WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Thursday, January 6, 2011

คนไทยหัวใจรักชาติพอใจเห็นหมุด-เตรียมกลับ “ป๋าเปรม” ห่วง 7 คนไทยถูกจับ

ที่มา ประชาไท


เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. วันที่ 5 มกราคม กลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ได้เคลื่อนมวลชนเข้าพื้นที่ถนนศรีเพ็ญ จังหวัดสระแก้ว เพื่อมุ่งหน้าหลักเขตแดนที่ 46 ระหว่างการเดินทาง กลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติได้เจอทหารพรานสกัด ที่หน้าตชด. 126 อรัญประเทศ จ.จังหวัดสระแก้ว และอยู่ระหว่างการเจรจา

นอกจากนั้นได้ประจันหน้ากับชาวโคกสูง กว่า 300 คน ที่ยกพลมาคัดค้าน ห่างกันเพียง 100 เมตรเท่า มีเจ้าหน้าที่ ทหารพราน กองกำลังบูรพา ตชด.12 อรัญประเทศ หน่วยป้องกันการจลาจล กว่า 200 นาย ยืนกั้นกลางฝูงชนทั้งสอง ป้องกันการปะทะ โดยสองฝ่ายต่างเปิดเครื่องเสียงและปราศรัยโจมตีกัน

ขณะที่พลตรี วลิต โรจน์ภักดี ผบ.กองกำลังบูรพา กล่าวว่า จะพาแกนนำของกลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติเข้าไปยังหลักเขตแดนที่ 46 ที่กองกำลังบูรพากำหนดพื้นที่เอง

ทางด้านนายศานิตย์ นาคสุขศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว กล่าวว่า ยืนยันให้ตัวแทนบางส่วนเข้าไปเท่านั้นเนื่องจากเกรงจะเกิดปัญหาเหมือนกับที่ คนไทย 7 คนถูกจับกุมตัวไป

พอใจดูหลักหมุดที่ 46 พร้อมเดินทางกลับชุมนุมหน้าทำเนียบฯต่อ

จากนั้นเวลา 17.00 น.คณะของเครือข่าวประชาชนไทยหัวใจรักชาติ พร้อมด้วยสื่อมวลชน ได้เดินทางกลับหลังจากเดินทางไปยังพื้นที่มีปัญหา หลักหมุดที่ 46 บ้านหนองจานนำโดย ม.ล.วัลย์วิภา จรูญโรจน์ พร้อมทั้งเปิดเผยว่า พอใจกับการที่ได้เข้ายังพื้นที่ดังกล่าว และรู้สึกขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในพื้นที่ ทั้งผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว และ พล.ต.วลิต โรจนภักดี ผบ.กองพลทหารราบที่ 2 ที่ได้มีความพยายามที่จะอำนวยความสะดวกให้

"จริงๆ พวกเราเข้าใจถึงความอยากลำบากในการปฏิบัติหน้าที่ แต่พวกเราอยากจะบอกให้รัฐบาลรับรุ้ว่าข้อมูลของภาคประชาชนก็มีและมีบาง ประเด็นที่ไม่ตรงกันในเรื่องของปัญหาพื้นที่ชายแดน จึงอยากจะฝากถึงรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีว่าให้มาดูข้อมูลของประชาชนบ้าง และการเดินทางมาในครั้งนี้ของพวกเรา ไม่ได้จะมาเพื่อสร้างความลำบากใจกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ แต่อยากจะบอกว่าพวกเรามีความเป็นห่วงและอยากให้ทุกคน ช่วยกันรักษาแผ่นดินไทย ซึ่งหลังจากดูหลักหมุดที่ 46 แล้ว อยากจะบอกรัฐบาลว่าเราได้รู้ความจริงบางอย่างและอยากให้รัฐบาลหันมาดูข้อมูล ของประชาชนบ้าง และยืนยันว่าพื้นที่ที่คนไทยทั้ง7 คนเข่าไปนั้นคือแผ่นดินไทย

นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการบิดเบื้องข้อเท็จจริง พร้อมทั้งมีการล้อมรั้วลวดหนามใหม่ ซึ่งไม่ตรงกับในช่วงที่ 7 คนไทยได้เข้าไปในวันที่ถูกจับ" ม.ล.วัลย์วิภา กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากนั้นกลุ่มเครือข่ายประชาชนไทย หัวใจรักชาติก็แยกย้ายกับโดยจะไปรวมตัวกันที่หน้าทำเนียบรัฐบาลเพื่อยืนยัน เจนตนารมณ์เดิมพร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลได้ทำในสิ่งที่ถูกต้องและเร่งให้ความ ช่วยเหลือคนไทย 7 ทั้งคน กลับประเทศโดยเร็วที่สุด

“ป๋าเปรม” ห่วง 7 คนไทยถูกจับ

5 ม.ค. 53 - ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านพักสี่เสาเทเวศร์ เพื่อเข้าอวยพรเนื่องในโอกาสวันขึ้นปีใหม่ เมื่อวันที่ 4 ม.ค.ที่ผ่านมา ว่า พล.อ.เปรม สอบถามถึงข้อเท็จจริงในหลายๆเรื่อง ซึ่งตนได้เรียนให้ พล.อ.เปรม รับทราบ และท่านยังสอบถามเรื่องที่เกี่ยวกับปัญหาในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงปัญหาคนไทย 7 คนที่ถูกทางการกัมพูชาจับกุมด้วย โดยพล.อ.เปรม แสดงความห่วงใยและสอบถามถึงแนวทางของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหานี้ ขณะที่ตนได้ชี้แจงตามข้อเท็จจริงและลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้น รวมถึงปัญหาความห่วงใยในเรื่องของเขตแดนทั้งหมด

เมื่อถามว่าสถานการณ์ปัจจุบันตามที่กระทรวงการต่างประเทศรายงานเข้ามานั้นมี ความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดเรื่องนี้ทั้งหมด ทั้งนี้ ตนยืนยันว่าภารกิจของเราคือการช่วยให้คนเหล่านี้ได้กลับมาโดยเร็วที่สุด แต่ตนไม่ขอวิจารณ์หรือพูดเรื่องใดๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเงื่อนไขหรือการสมมติเหตุการณ์ต่างๆ โดยขณะนี้มีการประสานงานและทำงานกันอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งให้กระทรวงการต่างประเทศเป็นผู้ชี้แจง ซึ่งถ้ามีอะไรที่เราเห็นว่าเป็นการกำหนดแนวทางหรือนโยบาย หรือมีสิ่งเปลี่ยนแปลง เราจะแจ้งให้ทราบ

เมื่อถามถึงการที่นายกรัฐมนตรี นัดพบญาติของคนไทยทั้ง 7 คนที่ถูกจับ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า กำลังนัดหมายกันอยู่ แต่ตนได้พบกับมารดาและภรรยาของนายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ถูกจับกุม แล้วเมื่อวันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา เขาก็มีความเข้าใจในสถานการณ์ สำหรับการนัดพบกับญาติของคนไทยทั้ง 7 คนนั้น เพื่อพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน เพราะหลายคนคงได้ไปเยี่ยม และอาจมีความห่วงใยอะไร เราก็จะได้รับทราบ เมื่อถามว่าคิดว่ายังมีทางออกหรือแสงสว่างในเรื่องนี้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า “มีครับ ผมยังเชื่อว่าเดินได้ครับ”

สุเทพอ้อนฮุนเซน เห็นแก่ความสัมพันธ์อันดี

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึง ความคืบหน้าในการช่วยเหลือ 7 คนไทย ที่ทางการกัมพูชาจับกุมตัวไว้ ว่า การต่อสู้คดีความนั้น ต้องว่าไปตามกระบวนการ หากทางศาลกัมพูชาให้อนุญาตให้ประกันตัวได้ เราก็คงจะประกันตัว

เมื่อถามว่า มีข่าวว่าทางศาลกัมพูชาจะให้ประกันตัว นายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กทม. พรรคประชาธิปัตย์ เพียงคนเดียว ส่วนที่เหลือถือว่ากระทำผิดซ้ำซาก และเจตนารุกล้ำเข้าไปในพื้นที่ นายสุเทพ กล่าวว่า อย่าเพิ่งคาดการณ์อะไรในทางร้าย ทุกอย่างต้องว่าไปตามข้อเท็จจริงพื้นฐาน เพื่อให้ทางกัมพูชาทราบว่าเราไม่ได้บิดเบือนข้อเท็จจริงอะไร และคนไทยทั้ง 7 คน ไม่ได้มีเจตนาร้ายเข้าไปก่อความไม่สงบ หรือความวุ่นวาย ไม่ได้มีการพกพาอาวุธ เพียงแต่เข้าไปดูเรื่องหลักเขตบริเวณที่ดินที่เป็นที่มีประชาชนร้องเรียนมา เท่านั้น

นายสุเทพ กล่าวยอมรับด้วยว่า ขณะนี้รู้สึกกังวลกับการเคลื่อนไหวบริเวณตามแนวชายแดน แต่ก็ต้องขอขอบคุณผู้ชุมนุม และเจ้าหน้าที่ ที่ได้ช่วยกันพูดจาสร้างความเข้าใจ ป้องกันไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งกัน ซึ่งถือว่าโชคดีที่สามารถประคับประคองสถานการณ์ได้ เพราะถ้าเกิดปัญหาอะไรขึ้นมา จะยิ่งทำให้การช่วยเหลือ 7 คนไทย ยุ่งยากขึ้นไปอีก

เมื่อถามว่า ก่อนหน้านี้รัฐบาลออกมาระบุว่านายพนิช กับพวก รุกล้ำเข้าไปในดินแดนกัมพูชา แต่ภายหลังจากการประชุม ครม.วงเล็ก เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่มีการนำเจ้าหน้าที่กรมแผนที่ทหารหารือด้วย ทำให้ท่าทีของรัฐบาลเปลี่ยนแปลงไป เป็นไม่ยอมรับใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น การตรวจสอบข้อเท็จจริงก็ต้องดำเนินการกันไป เพราะพื้นที่ดังกล่าว เป็นจุดหนึ่งในหลายจุดที่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมรับแนวแผนที่ที่ใช้กันอยู่ จึงต้องหาข้อยุติในคณะกรรมการปักปันเขตแดน และมีหลายจุดที่ต้องมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่าย หรือดูแลระวังรักษาไม่ให้ชุมชนที่อยู่ในรอยต่อของพื้นที่ขยายตัวออกไป

ผู้สื่อข่าวถามว่า ยังเชื่อว่าคลิปวีดีโอที่มีการเผยแพร่ผ่านยูทูบเป็นการตัดต่อจริงหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า เท่าที่ได้ติดตามสอบถามทราบว่าคลิปดังกล่าว ถ่ายโดยทีมงานของคณะคนไทยที่เดินทางไป เพื่อจะนำมาออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์ของเขา แต่เมื่อถูกจับก็ถูกยึดอุปกรณ์ไปทั้งหมด และภาพที่ถ่ายไว้มีความยาวมากกว่านี้ แต่คนที่เอามาปล่อยก็ปล่อยเฉพาะสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับคนปล่อย แต่ตนไม่ได้เห็นคลิปทั้งหมด

เมื่อถามย้ำว่า มั่นใจว่าเป็นการตัดต่อหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ตัดน่ะตัดแน่ แต่ต่อหรือไม่ ผมไม่ทราบ เรื่องอย่างนี้มันพูดยาก ยืนยันว่า ฝ่ายไทยไม่ได้เป็นคนปล่อยคลิปนี้” นายสุเทพ กล่าว

เมื่อถามว่า ดูท่าทีของ สมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา จะเพิกเฉย ไม่ตอบรับต่อความพยายามของไทย นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนตัวไม่ทราบว่าสมเด็จฮุนเซน คิดอย่างไร เพราะยังไม่ได้สามารถติดต่อสมเด็จฮุนเซน โดยตรงได้ เนื่องจากเป็นช่วงเทศกาลปีใหม่ และไม่ทราบว่าสมเด็จฮุนเซน อยู่ที่ไหน อย่างไร

เมื่อถามว่า มีข่าวว่ารัฐบาลพยายามจะช่วยนายพนิช ออกมาก่อนเพียงคนเดียว นายสุเทพ กล่าวว่า รัฐบาลช่วยเหลือทุกคน ที่ข่าวว่าจะช่วยเหลือนายพนิช เพียงคนเดียว เป็นการเติมไฟใส่เชื้อให้คนไทยไม่ชอบใจกัน ยืนยันว่า รัฐบาลรับผิดชอบต่อคนไทยทุกคน

“ผมหวังว่าสมเด็จฮุนเซน จะได้เห็นแก่การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ที่ท่านได้ร่วมกับนายกฯ อภิสิทธิ์ แก้ไขสถานการณ์จนดีขึ้น ในระดับที่ประชาชนของทั้งสองประเทศมีความสบายใจแล้ว ดังนั้น หวังว่าจะใช้อำนาจหน้าที่ในฐานะที่เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศเพื่อนบ้าน ที่เราหวังจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ช่วยแก้ไขปัญหานี้ ที่ผ่านมา ผมพยายามติดต่อสมเด็จฮุนเซน อยู่ตลอดเวลา ผมไม่เคยโทรศัพท์โดยตรงกับสมเด็จฮุนเซน เป็นการติดต่อผ่านคนช่วยประสานให้ แต่ยังติดต่อไม่ได้” นายสุเทพ กล่าว

