ที่มา ประชาไท นายกรัฐมนตรี โต้พรรคเพื่อไทย การันตี ไม่ย้าย "ธาริต"พ้นเก้าอี้อธิบดีดีเอสไอ ลั่นขออย่าหวั่นไหว ด้านดีเอสไอเตรียมออกหมายจับ 11 แกนนำแดงพรุ่งนี้ 15 ธ.ค. 53 - เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์รายงาน ว่าเมื่อเวลา 11.30 น.ที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทยระบุว่าขณะนี้มีนายทหารระดับสูงและคนระดับผู้นำรัฐบาลบางคน ไม่พอใจผลการสอบสวนของดีเอสไอคดีการสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงและได้ เสนอให้ย้ายนายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)ออกจากตำแหน่งว่า นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ปฏิเสธไปแล้วยังไม่มีประเด็นอะไร นายธาริตยังทำงานดี ตนไม่ทราบว่าเข้านี้ออกมาจากไหนอย่างไร ส่วนที่ผ่านมา พอใจการทำงานของนายธาริต หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าาว่า นายธาริตรับภาระหนักและข้อจำกัดหลักของเขาเรื่องกำลังพลซึ่งคณะ รัฐมนตรี(ครม.)ก็เพิ่งอนุมัติไปล่าช้าพอสมควร ตนเคยสอบถามถึงข้อจำกัดต่างๆจะเป็นปัญหาค่อนข้างมาก แต่ตอนนี้คงจะทำให้งานเดินได้เร็วขึ้น เมื่อถามว่า นายพร้อมพงศ์ เป็นผู้ออกมาให้ข่าวว่ามีบิ๊กทหารและรัฐบาลไม่พอใจผลสอบคดียิงคนเสื้อแดงใน วัดปทุมวนารามฯ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มีหรอก เรามีแต่บอกว่าการดำเนินการทุกอย่างให้ดำเนินการตรงไปตรงมาเป็นไปตามกฎหมาย เมื่อดีเอสไอ บอกว่าหลายกรณีอาจมีเจ้าหน้าที่เข้าไปเกี่ยวข้องก็ดำเนินการตามกระบวนการ เข้าสู่การไต่สวนของศาล ซึ่งเป็นแนวทางที่รัฐบาลบอกแต่ต้นว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ส่วนที่มีการระบุว่า เกิดความไม่พอใจเพราะข้อมูลรั่วออกมาจากดีเอสไอ จะมีการตรวจสอบหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ไม่มี คือจริงๆแล้วปัญหาการเก็บความลับการรักษาเอกสารต่างๆหรือการไปให้ข้อมูลผิดๆ มันเป็นปัญหาในระบบของเรามาเรื้อรังแล้ว และไม่ได้มีการเจาะจงว่ามันมาจากหน่วยงานนี้หรือหน่วยงานไหน ที่ผ่านมาสำคัญคือเราสามารถชี้แจงข้อเท็จจริงได้มากกว่า ขณะที่ต่อไปนี้ จะให้ความมั่นใจกับนายธาริตได้หรือไม่ว่าให้ทำงานตรงไปตรงมา นายอภิสิทธิ์ กล่าาว่า "ได้ครับ ผมยืนยันเมื่อพบท่านทุกครั้งก็บอกว่าขอให้เดินตามสิ่งที่ควรจะเดิน ไม่ต้องหวั่นไหว ผมยืนยัน และรองนายกฯสุเทพและรัฐบาลยืนยันว่าให้ปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด" ดีเอสไอเตรียมออกหมายจับ 11 แกนนำแดงพรุ่งนี้ ด้านเว็บไซต์โพสต์ทูเดย์รายงานว่า นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยว่า วันพรุ่งนี้ (16 ธ.ค.) มอบหมายให้ พ.ต.ท.ถวัล มั่งคั่งพนักงานสอบสวนคดีก่อการร้าย ไปยื่นต่อศาลอาญา เพื่อขอหมายจับผู้ต้องหาคดีก่อการร้าย 11 คน ที่เคยมีหมายจับในความผิดตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่เนื่องจาก พ.ร.ก.ดังกล่าว จะยกเลิกในอีกไม่กี่วัน อาจเป็นช่องว่างให้ผู้ต้องหา 11 คนไม่มีหมายจับ จึงให้ดำเนินการขอหมายจับในข้อหาก่อการร้าย สำหรับ 11 คน อยู่ในกลุ่มแกนนำเสื้อแดงสายฮาร์ดคอร์ และเป็นกลุ่มที่อยู่ระหว่างการหลบหนี เช่น นายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ นายอดิศร เพียงเกษ และนายพายัพ ปั้นเกตุ ซึ่งมีบางส่วน อัยการสั่งฟ้องคดีข้อหาก่อการร้ายแล้ว นายกรัฐมนตรี การันตีไม่ย้าย"ธาริต" (ไทยรัฐออนไลน์, 15-12-2553) ดีเอสไอเตรียมออกหมายจับ11แกนนำแดงพรุ่งนี้ (เว็บไซต์โพสต์ทูเดย์, 15-12-2553)
ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก:
http://www.thairath.co.th/content/pol/134371
http://bit.ly/g8kVnn
เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ
Thursday, December 16, 2010
"มาร์ค" ยันไม่ย้าย "ธาริต" ดีเอสไอเตรียมออกหมายจับ 11 แกนนำเสื้อแดง
ผู้ต้องขังเสื้อแดงเครียดแก้ผ้าในเรือนจำ
