WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, October 21, 2010

ละครชีวิต

ที่มา ประชาไท

เมื่อ คืนนี้เจอเรื่องหนึ่ง มีคนไข้คนหนึ่งเข้ามาโรงพยาบาลด้วยอาการน้ำเกินในร่างกายเฉียบพลันเพราะเป็น โรคไตแล้วไม่ได้ไปฟอกไตตามกำหนดนัด คนไข้เหนื่อยมากต้องใส่ท่อช่วยหายใจ ผมก็ถามพ่อของคนไข้ว่าทำไมไม่ไปฟอกไตตามกำหนดนัด (ในตอนนั้นยอมรับเลยว่าถามด้วยความโมโห เพราะว่าคนไข้อาการหนักพอสมควร) คำตอบก็คือ เขาใช้สิทธิ์การรักษาแบบประกันสังคม ต้องออกเงินเองไปก่อนเวลาไปฟอกไต ครั้งหนึ่งประมาณ 2000 บาท แล้วบริษัทค่อยทำเรื่องไปเอาเงินจากสำนักงานประกันสังคมมาให้เขาอีกทอดหนึ่ง ทำให้เขาต้องไปกู้นอกระบบเพื่อมาจ่ายค่าฟอกไตไปก่อนแล้วค่อยไปรับเงิน จากบริษัทซึ่งได้รับจากสำนักงานประกันสังคม แน่นอนว่าเวลาไปกู้เงินกู้นอกระบบก็ต้องเสียดอกเบี้ยมหาโหดประเภทร้อยละ 20 ต่อเดือน แล้วครั้งล่าสุดเขาไม่มีเงินจริงๆ (พ่อของคนไข้เขาใช้คำว่าชอร์ตเงิน) ทำให้ไม่สามารถพาลูกไปฟอกไตที่โรงพยาบาลได้ จึงต้องยอมปล่อยให้ลูกอาการแย่ลง และหากลูกเขาจะเสียชีวิตจากอาการน้ำเกินเนื่องจากไม่ได้ฟอกไตตามกำหนดก็เป็น เรื่องที่ช่วยไม่ได้เพราะเขาไม่มีเงินจริงๆ
เรื่อง นี้ทำให้ผมได้คิดทบทวนหลายๆ อย่าง อย่างแรก คือ ในสภาพสังคมที่เป็นอยู่ของไทยในปัจจุบันนี้ ความแตกต่างทางชนชั้นและรายได้นำไปสู่ความแตกต่างทางคุณค่าของคนในมุมมองของ คนในสังคมเอง ในขณะที่บางคนนั้นไม่อาจตายได้ เพราะหากตายไปแล้วจะกลายเป็น "ความสูญเสียใหญ่หลวง" แต่ว่าสำหรับคนจนในประเทศของเราแล้ว ทั้งที่คนเหล่านี้เป็นคนทำงานเป็นผู้สร้างที่แท้จริงของประเทศของเรา เป็นผู้ทำงานทั้งหลังขดหลังแข็งในโรงงานและหน้าดำกรำแดดตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เพื่อสร้างความร่ำรวยให้กับประเทศของเราในรูปของผลผลิตต่างๆ ทำไมพวกเขาถึงต้องทนทุกข์ทรมาน ต้องทนซมซานอยู่อย่างอดอยากยากจน ไม่มีกระทั่งสิทธิ์ที่จะมีชีวิตอยู่ ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าชีวิตของเขาไร้ค่า และญาติพี่น้องของเขาต้องตายอย่างไร้ค่าในประเทศที่อ้างว่าประชาชนคืออำนาจ สูงสุดในแผ่นดิน?
อย่างที่สอง คือ แม้เราจะมีระบบที่ว่ากันว่า ช่วยสนับสนุนให้คนจนมีสิทธิ์ในการเข้าถึงการรักษา ซึ่งเป็นองค์ประกอบขั้นมูลฐานของสิทธิ์ที่จะดำรงชีวิตอยู่ แต่ว่าระบบของเรายังไม่เอื้ออำนวยต่อการเข้าถึงการรักษาอย่างแท้จริง ผู้ที่สามารถเข้าถึงการรักษาได้อย่างแท้จริงคือ ข้าราชการที่ได้ทำระบบเบิกจ่ายตรง ที่มีชื่อเล่นว่า "ระบบสแกนนิ้ว" เพราะใช้วิธีสแกนนิ้วของผู้มีสิทธิ์รับบริการอันได้แก่ บิดา-มารดา ตัวข้าราชการและคู่สมรส และบุตรที่ยังมิได้บรรลุนิติภาวะ เพื่อยืนยันตัวบุคคล เมื่อเข้าระบบนี้แล้ว ผู้ใช้บริการสามารถรับบริการทางการแพทย์ภายใต้สิทธิ์การรักษาได้โดยไม่ ต้องออกเงิน ผิดกับผู้ที่ใช้สิทธิ์ในระบบอื่นๆ เช่น กรณีของรัฐวิสาหกิจอื่นๆ องค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น หรือระบบประกันสังคมของลูกจ้างเอกชน ซึ่งการออกเงินไปก่อนนั้น ในผู้ที่มีรายได้น้อยแล้ว ลงท้ายก็ต้องไปตกเป็นเหยื่อของกลุ่มเงินกู้นอกระบบ ดังเช่นเรื่องที่ผมได้เจอ
ส่วนในระบบ 30 บาทนั้น แม้ว่าจะไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ว่าก็ถูกจำกัดสิทธิ์หลายๆ อย่าง เช่นในกรณีของการล้างไต ผู้ที่เข้าระบบ 30 บาทหากต้องการล้างไตในกรณีของโรคไตวายเรื้อรังนั้น จะต้องล้างแบบทางหน้าท้อง ซึ่งผู้ป่วยจะต้องอยู่ติดบ้าน และมีผู้ดูแลที่ต้องอยู่กับผู้ป่วยเต็มวันอย่างน้อยหนึ่งคน เพื่อทำการล้างไตทุกวัน ซึ่งสำหรับคนหาเช้ากินค่ำ ไม่ได้มีทุนทรัพย์ ที่จะเลี้ยงดูญาติอีกคนหนึ่งให้มาอยู่กับบ้านไม่ได้ไปทำงานหาเงิน หรือจ้างคนมาดูแลทั้งวันแล้ว นี่เป็นเรื่องที่เป็นภาระทุกข์อย่างแสนสาหัส เหตุผลที่เป็นเช่นนั้น เพราะรัฐบาลผลักภาระในการจัดหาเครื่องไตเทียมให้กับระบบสาธารณสุขไปให้ ประชาชนรับแทน นี่เป็นตัวอย่างของหนึ่งการ "อยู่บนหอคอยงาช้าง" และการพยายามผลักภาระให้กับประชาชนของรัฐข้าราชการ
อย่าง ที่สาม มักจะมีผู้คัดค้านการสนับสนุนสิทธิ์ในการรักษาของคนจน โดยใช้เหตุผลว่า กลัวว่างบประมาณสาธารณสุขจะบานปลายเป็นภาระแก่ประเทศ ในขณะที่งบประมาณทางกลาโหมเพิ่มขึ้นจากประมาณ 8 หมื่นล้าน ในปีงบประมาณ 2549 จนเป็น 1.5 แสนล้าน ในปีงบประมาณ 2554 ในขณะที่งบประมาณสาธารณสุข ขึ้นมาจากประมาณ 5 หมื่นล้านบาท ในปีงบประมาณ 2539 มาอยู่ที่ประมาณประมาณ 7 หมื่นล้านเท่านั้น ในปีงบประมาณ 2554 ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยอย่างยิ่งว่า ประเทศที่ไม่ได้มีสงครามภายนอกในระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา เหตุใดงบประมาณกลาโหมถึงได้เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่างบประมาณสาธารณสุข? ผมคิดว่า นี่สะท้อนให้เห็นมุมมองและการจัดสรรทรัพยากรของกลุ่มผู้ถือครองอำนาจรัฐที่ แท้จริงในประเทศของเราว่าให้ความสำคัญกับเรื่องใดมากกว่า
เรื่อง เหล่านี้เป็นเพียงเงาสะท้อนส่วนหนึ่งของปัญหาที่หมักหมมกันมา อยู่ในสังคมไทย ปัญหาของความอยุติธรรมในสังคมทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมไทยนั้น เป็นสิ่งที่มีอยู่จริง และปัญหาเหล่านี้ได้สะท้อนลงมาจนถึงระดับชีวิตประจำวันของประชาชนไทย และประชาชนชั้นล่างของไทย รู้สึกและเจ็บปวดกับปัญหาเหล่านี้อยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แน่นอน ผู้ที่อยู่ดีมีสุขในสภาพที่เป็นอยู่ในปัจจุบันอาจมองไม่เห็นหรือไม่ยอมมอง เห็นปัญหาเหล่านี้ แต่ว่าหากไม่นำปัญหาเหล่านี้มาพูดกันให้ถึงแก่น ก็ไม่มีทางที่จะแก้ไขปัญหาที่เป็นอยู่ของประเทศไทยได้อย่างแน่นอน
หมายเหตุ: เผยแพร่ครั้งแรกใน Facebook ส่วนตัวของ สลักธรรม โตจิราการ เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2553

จากราชดำเนินถึงราชประสงค์

ที่มา Thai E-News


โดย วรเทพ วิชชุประภา
ที่มา งานประกวดFreewrite Award


เหมือนดังลิ่มทิ่มแทงอกประชาราษฎร์
หมดโอกาสได้เป็นไทเสียแล้วหรือ
ต้องอยู่ในใต้บังคับคนหยิบมือ
ที่คอยถืออาวุธร้ายหมายฟาดฟัน

เราจึงมาราชดำเนินเพื่อเรียกร้อง
ตามครรลองของคนไทยใช่เพ้อฝัน
คนนับหมื่นคนนับแสนมารวมกัน
จริงแล้วนั้นท่านต้องไปใช่หน้าทน

แต่พวกเขาหลงระเริงในอำนาจ
ใจอุบาทว์จิตวิบัติไร้เหตุผล
พวกเรามาด้วยคับแค้นและยากจน
เพราะถูกปล้นอำนาจไปไว้ครอบครอง

ใช้เวทีเพื่อต่อสู้อย่างชัดแจ้ง
คนเสื้อแดงมาด้วยใจประกาศก้อง
เพียงต้องการประชาธิปไตยสิ่งหมายปอง
คืนอำนาจให้เป็นของมวลประชา

เสียงปืนดังขึ้นทุกทั่วหัวระแหง
เลือดสีแดงของปวงชนคนผู้กล้า
ต้องหลั่งลงรดราดผืนพสุธา
โอ้ฟากฟ้าหมดสิ้นแล้วความปราณี

วีรชนต่างล้มลงทั้งมือเปล่า
ไฉนเจ้าจึงร้ายนักพวกบัดสี
เจ้าฆ่าได้แม้แต่เด็กและสตรี
ด้วยมือที่ซ่อนเอาไว้ใจแสนดำ

อ้างอำนาจความชอบธรรมนำมาฆ่า
เหมือนดังว่ามวลประชาราคาต่ำ
ตามไล่ล่าฆ่าให้หมดเช้ายันค่ำ
กระสุนซ้ำให้แดดิ้นสิ้นชีวัน

แม้ในเขตอภัยทานยังหาญกล้า
ยิงเข้ามาดังสายฝนจนอาสัญ
นอนเรียงรายตายในเขตที่ป้องกัน
ดับความฝันวีรชนคนเสื้อแดง

ราชประสงค์ไหลท่วมนองเลือดน้องพี่
เหมือนเป็นดังดวงสุรีที่อับแสง
เลือดชาวไพร่ที่ไหลนองเป็นสีแดง
จะเปลี่ยนแปลงความชอบธรรมกลับคืนมา

ขอทวยเทพที่สถิตย์ทั่วสถาน
ดลบันดาลช่วยปกป้องและรักษา
ให้เสื้อแดงได้นำชัยกลับคืนมา
เพื่อประชาได้สุขสันต์นิรันดร

Wednesday, October 20, 2010

การปรองดองจะเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร?

