WeLoveOurKing
How to insert weloveking to you website

ทรงพระเจริญ

ขัตติยาอัด คอป แต่งนิทานโยนความผิดเสธ แดง 18 9 55

สถาบันกษัตริย์อยู่ได้ด้วยความจริง

ธงชัย วินิจจะกูล: Truth on Trial

สถาบันกษัตริย์ถึงเวลาต้องปรับตัว

ตุลาการผิดเลน !


ฟังกันให้ชัด! "นิติราษฎร์" ไขข้อข้องใจ ทุกคำถามกรณีลบล้างผลพวงรัฐประหาร





วิดีโอสอนการทำน้ำหมักป้าเช็ง SuperCheng TV ฉบับเต็ม 1.58 ชม.

VOICE NEWS

Fish




เพื่อไทย

เพื่อไทย
เพื่อ ประชาธิปไตย ขับไล่ เผด็จการ

Saturday, February 5, 2011

เหตุการณ์ความรุนแรงในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ สมัยรัฐบาลนี้ ตายแค่ 900 ศพ …!!!!

ที่มา Thai E-News


หญิงชาวมุสลิมปลอบใจหญิงชาวพุทธเพื่อนบ้านของเธอ ที่สามีถูกสังหารเมื่อ 4 กุมภาพันธ์ ในเหตุยิงถล่มมีผู้เสียชีวิต 1 ราย บาดเจ็บอีก 2 ในเหตุการณ์ความรุนแรงชายแดนภาคใต้(ภาพข่าว:รอยเตอร์)


โดย ปาแด งา มูกอ

นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย:เรามาถูกทางแล้ว ในสมัยรัฐบาลนี้ตายแค่ 900 ศพ


สถานการณ์ ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ประกอบด้วย ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และ 4 อำเภอของจังหวัดสงขลา ได้แก่ อ.จะนะ เทพา สะบ้าย้อย และนาทวี เริ่มเกิดเหตุความรุนแรงตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค.47 จากเหตุการณ์ปล้นปืนที่ค่ายกองพันพัฒนาที่ 4 อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส จนมาถึงวันนี้ร่วม 7 ปี

ศอ.บต.สรุปสถานการณ์ความไม่สงบตลอดปี 2547 ตั้งแต่วันที่ 4 ม.ค. เกิดเหตุรวมทั้งสิ้น 1,324 ครั้ง วางเพลิง 415 ครั้ง วางระเบิด 105 ครั้ง โจมตีสถานที่ราชการ 31 ครั้ง ทำร้ายประชาชน 341 ครั้ง ทำร้ายเจ้าหน้าที่ 316 ครั้ง และอื่นๆ 116 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตตลอดปี 2547 ทั้งหมด 566 คน บาดเจ็บ 639 คน เจ้าหน้าที่รัฐ เสียชีวิต 179 คน บาดเจ็บ 278 คน ประชาชน เสียชีวิต 271 คน บาดเจ็บ 351 คน และคนร้ายเสียชีวิต 116 คน

ปี 2548 เกิดเหตุการณ์ 1,889 ครั้ง วางเพลิง 295 ครั้ง วางระเบิด 256 ครั้ง โจมตีสถานที่ราชการ 33 ครั้ง ทำร้ายประชาชน 540 ครั้ง ทำร้ายเจ้าหน้าที่ 376 ครั้ง และอื่นๆ 389 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 574 คน บาดเจ็บ 1,113 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เสียชีวิต 209 คน บาดเจ็บ 409 คน ประชาชน เสียชีวิต 355 คน บาดเจ็บ 686 คน คนร้าย เสียชีวิต 10 คน บาดเจ็บ 18 คน

ปี 2549 เกิดเหตุการณ์ 2,064 ครั้ง แบ่งเป็นวางเพลิง 302 ครั้ง วางระเบิด 320 ครั้ง โจมตีสถานที่ราชการ 19 ครั้ง ทำร้ายประชาชน 654 ครั้ง ทำร้ายเจ้าหน้าที่ 332 ครั้ง และอื่นๆ 437 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 648 คน บาดเจ็บ 1,187 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เสียชีวิต 222 คน บาดเจ็บ 373 คน ประชาชน เสียชีวิต 410 คน บาดเจ็บ 799 คน คนร้าย เสียชีวิต 16 คน บาดเจ็บ 15 คน

ช่วงที่พันธมิตรและพรรคประชาธิปัตย์เดินประท้วงขับไล่รัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ มีการโฆษณาชวนเชื่อว่าทักษิณออกไปคนเดียวปัญหาภาคใต้ก็สงบ หลังยึดอำนาจรัฐบาลทักษิณในปี2549 ผลปรากฎว่า...ปีรุ่งขึ้น

ปี 2550 เกิดเหตุการณ์ 2,664 ครั้ง แบ่งเป็น วางเพลิง 426 ครั้ง วางระเบิด 488 ครั้ง โจมตีสถานที่ราชการ 81 ครั้ง ทำร้ายประชาชน 834 ครั้ง ทำร้ายเจ้าหน้าที่ 364 ครั้ง และอื่นๆ 471 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 943 คน บาดเจ็บ 1,687 คน แบ่งเป็น เจ้าหน้าที่รัฐ เสียชีวิต 221 คน บาดเจ็บ 567 คน ประชาชน เสียชีวิต 678 คน บาดเจ็บ 1.111 คน คนร้าย เสียชีวิต 44 คน บาดเจ็บ 9 คน

ปี 2551 มีเหตุการณ์ 1,067 ครั้ง แบ่งเป็น วางเพลิง 36 ครั้ง วางระเบิด 229 ครั้ง โจมตีสถานที่ราชการ 38 ครั้ง ทำร้ายประชาชน 429 ครั้ง ทำร้ายเจ้าหน้าที่ 259 ครั้ง และอื่นๆ 76 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 536 คน บาดเจ็บ 970 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เสียชีวิต 155 คน บาดเจ็บ 504 คน ประชาชน เสียชีวิต 339 คน บาดเจ็บ 455 คน คนร้ายเสียชีวิต 42 คน บาดเจ็บ 11 คน

ปี 2552 มีเหตุการณ์ไม่สงบ 919 ครั้ง แบ่งเป็น วางเพลิง 26 ครั้ง วางระเบิด 221 ครั้ง โจมตีสถานที่ราชการ 21 ครั้ง ทำร้ายประชาชน 504 ครั้ง ทำร้ายเจ้าหน้าที่ 122 ครั้ง ก่อกวน 16 ครั้ง และอื่นๆ 9 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 544 คน บาดเจ็บ 1,035 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ 51 คน บาดเจ็บ 305 คน ประชาชนเสียชีวิต 455 คน บาดเจ็บ 728 คน คนร้ายเสียชีวิต 38 คน บาดเจ็บ 2 คน

ปี 2553 มีเหตุการณ์ไม่สงบทั้งหมด 922 ครั้ง แบ่งเป็น วางเพลิง 15 ครั้ง วางระเบิด 207 ครั้ง โจมตีสถานที่ราชการ 24 ครั้ง ทำร้ายประชาชน 538 ครั้ง ทำร้ายเจ้าหน้าที่ 64 ครั้ง ก่อกวน 36 ครั้ง และอื่นๆ 38 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 489 คน บาดเจ็บ 938 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เสียชีวิต 41 คน บาดเจ็บ 334 คน ประชาชนเสียชีวิต 428 คน บาดเจ็บ 604 คน คนร้ายเสียชีวิต 20 คน