ที่มา ประชาไท ทีมทนาย ศปช.ยื่นอุทธรณ์คำสั่งไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องขังเสื้อแดง มุกดาหารแล้ว ด้านผู้ต้องขังมีอาการทางประสาทเพิ่มอีกราย เรือนจำเตรียมส่งเข้าจิตเวช อีกรายคลุ้มคลั่งแก้ผ้าเดินรอบเรือนจำ 13 ธันวาคม 2553 ทีมทนายศูนย์ข้อมูลประชาชนจากเหตุการณ์สลายการชุมนุม เมษายน – พฤษภาคม 53 หรือ ทีมทนาย ศปช. ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งของศาลชั้นต้นฉบับลงวันที่ 3 ธันวาคม 2553 ที่ไม่อนุญาตให้ปล่อยตัวชั่วคราวผู้ต้องขังคดีเผาศาลากลางมุกดาหารที่ยังถูก ควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำทั้ง 18 ราย โดยเห็นว่าคดีนี้มีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวชั่วคราวเกรงจำเลยจะหลบหนี (ดูข่าวที่เกี่ยวข้อง) ทั้งนี้ ในการยื่นอุทธรณ์ได้ระบุเหตุผลว่า ศาลมิอาจใช้ดุลพินิจโดยอาศัยอัตราโทษสูง และพฤติการณ์แห่งคดี( ตามที่โจทก์ฟ้อง) มาสันฐานว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิดตามฟ้องได้ เพราะหากเป็นเช่นนั้นก็เท่ากับว่าคดีที่มีอัตราโทษสูง ก็จะไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย และกลายเป็นบรรทัดฐานว่า คดีที่อัตราโทษสูงให้สันฐานว่าจำเลยเป็นผู้กระทำความผิด อันเป็นการวินิจฉัยที่กลับหลักการแห่งกฎหมาย อันเป็นการไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญอีกด้วย นอกจากนี้ ทนายยังได้ให้เหตุผลว่า จำเลยทั้ง 18 คนมีภาระที่ต้องรับผิดชอบครอบครัว และมีบางคนมีอาการเจ็บป่วย ซึ่งโดยความเห็นของแพทย์นั้นต้องได้รับการรักษาอย่างใกล้ชิด และไม่สะดวกหากยังคงควบคุมตัวไว้ในเรือนจำ อีกทั้งคดีนี้มีจำเลยอื่นได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวไปแล้วถึง 2 คน และมิได้หลบหนีแต่อย่างใด ทนายอานนท์ นำภา เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เป็นการต่อสู้ตามขั้นตอนของกฎหมาย เมื่อศาลชั้นต้นยกคำร้องด้วยเหตุผลว่าคดีมีอัตราโทษสูง หากปล่อยตัวชั่วคราวเกรงจำเลยจะหลบหนี เราเห็นว่าเหตุผลดังกล่าวไม่ชอบด้วยหลักกฎหมายและรัฐธรรมนูญก็ยื่นอุทธรณ์ ไป จากนี้ก็ต้องรอการวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ คงต้องใช้เวลาอีกซัก 3-4 วัน ส่วนญาติก็สู้ไปตามช่องทางทางสังคม วันก่อนเขาก็ไปยื่นหนังสือกับกรรมการสิทธิ หวังว่าที่สุดแล้วจำเลยจะได้รับการประกันตัว พร้อมกันนี้ ทีมทนายยังได้ทำหนังสือถึงผู้บัญชาการเรือนจำ เพื่อขอให้ส่งตัวผู้ต้องขังที่มีอาการป่วยไปทำการรักษา ซึ่งได้แก่ นายทองมาก คนยืน (กระดูกสันหลังทับเส้นประสาท) นายทองดี ชาธิพา (ประสาท) นายแก่น หนองพุดสา(ประสาท) และนายประครอง ทองน้อย (มีเนื้องอก) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อ 15 ธ.ค. ญาติที่เข้าไปเยี่ยมผู้ต้องหาคดีเผาศาลากลางมุกดาหาร ได้รับแจ้งจากผู้ต้องหาว่าเวลาประมาณเที่ยงนายแก่น หนองพุดสาได้เกิดอาการคลุ้มคลั่ง และแก้ผ้าเดินรอบเรือนจำ ผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยังนางอารมณ์ ภรรยา ได้เปิดเผยว่าช่วงสัปดาห์นี้ที่เธอไปเยี่ยม สามีพูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง ด่าไปหัวเราะไป เธอเองก็กลุ้มใจไม่รู้จะทำอย่างไรดี แต่เมื่อสอบถามไปยังนายสำราญ เมืองโคตร พยาบาลวิชาชีพที่ดูแลผู้ต้องหาในเรือนจำอยู่ นายสำราญให้ความเห็นว่าอาการของนายแก่น ยังไม่จำเป็นต้องเข้ารับการรักษา เพียงแต่กินยาระงับประสาทก็พอแล้ว แต่มีผู้ต้องหาอีก 1 รายที่ต้องเข้ารับการรักษาจากจิตแพทย์ในวันพรุ่งนี้(16 ธ.ค.) คือนายณัฐพล พันธุ์คูณ ทั้งนี้เนื่องจากนายณัฐพลมีอาการทางประสาท เครียดจัด และอาจมีการเตรียมการทำร้ายตัวเอง
'วิกิลีกส์' เปิดข้อมูลเบื้องหลังรัฐประหารไทย-ผู้ก่อตั้งเว็บได้ประกัน
