ที่มา มติชน
โดย นิธิ เอียวศรีวงศ์
หาย นภัยน้ำท่วมครั้งนี้สร้างความเสียหายมโหฬาร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์แถลงว่ามีพื้นที่การเกษตรเสียหายไปแล้ว 4 ล้านไร่ ยังมีพื้นที่เขตเมืองที่ถูกน้ำท่วมอย่างหนักอีกหลายแห่ง ที่กล่าวขวัญกันมากคือโคราชจมน้ำไปทั้งเมือง (และจะตามมาด้วยเมืองอื่นตามลำน้ำมูล กว่าที่น้ำจะไหลลงแม่น้ำโขงได้) เมืองใหญ่ในลุ่มเจ้าพระยาได้สร้างพนังกั้นน้ำไว้แล้ว จึงอาจไม่จมทั้งเมืองอย่างโคราช แต่ชนบทที่รายรอบเมือง รวมทั้งเมืองเล็กที่ไม่มีพนังกั้นน้ำ ก็จะเผชิญกับการเอ่อล้นของแม่น้ำเจ้าพระยาในอนาคตอันใกล้นี้ 
คำ อธิบายภัยธรรมชาติครั้งนี้คือ ปรากฏการณ์ลานิญามาเร็วกว่าที่เคย ทำให้ปลายฤดูฝนกลับมีฝนตกชุกอย่างที่ไม่เคยเป็นมา ผลก็คือน้ำบนภูเขาทะลักลงมาอย่างรวดเร็วเกินกว่าจะรับมือทัน
คำ อธิบายนี้คงไม่ผิดในตัวเอง แต่ไม่ได้ตอบปัญหาความเสียหายที่เกิดขึ้นทั้งหมด เพราะฝนมากและถี่อย่างเดียวไม่เพียงพอจะอธิบายได้ ส่วนใหญ่ของความเสียหายเกิดจากการจัดการ ไม่ใช่เกิดจากน้ำ ความล้มเหลวในการจัดการนั้นไม่เฉพาะแต่การจัดการน้ำเท่านั้น แต่รวมถึงการจัดการอื่นๆ ที่ไม่ใช่น้ำอีกมากมายหลายอย่าง
ที่ พูดกันมากก็คือ น้ำท่วมเกิดจากความสูญเสียพื้นที่ป่า ซึ่งจะสามารถซับน้ำให้ไหลลงจากภูเขาช้าลง (ข้อมูลเกี่ยวกับประโยชน์ของป่าในแง่นี้ยังถกเถียงกันอยู่ในวงวิชาการ เพราะมีบางทรรศนะที่เห็นว่าป่าไม่สามารถทำหน้าที่ซับน้ำในลักษณะนี้ได้เลย) แต่การสูญเสียพื้นที่ป่า ไม่ได้เกิดจากผู้คน (ทั้งนายทุนและชาวบ้าน) เข้าไปบุกรุกป่าเท่านั้น แท้จริงแล้วดูจะเป็นนโยบายของรัฐที่จะส่งเสริมโดยทางอ้อมให้เกิดขึ้นด้วย
พืชเศรษฐกิจซึ่งทำเงินหล่อเลี้ยงการพัฒนาในระยะต้นนั้น จำเป็นต้องเปิดพื้นที่ป่าและจำนวนมากเป็นพื้นที่ "ชายขอบ" ของการเกษตร เพราะกำไรจากการปลูกพืชเศรษฐกิจมีน้อยมาก จนเกินกว่าใครอยากจะลงทุนกับปัจจัยการผลิตคือที่ดินมากนัก ฉะนั้นผู้คนจึงบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ "ป่า" โดยจับจองหรือซื้อต่อจากรายอื่นในราคาไม่แพงนัก ในที่สุดก็สูญเสียที่ดินนั้นไปให้แก่ผู้อื่น เพราะความผันผวนของราคาพืชผล และการถูกเอาเปรียบในทางเศรษฐกิจอย่างหนัก ทำให้ไม่สามารถตั้งตัวกับพืชเศรษฐกิจได้ บ้างก็รุกป่าต่อไป บ้างก็หันเข้าเมืองเพื่อหาอาชีพรับจ้าง
นโยบายของรัฐในระยะหลังคือ การปลูกพืชเศรษฐกิจที่คาดว่าสามารถทำกำไรได้ดี โดยเฉพาะยางพารา ผลคือพื้นที่ไร่ซึ่งโค่นถางป่าจนเรียบราบไปแล้ว ถูกเปลี่ยนมาปลูกพืชเชิงเดี่ยวกันมากขึ้น แม้เป็นไม้ใหญ่ แต่พืชเชิงเดี่ยวที่หยั่งรากลงดินในระดับเดียวกัน ทำให้เกิดดานที่ราบเรียบเสมอกันใต้พื้นดิน เมื่อโดนฝนกระหน่ำลงเป็นเวลานาน ดินผิวหน้าก็เลื่อนไหลลงจากดานกลายเป็นดินถล่ม สร้างความเสียหายแก่พื้นที่เบื้องล่าง ซึ่งมักเป็นชุมชนที่อยู่อาศัยอย่างหนัก
ในขณะเดียวกัน รัฐก็ปล่อยให้การถือครองที่ดินเป็นการเก็งกำไรทางเศรษฐกิจที่มั่นคงปลอดภัย และคุ้มทุนที่สุด ทำให้คนมีทรัพย์นิยมที่จะลงทุนถือครองที่ดิน อาจใช้ประโยชน์ในธุรกิจท่องเที่ยว หรือถึงไม่ทำอะไรเลย ก็คาดหวังได้ว่าจะทำกำไรในตอนขายได้มาก
ตราบเท่าที่นโยบาย การเกษตรและการจัดการที่ดินยังเหมือนเดิม ป่าก็ต้องสูญเสียพื้นที่ต่อไป ไม่ว่าจะกวดขันให้เจ้าหน้าที่ที่ดินและป่าไม้เข้มงวดสักเพียงไร และปรากฏการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่าง, ภาคกลางและภาคอีสานก็จะเกิดขึ้นเป็นประจำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เขื่อน และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อตอนจะสร้างก็มักให้เหตุผลไว้ข้อหนึ่งว่า ป้องกันน้ำท่วม แต่น้ำท่วมทุกครั้งรวมทั้งครั้งนี้ พิสูจน์ซ้ำแล้วซ้ำอีกว่า เขื่อนและอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ไม่สามารถแก้ปัญหาน้ำท่วมได้ ในครั้งนี้ เขื่อนหลายต่อหลายแห่งต้องรีบปล่อยน้ำลงมาซ้ำเติม เพราะเสี่ยงที่จะเกิดเขื่อนแตก (และเขื่อนเอกชนของสนามกอล์ฟแห่งหนึ่งก็แตกจริงๆ ด้วย ก่อความเสียหายแก่ชาวบ้านอย่างหนัก แต่จนบัดนี้ยังไม่สามารถเอาเจ้าของเขื่อนมารับผิดชอบได้) บางท่านอาจจะกล่าวว่า เพราะเขื่อนไม่รีบพร่องน้ำไว้ก่อน ทำให้ไม่สามารถรองรับน้ำฝนหนักในปลายฤดูได้ แต่กระบวนการตัดสินใจพร่องน้ำ พร่องมากน้อยเพียงไร พร่องช่วงไหน ฯลฯ นั้น เป็นอย่างไร มีข้อมูลหรือประสิทธิภาพเพียงใด ไม่มีใครทราบ แต่ที่แน่นอนก็คือขาดการประสานความรู้ของหน่วยงานต่างๆ เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อการตัดสินใจที่ถูกต้อง
อันที่จริง เขื่อนจำนวนมาก ไม่ได้สร้างขึ้นเพื่อจัดการน้ำ แต่สร้างขึ้นเพื่อกำเนิดพลังงาน ส่วนใหญ่ไม่ได้มีประสิทธิภาพในการผลิตพลังงานเท่ากับที่อ้างไว้ในแผน เขื่อนเหล่านี้นอกจากสร้างความเสียหายให้แก่ระบบนิเวศอย่างหนัก จนทำให้ไม่คุ้มทุนในการก่อสร้าง ยังเป็นตัวระบายน้ำลงมาซ้ำเติมในขณะที่เกิดฝนชุกอีกด้วย บางครั้งก็เพิ่มพลังการผลิตโดยไม่แจ้งล่วงหน้าแก่ประชาชนท้ายเขื่อน
แต่ เขื่อน - ไม่ว่าจะสร้างเพื่อจัดการน้ำ หรือกำเนิดพลังงาน - เป็นโครงการที่ทุจริตได้ง่ายที่สุด ฉะนั้นจึงมีเสน่ห์ดึงดูดให้นักการเมืองและข้าราชการร่วมมือกันผลักดันการ สร้างเขื่อนอยู่ตลอดมา หมดพื้นที่ในประเทศไทยที่จะสร้าง ก็ย้ายไปสร้างในประเทศเพื่อนบ้านคือลำน้ำสาละวินและโขง
นโยบายจัดการน้ำและพลังงานที่มุ่งจะป้อนน้ำและพลังงานให้แก่ภาคอุตสาหกรรมต่างหาก ที่ทำให้น้ำท่วมหนัก
อีก ด้านหนึ่งของความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งสื่อบางชนิดเฝ้าติดตามมาอย่างต่อเนื่อง คือระบบเตือนภัย แม้ว่าน้ำท่วมครั้งนี้ไม่ได้เกิดภัยพิบัติอย่างหนักถึงขั้น "ตายหมู่" แต่ระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพก็สามารถบรรเทาความเสียหายที่เกิดแก่ชาว บ้านได้ รวมทั้งหลีกเลี่ยงความทุลักทุเลของหน่วยงานบางแห่ง เช่น โรงพยาบาล เป็นต้น
หลายชุมชนทั้งในเมืองและนอกเมืองประสบภัยน้ำท่วมครั้งนี้ อย่างแทบไม่รู้เนื้อรู้ตัว บางชุมชนถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิงเพราะอพยพหลบภัยไม่ทัน
อย่างไรก็ตาม ผู้ที่เกี่ยวข้องและสื่อมักจะมองความไร้ประสิทธิภาพของระบบเตือนภัยที่ เทคโนโลยี สิ่งนั้นขาด สิ่งนี้ขาด หากมีเครื่องมือพร้อม ทุกอย่างก็จะดำเนินไปได้ด้วยดี
แต่ความบกพร่องของระบบเตือนภัยไม่ได้ อยู่ที่เทคโนโลยียังไม่พร้อม ที่สำคัญกว่านั้นคือการจัดการต่างหาก เช่นเดียวกับการจัดการทุกอย่างในประเทศไทย ระบบเตือนภัยธรรมชาติของเรามีลักษณะรวมศูนย์เช่นเดียวกัน แม้มีการตั้งมิสเตอร์เตือนภัยขึ้นในบางชุมชนที่ถือว่าเป็นชุมชนเสี่ยง แต่การประสานงานภายในชุมชนเองกลับไม่ช่วยให้มิสเตอร์ทำงานอย่างได้ผล เพราะชุมชนไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นในการจัดระบบเตือนภัยของตนเอง เป็นความคิดและจัดการของราชการฝ่ายเดียว
ยิ่งกว่านี้ หากพิจารณากรณีน้ำท่วม ย่อมเห็นได้ว่าเป็นภัยธรรมชาติที่ระบบเตือนภัยควรมีเครือข่าย กล่าวคือแจ้งเตือนกล่วงหน้าแก่ชุมชนอื่นๆ ได้ตลอดเส้นทางน้ำ เครือข่ายเช่นนี้เกิดขึ้นได้จากการจัดการของชาวบ้านเอง ไม่ใช่คำสั่งของราชการ
ระบบบริหารรัฐกิจของไทย ไม่เฉพาะแต่เรื่องของภัยธรรมชาติ แต่ทุกเรื่อง มีลักษณะรวมศูนย์อย่างแทบจะหาประเทศใดมาเทียบได้ยาก ระบบเช่นนี้เป็นระบบที่ไร้ประสิทธิภาพ และเอื้อต่อการทุจริตฉ้อฉลในทุกรูปแบบ น้ำจะท่วมเมืองไทยไม่เลิก ตราบเท่าที่เรายังรวมศูนย์การบริหารเช่นนี้
มองให้เลยไกลไป จากน้ำ ก็จะเห็นความบกพร่องของระบบที่แฝงอยู่เบื้องหลัง ภัยธรรมชาติทำความเสียหายให้แก่ผู้คนได้ระดับหนึ่ง แต่ภัยสังคมต่างหากที่ทำให้ความเสียหายนั้นขยายตัวอย่างไร้ขีดจำกัด และบั่นทอนพลังของสังคมที่จะฟื้นตัวได้ในเวลาอันสมควร
จำเป็น ต้องกล่าวด้วยว่า สื่อมีส่วนอย่างมากในการทำให้สังคมไทยไม่มองน้ำท่วมมากไปกว่าน้ำ, ลานิญา และพายุฝน ดังนั้น เมื่อน้ำลด "ตอ" ซึ่งคือตัวความบกพร่องของระบบก็กลับจะจมหายลึกลงไปในความไม่ใส่ใจของสังคม รอน้ำระลอกใหม่ที่จะไหลลงมาท่วมท้น จนทำให้สื่อไม่ต้องสนใจ "ตอ" อีกตามเดิม
ไม่ มีสังคมใดในโลกที่ไม่เคยผิดพลาด แต่ทุกสังคมควรมีสมรรถภาพที่จะแก้ไขตัวเองได้ ส่วนหนึ่งที่สังคมไทยไร้สมรรถภาพในแง่นี้ ก็เพราะเรามีสื่ออย่างที่เรามีอยู่ในขณะนี้
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Wednesday, October 27, 2010
น้ำท่วม-ตอผุด
"โสรัจจะ"ทายเสียว!ปี54"หายนะ"กว่าปีนี้ ไทยมีสิทธิ"สิ้นแผ่นดิน?" โลกวิปริตอาเพศใหญ่หลวง ตายเป็นเบือ