ที่มา Thai E-News




โดย ชัยนรินทร์ กุหลาบอ่ำ ผู้ประสานงานแดงสยาม

ความรู้ = ใบปริญญา เรียนรู้ในระบบ จะได้ไม่เป็นคนตกสมัย แฟชั่น เพื่อใช้ในการทำงานตามระบบหรือ ความจำเป็นในการดำรงชีพ

ความคิด= การต่อสู้ในโลกจริง ประสบการณ์ทางการต่อสู้ ความกล้าหาญ ต่อสู้ความไม่เป็นธรรมต่างๆ เพื่อการปลดปล่อยไปสู่เสรีภาพ

ดังนั้นความรู้กับความคิด สามารถขัดแย้งกันได้เสมออยู่ในสมองมนุษย์เรานั้น และผู้ที่จะเป็นผู้ประสานความสัมพันธ์แห่งการปรองดองได้นั้นต้องมีความรู้ แต่หาอื่นใดผู้ที่มีความคิดในการต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมจะเหมาะสมและสอด คล้องกับสถานการณ์เฉพาะหน้าอย่างยิ่ง มาพิจารณากรอบของความปรองดองจะเกิดขึ้นจริงได้อย่างไร?

ซึ่งสิ่งที่จะแก้ปัญหาในระดับโครงสร้างใหญ่ๆได้ต้องใช้การถอดบทเรียน สรุปประวัติศาสตร์ นั้นคือการใช้สรรพกำลังทางความคิด

1. การปรองดองกับใคร?

2. การปรองดองภายใต้ความคิดอะไร?’

3. การปรองดองอย่างไร?

4. กรอบการพัฒนาจิตสำนึกแห่งการปรองดอง




1.ใครคือคู่ความสัมพันธ์ที่ความขัดแย้งดำรงอยู่ ?

ก. ในการปกครองระดับต่างๆ ย่อมมีผู้ปกครอง และผู้อยู่ใต้การปกครอง ทาง การเมืองในระบบ รัฐบาล ฝ่ายบริหาร ฝ่ายค้าน ไล่ไปถึงระดับการเมืองท้องถิ่นในระบบ ความปรองดองคือ จัดการด้านการเลือกตั้งที่เป็นธรรม ยอมรับกติการสูงสุดกฎหมายรัฐธรรรมนูญ แต่ในที่นี่ความชอบธรรมต่างๆ และระดับความขัดแย้งมีลักษณะ อำนาจนิยม

นับ แต่ การรัฐประหาร19 กันยายน2549 กลุ่มคู่ความขัดแย้ง องคมนตรี +พันธมิตรฯ+ กองทัพ= อำนาจนิยมในลักษณะแนวคิดกษัตริย์นิยม เช่นแนวคิดการถวายคืนพระราชอำนาจ

ระดับความขัดแย้งต่อโครงสร้างความยุติธรรม ที่เรียกว่าตุลาการภิวัฒน์ ในระดับรัฐธรรมนูญจนถึงกฎหมายว่าด้วยพรรคการเมือง อาทิ คดียุบพรรคไทยรักไทย “คดีชิมไปบ่นไป ทำกับข้าวถูกปลด เป็นกบฎถูกปล่อย” ยุบพรรคพลังประชาชน มาถึงผู้สมัครพรรคเพื่อไทย คุณก่อแก้ว พิกุลทอง มิได้หาเสียงด้วยตนเอง

ข. ในทางเศรษฐกิจระบบทุนนิยมโลก ปรากฎการณ์ทางเศรษฐกิจ ในห้วงยามนี้ จะมีการลดลงสองช่วงจังหวะ เกิดจากการเก็งกำไรด้าน อสังหาริมทรัพย์ และเก็งกำไรด้านพลังงาน ทุนผูกขาดการแข่งขันภายในประเทศ ทุนเครือข่ายอำมาตย์ กับกลุ่มทุนใหม่ต่างๆ เช่น ทุนธนาคาร กับทุนอุดสาหกรรม เกิดชนชั้นทางเศรษฐกิจวิถีใหม่ การปฏิวัติอุตสาหกรรมเป็น การพัฒนาความขัดแย้งในระดับสากล ได้ทำให้เกิด ระบบความเป็นอยู่ชนิดเดียวกัน แบ่งเวลาวงจรชีวิตมนุษย์ 8+8+8= 24 ทำงานเลี้ยงชีพ, งานอดิเรก,พักผ่อน

“พลังการผลิตทำให้อุดมการณ์ไม่ ใช่เรื่องเพ้อฝัน” คือ พลังการผลิตอุตสาหกรรมทุนนิยมมีลักษณะทางการแข่งขันด้านเทคโนโลยี เครื่องจักรกล ได้เกิดคู่ปรปักษ์ทางชนชั้นใหม่ๆ และได้ช่วยให้มนุษย์ถูกปลดปล่อยจากการใช้แรงงานอย่างทาส ให้เป็นกรรมาชีพรับจ้าง

คู่ความขัดแย้งที่มีการต่อสู้กันเริ่มปรากฎเด่นชัดในสังคมไทย นั้นคือ สถานะ และอำนาจที่ขัดแย้งกับหลักการประชาธิปไตย(ทางเศรษฐกิจ)ของสถาบันกษัตริย์ เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจัง นับจากการรัฐประหาร 8 พฤศจิกายน 2490 ที่โค่นรัฐบาลปรีดี-ธำรง ลงไป (โดยอาศัยกรณีสวรรคตเป็นข้ออ้างสำคัญ) ทำให้ "ยุคปฏิวัติ" ของคณะราษฎรสิ้นสุดลง

หลังการรัฐประหารดังดังกล่าว กลุ่มการเมืองกษัตริย์นิยม ได้ผลักดันให้ออกกฎหมาย "พระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ.2491" ซึ่งยกเลิกกฎหมายในเรื่องนี้ทีคณะราษฎรจัดทำขึ้น คือ "พระราชบัญญัติจัดระเบียบทรัพย์สินฝ่ายพระมหากษัตริย์ พ.ศ. 2479" ตามพระราชบัญญัติปี 2479 ของคณะราษฎรนี้ ได้จัดให้ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ ในฐานะทีเป็นทรัพย์สินของรัฐ อยู่ในความควบคุมของรัฐบาล ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ซึ่งเป็นการถูกต้อง ตรงกับหลักการประชาธิปไตย

แต่ พระราชบัญญัติปี 2491 ที่กลุ่มการเมืองกษัตริย์นิยมจัดทำขึ้น และบังคับใช้มาจนทุกวันนี้ ได้ล้มเลิกหลักการนี้เสีย และโอนการควบคุมทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ซึ่งแท้จริงคือทรัพย์สินของรัฐ ไปให้พระมหากษัตริย์แบบสมัยสมบูรณาญาสิทธิราช รัฐบาลที่มาจากประชาชนและประชาชนเอง ไม่มีอำนาจใดๆต่อทรัพย์สินของรัฐอันมหาศาลนี้ ซึ่งขัดแย้งโดยสิ้นเชิงกับการเป็นประเทศประชาธิปไตย

พร้อมกับการสร้างองค์กรองคมนตรีในฐานะส่วนหนึ่งของสถาบันกษัตริย์ที่ขัดหลัก ประชาธิปไตยนี้ รัฐธรรมนุญ 2492 ของกลุ่มการเมืองกษัตริย์นิยม ยังกำหนดให้มีบุคคลากรอื่นๆอีก เช่น "ข้าราชการในพระองค์และสมุหราชองค์รักษ์" ที่มีลักษณะเดียวกับองคมนตรี คืออยู่ภายใต้พระราชวินิจฉัยในการแต่งตั้งถอดถอนของพระมหากษัตริย์ล้วนๆ ประชาชนไม่สามารถควบคุมตรวจสอบเอาผิด (accountability) ได้ ซึ่งขัดกับหลักการประชาธิปไตยเช่นกัน

บุคคลากรเหล่านี้ ทั้งหมด จึงต้องอยู่ภายใต้การควบคุมของประชาชนด้วย ไมใช่อยู่ในอำนาจของพระมหากษัตริย์ ความคิดเรื่อง "ข้าราชในพระองค์" ที่กลุ่มการเมืองกษัตริย์นิยมสร้างขึ้น นับจากรัฐประหาร 2490 เป็นต้นมา เป็นความคิดที่ขัดแย้งกับหลักการประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง

หลังการรัฐ ประหารของสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ในปี 2500 และ 2501 นอกจากสถานะและอำนาจของสถาบันกษัตริย์ ในเรื่องการมีองค์กรองคมนตรีและ "ข้าราชในพระองค์" ต่างๆ ในเรื่องการควบคุมทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ จะได้รับการส่งเสริมและขยายให้ขัดกับหลักการประชาธิปไตยยิ่งขึ้นไปอีกแล้ว สฤษดิ์ยังเริ่มระบอบการประชาสัมพันธ์และอบรมบ่มเพาะความเชื่อแบบกษัตริย์ นิยม อย่างขนานใหญ่ ทีขัดกับหลักการประชาธิปไตยโดยสิ้นเชิง ผลของระบอบประชาสัมพันธ์และอบรมบ่มเพาะความคิดดังกล่าวที่ดำเนินติดต่อกัน (อ้างแล้ว สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล)