ที่มา ประชาไท 14 ธ.ค.53 เว็บไซต์การ์เดียนรายงานในเซ็คชั่น 'You ask, we search' ซึ่งเปิดให้ผู้อ่านสอบถามประเด็นที่สงสัยและจะมีการค้นหาคำตอบจากวิกิลีกส์ (wikileaks) เว็บไซต์จอมแฉชื่อดัง โดยมีตอนหนึ่งระบุถึงเหตุการณ์รัฐประหารในประเทศไทยเมื่อปี 2549 โดยอ้างอิงถึงเอกสารจากสถานทูตสหรัฐที่ระบุเอาไว้ว่า นายสมัคร สุนทรเวช อดีตนายกรัฐมนตรี ได้กล่าวว่าบุคคลระดับสูงของไทยมีความเกี่ยวข้องกับการรัฐประหารที่เกิดขึ้น รวมทั้งยังเกี่ยวพันกับความวุ่นวายอย่างต่อเนื่องโดยผู้ชุมนุมกลุ่มพันธมิตร ประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ซึ่งนำไปสู่การล้มรัฐบาลหลายชุดที่มีความเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ตั้งแต่ปี 2549 เป็นต้นมา นอกจากนี้การ์เดียนยังเปิดเผยเอกสารเกี่ยวกับการรัฐประหารอีก 2 ฉบับ ซึ่งเป็นการพูดคุยส่วนตัวของนายราล์ฟ บอยซ์ อดีตเอกอัครราชทูตสหรัฐ กับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน หัวหน้าคณะรัฐประหาร ในวันที่ 20 กันยายน 2549 และการสื่อสารระหว่างนายอีริค จีจอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐคนปัจจุบันกับแหล่งข่าวในพระราชสำนักด้วย ส่วนความคืบหน้าการจับกุมตัว จูเลียน อัสซานจ์ ผู้ก่อตั้งเว็บไซต์วิกิลีกส์นั้น เขาได้รับอนุญาตให้ประกันตัวจากศาลในกรุงลอนดอนของอังกฤษด้วยวงเงิน 240,000 ปอนด์หรือกว่า 11 ล้าน 3 แสนบาทในวันเดียวกัน (14 ธ.ค.) แต่อัยการสวีเดนได้ยื่นอุทธรณ์เพื่อคัดค้านการให้ประกันตัวในอีก 2 ชั่วโมงถัดมา เพราะต้องการให้อังกฤษส่งตัวเขาในฐานะผู้ร้ายข้ามแดนเพื่อนำตัวไปสอบสวนคดี ลวนลามและข่มขืนหญิงชาวสวีเดน การยื่นอุทธรณ์ของอัยการสวีเดนส่งผลให้การพิจารณาอนุญาตประกันตัวถูกส่งต่อ ไปยังศาลสูงของอังกฤษ และศาลสูงจะตัดสินภายใน 48 ชั่วโมง ทำให้ระหว่างนี้อัสซานจ์จะต้องถูกควบคุมตัวที่เรือนจำวอนด์สเวิร์ธในกรุง ลอนดอนต่อไป นอกจากนี้มีคนดังที่สนับสนุนอัสซานจ์เข้าร่วมฟังในห้องพิจารณาคดีด้วย ขณะที่ไมเคิล มัวร์ผู้กำกับชื่อดังของสหรัฐ เสนอวางเงินประกันตัวให้เขา และผู้สนับสนุนอีกราว 20 คนที่รออยู่ด้านนอกศาล ส่งเสียงเชียร์เก้อหลังจากทราบในภายหลังว่าอัสซานจ์ยังออกจากเรือนจำไม่ได้ ทั้งนี้ เขาถูกจับกุมตัวตั้งแต่วันที่ 7 ธ.ค.ที่ผ่านมาโดยยอมเข้ามอบตัวโดยความสมัครใจหลังสวีเดนได้ออกหมายจับเพื่อ ขอให้ส่งตัวผู้ร้ายข้ามแดน และศาลจะจัดไต่สวนคดีส่งผู้ร้ายข้ามแดนในวันที่ 11 มกราคม อัสซานจ์ส่งแถลงการณ์ออกมาจากเรือนจำ ถึงสถานีโทรทัศน์ออสเตรเลีย โจมตีบริษัทวีซ่ามาสเตอร์การ์ด และเพย์แพล ที่สกัดไม่ให้ผู้สนับสนุนบริจาคเงินเข้าบัญชีของวิกิลีกส์ โดยบอกว่าเพิ่งรู้ว่าบริษัทเหล่านี้เป็นเครื่องมือของนโยบายต่างประเทศสหรัฐ และเรียกร้องให้โลกช่วยกันปกป้องงานและคนของเขาจากการกระทำที่ผิดกฏหมายและ ผิดศีลธรรมเหล่านี้ รวมทั้งยืนยันว่าจะเปิดเผยเอกสารลับต่อไป อย่างไรก็ตาม ผู้ใช้อินเทอร์เน็ตทั่วโลกเกือบ 600,000 คน ได้ร่วมลงชื่อสนับสนุนอัสซานจ์ผ่านเว็บไซต์ 'Avaaz' รณรงค์ให้สหรัฐอเมริกาและชาติอื่นๆ ยุติเล่นงานวิกิลีกส์และหุ้นส่วนในทันที และให้เคารพกฎหมายด้านเสรีภาพและการแสดงออก รวมถึงเสรีภาพของสื่อมวลชน
ชำนาญ จันทร์เรือง: นักโทษทางความคิด
ที่มา Thai E-News
ที่มา กรุงเทพธุรกิจ
15 ธันวาคม 2553
ไม่ น่าเชื่อว่ามนุษย์ที่ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐจะเข่นฆ่าทำร้ายและคุมขัง มนุษย์ด้วยกันแต่ว่ามีความคิดเห็นแตกต่างจากตัวเองและไม่มีความเศร้าใจใดๆ ที่จะเทียบเท่ากับการได้เห็นภาพหรือทราบข่าวของการจับกุมคุมขังผู้ที่มีความ คิดเห็นแตกต่างจากผู้ครองอำนาจรัฐไม่ว่าจะเกิดขึ้นในผืนแผ่นดินใดในโลกนี้ ซึ่งเราเรียกเขาเหล่านี้ว่านักโทษทางความคิดหรือ Prisoner of Conscience
คำ ว่านักโทษทางความคิดนั้นในคู่มือสมาชิกของแอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ประเทศไทย(Amnesty International Thailand)ได้ให้ความหมายไว้ว่า คือ บุคคลที่ถูกคุมขัง หรืออาจกล่าวได้ว่าถูกกักขังทางร่างกายเนื่องจากความคิดเห็นทางการเมือง เพราะศาสนา หรือความเชื่ออย่างแท้จริงของเขา เพราะเผ่าพันธุ์ เพศ สีผิว ภาษา ถิ่นกำเนิดหรือสังคม สถานภาพทางเศรษฐกิจ การเกิด แนวโน้มทางเพศ หรือสถานภาพอื่นๆ ทั้งนี้ โดยที่เขาไม่ได้ใช้ความรุนแรงหรือสนับสนุนให้ใช้ความรุนแรง หรือความเกลียดชัง