“หมอท็อป” อ้าง 7 คนไทยเลี้ยวผิด

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นพ.บุรณัชย์ สมุทรักษ์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ แถลงว่า ขอเรียกร้องให้ทุกฝ่ายให้ข้อมูลเรื่อง 7 คนไทยถูกกัมพูชาจับ ไปในทางเดียวกัน เพราะศาลกัมพูชาจะพิจารณาคดีดังกล่าว ในวันที่ 6 ม.ค.นี้แล้ว นอกจากนี้ยังอยากให้เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ที่ชุมนุมอยู่ที่ จ.สระแก้ว หลีกเลี่ยงการสร้างประเด็นที่อาจสร้างความขัดแย้ง เพิ่มความเสี่ยงต่อการเผชิญหน้ากับทางกัมพูชา เพราะไม่เป็นผลดีต่อโอกาสที่คนไทยทั้ง 7 คน จะได้รับอิสรภาพ

นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นพบว่านายพนิช วิกิตเศรษฐ์ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ และคนไทยอีก 6 คน ได้เดินผ่านจุดตรวจที่ 48 บนถนนศรีเพ็ญ ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว ไปตามถนนลูกรัง จากนั้นข้ามรั้วลวดหนาม ก่อนเดินไปถึงสามแยกที่อยู่บนเส้นประระหว่างหลักหมุดที่ 46 และ 47 ซึ่งทั้งไทยและกัมพูชาใช้อ้างอิงในการปฏิบัติงานชั่วคราว โดยคณะกรรมาธิการปักกันเขตแดนร่วมหรือเจบีซีของทั้งไทยและกัมพูชา ต่างยอมรับว่าหลักหมุดทั้ง 2 หลักดังกล่าวอาจคลาดเคลื่อนจากพื้นที่จริง

นพ.บุรณัชย์ กล่าวต่อว่า จากนั้นนายพนิช และคณะได้เลี้ยวไปทางขวามุ่งหน้าทิศตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นคนละทางกับหลักหมุดที่ 46 ที่นายพนิช พูดในคลิปซึ่งปรากฎบนเว็บไซต์ยูทูบว่าจะเข้าไปตรวจสอบ ซึ่งต้องเลี้ยวซ้ายไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ เนื่องจากความสับสนทางภูมิประเทศ เป็นเหตุให้นายพนิช และคณะถูกทหารกัมพูชาจับในทั้สุด ซึ่งจากข้อมูลพบว่าบริเวณที่โดนจับเลยเส้นประระหว่างหลักหมุดที่ 46 และ 47 ไปเพียง 55 เมตร ไม่ถึง 1,200 เมตร ซึ่งหากพิจารณายึดตามสันปันน้ำจะล้ำเข้าไปเพียง 10 เมตรเท่านั้น

“ข้อมูลเหล่านี้จะเป็นประโยชน์ในการต่อสู้คดีของคนไทยทั้ง 7 คน ที่จะอ้างว่าคณะคนไทยดังกล่าว พลัดหลงเข้าไป ส่วนที่อ้างข้อความที่นายพนิช พูดในคลิป ว่า นายกรัฐมนตรีรู้เรื่องล่วงหน้าความจริงแล้วนายพนิช ได้รับเรื่องร้องเรียนว่ามีชาวกัมพูชารุกล้ำดินแดนเข้ามาในไทย ทำให้นายพนิช ในฐานะอดีตผู้ช่วยรมว.ต่างประเทศและกรรมาธิการฯ เจบีซีแจ้งกับนายกฯ ว่าจะไปสำรวจพื้นที่ โดยบอกว่าไป จ.ปราจีนบุรี ไม่ใช่ จ.สระแก้ว และนายพนิช ก็ไม่ได้แจ้งว่า นายวีระ สมความคิด แกนนำเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติจะเดินทางไปด้วย”

เมื่อถามว่า คลิปล่าสุดที่ปรากฎในยูทูปนายวีระ พูดชัดว่าจะเดินไปให้จับ นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า เรื่องนี้ต้องรอถามนายวีระ ว่าหมายความว่าอย่างไร เพราะบางช่วงในคลิปฉบับเต็มความยาว 20 นาทีกว่า นายวีระ ก็พูดแบบทีเล่นทีจริง

เมื่อถามว่า ภายหลังคณะคนไทยถูกจับก็มีผู้ชุมนุมออกมาทันที แสดงให้เห็นว่าเป็นเกมหรือไม่ นพ.บุรณัชย์ กล่าวว่า ตนไม่ทราบว่าเป็นเกมหรือไม่ แต่ไม่อยากให้เครือข่ายคนไทยฯ ที่ชุมนุมที่ จ.สระแก้ว ให้ข้อมูลซึ่งสร้างความสับสน และยืนยันว่ารัฐบาลไม่ได้จัดตั้งม็อบไปชนกับผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดการแถลงข่าว นพ.บุรณัชย์ ได้รูปภาพแสดงเส้นทางการเดินของนายพนิช และคณะ จากจุดตรวจที่ 48 ผ่านรั้วลวดหนาม ไปยังสามแยก ก่อนเลี้ยวผิดไปถูกจับในเขตที่ทหารกัมพูชาควบคุมอยู่

นักสิทธิมนุษยชนหวั่นคดี 7 คนไทยชนวนวิกฤต

ด้านเว็บไซต์คมชัดลึกรายงานว่าวิทยุเอเชียเสรี หรือ RADIO FREE ASIA ของกัมพูชาได้ รายงานข่าวว่านักวิเคราะห์สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกัมพูชา - ไทย ประเมินสถานการณ์ความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศ อาจถึงขึ้นเผชิญกับวิกฤตทางการทูตอีกครั้งหนึ่ง โดยทั้งนี้นักวิเคราะห์ ได้ประเมินจากสถานการณ์ที่กลุ่มพันธมิตรประชาเพื่อประชาธิปไตย หรือกลุ่มเสื้อเหลือง และเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ ที่ได้มาชุมนุมที่จ.สระแก้ว เมื่อวันที่ 4 ม.ค. 54 เพื่อเรียกร้องให้กัมพูชาปล่อยตัว 7 คนไทย ที่ถูกจับในข้อหาข้ามแดนโดยผิดกฎหมาย และเกี่ยวข้องกับปัญหาด้านความมั่นคงแห่งชาติ โดยกลุ่มดังกล่าวตั้งเป้าว่าจะมีผู้ร่วมประท้วงราว 5,000 คน

ทางการกัมพูชาเองนั้นไม่ได้ให้ความสนใจต่อคำขู่ของกลุ่มผู้ประท้วงเหล่านั้น แต่อย่างใด โดยนักวิเคราะห์สถานการณ์ได้ขู่ว่า การข้ามแดนเข้ามาในฝั่งกัมพูชาอย่างผิดกฎหมายของทั้ง 7 คน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเจตนาที่จะให้ทางการกัมพูชาจับตัว เพื่อใช้เป็นชนวนปลุกกระแสชาตินิยมของคนไทย และจะส่งผลต่อคะแนนเสียงพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งปี 2554 โดยคนไทยทั้ง 7 ขณะนี้อยู่ในการควบคุมตัวชั่วคราวที่เรือนจำเปร็ยซอ ในจำนวนมี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ 1 ท่านรวมอยู่ด้วย

นายไพ ซีพาน โฆษกสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กับวิทยุเอเชียเสรีว่า คนไทยทั้ง 7 คนได้ข้ามมาฝั่งกัมพูชาอย่างผิดกฎหมายจริง และศาลกัมพูชาจะพิจารณาลงโทษคนไทยทั้ง 7 คนนี้ โดยหวังว่าการจับกุมตัวครั้งนี้จะไม่ก่อให้เกิดวิกฤตทางการทูตต่อกันระหว่าง กัมพูชากับไทยอีกรอบ

นายอู วิเรียะ ประธานศูนย์สิทธิมนุษยชน ประเทศ กัมพูชา ก็ได้ออกมาแสดงความเป็นห่วงต่อเหตุการณ์ที่ 7 คนไทยข้ามแดนมาฝั่งกัมพูชาอย่างผิดกฎหมายโดยมีการเตรียมการล่วงหน้า เพื่อหวังคะแนนสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทยคนปัจจุบัน เป็นหัวหน้าพรรคด้วยเช่นกัน

ที่มาข่าวเรียบเรียงจาก:

เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติเผชิญหน้าผู้ชุมนุมคัดค้าน ปราศรัยโจมตีกันมีทหารกั้นกลาง (มติชนออนไลน์, 5-1-2554)

"ป๋าเปรม"ห่วง 7 คนไทยถูกเขมรจับ (เดลินิวส์, 5-1-2554)

เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติพอใจดูหลักหมุดที่ 46 พร้อมเดินทางกลับชุมนุมหน้าทำเนียบฯต่อ (ASTV ผู้จัดการออนไลน์, 5-1-2554)

นักสิทธิมนุษยชนหวั่นคดี7คนไทยชนวนวิกฤต (คม ชัด ลึก, 5-1-2554)

สุนัยเผยไม่มีลับลมคมนัยทัวร์ตาสว่างกลางอเมริกา แต่ว่ามีประเด็นที่พูดในเมืองไทยไม่ค่อยสะดวก

ที่มา Thai E-News



โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์


นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีกำหนดการเดินทางไปพบคนไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา ในการบรรยายเรื่อง “ ทางออกวิกฤตการเมืองไทยกับบทบาทของคนไทยในต่างแดน ” ในวันที่ 6 ม.ค. 54 นี้เป็นต้นไป ถึงราววันที่ 25 มกราคม โดยระบุว่าการเดินทางไปครั้งนี้ไม่ได้ไปในนามพรรคเพื่อไทย แต่เป็นเรื่องของคนไทยในสหรัฐอเมริกาที่เชิญตนไป

ซึ่งตอนแรกจะไปแบบเงียบๆ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไทยประจำสหรัฐอเมริกาก็โทรศัพท์ไปสอบถามผู้ที่เชิญตนว่า มีอะไรรับลมคมในหรือไม่ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสบายใจของ ศอส . และฝ่ายความมั่นคง จึงเดินทางไปอย่างเปิดเผย โดยจะไปทั้งหมด 6 รัฐ ทั้งรัฐนิวยอร์ค รัฐชิคาโก รัฐ Wisconsin รัฐฟอร์ริดา รัฐเท็คซัส และรัฐแคลิฟอร์เนีย

“เรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศส่งคนไปฟังเลย ถ้าคิดว่าระแวงสงสัย ไม่ต้องไปพูดข่มขู่ วันนี้ประเทศไทยมีวิกฤตจะออกอย่างไร คนไทยในต่างประเทศจะแสดงออกอย่างไร ขณะนี้คนไทยในต่างประเทศน่าจะมีบทบาทสำคัญมากมาย เพราะในประเทศนั้นสามารถใช้อำนาจเผด็จการได้โดยง่าย พอประกาศภาวะฉุกเฉินก็ถูกปิดปาก ปิดตาหมด ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมคนไทยในต่างประเทศก็จะไม่ถูกปิดหูปิดตา”นายสุนัย กล่าว

นายสุนัย กล่าวด้วยว่า ได้โทรศัพท์คุยกับคนไทยในต่างประเทศ และพวกเขาก็ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องของรัฐธรรมนูญฉบับปี 50ที่มีปัญหามาก และถ้าเป็นอย่างนี้อยู่ในที่สุดก็โครงสร้างก็ต้องพัง ทั้งนี้พี่น้องคนไทยต่างประเทศก็เกิดความคิดที่จะร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเองในต่างประเทศ โดยนำองค์ความรู้ที่มีในต่างประเทศทั้งแบบสาธารณรัฐ และแบบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยจะทำเปลี่ยนแปลงให้การปกครองประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้นให้ทันสมัยขึ้น เพื่อจะให้สถาบันกษัตริย์อยู่เหนือการเมืองได้จริงๆ ไม่ให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารอีก

ส่วนรายละเอียดก็จะไปหารือกันต่อไป นี้คือประการสำคัญที่จะไป เพราะวันนี้การแก้ไขปัญหาภายในของประเทศประชาชนอย่างเดียวคงทำได้ยาก เพราะรัฐมีทั้งอำนาจทหารเมื่อไม่อยากให้พูดก็ยึดอำนาจหรือไม่ก็รัฐประหารแบบ ศอฉ . แล้วในที่สุดใครก็พูดอะไรไม่ได้ระบบก็พังหมด


เสื้อแดงอเมริกา (RED USA)จัดกิจกรรมตาสว่างกลางอเมริกาปี54 โดยมีส.ส.ดร.สุนัย จุลพงศธร ส.ส.พรรคเพื่อไทย เดินสายทัวร์ให้ความรู้กับคนไทยในอเมริกา หลายรัฐหลายเมือง ระหว่างวันที่ 8-23 มกราคม 2554 โดยมีกำหนดการดังนี้




*In Chicago, The event will be on Sunday Jan 9 at 5 pm at Manee Thai Restaurant 3558 N. Pulaski Road Chicago, IL

*In Florida, The event will be on Sun 1/16 at 11 am @ Thailand Restaurant 5252 S. Dale Mabry Tampa, FL


*In Dallas, Tx, will be on Wed 19 Jan. 2011 from 6:00 PM-10:00 PM at: Radisson Hotel & Suites Dallas-Love Field

