญให้ฟังซึ่งกันและกัน***
Red Rally Free Political Prisoners-สมัชชา 19 พฤษภาคมจัดกิจกรรมแรลลี่เสื้อแดง เรียกร้องปลดปล่อยนักโทษการเมือง 18-19 กันยายนนี้ ขบวนแรลลี่กำหนดล้อหมุนออกเดินทางจากกรุงเทพฯที่ห้างอิมพีเรียลลาดพร้าวเวลา 06.00 น. วันที่ 18 กันยายน ใช้เส้นทางสายเอเชียเป็นหลัก ผู้ที่สนใจร่วมเดินทางนำรถไปเองไม่มีค่าใช้จ่าย ไปเอง ดูแลตัวเอง เจ้าภาพประสานที่พักให้ทั้งแบบพักฟรี และแบบมีค่าใช้จ่าย ส่วนท่านที่ไม่ได้นำพาหนะไป เจ้าภาพมีรถตู้ v.i.p 9 ที่นั่ง ไปกลับท่านละ 1,500 บาท ( ราคานี้รวมเสื้อที่ระลึก)ตลอดเส้นทางจะมีขบวนต้อนรับ และร่วมขบวนขับรถส่งจนออกจังหวัด จากหลายๆจังหวัด แต่ละจังหวัดจะมีผู้เข้าร่วมขบวนต่อเนื่อง
เมื่อไปถึงเชียงใหม่ กิจกรรมประกอบด้วย Red Around The World , ขบวนพาเหรดการเมือง , จำลองการพิพากษาจากศาลประชาชน , จำลองการประหารผู้ที่สั่งฆ่าประชาชน , จำลองการตัดหัวเสียบประจานกำแพงเมือง พร้อมแสง สีเสียง ...ฯลฯ
บนเวทีพบการปราศรัยใหญ่ ของอดีตนายกรัฐมนตรี สมชาย วงศ์สวัสดิ์ , สุนัย จุลพงศธร , จตุพร พรหมพันธุ์ , สมยศ พฤกษาเกษมสุข ฯลฯ
ติดต่อทีมงานผู้จัด(ไทยแลนด์มิเรอร์) 081-1048842 , 081 - 5517017 , 089 - 5007232
***จตุพร พรมพันธ์ ประกาศเชิญ ให้พี่น้องคนเสื้อแดง วางดอกไม้หน้าเรือนจำทั่วประเทศ ในวันที่ 17 กันยายน 2553 เป็นสัญลักษณ์ให้กับพี่น้องที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เสื้อแดงกรุงเทพฯพบกันที่ เรือนจำคลองเปรม เวลา 09.00 น. นอกจากนี้พี่น้องเวบไซต์ www.konthaiuk.com โดยตัวแทน ลุงยิ้ม นายนที ศุภวารี กลุ่ม ford สำโรง กลุ่ม thong chai กลุ่มรักเธอว์ไม่ลง ประกาศ รวมตัวกันพร้อมขอเข้าเยี่ยมแกนนำเสื้อแดงที่ถูกคุมขัง วันที่ 17 นี้ เวลา 09.00 น.ด้วย...ส่วนบก.ลายจุดแจ้งมาว่า สรุปคือ ไปวางดอกไม้หน้าเรือนจำวันที่ 17 กย. นี้ เวลา 10 โมงเช้า กำลังคิดรูปแบบว่า ทำยังไงได้บ้าง***
เรื่องเล่าหลังไปเรือนจำกรุงเทพฯ-วันนี้ได้มีโอกาสไปที่เรือนจำกรุงเทพฯ เพื่อไปช่วยเป็นล่ามให้ทนายอานนท์ คนนิสัยดี เพราะมีคนหูหนวกถูกจับอยู่ 1 คน พอดีกับที่เราเองพอใช้ภาษามือเป็น เลยอาสาไปช่วย พอเอาเข้าจริง กลับช่วยอะไรไม่ค่อยได้ เหตุเพราะคนหูหนวกที่ว่าเขาไม่เคยเรียนหนังสือ แถมไม่เคยใช้ภาษามือ มีแต่ภาษากายและภาษาใจของเขาเอง เศร้านะ ขนาดนี้แล้วยังอุตส่าห์ยัดข้อหามีวัตถุระเบิด เขาพิการแถมไม่มีความรู้ หนังสือหนังหาไม่เคยเรียน จะมีปัญญาที่ไหน มีวัตถุระเบิด ใส่ความกันชัดๆ และระหว่างที่พยายามเป็นล่ามช่วยเขาอยู่ ก็มีโอกาสได้เห็นแกนนำหลายคนทั้งณัฐวุฒิ ก่อแก้ว ขวัญชัย ฯลฯ ทุกคนยังมีกำลังใจดี ยิ้มแย้มแจ่มใส เข้มแข็งมาก ดูดีทุกคนเลยค่ะ(คุณmanreerat,เวบบอร์ดเรารักประชาไท)
***เปิดตัวเว็บไซต์ของกลุ่ม ๕ อาจารย์ นิติ มธ. และอภิปรายหัวข้อ "๔ ปีรัฐประหาร ๔ เดือนพฤษภาอำมหิต : อนาคตสังคมไทย" วันอาทิตย์ที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๕๓ เวลา ๑๓.๐๐ - ๑๖.๐๐ น.