ไม่มีใครรู้ถึงจำนวนที่แน่นอนของนักโทษทางความคิด ที่ถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำทั่วโลก พวกเขาถูกจับกุมโดยรัฐบาลหรือกลุ่มการเมืองติดอาวุธ บางคนเป็นผู้มีชื่อเสียงและเป็นที่รู้จักแก่สาธารณชน หลายคนเป็นศิลปิน นักกฎหมาย นักการเมือง หรือนักต่อสู้ของสหภาพแรงงาน โดยเขาเหล่านั้นได้ท้าทายความคิดเห็นของรัฐ อย่างไรก็ตามปรากฏว่านักโทษทางความคิดส่วนใหญ่กลับเป็นชายและหญิงธรรมดาๆ แม้กระทั่งเด็กๆจากผู้คนทุกชนชั้นโดยถูกคุมขังเพียงเพราะสิ่งที่พวกเขา เป็น(เช่น เป็นเหลือง หรือเป็นแดง เป็นต้น) มากกว่ากิจกรรมทางการเมืองของพวกเขา
นักโทษทางความคิดบางคนได้กระทำ การต่อต้านระบบทั้งหมดของรัฐ ในขณะที่บางคนได้ดำเนินการภายใต้กรอบกฎหมายของระบบการเมืองภายในประเทศ แต่พวกเขาก็ยังคงถูกจับกุมอยู่ดี ประชาชนธรรมดาอย่างเราๆท่านๆอาจกลายเป็นนักโทษทางความคิดได้ เนื่องจากเหตุผลหลายประการที่อาจถูกหยิบยกขึ้นมาได้ ทั้งๆที่มนุษย์ทุกคนไม่ว่าจะมีความเชื่อใดควรได้รับสิทธิมนุษยชนโดยปราศจาก การเลือกปฏิบัติเพราะเป็นหลักการพื้นฐานที่สำคัญที่สุดที่ปรากฏอยู่ในมาตรา 2 แห่งปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนที่ระบุว่า ”โดยปราศจากความแตกต่างไม่ว่าในรูปแบบใด เช่น เชื้อชาติ สีผิว เพศ ภาษา ศาสนา การเมืองหรือความคิดเห็นอื่น สัญชาติหรือกำนิดทางสังคม ทรัพย์สิน การเกิดหรือสถานภาพอื่น”
ตัวอย่างของการกล่าวอ้างเพื่อเป็นเหตุผลที่จะจับกุมคุมขังนักโทษทางความคิดที่พบเห็นอยู่เสมอ เช่น
- การเข้าร่วมในกิจกรรมทางการเมืองที่ปราศจากความรุนแรง เช่น กิจกรรมวันอาทิตย์สีแดง หรือการชุมนุมคัดค้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพันธมิตรฯ เป็นต้น
- การเป็นชนกลุ่มน้อยที่ต่อสู้เพื่อการปกครองตนเอง
- การยืนยันที่จะปฏิบัติพิธีการทางศาสนาที่รัฐไม่ให้ความเห็นชอบ
- การมีส่วนร่วมในกิจกรรมของสหภาพแรงงาน เช่น การนัดหยุดงาน หรือการเดินขบวนประท้วงของคนงาน เป็นต้น
- การตั้งข้อหาว่าพวกเขาก่ออาชญากรรม ทั้งๆที่เป็นเพียงการวิจารณ์ทางการหรือเป็นการชุมนุมทางการเมืองเท่านั้น เช่น การตั้งข้อหาก่อการร้าย หรือการป้ายสีว่าอยู่ในขบวนการล้มเจ้าทั้งๆที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอ แต่ก็แจ้งความดำเนินคดีไว้ก่อนเพื่อกลั่นแกล้งกัน เป็นต้น
- การเขียนบทความในหน้าหนังสือพิมพ์ที่กระตุ้นให้ผู้คนตระหนักในเรื่องของการ ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นในประเทศของตน ก็อาจถูกกล่าวหาว่าเป็นแนวร่วมของผู้ก่อการร้ายแยกดินแดนได้ เป็นต้น
- การปฏิเสธการเข้ารับราชการทหาร สืบเนื่องมาจากความคิดเห็นของตนที่เป็นการปฏิเสธอย่างจริงใจ ( Conscientious Objection)
- การต่อต้านการใช้ภาษาราชการของประเทศ เช่น ในประเทศที่มีภาษาหลักอยู่หลากหลาย หรืออาจจะด้วยเพราะเหตุผลทางการเมือง เช่น อินเดีย แคนาดา ฯลฯ จนต้องมีภาษาราชการมากกว่า 1 ภาษา เนื่องจากเขาบังเอิญอยู่ในหมู่บ้านหรือชุมชนแห่งหนึ่งซึ่งผู้คนส่วนใหญ่มี ความคิดเห็นไม่ตรงกับเจ้าหน้าที่ของรัฐ เช่น หมู่บ้านในเขตสีแดงหรือสีชมพูในอดีต หรือ หมู่บ้านในในเขตภาคเหนือหรือภาคอีสานในปัจจุบัน เป็นต้น
- เนื่องจากคนในครอบครัวเป็นศัตรูของรัฐอย่างเปิดเผยเปรียบดังกรณีหมาป่ากับลูกแกะ เป็นต้น
- การอยู่ในสถานที่ที่ถูกจำกัดทางเพศเพราะเหตุเป็นสตรีเพศ เช่น ในอัฟกานิสถานภายใต้ระบอบการปกครองของตาลีบัน
- เนื่องจากอัตตลักษณ์ทางเพศที่แท้จริงหรือที่แสดงออกหรือการข้องแวะในความ สัมพันธ์หรือกิจกรรมของเพศเดียวกัน เช่น กรณีผู้นำฝ่ายค้านของมาเลเซีย เป็นต้น