1241 West Mockingbird Lane, Dallas TX 75247,
Reservations: 1-800-395-7046 US/Canada Toll-free
Telephone: (214) 630-7000

*In Los Angeles, CA, The event will be on Sun 1/23 from 3 PM - 8 PM at:Thailand Plaza 5311 Hollywood Blvd., 2nd Floor Hollywood, CA 90027 Tel: 323-993-9000

*Also could be In San Francisco and Las Vegas

คณะผู้จัดได้เชิญพี่น้องเสื้อแดงไทยในอเมริกา และผู้รักชาติรักมาตุภูมิ รักประชาธิปไตยเตรียมตาสว่างกันให้พร้อม

"เราได้รับโทรศัพท์แจ้งมาว่า .. บางท่านอยู่ไกลขนาดต้องขับรถฝ่าหิมะมา 4-5 ชั่วโมง ก็ตั้งใจรวบรวมเพื่อนฝูงขับรถฝ่าด่านหิมะมาด้วยกัน เพื่อจะมาร่วมตาสว่างด้วยกันค้า...ทำให้ผู้จัดในแต่ละที่..เต็มตื้นด้วยความตื้นตัน..แบบยั้งไม่หยุด...ฉุดไม่อยู่แล้ว..คราวนี้"คณะผู้จัดกล่าว

สังคมข่าวชาวเสื้อแดง:ปฏิบัติการ9111

ที่มา Thai E-News


ร้องโจรจับหัวหน้าโจร-อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯหุ่นเชิดระบอบอำมาตย์ เพิ่งไปมอบพานพุ่มดอกไม้ ขอพรปีใหม่จากนายพลอาวุโสเปรม ติณสูลานนท์ ขณะที่วันที่ 6 มกราคมนี้ แกนนำนปช.แดงทั้งแผ่นดินจะไปยื่นหนังสือต่อนายอภิสิทธิ์ให้ดำเนินคดีต่อนายพลอาวุโสเปรม นายอานันท์ ปันยารชุน พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา ที่พูดกับทูตสหรัฐฯพาดพิงเบื้องสูงในทางมิบังควร และวิกิลีกส์แฉไปทั่วโลก แต่สื่อไทยกับพวกที่อ้างว่าจงรักภักดีพากันปิดปากเงียบ


โดย นักข่าวชาวรากหญ้า
1-9 มกราคม 2554

***คอลัมน์สังคมข่าวชาวเสื้อแดงประจำวันที่ 1-31 มกราคม 2554 นำเสนอกิจกรรม ข่าวคราวแวดวงคนเสื้อแดง และผู้รักชาติรักประชาธิปไตย ไม่ตอหลดตอแหลสะดีดสะดิ้นกันตามเคย ..หากมีข่าวคราวใดๆก็ช่วยกันส่งมาเผยแพร่ และหากมีข่าวกิจกรรมอะไรที่เราไม่ได้เสนอ ไม่ได้แปลว่าไทยอีนิวส์เลือกที่รักมักที่ชัง แต่เพราะเรา"ตกข่าว" (นี่ว่ากันตรงๆไม่ต้องมีฟอร์ม เพราะพวกเรามันคนกันเองทั้งนั้น)

หากเห็นว่าไทยอีนิวส์ตกข่าว ก็รบกวนส่งมาซ่อมได้ ไม่มีปัญหา ทางอีเมล์เดิมๆ thaienews99@googlegroups.com ไม่คิดค่าลงข่าว แต่ขอแรงหน่อย ช่วยกันกระจายต่อไป เผื่อใครเขาตกข่าว จะได้มีเพื่อนร่วมแดงกันเยอะๆ ...ในโอกาสปีใหม่นี้ให้คุณทักษิณอวยพรแทนนะฮะ แฟนๆคุณทักษิณของคอลัมน์นี้ก็แยะไม่ใช่เล่นนิ***

***เสื้อแดง จี้นายกฯ ฟัน เปรม สิทธิ และ อานันท์ ปม ก้าวล่วงสถาบัน

นางธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการณ์ ประธานกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตย ต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. เปิดเผยว่าจะมีการแถลงข่าวทุกวันพุธ เริ่มต้นพุธนี้ (รายละเอียดคลิปข่าว) แถลงให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ดำเนินคดีต่อพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี พล.อ.อ.สิทธิ เศวตศิลา องคมนตรี และนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี

ภายหลังที่เว็บไซต์วิกิลีกส์ (WikiLeaks) ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า บุคคลทั้งสามคน มีการพูดคุยหารือ กับนายอีริค จี จอหน(Eric G. John) อดีตเอกอัคราชฑูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ในประเด็นก้าวล่วงสถาบัน โดยในวันที่ 6 มกราคมนี้ เวลา 10.00 น.กลุ่มคนเสื้อแดงจะส่งคนไปยื่นหนังสือ ให้นายอภิสิทธิ์ที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้ดำเนินการทางกฎหมายกับบุคคลทั้งสาม

ขณะเดียวกัน ทางกลุ่มคนเสื้อแดงก็เตรียมยื่นหนังสือต่อศาลอาญาโลก เพื่อขอให้ส่งผู้แทน มาสังเกตการณ์ การพิจารณาคดี กับคนเสื้อแดงในกระบวนการยุติธรรมของศาลไทย เนื่องจากเกรงว่า จะไม่ได้รับความเป็นธรรมกับกระบวนการยุติธรรม

ส่วนการยื่นอุทรณ์ขอประกันตัวแกนนำเสื้อแดงอีกรอบนั้น ยืนยันจะเร่งเตรียมเอกสาร ยื่นให้ศาลพิจารณาโดยเร็ว อย่างไรก็ตามขอย้ำว่า ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ จะเร่งดำเนินการปรับโครงสร้างการต่อสู้ครั้งใหม่ ซึ่งได้มีการคัดเลือกคณะกรรมการ คนเสื้อแดงในแต่ละภูมิภาคด้วย***

***วันเด็ก-ลูกเล็กเด็กแดง รักประชาธิปไตย ไม่เล่นกับทหาร ไม่เอาเผด็จการ เนื่องจากวันที่ 8 มกราคม 2554 ซึ่งตรงกับวันเด็กแห่งชาติ จะมีการจัดงาน "ลูกเล็กเด็กแดง รักประชาธิปไตย ไม่เล่นกับทหาร ไม่เอาเผด็จการ"
ที่ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา สี่แยกคอกวัว ตั้งแต่เวลา 08.59 น.

พบกับ
-การประกวดคำขวัญวันเด็ก จากเด็ก โดยเด็ก เพื่อเด็ก
ในหัวข้อ "หนูอยากให้ผู้ใหญ่ทำอะไร"
-วงสนทนาหัวข้อ "เลี้ยงลูกอย่างไรให้ตาสว่าง"
-สนุกกับฐานกิจกรรม "หนูทำได้...เย้...เย...เย้..."
-ชมภาพยนตร์การ์ตูนแนวสร้างสรรค์ที่จะทำให้เด็กอึ้ง...ผู้ใหญ่ซึ้ง
และนิทรรศการ "ทหาร เผด็จการ ประชาธิปไตย ความเป็นธรรม"


รายละเอียดตามลิงค์
http://www.facebook.com/?sk=events#!/event.php?eid=121434187924129แต่เนื่องจากการจัดงานครั้งนี้ยังขาดงบประมาณ จึงอยากขอรบกวนรับบริจาค สนับสนุนการจัดงานครั้งนี้ โดยมีรายละเอียดดังนี้

1.สถานที่ 2,000 บาท
2.วิทยากร 4,000 บาท
3.ของขวัญของรางวัลสำหรับเด็ก 5,000 บาท
4.ค่าอาหาร-เครื่องดื่มสำหรับเด็ก 2,000 บาท
5.ค่าวัสดุอุปกรณ์และอื่นๆ 2,000 บาท
รวม 15,000 บาท

โดยสามารถติดต่อสอบรายละเอียด หรือร่วมจัดงาน ได้ที่ คุณกึ๋ย ผู้ประสานการจัดงาน 083-9960780, 081-4413637,089-2583641,087-3301961 หรืออีเมล์ gui2522@gmail.com ***

***ตาสว่างกลางเมืองชล-วันที่ 8 ม.ค. 2554 เวลา 17.00 น. เชิญชวนเหล่าเสื้อแดง ไปร่วมชุมนุม ฟังปราศรัย จาก ทีมงานแดงสยาม ณ เวที ตาสว่างกลางเมืองชล สถานที่ ซอย1 แยกบ้านบึง ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.ชลบุรี ผู้ประสานงาน ดาบแดง 0815811431 ***

***จักรยานสองขาเพื่อประชาธิปไตย ครั้งที่ 2 วงเวียนใหญ่ -ตราด วันที่ 7-14 ม.ค. 54 นำโดย แป๊ะ บางสนาน,นที สราวรี,โด่ง อรรถชัย เริ่ม 7 ม.ค. ปล่อยตัวที่วงเวียนใหญ่ 10.00 น. จะไปยื่นหนังสื่อ เกี่ยวกับ วิกีลีกส์ ประเด็นชนชั้นนำรู้เห็นกับรัฐประหาร 19 ก.ย.49 ที่หน้า สถานฑูต อเมริกา โดย แป๊ะ บางสนาน และทีมสองล้อ,เรด ออฟ โรด
ท่านที่ต้องการเข้าร่วม เชิญประสานงานติดต่อ ช้าง สองล้อ 089-967-6600***

***ปฏิบัติการ9111-นปช.ชุมนุมใหญ่ 9 มกราคม 2554 ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม อาจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ์ รักษาการประธาน นปช. แถลงข่าว การจัดชุมนุมใหญ่ครั้งแรกของนปช.แดงทั้งแผ่นดิน นับแต่ 19 พฤษภาคมเป็นต้นมา โดยมีธีมหลักคือ"การเคลื่อนขบวนที่ยิ่งใหญ่และน่าเกรงขาม" ทั้งนี้ขอเรียกร้องให้คนเสื้อแดง รวมตัวกันออกมาต่อสู้ เพื่อให้ได้ความเป็นธรรมและความยุติธรรมกลับคืนมา

ส่วนการเคลื่อนไหวในวันที่ 9 ม.ค. นี้ เชื่อว่า จะมีประชาชนสวมเสื้อแดง มาร่วมกิจกรรมไม่ต่ำกว่า 60,000 คน ซึ่งการชุมนุมครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ไม่ได้อยู่ภายใต้ของกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งจะทำให้สามารถใช้เครื่องขยายเสียงได้

15.00พบกันอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
17.00เดินทางเคลื่อนตัวไปแยกราชประสงค์
19.00จุดเทียนชัย และแยกกลับบ้าน20.00น.

***

***วันอาทิตย์ 9 มค. 12.00 น. โครงการเส้นทางสีแดง ตั้งขบวนที่ราชประสงค์ เคลื่อนขบวนให้กำลังใจพี่น้องเสื้อแดงย่านสุขุมวิท ปทุมวัน หลานหลวง ราชดำเนิน อนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย ร่วมกิจกรรมแดงนปช.เคลื่อนขบวนมาราชประสงค์ 18.00 น.เริ่มกิจกรรมรำลึกเสธแดงที่อนุเสวรีย์ร.6***

***เสื้อแดงอเมริกาจัดกิจกรรมตาสว่างปี54 มีส.ส.ดร.สุนัย จุลพงศธร เดินสายทัวร์ให้ความรู้ ส.ส.สุนัย จะมาอเมริกาเพื่อพบปะพูดคุยกับพวกเราชาวเสื้อแดงไทยในอเมริกา กำหนดการดังนี้(ตอนแรกกะจัดงานกันเงียบๆ แต่มีคนมาตีปี๊บให้ดังซะงั้น)
นายสุนัย จุลพงศธร ส.ส.สัดส่วนพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า มีกำหนดการเดินทางไปพบคนไทยในประเทศสหรัฐอเมริกา ในการบรรยายเรื่อง “ ทางออกวิกฤตการเมืองไทยกับบทบาทของคนไทยในต่างแดน ” ในวันที่ 6 ม.ค. 54 นี้เป็นต้นไป ถึงราววันที่ 25 มกราคม โดยระบุว่าการเดินทางไปครั้งนี้ไม่ได้ไปในนามพรรคเพื่อไทย แต่เป็นเรื่องของคนไทยในสหรัฐอเมริกาที่เชิญตนไป

ซึ่งตอนแรกจะไปแบบเงียบๆ แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศไทยประจำสหรัฐอเมริกาก็โทรศัพท์ไปสอบถามผู้ที่เชิญตนว่า มีอะไรรับลมคมในหรือไม่ ดังนั้นเพื่อให้เกิดความสบายใจของ ศอส . และฝ่ายความมั่นคง จึงเดินทางไปอย่างเปิดเผย โดยจะไปทั้งหมด 6 รัฐ ทั้งรัฐนิวยอร์ค รัฐชิคาโก รัฐ Wisconsin รัฐฟอร์ริดา รัฐเท็คซัส และรัฐแคลิฟอร์เนีย

“เรียกร้องให้กระทรวงการต่างประเทศส่งคนไปฟังเลย ถ้าคิดว่าระแวงสงสัย ไม่ต้องไปพูดข่มขู่ วันนี้ประเทศไทยมีวิกฤตจะออกอย่างไร คนไทยในต่างประเทศจะแสดงออกอย่างไร ขณะนี้คนไทยในต่างประเทศน่าจะมีบทบาทสำคัญมากมาย เพราะในประเทศนั้นสามารถใช้อำนาจเผด็จการได้โดยง่าย พอประกาศภาวะฉุกเฉินก็ถูกปิดปาก ปิดตาหมด ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้นการใช้อำนาจที่ไม่เป็นธรรมคนไทยในต่างประเทศก็จะไม่ถูกปิดหูปิดตา”นายสุนัย กล่าว