ห้อง แอลที ๑ คณะนิติศาสตร์ มธ. ท่าพระจันทร์ ผู้อภิปราย ได้แก่ วรเจตน์ ภาคีรัตน์ ,จันทจิรา เอี่ยมมยุรา,ธีระ สุธีวรางกูร,สาวตรี สุขศรี และ ปิยบุตร แสงกนกกุล
สำหรับเว็บไซต์ของกลุ่ม ๕ อาจารย์ จัดทำขึ้นเพื่อรวบรวมบทความของกลุ่ม ๕ อาจารย์ คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (วรเจตน์ ภาคีรัตน์ , ประสิทธิ์ ปิวาวัฒนพานิช, ฐาปนันท์ นิพิฏฐกุล , ธีระ สุธีวรางกูร , ปิยบุตร แสงกนกกุล) รวมทั้ง จะอัพเดทบทความลงเว็บไซต์เป็นระยะๆ รวมถึงคำบรรยายในชั้นเรียนและเอกสารประกอบการเรียนการสอนของอาจารย์แต่ละท่านให้ดาวน์โหลด เพื่อประชาชนทั่วไป สามารถเข้าถึงความรู้ได้ ส่วนรายละเอียดและรูปแบบของเว็บไซด์เป็นเช่นใด โปรดติดตามในวันงาน***
***กลุ่มประชาคมธรรมศาสตร์ คัดค้านอำนาจนอกระบบ เชิญร่วมกิจกรรม 4 ปีรัฐประหาร ประเทศชาติไม่ดีขึ้น ไม่ว่าคุณจะสีอะไร ถ้าคุณไม่ยอมรับกับการรัฐประหาร ขอเชิญร่วมกิจกรรมการเมือง "สักครั้ง" ในชีวิต
วันที่ 17 กันยายน 2553กิจกรรม workshop เวลา 17.00 - 21.00 น. ห้อง 208 คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี ม.ธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
วันจริง วันที่ 19 กันยายน 2553 -กิจกรรม ร่วมรำลึก 4 ปี รัฐประหาร ประเทศชาติไม่ดีขึ้น เวลา 07.00 - 10.00 น. ที่ อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย สี่แยกคอกวัว***
***ร่วมเสวนาฟรีที่เชียงราย 12 กันยายน งานนี้ตามสบาย คงไม่มีการจับเด็กนักเรียนยัดคุก หรือยัดโรงบาลบ้าอีกแล้ว ดูรายละเอียดที่โปสเตอร์ข้างบน***
***เสื้อแดงไทยในสหราชอาณาจักร(อังกฤษ)จัดกิจกรรมแดงทั่วโลก ในวันอาทิตย์ที่ 19 กันยายน 2553 ณ กรุงลอนดอน ขอเชิญชวนพี่น้องคนไทยในประเทศอังกฤษ ร่วมทำกิจกรรม"ผูกผ้าแดงที่ราชประสงค์" รับอาสาสมัครคนนอนตาย ติดต่อ ที่ อ.ใจ 07817034432 และ ป้าอุ๊ 07780801763 ตอนนี้ทางกลุ่มกำลังจะทำป้าย เพื่อทำกิจกรรมเชิงสัญลักษณ์ ผูกผ้าแดง หลังจากนั้น จะไปให้กำลังใจ คุณโรเบิร์ท อาร์ อัมเสตอดัมในการแถลงข่าวต่อสื่อมวลชน (นักข่าวตรึม) ในวันที่ 19 กย 2553 พี่ๆๆน้องๆๆ ชาวเสื้อแดง มีไอเดียเจ๋งๆในการทำป้ายให้ไว รีบแจ้งมาด่วน***
*** 19 กันยายน 2553 นี้ ขอเรียนเชิญพี่น้องคนเสื้อแดงในญี่ปุ่นทุกท่าน ร่วมเสวนาหัวข้อเรื่อง " สี่ปีการปล้นอำนาจของประชาชน กับ บทบาทและภาระหน้าที่ของคนไทย" แกนนำเสื้อแดงให้เกียรติโฟนอินร่วมงาน สถานที่ ร้านอาหารไทย กฐิณ ชิบะเคน เริ่มงาน 9.00 น เป็นต้นไป ติดต่อสอบถาม email : amon_jp@hotmail.com เบอร์โทร 09035261555 เบอร์ 09027489299 เบอร์ 08066495102 เบอร์ 09026793637 เบอร์ 08012554599 ***
***" Shine the Light; Reds All Over the World Unite for Thai Democracy"
ขอพี่น้องผู้รักประชาธิปไตยทุกท่าน ที่อยู่ในรัฐอิลลินอยส์ และรัฐใกล้เคียง มาร่วมทํากิจกรรม "แดงทั่วโลก Red Around the World"
When: ในวันที่ 18 กันยายน 2010 เวลา 5 โมงเย็น
Where: The Bean - Millenium Park, N. Michigan Ave., Chicago, IL (between E. Washington & W. Madison)
ในงานเราจะมีการทํากิจกรรม คือ
*ถือป้ายรณรงค์ ให้ปล่อยนักโทษการเมือง และเรียกร้องประชาธิปไตย
*จุดเทียนแดง (ทางกรรมการจะเตรียมเทียนไว้ส่วนหนึ่ง พี่น้องที่มีเทียนแดง สามารถนํามาร่วมได้)
*ขอพี่น้องใส่เสื้อสีแดง และคาดผ้าสีดํา
พี่น้องท่านใด ที่ปัญหาเรื่องการเดินทาง ขอให้แจ้งให้คณะกรรมการ เราจะจัดรถไปรับท่าน เช่นเดียวกับพี่น้องที่อยู่ต่างรัฐ และต้องการจะมาร่วมกับเรา ท่านสามารถติดต่อกับคณะกรรมการได้ในรายละเอียด ที่ redshirts.il@gmail.com***
