ที่มา thaifreenews
โดย blablabla

ขออภัยที่ไม่มีบทกลอนประกอบการ์ตูนวันนี้ เนื่องจากติดภารกิจด่วนครับ
และขอถือโอกาสสวัสดี ทุกๆ ท่าน ด้วยความขอบคุณครับ
คนรักประชาธิปไตย ต้องช่วยกันขับไล่ เผด็จการ
ที่มา thaifreenews
โดย blablabla

ที่มา thaifreenews
โดย bozo
Read more from นปช, ประเทศไทย, สิทธิมนุษยชน
โดย หนังสือพิมพ์สปีเกิ้ล
http://www.spiegel.de/international/world/0,1518,742618,00.html
ภาพถ่ายของเหตุการณ์นองเลือดเดือนพฤษภาคมปี 2553
ที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานครได้ถูกเผยแพร่ไปทั่งโลก
แต่เรื่องราวของการต่อสู้นท้องถนนยังคงเป็นปริศนาจนถึงทุกวันนี้
ทนายชาวแคนาดาผู้ซึ่งพยายามดำเนินคดีกับนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ได้แบ่งปันหลักฐานที่เขารวบรวมกับสปีเกิ้ล
ธงแดงของฝ่ายตรงข้ามโบกสบัดอีกครั้ง
เมื่อผู้ชุมนุมราว 40,000 คนรวมตัวกันในใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร
พวกเขาโบกภาพอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตรและสวมเสื้อสีแดง
ซึ่งเป็นกลายชื่อของการเคลื่อนไหวพวกเขา
ผู้ชุมนุมต่างรู้สึกโกรธแค้น พวกเขาร้องเพลงและโบกธงขับไล่ “อำมาตย์”
กลุ่มผู้นำซึ่งรวมถึงชนชั้นสูง ทหาร และรัฐบาล
ซึ่งเป็นกลุ่มบุคคลที่ฝ่ายตรงข้ามเชื่อว่าเป็นกลุ่มที่ “ทำลายเสรีภาพ” ของประเทศ
พวกเขาเรียกร้องให้อธิบายถึงเหตุการณ์นองเลือดที่เกิดขึ้น
ช่วงหลังการประท้วงรัฐบาลเมื่อเกือบปีก่อน
“รัฐบาลพูดถึงเรื่องการสมานฉันท์ปรองดอง
แต่สำหรับพวกเราแล้วเหตุการณ์ดังกล่าวยังคงเป็นเรื่องที่สุดจะทน ”
วรชัย เหมะ หนึ่งในผู้นำคนเสื้อแดงกล่าว
“ผู้นำส่วนใหญ่ของเรายังอยู่ในคุก
และรัฐบาลไม่ดำเนินการสอบสวนถึงอาชญากรรมที่กองทัพกระทำเลย”
ผู้ชุมนุมได้รวมตัวกันที่แยกราชประสงค์สองครั้ง
ในเดือนมกราคม แยกราชประสงค์เป็นที่ที่ผู้ชุมนุมเลือกให้เป็นสถานที่สัญลักษณ์
ซึ่งเป็นจุดที่ฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองหลายสิบรายเสียชีวิตจากการสาดกระสุนของทหาร
และยังใกล้กับห้องเซ็นทรัลเวิร์ล
ซึ่งเป็นแหล่งช้อปปิ้งสิ้นค้าต่างๆและเครื่องใช้ไฟฟ้าราคาแพงถูกเผาวอดวาย
ความรุนแรงครั้งล่าสุดตั้งแต่ยุค 70
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปี 2553 ซึ่งเป็นเหตุการณ์
ที่ฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลยึดพื้นที่ส่วนใหญ่ใจกลางเมืองมากกว่าสองเดือน
แสดงให้เห็นถึงการปะทุของความรุนแรงทางการเมืองตั้งแต่ยุค 70
ที่รัฐบาลบดขยี้การชุมนุมประท้วงของนักศึกษา
รูปถ่ายที่สร้างความสนใจให้ชาวโลกเหตุการณ์ปี 2553 อย่างมากคือ
ภาพถ่ายนอกพื้นที่สงคราม
–พลซุ่มยิงพรางตัว และฝ่ายตรงข้ามที่ถูกสังหารเพราะถูกยิงศรีษะ
ผู้ชุมนุมที่ไม่อาจป้องกันตัวเองได้รู้สึกโกรธแค้นทันที
ในขณะที่อีกหลายคนเสียชีวิตต่อหน้ากล้อง
ประชาชนราว 1,900 ได้รับบาดเจ็บ ในระหว่างเหตุการณ์ความไม่สงบ
ในเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2553 และราว 90 รายเสียชีวิต
ซึ่งเป็นการต่อสู้ที่ไม่สมน้ำสมเนื้อ
–เพราะมีทหารเสียชีวิต 9นาย
แต่มีพลเรือนกว่า 80 รายเสียชีวิต รวมถึงพยาบาล
และนักข่าวต่างชาติสองราย
นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะยังคงดำรงตำแหน่งผู้นำรัฐบาล
แต่ได้ย้ายที่พักอาศัยไปยังกรมทหารราบที่ 11 ในกรุงเทพมหานคร
เพื่อเป็นการป้องกันไว้ก่อน
เขาได้รับการสนับสนุนโดยทหารที่ทำรัฐประหารขับไล่ทักษิณ
ซึ่งนายกรัฐมนตรีก่อนหน้านายอภิสิทธิ์ออกจากตำแหน่ง
และต้องหนีไปอยู่ต่างประเทศ
นอกจากนี้ยังมีหลายคนเชื่อว่า
นายอภิสิทธิ์ได้รับการสนับสนุนจากกษัตริย์
การสอบสวนไม่ค่อยมีความคืบหน้า
ไม่น่าแปลกใจที่
การสอบสวนเกี่ยวกับเหตุการณ์การชุมนุมประท้วงของคนเสื้อแดงไม่มีความคืบหน้า
“กองทัพและตำรวจแทบจะไม่ให้ความร่วมมือกับเรา” สมชาย หอมลออ
หนึ่งในคณะกรรมการค้นหาความจริงและปรองดองสมานฉันท์ที่ตั้งขึ้น
เมื่อปีที่แล้วหลังจากเกิดเหตุการณ์ความรุนแรง
กำหนดการเผยแพร่รายงานสรุปถูกเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด
มันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ที่จะเปิดเผยความจริง
โดยไม่ที่ไม่มีการตั้งคำถามกับทหารที่เกี่ยวข้อง สมชายกล่าว
แต่สถานการณ์อาจเปลี่ยนไป
เมื่อทนายชาวแคนาดา นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัมได้รวบรวมหลักฐาน
ซึ่งเขานำไปแสดงต่อศาลอาญาระหว่างประเทศในอาทิตย์นี้
และสปีเกิ้ลมีโอกาสได้อ่านแล้ว
เอกสารนี้ไม่เพียงแต่กล่าวหากองทัพไทย
แต่ยังกล่าวหานายกรัฐมนตรีอีกด้วย
หากข้อกล่าวหาดังกล่าวมีมูล
รัฐบาลอภิสิทธิ์มีหน้าที่ที่จะต้องอธิบายเรื่องราวคอคาดบาดตายหลายเรื่อง
หลักฐานหลักของนายอัมสเตอร์ดัมคือ
คำให้การภายใต้คำสาบานของนายทหารตำแหน่งสูงในกองทัพ
ซึ่งในเอกสารของทนายแคนาดาระบุว่าเป็นคำให้การของ “พยานนิรนามปากที่ 22”
คำให้การเหล่านี้ระบุว่า
ทหารรู้ว่าหลังการทำรัฐประหารปี 2549
–ซึ่งเป็นการทำรัฐประหารครั้งที่ 18 ตั้งแต่ปี 2475
—จะมีการชุมนุมต่อต้านครั้งใหญ่จากกลุ่มคนที่สนับสนุนทักษิณจะเกิดขึ้นไม่เร็วก็ช้า
ผู้นำทหารเริ่มวางแผนตั้งแต่เนิ่นๆที่จะใช้ความรุนแรงทำลายการชุมนุม
และเป็นการกระทำที่ “รัฐบาลรับรู้และให้อนุญาติ” พยานเล่าต่อว่า
พวกเขาได้จำลองถนนในกรุงเทพ “ขนาดเท่าจริง” ภายในกรมทหารราบที่ 11
เพื่อเข้ารับฝึกฝนจากพลแม่นปืนติดอาวุธ