ที่มา มติชน กลายเป็นที่ฮือฮาทั่วบ้านทั่วเมือง เมื่อ คำพยากรณ์ที่บ่งบอกความ "หายนะ" หลากหลายด้านในประเทศไทย ของ "โสรัจจะ นวลอยู่" อีกหนึ่งสุดยอดโหราจารย์ชื่อก้อง ที่เปรียบดั่ง "นอสตราดามุสเมืองไทย" ในหนังสือดัง "ศาสตร์แห่งโหร 2553" ได้เกิดเหตุการณ์วิกฤต และความวิปโยคอย่างค่อนข้างแม่นยำและใกล้เคียง จนน่าสะพรึงกลัว ไม่ว่าจะเป็น เหตุวุ่นวายทางด้านการเมืองที่ถึงขั้นนองเลือด สูญเสียชีวิตประชาชนไปเป็นจำนวนไม่น้อย เมื่อช่วงเดือนเมษายน-พฤาภาคมที่ผ่านมา ที่ "คนไทยแตกความสามัคคี" ถึงขั้นเผาบ้านเผาเมือง การตายหมู่จากเครื่องบิน รถยนต์ ฯลฯ และที่กำลังเกิดขึ้นอยู่สดๆ ร้อนๆ คือ มหันตภัยน้ำท่วมในพื้นที่ภาคเหนือ กลาง อีสาน และกำลังใกล้เข้าสู่กรุงเทพฯ ขึ้นทุกที สร้างความเดือดร้อน และยัดเยียดความทุกข์ยากให้กับราษฎรไปทุกหย่อมหญ้า พยากรณ์ดวงเมือง ประจำปีเถาะ พ.ศ. 2554 ในหนังสือ ศาสตร์แห่งโหร ฉบับพิเศษ รู้ทันดวงกับโหรดัง 2554 คราวนี้ โสรัจจะ ก็ได้เขียนคำทำนายชะตากรรม ของโลก มวลมนุษยชาติ และชาติไทย ที่ต้องเผชิญวิปริตอาเพศซึ่งมีมากกว่าปีที่ผ่านมาว่า อย่างใหญ่หลวง ดั่งไฟนรกโลกันต์ลามเลียให้วอดวาย ฉิบหายกันถ้วนหน้าไม่แพ้ ปีเสือบ้าเลือดเช่นกัน ปี เถาะ 2554 เป็นปีที่ต้องต่อสู้กันทรหด ทั้งการเมืองและเศรษฐกิจ ใครก็ตามที่เป็นรัฐบาลต้องเผชิญวิกฤตการณ์รุนแรงที่สุด ฝ่ายค้านจะแย่งอำนาจ คนในเครื่องแบบจะรอให้ทั้งสองฝ่ายเพลี่ยงพล้ำลง ส่วนประชาชนตาดำๆ และยากจนก็จะหวาดผวา ปัญหาคอร์รัปชั่นรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นปี ถึงขนาดรัฐบาลต้องมีอันเป็นไป ผู้เป็นใหญ่และผู้คนสำคัญจะร่วงหล่นกันมาก อำนาจเก่าๆ ของคนเก่าๆ เสื่อมถอย จะมีเหตุการณ์นองเลือดรุนแรงเกิดขึ้น ประมาทมิได้ กลุ่มชน ฝูงชน อาจจะเคลื่อนไหวด้วยการสนับสนุนของผู้มีอำนาจเก่าอย่างเร้นลับ ขณะที่นักการเมืองที่สร้างความอัปยศ สร้างความเสียหายให้กับบ้านเมืองจะพลาดโอกาสได้รับการเลือกตั้ง แต่คนที่มีคุณธรรม จริญธรรมมีโอกาสก้าวเข้ามาเป็นผู้นำคนใหม่ได้สูง ส่วนเหตุการณ์ไม่ปกติ วุ่นวาย จะอยู่ในระหว่างเดือนกันยายนถึงตุลาคม เกษตรกร หรือผู้ใช้แรงงานอาจมาชุมนุมประท้วง วงการทหาร ตำรวจเกิดความขัดแย้ง หลาย อาจไม่เชื่อเรื่องคำทำนาย ทายทัก แต่ถ้าเราได้รับรู้เพื่อเตรียมตัว ในการรับมือ และป้องกันสิ่งต่างๆ ได้ ก็จะทำให้ไม่ประมาทในการดำรงชีวิตที่อาจทำให้เราหมดหวัง หดหู่ แต่สุดท้ายแล้ว ทุกคนต้อง "ก้าวไปข้างหน้า"อย่างมี "ความหวัง"กันต่อไป
โสรัจจะ นวลอยู่ 


บางส่วนจาก หนังสือ ศาสตร์แห่งโหร 2554 โสรัจจะ ระบุคำพพยากรณ์ดวงเมือง(ไทย)ไว้ว่า ดาวสีเลือดได้รับแสงจากดวงมฤตยูในช่วงเดือนมีนาคม 2554 เป็นดาวปฏิวัตินองเลือดในมุมร่วมธาตุ ย่อมเกิดสภาพการเดิอดพลุ่งพล่านไม่สงบ เดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า เกิดศึกสงครามทั้งภายในและภายนอก เกิดความยุ่งยากทางการเมืองขนาดหนัก แต่ยังน้อยกว่า มหันตภัยที่สุดมหาหฤโหดไปทั่วโลก ซึ่งจะทำให้โลกเปลี่ยนแปลงไปรวดเร็วทุกสิ่งอย่างไม่เหมือนเดิม...
"น้ำ ในแม่น้ำและคลองทั้งปวงจะแดงเป็น โลหิต เมฆและท้องฟ้าจะแดงเป็นแสงไฟ แผ่นดินไหวสั่นสะเทือน ฤดูหนาวจะเป็นฤดูร้อน ที่ลุ่มจะกลับดอน ที่ดอนจะกลับลุ่ม โรคภัยจะเบียดเบียนสัตว์และมนุษย์ทั้งปวง มนุษย์หนึ่งในสี่ของโลกจะพลันตายลง จะเกิดข้าวยากหมากแพง ฝูงมนุษย์จะอดอยาก เสื้อเมืองทรงทรงเมืองจะหลีกเลี่ยง"
ใน อนาคตไม่กี่ปีข้างหน้า กรุงเทพฯ และทั่วทุกภาคทุกจังหวัดจะถูกน้ำท่วมไปหมด ที่เกิดจากน้ำทะเลไหลทะลักเข้ามา และเกิดจากอุทกภัยอีกหลายครั้งจนต้องอพยพผู้คนหนีน้ำขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ เกือบสุดเขตแดนไทย เมื่อนั้นคนไทยก็คงไร้สิ้นแผ่นดินได้?
จะเกิดโรคระบาดครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 100 ปี "ไข้หวัดนก" หรือไข้หวัดสายพันธุ์ใหม่ที่พัฒนาตนเองแพร่จากสัตว์มาสู่คนและคนนำพาให้คน เสียชีวิตจำนวนมาก เชื้อโรคจะแพร่ขยายทางอากาศไม่มีอะไรมาหยุดยั้งเชื้อนรกนี้ได้
ปลายเดือนธันวาคม พระเสาร์ย้ายเข้าเล็งดวงเมืองทำให้บางประเทศหนาวเย็นจนอยู่ไม่ได้ ผู้คนล้มตายมาก เมืองไทยจะเกิดอากาศร้อนจัดและหนาวจัดในเดือนเดียวกัน วิกฤตสุดรอบ 1,000ปี กรุงเทพฯจะมีหิมะตก...
...เหตุการณ์ ของประเทศจะพลิกผันอย่างที่ไม่เคยเห็น และจะเกิดความว่างเปล่า ไม่มีนักการเมืองพรรคใดหลงเหลืออยู่ ระบบพรรคการเมืองจะสูญสิ้นไปจากประวัติศาสตร์การเมืองไทย
"นักการ เมืองชั่วพึงระวังเอาไว้ ถึงเวลานั้นประชาชนอาจลุกฮือขึ้นมาฆ่าเองโดยไม่แคร์ขื่อแปบ้านเมือง ดวงของบ้านเมืองใกล้ถึงจุดนี้แล้ว ..."
ดาวอังคารสีเลือดย้ายเข้าสู่ราศีมีน เล็งดาวพระเสาร์ เดือนมีนาคมและเดือนเมษายน ปี 55 จะมีลางร้ายบอกเหตุล่วงหน้า การเมืองรุนแรงเหมือนพายเรือในอ่าง วนเวียนซ้ำไปมาเหมือนปีก่อนๆ ประชาชนชุมนุมเป็นเรือนแสนตามท้องถนน เกิดขึ้นจากความโกรธแค้นและรู้ทันความเคลือบแคลงของรัฐบาล ซ้ำยังเกิดจลาจลเผาเมือง สถานที่สำคัญต่างๆ ของรัฐบาล รถถัง รถปราบจลาจล ทั้งในกรุงเทพฯและปริมณฑล ถูกเผายับเยิน ผู้คนล้มตายมหาศาล ผ่านไปหลายเดือนกว่าจะสงบ คนในเครื่องแบบแตกแยก เกิดเป็นสงครามกลางเมือง เลือดไทยต้องไหลรินนองแผ่นดิน เป็นหนทางสู่ "ปฏิวัติรัฐประหาร"ใหญ่อีกครั้งเรียกว่า เหตุร้ายหนักกว่า ในเดือนพ.ค. 53
เดือน ก.ค. ความสัมพันธ์ประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่ภาววะยุ่งเหยิง ขอให้ทุกฝ่ายสมานสามัคคี อย่าแตกแยกไม่งั้นศัตรู ซึ่งเป็นหอกข้างแคร่ จะหาโอกาสจ้องทำลาย แต่ถ้ามีเหตุรุนแรงไทยจะไม่เสียเอกราชแน่ แต่จะเสียเลือดเนื้อไปมาก
ด้านเศรษฐกิจ เรียกว่าเป็นปีหายนะทางด้านเศรษฐกิจอย่างแท้จริง ยังไม่สามารถแก้ไขให้ดีขึ้น ประชาชนเดือดร้อนไปทุกหย่อมหญ้า ธนาคารแต่ละแห่งแตกแยกหนัก ทั้งเล็กใหญ่ปิดตัว หุ้นร่วงตลอดปี
ปัญหา ภาคใต้ยังยิง-ลอบวางระเบิดไม่หยุด สหประชาชาติสะเทือน ผู้ก่อการร้ายใช้อาวุธมีอานุภาพสูงจากภายนอกเข้ามาประกาศแบ่งแยกดินแดน ดวงผู้นำประเทศอ่อนแรง เป็นช่องให้ถูกทำร้าย.......

ขณะที่ กรหริศ บัวสรวง ผู้อำนวยการสถาบันพยากรณ์องค์รวม ซึ่งเคยพยากรณ์ นักการเมืองถูกฟ้องร้องเป็นคดีความ บุคคลสำคัญทางการเมืองถูกลอบทำร้าย สภาผู้แทนกลายเป็นเวทีแห่งความขัดแย้ง วงการบันเทิงดารา นักร้อง นักแสดงชื่อดังจะเสียชื่อเสียง ไปเมื่อ ปี 53 ที่ผ่านมา จนเป็นที่กล่าวขานไปเช่นกัน ก็ทำนายสถานการณ์ต่างๆ ในปี 2554 เช่นกันว่า ปีนี้ เปรียบเหมือนเป็น กระต่ายที่ตื่นเต้นลุกลี้ลุกลน เป็นจุดหัวเลี้ยวหัวต่อของดวงเมืองซึ่งแย่งชิงอำนาจกันไม่ลดละ ถือเป็นอันตรายในระบอบประชาธิปไตย ดวงเมืองจะสงบสุขร่มเย็นแค่ 5 เดือนเท่านั้น พร้อมกับเตือนรัฐบาล ภายใต้การนำของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ว่า ถ้าไม่สามารถเข้าถึงคนไทยส่วนใหญ่ได้ โอกาสการก้าวสู่สิ่งที่ดีในอนาคตอาจหลุดลอยไป
กรหริศ ทำนายภาพรวมเศรษฐกิจใน ปี 54 ว่า การลงทุนดีเกือบตลอดทั้งปี แต่ภาคอุตสาหกรรมต้องแบกรับภาระ ปชช.เดือดร้อน แต่ธุรกิจประเภทการสื่อสารทุกประเภท ทั้งโทรศัพท์ โทรทัศน์ผ่านดาวเทียม สังคมออนไลน์ จะมีการแข่งจขันสูง การท่องเที่ยวโกยผลกำไร อหังสาริมทรัพย์ขยายตัว คนกทม.เล็งหาที่อยู่ใหม่หลีกปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในอนาคต เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่จะหันมาทำความดี คนในสังคมร่วมกิจกรรมจิตอาสามากขึ้น แต่ในปลายปีอาจมีความเศร้าโศก สะเทือนใจจากการจากไปของบุคคลสำคัญ...
นี่เป็นแค่ส่วนหนึ่งของ "ศาสตร์แห่งโหร 2554" ที่รวบรวมคำทำนาย ของ โสรัจจะ และ กรหริศ ในการลำเลียงคำพยากรณ์มาให้ผู้อ่านรับรู้ความเป็นไปเรื่องราวที่น่าสนใจ อย่างรอบด้าน ในการไขความลับแห่งโชคชะตา โดยสุดยอดโหราจารย์ที่มีเชื่อเสียงที่ได้รับความเชื่อถือมาตลอด 30 ปี นอกจากนี้ ยังมีคำพยากรณ์ของ ทั้ง หมอทรัพย์ สวนพลู อ.จุฑามาศ ณ สงขลา และปรมาจารย์แห่งโหรชื่อดังอีกหลายท่าน รวบรวมอยู่ในหนังสือเล่มดังกล่าวด้วย เพื่อให้รู้ทันดวงชะตาของ ทั้งโลก เมือง และของตัวเอง ตลอดปี 2554 นี้ ทั้งเรื่องเล็กเรื่องใหญ่ 
ฆ่ากันเอง!?
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
การ ที่คนเสื้อแดงเข้ายื่นหนังสือถึง นายบัน คีมุน เลขาฯยูเอ็นที่เดินทางมาเยือนเมืองไทย เพื่อให้เข้ามาตรวจสอบการเสียชีวิต 91 ศพจากการสลายม็อบแดงเมื่อเดือนเม.ย.และพ.ค.ที่ผ่านมา
โดนขัดขวางมาตลอดจากรัฐบาล
พรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาว่าเป็นเกมดิสเครดิตรัฐบาลของพรรคเพื่อไทย
ศอฉ.ประกาศกร้าว ห้ามไม่ให้คนเสื้อแดงมีการชุมนุมในช่วงที่เลขาฯยูเอ็นมาเมืองไทยเด็ดขาด
โดยเฉพาะผบ.ทบ.ถึงกับบอกว่า ปล่อยให้เสื้อแดงรวมตัวชุมนุมไม่ได้ เพราะอายแขกบ้านแขกเมือง อยากให้เห็นแก่หน้าตาของบ้านเมืองบ้าง
ว่ากันจริงๆ การยื่นหนังสือร้องเรียนถึง นายบัน คีมุน ของญาติพี่น้อง 91 ศพเป็นสิทธิที่พึงกระทำได้ เป็นสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน
ในเมื่อคนเสื้อแดงเห็นว่าการทวงความยุติธรรม 91 ศพไม่มีความคืบหน้าเลยในกระบวนการสอบสวนของไทย
ไม่คืบหน้าเลยเมื่อคดีอยู่ในมือของดีเอสไอ
ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องพึ่งกระบวนการในระดับนานาชาติ
ฉะนั้นไม่อยากให้มองว่าเป็นการประจานประเทศไทย
ไม่ควรไปอับอายขายหน้ากับการทวงความยุติธรรม
เพราะจริงๆ แล้ว การสลายม็อบ การสังหารหมู่เกือบร้อยศพ
เป็นเรื่องที่น่าอับอายมากกว่าเยอะ !?