ตัวอย่างของนักโทษทางความคิดที่มีชื่อเสียงที่เรารู้จักกัน ดีก็คือ อองซาน ซู จี ของพม่าที่เพิ่งถูกปล่อยตัวจากการกักขังไว้ในบ้านของตนเอง(House Arrested) หรือกรณีของนาย Idriss Boufayed นักต่อสู้เพื่อสิทธิมนุษยชนชาวลิเบียซึ่งถูกจับกุมภายหลังเขากลับจากการลี้ ภัยในสวิตเซอร์แลนด์ไปลิเบียในเดือน ก.ย.2549 ทั้งๆที่เขาได้รับหนังสือเดินทางและคำยืนยันจากสถานทูตลิเบียประจำกรุงเบิร์ นว่าเขาจะไม่ได้รับอันตรายใดๆในการกลับเข้าประเทศ แต่ปรากฏว่าเขากลับถูกจับในวันที่ 5 พ.ย. 2549 และ ถูกขังเดี่ยวจนกระทั่งได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 29 ธ.ค.2549 แต่ต่อมาเขาก็ยังถูกจับกุมอยู่ดีในเดือน ก.พ.2550 ขณะที่กำลังวางแผนการชุมนุมอย่างสงบในเมืองเดียวกัน
จากตัวอย่าง ทั้งหมดที่ได้ที่ได้กล่าวมานี้ ผมเห็นว่านักโทษทางความคิดทุกคนควรได้รับการปล่อยตัวโดยทันทีและโดยปราศจาก เงื่อนไข เพราะภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ รัฐบาลต่างๆไม่มีสิทธิที่จะกักขังบุคคลเหล่านั้น พวกเขาถูกปล้นอิสรภาพเพราะความเชื่อของตน หรือเพราะอัตตลักษณ์ความเป็นตัวตน มิใช่การเป็นผู้ร้ายโดยกมลสันดาน
เรามารณรงค์ให้ปล่อยตัวนักโทษทางความคิดกันเถอะครับ
Wednesday, December 15, 2010
"แม้ว"โฟนอินปลุก-ปลอบใจ ส.ส.พท.วอนสามัคคีอย่าตีจาก ยาหอมเลือกตั้งทั่วไปชนะแน่
ที่มา มติชน
ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 16.00 น. วันที่ 14 ธันวาคม ในการประชุม ส.ส.พรรคเพื่อไทย(พท.)พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โฟนอินมายังที่ประชุมเป็นเวลานานกว่า 30 นาที เนื้อหาเป็นการปลุกใจและปลอบใจ ส.ส.ว่าไม่ต้องวิตกกังวลกับการที่พรรคเพื่อไทยพ่ายแพ้ให้กับพรรคภูมิใจไทยใน ภาคอีสาน บอกเป็นการแพ้เพื่อชนะ ในช่วงปีใหม่จะมีข่าวดีนำไปสู่การจัดการเลือกตั้งทั่วไปและแจ้งนโยบายใหม่ เพื่อให้พรรคเพื่อไทยนำไปเปิดตัวเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้ง
"อย่าไปตกใจ ผมขอให้กำลังใจ เพราะการเลือกตั้งซ่อมดังกล่าวไม่ได้เป็นตัวชี้วัดอะไร อย่างไรก็ตาม จากการประเมินผลการเลือกตั้งมีปัจจัยหลายอย่างที่ทำให้พรรคแพ้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้อำนาจรัฐ การใช้บุคลากรของพรรคที่ยังไม่ถูกจุด โดยเฉพาะการส่งตัวผู้สมัครใน จ.สุรินทร์ ที่พรรคตัดสินใจส่งนางปทิดา ตันติรัตนานนท์ แทน จ.ส.ต.ประสิทธิ์ ไชยศรีษะ แกนนำคนเสื้อแดง จ.สุรินทร์ ทำให้คนเสื้อแดง จ.สุรินทร์ไม่พอใจและไม่ลงคะแนนให้กับนางปทิดา กลายเป็นเหตุให้คะแนนของเพื่อไทยพลิกไป ถ้ามองในแง่ดีผลการเลือกตั้งจะทำให้นายกฯยุบสภาเร็วขึ้น " พ.ต.ท.ทักษิณกล่าว
พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ขอให้สมาชิกพรรคเพื่อไทยสามัคคีอย่าจากกันไปไหน เลือกตั้งครั้งหน้าเราชนะแน่นอน แต่ตนพอใจเพราะไม่ได้ใช้ปัจจัยอะไรเลย การส่งผู้สมัครเป็นการเช็คกระแสอย่างเดียว กระแสของตนก็ยังดีอยู่ แต่ทำนายได้ว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเพื่อไทยจะถูกกลั่นแกล้งทางการ เมืองอย่างแน่นอน ขอกำชับว่าห้ามใช้เงินซื้อเสียงโดยเด็ดขาด
ตีแสกหน้า
ที่มา ข่าวสด
คอลัมน์ เหล็กใน
สมิงสามผลัด
การละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ยังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสายตาชาวโลก
โดยเฉพาะการสลายม็อบแดง 91 ศพ
ที่ผ่านมารัฐบาลนายอภิสิทธิ์ไม่เคยชี้แจงให้เป็นรูปธรรมเลย
บอกแค่ว่าเป็นฝีมือผู้ก่อการร้ายชุดดำ?
การเสียชีวิตของนักข่าวญี่ปุ่น ช่างภาพอิตาลี ก็ยังปล่อยให้อึมครึมอยู่ต่อไป
การสังหารหมู่ 6 ศพวัดปทุมวนารามก็อืดอาดยืดยาด
พอ อดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร เตรียมจะไปให้ข้อมูลต่อคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงและความร่วมมือในยุโรป (ซีเอสซีอี) ที่สหรัฐถึงปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทยช่วงสลายม็อบเดือนเม.ย.-พ.ค.