นายสุนัย กล่าวด้วยว่า ได้โทรศัพท์คุยกับคนไทยในต่างประเทศ และพวกเขาก็ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่องของรัฐธรรมนูญฉบับปี 50ที่มีปัญหามาก และถ้าเป็นอย่างนี้อยู่ในที่สุดก็โครงสร้างก็ต้องพัง ทั้งนี้พี่น้องคนไทยต่างประเทศก็เกิดความคิดที่จะร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเองในต่างประเทศ โดยนำองค์ความรู้ที่มีในต่างประเทศทั้งแบบสาธารณรัฐ และแบบที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดยจะทำเปลี่ยนแปลงให้การปกครองประชาธิปไตยแบบมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขนั้นให้ทันสมัยขึ้น เพื่อจะให้สถาบันกษัตริย์อยู่เหนือการเมืองได้จริงๆ ไม่ให้เกิดการปฏิวัติรัฐประหารอีก

ส่วนรายละเอียดก็จะไปหารือกันต่อไป นี้คือประการสำคัญที่จะไป เพราะวันนี้การแก้ไขปัญหาภายในของประเทศประชาชนอย่างเดียวคงทำได้ยาก เพราะรัฐมีทั้งอำนาจทหารเมื่อไม่อยากให้พูดก็ยึดอำนาจหรือไม่ก็รัฐประหารแบบ ศอฉ . แล้วในที่สุดใครก็พูดอะไรไม่ได้ระบบก็พังหมด




*In Chicago, The event will be on Sunday Jan 9 at 5 pm at Manee Thai Restaurant 3558 N. Pulaski Road Chicago, IL

*In Florida, The event will be on Sun 1/16 at 11 am @ Thailand Restaurant 5252 S. Dale Mabry Tampa, FL


*In Dallas, Tx, will be on Wed 19 Jan. 2011 from 6:00 PM-10:00 PM at: Radisson Hotel & Suites Dallas-Love Field

1241 West Mockingbird Lane, Dallas TX 75247,
Reservations: 1-800-395-7046 US/Canada Toll-free
Telephone: (214) 630-7000

*In Los Angeles,CA, The event will be on Sun 1/23 from 3 PM - 8 PM at:Thailand Plaza 5311 Hollywood Blvd., 2nd Floor Hollywood, CA 90027 Tel: 323-993-9000
*Also could be In San Francisco and Las Vegas เชิญพี่น้องเสื้อแดงไทยในอเมริกา และผู้รักชาติรักมาตุภูมิ รักประชาธิปไตยเตรียมตาสว่างกันให้พร้อม***

***บรรยากาศต่างประเทศที่คึกคักอย่างนี้ ทำให้หวนนึกถึงการรวมตัวของคนไทยในต่างประเทศ ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง 2475และการก่อตั้งขบวนการเสรีไทยในต่างประเทศเพื่อปลดแอกไทยจากญี่ปุ่น ส่วนการรวมพลังในต่างประเทศหนนี้ จะมีหลักหมายสำคัญในการก่อการไปสู่การเปลี่ยนแปลงใด...โปรดรอชมด้วยดวงหฤทัยระทึกตึ๊กๆตั๊กๆ***


***เสื้อแดงปากช่อง-แดงปากช่องจะมีการจัดกิจกรรมในวันที่ 15 มกราคม 2554 ตามโปสเตอร์ด้านบน อากาศยังงี้น่าไปได้ทั้งเพื่อน ได้ทั้งช่วยพี่น้องน้องเรา ได้เฮฮากัน***

***คิวกิจกรรมของแดงเชียงใหม่
คลิกดูที่ภาพเพื่อดูละเอียดได้จ้าสำหรับหมู่เฮาชาวเจียงใหม่และพื้นที่ใกล้เคียง***

***โครงการสัมมนาทางวิชาการ มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนและสาขาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอเชิญฟัง
มองอนาคตการเมืองไทยผ่านสายตาคนนอก โดยศ.เบน แอนเดอร์สัน พุธที่ 26 มกราคม 2554 เวลา 13.30 -16.30 น. ห้องประชุมหม่อมหลวงตุ้ย ชุมสาย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่***

***มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนและสาขาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ขอเชิญฟัง พุทธศาสนากับการเมือง: เรื่องจากคนจริงโดยอิงทฤษฎีโดย สุลักษณ์ ศิวรักษ์ จันทร์ที่ 31 มกราคม 2554 เวลา 15.00 – 16.30 น. ห้องประชุมหม่อมหลวงตุ้ย ชุมสาย คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่***

***แรลลี่ ประชาธิปไตย Valentine-Day เดินทาง วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2554 กลับ 13 กุมภาพันธ์ 2554 ออกเดินทางจาก อิมพีเรียล ลาดพร้าว ไปที่ สุพรรณบุรี พบวิทยากร คุณ สมยศ พฤกษาเกษมสุข แกนนำกลุ่ม 24 มิถุนายน คุณอี๊ด บ้านตาก คนหลังยางด่านประตูน้ำ และ ลุงยิ้มตาสว่าง แนวร่วมพลเมืองไทย แดงเชียงใหม่ นาย เอม แนวร่วมพลเมืองไท

เย็นร่วมทำกิจกรรม รับประทานอาหารร่วมกัน กลางคืน ร่วมกันปราศรัย ย่อย ความคิดเรื่องประชาธิปไตย จากทุกคนที่ร่วมกิจกรรม ค่าอาหาร-ที่พัก คนละ 1000 บาท รับเสื้อที่ระลึก 1ตัว และหนังสือ เรดเพาเวอร์ ฉบับล่าสุด

งานนี้นายเอม นำร่วมทำกิจกรรม มีกิจกรรม เก็บเต้นท์หนีสไนเปอร์ กิจกรรมวิ่งแข่ง หนีห่ากระสุน ชิงถ้วยปรองดอง และ หนังสือวอยซ์ออฟทักษินครบชุดทุกเล่ม พร้อมลายเซ็น คุณ สมยศ พฤกษาเกษมสุข รับจำนวนจำกัด แค่ 30ท่านเท่านั้น สำรองที่พักเข้าร่วมกิจกรรม 089-6890467 >> มิสไซเบอร์***

***นางสาวดารณี ชาญเชิงศิลปกุล หรือ ดา ตอร์ปิโด ป่วยด้วยโรคข้อต่อขากรรไกรยึดติดเรื้อรัง ตอนนี้จะส่งตัวดา ตอร์ปิโดออกมาทำการผ่าตัด ที่รพ.ภายนอก ซึ่งจะต้องมีค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด

หากพี่น้องเสื้อแดงผู้ใดประสงค์ที่จะช่วยเหลือดา สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการผ่าตัด สามารถโทรสอบถามรายละเอียดได้ที่พี่ชายดา ตอร์ปิโด โทร.080-0452818 หรือโอนเงินเข้ามาได้ที่บัญชีออมทรัพย์ ชื่อ นายกิตติชัย ชาญเชิงศิลปกุล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาถนนพูนผล เลขที่ 297-1-25805-5***

***มุมเวบไซต์ประชาธิปไตย***


คำชี้แจงจากไทยอีนิวส์-มีท่านผู้อ่านสอบถามว่า ทำไมข่าวยอดนิยมในหน้าแรกของเรา ถึงติดข่าวเหตุการณ์ 10 เมษาเลือด ที่มีภาพสตรีเสื้อแดงยกผืนธงชาติขึ้นมาเช็ดน้ำตาอยู่ตลอด...คำอธิบายก็คือ เราใช้โปรแกรมอัตโนมัติของblogger.comในการจัดอันดับข่าวยอดนิยม จากจำนวนผู้อ่าน ให้บังเอิญว่าข่าวนี้มีผู้อ่านเฉพาะช่วงวันที่10เมษายนราวๆ200,000ครั้ง และพอหลังวันที่10เมษายนเป็นต้นมา ศอฉ.สั่งปิดกั้นไทยอีนิวส์มายาวนานจนบัดนี้ ทำให้ผู้อ่านเวลาจะเข้ามาไทยอีนิวส์ที่ไปผ่านการค้นหาทางgoogleเลยต้องเจอข่าวนี้ก่อน และใช้เป็นทางลัดเข้าบ้านไทยอีนิวส์...ข่าวนี้ก็เลยติดชาร์ตยอดนิยมมาโดยตลอด***


***บอร์ดเรารักประชาไทคัมแบ็ค หลังจากคนดูแลบอร์ดไปช่วยน้ำท่วม เลยโดนICTสอยบอร์ดไป ตอนนี้กลับมาแล้วในชื่อประชาทอล์ก-http://www.prachatalk.com/forum/13 เชิญแฟนๆกลับไปเยี่ยมให้หายคิดถึงได้แล้ว***

ชื่อใหม่ทีมเดิม เวบเสรีชน

เวปไซด็เสรีชน ที่เปีดมาตั้งแต่รัฐประหาร ยึนดีทำการประชาสัมพันธ็ให้ทุกกีจกรรมที่มีประโยชน็ ส่งข้อความที่ต้องการให้กระจายเสียงทางวึทยุอินเตอร็เนตของเรา หร้อ เพีอส่งผ่านไปยัง เวปไซด็และสำนักข่าวต่างๆ ได้ที่ email serichonteam@yahoo.com

อนึ่ง สำหรับการปีดกั้นเสรีภาพด้วยการบล๊อกเวปเรา เราก็ได้เปีดเวปสำรองอีกหนึ่งเวปไซด็คีอ www.zerichon.com

โดยถึงแม้นว่า กระดานสนทนาหลัก Cbox ยังถูกบล๊อกถึงสองชั้น แต่เราก็ยังมีกระดาน Sbox ไว้รองรับ นับถ้อน้ำใจยอดสักสู้ทุกท่าน***




ตอนนี้ RED LA,USA มีเวปของเราแล้ว ฝากให้ช่วยกันดูแล ด้วยจ้า ใครมีข่าวอะไรส่งมาได้เลย แดง อย่างเดียว ..(คลิ้กเข้าไปชมแล้วจะรู้ว่าแดงจนแสบตา)จะได้ทราบความเคลื่อนไหวของพี่น้องฝ่ายประชาธืปไตยในอเมริกาอย่างครบถ้วน ที่ผ่านมามีกิจกรรมใหญ่หลายงาน ทำคลิปวิดิโอ"เหี้ยสั่งฆ่า"เผยแพร่ฮือฮามาแล้ว 3 เวอร์ชั่น วมไปถึงการต้อนรับอภิสิทธิ์ไปประชุมUNที่วอชิงตันอย่างถึงอกถึงใจ เป็นต้น***



http://www.redplus.tv/ เวปมาใหม่เน้นการถ่ายทอดสด และนำเทปดีๆที่หาฟังยากเหมาะแก่คนที่อยากตาสว่างจนแจ้งจางปาง เชิญชม

แพลนเน็ต - สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน

ของคุณนที อิสสรชน สรวารี เขาบอกไว้ว่า เฉลี่ย ผมใช้เงินทำงานปีละ 6 แสน ถึง 8 แสนบาทเศษ ไม่เคยถึงล้านบาท แต่ ทำงานฟื้นฟูคนข้างถนน ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ได้ ปีนึง กว่า 300 ครอบครัว ทำศพปีละ 2-5 ศพ ส่งกลับครอบครัวปีละ20-30 คน คุณอยากจะสนับสนุนงานที่ผมทำมั้ย www.issarachon.com
***

มุมหนังสือ

โหลดฟรีหนังสือต้องห้าม โฉมหน้าศักดินาไทย

หากในปัจจุบันมีหนังสือต้องห้ามอันลือลั่นคือThe King Never Smile

ในอดีตที่ผ่านมากว่า 50 ปีก็มีหนังสือโฉมหน้าศักดินาไทย เคยสร้างปรากฎการณ์เป็นหนังสือต้องห้ามทำนองเดียวกันมาแล้ว ทว่าปัจจุบันได้กลายเป็นหนังสือ"แนะนำให้คนไทยต้องอ่าน1ใน100เล่มแรก"

ดาวน์โหลดหนังสือ โฉมหน้าศักดินาไทย คลิ้กตรงนี้

หรือ

ดาวน์โหลดหนังสือ โฉมหน้าศักดินาไทย คลิ้กตรงนี้ (4shared)

*******


ประกาศหาของหาย-ตามที่เพชรซาอุ(Blue Diamond)ได้ถูกโจกรรมไปนั้น ขอประกาศว่า หากใครที่ครอบครองเพชรซาอุฯอยู่ ประสงค์จะส่งเพชรคืนสามารถส่งพัสดุมาได้ที่ DSI และไม่ต้องกังวลว่าเจ้าหน้าที่จะทำการใดๆ เพราะคดีขาดอายุความแล้ว ถึงแม้ว่าท่านครอบครองไว้ก็ไม่สามารถทำให้รวยเพิ่มขึ้น (คำประกาศจาก พ.ต.อ.ณรัชย์ เศวตนันทน์ รองอธิบดี DSI)

บันทึกวิสา คัญทัพ( 8):ปีใหม่ 2554 ต่อสู้ด้วยภูมิความรู้และสติปัญญา “ขอเพียงพวกเรา ฉลาด รู้ สู้ให้เป็น”