***เสื้อแดงไทยในนิวยอร์ก ได้มีการรวมตัวอย่างเร่งด่วน ของคนเสื้อแดง ที่ 83-17 ร้านอาหาร New Broadway เวลา 06.00-20.00 เวลาที่นิวยอร์ค เพื่อจะทำการประชุมในการเคลื่อนไหวต้อนรับ นายกฯ ทรราช ที่กำลังจะเดินทางมาเร็วๆๆนี้ เสื้อแดงนิวยอร์คและใกล้เคียงเชิญติดต่อประสานงานได้ที่ คุณป้ายุพา 7186990688 (เบอร์ร้านอาหาร ขอสายป้ายุพานะคะ)***
***นี่ก็เป็นกิจกรรมหนึ่งของRed Around the World นปช.สัญจร แดงยุโรป ที่เมือง Hamburg ประเทศเยอรมนี วันที่18-19กันยายนนี้
ทัวร์นกขิ้นแดงแจ๊ด ร่วมกับแดงฮัมบวร์กจัดงาน ครบรอบ4ปีรัฐประหารประเทศไทยได้อะไร? งานนี้เป็นการรวมพลังของแดงในยุโรปทั้งหมด
ซึ่งได้ปรึกษากันกับพี่น้องหลายประเทศในยุโรปก็ได้ข้อตกลงกันว่าให้ทางเยอรมันเป็นเจ้าภาพในการเคลื่อนไหวครั้งนี้ ซึ่งในขณะนี้มีพี่น้องจากหลายประเทศได้แสดงความจำนงค์ที่จะเข้าร่วมกับทางเราแล้ว จึงขอเรียนเชิญพี่น้องในประเทศต่างๆโซนภูมิภาคยุโรปเข้าร่วมงานสำคัญในครั้งนี้อย่างพร้อมเพียงกัน
กิจกรรมนี้มีขึ้นเพื่อ*เพื่อระลึกถึงวีรชน คุณนวมทอง ไพรวัลย์ วีรชนคนขับแทกซี่ชนรถถังผู้รักประชาธิปไตยยุครัฐประหาร19 กันยายน
*เพื่อเรียกร้องให้มีการนำผู้บงการฆ่ามาลงโทษ และปลดปล่อยผู้ถูกทรราชคุมขังทุกข์ทรมาน
*เพื่อนำเหตุการณ์เรื่องราวที่ได้เกิดขึ้นจริงในเมืองไทยช่วยกันประกาศให้คนไทยในต่างแดนและชาวโลกรับรู้
*เพื่อมาร่วมกำหนดกิจกรรมที่จะร่วมกันจัดของกลุ่มเสื้อแดงไทยทุกสายพันธ์ในยุโรป
ท่านที่สนใจขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
คุณแดงแจ๊ด 0151/51232320
คุณต้น 0176/23599174
คุณBaby 0176/62118631
คุณนิด 004552755791 (เดนมาร์ก)
คุณแดง 0032472989294 (เบลเยีี่ยม)
คุณอ้อ 004764877845 (นอรเวย์)
คุณกุ้ง 0046735052855 (สวีเดน) โทรได้หลังจากวันที่12 กันยาค่ะตอนนี้อยู่เมืองไทยค่ะ
ทางเจ้าภาพมีที่พักและอาหารไว้บริการฟรีค่ะ แบบนี้ช้าไม่ได้แล้ว***
***RED USA เสื้อแดงอเมริกาเข้าร่วมกิจกรรม " RED AROUND THE WORLD" โดยตอนนี้ได้จัดเตรียมทำโปสเตอร์ไปติดไว้ตามที่ต่าง ๆ ในอเมริกา เป็นโปสเตอร์ขนาดประมาณ 3 x 5 หรือ 3 x 6 พร้อมคำบรรยายเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้คนในอเมริกาตระหนักถึงระบอบอำมาตย์ที่ปล้นชิงประชาธิปไตยไปจากประชาชน และเข่นฆ่าทำลายสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง ซึ่งโลกศิวิไลไม่ควรเพิกเฉยอีกต่อไป***
***เสื้อแดงออสเตรเลียจัดกิจกรรม"รวมน้ำใจเสื้อแดงออสเตรเลีย สู่พี่น้องแดงทั้งประเทศไทย"ในวันอาทิตย์ที่ 10 ตุลาคม ในงานจะมีอ.ชูพงษ์ ถี่ถ้วน และพ.ต.ท.ดร.ทักษิณ ชินวัตรโฟนอินมาปราศรัย บัตรราคา 20 เหรียญฯเพื่อหารายได้ช่วยเหลือพี่น้องเสื้อแดงที่บาดเจ็บล้มตายจากการเรียกร้องประชาธิปไตย เป็นเครื่องหมายว่าเราร่วมตระหนักรับรู้ความเจ็บปวดของพี่น้องในประเทศไทย และเราจะไม่ทอดทิ้งกัน (คลิ้กดูรายละเอียดในโปสเตอร์ข้างบน)***
***กิจกรรมอื่นๆที่น่าสนใจ เชิญร่วมเสวนาวิชาการ อำนาจ108กับเสรีภาพทางวิชาการอยู่ที่ไหน? วันพุธที่ 8 กันยายนนี้ เวลา08.30-12.15 น. ที่คณะนิติศาสตร์ ธรรมศาสตร์ท่าพระจันทร์ สำรองที่นั่งฟรี โทร.02-5644229 รายละเอียดคลิ้กดูที่โปสเตอร์ด้านล่าง***
***เชิญฟังการเสวนา “ทิศทางสื่อจะไปทางไหน ภายใต้อำนาจมืด”พุธที่ 8 กันยายน 2553 ณ ห้างบิ๊กซี ลาดพร้าว ชั้น 5 วิทยากร : สมบัติ บุญงามอนงค์ (บก.ลายจุด),สมยศ พฤกษาเกษมสุข ,ประวิตร โรจนพฤกษ์ ,อรรถชัย อนันตเมฆ (โด่ง) ดำเนินรายการ : จิรปาณ ศรีเนียน คลิ้กฟังคลิปงานเสวนาได้แล้วที่นี่http://www.mediafire.com/?l36fs0ccq47rst3หรือhttp://www.4shared.com/audio/TgE8mdLT/_2__impi-08-09-2010.html ***