ก็โดนพรรคประชาธิปัตย์ตั้งแต่หัวขบวนยันปลายแถวออกมาแดกดันถากถาง
ยกคดีทุจริตซื้อที่ดินรัชดาฯ ขึ้นมาขย่มพ.ต.ท.ทักษิณ
ต้องถามว่าคดีทุจริตที่ดินก็เป็นเรื่องที่รัฐบาลต้องตามจับ พ.ต.ท.ทักษิณมาลงโทษให้ได้
แต่มันไม่เกี่ยวกับการเปิดโปงการละเมิดสิทธิ์ในเมืองไทยเลย!
นายสุเทพ เทือกสุบรรณ บอกว่าพ.ต.ท.ทักษิณยิ่งดิ้นก็ยิ่งเจ็บ
พูดทำนองว่าการออกมาเคลื่อนไหวในเวทีโลกของ พ.ต.ท.ทักษิณ ยิ่งทำให้หนีไม่พ้นความผิดคดีฆ่าตัดตอนยาเสพติด 2 พันศพในเมืองไทย
อ้าว! แล้วมันเกี่ยวอะไรกับการเปิดโปงการละเมิดสิทธิ์ในเมืองไทย
รัฐบาลหรือพรรคประชาธิปัตย์ต้องแยกแยะกันให้ออก
กรณีที่พ.ต.ท.ทักษิณหลบหนีคดีความ กับการละเมิดสิทธิ์ปราบปรามคนเสื้อแดง
มันคนละเรื่องกันเลย!!
ความจริงก็คือมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนจริง
มีประชาชนโดนฆ่า 91 ศพจริง
ล่าสุดรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ก็โดนตีแสกหน้าอีกรอบ
คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งเอเชีย เผยแพร่รายงานประจำปีระบุชัดมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนในไทยหลังการปฏิวัติ 19 กันยายน 49
การสลายม็อบแดงที่สะพานผ่านฟ้าฯ-ราชประสงค์ เป็น การจงใจสังหารคนเสื้อแดงที่ออกมาประท้วง
ใช้อาวุธสงครามร้ายแรงและสไนเปอร์
เพราะเห็นว่าคนเสื้อแดงเป็นภัยคุกคามต่อความคงอยู่ของรัฐบาล
ทั้งที่ไม่มีหลักฐานอะไรทั้งสิ้นที่บ่งบอกว่าเป็นภัยต่อประเทศชาติ
นอกจากนี้ยังเปิดโปงการทรมานนักโทษเสื้อแดงต่างๆ นานา
ข่มขู่คุกคามนักเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลไม่หยุดหย่อน
เปิดโปงความ 2 มาตรฐาน จับกุมแม่ค้าขายรองเท้าแตะรูปหน้ามาร์ค
ทั้งที่ก่อนหน้านี้ม็อบอีกสีก็เคยขายรองเท้าแตะรูปหน้าแม้ว แต่ไม่มีความผิด
ทั้งหมดนี้เป็นความจริงที่มีการตีแผ่ไปทั้งโลก
แต่รัฐบาลนายอภิสิทธิ์ก็ยังทำเป็นทองไม่รู้ร้อน
มองว่าการละเมิดสิทธิมนุษยชนเป็นเรื่องไร้สาระ!?
ฝ่าด่าน"ชั่วโฉด โหดสิบทิศ"มาได้ แดงเชียงใหม่ก็ประกาศก้องได้สำเร็จว่า..(ชมภาพ)
ที่มา thaifreenews
โดย namome
"กูไม่กลัวมรึง!!!!"
หน่วย จรยุทธ์ ของแดงเชียงใหม่ ทะลุทะลวงนำข่าวสารสู่พี่น้องที่อยู่ห่างไกล นอกจากต้องต่อสู้กับความหนาวเย็นของดินฟ้าอากาศแล้ว ยังต้องต่อสู้กับอิทธิพลมืดนานาในประเทศที่ห่างไกลความศิวิไลซ์อย่างยิ่ง
คน บ่ ฮู้ฟ้า
แดงเชียงใหม่ จัดเวทีสัญจรพบพี่น้องเสื้อแดงบ้านปง ต.บ้านปง อ.หางดง เจียงใหม่
แกนนำในพื้นที่โดนขัดขวางหนัก ไม่อนุญาตให้ใช้สถานที่ ทั้งลานข้างที่ทำการ อบต.
ทั้งสนามกีฬา เนื่องจากมีการสั่งห้ามอนุญาตมาจากอำเภอ ...