ที่มา Thai E-News



บางคนว่า “อย่าก้าวช้ากว่ามวลชน” ปัญหาคือ “มวลชนส่วนใหญ่” หรือมวลชนที่ก้าวหน้าจำนวนหนึ่งที่ไปก่อนร้อนวิชา


โดย วิสา คัญทัพ

ปีใหม่ 2554 มีเรื่องที่ต้องพูดคุยเขียนลงบันทึกฉบับที่ 8 อยู่บางข้อบางประเด็น

ผมหลบเร้นการไล่ล่าอย่างอยุติธรรมจากรัฐบาลเผด็จการจะครบแปดเดือนในเดือนมกราคม ขณะปัจจุบัน นปช.เปลี่ยนผู้นำจากประธานวีระ มุสิกพงศ์ มาเป็น รักษาการประธาน นปช. ธิดา ถาวรเศรษฐ์

แกนนำ นปช.หลายคนถูกคุมขัง หลายคนถูกข่มขู่คุกคามตามล่า แดงบางขบวนยังคงถกเถียงกันเรื่องแนวทางการต่อสู้ มีข่าวจะให้ประกันตัวแกนนำบางคน แต่ก็เล่นเล่ห์มาตลอด อย่างไรก็ตาม ปีใหม่นี้ ผมมีบทกวีมาฝาก เริ่มต้นที่บทกวีก่อนเลย

ปีเก่า.. เศร้าที่สุดในโลก โศกสลด ปีเก่า.. รันทด อนาถา
ปีเก่า.. เลือดนองท่วมน้ำตา ปีเก่า.. ทหารฆ่าประชาชน

ปีใหม่.. ไม่เลิก การไล่ล่า ปีใหม่.. การฆ่า ยังเข้มข้น
ปีใหม่.. ยังได้เห็น เกมเล่นกล ปีใหม่.. มืดมนอนธกาล

ปีใหม่.. ไทยนี้ ไม่รักสงบ ปีใหม่.. ไทยรบกันร้าวฉาน
ปีใหม่.. วิกฤติ ยังพิสดาร ปีใหม่.. อีกนาน ยังทระนง

ปีใหม่.. ให้รักสามัคคี ปีใหม่.. เดินให้ดี อย่าพลัดหลง
ปีใหม่.. บากบั่น มั่นคง ปีใหม่.. ชูธง สู้ต่อไป

ปีใหม่.. จิตใจ ไม่เปลี่ยน ปีเก่า.. บทเรียน ยิ่งใหญ่
ปีเก่า.. ฝังแค้น แน่นใน ปีใหม่.. ฉลาด รู้ สู้ให้เป็น.


ฉลาด รู้ สู้ให้เป็น คือ หากเป้าหมายยุทธศาสตร์เดียวกันต้องหลากหลายวิธีการ

อย่าจำกัดและดูถูกดูแคลนยานพาหนะที่จะนำพาไปถึงจุดหมายของกันและกัน ควรสรุปบทเรียนและทบทวนการต่อสู้ที่ผ่านมาอย่างจริงจัง ผิดพลาดต้องยอมรับและปรับปรุงแก้ไข ไม่ทำผิดพลาดซ้ำอีก

บางคนว่า “อย่าก้าวช้ากว่ามวลชน” ปัญหาคือ “มวลชนส่วนใหญ่” หรือมวลชนที่ก้าวหน้าจำนวนหนึ่งที่ไปก่อนร้อนวิชา

สภาพความเป็นจริงทางภววิสัยเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาตามสถานการณ์ที่พลิกผัน น้ำลดจึงรู้ว่าตรงไหนเป็นดอนเป็นเกาะ ตรงไหนเป็นตอ

หลักยึดของคนเสื้อแดงที่ต้องการความเป็นธรรมและประชาธิปไตยที่แท้จริง คือธาตุแท้ที่แข็งแกร่งและแน่วแน่กว่า ซึ่งที่สุดก็จะก้าวข้ามผ่านข้อหาสามานย์อันท้นท่วมด้วยจริตมายาของกลุ่มปฏิกิริยาขุนศึกศักดินาอำมาตย์ ที่ว่า คนเสื้อแดงสู้เพื่อทักษิณ มาเป็น คนเสื้อแดงสู้เพื่อประชาธิปไตยและความเป็นธรรม โดยมีทักษิณเป็นคนหนึ่งในแนวร่วม เป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้รับความเป็นธรรม เป็นคนหนึ่งที่ต้องการประชาธิปไตยเช่นกัน

ตรงนี้ หากเราทำให้ดีระยะผ่านดังกล่าวก็จะสั้นลง เราต้องทำให้คนส่วนใหญ่เกินห้าสิบ หรือหกสิบ หรือเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ของคนทั้งประเทศเห็นด้วยและสนับสนุนคนเสื้อแดง

เวลานี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยใกล้ปิดม่านการแสดงโดยสมบูรณ์แล้ว ชุมนุมที่ไหนก็ไม่มีคน(เพราะคนมาจากกำลังของพรรคการเมืองที่ชื่อประชาธิปัตย์)

ที่ดิ้นที่ดันทุรังกันสุดแรงนี้เป็นเฮือกสุดท้าย หลายคนในพันธมิตรฯ คิดไม่เหมือนกัน ส่วนหนึ่งของพวกเขายอมรับว่า เสื้อแดงไม่ได้รับความเป็นธรรม มีสองมาตรฐานจริง

ยอมรับว่ามีส่วนของคนเสื้อแดงที่สู้เพื่อประชาธิปไตยโดยใช้สันติวิธีจริง ติดใจก็เพียงข้อความรุนแรงที่เขาคิดว่ามีเสื้อแดงบางส่วนกระทำ และเรื่องสู้เพื่อทักษิณเท่านั้น

แต่สองข้อหลังไม่ใช่สาระสำคัญ เพราะเป็นความเท็จ ซึ่งท้ายที่สุดแล้วจักพิสูจน์ได้จากสัจจะแห่งการต่อสู้ของคนเสื้อแดง

ส่วนรัฐบาลอภิสิทธิ์นั้นไม่ต้องพูดถึง พวกพันธมิตรฯเรียงหน้าออกมาโจมตีประณามหน่วงหนักล้ำหน้ากว่าคนเสื้อแดงด้วยซ้ำไป

ที่น่าสังเกตก็คือ น้ำเสียงที่ออกมาดับเครื่องชนหลังจากที่ชื่นชมเชียร์กันมาก่อนมีเบื้องหลังอะไรหรือไม่ แต่ที่แน่ๆพันธมิตรฯในฐานะมือจุดชนวนป่วนความรุนแรงวันนี้ดูจะด้านและก็เดี้ยงไปเสียแล้ว

ล่าสุด พนิช วิกิตเศรษฐ์,วีระ สมความคิด กับพวกรวมเจ็ดคน บุกรุกล้ำเข้าไปในดินแดนกัมพูชาเพื่อสร้างสถานการณ์ปลุกความคลั่งชาติก็ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง กลับต้องนอนคุกเขมรแทน

โดยจำนนด้วยคลิปวิดีโอที่เป็นหลักฐานชัดเจนจากคำพูดของพนิชเองว่าตั้งใจบุกล้ำเข้าไปในดินแดนเขา ซึ่งคนสำคัญในรัฐบาลต่างออกปากว่าคงช่วยลำบาก

ปัญหาจึงอยู่ที่ฝ่ายเรา จะเดินต่อไปอย่างไร จะปรับขบวนอย่างไร

องค์กรเสื้อแดงต่างๆอันหลากหลายจะขยายกำลัง ขยายความคิดจิตสำนึก ร่วมไม้ร่วมมือ สามัคคีเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันโดยยึดเอาเป้าหมายยุทธศาสตร์เป็นตัวตั้ง

ในส่วนของ นปช. แดงทั้งแผ่นดิน เดินหน้าปรับขบวนไปก่อนแล้ว อย่างน้อยๆก็ได้จัดตั้งคณะแกนนำชุดใหม่ขึ้นมาทำหน้าที่ ไม่ให้เกิดสภาพว่างไร้การนำ แม้ในระยะแรกๆจะมี “การป่วน” จากทั้งฝ่ายผู้หวังดี และไม่หวังดีทำให้เสียรูปขบวนไปบ้าง ก็ไม่มีผลอะไร

เพราะ “คนลองของ” บางคนอาจยังไม่รู้จัก “ความแกร่งแข็งกล้า” และความเป็นตัวจริงเสียงจริงของนักสู้อย่างอาจารย์ธิดา ถาวรเศรษฐ ต่อเมื่อได้ถูกสัมภาษณ์และแสดงทัศนะออกทางสื่อ ภาพความสมบูรณ์พร้อมในฐานะการนำก็เปล่งประกายปรากฏทั้งภูมิรู้และประสบการณ์

อันที่จริงเรื่องความสามารถของ อ.ธิดา เป็นที่ทราบกันดีในหมู่แกนนำ นปช. ซึ่งได้ร่วมประชุมกันเป็นประจำต่อเนื่องตลอดมาหลังถูกสลายการชุมนุมหน้าทำเนียบรัฐบาลเมื่อเดือนเมษายน ปี 2552 และรูปคณะกรรมการแกนนำของ นปช.ดังกล่าว แม้จะมิใช่การนำแบบประชาธิปไตยสมบูรณ์ แต่ก็สามารถลดทอนระบบดำเนินการที่ไม่ใช้เหตุผลลงได้บ้าง

เพื่อให้เห็นภาพผู้นำ นปช. คนใหม่แจ่มชัดยิ่งขึ้น เราลองไปฟัง “การป่วน” ด้วยคำถามบางคำถามต่อไปนี้

คุณทักษิณชินวัตรยอมรับที่คุณธิดาขึ้นมาเป็นรักษาการประธานนปช.หรือไม่ มันไม่ใช่ธุระอะไรของคุณทักษิณ อาจารย์แคร์ชาวบ้าน ประชาชนรักอาจารย์หรือเปล่า คุณทักษิณ ไม่เกี่ยว เพราะเชื่อว่าทักษิณ ต้องฉลาดพอว่า บทบาทแกทำอะไรได้แค่ไหน และแกต้องรู้จักคนอย่างอาจารย์ หรือหมอเหวง ว่าเป็นคนแบบไหน ประวัติเป็นแบบไหน

อีกด้านหนึ่งอาจารย์เคยเจอคุณทักษิณ เขาเป็นคนชอบพูด แกพูดว่าไงรู้ไหม อาจารย์ถามแกว่ารู้สึกอย่างไร ท้อถอยไหม แกบอกว่า เพราะการต่อสู้ ประชาชนทำให้แกสดชื่นอยู่ตลอดเวลา คือมันตรงข้ามไม่ใช่แกมาช่วย แน่นอนแกอาจจะเชื่อส่วนตัวว่าประชาชนมาสู้เพื่อแก แต่มีส่วนหนึ่งคนที่เขารักแกก็มี แต่การต่อสู้ของประชาชน คือน้ำหล่อเลี้ยงเขาน้ำหล่อเลี้ยงหัวใจคุณทักษิณ

ภารกิจ 4 ข้อของประธาน นปช.หญิงคนใหม่

เหตุผลการที่มารับหน้าที่รักษาการประธาน นปช. นั้นถือเป็นหน้าที่และความจำเป็นทางประวัติศาสตร์ ที่ต้องปรับบทบาททางวิชาการมานำมวลชน แล้วก็เป็นการส่งสัญญาณครั้งใหญ่จากแกนนำคนเสื้อแดงที่ถูกควบคุมตัวอยู่ในเรือนจำว่าหลังจากนี้คนเสื้อแดงจะต่อสู้ด้วยภูมิความรู้และสติปัญญา โดยมีภาระหน้าที่สำคัญคือ

1. การรณรงค์เพื่อให้ปล่อยตัวแกนนำ มวลชนคนเสื้อแดง และผู้ถูกจับกุมคุมขังโดยมิชอบให้ได้รับอิสรภาพ การประกันตัวเพื่อดำเนินคดีอย่างมีนิติรัฐ นิติธรรม

2. ช่วยเหลือเยียวยาผู้ถูกกระทำและครอบครัว ตลอดจนการประกันตัวและต่อสู้คดี

3. เรียกร้องความยุติธรรมและการใช้กฎหมาย มาตรฐานเดียวกัน และคำนึงถึงสิทธิมนุษยชนและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

4. ยกระดับการต่อสู้ของประชาชนให้สูงขึ้นด้วยองค์ความรู้

สรุปสุดท้ายในส่วนของ นปช.แดงทั้งแผ่นดินที่ได้ปรับขบวนรุดหน้าไปแล้ว ด้วยคำพูดของ อ.ธิดา ถาวรเศรษฐ์ ดังนี้

"เราจะพูดในสิ่งที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน ถ้าเราพูดอะไรแล้วมันให้โทษกับประชาชน หรือไปเข้าทางคนที่เป็นอุปสรรคขัดขวางประชาชนจะไม่พูด ไม่ต้องการพูดเพื่อสำแดงโวหารว่า เราเป็นคนเก่งหรือก้าวหน้า คำพูดของเราจึงต้องนำไปสู่การปฏิบัติที่เป็นประโยชน์เท่านั้น"


ด้วยรักสามัคคี ผมขอฝากคำพูดนี้ไปยังคุณสุรชัย แซ่ด่านมิตรที่เคารพด้วย โดยวุฒิภาวะที่ท่านมี หากไตร่ตรองก่อนพูดได้จะดียิ่ง