***ปาร์ตี้-`We will come back red shirts never die ~!
11 september 2010 17.00 – 22.00 สถานที่ 13 เหรียญงามวงวานศ์
ขอเชิญร่วมงาน" ปาร์ตี้ผี ระดมทุนช่วยมวลชน " จัดหาทุนก่อตั้ง ชมรมเพื่อพี่น้องประชาชน ที่กำลังประสบความเดือดร้อน หลังโดนกระชับพื้นที่ " ชมรมราษฎร์ประสงค์ "
วัตถุประสงค์ชมรมคือ เพื่่อฟื้นฟู และเยียวยา ภาวะทางเศรษฐกิจ ที่กำลังรุมเร้ามวลชน คนเสื้อแดงอย่างหนักหน่วง ไปทุกหัวระแหง หลังโดนกระชับพื้นที่ เราไม่มีใครเหลียวแล
แต่เราก็ยังมีกันและกันอยู่เสมอ ดังนั้น " ชมรมราษฎร์ประสงค์ " จึงได้เกิดขึ้นมา เพื่อช่วยเหลือพี่น้องชาวเสื้อแดง หรือแม้กระทั่งเสื้อสีต่าง ๆ ที่เป็นประชาชนผู้ประสบความทุกข์ยากในการทำมาหาเลี้ยงชีพ โดยสุจริต ทั้งหลาย โดยไม่แบ่งแยก
สำหรับชาวเสื้อแดงทุกท่าน ที่มีความต้องการอุดหนุนสินค้าของคนเสื้อแดง นี่คือทางออก เป็นโอกาสให้ท่านได้ช่วยเหลือพี่น้องเราที่กำลังลำบากได้อีกทาง และนับเป็นการให้การช่วยเหลือที่ คุ้มค่าที่สุด เพราะเราจะจัดให้มี ตลาดนัด จำหน่ายสินค้าของคนเสื้อแดง สินค้า OTOP ฯลฯ เท่ากับท่านได้มีโอกาสส่งเสริมพี่น้องเราให้มีงาน มีอาชีพ
นอกจากนี้ทุกทีที่เราไปจัดตลาดนัด ก็จะมีการตั้้งเต้นท์ ให้บริการพี่น้องทุกท่านที่ไปร่วมงาน ฟรี เช่นเดียวกับเวลาที่เราไปชุมนุมกัน ไม่ว่าจะเป็น เต้นท์ให้บริการทางการแพทย์ เต้นท์ให้บริการตัดผมฟรี เต้นท์ฝึกสอนอาชีพ สอนคอมพิวเตอร์ ฟรี ฯลฯ
ไปตลาดนัด ได้พบปะพี่น้องของเรา ในงานก็จะมีแขกรับเชิญ ศิลปินรับเชิญ ไปให้สาระ และความบันเทิง แก่พี่น้องที่ไปร่วม อีกด้วย
รายได้จากการจัดตลาดนัด หลังหักค่าใช้จ่าย เช่น ค่าน้ำ ค่าไฟ ก็จะนำไปช่วยเหลือ พี่น้องมวลชนที่ประสบความเดือดร้อน ในด้านต่าง ๆ อันเป็นประโยชน์กับสาธารณชนทั้งสิ้น
ด้านล่างนี้เป็น รายละเอียดการจัดงาน " ปาร์ตี้ผี ระดมทุนช่วยมวลชน " เพื่อเป็นการรำลึกถึงวีรชนผู้เสียชีวิต จากเหตุการณ์ สลายการชุมนุม 19 พค. 53 เพราะรายได้ส่วนหนึ่งเราจะมอบให้ครอบครัวผู้เสียชีวิต เหล่านี้ด้วยแขกรับเชิญ : ตู่ จตุพร, นอ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ , เก่ง การุณ พิธีกรรับเชิญ จิรายุ ห่วงทรัพย์
ศิลปินรับเชิญ : แป๊ะ บางสนาน , อาเล็ก โชคร่มพฤกษ์ , ชาย อิสระชน
บัตรราคา : 500.-
รูปแบบงาน : บุพเฟต์ ปาร์ตี้
ผู้เข้าร่วมงาน : ทุกท่าน กรุณา แต่งกายในชุดผี ๆ ไม่จำกัดสัญชาติ และตระกูลผี ขอให้เป็นผี ใช้ได้
หากไม่มีชุดจริง ๆ มีหน้ากากผี จำหน่ายในงาน ราคากันเอง
ติดต่อขอจองบัตรเข้างาน หรือสอบถามรายละเอียด ได้ที่
089-200-1237
083-070-0064 Tan : กทม
087-044-0320 ตะวัน : นนทบุรี
089-200-1237 ปุ๊ก : หลักสี่
087-900-9518 เอกัส : ปทุม
081-254-7343 ญิ๋ง : ศรีนคริน****
***คอนเสิร์ต อึดอัดจัดให้ ขอเชิญชวนทุกท่านที่รักความจริงวันนี้ มาร่วมสนุกสนานในแบบฉบับของคนรักประชาธิปไตย ท่านจะได้พบ ศิลปิน ผู้รักความยุติธรรม อาิิืิทิ เช่น แป๊ะ บางสนาน,อาเล็ก, ชาย อิสระชน, น้องอ้อม และ อีก 2 วงดัง The RED , Red Them พร้อมด้วย พอ.ดร.อภิวันท์ วิริยะชัย ให้เกียรติมาเป็นแขกรับเชิญ กิติมศักดิ์
ขาดเสียไม่ได้ขวัญใจแม่ยก ไอ้หนุ่มหน้ามน คนบ้านดอน จตุพร พรหมพันธุ์ ศิลปินรับเชิญ ที่จะมาร่วมให้ความบันเทิงอีกคับคั่ง ในวันเสาร์ ที่ 11 กันยายน 2553 ณ ตลาดน้ำสุวินทวงศ์ (หลวงแพ่ง) อ.บางน้ำเปรี้ยว จ.ฉะเชิงเทรา ตั้งแต่เวลา 12.00 - 22.00 น. บัตรราคา 100 บาท บัตรมีจำหน่ายหน้างาน
จัดโดย กลุ่มหัวใจเดียวกัน ติดต่อซื้อบัตรได้ที่080-512-3326 แสบ จนเกินทน
084-005-0695 ชาย ราชประสงค์
087-655-5363 เอก ทรนง***