การตอบโต้โดยการสังหารและการโฆษณาประชาสัมพันธ์
หลังจากการชุมนุมประท้วงในปี 2552 พยานอ้างว่า
อดีตนายทหารระดับสูง พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ได้สั่งการเป็นการส่วนตัวให้คนกลุ่มนี้
“ สังหารแกนนำคนเสื้อแดงบางคน” เพื่อตอบโต้การประท้วงหน้าบ้านของเขา
ผู้ชุมนุมอย่างน้อย 6รายถูกสังหาร และพวกเขากล่าวว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บกว่า 100 คน
เมื่อไม่มีสื่อต่างชาติให้ความสนใจกับการสังหารนี้
ผู้นำทหารไม่รู้สึกผิดต่อการกระทำของตน พยานกล่าว
ในระหว่างนั้น พวกเขายังใช้ยุทธศาสตร์ทางการทหาร
เพื่อสร้าง “ภาพลักษณ์ที่ผิดๆ” ของคนเสื้อแดงต่อสาธารณชนว่า
“เป็นกลุ่มหัวรุนแรง” อันตรายและเป็นภัยต่อสถาบันกษัตริย์
และส่ง “กลุ่มผู้ยั่วยุ” ออกไป
“สร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนและโทษว่าเป็นฝีมือของคนเสื้อแดง”
โดยเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2553
กลุ่มเหล่านี้จะวางระเบิดในหลายพื้นที่
–และโทษว่าเป็นความผิดของคนเสื้อแดง
ความขัดแย้งระหว่างรัฐบาลและคนเสื้อแดงไต่ขึ้นสู่จุดสูงสุด
ในวันที่ 10 เมษายน 2553 คนเสื้อแดงยึดพื้นที่ราชประสงค์หนึ่งอาทิตย์ก่อนหน้านั้น
และทำให้ศูนย์กลางค้าและโรงแรมบางแห่งในใจกลางกรุงเทพมหานครต้องปิดตัวลง
เมื่อมีการประกาศใช้พรก.ฉุกเฉินได้ราวสามวัน
ทหารได้จัดจุดของพลซุ่มยิงและอาวุธปืนสงครามในจุดสำคัญ
เพื่อไม่ให้การชุมนุมขยายบริเวณ
สิ่งที่ยังไม่รู้คือ รัฐบาลมีบทบาทใดในการเตรียมการกำจัดผู้ชุมนุม
หรือนายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์รู้เรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน
หากพยานนายอัมสเตอร์ดัมน่าเชื่อถือ
เขากล่าว่านายกรัฐมนตรีมีส่วนรู้เห็นเกือบทั้งหมด
“นายกรัฐมนตรีอภิสิทธิ์อยู่ในที่ประชุมกับผู้นำรัฐบาล ผู้นำทหาร และศอฉ.
(ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน) เกี่ยวกับการดำเนินการต่อคนเสื้อแดง ”
พยานยืนกรานว่า “เขาอนุมัติถูกคำสั่งแก่กองทัพ”
การสังหารอย่างไม่เจาะจง
ในวันที่ 10 เมษานย ผู้ชุมนุมหลายพันคนได้รวมกลุ่มกัน
ชุมนุมบริเวณที่ทำการรัฐบาล ตามคำให้การของพยานนิรนามปากที่ 22 ระบุว่า
พลซุ่มยิงยิงใส่ประชาชนแถวแยกคอกวัวเวลาประมาณ 17.00 น.
ซึ่งเป็นการกระทำที่รัฐบาลระบุว่าเป็นการ “ป้องกันตัว”
แต่พยานทหารอ้างว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ยั่วยุให้ประชาชนทำร้ายทหาร
หนึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น
พลซุ่มยิงบนดาดฟ้าโรงเรียนสตรีวิทยาได้ยิงคนเสื้อแดง
และทหารจากกรมทหารที่ 2 ยิงใส่ฝูงชนใกล้อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
กระสุนปืนได้คร่าชีวิตของช่างภาพชาวญี่ปุ่น ฮิโร มูราโมโต
พยานนิรนามปากที่ 22 กล่าวว่า
ผู้ชุมนุมแทบจะไม่ตอบโต้กับทหารเลยในตอนนั้น
“แต่อย่างไรก็ตามประชาชนไม่ได้วางเฉยต่อภัยอันตราย”
พยานปากที่ 22 ระบุว่า
“ประชาชนเพียงแค่จุดปะทัดและโยนขวดน้ำพลาสติกใส่ทหาร”
“ราว 19:15 น. เกิดเหตุระเบิดสองลูกด้านหลังที่ตั้งของกรมทหารราบที่ 2”
พยานกล่าวต่อว่า มีทหารหลายนายเสียชีวิตในการโจมตีนั้น
พยานของนายอัมสเตอร์ดัมจึงไม่รู้ว่าทหารถูกสังหารโดยคนเสื้อแดง
หรือกลุ่มผู้ยั่วยุจากกองทัพ การโจมตีนำไปสู่การนองเลือด
เพราะกรมทหารราบที่ 2 ยิงรัวแบบไม่เลือก
ลงท้ายด้วยการเสียชีวิตของประชาชน 25ราย และอีก 800 รายได้รับบาดจ็บ
นักข่าวตกเป็นเป้าสังหาร
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ภารกิจของทหารยังไม่ประสบความสำเร็จ
รูปภาพความโหดร้ายของทหารทำให้ผู้นำทหารรู้สึกกระวนกระวาย
พยานปากที่ 22 กล่าวว่า มีคำสั่งให้ทำทุกอย่าง
เพื่อไม่ให้มีการเผยแพร่ภาพและวิดีโอของเหตุการณ์
ซึ่งทำให้กรมทหารราบที่ 2 ต้อง “ตั้งเป้าทำร้ายนักข่าวที่เข้ามาในบริเวณดังกล่าว”
นอกจากนี้พยานยังระบุว่า
กองทัพได้รับคำสั่งให้ “ยิงทุกคนที่พยายามเคลื่อนย้ายศพ”
พวกเขา (พยาน) กล่าวว่าปฏิบัติการที่คล้ายกันนี้สำเร็จเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม
ซึ่งเป็นวันที่แยกราชประสงค์ถูกกวาดล้าง
รถถังได้พังเขาไปในรั้วที่ลุกโชนด้วยเปลวไฟของฝ่ายตรงข้ามในตอนเช้า
พลซุ่มยิงยิงลงมาจากดาดฟ้า
และทหารเข้าไปประจำการบนรางรถไฟฟ้า ไล่ให้ลุ่มคนเสื้อแดงเข้าไปอยู่ในลานวัด
พยานของทนายอัมสเตอร์ดัมระบุว่า
ทหารได้รับคำสั่งให้ยิงผู้ต้องสงสัยที่ถืออาวุธ
ซึ่งไม่ใช่อะไรนอกจากหนังสติ๊ก และให้สังหารแกนนำเสื้อแดงด้วย
มีประชาชนอย่างน้อย 14 รายเสียชีวิตในวันนั้น รวมถึงพยาบาลสองราย
และช่างภาพนักข่าวนายฟาบิโอ โปเลงกี ผู้ซึ่งส่งภาพให้สปีเกิ้ลเป็นประจำ
พยานปากที่ 22 ได้ระบุถึงข้อกล่าวหาที่ร้ายร้าง
โดยกล่าวว่าราว 17:45 น. หลังจากที่ทหารบุกเข้าไปในรั้วกั้นของคนเสื้อแดงรั้วสุดท้าย
และแกนนำเสื้อแดงได้มอบตัวกับตำรวจแล้ว
มีกลุ่มบุคคลร่วมกับทหารได้บุกเข้าไปในห้างเซ็นทรัลเวิร์ลและจุดไฟเผาห้าง
เพื่อเป็นหลักฐานแสดงถึงความโกรธแค้นของคนเสื้อแดง
อัมสเตอร์ดัมได้ว่าจ้างผู้เชียวชาญทางการทหาร โจ วิทตี้
ซึ่งเป็นทหารหน่วยรบพิเศษ
เพื่อเป็นทหารผู้เชี่ยวชาญในคดีนี้ หลังจากศึกษาปากคำให้การของพยาน
และวิดีโอเหตุการณ์ วิทตี้สรุปว่า
“กองทัพตั้งเป้าสังหารประชาชนที่ไม่มีอาวุธครั้งแล้วครั้งเล่า
ในช่วงวันที่ 10 เมษายนและ 19 พฤษภาคม 2553
ซึ่งไม่ใช่การใช้กำลังร้ายแรงตามหลักมาตราฐานของกฎการใช้กำลัง