คราวนี้มาพูดในส่วนของพรรคเพื่อไทยบ้าง มีความพยายามจะปรับโครงสร้างการนำของพรรคอยู่บ้างเช่นกัน แต่ทว่ายังติดขัด เพราะพรรคผูกพันยึดโยงกับ ทักษิณ ชินวัตร การจะขยับไปทางไหนอย่างไรจึงต้องเป็นไปโดยที่ท่านทักษิณต้องเห็นดีเห็นงามด้วย

ดังที่ จาตุรนต์ ฉายแสง ออกมาแสดงทัศนะว่า

การใช้ "พ.ต.ท.ทักษิณ" เป็นเรือนตาย เป็นสิ่งจำเป็น แต่ทว่า ทั้งพรรคและตัว ส.ส. ต้องทำงานเชิงรุกและเชิงลึกต่อประชาชนด้วย จะว่าก้าวข้ามคุณทักษิณ หรือให้ตัดประเด็นเรื่องคุณทักษิณไปเลยก็ไม่เชิง พรรคเพื่อไทยมีความเชื่อมโยงกับคุณทักษิณ ซึ่งเป็นความจริงที่ใครๆ ก็รู้ คุณทักษิณได้ทำประโยชน์ให้กับบ้านเมืองไว้มาก เป็นกำลังสำคัญของพรรคเพื่อไทย ยังเป็นคนที่เคยคิดนโยบายดีๆ ได้มาก คงจะยังสามารถช่วยคิดนโยบายดีๆ ได้ ประเด็นจึงไม่ได้อยู่ที่ให้ตัดคุณทักษิณออกไป หรือปฏิเสธ แต่ว่าจะวางคุณทักษิณอยู่ตรงไหน จัดความสัมพันธ์อย่างไร จะเสนอเรื่อง จะพูดถึงคุณทักษิณอย่างไร นี่เป็นเรื่องที่พรรคเพื่อไทยต้องคิด

ถ้า ชูนโยบายเอาคุณทักษิณกลับบ้านแบบดิบๆ (หยุดคิด) โดยไม่บอกว่าเอากลับมาวิธีไหน กลับมาเพื่อทำอะไร (นิ่งคิด) มันก็ไม่โดนใจคนมากนัก

การที่คุณทักษิณจะกลับเมืองไทยได้ หรือได้รับความยุติธรรม ประเทศต้องเป็นประชาธิปไตยเสียก่อน แล้วคุณทักษิณคงได้ความเป็นธรรมมากกว่าปัจจุบัน การนำเสนอในลักษณะนี้ผมคิดว่าคนทั่วไปจะรับได้มากกว่า

แต่ถ้าชูเป็นประเด็นแคบๆ และไม่มีรายละเอียด ไม่รู้วิธีการ ไม่ว่าจะเกิดผลอะไรอย่างไร คนที่เป็นพวกเดียวกันแท้ๆ ก็รับได้ ก็ชอบใจ แต่คนที่ห่างออกไป คนที่เขาไม่สนใจประเด็นนี้ เขาอาจจะไม่รับ "ในยุทธศาสตร์ที่จะสามัคคีกับกลุ่มต่างๆ ถ้าไปเน้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งมากไป เช่น เน้นเสื้อแดงมากเกินไป เน้นเอาคุณทักษิณกลับเมืองไทยมากเกินไป มันก็จะแคบ เสื้อแดงน่าจะมีคนเป็นล้าน เรื่องที่ต้องทำให้เสื้อแดงสนับสนุนพรรคเพื่อไทย ต้องทำแน่นอน แต่ต้องไม่ให้คนรู้สึกว่าเอาแต่เสื้อแดง หรือเสื้อแดงเป็นผู้กำหนดพรรคเพื่อไทย เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นคนส่วนที่เหลือซึ่งมันมากกว่า เวลาเราเลือกตั้งเราต้องพูดถึงคน 19 ล้าน ทำให้อย่างไรให้คน19 ล้านมาเลือก ซึ่งคน 19 ล้าน มันเยอะกว่าเสื้อแดงมาก


คงต้องบอกว่า นี้เป็นข้อเสนอเชิงสร้างสรรค์ และเป็นข้อเสนอของมิตรต่อมิตร ที่มากด้วยความระมัดระวังคำพูดคำจา เป็นความเห็นที่น่ารับฟัง น่าคิดต่อ เพราะอย่างไรเสียในส่วนของพรรคเพื่อไทยก็ควรต้องรีบปรับขบวน ปรับได้เร็วเท่าไรก็จะเป็นฝ่ายรุกในการกระทำทางการเมืองมากขึ้นเท่านั้น

ทั้งยังเพื่อรองรับ “กรณีสถานการณ์เปลี่ยน” ไว้ล่วงหน้า ซึ่งหมายถึงความพร้อมของพรรคเพื่อไทย อันที่จริง เราไม่มีความจำเป็นที่จะต้องพูดคุยกันด้วย “เสียงดัง” เช่นนี้ ข้อเสนอต่างๆควรพูดคุยกันภายในได้ด้วย “เสียงเงียบ” โดยคัดกรองเอาคนที่มีความคิดความอ่านในแบบคนที่ “คิดเป็นวิเคราะห์เป็น” มาปรึกษาหารือกัน

เมื่อการเลือกหัวหน้าพรรค หรือผู้นำพรรคยังไม่พร้อมก็ควรจัดตั้งคณะบุคคลที่ “คิดเป็นวิเคราะห์เป็นทำงานเป็น” ขึ้นมาสักชุดหนึ่ง เป็นกรมการเมืองระดับบน ถกเถียงค้นคว้าหาข้อสรุปเพื่อกำหนดเป็นแนวทางและเข็มมุ่ง ตลอดจนนโยบายของพรรคที่ชัดเจน ให้รู้กันภายในว่าจะเดินไปอย่างไร หรือจะประกาศให้ทราบโดยทั่วกัน นั่นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง

หากวันนี้พรรคเพื่อไทยยังเคว้งคว้างปราศจากการนำที่แน่นอน ปล่อยสภาพเป็นปัจเจกบุคคลที่ถนนทุกสายมุ่งตรงสู่ ท.ทักษิณอดทน เราก็จะตกอยู่ในห้วงแห่งชะตากรรม เป็นการต่อสู้ตามเวรกรรม พึ่งพาไสยาศาสตร์ เสียโอกาสที่จะเป็นฝ่ายกระทำเพื่อฉวยคว้าเอาชัยชนะมาตามลำดับขั้นอย่างที่ควรเป็น

วงดนตรีวงหนึ่ง เมื่อบรรเลงบทเพลงเพลงหนึ่ง นอกเหนือจากบรรเลงเพลงด้วยความรัก ด้วยอารมณ์ความรู้สึก ปิติสุขแล้ว ทั้งวงยังต้องสามัคคีกันบรรเลงอย่างมีระบบ และเป็นระเบียบด้วย ต้องกลมกลืนผสมผสาน รับส่งกันอย่างมีจังหวะจะโคน สอดคล้องต้องกันในท่วงทำนอง ดำเนินพลิ้วไหวเท่าทันกันไปในเร็วหรือช้า

ทุกเครื่องดนตรีมีความสำคัญ ไม่เกี่ยวว่าจะเล่นน้อยเล่นมาก แต่เกี่ยวกับเล่นได้ถูกต้อง ก็จะเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับบทเพลงทั้งหมดในทันที เป็นเช่นนั้นไปจนจบเพลง จนได้รับเสียงปรบมืออันกึกก้องจากผู้ฟัง

ขบวนการประชาธิปไตยของประชาชนไทยในวันนี้ก็ต้องการขบวนทัพที่บรรเลงบทเพลงได้ประดุจวงดนตรีวงหนึ่ง บรรเลงด้วยความรัก ภูมิความรู้ และสติปัญญา

หวังว่า ปี 2554 จะเป็นปีที่คนเสื้อแดงและพรรคเพื่อไทยประสบความสำเร็จในการปรับขบวนได้ในไตรมาสแรก

(บันทึกเขียนเสร็จวันที่ 4 มกราคม 2554)


********
อ่านบันทึกของวิสา คัญทัพ ตอนที่ 1-7

Wednesday, January 5, 2011

นปช.ยื่นหนังสือศาลอาญาระหว่างประเทศ

ที่มา ข่าวสด



ส่งคนสังเกตการณ์คดีเสื้อแดงในศาลไทย

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 5 ม.ค. ที่ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ ลาดพร้าว นางธิดา โตจิราการ รักษาการประธานนปช. พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหาร แถลงว่า นปช.ยืนยันจะจัดการชุมนุมใหญ่ในวันที่ 9 ม.ค.นี้ต่อไป โดยจะรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและเคลื่อนขบวนไปจุดเทียนที่ราช ประสงค์ เพื่อเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวแกนนำ นปช.และคนเสื้อแดงที่ถูกคุมขังอยู่ทั่วประเทศ จึงขอให้คนเสื้อแดงมากันให้มากที่สุดเพื่อเป็นการย้ำให้รัฐบาลได้เห็น และเรายืนยันว่าจะจัดชุมนุมต่อสู้เรียกร้องอย่างนี้ทุกเดือนจนกว่าคนเสื้อ แดงจะได้รับความยุติธรรมและได้ประชาธิปไตยคืนมาซึ่งนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ และน.พ.เหวง โตจิราการ ได้ฝากบอกมาว่าแกนนำทุกคนที่อยู่ในเรือนจำมีขวัญกำลังใจดีที่จะต่อสู้เพื่อ ความยุติธรรม และสิทธิที่จะได้รับการประกันตัว ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 39 และมาตรา 40 ดังนั้นขอให้เข้าใจว่าการยื่นขอประกันตัวเป็นการต่อสู้รูปแบบหนึ่ง ไม่ใช่การยอมจำนน

นางธิดา กล่าวว่า แม้วันนี้ศาลจะปิดปากนายจตุพร พรหมพันธุ์ รองประธาน นปช.ไม่ให้พูดความจริง แต่เรายังมีเสื้อแดงมากกว่า 10 ล้านปากที่จะนำความจริงการเข่นฆ่าประชาชนของรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ไปเปิดเผยเพื่อหยุดยั้งวงจรอุบาทว์ ขณะนี้ตนได้นำหนังสือไปถึงศาลอาญาระหว่างประเทศ ณ กรุงเฮก ประเทศเนเธอแลนด์ เพื่อขอพยานมาสังเกตุการการพิจารณาคดีและไต่สวนคดีของนปช. หรือคนเสื้อแดงในศาลไทย เนื่องจากเพื่อป้องกันแนวโน้มความไม่เป็นธรรมระหว่างการพิจารณาคดี รวมทั้งช่วยเผยแพร่ข้อความเท็จจริงและความคืบหน้าของคดีให้โลกได้รับรู้ อย่างตรงไปตรงมา เพื่อประชาชนคนไทยรู้สึกว่าได้รับการพิจารณาคดีอย่างเป็นธรรมตามหลัก ประชาธิปไตย

นางธิดา กล่าวอีกว่า สำหรับการให้ช่วยเหลือแกนนำและคนเสื้อแดงออกจากคุกนั้น คงต้องมีการหารือกับฝ่ายกฎหมายอีกครั้ง แต่ยังไม่มีแนวทางที่จะยื่นอุทธรณ์ในช่วงเวลานี้ และระหว่างนี้นปช.จะเดินหน้าปรับโครงสร้างองค์ใหม่ เพื่อสามารถขับเคลื่อนต่อไปอย่างเป็นระบบ โดยเบื้องต้นได้แต่งตั้งนพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ อดีตผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น และนางอาภรณ์ สาระคำ ภรรยานายขวัญชัย ไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร เป็นตัวแทนคนเสื้อแดงภาคอีสาน ในคณะกรรมการกลาง นปช. รวมทั้งได้การดำเนินการจัดตั้งกรรมการนปช. ระดับภาค จังหวัด เขต อำเภอ และตำบลให้เสร็จภายในสิ้นเดือน ม.ค.54 นี้ เพื่อนำไปปรับโครงสร้าง นปช.ครั้งใหญ่ในเดือน ก.พ.54 นี้

Project-X IH (induction heating) Cooking Device

ที่มา thaifreenews

โดย tuxedo

Project-X IH (induction heating) Cooking Device

ติ๋มอุบล ทีวีอีสาน ปราศรัยรวมพลคนเสื้อแดง ตาสว่างทั้งอุดรธานี และเสื้อแดงแม่ลูกอ่อน

ที่มา thaifreenews

โดย namome

สหายต๋าคำ

ติ๋มอุบล ทีวีอีสาน ปราศรัยรวมพลคนเสื้อแดง ตาสว่างทั้งอุดรธานี
http://www.youtube.com/watch?v=NY1lHrMGRec&feature=player_embedded



สหายต๋าคำ

เสื้อแดงแม่ลูกอ่อน - Voice TV

http://www.youtube.com/watch?v=41-1voCwI3c&feature=player_embedded



มาร์ชแดงทั้งแผ่นดิน พร้อมเนื้อเพลง
http://www.youtube.com/watch?v=RAsI2eKNvA0&feature=player_embedded

เครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติเผชิญหน้าชาวโคกสูงมีทหารกั้นกลางป้องกันปะทะ

ที่มา thaifreenews

โดย bozo



กลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติประมาณ 200 คน ประจันหน้าชาวโคกสูง กว่า 300 คน
บริเวณถนนอรัญประเทศ - ป่าไร่ หน้า ตชด. 126 อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว
เมื่อวันที่ 5 มกราคม มีเจ้าหน้าที่ทหารพราน กองกำลังบูรพา ตชด.12
หน่วยป้องกันการจลาจลกว่า 200 นาย ยืนกั้นกลางฝูงชนทั้งสอง ป้องกันการปะทะกัน