จนเวลา 4 โมงเย็นแล้วยังหาจุดตั้งเวทีไม่ได้ แดงเชียงใหม่ ขี่รถตระเวณไปเจอ
ลานหน้าวัด ที่อยู่ไกลเข้าไปในหมู่บ้าน เลยไปขอใช้พื้นที่จากหลวงพี่เจ้าอาวาส
ท่านก็บอก เอาเลยตามสบายเลยโยม ไฟฟ้าก็หาต่อเอาไปใช้ได้เลย
แดงเชียงใหม่ เลยได้ลานหน้าวัดทำกิจกรรมในคืนนี้
แต่อุปสรรคก็ยังตามรังควาน ทั้งนายก อบต. ทั้ง ผกก.ตามมาถามหาใบขออนุญาต
ใช้สถานที่ และใบขอใช้เครื่องเสียง ก็ทีเราขอแล้วพวกท่านไม่อนุญาต มาพึ่งพระ
พวกท่านก็จะเอาใบขออนุญาตอีก นายกบอกไม่มีอำนาจโยนเรื่อง ตร. ผกก.บอก
ตร. ก็ไม่มีอำนาจโยนเรื่อง ปกครองอำเภอ ปรากฎว่า จนท. โยนกันมั่ว
สุดท้าย แดงเชียงใหม่เสียค่าปรับใช้เสียงไม่มีใบอนุญาต ส่งตัวแทนไปทั้งคืน
ไม่เป็นไรครับ เรื่องเสียค่าปรับ เราแดงเชียงใหม่จ่ายมาจนชินแล้ว

เจ้าของประเทศตัวจริงกำลังสนอกสนใจ ฟังข้อมูลข่าวสารจาก









หน่วย กล้าตาย ลืมกาย ลืมใจ นึกได้อย่างเดียวว่า "ต้องเอาความยุติธรรม และเสรีภาพของเรากลับคืนมาให้พี่น้องประชาชนคนไทย" ลุยไม่ถอย ด้วย "ขีปนาวุธ คือ ความจริง"



รูปภาพของ Prakan Luxthaidang - 12-12- 2010แดงบ้านปง
โดย ลูกชาวนาไทย
กฎหมาย การใช้เครื่องขยายเสียง เอามาลงให้ดู เพื่อเป็นแนวทาง เข้าใจว่าลานวัดไม่ต้องขออนุญาต และอยู่นอกเขตเทศบาลด้วย เมื่อเขาเล่นกฎหมายก็ต้องเอากฎหมายมาสู้ครับ
************************
พระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493
-
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว...อดุลยเดช
รังสิต กรมขุนชัยนาทนเรนทร
ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
ให้ไว้ ณ วันที่ 30 มกราคม พ.ศ. 2493
เป็นปีที่ 5 ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่เป็นการสมควรควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงให้เป็นระเบียบเรียบร้อยและเหมาะสม และให้ใช้ภาษาไทยในการโฆษณา
พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้
------------------------------------------------------------------------------------
มาตรา 1 พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียง พ.ศ. 2493”
มาตรา 2 [1] พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรีตั้งแต่วันถัด จากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป ส่วนที่จะใช้ที่อื่นเมื่อใดให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา
มาตรา 3 ในพระราชบัญญัตินี้ คำว่า “โฆษณา” หมายความว่าการบอกกล่าว แจ้งความ ชี้แจง แนะนำ หรือแสดงความคิดเห็น แก่ประชาชน
มาตรา 4 ผู้ที่จะทำการโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงด้วยกำลังไฟฟ้า จะต้องขอรับอนุญาตต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก่อน เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงทำการโฆษณาได้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ออกใบ อนุญาตให้แก่ผู้ขอรับอนุญาต และให้มีอำนาจกำหนดเงื่อนไขลงในใบอนุญาตว่าด้วยเวลา สถานที่ และเครื่องอุปกรณ์ขยายเสียงและผู้รับอนุญาตต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด นั้น
มาตรา 5 ใบอนุญาตที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ออกให้แก่ผู้ทำการโฆษณาตามความในพระราช บัญญัตินี้ ให้คุ้มครองถึงผู้ใช้เสียงและผู้ควบคุมเครื่องขยายเสียงในการโฆษณา และบุคคลเช่นว่านี้ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดในใบอนุญาตด้วย
มาตรา 6 พนักงานเจ้าหน้าที่หรือพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตามประมวล กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มีอำนาจสั่งผู้ใช้เสียงหรือผู้ควบคุมเครื่องขยายเสียงให้ลดเสียงลงได้ เมื่อปรากฏว่าเสียงที่โฆษณานั้นก่อความรำคาญแก่ประชาชน
ถ้าการโฆษณากระทำ ผิดเงื่อนไขในใบอนุญาต หรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานที่สั่งตามความในวรรคก่อน ให้เจ้าพนักงานดังกล่าวมีอำนาจสั่งให้หยุดโฆษณาได้
มาตรา 7 การโฆษณาโดยใช้เครื่องขยายเสียงจะต้องโฆษณาเป็นภาษาไทย
คำว่า “ภาษาไทย” นั้น ให้หมายความรวมถึงภาษาพื้นเมืองบางแห่งในประเทศไทยด้วย
มาตรา 8 พระราชบัญญัตินี้ ไม่ใช้บังคับแก่การโฆษณา
1. คำสอนในทางศาสนา
2. ของหน่วยราชการของรัฐ
3. หาเสียงเพื่อประโยชน์แก่การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทน สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล ซึ่งโฆษณาเป็นภาษาไทย
4. กิจการของสมาชิกวุฒิสภา สมาชิกสภาผู้แทน สมาชิกสภาจังหวัด หรือสมาชิกสภาเทศบาล ซึ่งโฆษณาด้วยตนเองเป็นภาษาไทย
5. กิจการเกี่ยวกับการมหรสพ เฉพาะในโรงมหรสพ และในระหว่างเวลาที่แสดงมหรสพ
6. กิจการของนิติบุคคลที่มีวัตถุประสงค์เพื่อการอันเป็นสาธารณะกุศล ซึ่งนิติบุคคลนั้นโฆษณาเป็นภาษาไทย
มาตรา 9 ผู้ใดฝ่าฝืนมาตรา 4 มาตรา 5 หรือคำสั่งของเจ้าพนักงานที่สั่งตามความในมาตรา 6 มีความผิดต้องระวางโทษปรับไม่เกินสองร้อยบาท และให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจสั่งเพิกถอนใบอนุญาตได้ด้วย
ผู้ใดฝ่าฝืน มาตรา 7 มีความผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งเดือน หรือปรับไม่เกินห้าร้อยบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งเพิกถอนใบอนุญาตเสียด้วย
มาตรา 10 ให้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัติ นี้ และให้มีอำนาจแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และออกกฎกระทรวง
1. กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการอนุญาตซึ่งต้องไม่เกินฉบับละ 100 บาท
2. กำหนดกิจการอื่น ๆ เพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 15/12/53
ที่มา thaifreenews
โดย blablabla
ชีวิตช่าง มืดมน ระคนทุกข์
เพราะเป็นยุค เข่นฆ่า ประชาราษฎร์
ความคั่งแค้น โสมม สมอุบาทว์
ขยะแขยง แฝงขยาด อนาถนัก....