***กิจกรรมช่วยเยี่ยวยา"ลุงปลาทู"เหยื่อจากการสลายม็อบ เป็นลุงพ่อค้าปลาทู ถูกยิงสะโพกสาหัส ระหว่างจะเข้าไปช่วยนักข่าวแคนาดาที่ถูกยิงก่อนต่อหน้า มีน้ำใจเสียสละเพื่อผู้อื่น ทุกวันนี้ต้องกัดฟันออกมาทอดปลาทูขาย ทั้งที่ยังเจ็บบาดแผลกระสุน ชาวเสื้อแดงนัดหมายกันไปเยียวยาวั้นอาทิตย์ที่ 12 กันยายนนี้ รายละเอียดคลิ้กที่ภาพข้างบน***
***12 กันยายน นที สรวารี และเพื่อนๆ Face Book จัดกิจกรรมรำลึกถึงเสธแดง ผูกผ้าแดง วางดอกไม้แดง จุดเทียนแดง ร้องเพลงนักสู้ธุลีดิน ชมการจำลองเหตุการณ์เสธแดงถูกยิง เวลา 17.00 น. ณ.ลานอนุเสาวรีย์ ร.6 ***
***ส่วนกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง บก.ลายจุด ชวนนั่งรถไฟฟ้า และแต่งผีไปสะกิดทหาร 4 โมงเย็นเป็นต้นไป @Sky Walk บริเวณหน้าวัดปทุม-สยาม-ราชประสงค์ ท่านที่สนใจขอให้มาเจอกัน(อันมิได้นัดหมาย)พร้อมทั้งเตรียมอุปกรณ์การแต่งหน้าผีมาด้วย เช่น แป้งฝุ่นทาหน้า สีดำทาตา ลิปสติกสีแดง (ซึ่งถ้าไม่มีอาจยืมเพื่อนๆเอาดาบหน้า ฮา)***
***กิจกรรมนี้บก.ลายจุดเขาแนะนำมาว่าใครสนใจแนวๆนี้ห้ามพลาดชาวเสื้อแดงที่ต้องการพัฒนาศักยภาพและเป็นการสนับสนุนคนเสื้อแดงด้วยกันคือคุณนที สรวารี ที่เคยโดนจับข้อหา"แหกปากเรียกร้องประชาธิปไตย"ที่แยกราชประสงค์ งานอบรมเชิงปฏิบัติการค่าย Change Agent : ผู้นำการเปลี่ยนแปลง รุ่นที่ 1 งานมีช่วงวันที่ 11-12 กันยายน 2553
สถานที่ มาซิแคมป์ รีสอร์ท อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
วันที่ 11 กันยายน 2553
9 โมง เดินทางออกจากกรุงเทพ ที่บิ๊กซีลาดพร้าว
10.00-11.30 กิจกรรมกลุ่มสัมพันธ์
11.30-12.30 วันอาทิตย์สีแดง กิจกรรมวันที่ 19 บก.ลายจุด
12.30-13.30 พักกินข้าว
13.30-14.00 กิจกรรมกลุ่ม อธิบาย Walk Rally
14.00-17.00 Walk Rally
17.00-18.00 อาบน้ำ พักผ่อน
18.00-19.00 กินข้าว
19.00-20.00 "การเมืองภายใต้สถานการณ์ฉุกเฉิน" โดยนักการเมืองจากพรรคเพื่อไทย20.00-22.00 ยุทธศาสตร์คนเสื้อแดง "เหลียวหลังแลหน้า"
กิจกรรมเทียนกำลังใจ ต้นตำหรับของแท้ อิสรชน
วันที่ 12 กันายน 2553
8.00-9.00 รับประทานอาหาร ทำธุระส่วนตัว9.00-10.00 ยุทธศาสตร์สำหรับคนเสื้อแดง (สุรชัย)10.00 -12.00 ยุทธวิธีและบทบาทของ CA12.00-13.00 ทานอาหาร เดินทางกลับ
17.00-18.00 ทดลองปฏิบัติงานจริง วันอาทิตย์สีแดง
ค่าใช้จ่าย คนละ 2,000 บาท
- ค่าอาหาร
- ค่าที่พัก
- ค่าเดินทาง
- ค่าเสื้อยืด 1 ตัว
แจ้งความจำนงสมัครได้ที่
expo2513@hotmail.com
ด่วนที่สุด***
***เชิญร่วมงาน พร้อมกาย พร้อมใจ พร้อมทุน(แดงไม่มีวันตาย เราจะสู้เพื่อวันใหม่")
พบกับ จตุพร พรหมพันธุ์ - ดร. สุนัย จุลพงศธร
ร่วมด้วย ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช ดร. อภิวันท์ วิริยะชัย– นพ. ประสงค์ บูรณ์พงศ์– วรวุฒิ วิชัยดิษฐ์ --เก่ง การุณ
เติมความสุขสนุกสนานโดย แป๊ะ บางสนาน / จ่าประสิทธ์ มะเขือเทศ และศิลปินเสื้อแดง
ศุกร์ที่ 17 ก.ย. 53 เวลา 18.00น. ณ โรงประชุม ร.ร.เทศบาล 3บ้านโป่ง บัตรราคา 250 ฿
จองที่นั่ง 0861751338, 0804229622,0894158552
สถานที่ โรงประชุม ร.ร.เทศบาล3(ประชายินดี) อ.บ้านโป่ง ความจุ 2000 คน
รูปแบบงาน ส่วนที่หนึ่งขายบัตรโต๊ะจีนๆละ 2000บาท จำนวนประมาณ 100โต๊ะ รายได้หักค่าใช้จ่ายทั้งหมดไว้ใช้เพื่อการต่อสู้และเรียกร้องประชาธิปไตยของกลุ่มมวลชน แดงบ้านโป่ง
ส่วนที่สองเชิญชวนมวลชนพี่น้อง ร่วมฟังปราศรัยใหญ่ฟรี(จัดเก้าอี้ให้นั่ง)ไม่จำกัดจำนวนคน
ผู้จัดงาน เป็นความร่วมมือกันของกลุ่มต่างๆในเขตตะวันตก เช่น กลุ่มราชบุรี (หมอพงษ์ศักดิ์) ,เพชรบุรี (พรทิพย์ ปักษานนท์) กลุ่มสมุทรสงคราม(คุณธเนศ),กลุ่ม ประจวบฯ,หัวหิน(เกรียงฯ) โดยตั้งเป้าหมายเพื่อเผยแผ่ความรู้ ความเคลื่อนตัวของคนเสื้อแดงและฝ่ายการเมือง พร้อมกันนี้หากมีรายได้เหลือจากการจัดงานก็ให้เป็นทุนของกลุ่ม บ้านโป่งไว้ใช้ทำกิจกรรมเพื่อประชาธิปไตยต่อไป
กำหนดการ วันศุกร์ที่ 17 กันยายน 53 ตั้งแต่เวลา 17.00น.-24.00น.