นับจากเหตุการณ์ปล้นปืน 4 ม.ค.47 จนถึงสิ้นปี 2553 มีเหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้นทั้งหมด 10,849 ครั้ง แบ่งเป็นวางเพลิง 1,515 ครั้ง วางระเบิด 1,826 ครั้ง โจมตีสถานที่ราชการ 247 ครั้ง ทำร้ายประชาชน 3,840 ครั้ง ทำร้ายเจ้าหน้าที่ 1,833 ครั้ง ก่อกวน 52 ครั้ง และอื่นๆ 1,536 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 4,300 คน บาดเจ็บ 7,569 คน แบ่งเป็นเจ้าหน้าที่เสียชีวิต 1,078 คน บาดเจ็บ 2,770 คน ประชาชนเสียชีวิต 2,936 คน บาดเจ็บ 4,734 คน คนร้ายเสียชีวิต 286 คน บาดเจ็บ 65 คน

ต้นปี 2554 ความไม่สงบก็ยังเกิดขึ้นต่อเนื่อง เพิ่มรูปแบบขึ้นเป็นการบุกถล่มฐานปฏิบัติการกองร้อย 15121 ที่จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่ทหารเสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บอีก 4 นาย พร้อมปล้นปืนไปกว่า 50 กระบอก

สวนทางที่รัฐบาลบอกว่ามาถูกทาง นายถาวร เสนเนียม รมช.มหาดไทย ถึงขนาดภูมิใจว่าในสมัยรัฐบาลนี้ตายแค่ 900 ศพ

*****

เรื่องเกี่ยวเนื่อง:

-ไฟใต้่ที่รัฐไม่กล้ามอง ไม่กล้าแก้ และไม่กล้าพูด! :“เกลือเป็นหนอน,หนอนบ่อนใส้ หรือ มีใส้ศึก ” เกิดขึ้นในเหตุการณ์บุกทะลวงฐานปฏิบัติการพระองค์ดำ

-ปมไฟใต้ ที่รัฐแก้ไม่ออก :การจัดตั้งในระดับ มณฑล หรือกลุ่ม วีลายะห์ เรียกว่า “กัส” ซึ่งถือเป็นเขตอำนาจที่ใหญ่ที่สุดใน “รัฐปัตตานีดารุสลาม” มีตำแหน่งหน้าที่ผู้ควบคุมที่เรียกว่า “กัส”

-ใครจุดไฟใต้ ?: “ตุรงแง” คือกลุ่มคนที่มีหน้าที่ในการปฏิบัติการ ก่อความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

ดอกไม้หายไปไหน-WHERE HAVE ALL THE FLOWERS GONE?

ที่มา Thai E-News



กระหายสงครามVSเหยื่อสงคราม-(บน)เวบไซต์ASTV นำเสนอภาพข่าวพันธมิตรซึ่งประท้วงอยู่หน้าทำเนียบรัฐบาล พากันดีใจไชโยโห่ร้องเมื่อได้ยินข่าวทหารไทยกับกัมพูชาเปิดสงคราม (ล่าง)ผู้หญิง เด็ก คนแก่ ตามแนวชายแดน พากันอพยพไปอยู่ที่พักพิงฉุกเฉินหลังเกิดสงคราม ซึ่งมีชาวบ้านแนวชายแดนเป็นเหยื่อสังเวยไป 1 ศพ บาดเจ็บร่วม 10 คน ชาวบ้านเหล่านี้เคยต่อต้านพันธมิตรไม่ให้มายั่วยุให้เกิดสงคราม เพราะพวกเขาจะหาสันติไม่ได้ (ภาพข่าว:AP)




บทเพลง WHERE HAVE ALL THE FLOWERS GONE โดย Pete Seeger
บทกวีถอดความโดย วิสา คัญทัพ

ผ่านมานาน ดอกไม้หายไปไหน
ดอกไม้หายไปไหน นานมาแล้ว
ถูกเก็บไปกับสาวผู้พราวแพรว
เมื่อไรเพื่อนร่วมแนวรู้เรื่องราว

แล้วสาวผู้แพรวพรายหายไปไหน
ผ่านมานานทำไมไม่เห็นสาว
สาวมีสามีสุขอยู่ทุกคราว
ไม่รู้ข่าวเธอบ้างหรืออย่างไร

เวลานานผ่านพลัดให้กลัดกลุ้ม
เมื่อชายหนุ่มทั้งหลายหายไปไหน
หายไปเป็น ทหาร – ผู้ชาญชัย
จะเข้าใจได้เมื่อใด ยังไม่รู้

และทหารทั้งหลายก็หายลับ
นานเกินนับเนิ่นผ่านการต่อสู้
หายไปกับหลุมศพรบศัตรู
กี่บทเรียนเป็นครู ไม่เข้าใจ

ซึ่งสุดท้ายหลุมศพถูกกลบสิ้น
โปรยปรายปก คลุมดิน ด้วยดอกไม้
จึงหลุมศพทั้งหลายก็หายไป
เมื่อไรหนอ..อีกเมื่อไร – เราได้รู้.



WHERE HAVE ALL THE FLOWERS GONE

words and music by Pete Seeger
performed by Pete Seeger and Tao Rodriguez-Seeger

Where have all the flowers gone?
Long time passing
Where have all the flowers gone?
Long time ago
Where have all the flowers gone?
Girls have picked them every one
When will they ever learn?
When will they ever learn?

Where have all the young girls gone?
Long time passing
Where have all the young girls gone?
Long time ago
Where have all the young girls gone?
Taken husbands every one
When will they ever learn?
When will they ever learn?

Where have all the young men gone?
Long time passing
Where have all the young men gone?
Long time ago
Where have all the young men gone?
Gone for soldiers every one
When will they ever learn?
When will they ever learn?

Where have all the soldiers gone?
Long time passing
Where have all the soldiers gone?
Long time ago
Where have all the soldiers gone?
Gone to graveyards every one
When will they ever learn?
When will they ever learn?

Where have all the graveyards gone?
Long time passing
Where have all the graveyards gone?
Long time ago
Where have all the graveyards gone?
Covered with flowers every one
When will we ever learn?
When will we ever learn?


IMAGINE-จินตนาการ

ที่มา Thai E-News


หากไม่มีประเทศมีเขตแคว้น ไม่มีแม้เขตแดนขีดแบ่งด่าน อยากให้คุณลองจินตนาการ ไม่ยากหรอกหากท่านคิดอ่านทำ




บทเพลง จอห์น เลนนอน
บทกวีถอดความโดย วิสา คัญทัพ

หากไม่มีสวรรค์ในชั้นฟ้า
จินตนาการดูสิว่า เป็นไปได้
ไม่มีนรกเบื้องล่างว่างเปล่าไป
มีแต่ฟ้ากว้างไกลอยู่เบื้องบน

จินตนาการว่ามนุษย์อยู่ที่นี่
มีชีวิตเพื่อวันนี้อย่างเข้มข้น
อยู่เพื่ออยู่เพื่อสู้เยี่ยงผู้คน
จะทุกข์สุขรวยจนไม่รนราน

หากไม่มีประเทศมีเขตแคว้น
ไม่มีแม้เขตแดนขีดแบ่งด่าน
อยากให้คุณลองจินตนาการ
ไม่ยากหรอกหากท่านคิดอ่านทำ

ยุติการ ทำลาย อย่าไปคิด
แม้ชีวิตเพื่อใดก็ไม่ย้ำ
เสียสละเพื่อใครในเวรกรรม
ศาสนาแห่งธรรม มิจำเป็น

ศาสนาใดๆไร้ความหมาย
คนทั้งหลายสันติสุขหมดทุกข์เข็ญ
จินตนาการ ใครต่อใคร ไร้ลำเค็ญ
มีแต่เห็นคนทั้งหลายสบายดี

คุณอาจมองว่าฉันนั้นฝันเพ้อ
หลงละเมอเรื่อยไปที่ไหนนี่
ใช่ฉันเดี่ยวเดียวดายทำไมมี
ยังมีเธออีกที่เพื่อนร่วมทาง

เพราะฉันรู้ ว่าต้อง มีวันนั้น
วันที่เธอกับฉันร่วมสรรค์สร้าง
เราจับมือกันไว้และไม่วาง
โลกไม่ต่างลึกซึ้งเป็นหนึ่งเดียว