แผลใจ ปวดรวดร้าว ทนหนาวเหน็บ
ดั่งตอกเล็บ เจ็บแสน ยิ่งแค้นหนัก
โดนพลัดพราก น้อง-พี่ สุดที่รัก
เกินห้ามหัก คิดไป ใจระทม....
แผลกาย เจ็บทั่วร่าง ไม่ว่างเว้น
ทั้งเฆี่ยนเข่น เตะต่อย คอยผสม
ทุกคืนวัน เหน็บหนาว ร้าวระบม
แดนโสมม สมชื่อ คือเมืองไทย....
คนไม่ผิด ก็ยัดเยียด ให้เคียดแค้น
มันฝังแน่น เกินคน จะทนไหว
ส่วนคนผิด กลับเชิดชู เพราะรู้ใจ
ขีดเส้นไว้ แบ่งแยก จำแนกคน....
แม้เจ็บใจ เจ็บกาย อีกหลายแผล
ยังแน่วแน่ ต่อสู้ ให้รู้ผล
ขอให้เพื่อน ทั้งหมด จงอดทน
ความขมขื่น ให้ผ่านพ้น ทุกคนเลย....
ขอคารวะในความเสียสละทุกท่านครับ
blablabla32@hotmail.co.th
http://www.facebook.com/profile.php?id=100001177832717
วันพุธที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2553
ที่มา มติชน เมื่อ วิกิลีกส์เริ่มเปิดเผยข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ข้อมูลทั้งหมดถูกจัดเก็บโดยผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของสวีเดน "บาห์นฮอฟ"
ที่มา thaifreenews
โดย ลูกชาวนาไทย
เมื่อ พวกเราเริ่มแล้ว ก็ช่วยกันตีปี๊ปเรื่องนี้ให้ดังกันหน่อย ผมว่านี่เป็นวิธีการต่อสู้แบบอหิงสา และพวกเราคนเสื้อแดงก็ไม่ต้องเจ็บตัว ไม่ต้องลงแรงกันมาก แต่ให้ผมสัมฤิทธิ์สูง และหากทำได้พร้อมกันทั่วประเทศ ผมว่าต้นปีหน้าต้องมีอะไรเปลี่ยนแปลงมากมาย และปีหน้าพวกเราจะกลับมาคึกคักกันอีก
เป็นปีแห่งเสื้อแดงอีกปีหนึ่ง เหมือนปีนี้ ที่พวกเราคึกคักกันเรื่องการชุมนุมให้ได้ล้านคน ที่ราชดำเนิน และราชประสงค์ แต่ก็จบลงด้วย "เลือด"
หากเราเลือกให้ปี 2554 เป็นปีแห่งการ "คว่ำบาตร" Boycott สินค้าที่สนุบสนุนอำมาตย์ ผมว่าจะสร้างแรงกดดันมหาศาลได้มากกว่า หรืออย่างน้อยก็เท่ากับปีนี้ เป็นการโจมตีในจุดที่พวกเขาตอบโต้ไม่ได้
กองทัพของประยุทธ์ก็หมดความหมายใน "ยุทธภูมิการบอยคอต"
ลุยแคมเปญ บอยคอตให้เต็มที่
"วิกิลีกส์" : ห้องแห่งความลับของโลก
ที่มา มติชน

เมื่อ วิกิลีกส์เริ่มเปิดเผยข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ข้อมูลทั้งหมดถูกจัดเก็บโดยผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตของสวีเดน "บาห์นฮอฟ" ซึ่งมีที่ตั้งของศูนย์คอมพิวเตอร์อยู่ที่ "ไพโอเนน ไวท์ เมาต์เทน" ซึ่งเป็นภูเขาหินแกรนิตในเขตสวนสาธารณะ Vita Berg ใจกลางกรุงสต็อคโฮล์ม ประเทศสวีเดน ซึ่งเคยใช้เป็นที่หน่วยป้องกันภัยพลเรือนใช้เป็นสถานที่หลบภัยระเบิด นิวเคลียร์ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มาก่อน
บริเวณทางเข้าศูนย์คอมพิวเตอร์ "ไพโอเนน ไวท์ เมาต์เทน" ซึ่งตั้งอยู่ใต้พื้นดิน 30 เมตร
สถาปัตยกรรมภายในถ้ำถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยสถาปนิกได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ชุด "เจมส์ บอนด์ 007" ในช่วงยุค 1960
เครื่องยนต์เรือดำน้ำของเยอรมันรุ่นเก่า ถูกนำมาดัดแปลงเครื่องสำรองพลังงานฉุกเฉิน

เหนือห้องเก็บเสิร์ฟเวอร์ ถูกสร้างเป็นห้องประชุมขนาดเล็ก ล้อมรอบด้วยกระจกใสทั้งหมด

เพื่อลดความ "แข็งกระด้าง" ของถ้ำและสถาปัตยกรรมแบบใหม่ จึงมีการประดับตกแต่งด้วยต้นไม้ น้ำตกจำลอง และตู้ปลา

วิ กิลีกส์ถือสิทธิในการจดทะเบียน "ที่อยู่เว็บไซต์" ในหลายประเทศ และนับตั้งแต่ที่ทางการสวีเดนมีนโยบายที่ไม่อนุญาตให้บุคคลภายนอกเข้าถึง แหล่งที่มาของข้อมูลต่างๆ สวีเดนจึงเป็นประเทศที่เหมาะสมต่อการใช้เก็บและรวบรวมเอกสารและข้อมูลลับ เป็นอย่างยิ่ง
บรรยากาศด้านนอกของ "วิกิลีกส์"


สภาพแวดล้อมในการทำงานทั่วไปให้ความรู้สึกเหมือนทำงานท่ามกลางป่าเขาและสายหมอก