แต่เป็นการใช้กำลังที่ไม่มีเหตุร้ายประชิดตัว อย่างไม่ชอยธรรม จงใจ
และเป็นการกระทำที่เป็นอาชญากรรม”
http://robertamsterdam.com/thai/?p=688
ที่มา มติชน เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) แถลงว่า มีกระแสข่าวจะเกิดการทำรัฐประหาร จึงขอเรียกร้องให้แกนนำในระดับต่างๆ ที่มีอยู่ในกลุ่มนั้นๆ ปฏิบัติการแทนแกนนำเดิมที่ถูกคุมคามจนไม่อาจทำงานได้ โดยจะใช้รูปธรรมในการต่อสู้ให้สอดคล้องความเป็นจริงของแต่ละพื้นที่ บนพื้นฐานไม่ยอมจำนน ใช้สันติวิธีให้มากที่สุดมาต่อต้านรัฐประหาร ไม่เลือกวิธีเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่จะต้องระดมประชาชนออกมาต่อต้านรัฐประหารให้มากที่สุด โดยให้คนเสื้อแดงทุกกลุ่มปฏิบัติตามคู่มือต่อต้านรัฐประหารจากสถาบัน อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ที่แกนนำคนเสื้อแดงมาเป็นแนวทางในการปฏิบัติ คือ 1.ออกมายืนตามถนน ถ้ามีการปราบให้สลายตัวแล้วออกมาใหม่ไม่เป็นเป้านิ่ง เคลื่อนไหวเร็วไม่ต้องมีเวที 2.จอดรถ นำสิ่งของมาทิ้งไว้กลางถนน เพื่อขวางการเคลื่อนกำลัง 3.ปฏิเสธคำสั่งหรือประกาศใดๆ ไม่ให้ความร่วมมือกับทางการและคณะรัฐประหาร 4.แสดงท่าทีเป็นมิตรกับทหาร และชวนทหารมาเป็นพวกให้ได้มากที่สุด 5.ยึดมั่นสันติวิธีทุกอย่าง ยกเว้นการใช้อาวุธ
นางธิดากล่าวต่อว่า 6.สร้างสัญลักษณ์การต่อต้านที่เสื้อหรืออาจผูกผ้าสีดำที่แขนเสื้อหรือสัญลักษณ์ต่อต้านรัฐประหารเป็นสติ๊กเกอร์หรือธง มีข้อความต่อต้านรัฐประหารทุกที่ ถ้าถูกเอาออกก็มาติดใหม่ 7.บันทึกภาพการปราบปรามประชาชนหรือการเคลื่อนย้ายกำลัง บันทึกภาพ เสียง รักษาต้นฉบับเอาไว้ และแจกจ่ายโดยวิธีการต่างๆ ให้กว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศ ผ่านเครือข่ายสังคม เช่น ทวิตเตอร์ เฟซบุ๊ก 8.ทำจดหมายจากประชาชนเรียกร้องให้ศาลไม่ให้รับรองคณะรัฐประหาร 9.ต่อต้านกลุ่มที่สนับสนุนการทำรัฐประหารทางเศรษฐกิจ โดยจะประจานและประท้วงธุรกิจนั้นๆ และ 10.หยุดงานและมีการชุมนุมประท้วง เชิญชวนประชาชนให้มาร่วมชุมนุมให้มากที่สุด เพราะเราไม่สามารถเชื่อใจแม่ทัพนายกองที่มีอยู่ในกองทัพปัจจุบันได้
ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย (พท.) และแกนนำคนเสื้อแดง กล่าวว่า สำหรับเซฟเฮาส์ที่นายทหารไปแอบหารือกันเพื่อเตรียมการปฏิวัตินั้น จุดที่ 1 คือเซฟเฮาส์ย่านลาดพร้าว ซึ่งใกล้กับศูนย์การค้าอิมพีเรียล ลาดพร้าว จุดที่ 2 ที่ค่ายทหารม้า จ.เพชรบูรณ์ และล่าสุด จุดที่ 3 เป็นการหารือกันในโรงแรมย่านรัชดาฯ มีชื่อเหมือนแม่น้ำ โดยในวงพูดคุยนั้นระบุว่ากำลังรอเพียงสัญญาณการเคลื่อนกำลังพลเพียงอย่างเดียว ซึ่งการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ออกมาปฏิเสธว่าจะไม่ทำการปฏิวัตินั้น ยกเว้นเอาไว้เพียงแต่ว่ามีคนสั่งให้ปฏิวัติ เพราะกำลัง อาวุธ และน้ำมันนั้นถูกเตรียมเอาไว้พร้อมแล้ว
"คณะรัฐประหารชุดนี้จะกระโดดข้ามพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย (พธม.) และรัฐบาลเพื่อมากระทืบคนเสื้อแดงโดยเฉพาะ ฉะนั้น ขอนัดหมายกับคนเสื้อแดงว่า ทันทีที่มีการยึดอำนาจ ขอให้ทุกคนจากทุกที่ไปรวมตัวกันที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยโดยทันที และเริ่มต้นแตกหัก ซึ่งผมและแกนนำคนอื่นๆ จะเดินทางไปทันที หากไม่ตายหรือถูกจับไปก่อน ซึ่งก็ต้องขอขอบคุณสมาชิกรัฐสภาบางประเทศในกลุ่มยุโรปที่ได้ติดต่อประสานงานและแนะนำมาว่า หากเกิดการทำรัฐประหารให้ผมและครอบครัวไปลี้ภัยทางการเมืองได้ แต่ผมจะไม่ไป จะขอสู้ตายในประเทศไทย" นายจตุพรกล่าว
ที่มา thaifreenews
โดย fee-faw-fum
ภาพการปฏิวัติประชาชนในดินแดนปิรามิด
เป็นภาพเหตุการณืของนักต้อสู้ประชาชนชาวอียิปต์ เพื่อกรุยทางไปสู่การปฏิวัติเปลี่ยนผ่านอย่างสันติ
ด้วยการใช้อูฐเป็นสัญลักษณ์ในการต่อสู้กับรถลำเลียงสายพานลำเลียงพล ถ่ายโดยช่างภาพของ NBCสถานีโทรทัศน์แห่งประเทศสหรัฐอเมริกา มีจำนวนทั้งสิ้น 45 ภาพ
จะได้เห็นเหตุการณ์การชุมนุมที่ไม่มีแกนนำและไม่มีระบบในการเคลื่อนไหวและทิศทางในการต่อสู้
ถ้าผสมผสานบางสิ่งบางอย่างจากคนเสื้อแดงในประเทศไทย การชุมนุมอาจก้าวหน้าและมีประสิทธิ
ภาพมากกว่านี้ และมีแนวทางชัดเจนสามารถ กดดันและสร้างความหวาดกลัว ทำให้รัฐบาลของประ
ธานาธิบดีมูฮัมหมัด ออสนี่ มูบารัควัย 82 ปีต้องคิดหนักและลดแรงเสียดทานและความแข็งกร้าวลง
เข้าไปคลิ๊กภาพดูเหตุการณ์บนท้องถนนในกรุงไคโร อียิปต์จาก-
ที่มา http://www.msnbc.msn.com/id/41350012/displaymode/1247/?beginSlide=1
และ
ที่มา http://belledeeja.blogspot.com/2010/07/youtube.html
ดูตัวอย่างครับ


ที่มา thaifreenews
โดย ลูกชาวนาไทย
ดูจากข่าวการลุกขึ้นสู้ของประชาชนที่ดูนีเซีย แล้วลามมาที่อียิปต์ เยเมน และประเทศอื่นๆ ในโลกอาหรับแล้ว ผมค่อนข้างจะคิดว่า "นี่อาจเป็นทศวรรษแห่งการลุกขึ้นสู้ของประชาชน" เป็นการปฎิวัติประชาธิปไตยครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งของโลก นอก "โลกตะวันตก"
ที่จริงการลุกขึ้นปฎิวัติประชาธิปไตยของโลกตะวันตกที่เกิดขึ้นจริงๆ และลามไปทั่วยุโรปคือ "การปฎิวัติในปี ค.ศ. 1848" เกิดขึ้นที่จักรวรรดิ์ออสเตรีียฮังการี แล้วขยายออกไปทั่วยุโรป การปฎิวัติใหญ่ของฝรั่งเศสในปี 1789 เป็นแค่การจุดชนวนเริ่มต้นเท่านั้น แต่ความคิดเรื่องประชาธิปไตย ที่ลามไปทั่วยุโรปเกิดขึ้นประมาณปี 1848