วันก่อน นายชวน หลีกภัย ขึ้นปราศรัยช่วย "เทพเทือก" หาเสียงที่สุราษฎร์ธานี
นายชวนกล่าวตอนหนึ่งพาดพิงถึงเหตุการณ์สลายม็อบแดงจนมีผู้เสียชีวิต 91 ศพ
"บ้านเมืองจำเป็นต้องมีรัฐบาลเข้ามาแก้ไขปัญหา แต่คนกลุ่มหนึ่งมีเป้าหมายเผาบ้านเผาเมืองทำลายบ้านเอง ตั้งแต่นายกฯอภิสิทธิ์เข้ามารับตำแหน่งก็มีการพูดว่ารัฐบาลอยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน 5 เดือน เพื่อทำลาย หวังให้รัฐบาลอยู่ไม่ได้จนกระทั่งมีปัญหา จึงบอกนายอภิสิทธิ์ อย่าลาออกเมื่อมีปัญหาก็ต้องแก้จะหมดกำลังใจไม่ได้ ที่มีคนตายเพราะพวกเขาฆ่ากันเอง"
ความจริงแนวคิดแบบนี้ได้ยินบ่อยๆ จากปากเทพไท หรือพวกทีมโฆษกประชาธิปัตย์
ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินจากปากอดีตนายกฯชวน ซึ่งเป็นนักกฎหมายที่คร่ำหวอด
เมื่อพูดออกมาแบบนี้ก็ยิ่งตอกย้ำแนวคิดของประชาธิปัตย์ และรัฐบาลที่ต้องการปัดความรับผิดชอบ
กลุ่มคนเสื้อแดงก็เดือดปุดๆ ออกมาเรียงหน้าฉะนายหัวชวน
เรียกร้องให้นำหลักฐานออกมายืนยันว่าเสื้อแดงฆ่ากันเอง
โดยเฉพาะญาติ "น้องเกด" อาสาพยาบาล 1 ใน 6 ศพถูกสังหารหมู่ในวัดปทุมวนาราม ถึงกลับออกมาประณามว่าเป็นการป้ายสีคนตาย
จี้ให้นายกฯมาร์คยุบคณะกรรมการปรองดองไปเลย
ตั้งไปก็ไม่มีประโยชน์อีกแล้ว
รัฐบาลประกาศปาวๆ ว่าอยากจะปรองดอง อยากให้บ้านเมืองกลับมาสงบ
แต่ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กลับมาจุดประเด็นว่าเสื้อแดงฆ่ากันเอง
แบบนี้เห็นทีจะปรองดองกันยาก!!
สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมปาก
ที่มา Thai E-News
Blowin' In The Wind-..Yes, 'n' how many ears must one man have(คนๆหนึ่งต้องมีหูสักกี่อัน) Before he can hear people cry? (ก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงร่ำไห้ของผู้คน?) Yes, 'n' how many deaths will it take till he knows(แล้วกี่ชีวิตจะต้องสูญเสียก่อนที่เขาจะรู้) That too many people have died?(ว่ามีคนตายมากเกินพอแล้ว?)
ที่มา:ภาพข่าวAP:สตรี เสื้อแดงตะโกนร้องทุกข์ต่อเลขาฯUNระหว่างเดินทางมาเยือนไทยวานนี้ โดยบัน คี มุน บอกว่าปล่อยให้เป็นเรื่องกิจการภายในของไทย และเขาพุ่งความสนใจไปที่เรียกร้องพม่าปล่อยนักโทษการเมือง
โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
27-31 ตุลาคม 2553

***ควัน หลงบันคี มุน เลขาธิการ UN เยือนไทย แต่ดันไปพูดเรื่องประชาธิปไตยในพม่า ส่วนการเข่นฆ่าปราบปรามคนไทยให้ถือเป็นเรื่อง"กิจการภายใน" วันนี้( 27 ตุลาคม) เวลา 13.00 น. เครือข่ายนักกิจกรรมทางสังคมเพื่อประชาธิปไตย และขบวนการปรองดองเรนเจอร์พิทักษ์จักรวาล จะจัดกิจกรรม อ่านแถลงการณ์ และละครล้อเลียนต่อกรณีการเดินทางมาเยือนประเทศไทยของ
นายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ ณ บริเวณด้านหน้าอาคารสหประชาชาติ ประเทศไทย***
***คุณยายศรีลัดดา คุณ ยายเสื้อแดงวัย 86 ปี ไทยแท้ที่ไปปักหลักอยู่ในอเมริกามานานกว่า 30 ปี แสดงความเห็นว่า ยายว่าUNนี่USELESS(ไร้ประโยชน์)อย่างเขาว่าจริงๆแหละที่พูดว่าจะไม่เข้ามา แทรกแซงกิจการในไทย ดังนั้นคนไทยก็ต้องคิดอ่านพึ่งพาตัวเองในการสู้กัยเผด็จการกันเองเป็นหลัก ท่าจะดีกว่า และยายขอกราบคารวะนักสู้เสื้อแดงที่ออกมาประท้วงในคราวนี้ โดยเฉพาะคุณแม่เสื้อแดงที่อุ้มลูกน้อยมาร่วมประท้วงแล้วถูกตำรวจทุบตีทำ ร้ายอย่างป่าเถื่อน
'I am so proud of the Redshirts who dared Prayuth authority and his threats. .but Ihad said that their petition to the UN is useless. Bun Kimoon delared that Un could not intervene with "internal affair" of a soverign country. Thai people should accept that we have to help ourselves get rid of this dictatorship, the government that used war weapons to kill unarmed civilians. Let them know that we thai people will not accept their rules any longer..Aphisit will never let we have another election,he just want to be Pm as long as he could. The picture of a lady defied policeman who tried to take away her backpack, shows that intimidation from police or soldiers do not work any more. Chai-YO.!!!This little old lady salute her and all the Redshirts.'***
***ศูนย์ข่าวประชาชน(People Channel)จัดเสวนา ณ ห้องเสวนา ศูนย์ข่าวประชาชน People Channel ชั้น 5 บิ๊กซี ลาดพร้าว
พุธที่ 27 ตุลาคม 2553
เวลา 13.00 น. ขอบคุณ “คลิปฉาว” ที่เสนอความจริง โดย รศ.ดร.วรพล พรหมิกบุตร
เวลา 14.00 น. “การเมืองเรื่องน้ำท่วม” โดย พลท เฉลิมแสน, วงศ์ รามอินทรา, หนุ่ม อุดร
พฤหัสบดีที่ 28 ตุลาคม 53
เวลา 13.00 – 16.00 น.เสวนา “ความหมายแห่งเสรีชน”
โดย อรรถชัย อนันตเมฆ
อุ๋ย ไทยเดลฟรี
ศักดิ์ดา บูรพงศ์
อารี แท่นคำ
ซาร่า ดำเนินรายการ
เสาร์ที่ 30 ตุลาคม 53
เวลา 13.00 น. ปิดท้ายเดือนตุลาด้วยภาพยนตร์ “14 ตุลา สงครามมหาประชาชน”
อาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 53
เวลา 13.00-17.00 เม้าท์กันสนั่นเมือง พบกับ :ป้อม กรองทอง,เต้ มดชมพู,อ้น ชัยนรินทร์***
***ภาพเก็บตกเวทีเขาแก่นจันท์ ราชบุรี แรลลี่เมื่อ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา มีบทกวีเพราะๆที่ทรงความหมายของจิตร ภูมิศักดิ์ บนเวที กิจกรรมผ่านไปด้วยความราบรื่นทุกประการ***

***คน ไทยเราไม่ทอดทิ้งกัน...แห่ไปช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมแล้ว อย่าลืมเหลียวแลผู้ประสบภัยการเมืองด้วยจ้า ล่าสุดมีรายงานสดจากผู้ไปเยี่ยมบ้านคุณ เสกสิทธิ์ ช้างทองผู้ประสบภัยการเมือง 19 พฤษภาฯ และเขียนบันทึกนี้ขึ้นเพื่อวิงวอนไม่ให้ลืมเลือนพวกเขาไป โดยที่ยังไม่มีการเยียวยา ( อ่านบันทึกที่นี่ )***

***หนัก สุดก็คือผู้ประสบภัยน้ำท่วม(ปาก)พูดไม่ออกบอกไม่ได้ เพราะถูกขังสิ้นอิสรภาพมาตั้งแต่ 19 พฤษภาคมที่ผ่านมา ลองอ่านรายงานเรื่อง หยดน้ำตาหน้าคุก 22 เสื้อแดงอุดร กับ ข้อหาเผาศาลากลาง ฯ
ผู้ ต้องขังทั้งหมดขึ้นไปอยู่บนรถเรือนจำ หญิงสาวที่ร้องไห้ตลอดเวลายังคงไม่หยุดร้องไห้ เธอเดินตามมาข้างรถ เขย่งปลายเท้า เพื่อที่จะได้จับมือชายหนุ่มของเธอซึ่งอยู่หลังลูกกรงบนรถคันสูง เธอยืนอยู่อย่างนั้นจนกระทั่งรถเคลื่อนตัวออกไป ถัดไปด้านหลัง หญิงชราอีกคนผู้ซึ่งเดินทางจากต่างอำเภอเพื่อมาฟังข่าวที่ว่า ลูกชายของเธออาจจะได้รับโทษร้ายแรงเช่นกัน ยืนมองรถเรือนจำเคลื่อนตัวออกไปด้วยสายตาแห้งผาก ไม่มีน้ำตา แต่ไม่มีใครรู้ว่าในใจของเธอกำลังคิดอะไรอยู่***
*** เมาท์กันสนั่นเมือง-เตรียมตัวพบกับขาเมาท์ประจำเมือง อ้น ชัยนรินทร์,เต้ มดแดง,ป้อม กรองทอง
พร้อมแขกรับเชิญ มาร่วมกัน "เมาท์กระจาย" วันเมาท์ อาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553 เวลาเมาท์ 12.00-17.00 น. สถานที่เมาท์
***อาจารย์ชำนาญ จันทร์เรือง แห่ง มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนแจ้งข่าวมาว่า ตามที่อาจารย์สมเกียรติ ตั้งนโมผู้ก่อตั้งเว็บไซต์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้เสียชีวิตไปเมื่อสามเดือนก่อน ทำให้การรับบทความได้หยุดชะงักลงชั่วคราว ตอนนี้มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้เริ่มเปิดรับบทความใหม่แล้วทางอีเมล์แอดเดรสใหม่ คือ midnightuniversity@gmail.com โดยจะสามารถเผยแพร่บทความในหน้าเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้ในราวสัปดาห์หน้า จึงขอแจ้งข่าว ปชส.มาเพื่อทราบโดยทั่วกัน***
*** งานรวมพลังคนเสื้อแดงยุโรปเดนมาร์กเป็นเจ้าภาพ สถานที่ชุมนุม RÅDHUSPLADSEN โคเปนเฮเกน วันที่ 30ตุลาคม เริ่มงานเวลา 13.00น ร้องเพลงแดงทั่วแผ่นดินร่วมกัน แนะนำตัวแทนของกลุ่มจากประเทศต่างๆทั่วยุโรป มีการแสดงต่างๆร่วมกัน ร่วมรับฟังโฟนอินจาก นายกฯในดวงใจ ทักษิณ ชินวัตร ถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก ร่วมกันทำความสะอาดสถานที่จัดงาน จบงานด้วยเพลง ตะโกนบอกฟ้า และนักสู้ธุลีดิน ประมาณ16.00 น.จบงาน เวลา18.00น รับประทานอาหารร่วมกัน
พบกันวันที่ 31 ตุลาคม สถานที่วัดไทยเดนมาร์ก STENLØSE 8.00 น. รับประทานอาหารเช้า 10.00 น.ทำบุญทอดผ้าป่าสามัคคีอุทิศให้แด่วีรชนผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย***
***ชาวชุมชนบ่อนไก่จัดกิจกรรมรำลึกไว้อาลัยวีรชน 31 ตุลาคมนี้ที่ชุมชนบ่อนไก่ หน้าธ.กรุงเทพฯ สาขาลุมพินี กำหนดการ

15.30 น.พบกันที่บริเวณจัดงาน
16.00 น.ผู้เห็นเหตุการณ์พาไปชี้จุดคนตาย พาผู้สื่อข่าวดูรอยกระสุน เพื่อให้เห็นว่าวิถีกระสุนมาจากฝั่งทหาร
17.10 น.ร่วมกันยืนสงบไว้อาลัยวีรชนผู้เสียชีวิต
17.15 น.ร่วมกันปล่อยลูกโป่ง และผูกผ้าแดงไว้อาลัย สานต่อเจตนารมณ์วีรชน
17.30 น.ร่วมกันจุดเทียนเพื่อให้บ้านเมืองสว่างจากการมืดมิดมานาน ประชาชนจะได้ตาสว่างมากๆขึ้น เสร็จภารกิจแยกย้ายกันกลับบ้าน***
***คุณคอนเนอร์ เพอร์เซล ชาว ออสเตรเลียที่ติดคุกในไทยเพราะขึ้นปราศรัยเวทีเสื้อแดงที่ผ่านมา และได้ออกจากคุกแล้ว จัดงานพร้อมกันกับที่ขบวนแรลรี่ปั่นจักรยานโครงการเส้นทางสีแดง(ดูรายละเอียดท้ายสังคมข่าว)ที่จะออกมาเรียกร้องให้ปลอ่ยตัวแกนนำและคนเสื้อแดงที่ติดอยู่ในคุก

โดย คุณคอนเนอร์จะรวบรวมพี่น้องเสื้อแดงที่ซิดนีย์ ไปประท้วงหน้าสถานทูตไทยประจำออสเตรเลียในวันที่ 31 ต.ค.วันเดียวกับที่โครงการเส้นทางสีแดง เริ่มเคลื่อนขบวนเส้นทางสีแดงจากราชประสงค์ไปอีสานนาน1เดือน ระยะทาง 900 กิโลฯเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำ
ทั้งนี้คุณคอนเนอร์และเสื้อแดงออสเตรเลีย รวมทั้งผู้ดำเนินโครงการ แจ้งมาว่า อยากให้คนไทยทั่วโลกร่วมทำกิจกรรมนี้พร้อมๆกันทั่วโลก จึง ขอประชาสัมพันธ์ไปยังเสื้อแดงทั่วโลกร่วมกันคิกออฟกิจกรรมเส้นทางสีแดงไป พร้อมๆกัน หากสามารถมาร่วมชุมนุมกันได้ที่สถานทูตก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะกดดันรัฐ บานให้ปล่อยตัวแกนนำหรือคนเสื้อแดงที่อยู่ในคุก***