ลองจินตนาการ ดูต่อไป
เราไม่มีสมบัติใดให้ยึดเหนี่ยว
สลัดทิ้งมันได้โดยง่ายเชียว
ไม่แลเหลียวหิวกระหายโลภใฝ่ทราม

ผู้คน บนโลก ล้วนรื่นราบ
โดยภราดรภาพทุกทั่วท่าม
จินตนาการดูสิว่า สง่างาม
แบ่งปันอยู่ร่วมตามความเท่าเทียม

คุณคงว่า ฉันเพ้อ ละเมอฝัน
โดยลำพังเชื่อมั่นจนล้นเปี่ยม
แท้มีเพื่อนร่วมแนวเข้าแถวเตรียม
ย้ายโลกเยี่ยม เข้าสู่ยุค สุขนิรันดร์



กระหายสงคราม-พันธมิตรดีใจหลังจากได้ข่าวเกิดการปะทะระหว่างไทยกับกัมพูชา มีผลให้ราษฎรหมู่บ้านภูมิสรอลตาย1เจ็บ5 ชาวหมู่บ้านภูมิสรอลเคยต่อต้านพันธมิตรไม่ให้ไปยั่วยุให้เกิดสงคราม เพราะคนที่อยู่ติดชายแดนจะหาสันติสุขไม่ได้




Imagine there's no heaven,
It's easy if you try,
No hell below us,
Above us only sky,
Imagine all the people
living for today...

Imagine there's no countries,
It isnt hard to do,
Nothing to kill or die for,
No religion too,
Imagine all the people
living life in peace...

Imagine no possesions,
I wonder if you can,
No need for greed or hunger,
A brotherhood of man,
imagine all the people
Sharing all the world...

You may say Im a dreamer,
but Im not the only one,
I hope some day you'll join us,
And the world will live as one.

Friday, February 4, 2011

"แดง"จุดพลุ"2 มาตรฐาน" ชุมนุมหน้าศาลอาญา และหลักฐานใหม่"วิกีลีกส์""ทูตสหรัฐรู้ล่วงหน้า 1 เดือน ยุบ"พลังประชาชน"

ที่มา มติชน







การตัดสินใจปรับขบวนการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงในวันอาทิตย์ที่ 13 กุมภาพันธ์ จากเดิมที่ตั้งขบวนที่เรือนจำคลองเปรม และมุ่งหน้าไปที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย


ล่าสุด แกนนำ "คนเสื้อแดง" ตัดสินใจเปลี่ยน "จุดเริ่มต้น" ใหม่


จาก "เรือนจำคลองเปรม" เป็นหน้า "ศาลอาญา"


แน่นอน เป้าหมายของ "คนเสื้อแดง" คือการเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับ "แกนนำ" ที่ไม่ได้รับการประกันตัว

การเคลื่อนไหวของ "จตุพร พรหมพันธุ์" และ "ธิดา ถาวรเศรษฐ์" ในช่วงหลังพุ่งเป้าไปที่กระบวนการยุติธรรมอย่างชัดเจน

ไม่ว่าจะเป็นการส่งจดหมายถึงผู้พิพากษา 1,300 คน


หรือการชุมนุมที่หน้าศาลอาญาในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ และอีกครั้งที่หน้าศาลฎีกาในวันที่ 19 กุมภาพันธ์


แม้จะบอกว่าเป็นการเรียกร้องความเป็นธรรม แต่ภาพที่ออกมาถือว่าเป็นการกดดันอำนาจศาลอย่างเปิดเผย


เพราะ "คนเสื้อแดง" รู้สึกว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมที่"แกนนำ"ถูกกุมขังมาเป็นเวลา 8 เดือน ไม่ได้รับการประกันตัว


ในขณะที่แกนนำ "เสื้อเหลือง" อย่าง "ไชยวัฒน์ สินสุวงศ์-สมบูรณ์ ทองบุราณ" ซึ่งเจอข้อหาก่อการร้ายเหมือนกันได้รับการประกันตัวในวงเงินที่ต่ำมาก


แต่ในอีกมุมหนึ่งก็มีคนแย้งว่าแม้ "ข้อหา" จะเหมือนกัน แต่ "ความรุนแรง" ของคดีแตกต่างกัน

"เสื้อเหลือง" ยึดสนามบิน แต่ "เสื้อแดง" มีการใช้อาวุธและเผาบ้านเผาเมือง


ดุลพินิจของผู้พิพากษาจึงแตกต่างกัน


อย่างไรก็ตาม เมื่อ "คณิต ณ นคร" อดีตอัยการสูงสุด ประธานคณะกรรมการอิสระตรวจสอบและค้นหาความจริง เพื่อการปรองดองแห่งชาติ(ศอป.) ออกมาให้ความเห็นว่าแกนนำ นปช.ควรได้รับการประกันตัว

"น้ำหนัก" ของ "คนเสื้อแดง" จึงเพิ่มขึ้น


วันนี้ "จตุพร-ธิดา" มั่นใจแล้วว่าพลังของ "คนเสื้อแดง" กลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง

และเชื่อกว่าวันที่ 13 นี้ ปริมาณคนที่มาร่วมชุมนุมจะเพิ่มขึ้นกว่าครั้งก่อน


เขาจึงรุกฆาตไปยังที่ "อำนาจ" ซึ่งไม่มีใครกล้าวิพากษ์วิจารณ์มาก่อน

และเปิดประเด็นเรื่อง"2 มาตรฐาน"อีกครั้ง
........................


ในช่วงเดียวกัน "พงศ์เทพ เทพกาญจนา" อดีตผู้พิพากษา และแกนนำพรรคไทยรักไทยในอดีต ก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์แวดวงตุลาการอย่างรุนแรงในหนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ


เขาเปิดประเด็นเรื่องเบื้องหลังการตัดสินคดีแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา สมัยที่ "นพดล ปัทมะ" เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ


"ตอนหลังมีข้อมูลซี่งมีน้ำหนักว่ามีการจ่ายสำนวนไปแล้วโดยองค์คณะลงมติแล้ว 3 ต่อ 2 หลังจากนั้นมีการโอนสำนวนไปให้อีกคณะหนึ่ง ซึ่งประธานศาลศาลปกครองเป็นหัวหน้าคณะเอง แล้วตัดสินมาเป็นอีกอย่างหนึ่ง ผมทราบว่าผู้ที่เกี่ยวข้องไปขอคัดสำนวนนี้แล้วถูกกีดกันไม่ให้คัด ไม่ให้ดูบางส่วนของสำนวน มีการมาควบคุมเคร่งครัดซึ่งผิดปกติมาก ภายหลังทราบจากสื่อมวลชนว่าเมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2553 ป.ป.ช. มีมติให้รับเรื่องกล่าวหาอดีตประธานศาลปกครองปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการสั่งเปลี่ยนองค์คณะ"


หรืออีกเรื่องหนึ่ง คือเรื่องการยุบพรรคพลังประชาชน


เขาบอกว่าศาลรัฐธรรมนูญนัดเรื่องการสืบพยานในวันศุกร์ที่ 28 พฤศจิกายน2551 เพื่อฟังว่าจะสืบพยานกี่ปาก จะได้กำหนดวันต่อไป


"แต่พอไปถึงศาลสั่งไม่ต้องสืบพยานแล้ว แล้วให้นัดแถลงการณ์ปิดคดีในวันอังคารที่ 2 ธันวาคม ให้เวลาในการเตรียมตัว 3 วัน ซึ่งเป็นวันหยุด 2 วัน ทั้งๆ ที่ทั้ง 3 พรรคไม่คิดว่าคดีจะเสร็จ คดีสำคัญที่มีผลยุบพรรคการเมือง 3 พรรค ซึ่งมีส.ส.ในสภา เยอะแยะ ลองไปถามผู้พิพากษาที่คุณเห็นว่าเที่ยงธรรม ดูซิว่ามีท่านใดเห็นควรให้เวลาเตรียมเพียง 3 วันบ้าง"