ผมว่าการลุกขึ้นสู้ของประชาชนในโลกอิสลามครั้งนี้ ผมอยากจะตั้งสมมุติฐานว่ามันเริ่มขึ้นจาก Bangkok Model ที่คนเสื้อแดงต่อสู้กับรัฐบาลทรราชย์ยาวนานกว่าสองเดือน เป็นการปักหลักประท้วงที่ยาวนานมาก ทำให้เป็นข่าวไปทั่วโลก การล้อมปรามต่างๆ กลายเป็นข่าวใหญ่ต่อเนื่อง ผมคิดว่าประชาชนประเทศต่างๆ ก็คงได้เห็นข่าวและมีการเรียนรู้
นอกจากนี้ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่ตกต่ำมาสองสามปีแล้ว สร้างความยากลำบากให้กับประชาชนในการหางานทำ และประเทศอาหรับแทบทั้งหมด ปกครองด้วยระบอบเผด็จการกันมาอย่างยาวนาน ไม่มีประเทศใดที่เป็นประชาธิปไตยเลย ดังนั้น เมื่อคนเดือดร้อน รัฐบาลก็อยู่มายาว มีแต่ความเฉี่อยชา ทำให้คนเริ่มประท้วงและลามออกไปอย่างรวดเร็ว
ผมคิดว่าโลกระบาดนี้อาจลามออกไปทั่วโลก
ผมคาดเดาว่า มันอาจลามไปที่จีนด้วยไม่วันใดก็วันหนึ่ง
ผมเคยคุยกับเพื่อนที่เป็นคนจีน สมัยเรียนอยู่ที่อังกฤษ เขาวิตกกันว่า ประเทศจีนอาจเปิดประเทศไม่เร็วพอ ทำให้วันหนึ่งคนชั้นกลางที่มีจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ต้องการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง หากเปิดประเทศไม่เร็วพอ (สำหร้บประชาธิปไตย) ก็อาจเกิดจลาจล แต่เขาก็เกรงว่าหากเปิดประเทศเร็วไป ก็จะเกิดความโกลาหลแบบรัสเซียก่อนหน้านั้น
ตอนนี้เรายังคงคาดเดาปรากฎการณ์ได้ยาก แต่การลุกขึ้นมาของคนอียิปต์ครั้งนี้ไม่ใช่น้่อยๆ
ซาอุดิอารเบีย ก็คงหายใจไม่ทั่วท้อง เพราะปกครองด้วยระบอบ "สมบูรณาญาสิทธิราชย์" ล่าหลังที่สุดในโลกอาหรับ ประชากรซาอุดิฯ ก็มากขึ้นกว่าสมัยก่อน วัยรุ่นไม่มีงานทำ
ความวุ่นวายหากนานเกินไป และรัฐบาลไม่ยอมให้มีการเลือกตั้ง ผมค่อนข้างเชื่อว่า ประชาชนไม่มีทางเลือก "กลุ่มอัลกอร์อิดะห์" จะเข้ามามีอีทธิพลในการนำประชาชนต่อสู้กับรัฐบาล และเมื่อนั้นโลกอาหรับอาจสวิงกลับอย่างรุนแรงแบบเดียวกับอิหร่าน
สำหรับอเมริกา ยุคเดโมแครท นโยบายต่างประเทศค่อนข้างจะแตกต่างกับยุคบุช แต่จะมีวิสัยทัศน์เพียงพอหรือไม่เท่านั้น หากเข้าข้างฝ่ายรัฐบาลขณะนี้มากเกินไป ก็จะผลักดันให้ประชาชนอาหรับไม่มีทางเลือกตั้งหันไปทางอัลกอร์อิดะห์แน่
วันนี้ "อำมาตย์ในประเทศไทย" คงหายใจไม่ทั่วท้อง เหตุเกิดที่ประเทศอื่นๆ น่าจะมีสายตาที่มองอะไรได้ไกลกว่าเหตุเกิดกับตัวเอง
หากไม่ยอมประชาชน ความวุ่นวายก็จะไม่จบและนำไปสู่จุดจบของระบอบดั่งเดิมก็เป็นได้
วันนี้เรายังประเมินสถานการณ์ในอียิปต์ได้ยาก
มูบารัก เริ่มเรียนแบบ "อำมาตย์ไทย" แล้ว
ที่มา ประชาไท
ที่อิยิปต์ กลุ่มผู้สนับสนุนปธน. บุกเข้าปะทะกับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้าน ปธน. โดยมีการขว้างปาก้องหิน ฝ่ายสนับสนุนมีไม้และมีด บ้างขี่ม้าขี่อูฐบุกเข้าไป รายงานคนเจ็บกว่า 100 นักข่าวถูกแทง 1 ขณะที่ทหารไม่ได้เข้าห้ามการปะทะ
ที่มาของวิดีโอ Al Jazeera
2 ก.พ. 2554 - สำนักข่าว อัลจาซีร่า รายงานว่า เกิดเหตุผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาลและผู้ชุมนุมสนับสนุนรัฐบาลในอิยิปต์ โดยผู้ประท้วงทั้ง 2 ฝ่ายได้ขว้างปาก้อนหินใส่กันที่จัตุรัสทะห์ฮีร์ซึ่งเป็นสถานที่ชุมนุมต่อต้านประธานาธิบดีฮอสนี มูบารักเมื่อ 9 วันที่ผ่านมา
ผู้สื่อข่าวอัลจาซีร่ารายงานจากที่เกิดเหตว่า มีประชาชนกว่า 100 รายได้รับบาดเจ็บจากเหตุปะทะในครั้งนี้ ซึ่งก่อนเกิดเหตุการณ์นี้มีผู้เห็นเหตุการณ์บอกว่าฝ่ายทหารได้ปล่อยให้กลุ่มสนับสนุนมูบารักหลายพันคนเข้ามาในพื้นที่ ซึ่งคนกลุ่มนี้มีทั้งมีดและไม้พลอง ซึ่งกลุ่มต้านรัฐบาลกล่าวหาว่ามูบารักเป็นคนสั่งให้ "อันธพาล" เข้ามาปราบปรามผู้ชุมนุม ผู้เห็นเหตุการหลายคนบอกว่าฝ่ายสนับสนุนมูบารักลากตัวผู้ต่อต้านไปให้กับหน่วยรักษาความสงบ
ผู้สื่อข่าวอีกคนหนึ่งกล่าวว่าฝ่ายทหารดูจะยืนดูเหตุการณ์เฉยๆ หรือไม่ก็ยิ่งสนับสนุนให้เกิดการปะทะ รายงานล่าสุดระบุว่าพื้นที่จัตุรัสยังคงอยู่ในการควบคุมของมวลชนต้านรัฐบาล แม้ผ่านสนับสนุนมูบารักจะยึดพื้นที่ส่วนหนึ่งได้ก็ตาม
ซัลมา หนึ่งในผู้ประท้วงต้านรัฐบาลบอกว่าจณะที่มีผู้ชุมนุมกว่าร้อยบาดเจ็บแต่ก็ไม่มีรถพยาบาลอยู่แถวนั้นเลย พวกเขาได้แต่ใช้เดดตอลล้างแผล
ผู้สื่อข่าวอีกคนบอกว่ามีคนขี่ม้าและอูฐฝ่าเข้าไปยังฝูงชน แต่ทหารก็ได้แต่ยืนอยู่เฉยๆ มีอย่างน้อย 6 รายที่ถูกดึงลงมาจากสัตว์พาหนะและถูกผู้ประท้วงทุบตีจนเลือดท่วมหน้า ผู้สื่อข่าวกล่าวอีกว่าฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลบางส่วนได้ยึดรถทหารและบางส่วนก็ยึดพื้นที่ใกล้อาคารและขว้างปาหินลงมาจากชั้นดาดฟ้า
ฝ่ายสนับสนุนรัฐบาลใช้สโลแกนว่า "30 ปีแห่งเสถียรภาพ 9 วันแห่งอนาธิปไตย" ผู้อำนวยการผลิตของอัลจาซีร่าประจำกรุงไคโรบอกว่ามีการขว้างปาก้อนหินจากทั้ง 2 ฝ่าย และแม้ทหารจะตั้งแผงกั้นแต่พวกเขาก็ให้ฝ่ายสนับสนุนมูบารักผ่านเข้าไป
"คนบนหลังม้าเป็นผู้สนับสนุนมูบารัก พวกเขาเป็นกลุ่มคนผู้โกรธแค้นสอดสายตามองหาคนทำงานอัลจาซีร่าและชาวอเมริกัน พวกเขาพยายามผ่านไปยังอีกด้านที่รถถังทหารตั้งไว้ เพื่อไปหาฝ่ายต่อต้านมูบารัก มีฝ่ายสนับสนุนมูบารักผ่านเข้ามาเรื่อยๆ"
ผู้สื่อข่าวอัลจาซีร่า เจน ดัทตัน กล่าวว่าในกลุ่มสนับสนุนมูบารักนั้นมีเจ้าหน้าที่รักษาความสงบอยู่ด้วย และอาจเป็นการชี้นำให้ตำรวจปราบจลาจลเข้ามาในพื้นที่ด้วย นอกจากนี้ยังรายงานอีกว่ามีผู้สื่อข่าวจากช่อง อัล-อารบิยา รายหนึ่งถูกแทงในช่วงที่มีการปะทะกัน