กล่าวอย่างสรุปคือ เกิดกลุ่มอำนาจนอกการเมือง”เครือข่ายทุนอำมาตย์”ที่ใช้ในการจัดการบริหาร สินทรัพย์ภายในประเทศ โดยองค์กรที่ไม่เป็นประชาธิปไตย และเป็นกลุ่มทุนผูกขาดวิถีการเติบโตทางเศรษฐกิจ ให้มีลักษณะสยบยอมต่อกลไกอำนาจความสัมพันธ์นอกเหนือธุรกิจ

ค. ในทางสังคม มนุษย์รวมตัวกันเพื่อความมั่นคงปลอดภัย ในชืวิต ทรัพย์สิน เกิดความขัดแย้งทางด้านอารมณ์ ความรู้สึกนึกคิด ความไม่เป็นธรรม ปัญหา ด้านสิทธิมนุษยชนรุนแรงที่สุด ภายใต้บริบทการล้อมปรามประชาชน ราชดำเนิน ราชประสงค์ เมื่อเดือนเมษายนและพฤษภาคม2553 ที่ผ่านมา ระหว่างกองทัพกับประชาชน ทหารกลายเป็นรัฐที่มีลักษณะควบคุมประชาชนแต่ถ่ายเดียว ไม่มีการตรวจสอบ ถ่วงดุลทางอำนาจตามระบอบประชาธิปไตยอาทิคำสั่ง การแต่งตั้งผู้นำเหล่าทัพต่างๆ

เกิดความเข้าใจต่อระบบสองมาตรฐานให้ชัดเจนยิ่งขึ้น เช่นการดำเนินคดีต่อผู้ต้องสงสัยทางการเมือง ในนาม ศอฉ . และตัวแทนฝ่ายความมั่นคงของรัฐบาล ซึ่งผิดหลักการการสร้างความมั่งคงให้กับประเทศชาติ ล่าสุด กระทรวงยุติธรรม แทงหนังสือเร่งรัดกับสำนักงานอัยการสูงสุดการดำเนินการเอาผิดต่อแกนนำ นปช.แดงทั้งแผ่นดิน ด้วยข้อหาผู้ก่อการร้ายต่อประเทศ เปรีบมเทียบกลุ่มพันธมิตรฯ ปิดสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง ปิดวิภาวดีซอยสาม เป็นด้น

ความขัดแย้งระหว่างกลุ่มประชาชนต่างๆ คือ กลุ่มเสื้อแดง นปช เสื้อแดงต่างๆ เสื้อเหลือง (พันธมิตรฯ) กลุ่มเคลื่อนไหวหลัก เสื้อน้ำเงิน (กลุ่มเนวินฯ) มีบทบาทพื้นที่ต่างจังหวัด เสื้อหลากสี (สลิ่ม) คนที่อยู่ในพื้นที่กรุงเทพฯ นำโดย หมอตุลย์ และความขัดแย้งในระดับเจ้าหน้าที่รัฐ ตำรวจ ข้าราชการพลเรือน ข้าราชการท้องถิ่น

2. การปรองดองภายใต้ความคิดอะไร? ตามหลักประชาธิปไตย ความเสมอภาค ความเท่าเทียม

ซึ่งชุดที่นำมาปลูกฝังต่อสังคมการเรียนรู้ในระบบคือ

ก. รัฐ= ราชาชาตินิยม ตั้ง แต่สมัยร.5 ปฎิรูปสมบูรณญาสิทธิราชย์ รวมศูนย์ให้ขึ้นต่อส่วนกลาง ในด้านการปกครอง และด้านเศรษฐกิจ แต่คงไว้ด้วยประวัติศาสตร์ความคิด พระมหากษัตริย์นักปกครอง

ข. รัฐ= ราชาธิปไตยคือ ดำรงอำนาจธิปไตยทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ใน รูปแบบอำนาจบารมี หรือที่เรียกว่า รัฐธรรมนูญพระราชทานจากพระมหากษัตริย์ มีการพัฒนาแนวคิดอย่างจริงจังในสมัยที่บรรดากลุ่มนายทหารเผด็จการนำโดย จอมพล สฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่ทำการรัฐประหาร ในปี2500 จากจอมพล ป. พิบูลสงครามและได้ฟื้นฟูแนวคิดราชาธิปไตยขึ้มมาใช้เป็นยุทธศาสตร์การปกครอง อย่างเต็มกำลัง

ค. รัฐ= ประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คือ การรัฐข้าราชการให้เข้มแข็งและให้ พระมหากษัตริย์ทรงอยู่เหนือการเมือง เพราะการเมืองเป็นเรื่องสกปรก เป็นเรื่องผลประโยชน์ของคนส่วนน้อย เท่ากับว่า ประชาธิปไตยเป็นเรื่องน่าปวดหัว เป็นเรื่องว้าวุ่นกังวลใจ ใช้วัฒนธรรมบุคคลาธิษฐาน(สำนักคิดพฤติกรรมนิยม) คือ คัดเลือกคนดี นิยามความดี คือคนที่เชื่อฟัง ไม่ทะเยอทะยาน พอใจพอเพียงในชีวิต คนไม่ดี คือ คนรวยที่เอาเปรียบผู้อื่น มักใหญ่ใฝ่สูง

สร้างสำนึกให้พระมหากษัตริย์เปรีบมดั่งพ่อและแม่ของประชาชน คือตัวอย่างที่ดีของลูกๆ ห้ามวิพากษ์วิจารณ์ มีความผิดตามกฎหมาย

3,การปรองดองอย่างไร?และในแนวทางใด?

ก.ตั้งรัฐบาลแห่งการปรองดอง (รัฐบาลแห่งชาติ)ประกอบ ด้วยบุคคลที่ได้รับ การแต่งตั้งจากกระแสสื่อ จากกระแสผู้มีอำนาจ หรือจากกระแสประชาชน เข้ามาคิดทำแผนวางยุทธศาสตร์เพื่อไปสู่การเลือกตั้งใหม่

ข. แก้ไขรัฐธรรมนูญ บางหมวดหมู่

ค.แก้ไขรัฐธรรมนูญทุกหมวดหมู่

4.กรอบการพัฒนาการจิตสำนึกทางการเมืองในแนวคิดต่างๆ ซึ่งหล่อหลอมด้วยชุดความคิดวัฒนธรรมทางการศึกษา หน้าที่พลเมือง ระดับชุมชน ระดับสังคม ระดับประเทศชาติ และผ่านสื่อสารต่างๆ

1.แนวคิดกษัตริย์นิยม สำนึกลักษณะ ข้าทาส

2.แนวคิดอนุรักษ์นิยม สำนึกลักษณะ แรงงานรับจ้าง

3.แนวคิดเสรีนิยม สำนึกลักษณะ ปัจเจกชน อสิรชน

4.แนวคิดสังคมประชาธิปไตย สำนึกลักษณะ มนุษยธรรม ความเป็นพี่น้อง ภราดรภาพ

5.แนวคิดสังคมประชาธิปไตย สังคมนิยม สำนึกลักษณะ มนุษย์นิยม พ้องเพื่อน สหาย

การต่อสู้เพื่อพัฒนาจิตสำนึกทางการเมือง เพื่อให้เกิด การแข่งขันทางนโยบาย / แผนงานในการทำงานเพื่อสนองความต้องการของประชาชน

จิตวิทยาการเมือง เพื่อสร้างสำนึกภาคประชาชน

1 สร้างความรู้สึกร่วมกัน การชี้นำภาวะทางอารมณ์ของมวลชน

2 สร้างความเห็นร่วมกัน การปรับความเข้าใจร่วมกัน รูปแบบสัมมนา เสวนา

3 สร้างการกระทำร่วมกัน กิจกรรมการเคลื่อนไหว เชิงสัญลักษณ์

4 สร้างแนวคิดร่วมกัน อุดมการณ์ อุดมคติ รูปแบบ การชุมนุมเวทีปราศรัยต่างๆ

5 สร้างการต่อสู้ร่วมกัน ระดับความเสี่ยงร่วมกัน ประเมินผลทั้งหมด (วัดใจ)

ในแนวทางปฏิบัติไม่ว่ากลุ่มเสื้อแดง หรือกลุ่มเสื้อสีใดๆ ก็จะใช้การพัฒนาความสัมพันธ์จิดวิทยาการเมืองนี้ แก่มวลชนเพื่อให้เกิดความเคลื่อนไหวต่อสังคม

นปช.เสื้อแดง และกลุ่มประชานิยมของทักษิณ มีสำนึกลักษณะ เสรีนิยม แบบนายทุนน้อย ชื่นชมการแข่งขันเสรื เชื่อมั่นระบบกรรมสิทธิ์ปัจเจกชน และห่วงแหนในเสรีภาพทางประชาธิปไตยในระบบรัฐสภา ซึ่งมีความต่างกันอย่างมากกับ กลุ่มเสื้อเหลือง เสื้อน้ำเงิน หรือกลุ่ม พันธมิตรประชาชนฯ ที่มีความโน้มเอียงในพรรคประชาธิปัตย์ พรรคการเมืองใหม่ พรรคภูมิใจไทย ที่อาศัยแนวคิดอนุรักษณ์นิยม

แม้ทางเศรษฐศาสตร์การ เมือง กลุ่มนี้จะใช้แนวคิดเสรีนิยมก็เป็นเพียง เสรีนิยม ของอดัม สมิทธิ์ ที่เชื่อมั่นในกลไกตลาด และมีความโน้มเอียงในอำนาจนิยมทางอุดมการณ์

สรุป การปรองดองจะสำเร็จได้ด้วยความจริงใจและเข้าใจในสถานการณ์ อันลึกซึ้งและเปราะบาง

ดัง นั้น รัฐแห่งชนชั้นปกครองอนุรักษ์นิยมต้องเพิ่มขีดอำนาจในการตัดสินใจ ทางการเมือง เศรษฐกิจ สังคม ให้แก่ประชาชนพลเมืองของประเทศนั้นเอง

แหล่งข่าวจากภูมิใจไทย

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน




"แต่ ก็ชอบมีแหล่งข่าว จะให้สัมภาษณ์จริงหรือเท็จก็ไม่ทราบ ว่าเป็นพรรคร่วมแล้วอึดอัดอย่างนั้น อย่างนี้ ผมก็ฝากบอกว่าถ้าอึดอัดก็ขอให้บอกมาเป็นทางการ จะได้แก้ปัญหา จะปรับออกให้ ไม่ต้องอึดอัดกันต่อไป ถ้าอึดอัดก็ไม่ต้องอยู่ด้วยกัน ถ้าจะอยู่ด้วยกัน ต้องทำตามกติการ่วมกันของรัฐบาล"