ทั้งสองฝ่ายปราศรัยโจมตีกันและกัน
โดยชาวบ้านโคกสูงไม่ต้องการให้กลุ่มเครือข่ายคนไทยหัวใจรักชาติ
เคลื่อนขบวนเข้าไปยังหลักเขตแดนที่ 46 อันเป็นจุดที่คนไทย 7 คนโดนเขมรจับกุม


http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1294209903&grpid=02&catid=&subcatid=

ยิ่งได้ฟัง ยิ่งได้เห็นข้อมูลที่บอกว่าเขตเจ้าปัญหาที่จับคนไทยทั้ง 7 แล้วยิ่งปวดใจ

ที่มา thaifreenews

โดย bozo

จากคุณ : ทวดเอง

ในเมื่อยังเป็นเขตที่มีปัญหา แล้ว 2 ปีที่ผ่านมามัวทำอะไรกันอยู่ครับ
ปล่อยให้ทหารกัมพูชาเข้ามายึดครอง แถมยังไล่คนไทยกลับอีก
อย่างนี้จะไม่ให้ผมปวดใจได้อย่างไรครับ หรือเป็นเพราะความอ่อนหัดของรัฐบาลไทย
ผมก็เป็นคนหนึ่งที่มีส่วนเป็นเจ้าของประเทศ ย่อมมีสิทธิสงสัยในหลายประเด็นครับ

ข้อแรกที่ดำเนินการผิดพลาดก็คือ ทางกัมพูชาถือกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของพื้นที่มาตลอด
ฝ่ายไทยกลับไม่เคยอ้างเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ ได้แต่บอกว่าเป็นพื้นที่ทับซ้อน
ทั้งที่พื้นที่ทับซ้อนควรจะให้ประเทศที่เป็นกลางเป็นฝ่ายเรียกมากกว่า
นี่ก็แสดงให้เห็นว่า เรายังไม่แน่ใจ
ในขณะที่กัมพูชา เขามั่นใจว่าเป็นกรรมสิทธิ์ของเขาไปแล้ว

ข้อสอง ในเมื่อยังเป็นพื้นที่ที่ประชาชนทั้งสองประเทศเข้าใจคลาดเคลื่อน
แล้วทำไมจึงปล่อยให้ทหารกัมพูชาเข้ามายึดครอง แล้วกองทัพไทยล่ะครับ
มัวทำอะไรกันอยู่ หรือเห็นว่า
การกระชับพื้นที่คนไทยที่ปิดถนน เงินดีงานสบายกว่ากันเยอะอย่างนั้น ชิมิ

ข้อสาม จะมาอ้างว่ามีคนไทยร้องเรียนมา จึงต้องไปสำรวจ
แล้วทำไมต้องทำลับๆล่อๆแบบนั้นล่ะครับ ทำไมจึงไม่ดำเนินการอย่างเปิดเผย
ก็ขนาดเขาพระวิหารที่ศาลโลกตัดสินให้เราแพ้คดี
เรายังจะไปทวงคืนพื้นที่ใต้ประสาทอย่างเปิดเผยนี่นา ผมล่ะไม่เข้าใจ

ข้อสี่ เมื่อเขตแดนนั้นไม่ใช่เป็นของกัมพูชา
แล้วทำไมเราจึงปล่อยให้กัมพูชามาจับคนของเราไปได้ล่ะครับ
เพราะเท่าที่ฟังจากในคลิป คุณวีระเคยโดนจับไปแล้วนี่
แล้วเราฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายหรือไม่
แล้วทำไมเขาจึงมาจับคนของเราซ้ำอีก
เพราะทั้ง 7 คนก็ไม่ใช่คนเสื้อแดงสักหน่อย ที่จะปล่อยให้ใครมาจับไปขังฟรีๆ

และข้อห้า รัฐสภาทำอะไรกันอยู่ จึงไม่ดำเนินการให้ลุล่วง
ปล่อยให้ทหารกัมพูชาเข้ามายังเขตไทยได้อย่างไร อย่าบอกนะว่า
เพราะการเมืองวุ่นวาย เพราะต้นเหตุคือการไม่ครบองค์ประชุมบ่อยครั้ง
บ่อยที่สุดตั้งแต่มีรัฐบาลมา หรือเห็นว่า
ความมั่นคงของประเทศยังไม่สำคัญกว่าความมั่นคงของรัฐบาล อย่างนี้แล้ว
ยังมีหน้ามาขึ้นเงินเดือนตัวเองอีก ผมล่ะอายแทนจริงๆ

ก็เห็นรัฐบาลชุดนี้พูดอยู่เปาๆว่า
ต้องรักษาความถูกต้องมากกว่าความถูกใจไงครับ
แล้วทำไมจึงยังคิดส่งทนายไปล่ะครับ
ก็ในเมื่อไม่มีความถูกต้องในการจับคนของเราในที่ของเรา รัฐบาลว่าจริงไหมครับ

ผมจึงอยากบอกรัฐบาลว่า พอเถอะครับ
กรุณาเหลือที่ยืนบนเวทีโลกให้กับลูกๆหลานๆเราบ้างเถอะครับ
อย่าให้ต่างชาติมาถามลูกหลานในหลายประเด็นนี้
แล้วลูกหลานของเราจะเอาหน้าไปไว้ไหน นอกจากแทรกแผ่นดินหนี

ดังนั้นผมจึงอยากขอมีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นด้วยในฐานะเจ้าของประเทศคนหนึ่ง
ผมไม่รู้หรอกว่า ทั้ง 7 คนมีจุดมุ่งหมายอะไรที่เดินเทิ่งๆไปให้เขาจับ
ทั้งๆที่รู้ว่าข้ามไปยังเขตกัมพูชาแล้ว ผมยังอดตกใจไม่ได้
ถ้าสมมุติว่าไม่มีคลิปออกมา แล้วคนไทยถูกจับไปแบบนี้ อาจจะสร้างกระแสชาตินิยม
แล้วเหตุการณ์คงต้องบานปลาย จนอาจก่อให้เกิดความสัมพันธ์ที่เลวร้ายได้
(ผมไม่เชื่อหรอกนะครับว่า จะเป็นแผนสร้างความวุ่นวาย เพื่อเป็นหนทางสู่การทำรัฐประหาร)

แต่เมื่อมีคลิปโผล่ออกมาอย่างนั้น เราควรยอมรับได้แล้วครับว่าฝ่ายเราพลาดไปแล้ว
ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดในเวลานี้คือการช่วยคนไทยออกมาจากเรือนจำให้เร็วที่สุด
ส่วนการแก้ตัวเอาไว้ทีหลังก็ได้ครับ เพราะเท่าที่ฟังดูยิ่งแก้จะยิ่งยุ่งนา สู้รอช่วยคนออกมาก่อน
แล้วค่อยหาข้ออ้างที่มันเนียนๆหน่อยจะดีกว่า
เพราะยังมีคนไทยหลงเชื่อพวกท่านอีกจำนวนมากอยู่แล้วนี่ จะไปกลัวอะไรใช่ไหมครับ

แล้วกรุณาเถอะครับ
อย่าให้พวกช่างจ้อมาออกทีวีให้บ่อยนัก มันไม่เป็นผลดีต่อรูปคดีเลยนะครับ ผมว่า

ก็อย่างที่บอกว่า หลงพลัดเข้าไป ทั้งๆที่พูดออกจะชัดเจนว่า ได้เข้ามายังเขตกัมพูชาแล้ว

แล้วก็อย่าให้ท่านอาจารย์โฆษกออกมาพูด “ไม่คิดว่าคุณพนิชจะไปชายแดนกัมพูชา”
เดี๋ยวลูกศิษย์ลูกหาจะไม่ให้ความเชื่อถือ
เดี๋ยวการปฏิรูปการศึกษาที่ท่านนายกฯจะเปล่าประโยชน์นะครับ

รองนายกฯก็เช่นกันครับ บอกได้ไงว่า คลิปนั่นจะทำให้เราเสียเปรียบในการสู้คดี
มันจะไปขัดกับนายกฯที่บอกว่าคลิปมีการตัดต่อ นั่นแสดงให้เห็นถึง
การทำงานระดับชาติที่เข้าขากันดีหรือเปล่าครับ ประชาวิวัฒน์นั่นก็หนี่งล่ะ

ดังนั้นเรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน แก้ตัวไปก็เปล่าประโยชน์
สู้เอาเวลามาช่วยคนของเราดีกว่านะครับ
แต่ขอร้องเถอะครับ อย่าให้รัฐมนตรีต่างประเทศของเราไปเจรจาเลยครับ
เพราะว่าคงจะไม่ได้ผล เมื่อฝ่ายเราเห็นเขาเป็นแค่กุ๊ยข้างถนน
สู้ให้ รมต.ต่างประเทศไปตามจับผู้ร้ายข้ามแดนตามถนัดดีกว่าไหมครับ
ส่วนพวกรักชาติก็ช่วยขอร้องให้ออกมาห่างดีกว่า
ก็พวกนี้ทางกัมพูชาก็รู้ดีว่าแปลงกายมาจากพวกพันธมิตรฯที่เคยบอกว่า
นายกฯของเขาเป็นพวกคนบ้า อย่างนี้มีแต่ทำให้เรื่องราวเลวร้ายไปกว่าเดิมนะครับ

สุดท้ายผมจึงอยากฝากรัฐบาลด้วยความเคารพ เมื่อคนของเราไปตกระกำยังต่างแดน
จะเป็นเพราะอยากไปเอง หรือถูกใช้ไป จะเป็นเพราะแผนการทางการเมืองหรือเปล่าผมก็ไม่รู้
แต่เมื่อพลาดไปแล้วก็ควรรีบช่วยเหลือเป็นดีที่สุดครับ
และจะให้ดี อย่าถึงกับใช้ทนายความไปต่อสู้คดีเลยครับ
เพราะที่นั่นเขาไม่มีการชนะฟาวล์นะครับ ขอบอก

ดังนั้นสิ่งที่ควรทำ ก็จงละทิ้งความอายแล้วออกปากขอร้องให้หัวหน้าผู้ก่อการร้าย
ที่ผู้นำต่างชาติยังให้ความนับถือ
โดยเฉพาะผู้นำกัมพูชา ให้ช่วยพูดให้ก่อนที่ศาลจะตัดสิน ดีกว่าปล่อยให้ตัดสินกันไปแล้ว
แล้วไปขออภัยโทษให้เป็นที่ระคายเคืองกษัตริย์ของเขาจะดีกว่า
ซึ่งผมคิดว่าผู้ก่อการร้ายท่านนั้นคงจะยินดี ก็ขนาดสายลับที่หวังร้ายกับท่าน
ท่านก็ยังช่วยมาแล้วนี่นา นับประสาอะไรกับคนไทยเหล่านี้



http://www.pantip.com/cafe/rajdumnern/topic/P10097056/P10097056.html

โดย tongtata

ขอร้องคนนี้ก็ได้ครับ เพราะเคยช่วยสำเร็จมาแล้ว?? . .
ดร.ทักษิณไง? ? . .

แต่ถูกถีบออกมา ผมไม่รู้ด้วยนะ!! . . ฮา!


โดย ลูกชาวนาไทย



ผมว่าคนไทยเราต้องพูดความจริงกันใช้ปัญญาำพิจารณาไตร่ตรองประกอบด้วยข้อมูลต่างๆ

อย่าไปพูดเลยว่า พื้นที่ืทับซ้อนหรือมีปัญหา เราหลอกกันเองมานานแล้ว ที่จริงมันไม่มีพื้นที่ทับซ้อน ศาลโลกได้ตัดสินแล้วโดยใช้แผนที่ 1:200,000 ของฝรั่งเศส และ รัชกาลที่ 5 ให้การรับรองตามแผนที่นี้ ตัดดินแดนส่วนนี้ให้ฝรั่งเศสไปตามแรงกดดันของเจ้าลัทธิล่าอาณานิคม สรุปคือ ในทางกฎหมายเรารับรองแผนที่นั้นมาโดยตลอด ดังนั้นพื้นที่ต่างๆ ตามเส้นเขตแดนในแผนที่ จึงเป็น "เขตแดน" ที่เรารับรองไปแล้ว และรัฐไทยไม่เคยคัดค้าน ถือว่ายอมรับไปนานแล้ว

ตอนยังไม่มีการทะเลาะกัน เขมรเขาก็ไม่อยากมายุ่ง เขาแค่ถือ โฉนดเอาไว้ ปล่อยให้เรารุกแดนเขาไป และเราเข้าใจเอาเองว่า นั่นเป็นแดนเรา (แต่ได้เสียดินแดนไปแล้วตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 5) ส่วนการอ้างเรื่องสันปันน้ำ หรืออะไรก็ตาม เป็นการอ้างของเราืที่ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะอ้างทีหลัง ไม่ไ้ด้เกิดสิทธิ์อะไร และเมื่อมีข้อพิพาทในศาลโลก ศาลโลกก็ตัดสินไปตามนั้น กรณีเขตแดนอื่นๆ ต่อให้ทะเลาะกันขึ้นสู่ศาลโลก ก็ออกแบบเดียวกันอีก

ที่จริงต้องพัฒนาร่วมกันไป อยู่ร่วมกันไป ปล่อยให้มันเป็นอย่างเดิม กำกวมไป เขมรเขาก็แค่กำโฉนดเอาไว้่ ไม่ทะเลาะกัน ก็ไม่เอาโฉนด (แผนที่) มากาง พอทะเลาะกันเขาก็เอามากาง เราก็แพ้

กรณีการช่วยเหลือ 7 คนนั้นทำไม่ได้แล้ว เพราะเรื่องมันดังกลายเป็นเรื่องระหว่างประเทศไปแล้ว ไม่มีปรเทศไหนยอมให้เราละเมิดอธิปไตยทางศาลของเขา

ฝ่ายบริหารกัมพูชา เขาจะไปปล่อย 7 คนนั้นได้อย่าง ก็เหมือนกรณีฝรั่งโดนคดีหมิ่น 112 ของเรา รัฐบาลเขาก็ช่วยอะไรไม่ได้ รัฐบาลเราก็ช่วยไม่ได้ ต้องรอให้คดีจบแล้วขอพระราชทานอภัยโทษไป จะมาเจรจาให้ปล่อยตัว รัฐบาลกัมพูชาเขาจะไปละเมิดอำนาจศาลเขาได้อย่างไร

ประเทศไทยเราแทรกแซงศาลจนเคยตัว คิดว่าประเทศอื่นเขาจะทำเหมือนเราอย่างนั้นหรือ

ที่จริงควรรับสารภาพ ให้ศาลกัมพูชาลดโทษให้ แล้วคดีตัดสินจบก็ขอพระราชทานอภัยโทษ ซึ่งคดีดังแบบนี้เชื่อว่าอย่างไร เขาก็คงไม่ยอมในทันที มันจะเหมือนกับประเทศเขากลัีวเรา คนกัมพูชาเขาก็ด่าเอา

สรุปคือ ต้องทำใจแ้ล้ว ยอมติดคุกไปแต่โดยดี

"ดร.สิริกร" ลุยเองพาเด็กไทยลัดฟ้าทัวร์ศึกษาต่อป.โท "อังกฤษ-อเมริกา" ขอบอกไม่แพงอย่างที่คิด!!