ความตายมีจริง ความทุกข์ระทมมีจริง การต่อสู้ก็เป็นความจริงเช่นกัน
นี่ไม่ใช่การละเล่น แต่ในสถานการณ์ที่เลวร้ายเช่นนี้ ก็มีแต่พวกเราคนเสื้อแดงผู้รักความเป็นธรรม และ รักประชาธิปไตยเท่านั้น ที่จะพลิกฟื้นกอบกู้สถานการณ์และชัยชนะ ให้มาอยู่กับคนเสื้อแดง โปรดมาช่วยกันแสดงพลังของจิตใจที่ยิ่งใหญ่ และที่สำคัญอย่างยิ่งก็คือ “ อย่าทิ้งเพื่อนของเราทุกคน ”(คลิ้กชมคลิปเพลง"เราไม่ทอดทิ้งกัน"โดยพ.อ.ดร.อภิวันท์ วิริยชัย)***
ปิดท้ายวันนี้ขอเชิญนักกวี นักกลอน ส่งบทกวีประกวดตามโปสเตอร์ข้างบนครับ ...แจ้งข่าวคราว กิจกรรมต่างๆ ส่งมาที่ thaienews99@googlegroups.com ลงฟรีไม่คิดสตางค์***
Conor:Be Strong Be United You will win.
ที่มา Thai E-News
เราไม่ลืมคุณ-คนเสื้อแดงที่ไปส่งนายคอนเนอร์ เพอร์เซล(ภาพบน)ที่สนามบินสุวรรณภูมิเพื่อเดินทางกลับออสเตรเลีย ยกป้ายให้กำลังใจเขา โดยป้ายบอกว่าคอนเนอร์เป็นเนื้อหนึ่งอันเดียวกับคนเสื้อแดง พวกเราจะไม่ลืมคุณ ขณะที่เขากล่าวว่า " Red People , Be Strong Be United You will win, I believe "(คนเสื้อแดงต้องเข้มแข็งเอาไว้ รวมตัวกันไว้ พวกคุณชนะแน่ ผมมั่นใจ)
โดย นักข่าวอิสระ และทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา สำนักข่าวAAP
แม้จะมีประสบการณ์อันไม่พึงประสงค์หลายอย่างในเมืองไทย แต่Purcellกล่าวว่า สิ่งที่ได้เห็นภายใต้ระบบการเมืองของไทยคือ ความอบอุ่น ความกล้าหาญ และความจริงใจของประชาชนไทย
โทรทัศน์ช่องASIA UPDATEสัมภาษณ์คอนเนอร์ เพอร์เซลที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนเดินทางกลับออสเตรเลียเมื่อเย็นวานนี้
เมื่อเย็นวันอังคารที่ผ่านมา นายConor Purcell คนเสื้อแดงออสเตรเลีย ที่โดนจำคุกสามเดือนเต็ม ด้วยข้อหากระทำผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน (เหตุเพราะไปขึ้นเวทีปราศรัย) ได้เดินทางกลับออสเตรเลียบ้านเกิด เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยมีเพื่อนๆคนเสื้อแดงที่ทราบข่าว ได้ไปร่วมให้กำลังใจกัน
นอกจากนี้ ผู้สื่อข่าวจาก Asia Update และ Voice TV ก็ได้ไปบันทึกเทปและสัมภาษณ์ด้วย
นายConor ซึ่งให้สัมภาษณ์กับสื่อทั้งสองช่อง ได้กล่าวว่ารู้สึกดีใจที่จะได้กลับบ้าน และไม่เคยคิดเสียใจเลยที่ต้องโทษจำคุก เพราะเชื่อมั่นเสมอว่า เขาเองและคนเสื้อแดงอีกมากมายที่โดนจำคุกอยู่ไม่ได้ทำอะไรที่ผิด พร้อมกับเรียกร้องต้องการให้รัฐบาลปล่อยตัวคนเสื้อแดงทุกๆคนโดยเร็ว และเขายังยืนยันกับผู้สื่อข่าวและทุกๆคนว่า ตัวเขามีความคิดที่จะช่วยเหลือขบวนการประชาธิปไตยของคนเสื้อแดงต่อไป แม้จะอยู่ต่างประเทส แต่ก็จะเป็นส่วนหนึ่งของคนเสื่อแดงไปตลอด จนกว่าประเทศไทยจะมีประชาธิปไตยที่แท้จริง
สุดท้ายสิ่งที่นาย Conor ฝากถึงคนเสื้อแดงทุกๆคนคือ "ขอให้เข้มแข็งไว้ ขอให้รวมตัวกันไว้ พวกเราชนะแน่นอน"(Red People , Be Strong Be United You will win, I believe)
สำนักข่าวออสเตรเลีย แอสโซซิเอท (AAP)รายงานข่าวว่า นายConor David Purcell ชาวออสเตรเลีย ซึ่งถูกจำคุกฐานเข้าร่วมการชุมนุมกับคนเสื้อแดง และต่อมาถูกเนรเทศ แต่ติดปัญหาไม่มีค่าใช้จ่ายในการเดินทาง ต้องติดอยู่ที่ตม.นาน2สัปดาห์ ในที่สุดก็ได้เดินทางกลับบ้านแล้ว ในเวลา 17.00 น.วันอังคาร
เขาเดินทางโดยสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส ออกจากกรุงเทพฯ และจะไปถึงซิดนีย์ในวันพุธ