*** ขอเชิญร่วมกิจกรรมงานวันนิคม จันทรวิทุร ประจำ ปี 2553 มีสัมมนาเรื่อง “การปฏิรูปประเทศไทยกับคุณภาพชีวิตแรงงาน” วันอาทิตย์ที่ 31 ตุลาคม 2553 ณ ห้องประชุมศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร ชั้น 7 และ ห้องประชุมประภาศ อวยชัย ชั้น 4 ตึกอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ จัดโดยมูลนิธินิคม จันทรวิทุร ร่วมกับ สถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

8:00 - 8:30 น. พิธีเปิดห้องประชุมศาสตราจารย์นิคม จันทรวิทุร ชั้น 7 ตึกอเนกประสงค์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
กล่าวรายงานโดย รศ. ดร. ไว จามรมาน ผู้อำนวยการ สถาบันทรัพยากรมนุษย์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
การกล่าวสุนทรพจน์และเปิดห้องประชุมฯ โดยอธิการบดี และ ผู้แทนครอบครัว
จันทรวิทุร
8:30 - 8:45 น. ผู้เข้าสัมมนาลงทะเบียนเข้าร่วมสัมมนา ณ ห้องประชุมประภาศ อวยชัย ชั้น 4
ตึกอเนกประสงค์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์
8:45 - 9:00 น. กล่าวต้อนรับ โดย
ศ. ดร. ธีระ ศรีธรรมรักษ์ ประธานมูลนิธินิคม จันทรวิทุร
9:00 – 9:15 น. กล่าวเปิดการสัมมนา โดย อธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
9:15 - 9:30 น. แนะนำองค์ปาฐก โดย
• นายปนิธิ ศิริเขต ผู้อำนวยการสถาบันแรงงานศึกษา
9:30 - 10:15 น. การปาฐกถานิคม จันทรวิทุร ครั้งที่ 8 ประจำปี พ.ศ. 2553 หัวข้อ
“การปฏิรูปประเทศไทยกับคุณภาพชีวิตแรงงาน” โดย
• รศ. แล ดิลกวิทยรัตน์ อาจารย์ คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (เกษียณอายุ) และกรรมการมูลนิธิอารมณ์ พงศ์พงัน
10:15 – 10:30 น. รับประทานอาหารว่าง
10:30 – 11:45 น. การอภิปรายเชิงวิชาการและนโยบาย หัวข้อ “การปฏิรูปประเทศไทยกับการปฏิรูปแรงงานเพื่อการพัฒนาคุณภาพชีวิต” โดย
• คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี*
• ดร.สุเมธ ฤทธาคนี ประธานคณะกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร*
• รศ. ดร. ไว จามรมาน ผู้อำนวยการ สถาบันทรัพยากรมนุษย์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์*
• ดร. สาวตรี สุขศรี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
• นางสาวธนพร วิจันทร์ ประธานกลุ่มบูรณาการแรงงานสตรี
• ดร.โชคชัย สุทธาเวศ เลขาธิการ มูลนิธินิคม จันทรวิทุร (ดำเนินการอภิปราย)
11.45 -12.15 น. ซักถามและร่วมแสดงความคิดเห็นโดยผู้เข้าร่วมสัมมนา
12:15-12:30 น. สรุปและกล่าวปิดการสัมมนา โดย
• นายฐาปบุตร ชมเสวี รองประธาน และ ประธานคณะกรรมการบริหารมูลนิธินิคม จันทรวิทุร
12:30 – 13:30 น. รับประทานอาหารกลางวัน
หมายเหตุ
1. *วิทยากร อยู่ระหว่างการทาบทาม
2. พิธีกรดำเนินรายการ : อาจารย์วิภา ดาวมณี และ ผู้แทนจากสถาบันทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์***
***คนเสื้อแดงจัดงาน"คาราวานสินค้าราคาถูกยุคค่าเงืนบาทแข็ง"ที่โครงการเอื้ออาทร บึงกุ่ม จองที่ขายฟรี ติดต่อคุณปุ้ย 082-6301700***

***เวบไซต์www.serichon.com จัดกิจกรรมโยนโบว์ลิ่ง หา ทุนสนับสนุนวิทยุออนไลน์เสรีชน ที่เมเจอร์โบว์ล ชั้น6 อิมพีเรียล ลาดพร้าว เสาร์ที่ 6 พฤศจิกายนนี้ 09.00-13.00 ค่าสมัครทีมละแค่1500(3ท่านต่อทีม)ชิงถ้วยนายกฯทักษิณ หากหาทีมไม่ได้ เจ้าภาพจัดหาให้ที่หน้างาน (มาท่านเดียวแค่500)ฝีมือไม่เกี่ยว ไม่ต้องพกมา พกมาแค่ความฮากับพกเพื่อนรู้ใจ สมัครหรือขอรายละเอียดที่serichonteam@yahoo.com โทร087-0570640***
***6 พ.ย.นี้ชมคอนเสิร์ต"ใจประสานใจ"โดยบ้านเลขที่111ที่สมุทรสาคร บัตรราคา 120 บาท ติดต่อร่วมงาน 082-2423794***
***กลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย แนวร่วมพลเมืองไทย กลุ่มแดงเชียงใหม่ ร่วมกันจัดงาน"ลอยกระทงรักไทขับไล่อภิสิทธิ์"ขึ้นที่เวียงกุมกาม อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ โดยจะเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศร่วมงานในวันที่ 21 พฤศจิกายนนี้ เวลา 18.00-23.30น.
โดยจุดหมุ่งหมายของงานให้สะท้อนผลงานอันอัปยศของนายอภิสิท ธิ์เวชชาชีวะ ซึ่งในงานจะมีกิจกรรมแห่กระทงการเมืองเผาอภิสิทธิ์เผา เทียนเล่นไป ปล่อยโคมลอย รำวงย้อนยุค และมีการประกวดนางนพมาศ โดยคนเสื้อแดงจะ ส่งนางนพมาศทุกอำเภอมาประกวดในงาน และจะมีการปราศรัยจากกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย และปราศรัยจากกลุ่มเชียงใหม่แดง***
***ท่านที่ชอบบทความวิพากษ์การเมืองให้ถึงราก ตอนนี้เชิญ www.timeupthailand.netเปิดเป็นทางการแล้ว นำทีมโดยจรรยา ยิ้มประเสริฐ เจ้าของบทความร้อน"ทำไมจึงไม่รัก..." ทยอยนำเสนอเรื่องราวและบทความที่พูดเรื่องรากฐานบ้านเมืองกับประชาธิปไตย ***
*** "นิราศรัฐ ก.ไก่: 2542 - 2552"

หนังสือผลงานของ กานต์ ณ กานท์: เขียน
ไชยันต์ รัชชกูล: คำนำเสนอ
จำหน่าย ในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 21-31 ตุลาคม 2553 ที่บูธสนพ.อ่าน & สนพ.ฟ้าเดียวกัน บูธ N44 โซน ซี1 และบูธสนพ.ไซเบอร์ฟิชมีเดีย W19 โซนเอเที่ยม อย่าลืมอุดหนุนกวีที่มีจุดยืนฝ่ายประชาธิปไตยอย่างเข้มข้นคนนี้***
***คุณเคยอ่านหรือยัง วารสาร"อ่าน"ซึ่ง"สิงห์ สนามหลวง"หนอนหนังสือระดับกูรูวงการหนังสือเมืองไทย ยกย่องให้เป็นหนังสือที่เข้มข้นแห่งวงการนักเขียนนักอ่านยิ่งกว่านิตยสาร"โลกหนังสือ"เคยสร้างชื่อไว้ในยุคหลัง 6 ตุลาคม 2519

เอา ฉบับล่าสุดการ์ตูนม็อบอำมาตย์นี่ก็เล่นเอา"จุก"ไปเลยหละ...ข้าวปลาอาหาร กินไปไม่นานเป็นขี้ ซื้อเหอะหนังสือดีดี พรุ่งนี้ได้อ่านนานนาน
พบ กับวารสารอ่านและหนังสือเล่มของสำนักพิมพ์อ่านในงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ 21-31 ตุลานี้ ที่บูธสนพ.อ่าน & สนพ.ฟ้าเดียวกัน บูธ N 44 โซน ซี 1 หรือที่ร้านก็องดิด (ถ.ตะนาว), ร้านศึกษิตสยาม (วัดราชบพิธ), ร้านริมขอบฟ้า (อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย), ร้านโอเดียน สยาม(ใกล้โรงหนังสกาลา), ร้านตะวัน (อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ), ร้านเล่า เชียงใหม่ (ถ.นิมมานฯ), ร้านสามัญชน เชียงใหม่ (คาร์ฟู หางดง) ***
*******
เชิญร่วมหลั่งน้ำใจช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม(ปาก)อย่าปล่อยให้พวกเขาถูกขังลืม ในโครงการเส้นทางสีแดง


โครงการ เส้นทางสีแดง (Red Path Project)ขอเชิญร่วมขบวนเดินเท้า และปั่นจักรยานจากกรุงเทพฯสู่อีสาน นำกำลังใจและความช่วยเหลือสู่พี่น้องเสื้อแดงอีสาน 11 จังหวัด 860 กม. 31ต.ค.-30 พย.นี้ แวะเยี่ยมผู้ต้องขัง ร่วมทำกิจกรรมผูกผ้าแดง วางดอกไม้แดงหน้าเรือนจำ นำเงินทองสิ่งของบริจาคมอบให้พี่น้องเสื้อแดง เพื่อเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำนปช.ฯลฯ และรณรงค์สู่ระดับนาชาติ
โครงการ เส้นทางสีแดง (Red Path Project) เป็นโครงการด้านมนุษยธรรมเพื่อเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการสังหารหมู่ใน วันที่ 10 เมย.และ 13-19 พค.ที่รัฐบาลกระทำต่อประชาชนชาวไทยที่เรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา โครงการนี้ดำเนินการโดยไม่เกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองใดๆ
โดยโครงการ นี้มีข้อเรียกร้องให้รัฐบาลปล่อยตัวแกนนำนปช.และผู้ต้องขังในคดี ชุมนุม เรียกร้องให้รัฐบาลยุติการปฏิบัติ 2 มาตรฐานทางกฏหมาย และเรียกร้องให้นานาชาติได้หันมาตระหนักและให้ความสำคัญเกี่ยวกับการละเมิด สิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงหลังรัฐประหาร 19 กย. 2549
โครงการนี้มี คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ (แกนนำกลุ่มวันอาทิตย์สีแดง) และอาจารย์ธิดา โตจิราการ เป็นที่ปรึกษาโครงการในประเทศไทย และมีคุณพอร์แชล คอนเนอร์ (อดีตนายทหารบกออสเตรเลียที่ถูกจับกุมคุมขังและถูกซ้อมอย่างทารุณในเรือนจำ คลองเปรม) เป็นสมาชิกกลุ่มและที่ปรึกษาโครงการในต่างประเทศ
โครงการ เส้นทางสีแดงประกอบด้วยคนเสื้อแดงที่รักความเป็นธรรมและมีความมุ่งมั่นที่จะ นำน้ำใจและความช่วยเหลือมอบให้แก่พี่น้องเสื้อแดงที่อีสานซึ่งได้รับผลกระทบ จากการสังหารหมู่ มากที่สุด คนเสื้อแดงในภาคอีสานจำนวนมากถูกสังหาร บาดเจ็บ พิการ และสูญหายอีกจำนวนมาก สมาชิกโครงการจะร่วมกันเดินเท้าและปั่นจักรยานเพื่อไปเยี่ยมเยียน เยียวยา และให้กำลังใจบุคคลที่น่าเห็นใจเหล่านี้ได้มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไป และไม่ย่อท้อที่จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยที่แท้จริงที่พวกเขาโหยหามาชั่ว ชีวิต
ขบวนเดินทางจะเริ่มออกเดินทางในวัน อาทิตย์ที่ 31 ตค. เวลา 13.00 น.ที่ราชประสงค์โดยจะปั่นจักรยานและเดินเท้าไปเรือนจำคลองเปรมเพื่อทำการ วางดอกไม้แดงและปล่อยนกพิราบเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของเสรีภาพ โครงการนี้จะเดินทางด้วยระยะทางกว่า 900 กม. ผ่าน 12 จังหวัดในภาคอีสาน ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 31 วันโดยประมาณ
พบกันอาทิตย์ 31 ตค.ที่ราชประสงค์ครับ !
จุดประสงค์ของการเดินทางเพื่อ :
1. เรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำนปช.และผู้ต้องขังคดีชุมนุมทั่วประเทศ
2. ต่อต้านระบบ 2 มาตรฐานทางกฏหมาย
3. เรียกร้องให้นานาชาติตระหนักถึงปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรงหลังรัฐประหาร 19 กันยา 49
โครงการ นี้มีภารกิจที่จะรวบรวมรายชื่อผู้ต้องขัง และครอบครัวผู้เสียชีวิต บาดเจ็บ พิการ ส่งมอบให้กับคณะกรรมการกาชาดสากล (International Committee of the Red Cross : ICRC) เมือสิ้นสุดโครงการ เพื่อให้องค์กรต่างชาติได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและเยี่ยวยาบุคลลเหล่านี้ และเพื่อให้ต่างชาติได้ตระหนักถึงภัยของการรัฐประหาร และปัญหาการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย
ระยะเวลา : 31ตุลาคม-30 พย. 2553
เส้นทาง : กรุงเทพฯ (เริ่มจากเรือนจำคลองเปรม) ไปปทุมธานี อยุธยา สระบุรี นครราชสีมา ขอนแก่น(บ้านไผ่) มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธ์ สกลนคร อุดรธานี หนองคาย (สิ้นสุดสะพานมิตรภาพไทย-ลาว)
รวมระยะทาง : 900 กม.
