ที่มา มติชน ถึง เวลานี้ อาจจะยังไม่รู้ว่า ใครเป็นเหยื่อใคร กรณีการเผยแพร่คลิปที่พรรคเพื่อไทยอ้างว่า เป็นการต่อรองในคดียุบพรรคประชาธิปัตย์ซึ่งศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินภายในปลาย ปี 2553 หรือแค่เล่นบท"จ่าเฉย"เพื่อเอาตัวรอดไปเรื่อยๆเท่านั้น
ชัช ชลวร 
พสิษฐ์ ศักดาณรงค์(คนขวา)
โดย ประสงค์ วิสุทธิ์
แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือของทั้งองค์กรและผู้บริหารระดับสูงในศาลรัฐธรรมนูญได้เป็นอย่างดี
ความจริงแล้ววิกฤตที่เกิดขึ้นกับศาลรัฐธรรมนูญมิได้เพิ่งเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก ในช่วงตัดสินคดี"ซุกหุ้น"ของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2544
พฤติการณ์ของตุลาการบาง(หลาย)คนและกระบวนการในการวินิจฉัยคดีที่"ไร้มาตรฐาน"ทำลายความน่าเชื่อถือของศาลรัฐธรรมนูญมาแล้ว
แต่ น่าเสียดาย มิได้ทำให้ผู้บริหารระดับสูงของสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการบางคนสำนึก ที่ช่วยกันสร้างองค์กรให้มีเข้มแข็งน่าเชื่อถือต่อสาธารณะ
หลังจากการตัดสินคดี"ซุกหุ้น"ผ่านมา 10 ปี คนในศาลรัฐธรรมนูญได้ก่อวิกฤตขึ้นภายในองค์กรอีกครั้งหนึ่ง
การที่นายชัช ชลวร ประธานศาลรัฐธรรมนูญ สั่งปลดนายพสิษฐ์ ศักดาณรงค์ ออกจากตำแหน่งเลขานุการฯ หลังจากที่ก่อเหตุการณ์อื้อฉาวแอบอ้างตำแหน่งเลขานุการประธานศาลฯไปเจรจาต่อ รองกับ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์เรื่องคดียุบพรรค เป็นสิ่งที่ถูกต้องแล้ว
แต่ คำถามที่เกิดขึ้นทันทีคือ นายชัชควรแสดงความรับผิดชอบ(มากกว่านี้)อย่างไร เพราะนายพสิษฐ์ เป็นบุคคลที่นายชัชแต่งตั้งให้เป็นเลขานุการตามระเบียบศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยการแต่งตั้งเลขานุการประธานศาลรัฐธรรมนูญและตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2551 ซึ่งให้"เอกสิทธิ์"นายชัชที่จะแต่งตั้งใครก็ได้ เพราะต้องเป็นบุคคลที่ไว้วางใจ(สามารถปลดออกและพ้นตำแหน่งพร้อมประธานศาลฯ)
เมื่อ อยู่ในตำแหน่งเลขานุการฯ นายชัชได้มอบหมายให้นายพสิษฐ์ เป็นตัวแทนในภารกิจหลายอย่าทั้งภายในและภายนอกซึ่งนายพสิษฐ์เองก็ได้แสดง บทบาทอย่างเต็มที่ ทำให้ผู้บริหารสำนักงานศาลอย่างเลขาธิการฯเองก็ให้ความเกรงใจ และสามารถใช้อำนาจดึงสาวคนสนิทในสำนักงานมาอยู่หน้าห้องประธานศาลได้ด้วย
ดัง นั้น การที่นายพสิษฐ์อ้างตำแหน่งเลขานุการฯพูดคุยเรื่องคดียุบพรรคกับ ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์(ตามเสียงในคลิป)ย่อมทำให้บุคคลภายนอกเข้าใจได้ว่า นายพสิษฐ์มาในฐานะตัวแทนประธานศาลฯได้