มิตรร่วมรบ-คอนเนอร์ เพอร์เซล กับนายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุลที่สนามบินสุวรรณภูมิ หมอพงษ์ศักดิ์บอกว่าได้พบคอนเนอร์ราววันที่ 10 เม.ย.ที่ผ่านมาขณะที่เขาบาดเจ็บจากการที่ทหารยิงกระสุนยางใส่ และได้ชวนเขาขึ้นเวทีเสื้อแดงเพื่อปราศรัยเรียกร้องประชาธิปไตย ซึ่งอาจเป็นต้นเรื่องที่ทำให้เขาติดคุกในเวลาต่อมา ในช่วงที่คอนเนอร์ยากลำบาก หมอพงษ์ศักดิ์จึงได้เข้ามาดูแลมิตรร่วมอุดมการณ์
นายแพทย์พงษ์ศักดิ์ ภูสิทธิ์สกุล นักกิจกรรมชาวไทยที่สนับสนุนคนเสื้อแดง กล่าวเปิดเผยกับสำนักข่าวออสเตรเลีย(AAP)ว่า นายเพอร์เซลติดขัดปัญหาค่าใช้จ่ายเป็นค่าเครื่องบินเดินทางกลับประเทศ เขาจึงได้ออกค่าใช้จ่ายช่วยนายเพอร์เซลสำหรับค่าตั๋วเครื่องบินราว13,800บาท เพื่อแสดงความขอบคุณที่เขาทุ่มเทหนุนช่วยคนเสื้อแดง และในการเดินทางออกประเทศวันนี้ ได้มีคนเสื้อแดงเดินทางไปส่งเขาด้วย
นายแพทย์พงษ์ศักดิ์กล่าวว่า เขาเป็นหมอและได้เข้าร่วมชุมนุมกับคนเสื้อแดง และพบนายเพอร์เซลในเต๊นท์พยาบาลคนเจ็บบริเวณที่ชุมนุมราววันที่ 10 เมษายน 2553 เพราะเพอร์เซลโดนทหารยิงกระสุนยางใส่บาดเจ็บ จากนั้นก็ได้ชวนให้เพอร์เซลขึ้นไปพูดปราศรัยบนเวทีคนเสื้อแดง "ซึ่งนี่ก็เป็นเหตุที่ทำให้คุณเพอร์เซลโดนจับกุมในเวลาต่อมา ก็ถือว่ามีเหตุมาจากผมด้วย" โดยเพอร์เซลได้ขึ้นเวทีหลายครั้งหลังจากนั้น
ดังนั้นเมื่อนายเพอร์เซลต้องมาติดอยู่ที่ ตม.นาน2สัปดาห์เพราะสถานทูตออสเตรเลียก็ไม่ช่วยออกค่าเครื่องบินให้ และครอบครัวเขาในออสเตรเลียก็ไม่สะดวกนายแพทย์พงษ์ศักดิ์กล่าวว่าเขาเลยรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ เพราะรู้สึกว่าต้องรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เพอร์เซลต้องมาติดคุก ก็มีต้นเรื่องมาจากเขาด้วย กับอีกอย่างเห็นว่าการติดอยู่ที่ตม.นานไปก็อาจเกิดปัญหาต่อสุขภาพของเขา เลยอดเป็นห่วงไม่ได้
นายแพทย์พงษ์ศักดิ์กล่าวว่า นายเพอร์เซลมีแผนจะไปร่วมกิจกรรมกับกลุ่มเสื้อแดงในออสเตรเลีย ที่ซิดนีย์ และจะมีการเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนถึงเหตุการณ์ในประเทศไทย
ก่อนหน้านี้AAPรายงานว่า ชาวออสเตรเลียที่ถูกเนรเทศออกจากประเทศไทย เพราะเข้าร่วมประท้วงต่อต้านรัฐบาล กล่าวระหว่างถูกคุมตัวรอการเนรเทศก่อนหน้านี้ว่า เขาไม่เสียใจที่ถูกจับกุมคุมขังนาน 89 วัน โดยถูกกล่าวหาละเมิดกฎหมายประกาศฉุกเฉินห้ามชุมนุมกันทางการเมือง และภูมิใจที่ได้เข้าร่วมกับเสื้อแดง เพราะเขาได้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารกับสื่อมวลชนต่างประเทศให้รู้ถึงเจตจำนงค์ของผู้ประท้วง ทั้งนี้จากรายงานของสำนักข่าวAAP-Australian Associated Press
ก่อนหน้านี้นายConor David Purcell จากเมืองเพิร์ธ ถูกส่งตัวมาที่ศูนย์ตรวจคนเข้าเมือง หลังจากที่ศาลไทยตัดสินว่าเขากระทำผิด ละเมิดพระราชกำหนดสถานการณ์ฉุกเฉิน หลังจากเขาเข้าร่วมประท้วงต่อต้านรัฐบาลในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคมปีนี้
นายPurcellเป็นชาวไอริชโดยกำเนิด อายุ30 ปี ถูกทางการไทยจับกุมเมื่อวนที่ 23 พฤษภาคม ภายหลังรัฐบาลใช้กำลังสลายการชุมนุมในวันที่ 19 พฤษภาคม และถูกปฏิเสธให้ประกันตัว และถูกคุมขังเป็นนักโทษเป็นเวลา 89 วัน
แต่นาย Purcell ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวAAPว่า เขาไม่เสียใจต่อบทบาทในการเข้าร่วมประท้วงรัฐบาลไทย แม้จะต้องลงเอยด้วยการถูกจับกุมคุมขังก็ตามที