"พอคู่ความแถลงการณ์ปิดคดีเสร็จ ศาลประชุมปรึกษา ตุลาการแต่ละคนต้องแถลงความเห็นส่วนตน แล้วต้องมีการเขียนคำวินิจฉัยกลาง ศาลใช้เวลาประมาณ 40 นาที ในขั้นตอนนี้ แล้วออกไปอ่านคำวินิจฉัย"


นั่นคือ บทสัมภาษณ์ของ"พงศ์เทพ"


ในขณะเดียวกัน "วิกีลีกส์" ก็เปิดเอกสารลับของสถานทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ฉบับวันที่ 6 พฤศจิกายน 2551
เอกสารนี้เผยแพร่ออกมาเมื่อประมาณ 1-2 เดือนก่อน


เอกสารลับฉบับนี้ระบุว่าทูตสหรัฐได้พบกับ "แหล่งข่าว" ที่เป็น "ชนชั้นสูง" คนหนึ่งที่บ้านพักทูตเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน

ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดียุบพรรคเกือบ 1 เดือน


"แหล่งข่าว" คนนั้นบอกทูตสหรัฐว่า "สมชาย วงศ์สวัสดิ์" นายกรัฐมนตรีคงไม่สามารถอยู่ในตำแหน่งได้นานนัก เพราะเขาคงจะถูกปลดโดยคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญในคดียุบพรรคพลังประชาชน


ซึ่งเขาเชื่อว่าศาลจะมีคำตัดสินก่อนวันที่ 5 ธันวาคม


นี่คือ คำทำนายเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2551


ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญจะนัดเรื่องสืบพยานในวันที่ 28 พฤศจิกายน2551และเปลี่ยนใจไม่ต้องสืบพยาน


ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินคดีนี้ในวันที่ 2 ธันวาคม 2551

เป็นไปตาม "คำทำนาย" ของ "แหล่งข่าว"

.........................................................................

หลักฐานจากวิกีลีกส์

(1.)

Thursday, 06 November 2008, 07:30
S E C R E T SECTION 01 OF 03 BANGKOK 003317
NOFORN
SIPDIS
NSC FOR WILDER AND PHU
EO 12958 DECL: 11/06/2018
TAGS PGOV, KDEM, MOPS, ASEC, TH

เอกสารของสถานทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2551 ก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญตัดสินประมาณ 1 เดือน (ข้อมูลจากเว็ปไซต์ การ์เดี้ยน www.guardian.co.uk )

(2.)

3. (C) Ambassador met privately at the Residence on November 4 with XXXXXXXXXXXX

เอกสารข้อ 3 ระบุว่าทูตสหรัฐได้นัดเจอกับ"แหล่งข่าว"คนนี้เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน (การ์เดี้ยน ปิดชื่อแหล่งข่าว)

(3.)


5. (C) XXXXXXXXXXXX claimed to have spoken to Prime Minister Somchai Wongsawat about the current standoff. XXXXXXXXXXXX told the Ambassador that Somchai had agreed that the government could meet with the PAD and reach a compromise, but the time was not yet ripe. In his conversation with the Ambassador, XXXXXXXXXXXX spoke highly of Somchai, saying he was "very good" and had many qualities that made him suitable to be Prime Minister, including a sense of fairness and a moderate temperament. Nevertheless, XXXXXXXXXXXX predicted that Somchai could not remain long in office because he would likely be forced out by an adverse Constitutional Court ruling in the People′s Power Party (PPP) dissolution case (ref A), which XXXXXXXXXXXX believed the Court might issue before the King′s birthday (December 5). XXXXXXXXXXXX guessed Somchai would dissolve the parliament before being forced from office.

5. (C) แหล่งข่าวอ้างว่าได้คุยกับนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ นายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการเผชิญหน้ากันในตอนนี้. เขาบอกทูตสหรัฐว่านายสมชายเห็นด้วยที่รัฐบาลจะนัดเจอกับตัวแทนพันธมิตรและตกลงประนีประนอมได้ แต่ขณะนี้ยังไม่ถึงเวลา การสนทนาครั้งนี้ แหล่งข่าวกล่าวพูดถึงนายสมชายอย่างยกย่อง บอกว่านายสมชาย "ดีมาก" มีคุณสมบัติหลายอย่างที่ทำให้เขาเหมาะเป็นนายกรัฐมนตรี เช่น ความสำนักในเรื่องความเป็นธรรมและไม่เจ้าอารมณ์ อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวคาดว่านายสมชายคงอยู่ในตำแหน่งได้ไม่นานนักเพราะจะถูกปลดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีโดยคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ในคดียุบพรรคพลังประชาชน (เอกสารอ้างอิง A)

แหล่งข่าวเชื่อว่า ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินก่อนวันเฉลิมพระชนมพรรษา (5 ธันวาคม). แหล่งข่าวคาดว่านายสมชายอาจจะยุบสภาก่อนพ้นจากตำแหน่ง

ในเอกสารฉบับนี้ "แหล่งข่าว"ทำนายถูกต้องว่าพรรคพลังประชาชนจะถูกยุบพรรคก่อนวันที่ 5 ธันวาคม 2551 แต่คาดการณ์ผิดเพราะคิดว่านายสมชายจะยุบสภาฯก่อนถูกตัดสินยุบพรรค

รุกรบ โต้ต้าน “เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป” ที่มี เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นประธาน

ที่มา Thai E-News


การประชุมดังกล่าว จัดขึ้นตามแผนการปฏิรูปประเทศไทยของรัฐบาลที่มือเปื้อนเลือด เป็นหัวหอกทางการเมืองให้กับชนชั้นนำในระบบเก่า ที่ประชุมนักเขียนเชียงใหม่จึงมิอาจเห็นด้วยกับการปฏิรูปแบบกำมะลอ ทั้งจะไม่เข้าร่วม การประชุมแบบจัดฉากนี้


โดย วิสา คัญทัพ



เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูปที่มี นายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นประธาน เป็นองค์กรจัดตั้งภายใต้การกำกับของคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.) ของรัฐบาลชุดที่มี หมอประเวศ วะสี เป็นประธาน

พวกนี้พยายามขับเคลื่อนตัวเพื่อเข้ายึดครองพื้นที่ และผูกขาดศิลปวัฒนธรรมเพื่อรับใช้ คนชั้นสูง อำมาตย์ และศักดินา

โดยศิลปินที่เข้าร่วมเป็นคณะกรรมการบางคนเต็มใจ แต่บางคนก็อาจจะอยู่ในฐานะรู้เท่าไม่ถึงการณ์

ความจริงแม้พวกเขาเฉลียวใจสักนิดว่า กำลังนั่งทำหน้าที่เป็นศิลปินรับใช้รัฐบาลที่มาจากการแต่งตั้งของคณะทหารในค่ายทหาร และทั้งยังมือเปื้อนเลือดเข่นฆ่าประชาชนคนชั้นล่าง พวกเขาก็น่าจะสะเทือนใจ จนไม่อาจข้ามซากศพคนทุกข์ยากไปได้

“วันนี้ (18 ส.ค.) ณ ห้องประชุมนิทรรศการหมุนเวียน ชั้น 1 ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรุงเทพฯ ศ.นพ.ประเวศ วะสี ประธานคณะกรรมการสมัชชาปฏิรูป (คสป.) เปิดตัว 22 กรรมการเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป ซึ่งมีนายเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นประธาน