คำพูดข้างต้นของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ แสดงอาการหงุดหงิดออกมาเต็มที่กับพรรคภูมิใจไทย

พูดง่ายๆ ว่า"นอตหลุด" อย่างไม่เก็บอาการ

ต้นเรื่องมันมาจากลีลาบริหารราชการของรัฐมนตรีภูมิใจไทย ขยับทำอะไรแต่ละอย่าง ก็ถูกสังคมจับตา

โดนข้องใจสงสัยในเรื่องความโปร่งใส

แม้เสียงในมือของภูมิใจไทย จะเสริมความแข็งแกร่งให้รัฐบาลอภิสิทธิ์

แต่การทำงานของรัฐมนตรีภูมิใจไทย ดูเหมือนจะสร้างความอ่อนล้าให้รัฐบาลอยู่ตลอด

นายอภิสิทธิ์ยอมเสี่ยงจะถูกตราหน้า "ประชาธิปัตย์คบยาก"

เข้าไปล้วงลูก ไปแตะเบรก จนพวกภูมิใจไทยหงุดหงิด โต้เถียงซึ่งหน้ากลางครม.ก็เคยมาแล้ว

เรื่องร้อนๆ ล่าสุด ก็กรณีการผลักดันนายมงคล สุระสัจจะ เป็นปลัดกระทรวง

ทั้งที่อ่อนอาวุโส และพัวพันคดีอื้อฉาวเช่าคอมพิวเตอร์

เมื่อนายมงคลตัดสินใจถอย ขอไม่รับตำแหน่งปลัด

"แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย" ก็ทำงานทันที กล่าวว่า

"การที่นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำกลุ่มพรรคภูมิใจไทย ตัดสินใจที่จะให้นายมงคล แสดงความประสงค์ที่จะไม่รับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นการแสดงให้เห็นว่า พรรคภูมิใจไทยหมดความอดทนกับพรรคประชาธิปัตย์ ถือเป็นกรณีที่ทำให้แตกหักจากกัน"

และ "นอกจากนี้ พรรคภูมิใจไทยจะทำหน้าที่ตรวจสอบพรรคประชาธิปัตย์ในทุกๆ โครงการ ว่ามีการทุจริตตรงไหนหรือไม่ อย่างไร เพราะถือว่าต่างคนต่างตรวจสอบ และหากพบว่าส่อที่จะทุจริตจริงๆ พรรคภูมิใจไทย จะส่งเรื่องให้ป.ป.ช.ตรวจสอบทันที"

เล่นเอานายอภิสิทธิ์นอตหลุด อย่างที่เห็น

ความจริง นายอภิสิทธิ์ก็หงุดหงิดกับ"แหล่งข่าว"เดียวกันนี้มาก่อนแล้ว

ครั้งหนึ่ง นักข่าวเอามาถามเลยว่า "แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทยบอกว่า นายกฯไร้มารยาท?"

เล่นเอานายกฯ แทบควันออกหู สวนโครม

"ใครพูด คนที่พูดมีมารยาทหรือเปล่า?"

อย่างไรก็ดี หลังจากนายอภิสิทธิ์ ประกาศท้าทายภูมิใจไทยแบบซึ่งหน้า

ก็มีคำให้สัมภาษณ์ออกมาทันที "ขณะนี้นายเนวิน ชิดชอบ แกนนำพรรคภูมิใจไทย ได้สั่งการให้แกนนำของพรรค รวมทั้งทีมโฆษกของพรรค งดให้สัมภาษณ์ประเด็นทางการเมือง เพื่อลดความร้อนแรง"

เดาได้ไหมคนพูดเป็นใคร?

"แหล่งข่าวจากพรรคภูมิใจไทย"(ฮา)

การ์ตูน เซีย 20/10/53

ที่มา ไทยรัฐ

Pic_119940

การ์ตูน เซีย 20/10/53

ดูเจมส์จุก007..มันทำซิ

ที่มา thaifreenews

โดย หัตถา

อีก2ชั่วยาม คณะกองทุนแดงไม่ทิ้งกัน...ออกเดินไปโคราช มีลุงจุกเสื้อแดงเจ้าเดิมคุมทีมไปแจก
ของบรรทุกข์ให้พี่น้องเสื้อแดงที่ประสพอุทกภัย ที่อ.จอหอ ส่วนสายลมรัก กับพวกที่เหลือ
อยู่เต้นท์ คอยรับหน้า ศอฉ.เฮ้ยไม่ใช้...นักรบไซเบอร์ ที่มาบริจาค...ครับ

[/url]

กางเกงใหม่ยังไม่ได้ใช้งาน มีป้ายติดมาพร้อมเลย

[/url]

ขอใช้อยู่บนหน้าอกสตรี ...มีขนาดหลายกำปั้น ยังไม่เคยใช้งานมาก่อน บริสุทธิ์ว่างั้นเถอะ

[/url]

ขอใช้อยู่ส่วนล่าง ..อธิบายไม่ถูก ว๊อย..ยังบริสุทธิ์อยู่นา

[/url]

บางเบาดุจขนนก ยุง...คนเสื้อแดงนี่บริจาคของรู้งานจริงๆๆ

[/url]

ขนขึ้น 6ล้อ

[/url]

เตรียมตัวเดินทางอีกสัก 2ชั่วยาม คงออกเดินทางไปโคราช

[/url]

ติดตามไปด้วย รถกระบะอีก 1คัน ที่แพ็คของ เรียบร้อย แล้วเต็มท้ายรถ
เอาภาพบางส่วนน้อยมาให้ชมก่อน ดึกแล้ว ง่วงมากๆ ไปแหละ

[/url]

คลิปดับเทวดา โดย กาหลิบ

ที่มา thaifreenews

โดย Porsche

เรียบเรียงโดย Nangfa




คอลัมน์ เมืองไทยหรือเมืองใคร?

เรื่อง คลิปดับเทวดา

โดย กาหลิบ


คลิปทุกคลิปที่เป็นหลักฐานว่า
ได้เกิดการวิ่งเต้นเอื้อประโยชน์กันขึ้นที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ
ในกรณียุบ พรรคประชาธิปัตย์ กำลังส่งผลกระทบทางการเมืองในระดับที่คาดไม่ถึง

ฝ่าย ประชาธิปไตยเตรียมรับมือไว้ให้ดี
ไม่ว่าจะประชาธิปไตยเลือกตั้งหรือประชาธิปไตยปฏิวัติก็จะเจออย่างเดียวกัน
หาก “เขา” ยังไม่สั่งเปลี่ยนแผน

นั่น คือหากคุมสถานการณ์ไม่อยู่ แปลไทยเป็นไทยว่า
ผู้พิพากษาที่เกี่ยวข้องและกรรมการองค์กรอิสระไม่อยู่ใน ความควบคุมโดยสิ้นเชิงแล้ว
ก็ให้เดินหน้าสู่แผนที่สูงขึ้นไปอีกขั้นหนึ่ง

ในแผนนั้นมีการรัฐประหารรวมอยู่ด้วย

เรื่อง นี้อาจทำให้บางท่านเกิดคำถามว่า
แค่ยุบพรรคประชาธิปัตย์และย้ายไปสังกัดพรรคใหม่
จะเดือดร้อนอะไรนักหนาสำหรับผู้กุมอำนาจเก่า หรือเผด็จการโบราณ
ทำไมเขาต้องเสี่ยงภัยถึงขนาดนั้นด้วยเล่า คำตอบก็คือ
สมดุลขณะนี้เป็นประโยชน์ต่อเขามากที่สุดแล้วในการรักษาระบอบไว้ ให้รอด

เขาได้ ประยุทธ์ จันทร์โอชา คุมอำนาจในกองทัพบก

เขาได้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นหนังหน้าไฟที่เขามั่นใจว่ายังดูได้ในสายตาโลก

เขามีรัฐบาลชุดนี้มาทำหน้าที่เจ้าภาพจัดการเฉลิมฉลองใหญ่
ที่หวังผลให้ช่วยกู้คะแนนนิยมที่ร่วงหล่นลงอย่างน่าใจหาย

สมดุล แบบนี้ ทำให้เขาบรรลุยุทธศาสตร์สูงสุดของเขา นั่นคือ
กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในประเทศโดยไม่ต้องเผยโฉมหน้าให้คนเห็นชัด
การสูญเสียสมดุลนี้ไป หมายความว่าเขาต้องทำข้อตกลงใหม่กับฝูงสัตว์ทั้งหลาย
ที่เขาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อบรรลุยุทธศาสตร์
ไม่ว่าจะเป็นสัตว์ในสูทสากล หรือสวมเครื่องแบบก็ตาม
อันเป็นความเสี่ยงที่เขาไม่ต้องการจะเสี่ยง

ถ้าประชาธิปัตย์ถูกยุบ จะเพิ่มดีกรีที่พรรคเพื่อไทยแย่งเป็นรัฐบาล
ในสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้โดยไม่ต้องเลือกตั้งใหม่ได้

เนวิน ชิดชอบ กำลังเหนื่อยหน่ายสุดๆ กับการร่วมงานกับเผ่าพันธุ์ประชาธิปัตย์
เช่นเดียวกับซีกพรรคชาติไทยพัฒนาที่กินข้าวเคล้าน้ำตาอยู่ตลอดมาเช่นกัน

บรรยากาศ อย่างนี้โอกาสของพรรคเพื่อไทยก็ย่อมจะมี
ความรู้สึกรังเกียจเดียดฉันท์ของมวลชนเป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ที่อาจจะทำให้เพื่อไทยเหม็นตามคนเหล่านี้ไปด้วย
เขาก็คงคิดไปกู้ชื่อเสียงเอาดาบหน้า ขอเป็นรัฐบาลให้หายอ่อนเพลียเสียก่อน

แต่ถ้ามวลชนผู้รู้เจ็บจำไม่ยอมให้อภัย ก็จะเป็นบทเรียนที่สำคัญอีกบทหนึ่ง
สำหรับนักการเมืองผู้มักง่ายไร้หลักการ

ค่อยไปว่ากันในขบวนปฏิวัติประชาธิปไตยที่นักการเมืองส่วนหนึ่งจะไม่ได้เข้าร่วม

การ สั่งปลด นายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ออกจากเลขานุการศาลรัฐธรรมนูญ อย่างฟ้าผ่า
และเจ้าตัวรีบผลุนผลันเดินทางออกนอกประเทศในทันที
จนสื่อมวลชนตามหาตัวไม่เจอนั้น คือ
อาการตื่นตระหนกของผู้บังคับบัญชาที่นึกว่าปัญหายังไม่หนักหนาสาหัส
สามารถเอานิ้วอุดรูรั่วของเขื่อนใหญ่ที่ใกล้จะพังทลายได้อยู่
ก็จะตายตามนายพสิษฐ์ฯ ผู้รับเคราะห์แทนนายไปในไม่ช้า