ที่มา มติชน

รับชมรายละเอียดและข่าว VDO คลิ้ก มติชน




ศิริกร มณีรินทร์




สำนักงาน บริษัท ไอคิวดี ต้นความรู้




ประมวลภาพ การพาไปซัมเมอร์แคมป์ - ทัวร์การศึกษาต่อปริญญาโท




คณะทัวร์การศึกษาของ ดร.สิริกร เมื่อช่วง ต.ค. 53 ที่ประเทศอังกฤษ


มหาวิทยาลัยชั้นนำในอังกฤษ


คณะทัวร์การศึกษาของ ดร.สิริกร เมื่อช่วง ต.ค. 53 ที่ประเทศอังกฤษ






คณะทัวร์การศึกษาของ ดร.สิริกร เมื่อช่วง ต.ค. 53 ที่ประเทศอังกฤษ







ปฏิเสธไม่ได้ว่า ปัจจุบัน
การศึกษากลายเป็นปัจจัยที่ 5 ของสิ่งสำคัญในการดำรงชีวิตไปแล้ว นอกเหนือจากความจำเป็น ด้านที่อยู่อาศัย อาหารเครื่องนุ่งห่ม และยารักษาโรค ซึ่งมีบทบาทความจำเป็นในการช่วยแก้ปัญหาทุก ๆ ด้านของชีวิตท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีอย่างรวดเร็ว ด้วยการศึกษาสร้างคนให้มีความรู้ ความสามารถ มีทักษะพื้นฐานที่จำเป็น พร้อมต่อสู้เพื่อตนเองและสังคม ในการประกอบการงานอาชีพ ช่วยให้คนเจริญงอกงาม ทั้งทางปัญญา จิตใจ ร่างกาย และสังคม จึงไม่แปลกที่เราจะเห็นประชากร เกินกว่าครึ่งหนึ่งทั้งหมดของโลก ต่างมุ่งเน้นและให้ความสำคัญกับการศึกษาเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับผู้ที่เคยทำงานด้านการศึกษามาก่อน...

ดร.สิริกร มณีรินทร์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเมื่อครั้งยุครัฐบาลทักษิณ ก็เป็นอีกผู้หนึ่งที่เห็นความสำคัญของการศึกษา หลังจากถูกคำสั่งศาลให้เว้นวรรคงานทางการเมือง เป็นเวลา 5 ปี จากกรณียุบพรรคไทยรักไทย เมื่อ พ.ศ. 2550 ก็ไม่ได้ทำให้อดีตอาจารย์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หยุดนิ่งเรื่องการศึกษา โดยในวันนี้ เธอพร้อมเพื่อนๆ ได้ร่วมกันเปิดโรงเรียนสอนภาษา ชื่อ ต้นความรู้ ไอคิวดี

"อยากจะให้เด็กเติบโตและงอกงามเรื่องความรู้ และปัญญา เน้นภาษาอังกฤษให้กับเด็กและครูไทย แต่ในช่วงเวลาปีแรกเนี่ยเราก็จะมีกำลังและเวลาเน้นให้เด็กก่อน โดยเราจะแบ่งสายงานของเราออกเป็น 3 ด้าน ด้านแรกช่วยเด็กให้มีความเข้าใจในการสอบ ไอเอล โทเฟล หรือว่า ซียู แอด หรือแม้กระทั่งสมาร์ท วัน ต่างๆได้ อยากให้เด็กสนใจใกล้ชิดและมีคุณภาพ ทักษะ ฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษเนี่ยเป็นสิ่งที่จะต้องใช้เวลาพิจารณาและเอาใจใส่ จี้จุดที่อ่อนและเติมเต็มในสิ่งที่เขาขาด โดยเฉพาะการไม่สามารถถ่ายทอดออกมาเป็นคำพูด เขียนได้ดี"

ส่วนธุรกิจอีกหนึ่งอย่าง ที่ ดร.สิริกร กำลังดำเนินการไปได้สวย คือ เรื่องของการแนะแนวการศึกษาต่อ และการจัดทัวร์การศึกษาซึ่งเน้นพาคณะพ่อแม่ผู้ปกครองและเด็กที่ต้องการศึกษาต่อในระดับปริญญาโท ไปดูที่เรียนในระดับมหาวิทยาลัยชั้นนำที่เรียนอังกฤษ และสหรัฐอเมริกา ด้วยความต้องการช่วยเหลือเด็กให้ไปเรียนรู้วัฒนธรรมของโลกตะวันตก ซึ่งจะมีการจัดค่ายซัมเมอร์ไปเรียนภาษา พาไปเที่ยวเพื่อการศึกษาในจุดที่ควรจะไป เช่น อิมพีเรียล คอเลจ , รอยอล ฮอร์ลเวย์ เค็นช์ ของอังกฤษ ซึ่งจะเริ่มพาไปวันที่ 27 มี.ค. นี้ ส่วนเดือน เมษายน ก็จะพาอีกคณะหนึ่งไปดูที่ อเมริกา เช่น ลอสเองเจลิส และซานฟรานซิสโก หลังประสบความสำเร็จจากการพาไปทัวร์ เมื่อเดือนตุลาคม ปี2553ที่ผ่านมา ซึ่งมีทางมหาวิทยาลัยต่าง ๆเหล่านั้นติดคต่อกลับ และการจัดซัมเมอร์แคมป์ เมื่อช่วงต้นปีเดียวกัน

"การได้พบผู้รับสมัครได้รับการสัมภาษณ์ และเอาเอกสารไปด้วยตัวเองมันช่วยได้มาก และพ่อแม่ผู้ปกครองจะได้ดูว่าที่อยู่ที่กินอย่างนี้ถูกใจไหม ปลอดภัยไหม ค่าใช้จ่ายอย่างนี้รับได้ไหม ส่วนใหญ่เห็นเป็นครอบครัวและในทริปนี้ตั้งใจจะพาไปเองและใช้ประสบการณ์จากที่เคยดูแลลูกๆ ที่เคยไปเรียนต่อต่างประเทศ ไปแนะนำว่า ควรจะไปดูที่ไหน ห้องนอนหอพัก จะกินยังไง อยุ่ยังไง การเดินทาง ค่าใช้จ่าย"

และในปี 2554 นี้ ทางคณะทัวร์ของ ดร.สิริกร ก็ตั้งใจจะไปดูมหาวิทยาลัยที่สอนหลักสูตรนานาชาติ ที่สาธารณรัฐประชาชนจีนด้วย ซึ่งขอบอกว่า ตอนนี้ผู้สนใจร่วมคณะทัวร์ยังไม่เต็ม แต่ด้วยการจัดแบบคุณภาพเลยเน้นจำนวนจำกัด

"สิ่งที่เราต่างจากทัวร์อื่นก็คือกลุ่มเล็กแล้วก็ดูแลและคัดสรรในสิ่งที่ดีที่สุดเข้ามาให้ไม่ว่าจะเป็นที่เรียน เช่น ซัมเมอร์แคมป์ ในระยะเวลา 4 สัปดาห์ เป็นโรงเรียนปลอดภัย กลุ่มเล็ก อย่างเช่น เมืองนอร์ทติงแฮม เป็นเมืองโรบินฮูด โรงเรียนที่ไปเขาจะให้โปรเจ็คมาเลยว่า วีรบุรุษของไทยและวีรบุรุษของเมืองนอร์ทติงแฮม เพราะฉะนั้นก่อนเด็กไปเราจะต้องไปติวเด็กว่า วีรบุรุษของไทยเรานั้นมีใคร เช่น นายจันทร์หนวดเขี้ยว หรือเป็นพระเจ้าตากสิน หรือ รัชกาลที่ 1 เป็นต้น ไม่ใช่ไปเรียนรู้ภาษา หรือแกรมม่า หรือในห้องเรียนเท่านั้นแต่จะมีโปรเจ็คให้ทำให้ไปอยู่กับคนในเมืองนอทร์ติงแฮมให้ไปสัมภาษณ์ความรู้สึกของเขาที่เกี่ยวกับโรบินฮูด แล้วมานำเสนอเป็นรายงานแบบมัลติมีเดีย มี Portfolio ที่ดูดีมีคุณค่า เพราะมาจากสมองของเขาเอง นอกจากนั้นเราพาไปเที่ยวที่เที่ยวก็คัดสรรค์อย่างดี นี่คือความต่างของค่ายซัมเมอร์ของเรา เราจัดค่ายซัมเมอร์ที่มีคุณภาพไม่ใช่โรงเรียนประเภทห้องแถวธรรมดา ซึ่งที่พักอาศัยก็อยู่ homestay มีพี่เลี้ยงดูแล" อดีตรมช.ศึกษาธิการ อธิบาย

ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายทัวร์การศึกษาที่หลายคนสงสัย นั้นก็ไม่สูงอย่างที่คิด ดร.สิริกร บอกว่า เป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ล้านกว่าบาทเนี่ยก็อยู่ได้ทั้งกินอยู่และค่าเล่าเรียน

เห็นได้ว่า การเรียนภาษาที่ 2 และ 3 เพิ่มเติมเป็นสิ่งจำเป็นไปแล้วสำหรับโลกโลกาภิวัตน์ ทุกที่ทุกมุมโลกสามารถติดต่อเชื่อมโยงถึงกันได้แบบไร้ขอบเขต โดยเฉพาะภาษาอังกษที่สื่อสารเป็นสากลทั่วโลก ซึ่งตรงจุดนี้ ดร.สิริกรเห็นว่าเป็นสิ่งสำคัญ หากเริ่มจากที่ตัวพ่อแม่เอง หากไม่ต้องการเสียสะตุ้งสตางค์ลงทุนส่งพวกเขาข้ามน้ำข้ามทะเลไปเรียนกับประเทศเจ้าของภาษา หรือเรียนในสถาบันที่สอนด้วยหลักสูตรอินเตอร์

"ซื้อหนังสือให้ลูกมาอ่านเป็นประจำ แล้วอ่านให้ลูกฟัง ตั้งแต่เล็กเลย พาไปที่ประเทืองปัญญาเป็นระยะๆ บางทีสิ่งที่ตัวเองพูดอาจเป็นสิ่งดัดจริตว่าต้องพาลูกไปเรียนเมืองนอกแต่ถ้าถามว่า ถ้าเรียนเมืองไทยแล้วให้ความสนใจกับภาษาอังกฤษเป็นประจำเช่น ดูหนังที่พูดภาษาอังกฤษ ไม่ใช่หนังพากษ์ อ่านหนังสือ ฟัง BBC ทำพวกนี้เป็นประจำ เคร่งจนภาษาอังกฤษได้ระดับนึง เพราะเราได้ภาษาเดียวนี่คงไปไม่รอดแล้ว จริงแล้วหลักสูตรของในประเทศสิงค์โปรต้องรู้ 3 ภาษาไปถึง 4 ภาษาแล้ว คือมีภาษาจีนมาอีกภาษาหนึ่ง อย่างของไทยนี่ขอไทยอังกฤษให้แข็ง ถ้าขยับขึ้นมาอีกขั้นหนึ่งให้ได้ภาษาเพื่อนบ้านคือ ภาษาจีนอีกภาษาหนึ่งก็จะสุดยอด แต่ภาษาอังกฤษมันเป็นอีกภาษาหนึ่งที่เลี่ยงไม่ได้แล้วในโลกปัจจุบันนี้"

สนใจรับทราบข้อมูลรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับการศึกษาต่อ หรือ เรียนพิเศษทางด้านภาษาได้ที่ www.iqd-knowledgetree.com