พร้อมด้วยคณะกรรมการเครือข่ายศิลปินหลากหลายแขนงทุกเครือข่ายทั่วประเทศ อาทิ รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล, นายเทพศิริ สุขโสภา ศิลปินอิสระสาขาจิตรกรรม,นายอัศศิริ ธรรมโชติ กวีซีไรต์, นายนิวัติ กองเพียร ช่างภาพอาวุโสและนักวิจารณ์ศิลปะ, นายไพจิตร ศุภวารี ประธานสมาพันธ์ศิลปินเพื่อสังคม และนายสมชาย เสียงหลาย เลขาธิการคณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ,นางรัศมี เผ่าเหลืองทอง นักวิจารณ์และนักการละคร,นายเจะปอ สะแม ศิลปินพื้นบ้านจาก จ.ปัตตานี เป็นต้น เพื่อร่วมระดมสมองกำหนดทิศทางการทำงานปฏิรูปประเทศไทยโดยบทบาทของศิลปิน ทั้งนี้ ประธาน คสป. ได้ปาฐกถาเปิดประชุมคณะกรรมการเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูปครั้งที่ 1”


คณะกรรมการเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป มีนพ.ชัย โชควิวัฒน เป็นรองประธานฯ และประกอบด้วยกรรมการ 20 คน ได้แก่ นพ.โกมาตร จึงเสถียรทรัพย์,รศ.ดร.สุกรี เจริญสุข, นายอานันท์ หาญพาณิชย์พันธุ์, นายเทพศิริ สุขโสภา, นายนิวัติ กองเพียร, นายอัศศิริ ธรรมโชติ, นายไพจิตร ศุภวารี,คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์, นายเอนก นาวิกมูล, รศ.ดวงพร คำนูณวัฒน์, นางรัศมี เผ่าเหลืองทอง, นายสถาพร ศรีสัจจัง, ดร.นนทิวรรธน์ จันทนะผะลิน, นายณรงค์ จันทร์พุ่ม, นายธีรภาพ โลหิตกุล, ดร.ฉวีวรรณ พันธุ, นายเจะปอ สะแม, นายสังคม ทองมี, นางสมชาย เสียงหลาย และนายดนัย หวังบุญชัย

ภารกิจหลักของคณะกรรมการเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูปนี้ มี 6 ประการ

1.จัดระดมความเห็นและการมีส่วนร่วมจากศิลปินทุกประเภทและทุกระดับต่อการปฏิรูปประเทศไทย
2. ศึกษา รวบรวม ประมวล วิเคราะห์ ความเห็นของศิลปินทุกประเภทและทุกระดับจัดทำเป็นข้อเสนอเชิงนโยบายเพื่อการปฏิรูป
3.สนับสนุนศิลปินทุกประเภทและทุกระดับในการสร้างสรรค์งานเพื่อสื่อสาร กระตุ้นจิตสำนึกและสร้างจินตนาการแห่งการปฏิรูป
4.จัดกระบวนการสมัชชาและการขับเคลื่อนของเครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป
5.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการและคณะทำงานเพื่อดำเนินงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องตามความจำเป็น และ
6. ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามที่ คสป.มอบหมาย


ผมติดตามความคืบหน้าทราบว่า จะมีการจัดสัมมนากันที่ภาคเหนือในนาม “เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป (ภาคเหนือ)

ศิลปิน นักคิด นักเขียน กวี ภาคเหนือมีความคิดเห็นเป็นเช่นใดบ้าง ติดตามดูก็ได้เห็น คำผกา,เพ็ญ ภัคตะ,และเพื่อนพ้องศิลปินออกมาคัดค้าน โดยออกเป็นแถลงการณ์ของ “กลุ่มนักเขียนเชียงใหม่” มีข้อความบางตอนดังนี้

“การประชุมดังกล่าว จัดขึ้นตามแผนการปฏิรูปประเทศไทยของรัฐบาลที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำ ซึ่งเป็นพรรคอนุรักษ์นิยม มือเปื้อนเลือด ไร้ความเป็นกลาง ขาดความน่าเชื่อถือและความชอบธรรม มีพฤติกรรมเป็นหัวหอกทางการเมืองให้กับชนชั้นนำในระบบเก่า

ทั้งจะนำพาประเทศไทยไปสู่การปกครองระบอบเดิมๆที่ไม่พึงประสงค์ ที่ประชุมของนักเขียนเชียงใหม่แม้สนับสนุนการปฏิรูป แต่ไม่เชื่อว่าการดำเนินการตามแผนการนี้จะนำไปสู่การปฏิรูปประเทศไทยที่แท้จริง เป็นแต่เพียงการจัดฉากหรือเป็นการปฏิรูปกำมะลอแบบขอไปที เพื่อสร้างความชอบธรรมและเป็นข้ออ้างในการดำรงไว้ซึ่งอำนาจเก่า ตามเป้าหมายเบื้องต้นที่กำหนดไว้ล่วงหน้าแล้ว

การปฏิรูปที่แท้จริงตามความหมายของกลุ่มนักเขียนเชียงใหม่คือ การผ่าตัดโครงสร้างอำนาจทางการเมืองเสียใหม่ทั้งระบบ คือการสร้างความยุติธรรมทางสังคม คือการกระจายอำนาจ กระจายงบประมาณและผลประโยชน์ ทำลายการกระจุกตัวของอำนาจและผลประโยชน์ สร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนในทางการเมือง

ทั้งสร้างการเมืองที่ประชาชนควบคุมได้ โดยปลอดจากการครอบงำของอำนาจภายนอก ที่เป็นปกาศิตจากเบื้องบน หรืออำนาจอาวุธจากกองทัพ หรืออำนาจตุลาการที่ไร้มาตรฐานความยุติธรรม สิ่งเหล่านี้สามารถทำให้เกิดขึ้นได้เพียงด้วยการปฏิรูปที่แท้จริง มิใช่การปฏิรูปกำมะลอที่หลอกลวงและไร้ยางอาย”


กลุ่มนักเขียนเชียงใหม่สรุปในท้ายที่สุดว่า

“ที่ประชุมนักเขียนเชียงใหม่ไม่เคยมีส่วนร่วมและไม่เคยรับทราบว่า ‘เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป’ และ ‘เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป(ภาคเหนือ)’ เป็นใครและจัดตั้งมาตั้งแต่เมื่อใด อีกทั้งหัวข้อการปาฐกถาและเสวนา เช่น ‘ศิลปินกับกระบวนการคิดสร้างสรรค์เพื่อสังคมไทย’ และหรือ ‘ศิลปะจะมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมได้อย่างไร’ มิใช่ประเด็นที่เหมาะสมกับสถานการณ์การปฏิรูปประเทศไทย ทั้งมิควรเป็นหัวข้อที่จะนำมาแลกเปลี่ยนความเห็นกันเพื่อจะสร้างข้อสรุปไปสู่การปฏิรูปประเทศไทย”

กลุ่มนักเขียนเชียงใหม่จึงมิอาจเห็นด้วยกับการปฏิรูปแบบกำมะลอ ทั้งจะไม่เข้าร่วม การประชุมแบบจัดฉาก ที่มีขึ้นในจังหวัดน่าน ในระหว่างวันที่ 28-29 มกราคม”


ถึงตรงนี้ก็คงอยากทราบชื่อศิลปิน นักเขียน กวี ที่ร่วมกันประกาศคัดค้าน เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูปกำมะลอ ดังกล่าวว่ามีใครกันบ้าง