โดย กลุ่มเส้นทางสีแดง ( Red Path Group : RPG )

โครงการ นี้มีบก.ลายจุด-คุณสมบัติ บุญงามอนงค์ และอาจารย์ธิดา โตจิราการ เป็นที่ปรึกษา และมีคุณ David Conor Purcell เสื้อแดงชาวออสเตรเลียที่ถูกจับกุมคุมขังนาน3 เดือน และได้เดินทางกลับประเทศออสเตรเลีย เป็นสมาชิกของทีม และเป็นที่ปรึกษา
ขณะนี้โครงการดังกล่าวได้ประชาสัมพันธ์โครงการต่อพี่น้องเสื้อแดงที่อยู่ออสเตรเลีย เพื่อระดมทุนช่วยเหลือสนับสนุนโครงการ
ท่านจะเข้าร่วมโครงการได้อย่างไร?-โครงการ นี้ต้องการคนเสื้อแดงที่จะเข้าร่วมเดินทางนำน้ำใจและความช่วยเหลือไปสู่พี่ น้องเสื้อแดงอีสานตามรายละเอียดข้างต้น โดยขอความกรุณากระจายข่าวนี้ออกไปด้วย
ผู้ที่สนใจขอให้ติดต่อคุณฟอร์ด ได้ทางอีเมล์ red_truth_only@hotmail.co.th หรือที่ 081-5836964 หรือ Face Book ของ 'เรด ทรู้ธ'
คนไทยเสื้อแดงในต่างประเทศสามารถ เข้าร่วมทำกิจกรรมนี้พร้อมๆกันทั่วโลก ร่วมกันคิกออฟกิจกรรมเส้นทางสีแดงไปพร้อมๆกัน หากสามารถมาร่วมชุมนุมกันได้ที่สถานทูต หรือสถานกงสุลของไทยในต่างประเทฒก็ถือเป็นเรื่องที่ดีที่จะกดดันรัฐบานให้ ปล่อยตัวแกนนำหรือคนเสื้อแดงที่อยู่ในคุก
*************
อริสมันต์เขียน:ยุทธศาสตร์ปฏิวัติประเทศไทยสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง(อำมาตย์ที่ตามไล่ล่าต้องอ่าน)
ที่มา Thai E-News
พระดี-อริ สมันต์ พงษ์เรืองรอง โชว์พระดีที่มีคนมอบให้ เจ้าตัวเชื่อว่าช่วยคุ้มครองให้รอดชีวิตจากการตามไล่ล่ามาได้ ล่าสุดเขาได้เขียนบทความชุดนี้ ซึ่งถือว่ามีลักษณะบุคลิกไปทางวิชาการ มากกว่าจะเป็นฮาร์ดคอร์นิยมความรุนแรงก้าวร้าว ดังที่รัฐบาลและสื่อกระแสหลักป้ายสีให้เขาเป็น และร่วมกันไล่ล่าเขาอยู่ในเวลานี้
โดย อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง
หมายเหตุไทยอีนิวส์:คุณ อริสมันต์ พงษ์เรืองรอง เขียนบทความเรื่อง"ธรรมนูญแดง ๑๐ ทันสมัย" และ "ยุทธศาสตร์ปฏิวัติประเทศไทยให้มีประชาธิปไตยที่แท้จริง( วาระแห่งชาติ )อาวุธสำคัญที่ยิ่งใหญ่เพื่อชัยชนะคือ การให้อภัย" โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ธรรมนูญแดง ๑๐ ทันสมัย
CREATIVE COUNTRY
1. รัฐธรรมนูญการปกครองถูกออกแบบด้วยความคิดสร้างสรรค์ มีความทันสมัย โดยประชาชน เพื่อประชาชน มีประชาธิปไตย มีสิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ เท่าเทียมกัน ทุกคน ทุกสถาบันอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย โดยไม่มีข้อยกเว้น
2. อำนาจอธิปไตย นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ ต้องแยกออกจากกันอย่างชัดเจน และปฏิวัติกระบวนการยุติธรรมให้มีความเป็นธรรม ศาล องค์กรอิสระ องค์กรภาครัฐ ทันสมัย เป็นกลาง
3. การพัฒนาคนเน้นคุณภาพคุณธรรมให้ล้ำสมัย การศึกษาก้าวไกลลึกซึ้งเข้าใจ ให้ทุนให้โอกาส คนฉลาดสร้างชาติให้เจริญ
4. การปกป้องภัยอันตรายในชีวิตทรัพย์สินของประชาชนและ การสาธารณสุข รุก ก้าวหน้า มีประสิทธิภาพการรักษา ให้หลักประกันมวลประชา ป้องกันโรคที่จะเข้ามา ได้พึ่งพาเข้าถึงบริการ
5. การเกษตรสมัยใหม่ปศุสัตว์กว้างไกล แหล่งผลิตพืชผลเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ ข้าว ยาง มัน อ้อย ปาล์ม พักผลไม้แปรรูปเก็บขายส่งออกทำกำไรเกษตรกรไทยได้หายจน
6. อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ทันสมัยสะอาดปลอดภัยไร้มลพิษ แหล่งผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคเพื่อการแข่งขันและการส่งออก
7. การพัฒนาเศรษฐกิจ การเงิน การคลัง การค้า การลงทุน ตลาดหุ้น ตลาดทุน การก่อสร้างสาธาราณู ประโภค การขนส่ง การเดินทาง การท่องเที่ยว และบริการด้วยความทันสมัย
8. พลังงานและการวิจัยวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีทันสมัย ในทุกด้านด้วยความคิดสร้างสรรค์ ประชาชนสามารถนำไปใช้ได้จริง
9. การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เป็นมิตรที่ดีน่าเชื่อถือเพื่อนบ้านไว้ใจ กำหนดนโยบายร่วมพัฒนาชายแดนร่วมกัน
10 . การจัดสรรทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ให้อยู่ร่วมกันได้ ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน ด้วยหลักสากลที่ทันสมัย
การปรองดอง
ก่อนที่จะมีการปรองดอง ต้องกำหนดคำนิยาม คำว่าปรองดองให้มีความหมายที่ตรงกันเสียก่อน ตรงกับเจตนารมณ์ของทุกฝ่ายหรือไม่
การ ปรองดองจะเกิดขึ้นได้จริงต้องไม่มีวาระซ้อนเร้น ต้องแสดงความจริงใจ ให้อภัย เสียสละ ของทุกฝ่าย เป็นการปรองดองเพื่อให้มีประชาธิปไตยที่แท้จริง เพื่อสันติภาพ คืนสันติสุขให้ประชาชนและประเทศชาติอย่างถาวร ปัจจุบันการเสนอการปรองดองของแต่ละฝ่ายมีผลประโยชน์ดังนี้
๑. ผลประโยชน์ทางการเมืองได้อยู่ในอำนาจยาวนาน และใช้อำนาจจัดการฝั่งตรงข้ามที่เป็นศัตรูทางการเมือง โดยการกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ล้มเจ้า ทำการไล่ล่า สังหาร จับกุม คุมขัง ขจัดเสี้ยนหนามโดยไร้เมตตาธรรมเพียงเพื่อต้องการชนะการเลือกตั้งทุกรูปแบบใน อนาคต
๒. ผลประโยชน์ในการโกงงบประมาณ การคอรัปชั่นการขายตำแหน่งทางราชการและแรกเปลี่ยนผลประโยชน์กับเอกชน
๓. ผลประโยชน์ของผู้เดินสายปรองดองมีวาระซ้อนเร้นต้องการเป็นนายกรัฐมนตรีคนกลางเพื่ออำนาจและผลประโยชน์
๔. แนวทางสุดท้ายที่ประชาชนไม่มีวันได้เห็นคือการปรองดองเพื่อสันติภาพเพื่อ ความสุขของประชาชนเพื่อความสงบของประเทศชาติและแผ่นดิน เพราะยังติดกับดักแห่งอำนาจ ความเหี้ยมโหด ความชั่วร้าย และผลประโยชน์อันมหาศาล ความเห็นแก่ตัวไม่คำนึงถึงพี่น้องประชาชนสังคมส่วนรวมของประเทศ
สรุป ปรอง (ปอง)คือ การปองร้ายหมายชีวิต และอิสระเสรีภาพของประชาชนที่มีความคิดต่างทางการเมือง ดอง คือการดอง อำนาจ ผลประโยชน์ ความชั่วร้าย ที่ดองไว้ให้อยู่ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้
นี้แหละการปรองดองเพื่อตัวเอง จบยาก
ประชาชนจะได้อะไรจากการปรองดอง
ประชาธิปไตย ที่แท้จริง ความเป็นธรรมที่เท่าเทียม สิทธิเสรีภาพที่เสมอภาค โอกาสการเข้าถึงเศรษฐกิจสังคม ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่แบ่งชั้นชน ประชาชนจะได้หรือไม่
๑. วีรชนที่เสียชีวิต ต่อสู้และพวกเขาสระชีพเพื่อแรกกับประชาธิปไตยที่สัมผัสได้ กินได้ มีสิทธิ เสรีภาพ มีโอกาสเท่าเทียมกัน มีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ไม่มีแบ่งชนชั้น ไม่มีสองมาตรฐาน เขาสู้จนตายเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ชัยชนะ
๒. อำนาจของประชาชนต้องคืนให้ประชาชนได้ใช้อำนาจผ่านตัวแทนที่เลือกเข้าไป บริหารประเทศ ประชาชนส่วนใหญ่ตัดสินใจไว้วางใจเลือกแล้วต้องให้ตัวแทนของคนส่วนใหญ่เหล่า นั้นได้บริหารบ้านเมือง
อย่าใช้องค์กรอิสระมาตัดสินยุบพรรคการเมือง ที่ประชาชนส่วนใหญ่ไว้วางใจ มันเป็นการทำลายจิตใจไม่เคารพการตัดสินใจของประชาชนหลายล้านคนทั่วประเทศที่ ได้ลงคะแนนเสียงเลือกพรรคนี้มา
เพราะเบื้องหลังขององค์กรอิสระเหล่า นี้มีคนบงการสั่งการอยู่ ทำให้ประชาชนมีความเชื่อว่ารู้เห็นเป็นใจต้องโดยสร้างหลักฐานพยานเท็จ พิพากษาตัดสินยุบพรรคการเมืองนี้ด้วยความรีบร้อนไม่มีความยุติธรรม ไม่มีหลักฐานที่เพียงพอ ไม่ฟังความจริงจากพยานคนอื่น ๆ เลย
และด้วย พฤติกรรชัดเจนอย่างนี้ ทำให้ประชาชนเข้าใจได้ว่าองค์กรอิสระเหล่านี้มีอำมาตย์อยู่เบื้องหลัง คอยบงการสั่งการกดปุ่มบังคับ เพียงเพื่อต้องการทำลายเครือข่ายของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ท.ต. ดร.ทักษิณ ชินวัตร เท่านั้น เมื่อไม่มีความยุติธรรมให้เราจำเป็นต้องตามหาต้องทวงถาม
เรา รออีกต่อไปไม่ได้แล้วเปรียบเทียบกับกรณีพรรคประชาธิปัตย์ หลักฐานเอกสารพยานบุคคลราบละเอียดแน่นหนา ข้อมูลความจริงที่สังคมรับรู้ทั้งหมด แต่การพิจารณาคดีเป็นไปอย่างเชื่องช้า และอาจจะพิพากษาไม่ยุบพรรค ถ้ายุบก็ไม่ตัดสิทธิ์ทางการเมืองของกรรมการบริหารพรรค
สองมาตรฐานอย่างนี้เราต้อง ถามคนที่เป็นผู้พิพากษาพิจารณาคดี ถามคนในครอบครัวของผู้พิพากษาเหล่านั้นน่าจะมีคำตอบให้เราได้
๓. อิสรภาพของแกนนำทุกคนที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ แกนนำที่หลบหนี้จากการไล่ล่า คดีความที่ถูกยัดเยียดกล่าวหา มวลชนคนเสื้อแดงจะได้สิ่งเหล่านี้หรือไม่
๔. การข่มขู่ คุกคาม ผู้สนับสนุนคนเสื้อแดงยังมีต่อไปหรือไม่
๕. การไล่ล่าการ์ดคนเสื้อแดงยังดำเนินการต่อไปหรือไม่
๖. การกล่าวหาใส่ร้ายยังคงทำต่อไปหรือไม่
๗. การสร้างหลักฐานพนายเท็จยังคงอยู่ต่อไปหรือไม่
๘. การสร้างสถานการณ์รัฐบาลยังทำต่อไปหรือไม่
๙. อำนาจของประชาชนจะคืนให้หรือไม่ เมื่อใด
๑๐. ความยุติธรรม จาก ตำรวจ ทหาร อัยการ ศาลมีหรือไม่
การปรองดองเพื่อสันติสุขของคนไทยทั้งแผ่นดิน
๑. ปล่อยตัวแกนนำคนเสื้อแดง และประชาชนทุกคน
๒. ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งสองฝ่าย
๓. ประกาศใช้รัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี ๒๕๕๐
๔. เยียวยาผู้เสียชีวิต ผู้พิการ ผู้บาดเจ็บสาหัสและบาดเจ็บทั่วไป
๕. การเจรจากับผู้เสียหายทุกคนโดยตรง
๖. สภาผู้แทนฯออก พ.ร.บ นิระโทษกรรมอย่างทั่วถึงครอบคลุม
๗. ยุบสภาจัดการเลือกตั้งใหม่
๘. เปลี่ยนระบบวิธีพิจารณาคดีรูปแบบใหม่ให้ความเป็นธรรม
*************
ยุทธศาสตร์ปฏิวัติประเทศไทยให้มีประชาธิปไตยที่แท้จริง ( วาระแห่งชาติ )อาวุธสำคัญที่ยิ่งใหญ่เพื่อชัยชนะคือ การให้อภัย"
รัฐต้องให้ในสิ่งที่ประชาชนต้องการ เพื่อคืนความสุขให้ประชาชน
• ให้มีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงโดยประชาชนเพื่อประชาชนมาจากประชาชนเป็นผู้กำหนด
• ให้สิทธิ หน้าที่ เสรีภาพ และมีศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกัน
• ให้ทุกสถาบันทุกคนอยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย
• ให้ขบวนการศาลมีความยุติธรรม มีมาตรฐานสากลไม่เลือกปฏิบัติ
• ให้แบ่งแยกอำนาจ นิติบัญญัติ บริหาร ตุลาการ อย่างชัดเจน
• ให้ความเมตตาประชาชนทุกคน โดยไม่คิดว่าคนที่คิดต่างเป็นศัตรู
• ให้ความเคารพในการตัดสินใจ และการแสดงออกของประชาชน
ยุทธวิธี และภารกิจ สิ่งที่นักการเมืองทุกคนต้องทำก่อนด้วยหน้าที่รับผิดชอบต่อบ้านเมือง
๑ สภาผู้แทนราษฎรและรัฐบาล ต้องปล่อยตัวให้อิสระภาพ แกนนำคนเสื้อแดงทุกคนที่ถูกจับกุมคุมขังอยู่ ณ ขณะนี้ทันที พร้อมดำเนินการดังต่อไปนี้
๑.๑ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการสลายการชุมนุม ต่อ รัฐบาล ศอฉ.กองทัพ ทหารตำรวจ และองค์กรที่เกี่ยวข้อง ในการสั่งสลายการชุมนุมด้วยการปิดล้อมเข้าปราบปรามอย่างรุนแรงใช้กำลังอาวุธยุทโธปกรณ์สงครามต่อประชาชนผู้ชุมนุม โดยกำหนดระยะเวลา ๖ เดือน ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการถือเป็นที่สุด และส่งเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพิจารณาดำเนินการโดยศาลประชาชนพิพากษา
๑.๒ ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขอเท็จจริงในการกระทำความผิดของแกนนำ น ป ช. และประชาชนคนเสื้อแดงตามที่รัฐบาลกล่าวหา ทุกข้อกล่าวหา กำหนดระยะเวลา ๖ เดือน ผลการตรวจสอบของคณะกรรมการ ถือเป็นที่สุด และนำส่งเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมพิจารณาดำเนินการโดยศาลประชาชนพิพากษาต่อไป
ใน ชั้นนี้นั้นถือว่าทั้งสองฝ่ายเป็นผู้ถูกกล่าวหาทั้งสิ้นยังไม่มีคำพิพากษา ย่อมถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ ดังนั้นจึงต้องปล่อยตัวให้อิสระภาพกับทุกคน
ต้นเหตุของปัญหาคือการเมืองแก้ด้วยการเมือง ไม่ใช่การยึดอำนาจ
๒. ออกกฎหมายนิรโทษกรรมให้กับทุกฝ่ายเพื่อทำให้บ้านเมืองเข้าสู่สภาวะปกติ โดยลดทิฐิของทุกฝ่าย ให้เห็นแก่ประชาชนประเทศชาติ
๑.๑ นิรโทษกรรมให้คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (ค ป ค.)ที่ทำการยึดอำนาจ เมื่อวันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ (ปฐมเหตุของหายนะประเทศไทย)
๑.๒ นิรโทษกรรมให้ พันตำรวจโท ดร.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และ ค.ร.ม. รวมทั้งข้าราชการ บุคคลอื่น ๆ ที่ถูกกล่าวหาจาก ค ป ค.