งานนี้เป็นเรื่องของตายช้าหรือตายเร็ว ไม่ใช่อมรคือความไม่ตาย

ดู ภาพนี้แล้วยังมองไม่เห็นว่าจอมบงการแกจะออกทางไหน
วิกฤติที่แกชอบสุมใส่ในชีวิตคนอื่นๆ
บัดนี้กลับมาสุมพระเพลิงใส่แกเข้าให้แล้วและร้อนเร่าขึ้นทุกนาที

ถ้าตายเสียก่อนตาย
โดยเฉพาะตายในชื่อเสียงเกียรติยศ เขาก็ไม่เรียกว่าอมรเหมือนกัน.


http://democracy100percent.blogspot.com/2010/10/blog-post_19.html

รายงาน: พี่น้องตระกูล‘เจ๊ะเต๊ะ’ ชะตาพิสดารและการเยียวยาที่เอื้อมไม่ถึง

ที่มา ประชาไท

หาก จะพูดถึงปัญหา ที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจาความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาค ใต้ อันมีลักษณะพิสดารยิ่งนัก คงเป็นกรณีที่เกิดขึ้นกับครอบครัว ‘เจ๊ะเต๊ะ’
เพราะการตายของนาย ‘ไซกุตรีย์ เจ๊ะเต๊ะ’ ก่อให้เกิดปริศนาและปัญหาหลายประการตามมา เผยให้เห็นปัญหาใหญ่ของกระบวนการเยียวยา
ประเด็นแรก คือ นายไซกุตรีย์ ซึ่งเป็นข้าราชการครูอยู่ที่โรงเรียนบ้าน(สโลว์)บูกิตจือแร หมู่ที่ 9 ตำบลรือเสาะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ถูกลอบยิงจนเสียชีวิตเมื่อ 2 กุมภาพันธ์ 2552 ขณะเดินทางกลับจากละหมาดที่มัสยิดในช่วงค่ำ
จากนั้นอีกหนึ่งปี พี่ชายคือ ‘อับ ดุลกอเดร์ เจ๊ะเต๊ะ’ ซึ่งเป็นครูอัตราจ้างในโรงเรียนเดียวกัน ก็ถูกคนร้ายลอบยิงด้วยอาวุธปืนอาก้า ขณะขี่รถจักรยานยนต์ไปสอนหนังสือบริเวณทางเข้าโรงเรียน เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2553 แต่ก็รอดชีวิตมาได้
อับ ดุลกอเดร์รู้ ว่าใครเป็นคนร้าย จนนำมาสู่การเป็นพยานปากเอกในคดีนี้ เพราะเขามั่นใจว่าคนร้ายทั้งสองคนที่มายิงตนก็เป็นคนๆ เดียวกันกับที่ยิงน้องชายจนเสียชีวิตเมื่อปีที่แล้ว
ต่อ มาพนักงานสอบ สวนสถานีตำรวจภูธร(สภ.) รือเสาะ ได้ออกหมายจับชายสองคน ซึ่งเป็นคนขับรถจักรยานยนต์และคนลงมือยิง โดยมือปืนมีตำแหน่งเป็นเจ้าหน้าที่ชุดรักษาความปลอดภัยหมู่บ้าน หรือ ชรบ.ในหมู่บ้านเดียวกัน
ต่อ มาชายทั้งสองคน ออกมามอบตัว แต่ทุกอย่างพลิกผันเมื่อพนักงานสอบสวนอนุญาตให้ปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งสองคน ชั่วคราว แม้นายอับดุลกอเดร์พยายามคัดค้านการประกันตัว แต่ก็ไม่ได้ผล
สุด ท้ายนายอับดุล กอเดร์ต้องร้องขอความคุ้มครองในฐานะพยาน ตามโครงการคุ้มครองพยานของกรมสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ โดยให้เหตุผลว่า เพราะเขาคือพยานปากเอกกรณีเรียกร้องความเป็นธรรมให้ตนเองและน้องชายที่ถูก ยิงเสียชีวิต โดยตนเองมีทั้งข้อมูลและเบาะแสของผู้ก่อเหตุและผู้สั่งการ
อับ ดุลกอเดร์มั่น ใจว่า การที่ผู้ต้องหาถูกปล่อยตัวออกมา จะทำให้ตนเองจะได้รับอันตรายถึงชีวิตอย่างแน่นอน หากตนเองไม่ได้รับการคุ้มครอง
เหตุผล ที่ผู้ต้อง หาทั้งสองถูกปล่อยตัวออกมา เพราะได้รับการรับรองจากผู้นำชุมชนรายหนึ่ง ซึ่งเขามั่นใจว่า เป็นผู้สั่งการให้ลงมือฆ่าน้องชายและตนเองอย่างไม่ทราบเหตุผล สุดท้ายเขาต้องกลายเป็นพยานที่ต้องถูกคุ้มครองอยู่ในเซฟเฮ้าส์ที่ไม่เป็น หลักแหล่ง
ย้อน กลับไปสู่ กรณีการตายของน้องชายก็พบเงื่อนงำบางประการที่เกี่ยวข้องกับการเยียวยา เพราะอับดุลกอเดร์ให้ข้อมูลว่า หลังไซกุตรีย์เสียชีวิตเมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2552 พอวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย คือ หัวหน้าหน่วยเฉพาะกิจ (ฉก.) ของทหาร ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร(ผกก.สภ) และนายอำเภอ ในฐานะหัวหน้าฝ่ายปกครอง ได้ลงนามในหนังสือรับรองทันทีว่าไม่รับรองว่า การเสียชีวิตของไซกุตรีย์เป็นสาเหตุมาจากเหตุการณ์ความไม่สงบ
ด้วยเหตุดังกล่าว ทำให้น้องชายไม่ได้รับเงินเยียวยา ทั้งที่ทำงานเป็นข้าราชการครู
สิ่งที่สะดุดใจอับดุลกอเดร์ก็คือ ทำไมหนังสือรับรองจาก 3 ฝ่ายจึงออกมาเร็วนัก ทั้งที่น้องชายถูกยิงเสียชีวิตได้เพียง 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะผู้กำกับการ สภ.รือเสาะที่ลงนามไม่รับรองด้วย ทั้งที่พนักงานสืบสวนสอบสวนผู้ใต้บังคับบัญชา ยังสืบสวนสอบสวน รวมทั้งเก็บรวบรวมวัตถุพยานหลักฐานและพยานบุคคลยังไม่เสร็จ!
“ตอนที่ตำรวจลงไปชันสูตรพลิกศพและเก็บรวบรวมหลักฐาน เขายังบอกผมเลยว่า ให้รวบรวมหลักฐานเพื่อไปขอรับเงินเยียวยาได้เลย”
อับ ดุลกอเดร์ เข้าใจว่ากระบวนการในการรับการเยียวตรงนั้นยังไม่เสร็จสิ้น แต่เขาก็รู้แล้วว่า อะไรเป็นอะไร แต่เหตุใดวันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่าย จึงพร้อมใจกันไม่รับรอง เป็นไปได้อย่างไร เหตุใดเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่าย จึงรู้ได้ทันทีว่าไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ความไม่สงบ
ทั้งที่การรับรอง 3 ฝ่าย ต้องดำเนินการภายใน 7 วัน ตามแนวปฏิบัติที่คณะกรรมการนโยบายและอำนวยการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบสืบ เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือ กยต. กำหนดขึ้น
อับดุลกอเดร์ จึงไม่ยอมรับการลงนามไม่รับรองของเจ้าหน้าที่ทั้ง 3 ฝ่ายดังกล่าว พร้อมเดินหน้าต่อสู้เพื่อเรียกร้องความเป็นธรรมดังกล่าว ด้วยการเดินทางไปร้องเรียนต่อศูนย์ทนายความมุสลิมจังหวัดนราธิวาส ทางศูนย์ทนายความมุสลิมจึงได้ทำหนังสืออุทธรณ์การรับรอง 3 ฝ่ายดังกล่าว ต่อศูนย์ช่วยเหลือเยียวผู้ได้รับผลกระทบประจำอำเภอรือเสาะ
ผ่านไปอีกหนึ่งปี อับดุลกอเดร์ได้ติดตามผลการอุทธรณ์ แต่ก็ไม่พบความคืบหน้าใดๆ วันที่ 9 มีนาคม 2553 อับดุลกอเดร์จึงได้ทำหนังสืออุทธรณ์อีกครั้ง โดยส่งไปที่นายอำเภอรือเสาะ เพื่อส่งต่อไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส
ผ่านไปอีก 5 เดือน ล่าสุดเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2553 อับดุลกอเดร์จึงตัดสินใจโทรศัพท์สอบถามไปยังนายอำเภอรือเสาะ เพื่อติดตามความคืบหน้าอีกครั้ง ได้รับคำตอบจากนายอำเภอรือเสาะว่า หนังสือถูกส่งต่อไปแล้ว จึงไม่ทราบความคืบหน้าใดๆ ว่า และไม่ทราบว่าหนังสือร้องเรียนถูกส่งไปให้ใคร
ท่ามกลางความผิดหวัง อับดุลกอเดร์รู้สึกเหมือนถูกฟ้าผ่าลงกลางใจซ้ำอีกครั้ง เมื่อได้รับจดหมายจาก ‘นาย โสภณ ทิพย์บำรุง’ อัยการผู้เชี่ยวชาญพิเศษ สำนักงานอัยการเขต 9 รักษาการในตำแหน่งอัยการจังหวัดนราธิวาส ลงวันที่ 12 พฤษภาคม 2553 ส่งถึงผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรรือเสาะ ระบุว่า ขอให้งดการสืบสวนสอบสวนคดีนี้ เพราะไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดกระทำความผิด!
ทั้งที่คดีนี้ มีพยานวัตถุที่ตำรวจเก็บได้ คือ ปลอกกระสุนขนาด 5.5 มม.จำนวน 4 ปลอก ปลอกกระสุนอาก้า จำนวน 30 ปลอก และเศษหัวกระสุนจำนวน 2 ชิ้น อีกทั้งเขายังสามารถชี้ตัวผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ก่อเหตุและผู้ลงมือยิงได้ โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่ซัดทอดไปถึงผู้บงการด้วย
อับ ดุลกอเดร์ อ่านจดหมายด้วยความมึนงง แทบไม่เชื่อสายตาตนเอง เป็นได้ได้อย่างไร ที่อัยการจังหวัดนราธิวาส สั่งให้หยุดสืบสวนคดีนี้ เพราะไม่ปรากฏว่ามีผู้ใดกระทำความผิด!
แม้คดียังมีอายุความอีกยาวนาน แต่ทุกวันนี้ อับดุลกอเดร์ วัย 37 ปีต้องอยู่อย่างหลบๆ ซ่อนๆ ภายใต้การคุ้มครองของดีเอสไอ อย่างไม่รู้อนาคตว่าจะเป็นอย่างไร
แม้ วันนี้ เขาไม่อาจกลับไปทำหน้าที่ครู ซึ่งเป็นอาชีพที่เขารักได้อีกต่อไป แต่เขาก็ยังรอความหวังการเยียวยาจากรัฐ จากการสูญเสียน้องชายไป ด้วยเงินช่วยเหลือเยียวยาก้อนหนึ่งอย่างใจจดใจจ่อ
น.ส.ปรีดา ทองชุมนุม เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายและสิทธิมนุษยชน มูลนิธิผสานวัฒนธรรม องค์กรพัฒนาเอกชนที่ให้ความช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้มา นาน ให้ความเห็นกรณีรัฐปฏิเสธการเยียวยาต่อกรณีการตายของนายไซกุตรีย์ว่า มีความขัดแย้งกันชัดเจนในกรณีที่ผู้กำกับการ สภ.รือเสาะที่ลงชื่อไม่รับรอง ทั้งที่ในสำนวนการสอบสวนของเจ้าพนักงานระบุว่า สาเหตุยังอยู่ในระหว่างการสอบสวน
น.ส.ปรีดา บอกว่า ในประเด็นการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากความไม่สงบ ต้องระบุเหตุผลประกอบว่า ทำไมบุคคลผู้นี้จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐ
“ต้อง ระบุเหตุผล ว่า ทำไมจึงไม่รับรองว่าการตายของนายไซกุตรีย์เกี่ยวข้องกับความไม่สงบ แต่เราก็ทำได้แค่เพียง ส่งหนังสืออุทธรณ์ให้และตอนนี้ก็ยังไม่มีหนังสือตอบกลับมา” น.ส.ปรีดา กล่าว
“เป็น เรื่องที่น่า ตกใจมาก ในรายที่รัฐปฏิเสธการเยียวยา ในใบรับรอง ไม่มีเหตุผลมารองรับเลย ทำให้คนที่ได้รับผลกระทบเกิดความรู้สึกไม่เป็นธรรมขึ้นมาทันที ไม่ว่าคนที่ตายจะเกี่ยวข้องหรือไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ไม่สงบจริงๆ ก็ตาม”
น.ส.ปรีดา ให้ข้อสังเกตอีกอย่างว่า กรณีคนไทยพุทธที่เสียชีวิต ส่วนใหญ่จะได้รับการรับรองว่าเป็นเหตุการณ์ไม่สงบ ซึ่งจะทำให้ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐตามมา แต่ถ้าเป็นชาวมุสลิม ถ้าไม่ชัดเจนจริงๆ เจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย จะไม่รับรอง ซึ่งเป็นเรื่องน่าตกใจมาก
น.ส.ปรีดา ฝ่ายกฎหมายของมูลนิธิผสานวัฒนธรรม ได้รับข้อร้องเรียนของมุสลิมเข้ามาเยอะ ทางออกที่ทำได้คือช่วยทำหนังสืออุทธรณ์ให้ แต่ไม่รับประกันว่าจะได้รับการเยียวยาหรือไม่ แต่เป็นสิ่งแรกที่ประชาชนมีสิทธิจะทำ คือ การยื่นอุทธรณ์” น.ส.ปรีดาระบุทิ้งท้าย
แม้ยังไม่รู้ว่าอนาคตการเยียวยาของคนในกระกูล‘เจ๊ะ เต๊ะ’ จะเป็นอย่างไร แต่สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก เมื่อน้องชายอีกคนของอับดุลกาเดร์ ชื่อ ‘อิสรัน เจ๊ะเต๊ะ’ อายุ 31 ปี ซึ่งเป็นอาสาสมัครรักษาอินแดน หรือ อส.ประจำ อำเภอรือเสาะ ถูกคนร้ายไม่ต่ำกว่า 3 คนใช้รถปิกอัพไม่ทราบหมายเลขทะเบียนแล่นติดตามและใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่ม จนเสียชีวิตพร้อมกับ อส.อีกคน คือนายอุเซ็ง ตาดา เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 14 ตุลาคม 2553 ที่ผ่านมา
เหตุเกิดขณะที่นายอิสรันขับขี่รถจักรยานยนต์เดินทางไปทำธุระที่ตลาดเมืองยะลา บนถนนสาย 4066 บริเวณบ้านพงจือนือเระ หมู่ที่ 3 ตำบลกายูบอเกาะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา
ไม่รู้ว่าโศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นกับครอบครัว ‘เจ๊ะเต๊ะ’ ครั้งล่าสุด จะเป็นครั้งสุดท้ายหรือไม่...