รายชื่อนักเขียนที่ร่วมลงนาม... คำผกา, เพ็ญ ภัคตะ, มิตร ใจอินทร์. แพรจารุ, ถนอม ไชยวงษ์แก้ว, ชลธี ตระพัง,อัคนี มูลเมฆ, มาลานชา,วิภู ชัยฤทธิ์, อรรคพล สาตุ้ม, อรุณรุ่ง สุตย์สวี, มหรรณพ โฉมเฉลา, รวิวาร, พรพิศ ผักไหม, ภัควดี ไม่มีนามสกุล, กานต์ ณ กานท์, ทองธัช เทพารักษ์, นฤมล บุญญานิตย์, ชานนท์ แก้วบุปผา, สุชาดา แก้วบุปผา, สมชาย กุศลทรามาศ, เสรี ตรีศักดิ์, จรรยา ยิ้มประเสริฐ, ธณรัช โอฐเอี่ยม, สร้อยแก้ว คำมาลา, การะเกต ศรีปริญญาศิลป์. เมธี อมฤตเรืองศักดิ์, อันยา โพธิวัฒน์, ทองธัช เทพารักษ์, ปานจิต จันทรา, แสงดาว ศรัทธามั่น

ศิลปิน นักเขียน กวี ภาคกลาง ภาคอีสาน ภาคใต้ ที่ไม่เห็นด้วยกับ “เครือข่ายศิลปินเพื่อการปฏิรูป” ที่มี เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นประธาน รีบรวมกลุ่มกันแสดงตนออกแถลงการณ์คัดค้านโดยด่วน นี่คือเครื่องมือของกลุ่มอำนาจคนชั้นสูงโดยแท้ เป้าหมายรุกรบทางวัฒนธรรมเพื่อจัดการและขจัดบทบาทศิลปวัฒนธรรมประชาชน

ฝากย้ำเตือนมายังกลุ่มศิลปินเสื้อแดงบนเวที นปช. ด้วยครับว่า ควรร่วมกันแถลงการณ์ในนามศิลปินเสื้อแดง นปช.ด้วย ควรให้ความสำคัญและพูดถึงประเด็นเหล่านี้ในหน้าสื่อของคนเสื้อแดงบ้าง

′อภิสิทธิ์′ ไม่ใช่ ′มูบารัค′

ที่มา มติชน



โดย ปราปต์ บุนปาน

(ที่มา คอลัมน์สถานีคิดเลขที่ 12 หนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ฉบับประจำวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2554)

นายกรัฐมนตรี "อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ" เพิ่งให้สัมภาษณ์สื่อต่างชาติอย่างฉะฉาน

ถึงกรณีรัฐบาลของเขาใช้กำลังทหารเข้าสลายการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อกลางปี 2553

ด้วยท่าทีที่เชื่อมั่นว่าตนเองเป็นฝ่าย "ถูกต้อง" อย่างเต็มที่

ขณะเดียวกัน ก็เชื่อว่ากลุ่มผู้ชุมนุมเป็นฝ่าย "ผิด" อย่างสิ้นเชิง

พอเจอลูกล่อลูกชนของผู้สื่อข่าวต่างประเทศ

ที่ยั่วให้ท่านนายกฯมอบคำแนะนำในการจัดการกับกลุ่มผู้ชุมนุม แก่ "ฮอสนี มูบารัค" ประธานาธิบดีอียิปต์

"อภิสิทธิ์" ก็หลุดคำแนะนำ 3 ประการ ที่แสน "ตลกร้าย" ออกมา

โดยเฉพาะข้อแนะนำที่ว่า "ผู้นำอียิปต์ควรเคารพความต้องการของประชาชน"

ซึ่งไม่แน่ใจว่านายกฯไทยเองจะปฏิบัติตามหลักการดังกล่าวได้หรือไม่?

ก่อนหน้านั้น "อภิสิทธิ์" พยายามป้องกันตนเองจากคำถามของสื่อต่างประเทศ ด้วยการอ้างว่า

"มันคงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะให้คำแนะนำแก่มูบารัค เพราะเขาไม่รู้ถึงสภาวะแวดล้อมต่างๆ ของเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในอียิปต์"

แต่เขายังมิวายหลุดคำตอบที่ทำเอาหลายคน "หัวเราะไม่ได้ ร้องไห้ไม่ออก" ออกมา

ทั้งที่ "อภิสิทธิ์" ก็รู้อยู่แล้วว่าตัวเองไม่ใช่ "มูบารัค"

มีข้อแตกต่างอยู่หลายประการระหว่าง "อภิสิทธิ์" กับ "มูบารัค" และการเมืองไทยกับการเมืองอียิปต์ เช่น

"อภิสิทธิ์" ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาได้ราว 2 ปี ผิดกับ "มูบารัค" ที่เป็นประธานาธิบดีมาอย่างยาวนานร่วม 30 ปี

ส่วนระบอบ "ประชาธิปไตย" ของไทยกับอียิปต์ก็มีความแตกต่างกันอยู่ในสาระสำคัญ

นอกจากนี้ สังคมไทยยังไม่เคยเผชิญหน้ากับกลุ่มมุสลิมเคร่งศาสนาอย่างจริงจัง ขณะที่กลุ่มดังกล่าวถือเป็นพลังสำคัญในการเคลื่อนไหวต่อต้าน "มูบารัค"

อย่างไรก็ตาม ยังพอมีหนทางที่เราจะทำการศึกษาเปรียบเทียบสังคมสองแห่งที่มีบริบทเฉพาะแตกต่างกันได้อยู่

เพียงแต่เราต้องไม่นำโมเดลของสังคมหนึ่งไปวางทับลงบนอีกสังคมหนึ่งอย่างทื่อๆ

ทว่า เราต้องมี "ตัวกลาง" หรือ "หลักการสากล" บางอย่าง ที่เชื่อมโยงสังคมไทยกับอียิปต์เข้าหากัน อาทิ

พลานุภาพของ "สื่อใหม่" ที่สามารถระดมกำลังคนออกมาเคลื่อนไหวในทางการเมืองได้อย่างน่าทึ่ง

ซึ่งทั้งไทยและอียิปต์ล้วนตระหนักถึงพลานุภาพดังกล่าวเป็นอย่างดี

หรือ "ระบอบอำนาจ" ของไทยและอียิปต์ ซึ่งอาจแตกต่างกันในรายละเอียด แต่มีความบกพร่องคล้ายกัน

คือไม่สามารถมอบความยุติธรรมให้แก่คนทุกกลุ่มในสังคมได้อย่างเท่าเทียม

และไม่สามารถปรับตัวตามโลกที่เปลี่ยนแปลงไปได้ทัน

น่าเสียดายที่นายกฯ "อภิสิทธิ์" อาจไม่ใช่บุคคล/ตัวแสดงซึ่งสามารถถูกนำไปเชื่อมโยงเข้ากับ "ตัวกลาง" หรือ "หลักการสากล" เหล่านั้น

เพื่อทำให้เราเข้าใจการเมืองไทยจากสถานการณ์ในอียิปต์ได้มากขึ้น

เพราะสุดท้ายแล้ว "อภิสิทธิ์" ก็ยังไม่ใช่หรือมิอาจเทียบเคียงได้กับ "มูบารัค" อยู่ดี

แต่คงต้องย้ำกันอีกครั้งว่า

ใช่ว่าเราจะสิ้นไร้หนทางอย่างสิ้นเชิง ในการพยายามศึกษาเปรียบเทียบการเมืองอียิปต์กับการเมืองไทย

โทรโข่งมาร์ค?

ที่มา ข่าวสด

คอลัมน์ เหล็กใน

สมิงสามผลัด




เอาอีกแล้ว นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ปกป้องนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีจนออกนอกหน้า

บอกว่า นายโรเบิร์ต อัมสเตอร์ดัม ทนายความนปช. ไม่มีสิทธิ์ฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ให้เอาผิดนายอภิสิทธิ์ในข้อหาฆ่าหมู่เสื้อแดง 91 ศพ

แสดงความเห็นด้วยว่า การฟ้องคดีต่อศาลคดีอาญาระหว่างประเทศจะต้องเป็นการยื่นฟ้องรัฐบาล

ไม่ใช่การยื่นฟ้องตัวบุคคล!?