ก่อนหน้าเหตุปะทะในวันนี้ กลุ่มผู้สนับสนุนประธานาธิบดีได้ชุมนุมกันในกรุงไคโรหลายครั้ง และบอกว่ามูบารักเป็นตัวแทนของเสถียรภาพ ขณะที่มีผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งบอกว่าผู้จัดชุมนุมสนับสนุน ปธน. จ่ายเงินให้หัวละ 17 ดอลลาร์ (ราว 500 บาท) ซึ่งยังไม่มีการยืนยันในเรื่องนี้
สมาชิกรายหนึ่งของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม กล่าวว่า คำกล่าวปราศรัยของประธานาธิบดีมูบารักมีลักษณะยุยงเนื่องจากมีการใช้ถ้อยคำอ่อนไหว "มูบารักถามประชาชนว่า ให้เลือกเอาระหว่างตัวเขาหรือความโกลาหล"
ที่มา:
Clashes break out in Tahrir Square, Al Jazeera, 02-02-2011
http://english.aljazeera.net/news/middleeast/2011/02/201122124446797789.html
ที่มา ประชาไท
ปราโมทย์ แสนสวาสดิ์
เดินเดินเดิน…เดินไกลไปข้างหน้า
หากสวรรค์มีตาคงรู้เห็น
ถึงชีวิตลำบากแสนยากเย็น
ชีวิตเป็นๆเฉกเช่นพลัดถิ่นไทย
เดินเดินเดิน..เดินไปให้โลกรู้
ประวัติศาสตร์ดำรงอยู่ต้องแก้ไข
เปลี่ยนชีวิตปลดแอกให้เป็นไท
เขียนหนังสือเล่มใหญ่ผู้ทุกข์ทน
เดินเดินเดิน..เดินไปฝ่าเปลวแดด
แม้ร้อนแผดปวดแสบปานเผาไหม้
แสงสว่างข้างหน้าเห็นรำไร
เดินเถิดเดินไปคว้าชัยมา
เดินเดินเดิน..เดินไปสู่อิสรภาพ
มรดกประวัติศาสตร์บาปชำระใหม่
คืนศักดิ์ศรีสิทธิมนุษย์คือคนไท
สร้างบทเรียนหน้าใหม่ให้ผองเรา
เดินเดินเดิน..เดินไปคงได้เห็น
ชัยชนะดั่งเช่นที่ฝันหา
ปลอบประโลมเช็ดเหงื่อคราบน้ำตา
แล้วสัญชาติจะคืนมาอย่างแน่นอน!
หน้ารัฐสภา
๒๗ ม.ค. ๕๔
ปราโมทย์ แสนสวาสดิ์
ที่มา Thai E-News

โดย ทีมข่าวไทยอีนิวส์
ที่มา Golf4freedom
3 กุมภาพันธ์ 2554
คุณวัชราภรณ์ หวลธรรม ผู้ประสานงานโครงการ"Golf4Freedom -กอล์ฟเพื่ออิสรภาพเสรีภาพ"เปิดเผยว่า สำนักข่าวไทยอีนิวส์ ร่วมกับ"กลุ่มเพื่อนอานนท์" และ Red cyber ได้ร่วมประชุมกับ ทนายอานนท์ นำภา หัวหน้าสำนักกฎหมายราษฎรประสงค์ ทีมทนายความช่วยเหลือทำคดีช่วยนักโทษการเมืองเสื้อแดงผู้ยากไร้-นักโทษคดีทางความคิด และได้มีมติให้จัดกอล์ฟการกุศลขึ้นในวันเสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์นี้ 
เพื่อระดมทุนช่วยสำนักกฎหมายราษฎรประสงค์ ไปดำเนินการช่วยว่าความและประกันตัว คดีนักโทษเสื้อแดงที่ยากไร้จากการสลายการชุมนุม 19 พฤษภาคม และนักโทษคดีทางความคิด ตามมาตรา 112 ซึ่งเป็นผลพวงจากการต่อสู้เรียกร้องประชาธิปไตย รวมทั้งเยียวยาญาติที่อยู่ในอุปการะนักโทษการเมืองเหล่านี้ ระหว่างที่ยังต้องโทษโดยไม่รู้ชะตากรรมว่าจะได้รับการปล่อยตัวเมื่อใด
การแข่งขันกอล์ฟการกุศลนัดนี้ จะจัดขึ้นที่ สนามกอล์ฟDinasty อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม (ดูลิ้งค์แผนที่)
โดยมีค่าธรรมเนียม ค่ากรีนฟี ค่าแค็ดดี้ รวมอาหารเย็น ก๊วน VIP 15,000 บาท/ก๊วน ก๊วนทั่วไป 12,500 บาท/ก๊วน ซึ่งราคานี้นับว่าถูกมากๆหากเทียบกับการจัดกอล์ฟการกุศลทั่วไปที่จะขายก๊วนละขั้นต่ำ25,000-50,000บาท ก๊วนละ 5 ท่าน(กรณีไม่มีก๊วน หรือไม่ครบก๊วน เพียงท่านละ 2,500 บาท ผู้จัดจะจัดหาให้ครบก๊วน ล้วนแต่พี่น้องเรา จะได้รู้จักผูกไมตรีกันไว้
วิธีสำรองการเข้าร่วมงาน หรือสอบถามการร่วมงาน-ติดต่อ "คุณปุ้ย" วัชราภรณ์ หวลธรรม ผู้ประสานงานโครงการ ติดต่อ: โทรศัพท์มือถือ 082-6301700 หรืออีเมล์ hwacharaporn@yahoo.com และ freeprisonproject@gmail.com
วิธีชำระเงิน-โอนได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผ่านชื่อบัญชี วัชราภรณ์ หวลธรรม ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเมืองทองธานีเซ็นเตอร์ 2 เลขที่บัญชี 402-293346-1 จากนั้นแจ้งการโอนมาที่อีเมล์ หรือทางมือถือคุณปุ้ย เพื่อยืนยัน
เพื่อเป็นการสนับสนุนโครงการนี้ กรุณาจองและชำระล่วงหน้าได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อจะได้มีเงินชำระค่าสนามและค่าทดรองใช้จ่ายล่วงหน้า
พิเศษสำหรับท่านที่ไม่ใช่นักกอล์ฟ แต่ประสงค์เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารเย็นที่คลับเฮาส์ เพียงท่านละ 500 บาท ในงานพบปะกันเองและการปราศรัยจาก พันเอกดร.อภิวันท์ วิริยะชัย ทนายอานนท์ นำภา โชว์เพลงขลุ่ยและกวีที่กลั่นจากใจ และฟังการเปิดใจของทนายอานนท์ ซึ่งกวีศรีประชา วิสา คัญทัพ ได้ยกย่องให้เป็น"สาย สีมา"วีรบุรุษประชาชนในตำนาน ผู้กลับมาในยุคพฤษภาเลือดราชประสงค์ และฟังปากคำความจริงจากญาติๆของนักโทษการเมืองที่ท่านจะได้มีส่วนประทับใจในความเป็นอันหนึ่งอันเดียวของคนเสื้อแดงที่จะร่วมผนึกมือปลดปล่อยเหยื่ออยุติธรรมให้ได้รับเสรีภาพ ฯลฯ พร้อมพริตตี้เสื้อแดงแท้ๆ และของรางวัลมากมาย รวมทั้งการประมูลของรักจากคนที่ท่านศรัทธา
ทั้งนี้คณะผู้จัดงานขอเชิญชวนท่านนักกอล์ฟ ผู้รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตยทั้งมวลได้โปรดให้การสนับสนุนเข้าร่วมกิจกรรมแข่งขันกอล์ฟการกุศลในครั้งนี้ เพราะนอกจากท่านจะได้รับความเพลิดเพลิน ได้ออกกำลังกายตามปกติแล้ว ท่านยังจะได้มีส่วนช่วยทีมงานทนายความอาสาให้มีเงินทุนทำงานเพื่อช่วยเหลือนักโทษทางการเมือง และเป็นการตอกย้ำคำว่า"เราไม่ทอดทิ้งกัน"ให้เป็นจริงในทางปฏิบัติ
กิจกรรมกอล์ฟการกุศลเพื่อเสรีภาพนักโทษการเมืองเสื้อแดงผู้ยากไร้ จะเป็นกิจกรรมที่ คณะผู้จัดงานปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะให้เป็นกิจกรรมที่ท่านจะบอกกับตัวเองว่า นี่เป็นกิจกรรมที่"ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ท่านไม่มีสิทธิ์จะพลาด"...