๑.๓ นิรโทษกรรมให้กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ในทุกข้อกล่าวหา ที่ได้กระทำไว้ในที่ต่าง ๆ
๑.๔ นิระโทษกรรมให้กลุ่มข้าราชการทหารตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของผู้บังคับบัญชาในการเข้าขอพื้นที่คืน และกระชับพื้นที่ จนทำให้เกิดความศูนย์เสียทั้งชีวิตและร่างกายต่อประชาชน
๑.๕ นิรโทษกรรมให้กับประชาชนคนเสื้อแดง และแกนนำ น.ป.ช. ทุกคนทุกจังหวัด ในทุกข้อกล่าวหา
๑.๖ นิระโทษกรรมให้รัฐบาล ศ อ ฉ. ผบ.เหล่าทัพ ผบ.ตำรวจ ที่ได้สั่งการขอคืนพื้นที่ กระชับพื้นที่ จนกระทั้งเกิดความศูนย์เสียทั้งชีวิต ร่างกายต่อประชาชนจำนวนมาก
๑.๗ รัฐบาลต้องชดเชยให้ญาติผู้เสียชีวิตศพละ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บ.
รัฐบาลต้องชดเชยผู้พิการจากเหตุการณ์ ๕,๐๐๐,๐๐๐บ.
รัฐบาลต้องชดเชยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ๕,๐๐๐,๐๐๐บ.
รัฐบาลต้องชดเชยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บถูกยิง ๑,๐๐๐,๐๐๐บ.
รัฐบาลต้องชดเชยผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั่วไป ๒๐๐,๐๐๐บ.
ผู้ศูนย์หายจากเหตุการณ์ที่ถือว่าเสียชีวิต ๑๐,๐๐๐,๐๐๐บ.
ทหารตำรวจที่ปฏิบัติหน้าที่เสียชีวิตได้รับ ๑๐,๐๐๐,๐๐๐บ.
ทหารตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสได้รับ ๕,๐๐๐,๐๐๐บ.
ทหารตำรวจที่พิการจากการปฏิบัติหน้าที่ได้ ๕,๐๐๐,๐๐๐บ.
(รวมทั้งการปฏิบัติหน้าที่ทั่วประเทศ)
๑.๘ กฎหมายนิระโทษกรรมนี้ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๑๙ กันยายน ๒๕๔๙ จนถึงวันที่ ๒๙ พฤษภาคม ๒๕๕๓
๑.๙ การนำสถาบันพระมหากษัตริย์มาเป็นเครื่องมือทำลายทางการเมือง ถือว่ามีความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
รัฐธรรมนูญของประชาชน ต้องคืนประชาชน
ประกาศ ยกเลิกการใช้รัฐธรรมนูญฉบับ(คมช) ปี ๒๕๕๐ แล้วนำรัฐธรรมนูญปี ๒๕๔๐ มาบังคับใช้เป็นการชั่วคราว จากนั้นทำการคัดเลือกบุคคลที่มีความรู้ความสามารถในทุกสาขาวิชาชีพเพื่อ แก้ไขหรือไม่แก้ไข รัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ โดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมทั้งทางตรงและทางอ้อมโดยใช้อำนาจของประชาชนผ่านทาง สภาผู้แทนราษฎร ( สภาที่มาจากการเลือกตั้ง ) หรือเรียกสมัชชาประชาชนแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี ๒๕๔๐ ฉบับประชาชน
ประชาชนใช้การเลือกตั้ง สู้อำนาจนิติบัญญัติ บริหาร และตุลาการ
• การดำเนินการเลือกตั้ง ต้องเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม ผลการเลือกตั้งต้องได้รับการรับรองจากองค์กรระหว่างประเทศที่เข้ามามีส่วน ร่วมสังเกตุการณ์ในการเลือกตั้งทั่วไป
• การจัดตั้งรัฐบาลต้องเป็นไปตามเจตนารมย์ของประชาชน
• การคัดค้านการเลือกตั้ง ในกรณีที่มีอำนาจเถื่อนของรัฐบาลเข้ามาแทรกแซงมีการโกงเลือกตั้งที่จะเกิด ขึ้นในทุกพื้นที่ โดยองค์กรอิสระเจ้าหน้าที่ราชการพนักงานของรัฐเข้ามามีส่วนร่วม ยอมเป็นกลไกลเครื่องมือของรัฐ ใช้อิทธิพล ข่มขู่ คุกคาม หัวคะแนนผู้สนับสนุนฝ่ายตรงข้าม โดยวิธีอื่นใด ประชาชนสามารถคัดค้านการเลือกตั้งได้
• การตั้งศาลเพื่อพิจารณาคดีเกี่ยวกับการกระทำความผิดในเลือกตั้ง
• การตั้งศาลประชาชนพิจารณาคดีการสังหารหมู่ประชาชนพลเมือง
รัฐบาลต้องไม่ใช้อำนาจสั่งการข้าราชการทหารตำรวจดังต่อไปนี้
• การสังหารแกนนำหัวคะแนน จะมีการดำเนินการอย่างรวดเร็วรุนแรงด้วยอำนาจพิเศษจากกลุ่มคนมีสี โดยคำสั่งของคนในรัฐบาล
• การสั่งการองค์กรภาครัฐ องค์กรอิสระ ราชการ ทหาร ตำรวจ ดำเนินการให้ใบเหลืองใบแดง การสร้างหลักฐานเท็จ การจ้างพยานให้การเท็จเพื่อดำเนินการยุบพรรคการเมือง
• การโยกย้ายข้าราชการในฤดูเลือกตั้ง มีผลต่อคะแนนเสียง
• การสั่งการนักวิชาการประดิษฐ์ถ้อยคำทำร้ายคนอื่น
• การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับมาเฟียยาเสพติด หวยเถื่อน ของเถื่อน
• การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์กับกลุ่มอิทธิพล การพนันผลคะแนน
วิธีที่จะจัดการองค์กรและบุคคล
• การจัดการองค์กรอิสระและสถาบันต่างๆ ด้วยวิธี สี่ ส.เสื่อม, เสีย, สาปแช่ง,สลายไม่จำเป็นต้องใช้กำลังอาวุธใดๆ ทั้งสิ้นให้ใช้ปากแทน
• การจัดตั้งองค์กรรักษาประชาธิปไตย ต่อสู้การรัฐประหาร ยึดอำนาจ
• การจัดตั้งองค์การพัฒนาประชาธิปไตย ทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอจังหวัด ทั่วประเทศ อย่างเป็นระบบ
• การเปิดโปงความชั่วร้ายในการสร้างวาทกรรมทางการเมืองเพื่อหลีกเลี่ยงกฎการ สลายมวลชนสากลจึงใช้วาทะฆาตกรรมประชาชน เช่น การขอคืนพื้นที่ กระชับวงล้อม และใส่ร้ายประชาชนว่าเป็นผู้ก่อการร้าย รวมทั้งล้มเจ้า
ประชาชนไม่เคยคิดติดอาวุธสู้กับรัฐบาล
ประชาชนจะสู้ด้วยปัญญาและความจริง
การจัดตั้งองค์การพิทักษ์ประชาธิปไตย
วัตถุประสงค์ เพื่อต่อต้านต่อสู้กับผู้นำเหล่าทัพที่ก่อการรัฐประหาร ยึดอำนาจรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนคนส่วนใหญ่ของประเทศต่อสู้กับ บุคคลที่แทรกแซงโดยใช้อำนาจนอกระบบ นอกรัฐธรรมนูญ
ยุทธวิธี
• จัดตั้งองค์กรพัฒนาประชาธิปไตย และรับสมัครสมาชิกให้มากที่สุด
• จัดตั้งแนวร่วมเสื้อแดงทุกหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ และจังหวัดอย่างเป็นระบบ เพื่อต่อต้านต่อสู้การรัฐประหารยึดอำนาจและดูแลการเลือกตั้ง
• จัดตั้งกองกำลังป้องกันประชาธิปไตยทั่วประเทศ โดยทหาร ตำรวจ
• จัดตั้งองค์กรระหว่างประเทศ และสร้างแนวร่วมระหว่างประเทศ
• จัดตั้งองค์กรดำเนินการด้านกฎหมายระหว่างประเทศให้ถึงที่สุด
• จัดตั้งองค์กรดำเนินการลงพื้นที่หาเสียงเตรียมการเลือกตั้ง
• จัดตั้งแกนหลักแกนรองเสื้อแดงในทุกหน่วยเลือกตั้งทุกหมู่บ้าน
• จัดตั้งองค์กรกลางนิสิตนักศึกษาประชาชนป้องกันการโกงเลือกตั้ง
• จัดตั้งองค์กรประชาชนป้องกันการซื้อสิทธิ์ขายเสียงทุกหมู่บ้าน
• จัดตั้งทีมปราศรัยรุ่นใหม่ดำเนินการทุกจังหวัดตามเป้าหมาย
• จัดตั้งทีมสื่อสารทุกรูปแบบ แอร์วอ สื่อต่างๆ สื่อบุคคล นิทรรศการ
• จัดตั้งองค์กรธุรกิจ หาทุนเพื่อการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย
ยุทธวิธีที่รัฐบาลใช้กับคนเสื้อแดง
• ปฏิบัติการล่าแกนนำทั่วประเทศไล่ล่า การ์ดของแกนนำคนเสื้อแดง
• ปฏิบัติการสร้างสถานการณ์ก่อวินาศกรรมสถานต่าง ๆ โดยทหาร
• ปฏิบัติการสองมาตรฐานโดยองค์กร ของรัฐตำรวจ ศาล องค์กรอิสระ
• ปฏิบัติการตัดท่อน้ำเลี้ยงข่มขู่ คุกคาม กลุ่มทุนที่สนับสนุนเสื้อแดง
• ปฏิบัติการบิดเบือนข้อเท็จจริงกล่าวหาประชาชนเป็นผู้ก่อการร้าย
• ปฏิบัติการระหว่างประเทศ บีบแกนนำไม่ให้ดำเนินการทางการเมือง
• ปฏิบัติการทำลายธุรกิจในเครือของแกนนำ
• ปฏิบัติการสร้างข่าวให้ประชาชนเกิดความเข้าใจผิดต่อสถาบัน ประหนึ่งว่าอยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ความวุ่นวายทั้งหมด
ยุทธวิธี ต่อสู้รัฐบาลและอำมาตย์
มาตรการ สี่ ส. ส. ส. ส. (ตัวทำลายตนเอง)
• เสื่อม เสีย สาปแช่ง สลาย
• กระจ่ายข่าวเปิดเผยความจริงการกระทำของคนภายในใกล้ชิดเครือข่ายอำมาตย์กำลังทำลายความน่าเชื่อถือของอำมาตย์ต่อสายตานานาประเทศ
• เปิดเผยรัฐบาลพยายามทำให้ประชาชนชาวโลกเข้าใจว่าผู้สั่งการสังหารหมู่ ประชาชนพลเรือนมีคนที่อยู่เบื้องหลังเป็น.........เปิดเผยไม่ได้คืออำมาตย์
• เปิดเผยข้อมูลเบื้องหลังขององค์กรอิสระที่มีผลประโยชน์ร่วมกันในการพิจารณาคดีที่เกิดขึ้นเป็น ๒ มาตรฐาน โดยมีผู้สั่งการเบื้องหลัง
• ประชาชนต้องกล้าประณาม รัฐบาล ค.ร.ม.สถาบันทหาร ตำรวจ ที่ใช้อาวุธสงครามในการปราบปรามเข่นฆ่าประชาชนมือเปล่า และต้องกดดันให้มากที่สุด ทำทุกอย่างเพื่อที่จะได้ความเป็นธรรม ทำไมต้องฆ่าประชาชน ใครคือตัวการสั่งฆ่าประชาชนตัวจริงต้องถูกเปิดเผยความจริงต้องออกมา แต่กลับมากล่าวหาประชาชนว่ายิงกันเองและกล่าวหาว่าเป็นผู้ก่อการร้าย ล้มเจ้า หลอกคนทั้งโลกไม่ได้ครับ
ผู้ร่วมมือสั่งการเข่นฆ่าประชาชน
บุคคลสำคัญที่อยู่ในอำนาจ รัฐ เครือข่ายอำมาตย์ ที่อยู่ข้างรัฐบาล
• พรรคประชาธิปัตย์
• พรรคร่วมรัฐบาล
• กระบวนการยุติธรรม อัยการ ศาล
• องค์กรอิสระ
• กองทัพทหาร
• ตำรวจ
• ราชการ
• พันธมิตร
• สื่อสารมวลชน
• กลุ่มทุนอำมาตย์
กลุ่มคนเหล่านี้มีไม่มากนักแ ละพวกเขากำลังจะได้รับผลกรรมที่ทำกับประชาชนในไม่ช้านี้
สัญลักษณ์ของอำนาจรัฐ และเครือข่ายอำมาตย์
• สถานที่ทำการรัฐบาล
• ผลประโยชน์ของกลุ่มทุนอำมาตย์
• สถานที่ราชการ กองทัพ กระทรวง ทบวง กรม
• กลุ่มบริษัท ธนาคาร
องค์อิสระต่าง ๆ ตัวบุคคลที่เป็นสัญลักษณ์
• ศาลรัฐธรรมนูญ
• ศาลผู้พิพากษา
• ศาลปกครอง
• ก ก ต
• ป ป ช.