แต่น่าแปลกคือ ไม่ค่อยมีใครทราบประวัติความเป็นมาของนายพสิษฐ์มากนัก(ยกเว้นตามคำบอกเล่าของตัวเองซึ่งแสดงถึงความเก่งกาจ) เช่น เปลี่ยนชื่อกลับไปกลับมาถึง 6 ครั้งอย่างพิสดารจาก "กมษศักดิ์ชนะ" เป็น "ชนะ-เกษมศักดิ์ชนะ-พสิษฐ์-กันตินันทน์-พสิษฐ์ "
ที่ รู้กันทั่วไปคือ นายชัชหอบหิ้วมาทำงานที่ศาลรัฐธรรมนูญเมื่อได้รับตำแหน่งประธาน ทั้งที่นายพสิษฐ์จบมาทางด้านกายวิภาคศาสตร์จากมหาวิทยาลัยรังสิต มิใช่ด้านกฎหมายที่น่าจะช่วยงานด้านวิชาการได้มากกว่า
เมื่อนายพสิษฐ์เป็นคนสนิท"ส่วนตัว" ก่อเรื่องขึ้น แทนที่นายชัชจะออกมาแถลงชี้แจงด้วยตนเอง กลับให้ตุลการ 5 คนซึ่งมิได้เกี่ยวข้องด้วย(ยกเว้นกรณีมีการแอบถ่ายคลิปในห้องประชุม)มาแถลง ปลดนายพสิษฐ์ออกจากตำแหน่งทั้งที่อำนาจการปลดนายพสิษฐ์เป็นของนายชัชเพียงคน เดียว(ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า ตุลาการ5คนออกมารับหน้าแทนทำไม?)
หรือ นายชัช ไม่มีความกล้าหาญเพียงพอที่จะสู้หน้าสาธารณชน คิดว่า การหลบหน้าหลบตาจะทำให้เรื่องเงียบไปกับสายลม แล้วไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ
ที่สำคัญการดำเนินการกับนายพสิษฐ์เป็นไปอย่างกล้าๆกลัวๆ เพราะมีข่าวว่า นาย พสิษฐ์เดินทางไปต่างประเทศด้วยหนังสือเดินทางของราชการ เมื่อถูกปลดจากตำแหน่งด้วยข้อกล่าวหารุนแรง ทำไมสำนักงานศาลรัฐธรรมนูญไม่ทำเรื่องถึงกระทรวงการต่างประเทศให้เพิกถอน หนังสือเดินทางราชการของนายพสิษฐ์
ขณะที่นายชัชเองก็ถูกสาธารณชนตั้งคำถามถึง"ความเที่ยงธรรม"ในการตัดสินคดีจากการกระทำของนายพสิษฐ์
ดังนั้นการปลดนายพสิษฐ์ จึงไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดความเชื่อถือต่อตัวนายชัชได้ ตัวอย่างเช่น ถ้านายชัชตัดสินให้ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะถูกกล่าวหาว่าต่อรองกับพรรคประชาธิปัตย์ไม่ลงตัว
ถ้าตัดสินว่าไม่ยุบพรรคประชาธิปัตย์ ก็จะถูกกล่าวหาว่า ต่อรองกับพรรคประชาธิปัตย์เรียบร้อยแล้ว
ดังนั้น ถามว่า ความรับผิดชอบของนายชัชควรอยู่ในระดับใด
ถ้าเอาระดับสูงสุด ควรลาออกจากตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
ระดับรองลงมา ควรลาออกจากประธานศาลรัฐธรรมนูญ แต่ยังเป็นตุลการอยู่
ระดับต่ำสุด ควรถอนตัวจากองค์คณะคดียุบพรรค
การตัดสินใจของนายชัชจะแสดงถึงสปิริตของคนที่เป็นประธานศาลรัฐธรรมนูญและนักกฎหมายดีเด่นรางวัลศาสตราจารย์สัญญา ธรรมศักดิ์
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Saturday, October 23, 2010
สปิริตประธานศาล รธน.หรือแค่"จ่าเฉย"
พท.เสนอรัฐออกเช็คเยียวยาน้ำท่วม ครอบครัวละ 5,000 บาท
ที่มา ข่าวสด