เตรียมพร้อม มาร่วมกัน สานฝันของเราปลดปล่อยเหยื่ออยุติธรรม ปลดปล่อยประเทศชาติสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง
********
Golf4Freedom
ชื่อโครงการ- Golf4Freedom –การแข่งขันกอล์ฟการกุศล เพื่ออิสรภาพและเสรีภาพนักโทษการเมืองเสื้อแดงผู้ยากไร้ ครั้งหนึ่งในชีวิตที่ท่านนักกอล์ฟไม่มีสิทธิ์พลาด
จัดโดย- สำนักข่าวThai E-news ร่วมกับกลุ่มเพื่อนอานนท์ และ Red Cyber
วัน/เวลา- เสาร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554 ออกรอบช็อตกันเวลา 12.30 น.
สนาม- สนามกอล์ฟDinasty อำเภอบางเลน จังหวัดนครปฐม (ดูลิ้งค์แผนที่)
ค่าธรรมเนียม- ค่ากรีนฟีและค่าแค็ดดี้ รวมอาหารเย็น ก๊วนVIP 15,000 บาท/ก๊วน ก๊วนทั่วไป 12,500 บาท/ก๊วน (ราคานี้นับว่าถูกมากๆหากเทียบกับการจัดกอล์ฟการกุศลทั่วไปที่จะขายก๊วนละขั้นต่ำ25,000-50,000บาท) ก๊วนละ 5 ท่าน(กรณีไม่มีก๊วน หรือไม่ครบก๊วน เพียงท่านละ 2,500 บาท ผู้จัดจะจัดหาให้ครบก๊วน ล้วนแต่พี่น้องเรา จะได้รู้จักผูกไมตรีกันไว้)
พิเศษ-ท่านที่ไม่ใช่นักกอล์ฟ แต่ประสงค์เข้าร่วมงานเลี้ยงอาหารเย็นที่คลับเฮาส์ เพียงท่านละ 500 บาท ในงานพบปะกันเองและการปราศรัยจากพลเอกชัยสิทธิ์ ชินวัตร พันเอกดร.อภิวันท์ วิริยะชัย ฟังทนายอานนท์ นำภา เปิดใจ พร้อมโชว์เพลงขลุ่ยและกวีที่กลั่นจากใจ ฯลฯ พร้อมพริตตี้เสื้อแดงแท้ๆ
รางวัลเกียรติยศ-ทีมชนะเลิศไฟล์ท์ A รับโล่เกียรติยศจากนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร ,ทีมชนะเลิศไฟล์ท์B รับโล่เกียรติยศจาก(กำลังประสานงานเพื่อสนับสนุนถ้วยรางวัล),ผู้ชนะเลิศเน็ตสกอร์ตีดีที่สุด รับโล่เกียรติยศจากรองประธานสภาผู้แทนราษฎร พันเอกดร.อภิวันท์ วิริยะชัย,รางวัลถ้วยเลดี้ กำลังติดต่อขอรับรางวัลจากคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร และพิเศษรางวัลบู้บี้ รับโล่จากสำนักงานกฎหมายราษฎรประสงค์ พร้อมลุ้นรับของรางวัลจากผู้สนับสนุนมากมาย และการประมูลของรักจากคนที่ท่านศรัทธา
วิธีสำรองการเข้าร่วมงาน หรือสอบถามการร่วมงาน-ติดต่อ คุณปุ้ย-วัชราภรณ์ หวลธรรม ผู้ประสานงานโครงการ ติดต่อ: โทรศัพท์มือถือ 082-6301700 หรืออีเมล์ hwacharaporn@yahoo.com และ freeprisonproject@gmail.com
วิธีชำระเงิน-โอนได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป ผ่านชื่อบัญชี วัชราภรณ์ หวลธรรม ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเมืองทองธานีเซ็นเตอร์ 2 เลขที่บัญชี 402-293346-1 จากนั้นแจ้งการโอนมาที่อีเมล์ หรือทางมือถือคุณปุ้ย เพื่อยืนยัน
(เพื่อเป็นการสนับสนุนโครงการนี้ กรุณาจองและชำระล่วงหน้าได้ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป เพื่อจะได้มีเงินชำระค่าสนามและค่าทดรองใช้จ่ายล่วงหน้า)
เวบไซต์ของโครงการ-โปรดติดตามที่ http://www.golf4freedom.blogspot.com/
ติดตามการสัมภาษณ์โครงการกอล์ฟจากทนายอานนท์:คลิ้กที่นี่เพื่อติดตามการให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโครงการนี้ โดยทนายอานนท์ นำภา
*********
รู้จักสำนักกฎหมาย “ราษฎรประสงค์” และโครงการช่วยเหลือคดีนักโทษการเมืองเสื้อแดง
หลักการและเหตุผล
ในภาวะที่สถานการณ์ทางการเมืองที่แหลมคม สังคมไทยยังไม่ได้เรียนรู้หรือตระหนักแม้แต่น้อยว่า ทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง ซึ่งแทบทุกครั้งเกิดจากการกระทำของ “รัฐ” คนที่ได้รับผลกระทบแบบเต็มๆ ก็คือคนยากคนจน คนเล็กคนน้อย ซึ่งเขาเหล่านั้นเป็นเพียงมวลชนที่ไม่ได้มีผลประโยชน์ใดๆ นอกเสียไปจาก “การต้องการประชาธิปไตย และความเสมอภาคทางสังคม” 
สำนักกฎหมายนี้จึงถูกก่อตั้งขึ้นบนพื้นฐานที่จะทำงานกับชาวบ้านผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง ทั้งที่ตกเป็นจำเลย ครอบครัวของจำเลย และผู้ได้ได้รับความเสียหายจากการกระทำของรัฐ กล่าวโดยเฉพาะคือ ภายหลังจากที่ทีมทนายความอาสาลงพื้นที่ไปทำงานกับชาวบ้าน เราพบว่าปัญหาสำคัญที่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายกว่าที่ควรคาดหมายได้คือ การไม่สามารถเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้ และเหตุผลเดียวที่ทำให้เป็นเช่นนั้นคือ เขาเหล่านั้นเป็นเพียงคนเล็กคนน้อย สิ่งที่ตามมาคือ จำเลยไม่ได้รับความช่วยเหลือทางกฎหมายและครอบครัวของจำเลยล่มสลายในที่สุด
เราหลับตาลงจินตนาการถึงสังคมที่งดงาม สังคมแห่งความเสมอภาค สังคมที่มีความเป็นพี่เป็นน้อง แต่เราเองก็มิได้ลงมือหรือมีส่วนร่วมในการทำให้เป็นจริงเสียที สำนักกฎหมาย “ราษฎรประสงค์” จึงอาสาเข้ามาทำหน้าที่นี้ นอกจากงานคดีความแล้ว สำนักกฎหมาย “ราษฎรประสงค์” ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อเยียวยา และตีแผ่ความจริงที่อยู่เบื้องหลังลูกกรงสู่สาธารณะ โดยผ่านทางการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และยกระดับเป็นองค์กรที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนโดยทั่วไปที่ไม่สามารถเข้าถึงความยุติธรรมได้
วัตถุประสงค์และเป้าหมาย

๑.ให้ความช่วยเหลือทางกกฎหมายแก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ทางการเมือง โดยเน้นที่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของรัฐในเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม ๒๕๕๓ รวมทั้งให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมโดยทั่วไป