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:น้ำท่วม(ปาก)

ที่มา Thai E-News



โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
20-24 ตุลาคม 2553


น้ำท่วม(ปาก)-ชาว โคราชบ่นกันพึมเมื่อนายกฯหุ่นเชิดสมุนรับใช้อำมาตย์ไปตรวจน้ำท่วม โดยตีนไม่เปียกน้ำซักหยด ต้องให้ตำรวจทหารทั้งกองทัพไปลากจูงเรือกับอารักขาให้ แทนที่จะได้ไปช่วยประชาชน แถมพูดให้ชาวบ้านเจ็บใจว่า "ต้องทำใจรับสภาพ" ชาวบ้านก็เลยต้องเอาลูกเล็กเด็กแดงหมูหมาใส่กาละมังหนีน้ำอย่างที่เห็น



***ผู้ประสบภัยการเมืองช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม-คน เสื้อแดง ซึ่งเป็นผู้ประสบภัยทางการเมือง ทั้งโดนไล่ล่า กดขี่ แต่ยังมีกำลังที่จะช่วยเหลือ พี่น้องคนไทยผู้ที่ประสบภัยน้ำท่วม เมื่อวานชาวเสื้อแดงจึงจัดเต๊นท์รับบริจาคของช่วยน้ำท่วมเป็นการด่วน หลังจากเห็นอาการนายกฯหุ่นเชิดไปตรวจน้ำท่วมแล้ว ชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วมลำบากแน่

โดยเมื่อวานตั้งเต๊นท์ที่ อนุสาวรีย์ชัยฯฝั้งโรบินสัน เปิดรับบริจาคถึงสี่ทุ่มแล้วพากันแพ็คของออกเดินทางเมื่อตอนตีสาม เช้านี้สิ่งของถึงมือพี่น้องที่โคราชแล้ว การบริจาคยังมีต่อวันนี้ ขอเน้นๆ กระดาษชำระ-ผ้าอนามัย-น้ำดื่ม -บะหมี่สำเร็จรูป-อาหารแห้ง-นมผงเด็ก-ผ้าอ้อม-ยากันยุง-ถุงก๊อปแก๊ป-ถุงดำ-ยารักษาโรค (ติดตามถ่ายทอดสดเสื้อแดงช่วยน้ำท่วม)

*** "ปรองดองแรนเจอร์" ตอน "เสียดายคนตายไม่ได้ปฏิรูป" ภาพที่ TV Thai รายงาน สด "เวทีปฎิรูปประเทศไทย" ที่ ธรรมศาสตร์ วันที่ 17 ตุลาคมที่ผ่านมา ขณะที่อานันท์ เดินขึ้นบันไดก็มีคนตายตรงบันได และแน่นอนรายชื่อ 92 ศพ ถูกติดตรงบันไดทางขึ้นพร้อมข้อความ "เสียดายคนตายไม่ได้ปฏิรูป" รวมถึงผีหน้า่ขาวก็ถือป้ายข้อความเดียวกัน คนนอนตายเกือบโดนอุ้ม เชิญคลิ้กตามไปดูคลิป***

***คุณสุรชัย ด่านวัฒนานุสรน์ (แซ่ด่าน) แกนนำแดงสยาม จัดกิจกรรมเสวนาเรื่อง"ไล่ล่า(ฆ่า)ตัดตอนด้วยคดีเก่า"ใน วันพุธที่ 20 ตุลาคมนี้ เวลา 13.00 น. ที่ชั้น 5 บิ๊กซี ลาดพร้าว พร้อมกันนั้นจะเปิดแถลงข่าว เรื่องถูกฟ้องดำเนินคดีหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

กลุ่ม ผู้สนับสนุนอาจารย์สุรชัยได้นัดหมายกันในวันพฤหัสบดีที่ 21 ตุลาคมนี้ ในเวลา 09.00 น.ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษกเพื่อร่วมกันให้กำลังใจนายสุรชัยในวันที่อัยการสั่งฟ้องคดี หมิ่นฯ และได้เชิญชวนประชาชนผู้รักความเป็นธรรมร่วมกันให้กำลังใจแก่สุรชัยในวัน เวลาดังกล่าวด้วย จึงขอเชิญผู้ที่รักนับถือญาติมิตร และชาวเสื้อแดงพร้อมกันให้กำลังใจ สะดวกวันนี้หรือพรุ่งนี้ก็เชิญจ้า (ดูรายละเอียดข่าวที่นี่)***

***ดูหนังอินทรีแดง กับ บก.ลายจุดนาย สมบัติ บุญงามอนงค์ หรือ บก.ลายจุด ผู้ริเริ่มกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง จัดกิจกรรมระดมทุนช่วยเหลือผู้ต้องขังจากคดีพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ในต่างจังหวัดและทุนสนับสนุนกิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง วันพุธที่ 20 ตุลาคม 2553 เวลา 20.00 น. ที่ห้างสรรพสินค้าอิมพีเรียลลาดพร้าว (ชมคลิปขำๆบก.ลายจุดเป็นอินทรีแดง )

งานนี้เว็บไซท์โกหกทีวี www.go6tv.com ร่วม กับ บก.ลายจุด จัดฉายภาพยนตร์เรื่องอินทรีแดง ในวันพุธ 20 ตุลาคม รับบัตรหน้างานได้ตั้งแต่เวลา 18.00น. และชมภาพยนตร์ในเวลา 20.00 น. พร้อมกับบก.ลายจุด (อย่าลืมใส่เสื้อแดงตัวเก่งมาดูด้วยกัน)ที่EGVชั้น 6 อิมฯลาดพร้าว