เป็นถึงอธิบดีดีเอสไอแต่ทำหน้าที่ยิ่งกว่าโฆษกส่วนตัวนายกฯอภิสิทธิ์เสียอีก

นายเทพไท เสนพงศ์ โทรโข่งตัวจริงเห็นเข้ายังอึ้ง ต้องหลบให้

แต่การแสดงความเห็นเช่นนี้ถือว่าล่อแหลม

เพราะดีเอสไอเป็นหน่วยงานสำคัญ รับผิดชอบคดีคนเสื้อแดง 91 ศพโดยตรง

นายธาริตกลับมีแนวคิดเอนเอียงปกป้องนายอภิสิทธิ์

ซึ่งถือเป็นคู่กรณีของผู้สูญเสีย

ที่ผ่านมาการทำงานของดีเอสไอก็ถือว่าล้มเหลว

ความอืดอาดล่าช้าคดี 91 ศพเป็นตัววัดผลที่ชัดเจน

ลงไปในรายละเอียดก็จะเห็นชัดตาขึ้น

ตลอด 7-8 เดือนที่ผ่านมา นายธาริตสรุปผลสอบได้แค่ 25 ศพ

ระบุว่าเป็นฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ 12 ศพ เป็นฝีมือคนเสื้อแดง 13 ศพ

ที่เหลือเชื่อไปกว่านั้นคือ 3 ศพวัดปทุมฯ กลับพิสูจน์ไม่ได้ว่าเป็นฝีมือใคร

ค้านสายตาทั้งคนไทยและชาวโลก

ที่ค้านสายตาคนไทยก็เพราะมีหลักฐานเห็นอยู่ทนโท่ว่าใครกราดยิงจากบนรางรถไฟฟ้าบีทีเอส

แต่นายธาริตมองไม่เห็น??

ที่ค้านสายตาชาวโลกก็เพราะฮิวแมนไรต์วอตช์ องค์กรพิทักษ์สิทธิมนุษยชนระดับโลก ยังสรุปรายงานการตรวจสอบคดี 6 ศพวัดปทุมฯ ว่าเกิดจากฝีมือเจ้าหน้าที่รัฐ

แต่นายธาริตกลับมองไม่เห็นอีก??

เช่นเดียวกับกรณีคนเสื้อแดงยื่นฟ้องศาลอาญาระหว่างประเทศ

ปัญหาจะฟ้องร้องได้หรือไม่ได้ น่าจะอยู่ที่กระบวนการและขั้นตอนมากกว่าฟ้องร้องใครเป็นผู้ต้องหา

เพราะเอาเข้าจริงๆ คนเสื้อแดงต้องการเอาผิด"คนสั่งการ"สลายม็อบ

คนสั่งการจะเป็นใครไม่ได้นอกจากนายกรัฐมนตรี

เป็นทั้งผู้นำรัฐบาลและเป็นผู้รับผิดชอบสูงสุด

แต่นายธาริตกลับออกมาตีกัน ปกป้องกันสุดๆ

ยังดีที่ไม่การันตีแทนนายอภิสิทธิ์ด้วยว่าไม่ได้ถือสัญชาติอังกฤษ!?

มาร์ค โว บอกคะแนนนิยมมากกว่าสมัย แม้ว!!!

ที่มา thaifreenews

โดย Maquid

มาร์ค โว บอกคะแนนนิยมมากกว่าสมัย แม้ว!!!



3 ก.พ. 54 ที่รัฐสภา นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้ลุกขึ้นตอบกระทู้ถามสดของนายประสิทธิ์ ชัยวิรัตนะ ส.ส.ชัยภูมิ พรรคเพื่อไทย ที่ถามเรื่องการแก้ปัญหาประเทศที่ไร้ทิศทาง ว่า

ตนขอยืนยันว่า รัฐบาลได้บริหารประเทศทุกเรื่องอย่างมีทิศทางและน้อมนำพระราชดำรัสเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงให้ประชาชนได้นำมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต โดยให้จัดทำบัญชีครัวเรือนและการเสนอร่างกฎหมายต่างๆเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสมทบเงินและปลูกฝันค่านิยมของการออม

ทั้งนี้ยังเห็นได้ว่าประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลก เนื่องจากมีทิศทางการแก้ปัญหาที่ชัดเจน ส่วนปัญหายาเสพติดกับการทำแท้ง รัฐบาลก็ได้จัดทำแผนปฏิบัติการตั้งแต่ปี 2552 โดยมีนโยบายที่ชัดเจน ในการปราบปรามยาเสพติด และจับกุมรายใหญ่ได้มาก

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรี ยังได้ชี้แจงเรื่องการยุบสภาด้วยว่า ตัวเองมีทิศทางที่ชัดเจน ว่าต้องการให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากที่สุด พร้อมทั้งระบุว่าในเรื่องของคะแนนนิยมขณะนี้ประชาชนมีความพึงพอใจตนมากกว่า พันตำรวจโททักษิณ ชินวัตร ในเรื่องของการทำงาน

http://news.mthai.com/politics-news/102217.html

ล้านคำบรรยาย การ์ตูนเซีย วันที่ 04/02/54

ที่มา thaifreenews

โดย blablabla



จากพลัง มวลชน คนต่อสู้
ประกาศให้ โลกรู้ ผู้ชั่วช้า
กุมอำนาจ เผด็จการ จนนานมา
แถมเข่นฆ่า ประชาชน ของตนเอง....

แล้วครอบงำ ย่ำยี อัปรีย์ล้น
กอบโกยจน อิ่มหนำ ซ้ำข่มเหง
อำมหิต แสนชั่ว ไม่กลัวเกรง
กำหนดเอง เพื่อเอาเปรียบ เหยียบประชา....

จากตูนีเซีย ถึงอียิปต์ ถูกบีบกระชับ
ความย่อยยับ เกาะกิน ถวิลหา
คนสามานย์ เกิดก่อ สืบต่อมา
จึงดาหน้า โค่นล้ม ให้จมดิน....

เผด็จการ ทั่วโลก วิโยคแล้ว
ต่างยึดแนว ขับไล่ ให้สูญสิ้น
พวกที่ทำ ชั่วช้า เป็นอาจิณ
ต้องด่าวดิ้น จากประชา ผู้ท้าทาย....

จึงเกิดเป็น โมเดลไว้ ให้เห็นทั่ว
พวกคนชั่ว โสมม ต้องจมหาย
ความร้อนเร่า คุกรุ่น และวุ่นวาย
รอพิสูจน์ บทสุดท้าย ตายทั้งเป็น....

ประชาธิปไตย เบ่งบาน รอขานรับ
ความย่อยยับ เกิดได้ ไม่ว่างเว้น
มนุษย์ชาติ ผงาดเลิศ เปิดประเด็น
สิ้นทุกข์เข็ญ กันถ้วนหน้า ประชาชน....