๒.เป็นศูนย์ประสานงานการเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของรัฐในเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม ๒๕๕๓
๓.เป็นศูนย์เผยแพร่ข้อมูลทางคดีของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการใช้กำลังเข้าสลายการชุมนุมของรัฐในเหตุการณ์เมษายน-พฤษภาคม ๒๕๕๓ และติดตามรวมทั้งเยียวยาจำเลย ครอบครัวของจำเลยที่ต้องขังในคีการเมือง
๔.ให้ความรู้ทางกฎหมายแก่ประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการปกครองในระบอบประชาธิปไตย
บุคลากร
สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์ มีทนายความประจำ ๓ คน ดังนี้
๑. นายอานนท์ นำภา หัวหน้าสำนักกฎหมาย
การศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต เนติบัณทิตไทย
๒. นายอานนท์ งามสนิท ทนายความประจำ
การศึกษานิติศาสตร์บัณทิต เนติบัณทิตไทย
๓. นายยุทธการ โสภัณนา ทนายความประจำ และเลขานุการ
การศึกษานิติศาสตร์บัณฑิต และกำลังศึกษาในชั้นเนติบัณฑิต
ทั้งนี้ สำนักกฎหมายยังใช้ระบบอาสาสมัครนักกฎหมาย(รุ่นใหม่)ลงพื้นที่ให้ความช่วยเหลือทางกฎหมาย และประสานความช่วยเหลือกับนักกฎหมายทนายความอาสา และผู้มีความรู้ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน
หมายเหตุ : ภาพการลงพื้นที่ และการปฏิบัติงานของทนายความ
http://www.facebook.com/album.php?id=100000942179021&aid=27796
http://www.facebook.com/album.php?id=100000942179021&aid=29923
http://www.facebook.com/album.php?aid=27347&id=100000942179021
http://www.facebook.com/album.php?aid=26909&id=100000942179021
ภาพการพาญาติมายื่นหนังสือขอความเป็นธรรม
http://www.facebook.com/album.php?aid=27844&id=100000942179021
ภาพการร่วมกิจกรรมทางวิชาการ
http://www.facebook.com/profile.php?id=100000942179021&sk=photos#!/photo.php?fbid=185525798137825&set=t.100000942179021&pid=592089&id=100000412189735
http://www.facebook.com/profile.php?id=100000942179021&sk=photos#!/photo.php?fbid=185525798137825&set=t.100000942179021&pid=592089&id=100000412189735
http://www.facebook.com/profile.php?id=100000942179021&sk=photos#!/photo.php?fbid=185525798137825&set=t.100000942179021&pid=592089&id=100000412189735
http://www.facebook.com/profile.php?id=100000942179021&sk=photos#!/photo.php?fbid=185525798137825&set=t.100000942179021&pid=592089&id=100000412189735
http://www.facebook.com/profile.php?id=100000942179021&sk=photos#!/photo.php?fbid=185525798137825&set=t.100000942179021&pid=592089&id=100000412189735
http://www.facebook.com/profile.php?id=100000942179021&sk=photos#!/photo.php?fbid=185525798137825&set=t.100000942179021&pid=592089&id=100000412189735
ภาพถ่ายหลังปฏิบัติงาน
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=167532523288152&set=a.113629915345080.5861.100000942179021
จำนวนคดีที่ให้ความช่วยเหลือและพื้นที่ที่รับผิดชอบ
คดีหลัก
๑. คดีเผาศาลากลาง จ.มุกดาหาร ( ในนามของ ศปช.) จำเลยจำนวนทั้งสิ้น ๒๘ คน ซึ่งทนายความต้องรับผิดชอบในการทำคดี เรื่องการเยียวยาครอบครัว เรื่องสภาพความเป็นอยู่ของจำเลย รวมทั้งการร้องขอความเป็นธรรมตามหน่วยงานต่างๆ ปรากฏตามภาพประกอบข้างต้น
๒. คดีคดีเผายางรถยนต์ที่ จ.เชียงราย( ในนามของ ศปช.) (คดีสืบพยานในเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ )
โดยมีจำเลย ๒ คน
๓. คดีก่อการร้าย (ในนาม ศรส.) ซึ่งเป็นทนายความจำเลยที่ ๑๙ โดยคดีจะมีการ สืบพยานทั้งปี ๒๕๕๔-๒๕๕๕
๔. คดีของนายสมบัติ บุญงามอนงค์ (หนูหริ่ง) (ในนาม ศรส.) มี ๒ คดี คือ คดีพื้นที่ สน.วังทองหลาง ๑ คดี และ สน.ดินแดง ๑ คดี
๕. คดีก่อการร้าย ซึ่งจำเลยเป็นคนกัมพูชา ๑ คดี คดีอยู่ในชั้นศาลแล้ว
๖. คดีนายกฤษณะ ธัญเจริญพงศ์ กับพวก (ขัด พรก.) ให้ความช่วยเหลือด้านการประกันตัว และร้องเรียนหน่วยงานต่างๆ
๗. คดี นายเลื่อน จ. สกลนคร ซึ่งอยู่ระหว่างการประสานงานเข้ามอบตัวต่อพนักงานสอบสวน
๘. คดีนายธันย์ฐวุฒิ ทวีวโรดมกุล ( นปช.ยูเอสเอ.) หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
๙. นายสุริยัน กกเปือย ( ถูกกล่าวหาว่าโทรศัพท์ไปขู่วางระเบิดศิริราช ที่ ๑๙๑ )หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ
๑๐. คดีอากง ( ถูกกล่าวหาว่า ส่ง เอสเอ็มเอส ไปที่โทรศัพท์เลขานุการนายก อันมีข้อความหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ) ในนามเครือข่ายนักกฎหมายสิทธิมนุษยชน
๑๑. คดีนายคธา (ถูกกล่าวหาว่าโพสข้อความเกี่ยวกับพระอาการประชวน จนทำให้หุ้นตก) คดีอยู่ในชั้นอัยการ
๑๒. อื่นๆ เช่น การตามเคสต่างเพื่อให้ความช่วยเหลือทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัด
รวมทั้งการลงพื้นที่เยียวยาครอบครัวผู้ต้องขังในต่างจังหวัดในคดีที่มีทนายความ อยู่แล้ว โดยให้คำปรึกษาและให้ความช่วยเหลือด้านสิทธิมนุษยชน
๑๓ .เป็นกองเลขานุการ การตั้งเรื่องฟ้องกลับเจาหน้าที่รัฐในเหตุการณ์ ๑๐ เมษายน และ พฤษภาคม ๒๕๕๓ ในนามของ ศปช.