หนังเรื่องนี้เป็นผลงานของผู้กำกับสุดยอดฝีมือ "วิศิษฏ์ ศาสนเที่ยง" ที่ออกมาเตือนสติคนเสื้อเหลืองที่ชอบไล่ชาวบ้านให้ออกจากบ้าน

ลง ทะเบียนรับบัตรชมภาพยนตร์ได้ที่ go6tv Call Center 086-603-8998 ในราคา 100.- บาทเท่านั้น หลังจากนั้น ผู้ที่โทรมาสำรองที่นั่งไม่ทัน สามารถซื้อบัตรได้ที่หน้าโรงภาพยนตร์ ก่อนเวลาฉายจริง จำกัดเพียง 285 ที่นั่ง โดยทางทีมงานจะนำรายได้ไปสมทบให้กับกิจกรรมสนับสนุนประชาธิปไตยต่อไป***


***เชิญชมคอนเสิร์ตเพื่อนถึงเพื่อนเราไม่ทอดทิ้งกัน จากเสธ.แดงถึงเสธ.ดำ ที่สนามโรงเรียนวัดสำโรงใต้ สมุทรปราการ วันที่ 24 ตุลาคมนี้ รายละเอียดตามโปสเตอร์ข้างบน***


*** เมาท์กันสนั่นเมือง-เตรียมตัวพบกับขาเมาท์ประจำเมือง อ้น ชัยนรินทร์,เต้ มดแดง,ป้อม กรองทอง
พร้อมแขกรับเชิญ มาร่วมกัน "เมาท์กระจาย" วันเมาท์ อาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553 เวลาเมาท์ 12.00-17.00 น. สถานที่เมาท์ ชั้น 5 อิมพีเรียล ลาดพร้าว รับประกันความสนุก โหด มันส์ ฮา***

***อาจารย์ชำนาญ จันทร์เรือง แห่ง มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนแจ้งข่าวมาว่า ตามที่อาจารย์สมเกียรติ ตั้งนโมผู้ก่อตั้งเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้เสียชีวิตไปเมื่อสามเดือนก่อน ทำให้การรับบทความได้หยุดชะงักลงชั่วคราว ตอนนี้มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้เริ่มเปิดรับบทความใหม่แล้วทางอีเมล์แอดเดรสใหม่ คือ midnightuniversity@gmail.com โดยจะสามารถเผยแพร่บทความในหน้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้ในราวสัปดาห์หน้า จึงขอแจ้งข่าว ปชส.มาเพื่อทราบโดยทั่วกัน***

***วันที่ 26 ต.ค.นี้ นายบัน คี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น)จะเดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ คนเสื้อแดง ทั้งกลุ่มนักวิชาการ ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุสลายม็อบ จะนัดหมายเพื่อยื่นหนังสืออธิบายเหตุการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นตั้งแต่ เหตุการณ์ 10 เม.ย. มาถึง 19 พ.ค.ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 91 ศพ บาดเจ็บ 2,000 กว่าคนให้นายบัน คี มูน ได้รับทราบ เพราะถือว่าเป็นแขกของประเทศไทย ไม่ใช่แขกของรัฐบาล จึงขอประกาศให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ทราบไว้และอย่าได้ขัดขวาง เพราะเรื่องนี้เราจะใช้เวลายื่นเรื่องเป็นจดหมายทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ไม่เกิน 5 นาที โดยจะมีตัวแทนไม่เกิน 10 คน และจะดำเนินการอย่างสุภาพชนทั่วไป***

***ในโอกาสนี้ประชาชนไทยจะเข้า ยื่นหนังสือร้องทุกข์ให้UNเร่งสอบสวนกรณีสังหารหมู่เสื้อแดง และนำประชาธิปไตยที่แท้จริงคืนสู่ประชาชน จึงขอเชิญเข้าชื่อร่วมลงนาม โดยส่งชื่อ สกุล หน่วยงาน(ถ้ามี)กลับไปยังอีเมล์ arinwan@gmail.com ภายในเที่ยงวันที่ 21 เพื่อรวบรวมรายชื่อส่งต่อUN ล่าสุดยอดผู้ลงชื่อข่าวว่าใกล้หลักหมื่น แต่ยังต้องการเพิ่มจ้า ***

*** งานรวมพลังคนเสื้อแดงยุโรปเดนมาร์กเป็นเจ้าภาพ สถานที่ชุมนุม RÅDHUSPLADSEN โคเปนเฮเกน วันที่ 30ตุลาคม เริ่มงานเวลา 13.00น ร้องเพลงแดงทั่วแผ่นดินร่วมกัน แนะนำตัวแทนของกลุ่มจากประเทศต่างๆทั่วยุโรป มีการแสดงต่างๆร่วมกัน ร่วมรับฟังโฟนอินจาก นายกฯในดวงใจ ทักษิณ ชินวัตร ถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก ร่วมกันทำความสะอาดสถานที่จัดงาน จบงานด้วยเพลง ตะโกนบอกฟ้า และนักสู้ธุลีดิน ประมาณ16.00 น.จบงาน เวลา18.00น รับประทานอาหารร่วมกัน

พบกันวันที่ 31 ตุลาคม สถานที่วัดไทยเดนมาร์ก STENLØSE 8.00 น. รับประทานอาหารเช้า 10.00 น.ทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีอุทิศให้แด่วีรชนผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย***

***ชาวชุมชนบ่อนไก่จัดกิจกรรมรำลึกไว้อาลัยวีรชน 31 ตุลาคมนี้ที่ชุมชนบ่อนไก่ หน้าธ.กรุงเทพฯ สาขาลุมพินี กำหนดการ

15.30 น.พบกันที่บริเวณจัดงาน
16.00 น.ผู้เห็นเหตุการณ์พาไปชี้จุดคนตาย พาผู้สื่อข่าวดูรอยกระสุน เพื่อให้เห็นว่าวิถีกระสุนมาจากฝั่งทหาร
17.10 น.ร่วมกันยืนสงบไว้อาลัยวีรชนผู้เสียชีวิต
15.15 น.ร่วมกันปล่อยลูกโป่ง และผูกผ้าแดงไว้อาลัย สานต่อเจตนารมณ์วีรชน***

***คนเสื้อแดงจัดงาน"คาราวานสินค้าราคาถูกยุคค่าเงืนบาทแข็ง"ที่โครงการเอื้ออาทร บึงกุ่ม จองที่ขายฟรี ติดต่อคุณปุ้ย 082-6301700***


***เวบไซต์www.serichon.com จั ดกิจกรรมโยนโบว์ลิ่ง หา ทุนสนับสนุนวิทยุออนไลน์เสรีชน ที่เมเจอร์โบว์ล ชั้น6 อิมพีเรียล ลาดพร้าว เสาร์ที่ 6 พฤศจิกายนนี้ 09.00-13.00 ค่าสมัครทีมละแค่1500(3ท่านต่อทีม)ชิงถ้วยนายกฯทักษิณ หากหาทีมไม่ได้ เจ้าภาพจัดหาให้ที่หน้างาน (มาท่านเดียวแค่500)ฝีมือไม่เกี่ยว ไม่ต้องพกมา พกมาแค่ความฮากับพกเพื่อนรู้ใจ สมัครหรือขอรายละเอียดที่serichonteam@yahoo.com โทร087-0570640***

***พ.ย.นี้ชมคอนเสิร์ต"ใจประสานใจ"โดยบ้านเลขที่111ที่สมุทรสาคร บัตรราคา 120 บาท ติดต่อร่วมงาน 082-2423794***

***กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย แนวร่วมพลเมืองไทย กลุ่มแดงเชียงใหม่ ร่วมกันจัดงาน"ลอยกระทงรักไทขับไล่อภิสิทธิ์"ขึ้นที่เวียงกุมกาม อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศร่วมงานในวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ เวลา 18.00-23.30น.

โดยจุดหมุ่งหมายของงานให้สะท้อนผลงานอันอัปยศของนายอภิสิท ธิ์เวชชาชีวะ ซึ่งในงานจะมีกิจกรรมแห่กระทงการเมืองเผาอภิสิทธิ์เผา เทียนเล่นไป ปล่อยโคมลอย รำวงย้อนยุค และมีการประกวดนางนพมาศ โดยคนเสื้อแดงจะ ส่งนางนพมาศทุกอำเภอมาประกวดในงาน และจะมีการปราศรัยจากกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และปราศรัยจากกลุ่มเชียงใหม่แดง***

***ท่านที่ชอบบทความวิพากษ์การเมืองให้ถึงราก ตอนนี้เชิญ www.timeupthailand.netเปิดเป็นทางการแล้ว นำทีมโดยจรรยา ยิ้มประเสริฐ เจ้าของบทความร้อน"ทำไมจึงไม่รัก..." ทยอยนำเสนอเรื่องราวและบทความที่พูดเรื่องรากฐานบ้านเมืองกับประชาธิปไตย ***

*** "นิราศรัฐ ก.ไก่: 2542 - 2552"

หนังสือผลงานของ กานต์ ณ กานท์: เขียน
ไชยันต์ รัชชกูล: คำนำเสนอ

จำหน่าย ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 21-31 ตุลาคม 2553 ที่บูธสนพ.อ่าน & สนพ.ฟ้าเดียวกัน บูธ N44 โซน ซี1 และบูธสนพ.ไซเบอร์ฟิชมีเดีย W19 โซนเอเที่ยม อย่าลืมอุดหนุนกวีที่มีจุดยืนฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเข้มข้นคนนี้***

***คุณเคยอ่านหรือยัง วารสาร"อ่าน"ซึ่ง"สิงห์ สนามหลวง"หนอนหนังสือระดับกูรูวงการหนังสือเมืองไทย ยกย่องให้เป็นหนังสือที่เข้มข้นแห่งวงการนักเขียนนักอ่านยิ่งกว่านิตยสาร"โลกหนังสือ"เคยสร้างชื่อไว้ในยุคหลัง 6 ตุลาคม 2519


เอาฉบับล่าสุดการ์ตูนม็อบอำมาตย์นี่ก็เล่นเอา"จุก"ไปเลยหละ...