ภาพ : สุชาติ ธาดาธำรงเวช
วันที่ 22 ต.ค. ที่พรรคเพื่อไทย คณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย
นำโดยนายสุชาติ ธาดาธำรงเวช อดีตรมว.คลัง
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรมช.คลังและ
นายคณวัฒน์ วศินสังวร
ร่วมแถลงข่าวโดยนายสุชาติ กล่าวว่า
พรรคเพื่อไทยขอเสนอมาตรการเพิ่มเติมต่อรัฐบาล 3 ประการ คือ
1.เพื่อช่วยเหลือครอบครัวผู้ประสบภัยเป็นการเร่งด่วนหลังน้ำลด
รัฐบาลควรออก “เช็คเงินสดฉุกเฉินช่วยผู้ประสบอุทกภัย 53”
ผ่านธนาคารของรัฐ เช่น
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.)
ธนาคารออมสิน
ให้ครอบครัวละอย่างน้อย 5,000 บาทเพื่อเป็นค่าจับจ่ายใช้สอย
หากประเมินจากตัวเลขผู้ประสบภัยประมาณ 400,000 ครอบครัว
จะเป็นเงินงบประมาณ 2,000 ล้านบาท
โดยให้รัฐบาลปรับลดงบประมาณที่ไม่จำเป็นลง เช่น
ป้ายโฆษณาประชาสัมพันธ์ของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ
และปรับโครงสร้างงบประมาณรัฐบาล
และรัฐวิสาหกิจในงบการก่อสร้างที่อาจไม่ได้ทำแล้ว
เนื่องจากพื้นที่หลายแห่งได้ถูกน้ำท่วม นอกจากนี้มาตรการความช่วยเหลือต่างๆ
ของหน่วยงานรัฐ เช่น การลดดอกเบี้ย พักชำระหนี้
ความช่วยเหลือเหล่านี้ต้องไม่น้อยกว่าเดิมจากที่รัฐบาลในอดีตกำหนดไว้
2. ให้รัฐบาลจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ปัญหาน้ำท่วม
ที่ร่วมกำหนดแนวทางการทำงาน ลดความซ้ำซ้อน และบูรณาการร่วมกันและ
3.รัฐบาลต้องดูแลราคาสินค้าไม่ให้เกิดภาวะข้าวยากหมากแพงในช่วงหลังน้ำลด
โดยให้กระทรวงพาณิชย์เตรียมการจัดหาสินค้าที่จำเป็นให้มีความเพียงพอ
และจัดหายารักษาโรคและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอ
เพื่อเตรียมป้องกันโรคระบาดที่จะตามมา
ภาพสายลมรัก,ลุงจุกฯลฯไปแจกของที่ลพบุรี
ที่มา thaifreenews
โดย หงส์ศาลาแดง
มาช้าไปหน่อยครับ
ต้องไปช่วยพี่สาวขนของหนีน้ำ
ตอนนี้เกือบถึงเอวแล้ว
ไปแจกของงวดนี้ ดีมากครับ
พี่น้องที่มารับของแจก
ส่วนมากๆดีใจที่รู้ว่าเป็นเสื้อแดงมาแจก
เราแจกทุกสีไม่มีแบ่งแยก
เริ่มขบวนแต่เช้า ผมรอที่แยกอ่างทอง
มีพี่เจี็ยบคนสวยอาจารน์แดงพี่กระเพราน้องมดดำและอีกท่านจำชื่อไม่ได้(ขออำภัย)
ไปกันที่ลพบุรี จุดแรกเป็นหมู่บ้านใหญ่จมหมดเกลี้ยง
บ่นชลประทานและเทศบาลไม่เตือนล่วงหน้าให้มีเวลาขนของหนีน้ำ
เสียหายกันเยอะ
จุดที่ 2 ไปที่ป่าหวาย มีบางส่วนที่ยังเข้าไปช่วยไม่ได้
เพราะกระแสน้ำแรง หวังว่าคงจะฮอ.ไปแจกของบ้าง
ไม่ไช่เอามาบินวนดูเสื้อแดงอย่างเดียว
เข้าไปถึงในหมู่บ้านได้ต้องขอบคุณ
เทศบาลลพบุรีและพนักงานดับเพลิง
ที่เอื้อเฟื้อเรือท้องแบน และบริการลากเข้าไปด้วย
ส่วนผมต้องไปช่วยพี่สาวย้ายของก่อนครับ
4 - 5 ภาพสุดท้ายคือที่อ่างทอง
ข้างบ้านพี่สาวตอนนี้พังแล้วครับ


พี่สายลมรัก บอกว่าไม่หลอไม่เท่ ห้ามลง




เตรียมแจกข้าวกล่อง


ขนของลงเรือ มีมดดำตามไปแจก


ย้ายมาป่าหวาย
่
เป็นธรรมมดาครับคนหนุ่ม(น้อย)ค่อยๆย่อง 


ขอบคุณ พตอ.ชูเกียรติ ด้วงชนะแกนนำลพบุรีคอยช่วยประสาน(ใส่หมวก)
เสื้อแดงสวยๆทั้งนั้น













ผมสังเกตท่ายืนพี่สายลมรัก
ประมาณว่า ไทเกอร์ วู๊ดส์กำลังเล็งกรีน 


ชนของลงเรือ ขอบคุณดับเพลิงเทศบาลลพบุรีครับ






