"ไม่แน่นอนไม่ (ไม่เสียใจ) คนเสื้อแดงมีความจำเป็นต้องมีคนที่พูดภาษาอังกฤษกับสื่อต่างประเทศ"เขากล่าว และนั่นเป็นบทบาทที่เขาภูมิใจ
ศาลไทยตัดสินให้เขามีการกระทำผิดละเมิดพระราชกำหนดห้ามชุมนุมเกินห้าคน โดยตอนแรกเขายืนหยัดจะต่อสู้คดีอย่างถึงที่สุด แต่ญาติมิตรของเขาได้ขอร้องให้สารภาพว่าทำผิดกฎหมายฝ่าฝืนประกาศฉุกเฉินร่วมชุมนุมและขึ้นเวทีนปช. ศาลจึงสั่งลงโทษจำคุก 45 วัน แต่เนื่องจากติดคุกมาแล้ว 89 วันจึงสั่งปล่อยตัว
นาย Purcell กล่าวว่าเขาเคยเป็นทหารเก่าในหน่วยกำลังสำรองกองทัพออสเตรเลีย มีคำปราศรัยของเขากล่าวต่อฝูงชนผู้ประท้วงเสื้อแดง และถูกแปลเป็นภาษาไทยโดยผู้นำการประท้วงต่อต้านรัฐบาล และมีรายงานการเข้าร่วมประท้วง และขึ้นเวทีกล่าวปราศรัยของเพอร์เซลในสื่อไทยด้วย
ผู้พิพากษาได้ตัดสินปล่อยตัว และนาย Purcellจึงถูกเนรเทศออกนอกประเทศไทย
นาย Purcell กล่าวว่าเขาโกรธเคืองที่กองทัพไทยเข้าปราบปรามผู้ชุมนุมประท้วงรัฐบาลอย่างสันติในวันที่ 19 พฤษภาคม แต่การกล่าวหาว่าเขาไปยั่วยุให้คนเสื้อแดงก่อความรุนแรงนั้นไม่จริง "คนเสื้อแดงอาจจะรู้จักผมดี แต่ผมไม่รู้จักพวกเขา และไม่รู้จักแกนนำวงในของฝ่ายประท้วงเสื้อแดง"
รัฐบาลไทยกล่าวหาว่า มีกลุ่มที่นิยมความรุนแรงภายกลุ่มเสื้อแดงขอเรียกร้องอย่างเกินขอบเขตการประท้วงอย่างสันติ เพื่องบีบบังคับให้รัฐบาลต้องลาออก
นาย Purcell กล่าวว่าเขาได้รับการเล่าจากคนแปลกหน้าว่าได้มีการเตรียมการ"เผาอาคาร(เหล่านี้)ลง"ด้วย
ทั้งนี้มีความพยายามกล่าวหากันไปมา โดยฝ่ายรัฐบาลกล่าวหาว่าฝ่ายผู้ประท้วงเตรียมการเผาอาคารหากการชุมนุมยุติลงด้วยการปราบปราม ส่วนฝ่ายผู้ชุมนุมก็อ้างว่า เหตุการณ์เผาทำลายอาคารเกิดขึ้นภายหลังยุติการชุมนุมและฝ่ายรัฐบาลเข้าควบคุมพื้นที่ไว้แล้ว และก่อนหน้านั้นมีข่าวว่าฝ่ายรัฐบาลหรือนักรบศรีวิชัยจะเผาห้างเพื่อโยนความผิดให้เสื้อแดง
สามเดือนของการประท้วงรุนแรงขึ้น นำไปสู่การตายจำนวน 91 ศพทั้งพลเรือนและทหาร อีกกว่า 1,900 คนได้รับบาดเจ็บในความรุนแรงทางการเมืองที่เลวร้ายที่สุดในเกือบ 20 ปี และมีกว่า 40 อาคารถูกไฟไหม้จากน้ำมือพวกลอบวางเพลิง
นาย Purcell ทำงานในกัมพูชาและไทย เป็นอาจารย์สอนภาษาอังกฤษ กล่าวว่าเขายังมีฝันร้าย และจะแสวงหาการรักษาพยาบาลในประเทศออสเตรเลีย
เขากล่าวว่าเขายังหวังที่จะกลับไปยังภูมิภาคนั้น และมีแผนการจะก่อตั้งมูลนิธิการกุศล
แม้เขาจะมีประสบการณ์อันไม่พึงประสงค์หลายอย่างในเมืองไทย แต่Purcellกล่าวว่า สิ่งที่ได้เห็นภายใต้ระบบการเมืองของไทยคือ ความอบอุ่น ความกล้าหาญ และความจริงใจของประชาชนไทย
นาย Purcellจะได้กลับบ้านวันพุธ และจะเปิดแถลงข่าวร่วมกับเสื้อแดงในออสเตรเลียที่ซิดนีย์ หลังจากที่เขาต้องถูกขังคุกนานกว่า 3 เดือนในประเทศไทย
ก่อนหน้านี้ฝรั่งเสื้อแดงชาวอังกฤษอีกราย คือนายเจฟฟ์ ซาเวจ ซึ่งทางการไทยจ้องเล่นงานหนักหาว่าเขาชวนผู้ชุมนุมไปเผาห้างฯในช่วงชุมนุม แต่เพราะอังกฤษยังเป็นที่เกรงใจของชนชั้นนำไทย ได้มีการจัดแจงให้เขาสารภาพผิดเพียงข้อหาร่วมชุมนุมฝ่าฝืนพรก.ฉุกเฉิน และปล่อยตัวเนรเทศ
ซึ่งเขากล่าวทิ้งท้ายก่อยนอำลาแดนเถื่อนว่า"ผมหวังว่าจะเกิดความยุติธรรมขึ้นในเมืองไทย ไม่เฉพาะกับเสื้อแดง แม้แต่กับเสื้อเหลืองด้วย และทุกๆสีเสื้อ ผมหวังไว้อย่างนั้น"