นอกจากการทำคดีแล้ว ยังให้คำปรึกษาทางกฎหมายในการเคลื่อนไหวทางการเมืองของเสื้อแดงโดยทั่วไป และร่วมรรรงค์ให้มีการปล่อยนักโทษทางการเมืองอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม เนื่องจากการจับกุมของภาครัฐยังดำเนินการไปเพียง ๒๐ เปอร์เซ็น ดังนั้นจึงคาดการได้ว่าจะมีคดีเข้ามาในสำยนักกฎหมายอีกจำนวนมากในเวลาอันใกล้นี้
งบประมาณ
จากการระดมทุนและเงินบริจาคจำนวนประมาณ ๑ ล้านบาทต่อปี โดยแบ่งเป็น
๑. ค่าใช้จ่ายประจำเดือน
- เงินเดือนประจำของทนายความประจำ จำนวน ๓ คน รวม ๓๙,๐๐๐ บาท
- ค่าบริหารจัดการสำนักงานประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท
- ค่าเดินทาง และค่าตอบแทนนักกฎหมายอาสา ประมาณ ๑๐,๐๐๐ บาท
รวมค่าใช้จ่ายประจำสำนักงานประมาณ ๕๙,๐๐๐ บาท/เดือน
๒. ค่าใช้จ่ายการลงพื้นที่ และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เกี่ยวกับการลงพื้นที่
( ซึ่งเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่จะทำงานกับชาวบ้าน)
จำนวนประมาณ ๓๐๐,๐๐๐ บาท/ปี
หมายเหตุ : ในส่วนของงบประมาณ เดิมทนายความอาสาสมัครจะได้รับเป็นเบี้ยเลี้ยงเฉพาะวันที่ลงพื้นที่เท่านั้น คือ วันละ 500 บาท และวันที่ไม่ได้ลงพื้นที่ก็จะไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงค่าตอบแทน ปัจจุบันคดีเดิมที่ทนายความได้ทำร่วมกับศูนย์ต่าง เช่น ศปช. หรือ ศรส. ก็ยังได้รับค่าตอบแทนในอัตราเดิม ซึ่งการทำงานแบบนั้นย่อมทำให้ไม่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างเต็มที่ เนื่องทนายความก็ยังต้องหารายได้จากทางอื่น หรือคดีธุรกิจอื่น ทำให้คดีชาวบ้านเสื้อแดงไม่ต่อเนื่องและไม่อาจทำได้อย่างเต็มที่
ระยะเวลาในการดำเนินงาน
๑ ปี (มกราคม – ธันวาคม ๒๕๕๔) และประเมินผลเพื่อการพัฒนาศักยภาพเพื่อนำไปสู่การเป็นสถาบันการให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชนที่มีความมั่นคงในอนาคต
พื้นที่การปฏิบัติงาน
ทั่วประเทศ โดยเฉพาะจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์การสลายการชุมนุม เช่น กรุงเทพมหานคร และจังหวัดอื่นๆที่มีนักโทษทางการเมือง
ภาพวันเปิดสำนักงาน
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=167532523288152&set=a.113629915345080.5861.100000942179021#!/photo.php?fbid=1264362665747&set=t.100000942179021
http://www.facebook.com/photo.php?fbid=167532523288152&set=a.113629915345080.5861.100000942179021#!/album.php?fbid=1264352985505&id=1730167188&aid=32189
http://thaienews.blogspot.com/2011/01/blog-post_1412.html
http://news.voicetv.co.th/thailand/2455-สำนักกฎหมายเพื่อคนรากหญ้า.html
ความมุ่งมั่น
อยากให้เป็นจุดเล็กๆที่สามารถทำงานเพื่อชาวบ้านอย่างแท้จริง เราตระหนักเสมอว่า งานที่ทำเป็นหน้าที่ และเป็นส่วนหนึ่งของขบวนประชาธิปไตย จากเหตุการณ์เดือนเมษายน-พฤษภาคม ๒๕๕๓ งานทางกฎหมายเป็นสิ่งที่สำคัญตราบเท่าที่ความขัดแย้งทางการเมืองยังมีอยู่ และชาวบ้านยังคงตกเป็นผู้รับผลกระทบอย่างหลีดเลี่ยงไม่ได้
คดีความของคดีการเมืองย่อมเป็นที่สนใจแต่เฉพาะคดีของแกนนำ หรือผู้ที่เป็นที่รู้จักเท่านั้น ส่วนชาวบ้านคนเล็กคนน้อยต้องคอยเศษความช่วยเหลือ และรอการเงียบหายไปในสังคมเท่านั้น ทั้งที่เขาเหล่านั้นเป็นคนที่พร้อมยอมตาย และเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตย
จากการทำงานกับชาวบ้านภายหลังเหตุการณ์สลายการชุมนุม เราพบว่า การจัดการการให้ความช่วยเหลือยังมีปัญหา และอุปสรรคอยู่มาก ทั้งในเรื่องบุคลากรของนักกฎหมายทนายความ และจำนวนคดีที่ต้องให้ความช่วยเหลือ รวมทั้งความเป็นสองมาตรฐานในกระบวนการยุติธรรมไทยอันเป็นกำแพงที่ขบวนการประชาชนต้องทำลายลงให้ได้
สิ่งที่ต้องยอมรับอย่างเปิดเผยก็คือ สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์ มีคนทำงานที่เป็นคนรุ่นใหม่จริงๆ คือ เป็นนักกฎหมายที่มีอายุเพียง ๒๕-๒๖ ปี แน่นอนว่าเราถูกดูแคลนเรื่องความสามารถตามวัยวุฒิอยู่มาก แต่ด้วยความที่เป็นคนรุ่นใหม่นี่แหละที่ทำให้เราพิสูจน์ว่า เรามีความมุ่งมั่นและตั้งใจเต็มเปี่ยมที่จะทำงาน ความห้าวของคนรุ่นใหม่เป็นเหมือนใบเบิกทางให้การลงพื้นที่ไม่มีปัญหาหรืออุปสรรคใดๆ การเข้าถึงชาวบ้านและการทุ่มเททำให้จากเดิมที่เป็นเพียงทนายความอาสา ขอยื่นใบสมัครเข้ามาทำหน้าที่อันใหญ่หลวงของขบวนประชาธิปไตย
ด้วยการเล็งเห็นว่า การทำงานแบบอาสาสมัครไม่สามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และคนทำงานก็จะไม่สามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ในสังคม สำนักกฎหมายราษฎรประสงค์ จงได้จัดตั้งขึ้นโดยหวังจะตอบคำถามของทั้งเนื้องานและคนทำงาน และเราได้พิสูจน์การทำงานมาในระดับหนึ่ง จนมีพี่ๆ นักกิจกรรม และนักเคลื่อนไหวทางสังคมเห็นความสำคัญและร่วมกันจัดตั้งขึ้น โดยหวังว่า เราจะได้รับการสนับสนุน และให้เป็นสำนักกฎหมายที่ “ราษฎรประสงค์” อย่างแท้จริง
รายละเอียดปรากฏตาม บทสัมภาษณ์ทนายอานนท์ นำภา ใน
http://thaienews.blogspot.com/2010/12/blog-post_30.html
ที่มา Thai E-News
คู่แสบ-การุณ ใสงาม ถูกจับที่สนามบินสุวรรณภูมิ ทำให้กลายเป็นฮีโร่ในสายตาพันธมิตร และทำให้คดีอาชญากรรมก่อการร้ายยึดสนามบินเหลือค่าแค่เกมการเมือง อย่างที่พันธมิตรเคยยกมาเป็นประเด็นต่อสู้ ส่วนณฐพร โตประยูร(อยู่หลังการุณ)ถูกกล่าวหาว่า อาจจะมีพฤติการณ์ทำนอง 18 มงกุฎหลายเรื่อง รวมทั้งหลอกต้มสถาบันพระปกเกล้าเข้าเรียนหลักสูตรระดับสูง เพื่อหาคอนเน็คชั่นแวดวงผู้ใหญ่ฟรีๆไม่ต้องจ่ายค่าเทอม



ไม่กี่วันก่อนอ่านข่าวเจอเกี่ยวกับ นายณฐพร โตประยูร ทนายความที่ยื่นอุธรณ์ถอนหมายจับ9แกนนำพันธมิตร, นายคนนี้แต่ก่อนเป็นสิบแปดมงกุฎเที่ยวหลอกสาวแก่แม่ม่าย ปอกลอกกันจนหมดตัวมาหลายคน, วันดีคืนดีก้อแต่งตัวติดยศเป็นพันตำรวจตรีเที่ยวรีดไถเบ่งไปทัว. มีทั้งเรื่องฉ้อโกง ทำร้ายร่างกาย หลอกลวงต้มตุ๋น และโจรกรรม. พยายามทำตัวให้ได้ใกล้ชิดนักการเมื่องแล้วแสวงหาประโยชน์ สมัยก่อนก้อนายบุญเท่ง ทองสวัสดิ์. และนายตำรวจใหญ่ ชลอ เกิดเทศ..อยากจะหัวร่อ ไม่รู้ว่าวันนี้เกิดปาฎิหาร์ยอะไรกลายไปเป็นทนายให้กับกลุ่ม 9 แกนนำพันธมิตรไปได้ นายคนนี้แต่ก่อนใช้ชื่อ นายสมโภชณ์ โตประยูร ผู้ใดเกี่ยวข้องอ่านเจอกระทู้นี้ไปตรวจประวัติกันให้ดีๆเถิด
ข่าวสารเกี่ยวกับประเทศไทยที่คุณไม่อาจหาอ่านได้จากสื่อ
"ปกติการต่อสู้ทางการเมืองที่เกิดขึ้น จนมีการเปลี่ยนแปลงการเมืองครั้งสำคัญไปทั่วโลก ในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา เกิดจากการต่อสู้ทางอุดมการณ์และการไม่ได้รับความยุติธรรมทั้งสิ้น ความไม่ยุติธรรมนี่แหละ เป็นเหตุแห่งการที่ประชาชนต้องมารวมตัวกันต่อสู้ เพื่อให้ความยุติธรรมกลับมาสู่สังคมของเขา"
ทักษิณ ชินวัตร
1 พ.ย. 51