• ศาลยุติธรรม
หน้าที่สำหรับแนวร่วมที่สามารถดำเนินการได้เลย
กดดันองค์กรอิสระต่าง ๆ
• กดดัน ก ก ต. เร่งดำเนินการฟ้องยุบพรรคประชาธิปัตย์
• กดดันศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาตัดสินคดีไม่มีสองมาตรฐาน
• ดำเนินการติดตามการพิจารณาคดียุบพรรมอย่างใกล้ชิด
• กดดันสำนักข่าวทุกสำนักให้เสนอข่าวข้อเท็จจริงเที่ยงตรงเป็นกลาง การประชาสัมพันธ์ทางสื่อทั้งไทยและสื่อเทศต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการวิจารณ์ประจานความไม่ยุติธรรมของศาลที่ยอมเป็นทาสของพวกอำมาตย์ รับใช้รัฐบาลทรราชพิฆาตประชาชน
การหาแนวร่วม
• ทหาร ตำรวจ เจ้าหน้าที่ปกครอง ( โดยการเสนอ ยศ ตำแหน่ง เงิน )
• ประชาชนคนเสื้อแดง ( พร้อมลุกขึ้นสู้ทุกจังหวัดเป็นกองกำลัง )
• องค์กรระหว่างประเทศที่เข้าร่วมช่วยเหลือ แลกเปลี่ยนผลประโยชน์การพัฒนาประเทศ ด้านเศรษฐกิจ ความสัมพันธ์ สังคม
จุดอ่อนเครือข่ายอำมาตย์
• กลัวตาย
• อับอาย เมื่อโดนแฉ
• เสื่อม จากพฤติกรรมที่เลวทราม ไม่เป็นกลาง อยู่เบื้องหลังรัฐประหาร
• เสีย เสียอำนาจ เสียศรัทธา เสียชื่อเสียง เสียผลประโยชน์ของตัวเอง
• สาปแช่ง จากประชาชนเพราะสมรู้ร่วมคิดสั่งฆ่าหมู่พลเรือน
• สลาย ล่มเครือข่ายอำมาตย์ ที่จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของแผ่นดิน
รัฐบาลและคนใกล้ชิดสถาบันกำลังทำให้สถาบันเสื่อมทำให้สถาบันกลัว
o กลัวประชาชนไม่จงรักภักดี ไม่เทิดทูนเคารพศรัทธา
o กลัวคนใกล้ชิดจะเปิดเผยให้โลกรู้ความจริงว่าใครเกี่ยวข้องการสั่งฆ่าประชาชน
o กลัวประชาชนโกรธแค้นสาปแช่ง
o กลัวการลอบสังหารจากพวกทหาร
o กลัวการซัดทอดจากคนในรัฐบาล
o กลัวการขึ้นศาลระหว่างประเทศ
o กลัวการถูกประหารชีวิต
o กลัวการล่มสลาย
สิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอนตราบที่ยังมีคนเสื้อแดงอยู่
สถานการณ์ปัจจุบัน
• รัฐใช้ศาล อัยการ ตำรวจ ทหาร จับแกนนำ คนเสื้อแดง ทั้งส่วนกลาง ภูมิภาค และการ์ด
• ข่มขู่ คุกคาม ไล่ล่า แกนนำ แนวร่วมเสื้อแดงรวมทั้งการ์ด
• สร้างความขัดแย้งในหมู่คนเสื้อแดง ทำลายกลุ่ม น ป ช.โดยใช้เงินซื้อตัว เอาสายลับเข้ามาแทรกแซง ใช้ศาล ตำรวจ ทหาร ดี เอสไอ ยัดเยียด ข้อหาผู้ก่อการร้าย ล้มเจ้า
• ใช้กลุ่ม พ ธ ม. และเสื้อหลากสีระดมประชาชนสร้างความขัดแย้งให้เกิดการปะทะกันกับกลุ่มคนเสื้อแดง
• ใช้นักคิดสร้างวาทะกรรมฆาตกร เช่นล้มเจ้า ขอคืนพื้นที่ กระชับวงล้อม เพื่อหลบเลี่ยงกฎการสลายประชาชนขององค์การสากล
• ใช้สื่อทุกชนิดบิดเบือนความจริง
จุดแข็งของอำมาตย์ใช้ 8 m. พิฆาตแดง
• Money อายัดบัญชีและกล่าวหาเป็นผู้สนับสนุนผู้ก่อการร้าย
o ใช้วิธีการพิฆาต ทำลายแหล่งที่เป็นเงินทุน สถานที่ตั้ง บริษัท ห้างร้าน ธนาคาร หรือ โรงงานอุตสาหกรรมที่เป็นกลุ่มทุ่นเสื้อแดง
• Man ใช้ทหารทั้งกองทัพ ตำรวจ ข้าราชการกระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ เอ็นจีโอ ทั้งใน และนอกประเทศ กลุ่มพันธมิตร เสื้อเหลือง เสื้อน้ำเงิน เสื้อหลากสี โดยเฉพาะแกนนำที่สำคัญสนธิ จำลอง สมศักดิ์ อื่น ๆ ออกข่าวเล่าความเท็จทำลายแกนนำคนเสื้อแดง
o ใช้วิธีการตัดไม้ค้ำยัน ไล่ล่าแกนนำ ฆ่าการ์ด คนเสื้อแดง
• Management รัฐบาลใช้อำนาจบริหารอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดผ่าน ศาล ทหาร ตำรวจ และองค์กรอิสระ
o ใช้วิธีการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์(หยวน ซื้อไข่) โดยตั้งศาลประชาชนพิพากษาผู้สั่ง ผู้ฆ่า ผู้ใช้จางวาน เข่นฆ่าหมู่ประชาชน
• Material อาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ระบบเทคโนโลยี
o จัดฉากสร้างสถานการณ์ด้วยเครื่องมือของกองทัพ แล้วโยนความผิดให้คนเสื้อแดง สร้างความหวาดกลัวให้กับคนเสื้อแดงทั้วไป เพราะรู้ว่ามีการจัดตั้งมวลชนอย่างเป็นระบบ และมีการสนับสนุนจากแนวร่วมทั้งใน และนอกประเทศ
• Media สื่อเกือบทั้งหมดเช่น 3 5 7 9 NBT ทีวีไทย เอเอสทีวี เนชั่น รวมทั้งสื่อสิงพิมพ์ต่าง ๆ
o เราต้องสร้างสื่อทุกชนิดสู้ทั้งสื่อสิ่งพิมพ์ โทรทัศน์ และสื่อsocial media
o การสร้างสื่อบุคคลแบบพูดปากต่อปาก
o การสร้างสื่อภาษากาย และสายตา ในเชิงสัญลักษณ์ เช่น มองด้วยสายตารังเกียจ ปฏิกิริยาตอบโต้ไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย
o การสร้าง แบนเนอร์ ใบปลิว
o การคิดคำโดนใจ เช่น
“คุณเห็นด้วยกับรัฐบาลฆ่าประชาชนหรือไม่
ถ้าไม่เห็นด้วยเลือกพรรคเพื่อไทย”
“คุณสนับสนุนคนเนรคุณให้เป็น ส.ส.
เลือกพรรคภูมิใจไทย” เป็นต้น
o จัดประกวดภาพถ่ายการฆาตกรรมหมู่ประชาชนพลเรือน
o จัดนิทรรศการ การเผยแพร่คลิปต่าง ๆ ให้ประชาชนทราบ
o จัดตั้งกองทัพสื่อ รวบรวมคลิปผ่าน เรดิโอเนต ทีวีเนต
o จัดตั้งสถานี เอ เอ็ม รัศมีกว้างไกลสำหรับคนรากหญ้า
o สร้างโฆษก ทุกรุ่น ทุกวัย ทุกภาษา ให้มากที่สุด
o ประกวดเรียงความเรื่อง ทำไมรัฐบาลสั่งทหารฆ่าประชาชน
o จัดทีมวิเคราะห์ใครอยู่เบื้องหลังการฆาตกรรมหมู่ประชาชน
o สื่อเพลงและมิวสิค วิดีโอ และภาพเหตุการณ์
o หาวิธีตอบโต้สื่อที่ไม่ป็นกลาง
• Method การวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน การจัดหน้าที่แบ่งงานอย่างเป็นระบบ
o ใช้ยุทธศาสตร์โฆษณาชวนเชื่อเกี่ยวกับการล้มเจ้า ทำอยู่ตลอดเวลา จนกระทั้งมีประชาชนเชื่อว่าจะมีการทำอย่างนั้นจริง ๆ ทั้งที่ความจริงนั้นเราต้องการให้ยุบสภาเท่านั้นเองการประท้วงยืดเยื้อ เข้าตีรวดเร็ว รุนแรงแตกหักฉับพลัน
o ใช้สิบสู้หนึ่งไม่ชนะไม่รบ เสียเปรียบเฝ้าดู ไม่มั่นใจไม่ลงมือ
• Marketing ใช้แบรนด์ของสถาบันที่ประชาชนเชื่อมั่นเคารพศรัทธามาเป็นเครื่องมือในการ โฆษณาชวนเชื่อ โดยกล่าวหา ใส่ร้ายป้ายสีว่าคนเสื้อแดงล้มเจ้า จนประชาชนหลงเชื่อคำโฆษณาเหล่านั้น ทั้งที่ไม่เป็นความจริงและไม่มีใครคิดที่จะล้มเจ้า คนที่ทำได้ทั้งฆ่า ทั้งทำลายล้วนแต่เป็นคนที่อยู่ใกล้ชิดเท่านั้น เพราะทุกเรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นคนอยู่ใกล้ชิดรู้ดีที่สุด เรื่องของสถาบันคนอยู่ไกลอย่างเราชาวเสื้อแดงไม่สามารถคิดล้มสถาบันได้เพราะ มีแต่คนที่จงรักภักดี มิบังอาจล้มเจ้า ฆ่าเจ้า ทำร้าย ทำลายเจ้าได้เลย การปล่อยข่าวต่างๆทำร้ายสถาบันให้เสื่อมเสียคนที่เอาเรื่องไม่ดีมาเล่าให้ ประชาชนฟัง รวมทั้ง วี ซี ดีต่าง ๆ คือคนวงในทั้งนั้น ใครกันแน่ที่จะล้มเจ้า คงทราบกันดีคนในสถาบันที่อยู่ใกล้ชิดนั้นแหละเป็นผู้ปล่อยข่าว เป็นตัวการจ้องล้มสถาบัน แต่กลับโยนให้คนเสื้อแดง ใช้การโฆษณาชวนเชื่อจนประชาชนเชื่อว่ามีความพยายามล้มเจ้าจริง จึงเป็นเหตุให้ทหารลงมือเข่นฆ่าประชาชน
Monitor วอร์รูมประเมินสถานการณ์ เพื่อทำสงครามกับประชาชน
o ตั้งกองบัญชาการในการวางแผน และประเมินสถานการณ์ทุกระยะของการเคลื่อนไหว
o จับตาติดตามความเคลื่อนไหวในกิจกรรมของแกนนำและมวลชนทุกระยะ
Mature การใช้มือสังหารอาชีพและมืออาชีพในการบริหารการรบ
o ใช้ทหาร ตำรวจ มีความเป็นมืออาชีพ มีโอกาสในอาชีพ
o การแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ ของผู้เข้าร่วมขบวนการ
o การใช้วาทะกรรมฆาตกรเช่นล้มเจ้าขอคืนพื้นที่กระชับวงล้อม
***********
อ่านเรื่องเกี่ยวเนื่อง:
-อริสมันต์เปิดใจให้สัมภาษณ์ เปิดเส้นทางหนียิ่งกว่าในหนัง ฝากถึงแม่ยกรัฐบาลหากหมายหัวเอาชีวิตกล้าขอก็กล้าให้
"นสพ.เทเลกราฟ"ของอังกฤษลงข่าว "นายกฯไทยถูกกล่าวหาว่าเป็นอาชญากรสงคราม"
ที่มา Thai E-News
นาย อภิสิทธิ์ เวชาชีวะ, ศิษย์เก่าอีตันและเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย, ถูกตั้งข้อหาว่าเป็นอาชญากรที่ก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติระหว่างปฏิบัติการ ทางทหารเพื่อจะสลายกลุ่มผู้ชุมนุมเมื่อต้นปีนี้ โดยข้อกล่าวหาดังกล่าวถูกนำส่งไปยังศาลอาชญากรรมโลก หรือ ไอซีซี เมื่อวันอังคารนี้
โดย Damien McElroy
ที่มา Telegraph.co.uk
แปลไทย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 ตุลาคม 2553

ผู้สนับสนุนทักษิณ ชินวัตร (อดีตนายกรัฐมนตรีผู้ซึ่งถูกขับออกจากตำแหน่งเมื่อปี 2006) ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯในความพยายามที่จะขับไล่รัฐบาลนาย อภิสิทธิ์ (รัฐบาลที่ถูกจัดตั้งขึ้นภายใต้อิทธิพลอย่างยิ่งยวดของกองทัพ และภายใต้แรงกดดันของกลุ่มนิยมเจ้าที่มีต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่ง) เพื่อให้มีการลาออก. ภายหลังหลายสัปดาห์แห่งความยุ่งเหยิง กองทัพได้เข้ามาเคลียร์ท้องถนนที่ผู้ประท้วงอยู่ บางส่วนของกรุงเทพฯถูกประกาศให้กลายเป็น "พื้นที่กระสุนจริง"
รายงาน ของฝ่ายค้านกล่าวว่า นักรณรงค์ได้จัดทำบันทึกเหตุการณ์การสังหารประชาชนจำนวนมากโดยนักแม่นปืนของ กองทัพ ในบรรดาเหยื่อจำนวนดังกล่าวนั้นได้รวมไปถึง พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือที่รู้จักในนาม เสธ.แดง, พยาบาลสามรายที่ทำงานในวัด และ นายฟาบริโอ โพลองกี้ ช่างภาพชาวอิตาลี
ภายใต้กฏของไอซีซี ศาลอาชญากรรม, หัวหน้าฝ่ายพิจารณารับเรื่องมีเวลา 8 สัปดาห์เพื่อตรวจสอบข้อกล่าวหาก่อนที่จะตัดสินว่าจะดำเนินเรื่องต่อไปหรือ ไม่ นอกจากนี้นายอภิสิทธิ์ยังกำลังเผชิญกับการตัดสินของศาลฯว่าพรรคประชาธิปัตย์ ของเขาจะถูกยุบหรือไม่ ซึ่งเป็นพัฒนาการที่อาจจะนำไปสู่การลาออกของเขา
***********
(คลิ้กคำว่าFullscreenเพื่อขยายใหญ่ อ่านง่ายขึ้น)
รายงานเบื้องต้นของการการะทำที่อาจถือว่าเป็นอาชญากรรมต่อมนุษยชาติในราชอาณาจักรไทย
ประมวลภาพการยื่นหนังสือต่อสหประชาชาติ กรณีรัฐบาลไทยละเมิดสิทธิมนุษยชน 26 ต.ค.