๓ บลา / ๔ ก.พ.๕๔
จากมุมหนึ่งของประเทศไทยครับ

เหยื่อกระสุนพฤษภาเฉียดตาย ได้ค่าชดเชย 2,800

ที่มา ประชาไท

3 ม.ค.54 นางสมพาน พุทธจักร อายุ 39 ปี ผู้ได้รับบาดเจ็บจากการสลายการชุมนุมเมื่อวันที่ 17 พ.ค.53 เดินทางไปรับเงินเยียวยาที่กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม โดยได้รับเงินเป็นจำนวน 2,800 บาท ทั้งนี้ สมพารเป็นแม่ของลูกๆ 3 คน พยายามจะเข้าไปชุมนุมที่แยกราชประสงค์ แต่โดนยิงเข้าที่กลางหลังบริเวณบ่อนไก่เสียก่อน หลังผ่าตัดต้องนอนพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลนาน 14 วัน และต้องพักฟื้นที่บ้านนาน 4 เดือนจึงจะสามารถเริ่มช่วยเหลือตัวเองได้
"ภรรยาผมทำงานไม่ได้เลยตั้งแต่ถูกยิงจนถึงตอนนี้เป็นเวลากว่า8 เดือนคุณชดเชยให้เราเท่านี้เองหรือ" สุวรรณ ทับทอง สามีของนางสมพานกล่าวและว่าทางกรมคุ้มครองสิทธิขอให้แพทย์เขียนใบรับรองแพทย์อีกครั้งโดยให้ประมาณการระยะเวลารักษาตัวแต่แพทย์ที่รพ.ราชวิถีปฏิเสธโดยให้เหตุผลว่าไม่สามารถระบุได้
ทั้งนี้ ใบรับรองแพทย์เบื้องต้นของรพ.ราชวิถี ระบุว่า สมพานถูกระสุนปืนยิงเข้าที่หลังด้านซ้าย ได้รับบาดเจ็บ โดนลำไส้เล็ก, ตับอ่อน, ตับ, ไต ได้ทำการผ่าตัดรักษา รับไว้รักษาตัวที่รพ. ตั้งแต่วันที่ 15 พ.ค.-31 พ.ค.53
สำหรับความเป็นมาของเหตุการณ์นั้น สมพารเล่าว่า เมื่อก่อนไม่เคยสนใจเรื่องการเมือง ไม่เคยไปร่วมชุมนุมจนมีครั้งหนึ่งพี่สาวมาจากต่างจังหวัดได้ชวนไปหาที่ผ่านฟ้า ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่เข้าไปในที่ที่มีการชุมนุม แต่ไม่ได้คิดว่าจะไปอีก หลังจากนั้นพอกลับมาดูสื่อที่ออกข่าวเกี่ยวกับการชุมนุมของคนเสื้อแดงก็เห็นว่าไม่ตรงกับความเป็นจริง ไม่เหมือนกับที่เราไปมา จึงกลับมาร่วมชุมนุมอีกครั้งเพราะรับไม่ได้กับข่าวสารที่บิดเบือนจึงอยากพิสูจน์ อีกทั้งตนยังเป็นคนที่ชื่นชอบคุณทักษิณ ชินวัตร ด้วย
“เหตุการณตอนที่โดนยิงจำได้ไม่เคยลืม วันนั้นได้ข่าวว่าจะมีทหารมาสลายการชุมนุม เป็นห่วงพี่น้องที่อยู่ที่ราชประสงค์ แต่เข้าไม่ได้จึงมาอยู่ที่บริเวณบ่อนไก่ ตอนมาถึงได้สักพักก็พลัดหลงกับสามีจึงเดินหา แล้วเดินเข้าไปอยู่ตรงใต้ทางด่วน ซึ่งบริเวณนั้นคนเยอะ แล้วก็มีคนตะโกนขึ้นมาบอกว่า "หมอบๆ ทหารยิง หลบเร็ว" พี่ยังไม่ทันหมอบก็โดนยิงเข้าที่หลังเสียก่อน รู้ว่าโดนยิงเพราะมันรู้สึกว่ามีอะไรทะลุเข้าหลังเรา ตอนนั้นลืมตาไม่ขึ้นแล้วแต่รู้สึกเจ็บปวด เรายังได้ยินทุกอย่างจำได้หมดว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง มีคนมาช่วยเรียกเราตลอดเวลาเพื่อให้เรารูู้สึกตัวไม่ให้หลับ กลัวเราตาย จนถึง รพ.” สมพานกล่าว
ส่วนสามีของนางสมพาน กล่าวว่า หลังจากพลัดหลงกับภรรยาได้พยายามตามหา และโทรเข้ามือถือหลายครั้ง จนมีคนเก็บโทรศัพท์ภรรยาได้ แต่เครื่องพังเขาจึงเอาซิมไปใส่เครื่องของเขาและเขาบอกให้ทราบว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งถูกยิงเพิ่งมีคนนำส่ง รพ. ตนพยายามตามหาจนเจอที่ รพ.ราชวิถี
“ไปถึงรพ.หน้าห้องไอซี หมอก็ออกมาเจอแล้วบอกเราว่าให้ทำใจนะ ภรรยาคุณอาจไม่รอ ดเพราะกระสุนทำลายระบบภายในหมดแล้ว ผมได้แต่ภาวนาว่าขอให้บุญกุศลที่ทำมาทั้งชีวิตให้เขารอดตายด้วยเถิด แล้วคำภาวนาเป็นจริง”สามีสมพานกล่าว
สุวรรณกล่าวต่อว่า หลังออกจากห้องผ่าตัดพักฟื้นที่ รพ.ได้ 14 วันคุณหมอก็อนุญาตให้กลับบ้านทั้งๆ ที่เพิ่งทานอาหารได้เป็นมื้อแรก ก่อนหน้านั้นทานแล้วอาเจียนออกมาตลอด คิดว่าเขายังไม่หายดีจึงขอร้องคุณหมอว่าให้อยู่รักษาตัวที่ รพ.ก่อนแต่หมอบอกว่าให้มารักษาที่บ้านได้แล้ว พอกลับมาบ้านก็ต้องดูแลทุกอย่างแทนภรรยา ทั้งงานบ้าน ลูกๆ รวมทั้งตัวของภรรยาด้วย ต้องทำความสะอาดแผล ดูแลเรื่องอาหารการกินเพราะสมพานยังทานอาหารทั่วไปไม่ได้ ตอนล้างแผลต้องโทรไปถามพยาบาลที่ รพ.ว่าทำอย่างไร มือหนึ่งถือโทรศัพท์ อีกมือทำแผล ตอนนั้นสมพานยังช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย ตนเองเลยไม่ได้ไปขับรถ ทำให้ไม่มีรายได้เข้าบ้าน และรถที่ผ่อนไว้เกือบหมดก็โดนยึด จนผ่านไปเกือบ 4 เดือน ภรรยาจึงเริ่มพยุงตัวเองได้ ตนจึงกลับมาขับรถ ค่าเทอมลูกๆ ก็ไม่ได้จ่าย ทาง รร.ทวงมาก็ไปขอติดเขาไว้ก่อนเพราะยังไม่มีเงินจ่ายส่วนที่ค้างไว้
“เวลาหมอนัดตรวจอาการภรรยา บางครั้งไม่มีเงินค่ารถไปก็ไม่ได้พาไปรักษา ครั้งล่าสุดหมอนัดเอ็กซเรย์ก็ขอเลื่อนหมอไปอีก 6 เดือนเพื่อหาเงินมาตรวจ หมอก็เข้าใจ” สามีสมพานกล่าว
เมื่อถามถึงอาการในปัจจุบัน สมพานกล่าวว่า ตอนนี้ทานอาหารได้มากขึ้น ช่วยเหลือตัวเองได้ แต่หมอยังบอกว่าน่าเป็นห่วงเพราะร่างกายอวัยวะภายในเราถูกทำลายไปมาก หมอยังบอกว่าไม่รู้ว่ารอดมาได้อย่างไรแต่ที่ห่วงมากที่สุดตอนนี้คือลูกๆ เพราะความเป็นอยู่มันบีบคั้นมาก ไม่มีอาชีพ ไม่มีรายได้
“แม้เราจะผ่านเหตุการณ์เลวร้ายมาแล้วไม่เคยลืมเลยว่ามันเกิดเหตุการณ์นี้ได้อย่างไร เราเป็นแค่ประชาชนมือเปล่าไม่มีอะไรจะสู้ คนตั้งเยอะทำไมยิงโดนเรา ผลกระทบของการทำลายชีวิตคนๆ หนึ่งมันมีมากมหาศาล ยิ่งเราไม่ได้ตายเรายิ่งทรมาน ตอนนี้รู้สึกว่าสังคมนี้มันไม่มีความยุติธรรมเลย แต่แม้เราจะลำบากแต่อุดมการณ์ยังเหมือนเดิม เรายังคงต้องการแค่ประชาธิปไตยเท่านั้น” สมพานกล่าว