พบ กับวารสารอ่านและหนังสือเล่มของสำนักพิมพ์อ่านในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 21-31 ตุลานี้ ที่บูธสนพ.อ่าน & สนพ.ฟ้าเดียวกัน บูธ N 44 โซน ซี 1 หรือที่ร้านก็องดิด (ถ.ตะนาว), ร้านศึกษิตสยาม (วัดราชบพิธ), ร้านริมขอบฟ้า (อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย), ร้านโอเดียน สยาม(ใกล้โรงหนังสกาลา), ร้านตะวัน (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ), ร้านเล่า เชียงใหม่ (ถ.นิมมานฯ), ร้านสามัญชน เชียงใหม่ (คาร์ฟู หางดง) ***

*******
มวลชนเสื้อแดงไม่นั่งงคอยความยุติธรรม พวกเขาออกปฏิบัติการตามล่าหามันให้เจอ
เชิญร่วมโครงการเส้นทางสีแดงจากคลองเปรมสู่11จังหวัดอีสาน860กม. เยียวยา+ตามหายุติธรรม


โครงการ เส้นทางสีแดง (Red Path Project)ขอเชิญร่วมขบวนเดินเท้า และปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯสู่อีสาน นำกำลังใจและความช่วยเหลือสู่พี่น้องเสื้อแดงอีสาน 11 จังหวัด 860 กม. 31ต.ค.-30 พย.นี้ แวะเยี่ยมผู้ต้องขัง ร่วมทำกิจกรรมผูกผ้าแดง วางดอกไม้แดงหน้าเรือนจำ นำเงินทองสิ่งของบริจาคมอบให้พี่น้องเสื้อแดง เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำนปช.ฯลฯ และรณรงค์สู่ระดับนาชาติ


โครงการ เส้นทางสีแดง (Red Path Project) เป็นโครงการด้านมนุษยธรรมเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสังหารหมู่ใน วันที่ 10 เมย.และ 13-19 พค.ที่รัฐบาลกระทำต่อประชาชนชาวไทยที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา โครงการนี้ดำเนินการโดยไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดๆ

โดยโครงการ นี้มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำนปช.และผู้ต้องขังในคดี ชุมนุม เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการปฏิบัติ 2 มาตรฐานทางกฏหมาย และเรียกร้องให้นานาชาติได้หันมาตระหนักและให้ความสำคัญเกี่ยวกับการละเมิด สิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงหลังรัฐประหาร 19 กย. 2549

โครงการนี้มี คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ (แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง) และอาจารย์ธิดา โตจิราการ เป็นที่ปรึกษาโครงการในประเทศไทย และมีคุณพอร์แชล คอนเนอร์ (อดีตนายทหารบกออสเตรเลียที่ถูกจับกุมคุมขังและถูกซ้อมอย่างทารุณในเรือนจำ คลองเปรม) เป็นสมาชิกกลุ่มและที่ปรึกษาโครงการในต่างประเทศ

โครงการ เส้นทางสีแดงประกอบด้วยคนเสื้อแดงที่รักความเป็นธรรมและมีความมุ่งมั่นที่จะ นำน้ำใจและความช่วยเหลือมอบให้แก่พี่น้องเสื้อแดงที่อีสานซึ่งได้รับผลกระทบ จากการสังหารหมู่ มากที่สุด คนเสื้อแดงในภาคอีสานจำนวนมากถูกสังหาร บาดเจ็บ พิการ และสูญหายอีกจำนวนมาก สมาชิกโครงการจะร่วมกันเดินเท้าและปั่นจักรยานเพื่อไปเยี่ยมเยียน เยียวยา และให้กำลังใจบุคคลที่น่าเห็นใจเหล่านี้ได้มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป และไม่ย่อท้อที่จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงที่พวกเขาโหยหามาชั่ว ชีวิต

ขบวนเดินทางจะเริ่มออกเดินทางในวัน อาทิตย์ที่ 31 ตค. เวลา 13.00 น.ที่ราชประสงค์โดยจะปั่นจักรยานและเดินเท้าไปเรือนจำคลองเปรมเพื่อทำการ วางดอกไม้แดงและปล่อยนกพิราบเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ โครงการนี้จะเดินทางด้วยระยะทางกว่า 900 กม. ผ่าน 12 จังหวัดในภาคอีสาน ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 31 วันโดยประมาณ

พบกันอาทิตย์ 31 ตค.ที่ราชประสงค์ครับ !

จุดประสงค์ของการเดินทางเพื่อ :

1. เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำนปช.และผู้ต้องขังคดีชุมนุมทั่วประเทศ
2. ต่อต้านระบบ 2 มาตรฐานทางกฏหมาย
3. เรียกร้องให้นานาชาติตระหนักถึงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงหลังรัฐประหาร 19 กันยา 49


โครงการ นี้มีภารกิจที่จะรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขัง และครอบครัวผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ พิการ ส่งมอบให้กับคณะกรรมการกาชาดสากล (International Committee of the Red Cross : ICRC) เมือสิ้นสุดโครงการ เพื่อให้องค์กรต่างชาติได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและเยี่ยวยาบุคลลเหล่านี้ และเพื่อให้ต่างชาติได้ตระหนักถึงภัยของการรัฐประหาร และปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย

ระยะเวลา : 31ตุลาคม-30 พย. 2553

เส้นทาง : กรุงเทพฯ (เริ่มจากเรือนจำคลองเปรม) ไปปทุมธานี อยุธยา สระบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น(บ้านไผ่) มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธ์ สกลนคร อุดรธานี หนองคาย (สิ้นสุดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว)

รวมระยะทาง : 900 กม.

โดย กลุ่มเส้นทางสีแดง ( Red Path Group : RPG )


โครงการ นี้มีบก.ลายจุด-คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ และอาจารย์ธิดา โตจิราการ เป็นที่ปรึกษา และมีคุณ David Conor Purcell เสื้อแดงชาวออสเตรเลียที่ถูกจับกุมคุมขังนาน3 เดือน และได้เดินทางกลับประเทศออสเตรเลีย เป็นสมาชิกของทีม และเป็นที่ปรึกษา

ขณะนี้โครงการดังกล่าวได้ประชาสัมพันธ์โครงการต่อพี่น้องเสื้อแดงที่อยู่ออสเตรเลีย เพื่อระดมทุนช่วยเหลือสนับสนุนโครงการ

ท่านจะเข้าร่วมโครงการได้อย่างไร?-โครงการ นี้ต้องการคนเสื้อแดงที่จะเข้าร่วมเดินทางนำน้ำใจและความช่วยเหลือไปสู่พี่ น้องเสื้อแดงอีสานตามรายละเอียดข้างต้น โดยขอความกรุณากระจายข่าวนี้ออกไปด้วย

ผู้ที่สนใจขอให้ติดต่อคุณฟอร์ด ได้ทางอีเมล์ red_truth_only@hotmail.co.th หรือที่ 081-5836964 หรือ Face Book ของ 'เรด ทรู้ธ'

ระหว่างการเผยแพร่คลิปกับเนื้อหาที่พูดคุยกันนั้น อย่างไหนมันชั่วกว่ากันแน่ ???

ที่มา Thai E-News

โดย คุณ Bugbunny
ที่มา เวบบอร์ด internetfreedom
20 ตุลาคม 2553

ไม่ ต้องกล่าวถึงการผิดกฎหมาย เพราะเนื้อหาข้อความที่พูดคุยกันนั้น มันเข้าองค์ประกอบการเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ผิดกฎหมายในระดับมหันตโทษชัดเจนอยู่แล้ว ส่วนการเผยแพร่ข้อมูลการสนทนาอันอัปรีย์เหล่านั้น อย่างมากก็เพียงเข้าข่ายละเมิดและหมิ่นประมาท เป็นลหุโทษ

ปัญหามัน คือความอัปรีย์ต่างหาก พอจับได้คาหนังคาเขา หลักฐานชัดเจนทุกเนื้อถ้อยกระทงความ ก็มั่วซั่วถูไถ กลับมาข่มขู่ว่าผู้นำเอามาเผยแพร่นั้นทำผิดกฎหมาย ให้จัดการจับกุมมาดำเนิคดี แล้วเนื้อหาข้อมูลที่พูดคุยกันเล่า ไม่ถือว่าผิดกฎหมายหรือ เหมือนเนื้อหาที่นายวิรัชคุยกับนาย พ.นั่นแหละ มันผิดทั้งกฎหมายและจริยธรรม พยายามอ้างว่าจัดฉาก แต่ไม่ยอมกล่าวถึงเนื้อหาที่คุยกัน ทั้ง ๆ ที่มันชัดเจนทุกเนื้อถ้อยกระทงความจนมนุษย์ในสังคมเขารับกันไม่ได้ ความชั่วไม่ใช่การเอาเนื้อหามาเผยแพร่ แต่อยู่ที่เรื่องซึ่งพูดคุยกัน

หยุด ข่มขู่ประชาชนเสียที เชิญทั้งแก๊งค์โดยเฉพาะไอ้คนที่ใครก็เรียกว่า จัญไร นั่นแหละ ออกมาเดินถนนแบบไม่มีคนคุ้มกันให้ดูหน่อยสิ แล้วฟังด้วยทุกรูหูให้ชัดเจนว่าคนเขาเรียกพวกคุณว่าอะไร

ไม่มีครั้ง ไหนอีกแล้วที่กระบวนการยุติธรรมไทยตั้งแต่อภิวัฒน์ 2475 เป็นต้นมาจะตกต่ำไปกว่านี้ ขนาดเอแบคโพลในอาณัติของผู้ทรงอำนาจ ยังต้องกล้ำกลืนประกาศผลการสำรวจว่า ภาพพจน์ของวงการนี้มันต่ำเตี้ยขนาดไหน นี่ขนาดช่วยกันเต็มที่แล้ว

ถ้ายังมียางอายและความเป็นคนเหลือกัน อยู่ บ้าง ทุกคนที่ปรากฏในคลิปนี้ ต้องออกไปจากตำแหน่งหน้าที่กันทั้งหมดได้แล้ว แต่อย่างว่านั่นแหละ วันนี้มันเป็นยุคของพวกหน้าหนาใจสัตว์ ชั่วกว่านี้ขนาดฆ่าคนนับร้อยกลางมหานครมันยังทำกันได้ แค่นี้ไอ้พวกหน้าหนาใจสัตว์ทั้งโคตรมันคงไม่สะทกสะเทือนหรอก

ลูกหลานที่สืบเชื้อสายรับรู้ไว้ด้วยว่า บุพการีของพวกคุณมันทำลายเกียรติยศของวงศ์ตระกูลจนพินาศป่นปี้ไปหมดแล้ว เพราะลาภยศเงินทองที่มหาอำมาตย์ประเคนให้ ในยามที่คนไทยทั้งประเทศ จะมีแต่ก่นด่าสาปแช่งโคตรตระกูลคนพวกนี้ไปอีกหลายชั่วอายุคน