ที่มา Thai E-News
โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
26 ตุลาคม 2553
กิ๊บเก๋พาดูเสื้อแดงยื่นหนังสือหน้ายูเอ็น
แดงชูป้ายประท้วงหน้า UN
สไลด์ภาพประกอบเพลงโดย purksunand
วินาทีชุลมุน ลุงประธานโดนเหวี่ยงล้ม แล้วลุกขึ้นมา โดย go6
เผด็จการหลอนหนัก สั่งล็อคล่ามโซ่ประตูสหประชาชาติ โดย go6
ตัวแทนเสื้อแดง ให้สัมภาษณ์สื่อฯ ก่อนยื่นเลขาฯun โดย go6
Go6 รายงานหญิงลูกอ่อนโดนเจ้าหน้าที่ตบหน้า
รายงานจากเว็บไซต์ Go6 แจ้งว่ามีหญิงที่จูงลูกของตนโดนทำร้าย
ภาพชุดโดย JPLSOFT
ภาพชุดโดย เกลอแก้ว
ภาพชุดโดย camporn02
ภาพการสั่งการทำร้ายผู้ชุมนุม
คลิ้กที่นี่ เพื่อดูภาพทั้งหมด
คุณ chanpa สมาชิกเว็บบอร์ด Internet Fredom ได้รายงานดังนี้
"วิชัย สังคังไพ สั่งลูกน้องดันเสื้อแดงหญิงผู้สูงอายุถือป้ายล้มหัวฟาดพื้นกลางสะพานมัฆวาน หน้าUN ดันเสื้อแดงชายสูงอายุหน้าUNล้มกลางถนนอีกราย ตร.หนุ่มยศร้อยเอกมีท่าทีอาฆาตมาดร้ายกาจมาก ผู้หญิงเสื้อแดงอุ้มลูกโดนตร.ตบหน้าขณะถูกผลักดัน สงสัยวันนี้ วิชัย สังคังไพ ลืมกินยาหรือไม่ก้อลืมเขย่าขวด อีกอย่างเห็นเสื้อแดงมาน้อยรังแกประชาชนทำไมไม่พูดกันดีดีเหมือนตอนรำลึกราช ประสงค์และราชดำเนินวะ วิชัย สังคังไพ บ้าอำนาจ ! จำไว้."
Tuesday, October 26, 2010
ความไร้กึ๋นของผู้บริหารกรมการค้าต่างประเทศ
ที่มา มติชน นายมนตรี จุ้ยม่วงศรี ผู้สื่อข่าวสายเศรษฐกิจของหนังสือพิมพ์"มติเชน"รายวัน ทำหนังสือถึงนายมนัส สร้อยพลอย อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ใช้สิทธิตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540 ขอข้อมูลข่าวสาร 5 รายการเรื่องการประมูลมันเส้นในสต็อกของรัฐบาล แต่เมื่อได้อ่านหนังสือตอบปฏิเสธการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของกรมการค้าต่างประเทศแล้ว หัวร่อมิออก ร่ำไห้มิได้จริงๆเพราะ เนื้อหาของหนังสือฉบับดังกล่าวสะท้อนถึงไร้กึ๋นของฝ่ายกฎหมายและผู้บริหาร กรมการค้าต่างประเทศที่ชักแม้น้ำทั้งห้ามาเพื่อปกปิดข้อมูลข่าวสารอย่างสุด ฤทธิ์สุดเดช หนังสือของกรมการค้าต่างประเทศลงวันที่ 14 ตุลาคม 2553 แบ่งออกเป็น 2ข้อซึ่ง"สายสะพาย"ขอชำแหละคำตอบให้เห็นอย่างชัดเจนถึงความ"มั่ว"ในการหยิบยกทั้งข้อกฎหมายและข้อเท็จจริงมาอ้างในหนังสือฉบับนี้ ดังนั้นข้ออ้างของกรมการค้าต่างประเทศว่า การดำเนินการยังไม่แล้วเสร็จจึงไม่เป็นความจริง เมื่อการดำเนินการแล้วเสร็จ ข้ออ้างว่า การเปิดเผยข้อมูลจะกระทบต่อการปฏิบัติงานของกรมการค้าต่างประเทศจึงฟังไม่ขึ้น
โดย สายสะพาย
ข้อแรก หนังสือของกรมการค้าต่างประเทศอ้างว่า หนังสือขอข้อมูลของท่าน(นายมนตรี จุ้ยม่วงศรี )มีความไม่ชัดเจนพอที่จะเข้าใจได้ว่า นายมนตรีประสงค์ที่จะขอข้อมูลในฐานะส่วนตัวหรือในฐานะของหนังสือพิมพ์มติชน เพราะแม้ว่านายมนตรีนจะเป็นผู้ลงนามในหนังสือฉบับที่อ้างถึง แต่ตอนท้ายของหนังสือกลับปรากฏชื่อและที่อยู่ของบริษัท มติชน จำกัด (มหาชน) ผู้เป็นเจ้าของหนังสือพิมพ์มติชน และมีหมายเลขโทรศัพท์ของกองบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์มติชนปรากฏอยู่ด้วยเช่นกัน ซึ่ง หากนาย มนตรีประสงค์จะขอข้อมูลในนามของหนังสือพิมพ์มติชน หนังสือขอข้อมูลฉบับนี้จะต้องลงนามโดยบรรณาธิการ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา หนังสือพิมพ์มติชนหรือเจ้าของหนังสือพิมพ์มติชน จึงจะชอบด้วย พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ. 2484
สายสะพาย: ตาม พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารฯ บัญญัติถึง ผู้ที่มีสิทธิในการขอข้อมูลข่าวสารฯจากหน่วยงานของรัฐไว้ใน มาตรา 9 วรรคสามว่า "บุคคลไม่ว่า จะมีส่วนได้ส่วนเสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดู ขอสำเนา....ของข้อมูลข่าวสารตามวรรคหนึ่งได้"ซึ่งคำว่า บุคคลในที่นี้ย่อมหมายถึง"บุคคลธรรมดา" หรือ"นิติบุคคล"ก็ได้ (ขอเพียงให้มีสัญญชาติไทย-ดูมาตรา9วรรคสี่ที่กำหนดสิทธิเรื่องบุคคลต่างด้าวไว้เป็นการเฉพาะ)
ดังนั้น เมื่อนายมนตรี เป็นบุคคลสัญชาติไทย ไม่ว่าจะขอในนาม"บุคคล"หรือ"นิติบุคคล" ย่อมมีสิทธิทำได้ตามกฎหมาย ไม่ใช่เหตุที่กรมการค้าต่างประเทศนำมาอ้างในการปฏิเสธการไม่เปิดเผยข้อมูลข่าวสารต่อนายมนตรี
นอก จากนั้น หนังสือกรมการค้าต่างประเทศยังอ้างว่า "หากท่านประสงค์จะขอข้อมูลในนามของหนังสือพิมพ์มติชน ...จะต้องลงนามโดยบรรณาธิการ ผู้พิมพ์ ผู้โฆษณา หนังสือพิมพ์มติชนหรือเจ้าของหนังสือพิมพ์มติชน จึงจะชอบด้วย พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ. 2484"
จากคำตอบดังกล่าวเห็นชัดว่า สมควรที่จะยุบสำนักกฎหมายทิ้ง เพราะ พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ.2484 ถูกยกเลิกไปนานถึง3 ปีแล้วโดย มาตรา 3 แห่งพ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ พ.ศ.2550
คำตอบดังกล่าว ยังแสดงให้เห็นความล้าหลังของบุคคลากรในสำนักกฎหมายที่หลับหูหลับตาตอบเพื่อปัดสวะให้พ้นตัวโดยไม่มีการค้นคว้าถึงพัฒนาการทางด้านกฎหมายใหม่ๆ แล้วจะไปสู้กับต่างประเทศที่มีการพัฒนาด้านกฎหมายอย่างรวดเร็วได้อย่างไร
ข้อสอง สำหรับข้อมูลที่ท่าน(นายมนตรี จุ้ยม่วงศรี )มีความประสงค์ให้กรมการค้าต่างประเทศเปิดเผยให้แก่ท่าน จำนวน 5 รายการนั้น เป็นข้อมูลที่กรมการค้าต่างประเทศยังจำเป็นต้องใช้ในการดำเนินการประมูล ซึ่งยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และประกอบกับข้อมูลส่วนนี้เป็นเอกสารลับของทางราชการ หากอนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนนี้ได้จะกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ตาม กฎหมายของกรมการค้าต่างประเทศในการระบายมันเส้นและแป้งมันตามนโยบายของ รัฐบาล
ข้อมูลข่าวสารส่วนนี้จึงเป็นข้อมูลข่าวสารที่เปิดเผยไป แล้วจะก่อให้ เกิดความเสียหายต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ จึงไม่สามารถเปิดเผยได้ตามมาตรา 15 วรรคหนึ่ง (1) พ.ร.บ.ข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2540
สายสะพาย: เมื่อพิจารณาดุจากข้อมูลข่าวสารที่นายมนตรีขอแล้วมีลักษณะคล้ายกันคือ การดำเนินการประมูลมันเส้นเสร็จสิ้นเป็นที่ยุติแล้ว เช่น รายละเอียดผลการประมูลมันเส้นในโกดัง จ.กำแพงเพชร จำนวน 7.4 หมื่นตัน ที่ ครม.มีมติเห็นชอบไปเมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2553 อาทิ มีเอกชนกี่รายที่เข้าร่วมการประมูลและราคาที่แต่ละรายเสนออยูที่เท่าไหร่
ข้อมูล ข่าวสารดังกล่าว จึงไม่เข้าเงื่อนไขที่จะอ้างไม่ยอมเปิดเผยตามมาตรา 15(1)ว่า การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารแล้วจะกระทบต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจได้
นอก จากนั้นจากข้อเท็จจริงที่สื่อมวลชนเปิดโปงนั้นยังพบว่า บริษัทที่ชนะการประมูลเป็นบริษัทในเครือข่ายของที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการ กระทรวงพาณิชย์ซึ่งเป็น"เจ้านาย"ของนายมนัส สร้อยพลอยอีกด้วย
แต่ การเปิดเผยข้อมูลจะเป็นการตรวจสอบมิให้กรมการค้าต่าง ประเทศ"หมกเม็ด"และอ้างเอกสารลับของทางการราชการเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจ สอบอย่างที่กระทำเป็นอาจิณ
ไม่ใส่ใจ
ที่มา ข่าวสด
เหล็กใน
ไม่รู้ว่าจะดีใจ หรือน้ำตาไหลดี!??
เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ประกาศตั้งคณะทำงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยใช้ทำเนียบรัฐบาลเป็นศูนย์บัญชาการ!??
ที่เกิดสับสนในความรู้สึกเพราะศูนย์แห่งนี้ เพิ่งตั้งขึ้นมาหลังเกิดเหตุน้ำท่วมมานานนับสัปดาห์แล้ว
ทั้งๆที่ภัยน้ำท่วมเกิดในช่วงนี้เป็นประจำทุกปี และก่อนที่น้ำจะทะลักทะล้นท่วมกันทั่วบ้านทั่วเมือง มีประกาศเตือนล่วงหน้าตั้งแต่ฝนถล่มในภาคเหนือแล้ว
เรียกว่ามีเวลา 2-3 สัปดาห์ในการรับมือ
แต่ให้ตายเถอะโรบิ้น ให้ดิ้นเถอะโรเบิร์ต
ผู้เกี่ยวข้องยังกล้าปล่อยให้น้ำท่วมทะลักทะล้นทั้งภาคอีสานยันภาคกลาง และเข้าสู่กรุงเทพฯเรียบร้อย
จริงๆ แล้วศูนย์นี้ควรจะตั้งขึ้นตั้งแต่ก่อนน้ำเหนือไหลบ่าลงมาภาคกลาง-อีสานด้วยซ้ำ
งบฉุกเฉินของรัฐบาลที่มีอยู่ในมือต้องผ่องถ่ายไปยังหน่วยงานหรือจังหวัดตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว
แต่ทุกอย่างสงบเงียบอย่างยิ่ง!??
จริงๆ แล้วปัญหาน้ำท่วมเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นซ้ำซากทุกปี หน่วยงานของรัฐบาลอย่างสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (สทอภ.) มีภาพถ่ายดาวเทียมเปรียบเทียบสภาพน้ำท่วมย้อนหลังได้หลายปี
ภาพจากดาวเทียมฟ้องชัดเจนว่าในทุกๆ ปี น้ำก็มาตามเส้นทางเดิม และท่วมจุดเดิมๆ
อยู่ที่ว่าปีไหนมาก ปีไหนน้อยเท่านั้น
รัฐบาลมีเครื่องมือและบทเรียนในอดีตที่ทำให้รู้ล่วงหน้า แต่กลับไม่ป้องกันอย่างทันท่วงที
แม้ไม่ง่ายที่จะป้องกันแต่เชื่อว่าหากเตรียมการดีกว่านี้ ประชาชนคงไม่เดือดร้อนเท่านี้
หรือการเตรียมตั้งศูนย์ประสานงานตั้งแต่เนิ่นๆ จัดเตรียมงบฯไว้ล่วงหน้า เพราะรู้อยู่แล้วว่าน้ำจะท่วมจุดใดบ้าง
แต่ก็เปล่าเลย ปล่อยให้ชาวบ้านเผชิญชะตากรรมตามลำพัง
แม้ขนาดเกิดเรื่องขึ้นแล้วยังขยับตัวอุ้ยอ้ายอย่างยิ่ง
โดยเฉพาะที่จ.นครราชสีมา ปล่อยให้ท่วมอยู่นานหลายวันแม้กระทั่งร.พ.มหาราช ซึ่งเป็นร.พ.ขนาดใหญ่ ก็ดูเหมือนให้เป็นไปตามยถากรรม
ร้อนถึงพระเนตรพระกรรณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทั้งที่ทรงพักรักษาพระวรกาย ต้องมีพระราชดำริให้เร่งช่วยเหลือ
เมื่อนั้นแหละร.พ.มหาราช จึงกลายเป็นพื้นที่ปลอดน้ำท่วมในเวลาแค่วันเดียว!!!
นี่ก็แสดงว่าหากจะช่วยจริงๆ ก็ทำได้ แต่ไม่ได้ทำ หรือไม่ใส่ใจจะทำ
อย่าให้คนเขานินทาพูดกันได้ว่า ที่เป็นอย่างนี้เพราะภาคเหนือ-อีสาน และภาคกลาง
ไม่ใช่พื้นที่ฐานเสียงของประชาธิปัตย์!??



